Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 32 : Titanic AU : I’m someone else when I’m with you, more like myself.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    25 เม.ย. 60



Titanic Au

Chapter 2/IDK








I’m someone else when I’m with you, more like myself.



            ดาดฟ้าเรือยามกลางวันนั้นอากาศดี เหมาะแก่การเดินเล่น หรือนอนเอนหลังบนเก้าอี้ไม้ที่วางเรียงเป็นแถวยาวไปตลอดแนวทางเดิน สำหรับเรย์ เธอขึ้นมาบนระเบียงของพวกเฟิร์สคลาส เพราะหวังว่าจะเจอใครบางคน หญิงสาวรีบขึ้นมาตั้งแต่เช้า ทำทีเป็นบอกฟินน์ว่าเธออยากเดินสำรวจเรือตามลำพัง ซึ่งเขาก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด เพราะเขากำลังติดพันคุยถูกคอกับเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อโพ ดาเมร่อน เขาเป็นนักดนตรีชาวอเมริกันแท้ ฟินน์รู้จักเขาไว้น่าจะเป็นการดี เมื่อไปถึงนิวยอร์กแล้ว โพคงแนะนำหนทางอาชีพให้แก่เขาได้



                เรย์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แบบเอนนอน แต่เธอนั่งหลังตรง สมุดสเกตซ์ภาพเปิดหราอยู่บนหน้าตัก เธอกำลังแอบวาดสตรีชั้นสูงคนหนึ่งที่ยืนมองทะเลอย่างเดียวดาย นางตัวสูง รูปร่างดี สูงกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก ผมสีบลอนด์ตัดสั้น ผิดแผกจากสตรีทั่วไป สวมชุดกระโปรงยาวที่เรย์มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงกระเป๋าฉีก เรย์แค่รู้สึกชอบส่วนสูงกับทรงผมของเธอที่แตกต่าง เธอลากดินสอเร็วๆ ร่างภาพอย่างคร่าว แล้วค่อยๆเติมรายละเอียด ภาพยังไม่เสร็จดี สตรีผู้นั้นก็เดินไปทางอื่นเสียก่อนแล้ว เรย์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเสียดาย ผ่อนลมหายใจบางเบาออกจากริมฝีปาก และแล้วคนที่เธอมารอพบก็ปรากฏตัวให้เห็น



                เบน สกายวอล์กเกอร์ยังคงมีมาดอย่างบุตรชายตระกูลร่ำรวย เรย์ชอบโครงหน้าของเขา เรือนผมสีดำสนิทยาวปรกลงมาปิดใบหู หนานุ่ม เป็นเงามัน คงดูแลเส้นผมอย่างดีมาตลอดชีวิตแน่ แล้วหันมาดูผมของเรย์สิ แห้งกระด้าง ปลายก็แตก มัดเป็นกระจุกเพื่อไม่ให้รำคาญ เรย์ชอบส่วนสูงของเขาด้วย โครงร่างของเขาเหมือนนักกีฬา เหมือนรูปปั้นยุคคลาสสิกที่แสนสมบูรณ์แบบ หญิงสาวยกมือขึ้นเท้าคาง นัยน์ตาสีดำมองสำรวจอย่างไม่กลัวว่าใครจะแอบเห็น เขาไม่เหมือนใครที่เรย์เคยเจอมาเลย เธอก็เคยเห็นพวกผู้ลากมากดีมาเยอะ แต่ไม่มีใครที่จะสะดุดสายตาของเธอได้เท่าเขา สงสัยเธอจะเริ่มสนใจเพศตรงข้ามขึ้นมาอย่างที่ฟินน์พูดจริงๆ คิดแล้วก็ขำ มีพวกผู้ชายพยายามจีบ อ้อล้อ เอ่ยแซวให้เธอเขินมาตั้งมากมาย เธอกลับไม่สนใจคนพวกนั้น คนที่ทำให้เธอสนใจได้ กลับเป็นคนที่ไม่มีวันจะสนใจ หรือแม้แต่จะแลตามอง



                มนุษย์มีสัญชาตญาณรู้ตัวว่ามีคนแอบมองเสมอ สายตาของเขาเลื่อนมาเจอเธอเข้า เรย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำตามแบบฉบับ ฉีกยิ้มไว้ก่อน คุณชายสกายวอล์กเกอร์ไม่ได้ยิ้มตอบ เครื่องหน้าของเขาเฉยชาก่อนจะหันไปหาคู่สนทนา เรย์เพิ่งสังเกตเห็นคนที่อยู่กับเขา เป็นหญิงสาวนางหนึ่ง สวมชุดสีครีมหวาน ผมสีดำสนิทเกล้าเป็นมวยเก๋ไก๋ ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมา เรย์ยังไม่เคยใส่เสื้อผ้าแบบนั้นสักครั้ง รองเท้าคู่งามที่สาวเจ้าใส่อยู่ก็เป็นสีครีมแบบเดียวกัน เข้ากับชุด รูปร่างอ้อนแอ้น บอบบาง น่าทะนุถนอม เรย์เอ๊ย จะเอาอะไรไปสู้ เธอถอนหายใจ อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลย เพิ่งคุยด้วยแค่ไม่กี่คำเอง กลายเป็นหมาเห่าดอกฟ้าเสียแล้ว



