Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 3 : As days go by, the memories remain like scars lingering on skin [The Selection AU] - End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 ม.ค. 60



The Selection AU

Original by : Kiera Cass

Chapter : 3/3 




As days go by, the memories remain like scars lingering on skin [The Selection AU] - End



                เบนคิดว่าแบบนี้ดีที่สุดแล้ว ถึงแม้เขาจะทำร้ายจิตใจของผู้หญิงคนหนึ่งให้ต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่เป็นทางออกที่เจ็บสั้น ไม่ต้องเจ็บปวดในระยะยาว เขารู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง เจส พาวา เป็นหญิงสาวที่ได้รับการอบรมดีจากชนชั้นที่สี่ กิริยามารยาทงามพร้อม การพูดจาไพเราะ และคิดก่อนพูด เธอมีจิตใจโอบอ้อมอารีมีเมตตา และพร้อมจะเป็นช้างเท้าหลังคอยสนับสนุนสามี เธอเป็นตัวเลือกที่ดี ทั้งในฐานะภรรยา และในฐานะราชินีสำหรับอนาคต แต่เบนไม่ได้รักเธอ



            เขาทั้งบ้า โง่เง่า และทำอะไรโดยไม่ได้ไตร่ตรอง เขาเลือกเจสเป็นเดอะวัน เพราะตอนนั้นเธอเป็นทางเลือกเดียวที่เขามี เขาไม่อาจเลือกเรย์ เขาจะเลือกเธอได้ยังไง หลังจากรู้ว่าเธอโกหกเขาสารพัด เล่นละครตบตาได้แนบเนียน หรือไม่ เขาเองต่างหากที่อยากจะเชื่อเธอ เขาหลงเสน่ห์ความใสซื่อ หลงรอยยิ้มของเธอ รักที่จะได้พูดคุยและใช้เวลาอยู่ร่วมกับเธอ เขาจึงมองข้ามความเป็นจริงทั้งที่อยู่ต่อหน้า เขาโกรธ เจ็บปวด ทรมาน ยิ่งกว่าตอนที่คิดว่าเธอมีคนรักอยู่แล้วเสียอีก การที่เธอกำลังจะกลายเป็นกบฏ ทำให้หนทางของพวกเขาไม่มีวันลงเอยได้ดี เขาจึงหันไปเลือกเจส เพื่อตัดปัญหา มันกลายเป็นการตัดสินใจผิดพลาด ทำให้เขาผิดหวังในตัวเองที่กำลังจะทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งได้ลงคอ



            เบนไม่มีวันรักเจสได้ ไม่มีวันรักใครอีกแล้ว หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรย์ เธอจะกลายเป็นบาดแผลในความทรงจำของเขา



            “ฉันรักคุณ ฉันไม่... ไม่ได้โกหก”



          เขาจำคำพูดสุดท้ายของเธอได้ เสียงแผ่วเบา มือที่จับแน่นสั่นน้อยๆ หยาดน้ำตาหยดลงมาบนแก้ม เสียงหายใจของเธอติดขัดอย่างอึดอัดทรมาน เบนยึดมือของเธอไว้ ขยับมืออีกข้างลูบแก้มของเธอเพื่อเช็ดน้ำตาให้ เขารู้ว่าเหลือเวลาไม่มาก รู้ว่าเธอกำลังจะจากเขาไป นัยน์ตาของเธอมองเขาด้วยความรู้สึกที่แหลกสลาย อาลัยอาวรณ์



            “ผมรู้ เรย์ ผมก็รักคุณ”



          เมื่อได้พูดออกไป ความจริงข้อนี้ก็กระแทกเขาจนกระเด็นกระดอน เจ็บอยู่ภายในทรวงอก ราวกับหัวใจจะหยุดเต้นไปด้วย



            “ฉัน... ขอโทษ”



          เธอทั้งสะอื้น ทั้งพยายามจะเอื้อนเอ่ยอย่างยากลำบาก เบนรู้สึกดวงตาร้อนผ่าวอยู่แถวหางตา และก่อนที่เธอจะจากไป เขาก้มหน้าลง จูบหน้าผากเธอนิ่งค้าง เนิ่นนาน สัมผัสผิวหนังอุ่นของเธออย่างเนิบนาบ เนิ่นช้า เขาอยากจดจำทุกอย่าง ทั้งเปลือกตาบาง ขนตายาว จมูกเล็กๆของเธอ ริมฝีปาก ลูกนัยน์ตา ถึงแม้จะเต็มไปด้วยน้ำตาก็ตาม



