Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 31 : Titanic Au : Maybe you’re on his mind just as much as he’s on yours.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 เม.ย. 60



Titanic Au

Chapter 1/IDK








Maybe you’re on his mind just as much as he’s on yours.



                “ฉันเดิมพันหมดหน้าตัก”



                เสียงของหญิงสาวเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ก่อนที่มือหยาบกระด้างเหมือนคนทำงานหนักมาทั้งชีวิตจะดันกองเหรียญและธนบัตรที่ตนมีเหลืออยู่ไปไว้ตรงกลางโต๊ะ กลุ่มผู้ชายในบาร์ต่างส่งเสียงฮือฮา บ้างก็ยิ้มหยันให้กับการตัดสินใจที่โง่เต็มประดาของเธอ บ้างก็คิดชื่นชมอยู่ในใจว่าเธอช่างกล้าหาญชาญชัย นั่นเป็นเงินทั้งหมดที่หญิงสาวเหลืออยู่ เดิมพันในวงพนันเพื่อชิงตั๋วเดินทางบนเรือลำใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเดินทางเป็นเวลาครึ่งปีจากเซาธ์แธมป์ตัน สู่นิวยอร์กซิตี้ เรืออาร์เอ็มเอสไททานิก ล่องผ่านข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปยังดินแดนทองคำของเหล่านักล่าฝันทั้งหลาย เธอเป็นหนึ่งในนั้น นักล่าฝัน ที่หวังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง



                “ทำแบบนี้ ถอยกลับไม่ได้แล้วนะ เรย์”



                ผู้ชาวผิวสีหมึกที่นั่งอยู่ข้างหญิงสาวเอ่ยเบาๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอหันมามองเขา ดวงตาเป็นประกายแรงกล้า ริมฝีปากคลี่ยิ้มน้อยๆเหมือนจะบอกว่า วางใจเถอะ เขาได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เขาน่าจะรู้อยู่แล้ว เพื่อนสนิทของเขาคนนี้มีนิสัยมุทะลุ บ้าบิ่น กล้าหาญยิ่งกว่าชายชาตรีเสียอีก กล้าได้กล้าเสีย และไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้ว



                เรย์ เป็นหญิงสาวร่างเล็ก ผมสีน้ำตาลเข้ม กับดวงตาสีเดียวกัน เธอเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อกับแม่ตายไปหมดแล้ว เติบโตมาตามลำพัง ทำงานอยู่ในโรงงาน อาศัยค่าแรงอันน้อยนิดเพื่อกินอยู่ ด้วยความที่เป็นผู้หญิง ทำให้หลายต่อหลายครั้ง เธอถูกผู้ชายรังแก เหยียดหยาม หมายจะลวนลาม หรือทำร้ายร่างกายของเธอ แต่เรย์ไม่เคยปล่อยให้ใครทำแบบนั้นได้ จึงกลายเป็นที่โจษจันกันไปทั่วทั้งย่านที่เธอไปถึง ผู้หญิงคนนี้ดูได้แต่ตา มืออย่าต้อง เพราะคุณเธอจะถวายบาทาแสกกลางหน้า และคนที่อาจหาญจะแตะต้อง อาจจะตื่นอีกทีที่โรงพยาบาล พร้อมกับนอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นเดือนๆ เรย์เป็นผู้หญิงแบบนั้น ขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อจำเป็น แต่ก็กลายเป็นคนบ้าคลั่งได้เมื่อจำเป็นเช่นกัน



                เธอไม่ได้อยู่ในเซาธ์แธมป์ตันมาตลอด ชีวิตของเธอนั้นชีพจรลงเท้า เดินทางไปทั่ว ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย เธอรักอิสระ ค่ำไหน นอนนั่น รับจ้างทำงานหนักได้ทุกอย่างเหมือนชายฉกรรจ์คนหนึ่ง เมื่อมีข่าวดังไปทั่วทั้งยุโรปว่า เรืออาร์เอ็มเอสไททานิก เรือแห่งฝันที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ กำลังจะลงสู่มหาสมุทรเพื่อไปยังดินแดนแห่งฝัน ฟังดูดีจนไม่อยากพลาด เรือแห่งฝันสู่ดินแดนแห่งฝัน ทั้งที่เรย์ไม่ใช่คนอ่อนไหวช่างฝัน แต่ยังไงเธอก็ยังเป็นผู้หญิง เรย์จึงเดินทางมาที่นี่ ถามหาคนที่พร้อมจะขายตั๋ว หรือพร้อมจะเล่นพนันแลกตั๋วของตนเอง