                เธอตัดสินใจละสายตาจากเขา มองต่อไปก็บาดตาบาดใจเปล่าๆ โลกของพวกเขาต่างกัน เธอมีแค่สองมือสองเท้า จะตะกายขึ้นไปเก็บดาวได้ยังไง ก้มหน้าก้มตาอยู่กับดินต่อไปนั่นล่ะ



                หญิงสาวหันมาสนใจรูปวาดของตัวเอง หลังจากมองกลาสีอย่างสนใจ ก็เริ่มวาดภาพคร่าวๆ สเกตซ์อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ลงรายละเอียดมาก เธอแค่อยากทำให้ตัวเองยุ่งเข้าไว้ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ฟินน์ก็เจอหนทางที่จะไปต่อแล้ว แต่เรย์ก็ยังเคว้งคว้างเหมือนเดิม เธอยังไม่มีแผนเลยว่าเมื่อไปถึง เธอจะทำอะไร คงไม่พ้นไปอยู่ตามโรงงาน ใช้แรงอีกตามเคย เธอเคยสงสัยเหมือนกัน จะเป็นอย่างไรหนอถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ พวกท่านจะส่งเธอเรียนหนังสือสูงกว่านี้ไหม ชะตากรรมของเธอจะดีขึ้นหรือเปล่า เรย์คิดถึงพวกท่านทุกวัน และไม่เคยกล่าวโทษที่พวกท่านหนีไปสวรรค์ก่อน เธอกำลังนั่งลากเส้นไปมาอย่างเหม่อลอย ตอนที่รู้สึกว่ามีเงาทาบทับบังแดดยามสาย



                “คนระดับเธอควรมาอยู่ตรงนี้หรือ” น้ำเสียงนั้นไม่ได้เย้ยหยัน แต่เหมือนไม่รู้ว่าควรทักยังไงต่างหาก ช่างเป็นคำทักที่ไม่ได้ความเอาเสียเลย เรย์เงยหน้าขึ้นมอง เห็นร่างสูงของเขาบังตำแหน่งดวงอาทิตย์พอดี



                “ถึงจะเป็นตั๋วราคาประหยัด แต่ฉันว่า ฉันเดินไปไหนก็ได้นะ ไม่ได้มีป้ายห้ามเอาไว้ซะหน่อยนี่” เรย์ยักไหล่ ยิ้มน้อยๆให้เขาเป็นการทักทาย “จะนั่งไหม?” เธอขยับตัวเพื่อให้มีที่ว่างมากขึ้น และเขาคงอยากนั่งโดยเว้นระยะห่างจากเธอเพื่อรักษามารยาทที่ดี และไม่เป็นที่ครหาในสังคม เบนยอมนั่งลง “ฉันนึกว่านายจะไม่คุยกับฉันเสียอีก”



                “ฉันไม่ต้องการให้เธอบอกใคร เรื่องเมื่อคืน” เบนพูดอย่างจริงจัง



                “เมื่อคืน?” หญิงสาวทวนคำอย่างแปลกใจ “เมื่อคืนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเสียหน่อย ฉันเห็นแค่ผู้ชายขี้แยคนหนึ่งตรงหัวเรือเท่านั้นเอง”



                “ฉันไม่ได้ร้องไห้!” น้ำเสียงของเขาเหมือนจะโกรธ เขาไม่ได้ร้องไห้หรอก แต่เรย์พูดให้เกินจริงเพื่อแหย่เล่น



                “แต่เอาจริงๆนะ ถ้านายโดดลงไป ฉันจะโดดตามล่ะ” เรย์บอกอย่างค่อนข้างมั่นใจ



                “เหอะ ทำไมเธอจะต้องโดดตามด้วย” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ จ้องหน้าเธอ



                “นายโดด ฉันโดด ฉันทนเห็นใครตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ แค่นั้นเอง” เรย์พูดง่ายๆ



                เงียบกันไปครู่หนึ่ง แล้วหัวข้อการสนทนาก็เปลี่ยน อยู่ๆเขาก็ทำท่าสนใจเรื่องชีวิตของเรย์ขึ้นมา เขาถามหลายอย่างเกี่ยวกับการเดินทางของเธอ การใช้ชีวิต สถานที่ที่เธอเคยไป ผู้คนที่เธอเคยรู้จัก แม้แต่เรื่องที่ว่าเธอขึ้นมาบนไททานิกได้ยังไง การพูดคุยกับเขาช่างง่ายแสนง่าย และเรย์รู้สึกได้ว่า เขากำลังผ่อนคลาย ไม่ได้วางมาดเป็นคุณชายนั่งหลังตรง แต่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยิ้มบางๆเป็นบ้างครั้งเมื่อฟังเรื่องของเธอ



                “เธอไปมาทั่วเลยนะ” เขาพูดราวกับอิจฉานิดๆ



                “นายเคยไปที่ไหนมาบ้าง” เธอถาม



                เขาส่ายหน้า “ไม่มีเลย นี่เป็นการเดินทางจากบ้านที่ไกลที่สุดของฉันเป็นครั้งแรก แม่พาฉันมา เพราะต้องการให้ฉันใกล้ชิดกับคู่หมั้น”



                หัวใจของเรย์กระตุกแปลกๆ “ผู้หญิงคนนั้นหรอ?” เขาพยักหน้าตอบ “นายรักเธอไหม?”