            แล้วเธอก็ไป



            พาหัวใจของเขาทั้งดวงไปด้วย ทิ้งรอยแผลที่รักษาไม่หายเอาไว้ การแต่งงานกับเจสไม่ใช่หนทางรักษา ถ้าเขาดึงดันที่ให้เธอเป็น เดอะวัน และใช้ชีวิตร่วมกับเธอ เธอจะตกนรกทั้งเป็นเสียเปล่าๆ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสามีที่ไม่ได้มีใจรักภรรยา แต่อยู่ด้วยเพราะความสงสาร เขาไม่อยากให้ผู้หญิงที่ดีอย่างเจสต้องอยู่ในสภาพนั้น ถึงแม้จะขัดกับกฎทุกอย่าง เขาก็จำใจประกาศยกเลิกผลของเดอะซีเลคชั่น ซึ่งทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียหายในวงสังคม



            เหตุผลอีกข้อที่เขาไม่อาจแต่งงานกับเจสได้ คือ เขาตั้งใจจะทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จในช่วงชีวิตของเขา ท่านตาและท่านยายรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ตั้งกฎชนชั้นขึ้นมาเพื่อป้องกันความกระเหี้ยนกระหือรือของพวกเชลยในสมัยสงคราม อัลเดอรานเต็มไปด้วยคนหลากชาติพันธุ์ที่ยากต่อการควบคุม จึงต้องมีกฏที่รัดกุมเพื่อป้องกันการกบฏของชาติอื่นที่เข้ามาอยู่รวม กฎนั้นพัฒนาขึ้นกลายเป็นลำดับชนชั้น อยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และมันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยน



            “ผมมีเรื่องอยากขอให้พ่อช่วย ผมไม่รู้ว่ามีกำลังพอจะทำได้หรือเปล่า ผมจะช่วยผมได้ไหม” เบนคุยกับกษัตริย์ฮาน พ่อของเขา หลังจากคิดทุกอย่างมาดีแล้ว ฮานเงยหน้าจากถ้วยชาและมองหน้าลูกชาย เบนรู้ว่าช่วงนี้พ่อกำลังเครียดมาก ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่เขายกเลิกเดอะซีเลคชั่น ฮานต้องพูดคุยกับพ่อแม่ของเจสอยู่นาน กว่าเรื่องทุกอย่างจะเคลียร์ได้ ครอบครัวของเจสได้เลื่อนเป็นชนชั้นที่สอง รับที่ดินและทรัพย์สมบัติปลอบใจไปมากโข เพื่อให้เรื่องเงียบลงไปได้เสียที



            “ได้สิลูก ได้ทุกอย่าง” ฮานพยักหน้า ข้อดีของท่านพ่อคือเขาเข้าใจ และยินยอมให้เจ้าชายรัชทายาทตัดสินใจทุกอย่างเอง



            “ผมจะยกเลิกระบบชนชั้น และสละราชบัลลังก์เมื่อทำสำเร็จ” เกิดความเงียบขึ้นทันทีหลังจบประโยค ฮานมองลูกชายอย่างประหลาดใจ เหมือนถูกดาบเสียบท้องโดยไม่ทันระวังตัว “อัลเดอรานไม่ได้อยู่ในสภาวะสงครามอย่างสมัยของท่านตาอนาคินอีกแล้ว รัชสมัยของท่านพ่อและท่านแม่ได้นำความสงบสุขอย่างมากมาให้อัลเดอราน ถึงเวลาที่เราต้องคิดแล้วนะครับว่าการปกครองที่เราใช้อยู่ เหมาะสมหรือเปล่า ผมเริ่มมองไม่เห็นประโยชน์อย่างจริงจังของการใช้ระบบชนชั้น ประชาชนที่ยากจน อดอยาก เพราะเลือกเกิดไม่ได้ สมควรที่จะต้องตายไปทั้งที่ยังยากจนหรือครับ ก็เหมือนกับนิทานนกอินทรีที่เกิดมาในดงไก่ ไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถที่จะบินอย่างนกอินทรีได้ และตายไปแบบไก่ ผมว่าไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลย ผมก็แค่โชคดีที่เกิดเป็นเจ้าชาย ถึงได้สบาย มีโอกาสมากมายในชีวิต คนทุกคนควรมีโอกาสเท่ากัน”