                เธอพาฟินน์ เพื่อนสนิทคนเดียวที่มีอยู่มากับเธอด้วย เขาเป็นชายหนุ่มนิสัยดี เรียบร้อยกว่าเธอเสียอีก ชอบร้องรำทำเพลง เล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เรย์รู้จักกับเขาตอนที่เธอเดินทางไปฝรั่งเศส ฟินน์ทำงานอยู่ในโรงงานถ่านหิน เธอช่วยให้เขารอดพ้นจากเรื่องยุ่งยากและเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นภายในโรงงาน หลังจากนั้นฟินน์ก็ติดตามเธอไปด้วยทุกที่ พวกเขาเป็นเพื่อนกัน เพราะเรย์ไม่เคยแสดงท่าทีว่าเขาสามารถเป็นได้มากกว่านั้น



                “เธอหมดตัวแน่ สาวน้อย” ชายร่างใหญ่ ผิวคล้ำกรำแดด ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีเลศนัย “ถ้ายังไง ฉันจะหาตั๋วอีกใบให้เธอดีไหม แล้วเราไปสำราญกันบนเรือก็ได้นะ”



                “ฮ่าฮ่า” เรย์หัวเราะแห้งๆ “เปิดไพ่ดูก่อนดีกว่าไหม พี่ชาย”



                ผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มเหมือนมั่นใจแน่ว่าตัวเองจะชนะ ก่อนจะหงายไพ่ขึ้นวางบนโต๊ะ มีเสียงโอโหดังขึ้นจากคนรอบข้าง ฟินน์เริ่มเหงื่อแตกเมื่อเห็นไพ่สเตรทฟลัชของคู่ต่อสู้ เรียงลำดับ และมีดอกเดียวกันทั้งห้าใบ เขาหันมามองใบหน้าด้านข้างของเรย์ หญิงสาวยังคงนิ่งงัน ดวงตาสีน้ำตาลเบิกค้าง แล้วอยู่ๆเธอก็ลุกขึ้นยืน



                “ท่านชายทั้งหลาย” เรย์ยกแก้วเหล้าขึ้นชู “โปรดดื่มให้ฉันคนนี้กับเพื่อนสนิทด้วย เพราะเราจะได้...” เธอหยุดพูด ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบๆ “ไปนอนบนไททานิกคืนนี้ไงล่ะ”



                “นังตอแหล” นักพนันฝ่ายตรงข้ามตวาดขึ้น



                “ก็เปิดไพ่ของฉันดูสิ พี่ชาย” เรย์ยักคิ้ว ยิ้มน้อยๆ ฟินน์ที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปเป็นคนยื่นมือไปที่ไพ่ทั้งห้าใบของเรย์ เขาจับวางหงายและคลี่ออกดูทีละใบให้ทุกคนเห็นชัดถนัดตา รอยัลสเตรทฟลัช ที่มีเปอร์เซ็นต์จะปรากฏบนมือแค่ ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์ศูนย์หนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ตอนนี้มันนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะอย่างสวยงาม จะพูดว่าอย่างไรดีเล่า? โชคชะตาคงกำหนดแล้วว่าเรย์และฟินน์จะได้ขึ้นไปอยู่บนเรือแห่งฝัน



                “ไม่มีทาง” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ “แก นังขี้โกง”



                เรย์เห็นท่าไม่ดีแล้ว รีบคว้าตั๋วสองใบที่อยู่บนโต๊ะ พูดกับฟินน์เร็วๆว่าถึงเวลาชิ่งหนี คว้าแขนเพื่อนและรีบวิ่งออกจากบาร์ พวกเขาหัวเราะอย่างสดใสร่าเริงและดีใจไปตลอดทาง เพื่อนสนิททั้งสองรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ มีเสียงประกาศว่าเรือกำลังจะออก ทั้งคู่ซอยเท้าถี่ยิบ ยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าขณะแหวกฝูงชนจำนวนมากมายที่มาดูการปล่อยเรือลำใหญ่ที่สง่างามที่สุด เรย์ไม่มีโอกาสได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ เพราะเธอกลัวว่าจะขึ้นเรือไม่ทัน พวกเขาวิ่งขึ้นบันไดไม้แคบๆไปจนถึงประตู ยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ตรวจเรียบร้อย ก็รีบไปหาห้องพักของตัวเอง



                “เธอไม่ได้โกงใช่ไหม เรย์” ฟินน์ถามอย่างอดไม่ได้ เมื่อพวกเขาเดินไปตามทางเดิน หาหมายเลขห้องพัก



                “พูดอะไรอย่างนั้นเล่า” เรย์หัวเราะเสียงดังลั่นอย่างไม่มีความสำรวมแบบหญิงสาว “โชคล้วนๆ ฟินน์น้อย โชคล้วนๆ” เธอหัวเราะฮ่าฮ่าอย่างถูกใจ “เรารีบดีกว่า นายคงไม่อยากพลาดตอนเรือออกจากท่าหรอกนะ”