                “ไม่ใช่ธุระของเธอ” หน้าตาของเขากลับมาเครียดจริงจัง น้ำเสียงเย็นชาขึ้นทันที



                “ก็แค่คำถามง่ายๆเอง” เรย์พูดต่ออย่างไม่นึกกลัวว่าเขาจะโกรธ “รู้ไหม การแต่งงานโดยไม่ใช่ความรัก ผู้หญิงน่ะ น่าสงสารนะ เสียเปรียบกว่าผู้ชายเยอะ นายจะแอบมีเมียลับที่ไหนก็ได้ แต่จะให้เธอไปหาสามีลับจากที่ไหน คนเขาก็จะประณามฝ่ายหญิงมากกว่าอยู่ดี”



                “อย่าทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย” เบนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ เขาเลื่อนสายตามาที่สมุดวาดภาพของเรย์ แย่งออกไปจากมือโดยที่เธอยังไม่อนุญาต “นี่อะไร? คิดว่าตัวเองเป็นจิตรกรหรือ” เขาเปิดสมุดออกดู เรย์ห้ามไว้ไม่ทันจึงปล่อยตามเลย เธอแอบมองมือของเขาอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก มือใหญ่กว่าเธอมากอยู่ แต่ขาวเนียน สะอาด ดูนุ่มนิ่ม ชีวิตคงไม่เคยผ่านงานหนักเลย เทียบกันแล้ว ผิวเธอคล้ำกว่าเพราะตากแดดบ่อย มือก็หยาบกระด้าง เขาสมควรเป็นผู้หญิงมากกว่าเธอเสียอีก เรย์ไม่ได้สังเกตสีหน้าของเบน เพราะมัวแต่มองมือทั้งสองข้างที่ถือสมุดของเธอไว้ เธอจึงไม่รู้ว่าแววตาของเขาฉายความชื่นชมขณะมองผลงานของเธอ



                “เธอวาดทั้งหมดนี่เลยหรือ” เขาถาม น้ำเสียงเหมือนจะทึ่งๆ เรย์ส่งเสียงตอบรับจากลำคอ “ไม่เลวนะ” เขาบอก เปิดไปอีกหน้า เจอกับภาพผู้ชายเปลือย เรย์สังเกตเห็นแก้มของเขาขึ้นสีระเรื่อ เพราะผิวขาวๆแบบนั้น ปิดไม่มิดหรอก เขาพลิกเปิดไปอีก ยังคงเป็นภาพเปลือยต่อไปอีกหลายหน้า “เธอวาดรูปเขาตั้งหลายรอบ เขาเป็น...”

                “ไม่ใช่คนรักฉันหรอก” เรย์รีบพูด “เขาเป็นพวกชายรักชายที่ฉันเจอในปารีส นายจะตกใจว่ามีคนพวกนี้ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆเยอะแค่ไหน และจะตกใจยิ่งขึ้นอีก ถ้าฉันบอกว่า บางทีพวกผู้หญิงชั้นสูงก็เรียกใช้บริการพวกเขา เพราะฉะนั้นไม่แปลกหรอกที่จะมีผู้ชายยอมเปลื้องผ้าให้ฉันวาดรูป อย่างคนนี้ รูปร่างของเขาสวย ฉันก็เลยใช้เป็นแบบบ่อยๆ เห็นไหม ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อแขนก็สวยด้วย” เธอชี้ให้ดู



                “เรย์” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาหยีลงเล็กน้อยเพราะแดดจ้า “เธอมีพรสวรรค์”



                “แค่งานอดิเรก” เรย์บอก แล้วหยิบสมุดกลับคืน อยู่ๆก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว เมื่อเห็นสายตาของเขามองมาอย่างพิจารณา “เอ้อ แล้วทุกวันนายทำอะไรบ้างล่ะ?” เธอแก้เก้อด้วยการเปลี่ยนเรื่องคุย การสนทนาจึงดำเนินไปทางอื่น ออกจากตัวเธอ ไปที่เขาแทน ชีวิตของเขาช่างน่าเหลือเชื่อ เขาเรียนจบจากโรงเรียนอีตันในลอนดอน กำลังจะต่อมหาวิทยาลัย แต่ก็เกิดเรื่อง ธุรกิจล้มละลาย พ่อของเขาหายตัวไป ตระกูลสกายวอล์กเกอร์เหลือแค่ชื่อ แม่ของเขาพยายามปกปิดว่าจริงๆแล้วพวกเขาไม่เหลืออะไรแล้ว นอกจากเปลือกอันสวยหรู หนทางแก้ปัญหาคือการแต่งงานกับผู้หญิงตระกูลร่ำรวยสักคน นั่นคือเจสสิกา พาวา บุตรสาวเจ้าของธุรกิจทอผ้า ที่กำลังขยายตลาดไปสู่อเมริกา ตระกูลพาวาไม่ได้มีเชื้อสายมาแต่อดีต พวกเขาเป็นพ่อค้า เป็นเศรษฐีใหม่ ที่ตอนแรกก็ไม่ได้เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม การแต่งงานครั้งนี้จึงเป็นใบเบิกทางให้ทั้งสองฝ่าย พวกพาวาได้เข้าสู่สังคมชั้นสูง และสกายวอล์กเกอร์ก็พ้นวิกฤตทางการเงิน เรย์ไม่ได้ยินเขาพูดถึงความรักเลยสักคำ เธอไม่ใช่คนช่างฝัน แต่เธอก็เป็นผู้หญิง เธอเข้าใจหัวอกคนเพศเดียวกัน เจสสิกาช่างน่าสงสาร