            “พ่อเข้าใจที่ลูกพูด แต่การจะทำให้สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย อาจมีชนชั้นสูงๆที่หัวรุนแรงออกมาทำอันตรายต่อประชาชน และต่อเรา ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ เราต้องจ่ายแพง” ฮานบอก “แต่พ่อเห็นด้วย และเชื่อว่าแม่ของลูกก็เห็นด้วย เราเคยคุยเรื่องนี้กันอยู่บ้าง แต่เราคิดว่ายังไม่พร้อมรับมือกับหนี้ที่ต้องจ่าย เราสงบสุขมาพักใหญ่ ลูกคงจะเข้าใจนะ พ่ออยู่ด้วยในสมัยนั้น ช่วงปลายของสงคราม พ่อยังเป็นเด็กจากชนชั้นที่สี่ ปู่กับย่าของลูกตายหมดในสงคราม พ่อก็เลยคิดว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะขับเคลื่อนให้เกิดความขัดแย้งได้”



            “แต่ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นไปแล้วนะครับ” เบนหมายถึงเหตุการณ์กบฏบุกเข้ามาในพระราชวัง



            “ถ้าลูกยืนยันที่จะทำเรื่องนี้ พ่อพูดแทนแม่ได้เลยว่า เราจะสนับสนุนและช่วยเหลือให้มากที่สุด แต่เรื่องสละบัลลังก์ มันจำเป็นจริงๆหรือลูก? แม่เขาอาจไม่เห็นด้วยในข้อนี้นะ” ฮานบอก



            “ผมคิดดีแล้วครับ” เบนยืนยัน



            “เพราะเธอใช่ไหม?” ฮานถาม



            เบนไม่ได้ตอบคำถามข้อนั้น เขานิ่งเงียบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ชวนพ่อคุยเรื่องอื่นแทน หลังจากนั้นการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ก็เกิดขึ้น แต่เป็นในรูปแบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มที่ผลักดันการศึกษา ให้คนทุกระดับชนชั้นต้องได้รับการศึกษาที่เท่าเทียม มันยาก ยากมาก ทั้งเบน ฮาน และเลอาต้องต่อสู้กับขุนนางไม่รู้กี่คนเพื่อให้ร่างกฎหมายนั้นผ่าน ใช้เวลาเป็นปีกว่าทุกอย่างจะออกเป็นรูปธรรม และสองถึงสามปีในการปฏิบัติจริง ระหว่างนั้นพวกเขาได้ขุนนางและชนชั้นที่สองกับสามร่วมสนับสนุนแนวคิดนี้เพิ่มมากขึ้น คำพูดและแนวคิดถูกส่งต่อ ถ่ายทอดกันออกไปสู่วงกว้าง รายการทีวีที่มีเนื้อหาแสดงออกถึงการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนค่อยๆถูกถอดออกไป แทนที่ด้วยรายการเน้นการศึกษา ความรู้และข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งสอดแทรกแนวคิดลงไปทีละนิด



            หลังจากกฎหมายการศึกษาและการนำไปปฏิบัติเริ่มลงรูปลงรอย พวกเขาก็ผลักดันกฎหมายแรงงาน กำหนดค่าจ้างให้มีความยุติธรรมมากขึ้น ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับชนชั้นที่พวกเขาอยู่อีกต่อไป เกิดการประท้วงของนายจ้างขึ้นมากมาย ทั้งระดับรุนแรง และเล็กน้อย มีคนปาระเบิดควัน ระเบิดเหม็น ไข่เน่าข้ามประตูพระราชวังเข้ามา แต่เบนไม่สนใจ ทุกอย่างต้องเป็นไป เมื่อวันนั้นมาถึง พวกเขาจะเข้าใจเองว่าเขากำลังพยายามทำอะไร



            จากห้าปี กลายเป็นสิบปี ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง อาจมีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้นบ้างจากกลุ่มที่ไม่พอใจในกฎหมายใหม่ๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี จนถึงปีที่ยี่สิบ เบนอายุสี่สิบแล้ว กฎหมายการปกครองฉบับใหม่ก็ถูกตราขึ้น ความสำคัญและความพิเศษของเหล่าราชวงศ์ถูกลดหย่อนลง จนเกือบจะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป การเลือกตั้ง ครั้งแรกกำลังจะเกิดขึ้นในระดับหัวเมือง คือการเลือกตัวแทนที่จะเข้ามานั่งในสภา เพื่อตัดสินใจและมอบประโยชน์คืนแก่ประชาชน