                แน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากพลาดวินาทีแห่งประวัติศาสตร์ พวกเขาโยนกระเป๋าไว้ในห้อง เรย์ไม่ทันความไวของฟินน์ที่จองเตียงบนไปแล้ว พวกเขาจึงทะเลาะเบาะแว้งกันตลอดทางขณะที่วิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ เสียงของพวกเขาถูกกลบด้วยสรรพเสียงแห่งความยินดีและตื่นเต้นของคนจำนวนมาก ทั้งบนเรือ และด้านล่าง เรย์วิ่งไปเกาะที่ขอบรั้ว ยกมือขึ้นโบกอย่างเอาเป็นเอาตาย จนฟินน์ถามว่า รู้จักใครข้างล่างด้วยหรือ



                “โบกไปเถอะน่า” เรย์บอกอย่างไม่ใส่ใจ เพราะความตัวเล็ก ทำให้ตรงปีนขึ้นบนไปอยู่บนราวรั้วขั้นที่หนึ่ง เธอโบกมือโบกไม้ ตะโกนคำว่า ลาก่อน แล้วเจอกัน ตะโกนจนคอแหบแห้ง ขณะที่เรือเริ่มเคลื่อนออกจากท่า ไปสู่น่านน้ำกว้างใหญ่ ลมทะเลพัดโบกอย่างเป็นใจให้เดินทาง ดวงอาทิตย์กลมโตส่องแสงอย่างเป็นมิตรอยู่ท้องฟ้าที่ไร้เมฆ เรย์กระโดดกอดฟินน์และตบบ่าของเขาฉันมิตร ช่างเป็นวันที่ดีอะไรอย่างนี้



                “เธอคิดว่าอย่างแรกที่จะทำเมื่อไปถึง คืออะไร?” ฟินน์เอ่ยถาม พวกเขาล่าถอยจากขอบเรือมาที่ม้านั่ง เรย์กระโดดขึ้นไปนั่งบนพนัก ห้อยขาเหยียบลงบนที่นั่ง เหมือนเด็กผู้ชายที่แสนซุกซน ฟินน์ที่ค่อนข้างจะมีมารยาทมากกว่า นั่งอย่างเรียบร้อยบนที่นั่ง และเงยหน้าขึ้นมองเรย์



                “ไม่รู้สิ” เรย์ยักไหล่ ยิ้มกว้าง ดวงหน้าสว่างสดใสพอๆกับดวงอาทิตย์



                “มันคงไม่จริงหรอกใช่ไหม ที่เขาบอกกันว่า ถนนโรยด้วยทองคำน่ะ” ฟินน์ถามซื่อๆ



                “โธ่เอ๊ย มันจะจริงได้ยังไงกันเล่า” เรย์หัวเราะ ใช้กำปั้นต่อยต้นแขนของฟินน์ “มันเป็นคำเปรียบเปรยต่างหาก คงหมายถึง โอกาส ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นไปได้”



                “จะมีคนอยากฟังเพลงของฉันไหมนะ?” ฟินน์พูดขึ้น เหมือนพูดกับตัวเอง เอนหลังพิงพนัก



                “ต้องมีอยู่แล้วล่ะ นายน่ะเสียงทองคำ” เรย์บอก



                พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้นต่อพักใหญ่ เรย์เงยหน้าขึ้น หลับตา ปล่อยให้ลมจากมหาสมุทรพัดผ่านเส้นผมที่มัดไว้ลวกๆเป็นกระจุกอยู่ด้านหลัง อากาศดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่มีอะไรจะทำให้เธอหมองเศร้าได้เลยในวันนี้ หญิงสาวลดใบหน้าลงมา เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เธอเห็นคือระเบียงด้านบน อยู่สูงขึ้นไปทางด้านซ้ายมือ ห้องอาหารและที่พักของพวกเฟิร์สคลาสอยู่ทางนั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลสะดุดเข้ากับบุรุษร่างสูงในชุดสูทตัดเย็บอย่างดีสีดำสนิท บ่าของเขากว้าง ยืนหลังตรงอย่างชายที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ใบหน้าเกลี้ยงเกลา สะอาดหมดจด เขาเหมือนจะอารมณ์เสียกับอะไรบางอย่าง ท่าทางอึดอัดใจ ไม่มีความสุขเอาเสียเลย เรย์เอียงศีรษะน้อยๆอย่างประหลาดใจ เขาน่าจะมีทุกอย่างที่เธอไม่มี และไม่อาจฝันถึงได้ อะไรหนอที่ทำให้เขาเป็นทุกข์ และอึดอัดจนเหมือนแทบจะกระโดดลงทะเลไปอยู่แล้ว