                “เย็นนี้นายก็ต้องไปนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาอยู่ในห้องอาหารสินะ” เรย์พูดขึ้น



                “ก็ประมาณนั้น” เขาพ่นลมทางจมูกเบาๆ



                “นี่ นายรู้หรือเปล่า” ดวงตาของเรย์เป็นประกาย “ห้องอาหารของพวกเรา ชนชั้นล่าง สนุกสนานเฮฮากว่าเยอะ เราไม่ต้องปั้นหน้า ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีกฎระเบียบน่าอึดอัด เราไม่ดื่มแชมเปญ แต่ดื่มเหล้ารัมเหมือนพวกโจรสลัด นายจะได้เจอคนหลากรูปแบบที่นายไม่เคยเห็น เอาเป็นว่า ฉันเชิญแล้วกัน”



                “ฉันควรอยู่ในที่ที่ควรอยู่มากกว่า” เบนพูดอย่างไว้ตัว



                “ก็แล้วแต่” เรย์ฉีกยิ้มกว้าง ใบหน้าสดใส ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเริ่มเดินถอยหลัง แต่ดวงตายังประสานกับเขาอยู่ “ถ้านายเปลี่ยนใจ นายรู้นะว่าจะตามหาฉันได้ที่ไหน” เธอโบกมือแล้วก็หันหลังวิ่งไป



                เบนมองตามร่างเล็กจนเธอวิ่งลงบันได เพิ่งรู้ตัวว่าเสียเวลาคุยกับเธอมาหลายชั่วโมง จนเวลาเคลื่อนคล้อยมายามเที่ยงวันเข้าไปแล้ว ช่างง่ายแสนง่าย เพลิดเพลิน เป็นอิสระ เหมือนได้ปลดปล่อยจากความจำเจเดิมๆที่น่าเบื่อหน่าย เธอมีวิธีที่ทำให้หลุดยิ้มได้โดยเป็นธรรมชาติ ใบหน้ากลมเกลี้ยงเกลาที่มีรอยตกกระเล็กๆบนจมูก เสื้อผ้าง่ายๆ ผมเผ้ามัดเป็นกระจุกอยู่ด้านหลัง เธอเหมือนเด็กผู้ชายตัวน้อยที่แสนซุกซน ร่าเริง อยู่ไม่สุข ไร้เรื่องกังวล ทั้งที่ชีวิตของเธอต้องฝ่าฟันและแสนลำเค็ญ เธอกลับมีความคิดที่เป็นอิสระอย่างยิ่ง



                เขาลุกจากเก้าอี้ เดินกลับเข้าด้านใน เจอแม่ของเขาเป็นคนแรก ท่าทางร้อนใจและหงุดหงิด ทันทีที่เห็นหน้าก็เหมือนจะบ่นและดุที่เขาพลาดเวลาน้ำชา ไม่อยู่ดูแลเจสสิกา ผู้ชายที่ชื่ออาร์มิเทจ ลูกชายของนายพลฮักซ์มาพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับเจสสิกาอยู่นานสองนาน เบนโดนแม่ดุไปตามระเบียบ ก่อนจะเท้าความเรื่องต่างๆในครอบครัวขึ้นมาพูด บอกว่าเขาจะปล่อยเจสสิกาหลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด เขาอยากเห็นแม่ต้องรับจ้างเย็บเสื้อหรือไง อยากเห็นแม่ต้องลำบาก และถูกสังคมเฉดหัวออกไปหรือ เขาได้แต่นั่งนิ่งๆและรับฟังอย่างอดทน จากนั้นก็พยายามปลอบแม่ให้ใจเย็นลง เขาเข้าใจแม่ว่าเครียดขนาดไหน แต่เบนก็อึดอัดจนอยากวิ่งหนีหายไป ถ้าเมื่อคืน ไม่มีเรย์อยู่ตรงนั้น เขาอาจจะกระโดดลงจากเรือไปแล้วก็ได้



                เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นในค่ำนั้น เบนแต่งตัวอย่างดีเช่นเคย พาแม่ไปที่ห้องอาหาร นั่งอยู่โต๊ะยาวล้อมรอบไปด้วยคนมีหน้ามีตาที่รู้จักกัน เจสสิกาสวมชุดสีเข้มขึ้นจากเมื่อกลางวัน แย้มยิ้มน้อยๆอย่างมีมารยาทเมื่อเห็นเขา เบนนั่งฟังทุกคนพูดคุยกันโดยไม่ได้โต้ตอบอะไร พวกผู้ชายพูดกันเรื่องธุรกิจและการเมือง ผู้หญิงคุยเรื่องเสื้อผ้า แฟชั่น แอบนินทาบ้างเล็กน้อย ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตหรอกที่เบนถามตัวเองว่าเขานั่งทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้ ใจของเขานึกประหวัดไปถึงเรย์ ผู้หญิงที่นั่งฟังเขาอย่างตั้งใจและสนใจ ผู้หญิงที่ท่องเที่ยวไปเรื่อย ทั้งที่อายุน้อยกว่าเขา แต่รู้จักโลกใบนี้ดีกว่าเสียอีก เขาคิดถึงรอยยิ้มสดใส ที่บางครั้งก็ติดเจ้าเล่ห์นิดๆ แต่ไม่มีพิษภัย เขาคิดถึงความอิสระของเธอมากกว่าสิ่งใด