            ทุกอย่างกำลังไปได้สวย



          เบนยังคงคิดเธอ ทุกวัน ทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ และยามใดที่เขาเหนื่อยหรือท้อจนทนแทบไม่ไหว เขามีรูปของเธอเก็บเอาไว้ มีรูปแค่ใบเดียวคือที่เธอใช้สมัครเข้ามาร่วมเดอะซีเลคชั่น ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวน ยิ้มร่าให้กล้องอย่างอารมณ์ดี การคิดถึงเธอเป็นดาบสองคม ทำให้ชุ่มชื้นหัวใจ มีพลังที่จะก้าวต่อ ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำบาดแผลให้เจ็บแปลบ



            “ทุกอย่างกำลังไปได้ดี” เลอาพูด ขณะนั่งอยู่หน้าเตาผิงในวันที่อากาศหนาว มีผ้าคลุมไหมพรมคลุมอยู่บนไหล่ อดีตราชินีแห่งอัลเดอรานมีอายุใกล้จะหกสิบห้า ผมสีน้ำตาลมีทั้งสีขาวและเทาแซมอยู่ทั่ว เบนชอบใช้เวลาว่างอยู่กับเธอ ถ้าไม่อ่านหนังสือ ก็พูดคุย ส่วนพ่อก็คงจะอยู่ในสวน หรือห้องเก็บเครื่องยนต์ตามปกติ



            “ลูกจะตัดสินใจอีกครั้งไหม เรื่องที่ลูกตั้งใจจะทำหลังจากเรื่องนี้สำเร็จ” เลอาถาม



            “ผมตัดสินใจไปแล้วครับ” เบนยังคงยืนยันตามเดิม เมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสำเร็จไปด้วยดีในอีกห้าหรือหกปีข้างหน้า เขาก็จะลงจากบัลลังก์อย่างโล่งใจที่สุด



            “ประวัติศาสตร์จะจดจำลูกอย่างยิ่งใหญ่” เลอาพูดอย่างภูมิใจ ยิ้มให้ลูกชาย



            “เราครับ แม่” เบนแก้ใหม่ “เราทำทั้งหมดนี้ด้วยกัน ผมไม่มีวันทำได้ ถ้าไม่มีแม่กับพ่อช่วย”



            “ก็แม่รักลูกนี่น่า” เลอาบอก กางแขนทั้งสองข้างออก เบนยิ้มและหัวเราะน้อย ก่อนจะขยับไปกอดแม่ของเขาแน่นๆ เลอาโยกตัวเขาไปมา “เหมือนเพิ่งเมื่อวานเองที่ลูกวิ่งในสวนแล้วก็หกล้ม เลือดออก ร้องไห้งอแง เบนของแม่โตขนาดนี้แล้วหรือนี่ แม่จะไม่แก่ได้ยังไง”



            “แม่ยังไม่แก่สักหน่อย แม่เป็นสาวสองพันปี” เบนบอกอย่างเอาใจ และหอมแก้มเลอาฟอดใหญ่



            “ช่างเอาใจจริง” เลอาพูดเสียงสูง เบนหัวเราะและขยับไปนั่งตามเดิม “แม่มีอะไรให้ลูก” เธอเปลี่ยนเรื่อง และหยิบแฟ้มบางๆขึ้นจากโต๊ะข้างตัวยื่นให้ “ลูกไม่มีเรื่องที่จะต้องกังวล และมันก็ผ่านไปตั้งยี่สิบปี อายุความหมดไปแล้ว” เบนมองหน้าเลอาพักหนึ่ง หัวใจเต้นแรง ก่อนจะพลิกแฟ้มเปิดด้วยมืออันสั่นเทา ทันทีที่เห็นหน้าแรก เขาก็เงยหน้าขึ้นอีกรอบ



            “แม่... แม่รู้หรือครับ” เขาถามอย่างประหลาดใจ “แม่รู้ได้ยังไง ผมคิดว่า ผม...”



            “จัดการได้แนบเนียนดีแล้วใช่ไหม?” เลอายิ้ม หรี่ตามอง “เพราะแม่เป็นแม่ไงล่ะ เบน แม่รู้ดีที่สุด”



            “แล้วแม่ไม่โกรธ?” เบนถาม



            “ไร้สาระ” เลอาส่ายหน้า และโบกมือ “ไปเถอะ เบน ไม่ต้องห่วงทางนี้ พ่อกับแม่จัดการแทนลูกได้สี่ห้าวันสบายๆอยู่แล้ว หรือลูกจะไปนานกว่านั้น แม่ก็โอเค”



            “แต่ว่า...”