                เรย์มองสำรวจ อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนลำคอแห้งผาก ใช่ เขาดูดี เธอยอมรับ เป็นผู้ชายแบบที่เรย์ไม่มีโอกาสได้เห็นตามท้องถนนทั่วไป ตามโรงงาน หรือตามผับบาร์ที่เธอไปสิงอยู่เพื่อทำมาหากิน



                “มองอะไรอยู่น่ะ เรย์” ฟินน์ถาม เลื่อนสายตามองไปยังจุดที่เรย์กำลังจ้อง “ให้ตายสิ อย่าบอกนะว่าเกิดสนใจเพศตรงข้ามขึ้นมาแล้ว” เพื่อนสนิทเอ่ยล้อ



                “เงียบน่า!” เรย์ตะโกนด้วยเสียงอันดังอย่างลืมตัว



                เธอหันกลับไปมองเขา หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง เขากำลังมองลงมาที่เธอ สายตาบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาช่างต่างระดับกันราวฟ้ากับก้นเหวลึก เขาดูเหมือนจะไม่ชอบใจมากกว่าเดิมที่มองเห็นเธอ สีหน้าดูเหมือนจะต่อว่า ถากถาง เหยียดหยามว่าเธอไม่คู่ควรจะก้าวขึ้นมาอยู่บนเรือ หรือแม้แต่มองปลายเท้าของเขาด้วยซ้ำ อะไรกัน คิดว่าตัวเองหล่อมากสิท่า เรย์เม้มริมฝีปากอย่างไม่ชอบใจขึ้นมานิดๆ เออ ก็ได้ๆ เขาหล่อจริงนั่นแหละ ดูดีมีชาติตระกูล คงร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคม เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลสูงศักดิ์ เธอเป็นใครล่ะ? เธอเป็นแค่เรย์ ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลย ให้เขามองอย่างเหยียดหยามแบบนั้น ก็ถูกต้องแล้วนี่



                “ออกมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เบน”



                เสียงของผู้หญิงสูงวัย ทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากหญิงสาวที่ดาดฟ้าเรือด้านล่าง เขาหันไป บังคับให้ตัวเองยิ้มบางๆกับคุณแม่ “เดี๋ยวผมกลับเข้าไปครับ”



                “เร็วหน่อยล่ะ หนูเจสสิกาจะอิ่มแล้ว ลูกจะได้พาเธอไปเดินเล่น” ผู้เป็นแม่ออกคำสั่งอย่างชัดเจน



                เบนแค่พยักหน้ารับ ปล่อยให้แม่ของเขาเดินกลับเข้าไปก่อน คงจะช่วยรั้งตัวคุณหนูเจสสิกาเอาไว้เพื่อรอเขา ไม่มีอะไรที่เบนจะเกลียดไปมากกว่าการคลุมถุงชนอีกแล้ว แม่ซื้อตั๋วเดินทางครั้งนี้ เพราะอยากให้เขาได้ใกล้ชิดเจสสิกา คุณหนูแห่งตระกูลพาวาที่ร่ำรวย เป็นเจ้าของกิจการทอผ้าใหญ่โต ส่วนพวกเขาน่ะหรือ ตระกูลสกายวอล์กเกอร์ เหลือเพียงแต่ชื่อที่ยังเป็นที่กล่าวขาน และได้รับการยอมรับในวงสังคมเท่านั้น ทรัพย์สินเงินทอง ร่อยหรอไปกับความล้มเหลวของการทำธุรกิจ แม่ของเขาประคับประคองตระกูลนี้ไว้ตามลำพัง และตอนนี้หนทางแห่งการอยู่รอดก็คือ ขายลูกชายกิน เขานี่ไง ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ เขาต่างอะไรกับโสเภณีข้างถนนล่ะ



                เป็นแบบเธอซะยังจะดีกว่า เบนปรายสายตากลับไปจุดเดิม มองผู้หญิงคนนั้นที่บังเอิญสบสายตากันเพียงวูบเดียวเมื่อสักครู่ เธอกำลังหัวเราะอย่างสดใส เป็นอิสระ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่หัวเราะเปิดเผยแบบนั้น บนโต๊ะอาหารหรือในงานเลี้ยง พวกผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดีและเครื่องประดับราคาแพง จะยกมือปิดปากและหัวเราะอย่างน่าเอ็นดู แต่นี่เธออ้าปากกว้างอย่างไม่สนใจว่าจะมีแมลงวันบินเข้าไปหรือเปล่า การแต่งตัวของเธอ เสื้อผ้าง่ายๆ ค่อนข้างมอมแมม ผมเผ้ามัดอย่างลวกๆ และรุ่ยร่ายอยู่บนบ่า เขาไม่เคยปล่อยให้ตัวเองมีอิสระแบบนั้นเลยในชีวิตนี้ เบน สกายวอล์กเกอร์ ต้องวางมาดอย่างผู้ดีเก่า ทำอะไรให้เป็นที่ยอมรับ แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า