                “หนุ่มๆคงเบื่อแล้วที่นั่งรวมกันแบบนี้” เลอา แม่ของเขาพูดขึ้น “พวกคุณจะไปสูบไปป์กันที่อีกห้องไหมคะ?” เมื่อมีเสียงตอบรับจากฝั่งผู้ชายว่าพวกเขาจะแยกตัวกันออกไป เลอาก็เอ่ยบอกให้เบนไปด้วย เขายิ้มกับแม่น้อยๆ ไม่โต้เถียง แต่ภายในใจรู้ดีอยู่แล้วว่าขาทั้งสองข้างอยากจะเดินไปที่ไหน หวังแต่ว่า งานเลี้ยงข้างล่างจะยังไม่จบ



                เบนปลีกตัวออกมาได้ไม่ยาก เนื่องจากวันนี้เขาไม่ได้ร่วมบทสนทนาอย่างจริงจังตั้งแต่แรก จึงไม่มีใครสังเกตว่าเขาหายไป เขาเลือกที่จะลงลิฟต์เพื่อไปถึงให้เร็วที่สุด และทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องอาหารของอีกกลุ่ม เขาก็ได้ยินเสียงเฮฮา เอะอะ ผสมผสานไปกับดนตรีสนุกสนาน เสียงสเต็ปเท้าของผู้คนที่เต้นรำอยู่กลางวง เขาเห็นเรย์กับผู้หญิงคนอื่นๆอีกหลายคน เต้นรำควงแขน สลับคู่กับผู้ชายไปมา ไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็เห็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้านั้นเสมอ ราวกับไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่จะทำให้เธอสลดเศร้าได้ เธอเห็นเขา หันมาสบตา



                “เบน” เธอตะโกนเรียก รีบวิ่งออกจากกลางวง “มานี่สิ มารู้จักเพื่อนๆของฉัน” เธอจับมือเขา ดึงให้เดินตามเข้าไป “นี่ฟินน์ เพื่อนสนิทฉันเอง นั่นโพ เราเพิ่งเจอกัน เขาเป็นนักดนตรี ทุกคนนี่เบน เขามาจากข้างบน แล้วก็นั่น...” เธอบอกชื่อคนเป็นสิบๆ แล้วก็ถามว่าเขากินอะไรมาหรือยัง ดื่มเหล้ารัมได้ไหม เต้นรำแบบพวกเธอเป็นหรือเปล่า เบนหัวหมุนตอบคำถามเหล่านั้นแทบไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็ถูกดันเข้ากลางวง มีหญิงร่างท้วมท่าทางร่าเริงจับเขาควงแขนและกระโดดไปรอบๆตามจังหวะดนตรี เขาเหลือบเห็นเรย์ยิ้มยิงฟัน ยักคิ้วอย่างล้อเลียนอยู่ไม่ห่าง



                ข้างล่างนี่ อะไรๆก็ดูวุ่นวายไปหมด แต่เบนก็ไม่เคยหัวเราะเสียงดังมากเท่านี้ ไม่เคยกระโดด ไม่เคยหมุนตัวตามแรงเหวี่ยงของใครจนมึนหัวเท่านี้ ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองใช้พลังงานจนเต็มที่ขนาดนี้มาก่อนเลย เมื่อทุกคนเหนื่อยจนไม่ไหว ก็ต่างล่าถอยกลับโต๊ะ มีตาลุงคนหนึ่งท้าเรย์เล่นโป๊กเกอร์ โดยถ้าแพ้จะต้องดื่มเหล้าสูตรพิสดาร เบนเห็นตาลุงคนนั้นเทเหล้ารัมลงไปก่อน ตามด้วยไวน์ และแชมเปญที่เหลือก้นขวด สูตรฆ่าตัวตายชัดๆ



                “นี่ลุง เรย์น่ะเคยได้รอยัลสเตรทฟลัชเลยนะ” ฟินน์พูดอย่างอวดๆ



                “เออ ดูซิว่าดวงเอ็งกับดวงข้า ใครจะแข็งกว่ากัน” ลุงบอก



                “ได้ๆ ไม่มีปัญหา” เรย์บอก โบกมือโบกไม้ไปมา “ฉันเพิ่มเดิมพันให้ด้วยเลย ถ้าลุงชนะฉันได้นะ ฉันยอมให้เมียลุงจูบปากคุณชายเบนเลยจริงๆ” แก้มของเบนร้อนจัด เขาถลึงตามองเรย์ ขณะที่ทั้งโต๊ะระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น