            “ไม่มีแต่” เลอาพูดด้วยเสียงออกคำสั่งอย่างที่ลูกชายรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ขัดใจ “ยี่สิบปีแล้วเบน ไปเถอะ เชื่อแม่สิ เท่าที่แม่สืบมา เธอก็ยังรอลูกอยู่ เธอไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้สนใจใครเลย จะมีใครที่ไหนรอกันได้นานขนาดนี้อีก เธอเป็นของลูก เช่นเดียวกับที่ลูกเป็นของเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุด และเพราะเธอไม่ใช่หรือ ลูกถึงสู้ขนาดนี้ ลูกสู้มาตลอด สร้างความเปลี่ยนแปลงที่อาจต้องใช้เวลาห้าสิบปี ให้เกิดขึ้นภายในเวลาแค่ยี่สิบปี โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ”



            “ถามว่าแม่โกรธไหม?” เลอาพูดอีกประเด็นขึ้นมา “มันก็น่าหงุดหงิดอยู่นะที่ลูกชายมาหลอกว่าหนึ่งในกบฏตัวเอ้ตายไปแล้ว และแอบพาเธอกับครอบครัวหนีใต้จมูกแม่เลย”



            เบนก้มลงอ่านกระดาษอีกครั้ง “เธออยู่ชายแดน ผมคงใช้เวลาประมาณ...”



            “ไม่ต้องประมาณ” เลอาขัดขึ้น “อยู่นานเท่าที่ลูกอยากจะอยู่ แล้วค่อยกลับมา พาเธอมาเจอแม่อย่างเป็นทางการด้วยจะดีมาก พ่อกับแม่อยากเห็นหน้าลูกสะใภ้ ถึงจะช้าไปยี่สิบปีก็เถอะ”



            “แม่รู้ไหมครับว่า แม่เป็น แม่และอดีตราชินีที่เจ๋งที่สุดเลย” เบนยิ้มกว้างและอดไม่ได้ที่กอดเลอาอีกครั้ง แน่นยิ่งกว่าเดิมอย่างรักใคร่ที่สุด



            เมื่อแม่อนุญาตและรับปากว่าจะดูแลทุกอย่างระหว่างที่เบนไม่อยู่ เขาจึงออกเดินทางทันที พกไปแค่กระเป๋าเป้สะพายหลัง  เสื้อผ้าไม่กี่ชุด แต่งตัวธรรมดาและออกจากพระราชวังโดยไม่มีผู้ติดตามเลยสักคน เบนเดินทางไปแบบประหยัด พรางตัวแนบเนียนไปบนถนนและรถโดยสาร ไม่มีใครจำได้ เพราะไม่มีใครคิดหรอกว่ากษัตริย์แห่งอัลเดอรานจะโหนรถเมล์ขึ้นรถไฟลงเรือ เมื่อมีคนมองผ่านมาทางเขา ก็จะคิดว่าเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเท่านั้นเอง



            เมืองเล็กติดชายแดนใต้และติดทะเลนั้นอากาศค่อนข้างอุ่นกว่าในเมืองหลวง เบนเดินเลียบถนนสายเล็กริมชายฝั่ง ดูแผนที่ไปด้วย ทางเล็กซับซ้อน แตกแขนงออกไปหลายแห่ง บ้านคนเรียงรายเป็นตับ เขาเดินผ่านสวนสาธารณะของเมือง และเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆจนไปหยุดอยู่หน้าบ้านก่ออิฐหลังหนึ่ง จากการสังเกต เขาก็บอกได้ทันทีว่าครอบครัวของเธอเปลี่ยนอาชีพ กลายเป็นคนหาปลาไปแล้ว มีทั้งแห เบ็ดตกปลา และปลาแห้งที่ตากแดดไว้ ยี่สิบปี เขาไม่ได้เจอเธอมาตั้งยี่สิบปี นึกไม่ออกเลยว่าควรจะทำยังไง เบนตื่นเต้น ตกประหม่า ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็มีปัญหาในการเจอผู้หญิงอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเธอ



            เขาเดินก้าวเข้าไป หยุดอยู่หน้าประตูสีเหลืองนวล หัวใจเต้นแรง ถ้าเธอไม่ต้องการเจอเขาแล้วล่ะ ถ้าเธอคิดว่านานจนเกินไป ถ้า ถ้า ถ้า สมองของเขาถูกหลอกหลอนด้วยคำนี้เต็มไปหมด เบื้องหลังประตูบานนี้ เธออยู่ข้างใน ผู้หญิงที่ทำให้เขาเจ็บปวดแทบเป็นแทบตาย ผู้หญิงที่ทำให้เขามีความสุขทุกครั้งเมื่อนึกถึง แต่ก็ทุกข์ขมขื่นเช่นเดียวกัน