                เขาอยากเป็นอย่างเธอสักครั้ง หัวเราะได้แบบนั้น ยิ้มได้กว้างขวางจนปากจะฉีกถึงหู และไม่ต้องสนใจสายตาของใคร ไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีใครสนว่าเขาจะแต่งตัวยังไง พูดจาอย่างไร หรือว่าจะไปไหน จะมีเงินหรือเปล่า เบนอึดอัดจนอยากกระโดดลงทะเลไปจริงๆ เธอเงยหน้ากลับขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาสองคู่ประสานกัน คราวนี้ไม่มีใครหลบใคร



                แล้วเธอก็ทำสิ่งที่เขาไม่คาดฝัน หญิงสาวยกมือขึ้นโบก ฉีกยิ้มกว้าง



                “ทำอะไรน่ะ” ฟินน์ถามอย่างตกใจ



                เรย์หัวเราะในลำคอ “ก็ดูท่าทางเขาเครียดๆนี่น่า” เธอยักไหล่ หันกลับไปมอง ปรากฏว่าชายหนุ่มคนนั้นหันหลังขวับ เดินจ้ำอ้าวจากไปเสียแล้ว “สงสัยจะเขินล่ะมั้ง”



                “เธอนี่ เหลือเชื่อเลย” ฟินน์ส่ายหน้า แต่ก็ขบขันในตัวเพื่อนสาวมากอยู่



                เย็นวันนั้น นักแสวงโชคทั้งสองคนกินข้าวกับผู้ร่วมเดินทางที่ชั้นประหยัด โต๊ะอาหารเอะอะมะเทิ่งตามแบบฉบับของคนระดับล่างที่ไม่ต้องสนใจมารยาทหรือยศถาบรรดาศักดิ์ของใคร ฟินน์ลุกขึ้นยืนร้องเพลงบนโต๊ะอาหาร มีนักดนตรีช่วยบรรเลงผสมโรง เรย์ยิ้ม ปรบมืออย่างร่าเริงแจ่มใส ทันใดนั้น ใบหน้ากับแววตาที่ดูอึดอัดของชายหนุ่มคนหนึ่งก็แวบเข้ามาในความคิดของเรย์ มื้ออาหารเย็นของชนชั้นสูง คงจะมีอาหารเลิศรสกว่า ดนตรีไพเราะเสนาะหู โคมไฟแก้วคริสตัลระย้าจากบนเพดานห้อง แต่ความสนุกสนานเล่า จะมีเท่าข้างล่างนี้หรือเปล่า เธอนึกถึงสีหน้าของเขา ช่างเป็นคนที่น่าสงสาร แต่จะทำอย่างไรเล่า ได้อย่างเสียอย่าง เป็นเรื่องปกติธรรมดาของโลกใบนี้



                เช่น เรย์เกิดมาอาภัพ พ่อแม่ตาย ปากกัดตีนถีบดิ้นร้นเอาชีวิตรอด แต่เธอก็มีอิสระ จะทำอะไรก็ได้ ไปไหนมาไหนได้ดังใจ ไม่มีกฎระเบียบของสังคมมากะเกณฑ์ว่าเธอต้องทำตัวอย่างไร ต้องแต่งตัวแบบไหน พูดจาไพเราะหรือไม่ ส่วนเขา เกิดมาร่ำรวย บนกองเงินกองทอง มีทุกอย่างป้อนถึงปาก ไม่ต้องดิ้นรนหาเอง ก็ต้องทนกับมารยาทอันบีบรัดตัวพวกนั้นไป เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติของโลก



                หญิงสาวเดินออกจากห้องอาหารตามลำพัง กลับขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ อากาศค่อนข้างเย็นจนหนาว เรย์ห่อตัวอยู่ในเสื้อแจ็กเก็ตของตน ยามนี้ช่างสงบเงียบ มีแต่ท้องฟ้าแต้มดาวเล็กจิ๋ว กับผืนมหาสมุทรสีหมึกที่คลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดสาดอย่างแปรปรวนอยู่ข้างใต้ เรย์นั่งที่ม้านั่งตัวเดิมกับเมื่อตอนกลางวัน ยกขาสองข้างขึ้นมากอดไว้แนบอก แล้วเธอก็เริ่มคิดอย่างจริงจังขึ้นมาว่า เมื่อเหยียบแผ่นดินนิวยอร์ก เธอจะทำอะไรเป็นอย่างแรกดีหนอ แม้จะมีเวลาคิดอีกตั้งหกเดือน แต่บางที เรย์ก็กลัวๆขึ้นมา เธอยังไม่เคยออกจากแถบยุโรปเลย แผ่นดินอเมริกา จะว่าศรีวิไลซ์ก็ใช่ แต่ป่าเถื่อน ก็ใช่อีก เธอได้ยินทั้งข่าวในแง่ดีและแง่ลบมามากมาย