                “ไอ้เด็กบ้า” ลุงตวาดเข้าให้ “ใครจะให้เมียข้าไปจูบคนอื่นวะ”



                “เอ้า ก็เมียลุงชอบเพื่อนฉันนี่น่า ใช่ไหมคะ ป้า” เรย์ยิ้มหวานไปทางผู้หญิงร่างท้วมที่ลากเบนเป็นเต้นรำนั่นเอง



                เบนรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ไม่รู้จะเชื่อฝีมือเรย์ได้แค่ไหน ตาลุงเริ่มสับไพ่ ให้เรย์เป็นคนตัด จากนั้นก็แจกไพ่จำนวนห้าใบ เบนมองเรย์ค่อยๆเปิดไพ่ของตัวเองออกดู คิ้วขมวดอย่างนั้น ลางไม่ดีเอาเลย “ฉันขอเปลี่ยน” เรย์พูดขึ้นมา ขณะที่ตาลุงหัวเราะหึๆ เรย์เปลี่ยนไพ่ออกมาหนึ่งใบ คิ้วขมวดมุ่นหนักกว่าเดิมซะอีก “ขอโทษนะ เบน วันนี้ฉันคงดวงไม่ดี” พวกเขาต่างเปิดไพ่ลงบนโต๊ะ เบนดูไม่เป็น เพราะไม่เคยเล่นมาก่อน ได้ยินตาลุงตะโกนว่าตัวเองได้ฟูลเฮาส์ ส่วนเรย์ได้แค่สองคู่



                “ยังไงข้าก็ไม่ให้เมียข้าจูบไอ้หนุ่มนี่เว้ย เอ็งอยากจูบเขา ก็ไปจูบเอาเอง” ลุงพูดพลางหัวเราะในลำคอ



                “โธ่เอ๊ย ลุง พูดอะไรน่าเกลียด แบบนี้ฉันก็เสียหายหมดสิ มองฉันเป็นผู้หญิงยังไงเนี่ย คุณชายหน้าแดงแล้ว เห็นไหม” เรย์ยิ้มกว้าง หัวไหล่สั่นเทาจากการกลั้นหัวเราะ เบนหน้าแดงจริงๆ แดงไปจนถึงลำคอแล้ว เพื่อนของเรย์ที่ชื่อฟินน์กับโพเอาแต่หัวเราะกันท้องขัดท้องแข็ง “ตกลงว่าฉันต้องดื่มใช่ไหมเนี่ย”



                “เออสิวะ รึเอ็งไม่กล้า” ลุงท้าทาย



                “โธ่ นี่ใคร นี่เรย์นะ” เรย์พูดอวด แต่เบนสังเกตเห็นว่าเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างเสียวไส้



                “เธอน็อคเป็นตายแน่ เรย์ ถ้าดื่มไอ้นั่น” โพบอก “เชื่อฉันได้เลย เมื่อคืนนี้ ตาลุงท้าฉันดื่มมาแล้ว อ้วกจนหมดไส้หมดพุง เพิ่งสร่างเอาตอนบ่ายนี่เอง”



                “แค่นี้ ไม่กลัวอยู่แล้ว” เรย์ทำเป็นเก่ง แต่เสียงสั่นอย่างที่ใครต่อใครก็ดูออก พวกเขาต่างกลั้นขำ



                เบนมองสีหน้าซีดๆของเรย์ กับแก้วเหล้าถังไม้โอ๊กใบใหญ่ เธอตัวเล็กแค่นั้น จะดื่มของมีพิษปริมาณขนาดนั้นลงไปได้ยังไง มีเสียงฮือฮาเร่งให้เรย์ดื่ม พวกเขาต่างพูดพร้อมกันว่า ดื่มเลย ดื่มเลย พลางเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ เรย์ไม่มีทางเลือก เธอยักไหล่เหมือนจะบอกว่าช่างหัวมัน แล้วก็ยกแก้วจรดริมฝีปาก ตอนนั้นเองเบนเอื้อมมือคว้าหมับ หยิบแก้วมาเองและกรอกเหล้าสูตรยาพิษนั่นลงคอ เสียงทั้งหมดเหมือนจะเงียบไป เขาดื่มอั้กๆไม่หยุด จนกระทั่งหมดแก้วและวางกระแทกลงบนโต๊ะ มีเสียงปรบมือเฮดังลั่น



                “ต้องอย่างนั้น เอ็งนี่สุภาพบุรุษตัวจริงเลย” ตาลุงพูดอย่างชื่นชม



                โลกของเบนหมุนคว้าง พื้นก็เหมือนจะเอียงสี่สิบห้าองศา เขาได้ยินเสียงเรย์เรียกคุณชายๆอยู่ไม่ไกล มีคนพยุงเขาและลากให้เดินอย่างทุลักทุเล เบนรู้สึกว่าได้นอนบนเตียงที่ค่อนข้างแข็ง แต่หมอนก็นุ่มใช้ได้ เขามึนหัว เห็นหน้าเรย์ลอยอยู่ไกลๆ มีผ้าชุบหน้าเช็ดอยู่บนใบหน้าและตามแขน แล้วเขาก็หลับไป