            ให้ตาย เขาเชือดเฉือนขุนนางได้ทั้งสำนัก แต่ดันมีปัญหากับการเคาะประตูบ้าน เบนยกมือข้างขวาขึ้น เขากำลังจะเคาะ ได้ยินเสียงเปียโนกำลังเล่นอยู่ข้างในตัวบ้าน จริงสิ พวกเขาเคยเป็นนักดนตรี



            ประตูเปิดผางออกพอดี เบนชะงักนิ่ง มือยังยกค้างอยู่ เขากำลังมองสบนัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโต รูปดวงตายาวรีเหมือนตากวาง เขาจำดวงตาคู่นี้ได้ เธอมองเขา ดวงตาเบิกกว้าง พูดอะไรไม่ออก เขามองเธอ เธอยังตัวเล็กเหมือนเดิม ผมสีน้ำตาลยังตัดทรงเดิม เสื้อผ้าเปลี่ยนไป เขาเคยชินกับภาพเธอสวมชุดยาวๆที่ทางพระราชวังจัดให้ แต่ตอนนี้เธอใส่อะไรง่ายๆ กางเกงและเสื้อสีเทา มีผ้าพันคอสีเดียวกันพันอยู่รอบคอ เธอทิ้งตะกร้าสีส้มในมือ ริมฝีปากคลี่ยิ้ม เขาคิดถึงรอยยิ้มนี้แทบขาดใจ เบนเป็นฝ่ายขยับก่อน เธอกำลังจะร้องไห้ เขาเห็นน้ำตาคลอหน่วยอยู่รอบขอบตาล่าง เขาประคองใบหน้าของเธอไว้ในฝ่ามืออย่างทะนุถนอม นานเหลือเกิน เนิ่นนานจนแม้แต่เจอหน้า ก็ทำให้หัวใจบีบรัดทุกข์ทน ปนไปกับความสุขที่เอ่อล้น



            “เรย์” เขาเอ่ยชื่อนั้น ชื่อที่เขาไม่ได้เรียกมายี่สิบปี



            “เบน” และเธอเรียกเขาด้วยเสียงของเธอ ที่เขาไม่ได้ยินมายี่สิบปีเช่นกัน








 

 

            “ฉันรักคุณ ฉันไม่... ไม่ได้โกหก”

          “ผมรู้ เรย์ ผมก็รักคุณ”

          “ฉัน... ขอโทษ”

          “ผมจะตามหาคุณ”

          “ยังไง คุณจะหาฉันเจอได้ยังไง ฉันจะหนีไปไหน คุณก็ไม่รู้”

          “ได้สิ ผมจะหาคุณให้เจอ ผมสัญญา คุณจะรอผมไหม ได้โปรด รอผมนะ เรย์”

          “รอค่ะ ฉันจะรอ ฉันสัญญา”

 



E  N  D






Writer's Talk

ฉันรู้สึกฟินทุกครั้งเลยค่ะเวลาเขียนเรย์โลจบ ไม่ว่าจะเรื่องสั้นเรื่องยาว มันมีความสุข โล่งใจ ฟินมากๆ และอย่างที่บอก ฉันชอบตอนจบแบบมีความสุข หวังว่าคงเป็นการพลิกล็อคที่ถูกใจทุกคนนะคะ บางคนคงพอจะเดาได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ได้อ่านเรื่องอื่นๆของฉันมาก่อน ฮ่าฮ่า มันเป็นสไตล์ของฉันอ่ะค่ะ อย่าเบื่อกันน๊าาา  อยากเขียนจบไม่ดีอยู่แหละ  แต่ฉันทำใจให้คู่นี้ไม่ลงเอยกันไม่ได้สักที พยายามมาหลายเรื่องแล้ว สำเร็จไหม? ไม่เลย พยายามมาตั้งแต่เรื่อง B&B แล้วค่ะ อยากได้ Bad end มาตลอด แต่ก็... อย่างที่เห็น  จบแบบมีความสุขทุกเรื่อง 


กลัวเบื่อเหมือนกันนะเนี่ย  เรื่องหน้าฉันจะพยายามค่ะ !!! จะเอา Bad End มาฝากทุกคนให้ได้ ส่วนจะเป็น AU ใดนั้น ฉันขอไปดูฟิลลิ่งตัวเองก่อนว่ามีแนวโน้มไปทางใด