                ระหว่างที่กำลังคิดเพลิน เธอได้ยินเสียงฝีเท้า วิ่ง ผ่านตัวเธอไปเหมือนมองไม่เห็น ร่างสูงของใครคนหนึ่งไปหยุดอยู่ที่หัวเรือ และทำท่าเหมือนจะปีน



                “เฮ้ย เดี๋ยว นั่นนายจะทำอะไร” เรย์เอ่ยเรียกก่อนจะห้ามตัวเองได้ทัน ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว เขาหันมามองเธอ หญิงสาวจำเขาได้ทันที อันที่จริง เธอคุ้นๆตั้งแต่เห็นความสูงกับหุ่นแบบนั้นแล้ว ผู้ชายมาดผู้ดีที่บังเอิญสบตากันเมื่อตอนกลางวันนี่เอง



                “ไปให้พ้น” เขาเอ่ยไล่



                “ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของนาย” เรย์ยักไหล่ เดินไปอยู่ข้างๆเขา และเอนตัวพิงรั้วกั้น “ถ้านายจะโดดลงไป ฉันก็รอดู แค่นั้นเอง” เธอพูดสบายๆ ง่ายๆ เขาหันขวับมองเธอ สายตาเหมือนจะบอกว่า เธอไม่มีสิทธิ์จะมองเขา เหมือนเมื่อตอนกลางวันไม่มีผิด “แต่นายรู้หรือเปล่าว่าข้างล่างนั่น หนาวเย็นแค่ไหน?” เรย์เอนตัว มองลงไปที่มหาสมุทรเบื้องล่าง “หนาวจนร่างกายนายแข็งได้เลย แข็งทุกส่วนเลยนะ เหอะๆ” หญิงสาวพูด ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างที่เขาคงจะนึกว่า เธอช่างมารยาททราม “และถ้านายโดดลงไปตรงนี้ ฉันว่าใบจักรเรือคงฉีกนายเป็นสองท่อน กลายเป็นอาหารปลา น่าเสียดายออก นายท่าทางยังแข็งแรง ทำอะไรได้อีกเยอะในชีวิตนี้ มีเป้าหมายในชีวิตแค่อยากเป็นอาหารปลาหรือไงคะ คุณชาย?”



                เขามองเธออย่างเย็นชา ยืดตัวขึ้น “ใครบอกเธอว่าฉันจะกระโดดลงไป”



                “อ้าว ฉันจะไปรู้เรอะ” เรย์ร้อง “นายทำท่าทางแบบนั้นตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้วนี่” พวกเขามองหน้ากันพักหนึ่ง เขาเหมือนกำลังอดทนอดกลั้นที่จะไม่ด่าเธอแสบๆ เพราะเขาช่างมีมารยาทเหลือเกิน



                “ไม่ใช่ธุระของเธอ” เขาพูดเสียงเย็น



                “เออ ก็ไม่ใช่เรื่องของฉันหรอก” เรย์ยอมรับ “นายชื่ออะไร?”



                “อะไรนะ?” เขาถาม เหมือนไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกต้อง



                “คนเราสบตากันแล้ว แถมบังเอิญเจอกันอีกเป็นครั้งที่สอง ก็แสดงว่ามีชะตาต้องกัน ถามชื่อไว้ก่อน ก็ไม่เสียหายนี่” เรย์ยิ้มน้อยๆหลังพูดจบ “เผื่อว่าฉันแพ้พนัน จะไปยืมเงินนายไงเล่า”



                เขาพ่นลมทางจมูกและส่งเสียงเหอะออกมาเบาๆ “เบน สกายวอล์กเกอร์ และฉันไม่มีเงินให้เธอยืมหรอก”



                “ว้า น่าเสียดาย รวยแต่เปลือกสิท่า” เธอพูดอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง “ฉัน เรย์” เธอฉีกยิ้มอีก ถือวิสาสะยื่นมือไปจับมือเขาเขย่า ทั้งที่เขาไม่ได้ยื่นมือมาก่อน “ยินดีที่ได้รู้จัก เบน สกายวอล์กเกอร์”



                เรย์ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนมาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอยากจะ จีบ ใครสักคน












Writer's talk

ทั้งที่ฉันติดพันกับการเขียน ออริจินัลฟิค เรื่อง Psyche อยู่ (แอบโฆษณาฟิค อยากให้ไปอ่านกันจังเลย แง)

แต่ไอเดียมันพุ่งขึ้นมาในหัว ฉุดไม่อยู่ และเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ฉันควรเขียนทีละเรื่องสิ ควรเขียนจบเป็นเรื่องๆไป แบบนี้ ไม่ดีเลย ไม่ดีอย่างรุนแรง น่ากลัวมาก...