                เขาตื่นมาอีกทีตอนไหนไม่รู้ ได้ยินเสียงกรนดังลั่น เมื่อขยับตัวและขยี้ตาทั้งสองข้างอย่างมึนงง เขาก็เห็นเงาตะคุ่มนั่งอยู่บนเตียงด้วย จากรูปร่างแบบนั้น เขาเดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นเรย์



                “นายควรนอนต่อนะ” เธอกระซิบ เสียงกรนของเพื่อนร่วมห้องที่อาจจะเป็นฟินน์หรือใครสักคนดังสนั่น



                “ฉันอยู่ที่ไหน” เบนถาม เสียงแห้ง



                “บนเตียงฉันน่ะสิ นายล้มตึงไปเลย ฉันตกใจแทบแย่ หัวนายเกือบฟาดพื้น ดีที่ฟินน์อยู่ใกล้รับไว้ทัน” เรย์บอก เขาลุกขึ้นนั่ง ปวดหัวจนแทบจะระเบิด จากนั้นก็เอนพิงผนัง เรย์ขยับเข้ามานั่งด้านข้าง



                “ฉันต้องกลับไป ป่านนี้...”



                “นายเดินไปไม่ไหวหรอก เดี๋ยวก็พลัดตกทะเลตายกันพอดี” เรย์ห้ามทันที แต่ก็จริงของเธอ แค่นั่ง โลกยังหมุนได้ ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรครู่หนึ่ง แล้วเรย์ก็เป็นฝ่ายชวนคุย “ไม่ยักรู้ว่านายก็หัวเราะเสียงดังเป็น เต้นรำก็ได้ ดื่มเหล้าได้เยอะอีกด้วยนะ” เธอหัวเราะน้อยๆ เหมือนจะล้อเลียน



                เขาหันไปมองเธอ พอดีกับที่เธอหันมาทางเขา ห้องค่อนข้างมืด มีแสงไฟเล็กน้อยลอดผ่านช่องประตูด้านบนเข้ามา เขาเห็นหน้าเธอไม่ชัด แต่รู้ว่าเธอกำลังยิ้มอยู่ เบนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขากำลังเมา ฤทธิ์สุรา ความใกล้ชิด ความมืดของค่ำคืนที่เป็นใจ เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น นาทีต่อมา เขาโน้มเข้าหาเธอ ยกมือขึ้นวางทาบอยู่แถวลำคอ สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นตุบๆ นิ้วมือเลื่อนขึ้นไปบนแก้ม เธอนั่งนิ่งเป็นรูปปั้น ไม่น่าเชื่อว่าอย่างเรย์จะอยู่นิ่งได้เหมือนกัน เขาขยับเข้าใกล้มากขึ้นอีก ได้กลิ่นของเธอจางๆ กลิ่นทะเล กลิ่นสบู่ กลิ่นประหลาดที่ดึงดูดให้เข้าหา



                ริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกันอย่างนุ่มนวล เบนไม่กล้าที่จะรุกล้ำมากไปกว่านั้น เพียงแค่แตะก็ทำเอาหัวใจเต้นระรัว หายใจไม่ทั่วท้อง เขาได้ยินเสียงลมหายใจของเธอติดขัด จึงรู้ว่าเธอก็รู้สึกไม่ต่างกัน   
















Writer's talk

เรย์มีความอ่อยเบอร์แรง และเบนก็มีความรุกแบบที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ตั้งตัว 





    

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #833 Vandemort (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 21:47

    โอ๊ยย ชอบความอ่อยของนุ้งงงง

    #833
    0
  2. #506 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 23:13
    กรี๊ดดดดดดด นังเด็กเรย์มันรุกจริงว้อย! มันเอาจริงค่ะมันเอาจริง! ล่อลวงคุณชายเบนจนสำเร็จ รู้สึกเอ็นดูตอนที่ทั้งคู่นั่งคุยกันบนดาดฟ้าเรือจริงๆ เหมือนคุณชายดูเป็นเด็กมากกว่าน้องอีกนะ หรือเพราะว่าน้องมันเดินทางไปมาแทบจะทั่วโลก ส่วนอิพี่ดันอยู่แต่ในดงผู้ดีไม่เคยได้ออกเดินทาง เพราะแบบนั้นเลยดูเหมือนเด็ก...ยังไงก็ตาม คุณแม่เลอานี่โหดและจมไม่ลงใช้ได้เลยนะ สงสารก็แต่ตาเบน อึดอัดจนต้องหนีลงไปปาร์ตี้กับสังคมชั้นล่างกับน้อง ตอนที่อ่านเราเหมือนได้ยินเสียงเฮฮาหลุดออกมาตามตัวอักษรเลยนะคะ ผู้เขียนบรรยายไว้ดีมากจนเราเห็นภาพตาม นังเรย์ก็ยังเป็นนังเรย์อยู่วันยันค่ำ ท้าพนันไปเรื่อย เดือดร้อนคุณชายต้องโชว์แมนมารับเคราะห์ให้ซะนี่ แต่...อาจจะต้องขอบคุณความกล้าได้กล้าเสียของน้องรึเปล่า ถึงทำให้น้องกับคุณชายมาถึงจุดนี้ จุดฟินของคนอ่านอย่างเรา ได้แต่อมยิ้มจนแก้มยกจะดันตามิดไปหมดแล้ว โว้ยยยย ฟินค่ะฟินนนนน!!