สำหรับวันนี้ ฝันดีค่ะ 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #811 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 14:11
    อ่านตอนนี้ไปร้องไห้ไป เป็นเรื่องสั้นสามตอนที่อิมแพคมากๆ สนุกมากกกกกกกกกกกกก น้ำตาไหลพราก
    อยากจะขอร้องไรท์อย่าแต่งคู่นี้แบบแบดเอนเลยคะ เพราะหลังจากดูภาค9จบอยากอ่านแต่กู๊ดเอน
    เอาจิงๆไม่ว่าจะอุปสรรคขนาดไหนถ้าฝ่าฟันไปได้ก็อยากให้จบแบบคู่กันอยู่ด้วยกันไรงี้
    แต่ถ้าไรท์แต่ขอให้จั่วหัวนิดนุงว่าแบดเอนคือยังไงก็อ่านแต่ขอทำใจก่อนค่ะ
    #811
    0
  2. #504 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:09
    เปิดมาเจอความเศร้าขนานหนัก ถึงกับหลุดหวีดกันเลยทีเดียว และก็พาลถึงขั้นว่าจะไม่ขยับนิ้วเม้นท์ให้ตอนนี้อย่างเด็ดขาด! ฮึ่ย! ทำไมถึงให้น้องตาย ทำไมต้องมารู้ใจกันในนาทีที่สายไป ตอนนั้นหัวใจเราแหลกสลายค่ะ เหมือนที่หินมาถ่วงในอก อยากจะปิดหน้าต่างไปให้มันสิ้นๆ แต่ก็นะ...อ่านมาถึงตอนจบแล้ว ขอดูหน่อยละกันว่าหลังจากที่เสียน้องไปแล้วเจ้าชายเยนจะดำเนินชีวิตไปยังไง และต้องบอกว่ามันดีมากค่ะ ดีจนเราทนอ่านจนจบ ประทับใจที่เจ้าชายปล่อยเจสไป เลือกที่จะครองตัวเป็นโสด และเดินหน้าตามสิ่งที่ตั้งใจซึ่งเป็นทั้งเจตนารมย์ของตัวเองและของน้องด้วย เหมือนมีชีวิตอยู่เพื่อน้องเลย เห็น20ปีที่เด็ดเดี่ยว ยากเข็ญแต่ก็ฝ่าฟันมาจนจบ จนถึงนาทีที่ได้รู้ว่าน้องยังอยู่ ไม่ได้จากไปอีกภพภูมินึงอย่างที่เราคิดไว้ ตอนนี้เองที่ทำให้เราคิดได้ว่า จริง! เรื่องนี้มันพลิกในพลิกในพลิกในพลิก! แล้วทำไมเราถึงเชื่อในสิ่งที่ผู้เขียนเขียนมาหลอกเราได้เนี่ย! (เปล่าหลอก แค่เขียนไม่หมด แน่ะ!) แต่เอาจริงๆ มันเป็นงานเขียนที่สนุกมากค่ะ หมายถึง...ซับซ้อนแบบนี้มันยิ่งทำให้งานเขียนเรื่องนี้มีเสน่ห์ เรื่องนี้มีเสน่ห์ และการรอคอยตลอด 20 ปีของเรย์กับเจ้าชายเบนช่างงดงาม บริสุทธิ์ แน่นอนว่ามันงดงามเหลือเกิน โมเมนท์ที่ได้เป็นอิสระจากโลกภายนอก ได้กลับมาหากันซะที ได้อยู่ด้วยกันซะทีช่างอิ่มเอมในความรู้สึกเหลือเกินค่ะ ประทับใจอย่างสุดซึ้ง~
    #504
    0
  3. #470 AmaiKusano (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:43
    ชอบมากๆเลยค่ะ ฮือออออออ ซาบซึ้ง ชุ่มชื่นหัวใจ ขอบคุณไรท์ค่า 💗
    #470
    0
  4. #420 Alekisme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 10:29
    น้ำตายังเปียกอยู่เต็มแก้มอยู่เลยตอนพิมพ์คอมเม้นหลังจากอ่านเรื่องสั้นสามตอนนี้จบ ฮือออออ พลิ๊กล๊อคแล้วพลิกล๊อคอีก ;-; ไม่คาดคิดว่าจะเรย์จะซ้อนแผนมาอีกที แล้วเบนก็รู้ทันอีกที มันดีมากๆเลยค่ะ แอบขอเชีนร์ให้จบแฮปปี้ตลอดเถอะค่ะ ระหว่างทางจะบีบหัวใจยังไงไม่ว่า ส่วนตัวชอบจบแบบแฮปปี้ ชอบงานเขียนของไรท์มากๆ อ่านเรื่องนี้ไปแล้วถึงฉากน้องเรย์ตายยี่นอกจากน้ำตาไหลพรากๆแล้วก็ทำใจก็ได้ว่าต้องเศร้า แต่รักฟิคไร์มาก อ่านต่อ ไม่คาดคิดว่าจะมีพลิกอีกทีให้เราได้ใจฟูตอนจบ ขอบคุณมากนะคะ เราใจบางมาก เพราะไม่รู้ว่าภาคจบจะเศร้าอีกขนาดไหน หนทางให้คู่นี้ลงเอยกันริบหรี่เหลือเกิน เลยอยากอ่านฟิคแบบที่ให้เค้าได้คู่กันเถอะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ ถ้ามีแบดเอนจริงๆขอให้เขียนคำเตือนจั่วหัวไว้ก่อนได้ไหมคะ ฮรือออ ใจอ่อนแอรส์ววว ;-;
    #420
    0
  5. #398 T_3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:29
    หวานมากๆๆๆๆ ชอบจังเลยค่ะ