แต่เอาเถอะ ฉันจำเป็นต้องเอาภาพออกจากหัวค่ะ

ติดตามการอัพเดทได้อีกหนึ่งช่องทาง  https://twitter.com/SilverSkySP  ไปรวม สครีม เรย์โล ด้วยกันนะคะ 

                   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #505 ยานรักของเรย์โล (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:28
    เจอน้องเรย์ในมาดห้าวเป้ง กล้าได้กล้าเสีย แมนแมนคุยกันแล้วบั่บ.../เอามือทาบอก ถูกใจอิแม่มันเหลือเกินนนน!! ไม่ต้องเดาเลย น้องเรย์มาในบทของตาแจ๊คแล้ว งั้นพ่อเบนของเราต้องมาในบทแม่โรสแน่นวล เราเคยดูไททานิกเมื่อห้าปีก่อนเห็นจะได้ เป็นการดูหนังเรื่องนี้แบบเป็นจริงเป็นจังครั้งแรก (ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มลืมเลือน ชักอยากจะกลับไปหาดูซะเหลือเกิน) เป็นหนังที่ทำเราหายใจไม่ออก รู้สึกจะตายเอาให้ได้ เพราะร้องไห้เป็นเผ่าเตาจนน้ำมูกคั่งหายใจไม่ออก โอ๊ย! จะตายเอาจริงๆ และพอได้อ่านAUเรื่องนี้แล้วแบบ...ขอให้พลิกได้มั้ย แม้ว่าจบแบบหนังมันจะงดงามและคลาสสิกก็เถอะ ขอเศร้าแค่ในหนังอย่างเดียวได้มั้ยคะ T^T เอาล่ะ...ข้ามไป ขี้เกียจจะเพ้อถึงตอนจบไปก่อน แต่พูดจริงๆ คือน้องเรย์นี่มันเป็นแคแรคเตอร์ที่ดีจริงๆ แม้ว่าจะผ่านโลกมาเจอ แต่ก็ยังสดใส เป็นอิสระ ไม่เหมือนคุณชายที่ช่างขมขื่นทุกข์ระทมกลัดอก เพราะแม่เอามาเร่ขายกิน ตอนเจอกันครั้งแรกนี่เอ็นดู๊เอ็นดู ตอนที่น้องโบกมือให้ เดาว่าคุณชายนังคงช็อคถึงได้หันกลับไปเลย ทั้งชีวิตในดงผู้ดีคงไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไม่รักษาภาพลักษณ์แบบน้อง ชอบที่คุณชายนังถือตัวตอนเสวนาพาทีกับน้อง ละนี่ก็อยากจะรู้ว่านังเรย์ นังเด็กแก่แดดจะจีบคุณชายดงผู้ดีแบบตาเบนยังไง /เท้าคาง
    #505
    0
  2. #311 Audaidaj (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 02:16
    แว็กลูกสาวมาแนวสาวห้าวจีบผู้ก่อนกร๊าวใจนัก
    #311
    0
  3. #246 dandelion (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 08:38
    ดีงาม อย่าอั้นค่ะ จงพรั่งพรูมันออกมาๆ
    #246
    5
    • #246-4 dandelion (จากตอนที่ 31)
      26 เมษายน 2560 / 23:16
      ป้าตามอ่านอยู่จ้า แต่ไม่ได้เม้นท์อะไร พล็อตล้ำมาก ป้าเสพสงบเสงี่ยมจ้ะ แอบอ่านหลานๆคุยกันเพลิน
      #246-4
    • #246-5 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      27 เมษายน 2560 / 07:44
      5555 ขอบคุณจ้า
      #246-5
  4. #245 dandelion (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 08:38
    ดีงาม อย่าอั้นค่ะ จงพรั่งพรูมันออกมาๆ
    #245
    0
  5. #240 Lovelove (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 23:31
    อื้อออ เรย์เท้เท่อ่า จีบเบนก่อนด้วย 5555 เขินนนนนแทน
    #240
    1
    • #240-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      26 เมษายน 2560 / 07:21
      รุกเบอร์แรงค่าาาาา ~~~
      #240-1
  6. #237 Aoeijes (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:47
    อ่านแล้วเขิลแทนคุนชายนุ้งเรย์รุกหนักมากกนู๋เปนผู้หญิงนะลูกกกกตอนจบนี้ต้องทำใจว่าจะดราม่าแน่ๆเลยY Y
    #237
    1
    • #237-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      25 เมษายน 2560 / 14:06
      ผญ. รุกค่ะ 55555 คุณชายท่านได้รับการอบรมมาอย่างดี จะใจแตกคราวนี้แหละ
      #237-1
  7. #236 winassholy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 01:20
    My heart will go on แว่วมาเลย
    #236
    1
    • #236-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      25 เมษายน 2560 / 07:27
      55555 ตอนเขียนก็เปิดเพลงบิ๊วท์นะ
      #236-1
  8. #235 Soso (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 22:43
    หนูเรย์รุกหนักเลยค่ะ ฟินจิกหมอน
    #235
    1
    • #235-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 23:18
      ผญ. เราต้องสตรองค่ะ แม้จะยุคไททานิกก็ตาม จีบก่อนเล้ย รอไร
      #235-1
  9. #234 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:47
    รอฉากdraw me like your french girlนะคะ 5555555555
    #234
    1
    • #234-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 18:21
      เขียน เอยูนี้ ก็เพื่อฉากนั้นแหละ 55555
      #234-1
  10. #233 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:18
    หวายตายแล้ววววววว เรย์รุก เรย์จีบคุณชาย หวายตายแล้วววว555555555555555 โง้ยยย ชอบจัง //////)
    #233
    2
    • #233-2 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 18:20
      ไม่รู้สิค่ะ ตอนจบ... แล้วแต่ฟิลลิ่งเลยง่ะ เหอๆ แต่ฉันเป็นพวก โลกสวย สุขนิยมอยู่ค่ะ
      #233-2
  11. #232 Skye1907 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:30
    เรย์ คือ แจ็คเวอร์ชั้นหญิงชัด ๆ