    ปล.ไม่อยากจะคิดถึงความหัวร้อนของคุณนายเลอาหลังจากนี้เลย คุณชายของบ่าวต้องถูกเฆี่ยนแน่ๆ T^T
    #506
    0
  3. #312 Audaidaj (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 02:26
    กรี๊ดค่ะกรี๊ด
    #312
    0
  4. #252 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:56
    กี๊ดดดดด คุณชายเมาแล้วอดใจไม่อยู่ ////// ฮือออ สุภาพบุรุษมากมาย มีการดื่มแทนด้วย โฮ ช็อตนี้ตายค่ะ
    #252
    1
    • #252-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      27 เมษายน 2560 / 07:45
      #ทีมอยากกินเบน ค่ะ
      #252-1
  5. #251 kyloreylove (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:05
    มันต้องหยั่งงี้สิคุณชาย กล้าๆหน่อย>^ #251
    1
    • #251-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      27 เมษายน 2560 / 07:44
      เน๊อะะะ รุกเลยๆๆๆ
      #251-1
  6. #250 Nezerus Zernep (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 19:43
    โง้ยยยยยย ฟินมากกกกกๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ ><
    #250
    1
    • #250-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      27 เมษายน 2560 / 07:44
      ฟินตอนสุดท้ายใช่ไหมเอ่ย
      #250-1
  7. #249 Aoeijes (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 18:58
    โอ้ยๆๆๆๆโมเม้นตอนสุดท้ายคือฟินเบอร์แรงงงงงเบนรุกแล้วว>.<
    #249
    1
    • #249-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      27 เมษายน 2560 / 07:43
      รุกที ทำเอาเรย์ไปไม่เป็น
      #249-1
  8. #248 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 17:29
    เหมือนเรย์เป็นผญ แล้วเบนเป็นผช
    ทำไมเรารู้สึกว่าเรื่องนี้มันโรแมนติกในแบบของมันเอง อืมมม บอกไม่ถูก เหมือนคนสองคนที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งแฟน
    ไม่รู้จะสงสารเรย์ เบน หรือเจสก่อนดี ระหว่างต้องถูกบัคับให้แต่งกับคนที่ไม่ได้รัก กับรักกันแต่อยู่กันไม่ได้
    ชอบตอนท้ายๆทตั้งแต่ตอนเบนลงมาที่เรือชั้นล่าง จนถึงตอนจบ ชอบที่สุดเลยค่ะ
    #248
    1
    • #248-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      27 เมษายน 2560 / 07:43
      น่าสงสารกันหมดเลยยยย ชู้รักเรือล่มค่ะ 55555
      #248-1
  9. #247 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 14:42
    *เก็บศพเราด้วยค่ะ เน่าแล้วรก*
    #247
    1
    • #247-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      27 เมษายน 2560 / 08:25
      เตรียมรถเก็บ 55555
      #247-1
  10. #244 9865 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 06:29
    ชอบความอ่อยและความรุกทุกเบอร์ของคู่นี้

    อร้ายยฟินสลบ ศพสีชมพู
    #244
    1
    • #244-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      26 เมษายน 2560 / 07:24
      เตรียมเก็บศพเลย 5555
      #244-1
  11. #243 Soso (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 02:10
    จิกหมอนขาดไปแปดใบ
    #243
    1
    • #243-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      26 เมษายน 2560 / 07:23
      เดี๋ยวไปซื้อให้ใหม่นะ 555
      #243-1
  12. #242 lamb_san (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 01:24
    กรี้ดดดดดด แค่สองตอนก็จูบกันแล้ว อือหือๆๆ โอ๊ย เขินอย่างรุนแรงค่ะ *จิกทึ้งหมอนผ้าห่มไปตามระเบียบ*555555 ชอบทุกฉากของเอยูนี้เลยค่ะ อ่านแล้วท่อนแรกเพลง my heart will go on ลอยเข้ามาให้ฮัมเพลงนี้ตลอดดดด ชอบค่ะ รอตอนต่อไปปปปป
    #242
    1
    • #242-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      26 เมษายน 2560 / 07:23
      เบนก็แอบรุกเลยยยยย ได้ทีสุดๆ เรย์จริงๆแล้วก็เขิน เป็นพวกเก่งแต่ปากค่ะ 5555 แซวเขา ทำเขาเขิน แต่พอเอาเข้าจริง นั่งนิ่งไปเลย
      #242-1
  13. #241 Lovelove (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 00:39
    กรี๊ดดดดดดดด ชอบฉากตอนนั่งคุยกันบนดาดฟ้ามาก 
    ภาพลอยมาในหัวเต็มเลยค่ะ ฟินมากกก
    มาต่อไวๆนะคะ
    #241
    1
    • #241-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      26 เมษายน 2560 / 07:22
      แลดูคุยกันออกรสออกชาติ ลื่นไหล เข้ากันดี
      #241-1
  14. #239 Skye1907 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:50
    เล่นเอาคุณชายตั้งตัวไม่ทันเลยนะเรย์ ทำเบนเขินได้
    #239
    1
    • #239-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 32)
      26 เมษายน 2560 / 07:20
      เบนเขินจนตัวแดงหมดแล้วววว
      #239-1