    เบน คือ โรสเวอร์ชั่นชาย--

    #เมาหนักมากก

    ไม่ต้องห่วงเบน นายได้สนุกแน่ถ้ามาเจอเรย์แล้วเนี๊ยะ
    #232
    1
    • #232-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 18:20
      สนุกจนลืมคู่หมั้นแน่นอน
      #232-1
  12. #231 lamb_san (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:27
    อห. ตับพังแน่ค่ะงานนี้ หนังเรื่องๆททานิคเป็นหนังที่ไม่คิดว่าตัวเองดูแล้วจะร้องไห้ แต่ปรากฎว่าดูทีไรก็ร้องไห้ทุกที... เพลงมันสุดยอดค่ะ อินมากกกกก หลงแจ็คสุดๆ555555 รอติดตามเวอร์ชั่นนี้ค่ะ
    #231
    3
    • #231-2 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 18:19
      หลงแจ็คเหมือนกัน ฮือออออ อยากจิตบนังโรส //เดี๋ยวๆ
      #231-2
    • #231-3 lamb_san(จากตอนที่ 31)
      26 เมษายน 2560 / 01:27
      ใช่มั้ยคะ!!! ผู้ชายอะไรยิ้มทีกระชากหัวใจเราติดไปด้วย(ขอไม่พูดถึงพี่ลี ณ ตอนนี้55555) แค่มาเป็นความคิดก็รู้สึกถึงความอ้อยอย่างรุนแรงค่ะ เขิน... *ยกมือทาบอกแล้วทรุดตัวลง*
      #231-3
  13. #230 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:27
    อมก เรื่องนี้เหมือนเปิดศักราชใหม่ของเรย์โลเลยค่ะ เป็ยเรย์ที่รุกและจีบก่อน แล้วให้เบนรับ 5555 เป็นเรื่องแรกที่เจอกันและไม่ได้เกลียดกันตั้งแต่ต้นเรื่อง สงสารเบนอะ ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก พูดไม่ถูกว่าชีวิตใครตะมีความสุขมากกว่ากัน ระหว่างจนๆแตาได้ทำอะไรตามใจอยสก กับรวย ดัง แต่ต้องเฟค ทำตัวเหมือนเล่นละครตลอดเวลา
    เรย์โล คัมแบ็คในรอบหลายเดือน
    ถึงเราจะไม่เคยดูไททานิคสีกที (แต่ก็รู้เรื่องย่อ) แต่ก็จะอ่านค่ะ 55
    #230
    1
    • #230-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 18:19
      ไม่เคยดูไททานิกได้ยังง้ายยยย แงงงง โห้ว นี่ดูแล้ว ร้องไห้เป็นเผาเต่า
      คุณชาย ก็ยังคงเป็น คุณชายค่ะ เรื่องนี้ ไม่รู้ทำไม ชอบให้เขาเป็นคุณชายจัง
      #230-1
  14. #229 ScarletLetter (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 12:37
    ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่งหลายเรื่องดีแล้ว สลับอ่านได้ค่ะ555 เรื่องนี้เรย์ซนมากเลยค่ะ ส่วนคุณชายก็น่าสงสารจัง รอลุ้นเลยค่ะว่าจะจบแบบไหน จะเหมือนในหนังหรือเปล่า
    #229
    1
    • #229-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 31)
      23 เมษายน 2560 / 18:17
      นั่นสิ จะเหมือนในหนังไหมนะ
      #229-1