    เขินน ชอบท่อนจบบ

    ฮิ้วววววว
    #398
    0
  6. #320 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 20:44
    แงงงงงง ฉันรักความสุขที่ผ่านการรอคอยมานานจนแทบไม่เหลือความหวังเหลือเกิน
    #320
    0
  7. #293 Audaidaj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:19
    เริ่มแชปมานี่ใจล่วงวู้บเลยนึกว่าจะเสียเรย์ไปจิงๆซะแล้ว ที่ไหนได้ ปริ่มใจที่สุด
    #293
    0
  8. #285 Hanamizu Renge (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 15:37
    น้ำตาจะไหลตั้งแต่หม่อมแม่เลอายื่นแฟ้มให้เลยค่ะ
    นึกว่าจะจบแบบ Bitter sweet แล้ว /เริ่มทำใจตั้งแต่บรรทัดที่ว่า เธอไปแล้ว
    พลิกแบบนี้มันช่างอบอุ่นหัวใจจริง ๆ ค่ะ ;w;

    #285
    0
  9. #271 * GraZe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 08:21
    จบแบบดีต่อใจคนอ่านมากค่ะ นึกว่าเรย์จะตายไปจริงๆซะอีก
    แต่ว่า20ปีนี่มันนานมากเลยนะ นับถือใจของทั้งคู่จริงๆ

    #271
    0
  10. #19 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:46
    20ปี เป็นเวลาที่ยาวนานมากจริงๆ แบบว่า มากๆ นับถือใจที่ยังรอกันได้ โห นี่คือรักแท้ที่ไม่แพ้อะไรเลย

    /แบดเอนอีกแบบคือ จบแบบเรย์แต่งงานมีลูกไปแล้ว แย่กว่าเรย์ตายอีกมั้ง 55555

    ถ้าเชียร์แบดเอน(บางเรื่องนะ) เราจะโดนสาปแช่งไปด้วยกันมั้ยคะ 555 *ทีมแบดเอนจับมือกันไว้แน่นๆนะคะ* (แต่พอมองกลับไปที่ B&B หรือเรื่องอื่นๆที่เคยเชียร์ให้จบแย่ ก็รู้สึกว่าจบแบบแฮปปี้เอนอะดีแล้ว )
    #19
    1
    • #19-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      11 มกราคม 2560 / 05:58
      เกือบจะให้เรย์แต่งงานมีลูกเหมือนกันค่ะ .... แต่คิดไปคิดมา ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สุขให้สุดไปเลยดีกว่า เรย์ดูทำแย่ๆกะเบนมาเยอะในฟิคนี้ รอแค่ยี่สิบปี ต้องทำได้สิ !!
      #19-1
  11. #18 Alecxia Drew (Adriene) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:37
    อุ่นละมุน~ จบงามดีค่ะ ดีกับใจ
    ถ้าBad end เมื่อไร...อย่าให้ที่อยู่ไรท์ถึงหูเรานะ อิอิ หัวใจเราเบาะบางง ๕๕๕๕
    #18
    1
    • #18-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      11 มกราคม 2560 / 05:56
      อยาก bad end แต่ใจไม่ถึงพอจริงๆ
      #18-1
  12. #17 Skye1907 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:32
    อ่านตอนแรกนึกว่าเรย์จะไปซะแล้ว พออ่านถึงตอนจบ คือ หลุดยิ้มถึงใบหูแบบแมวเชชเชียร์ในอลิซในแดนมหัศจรรย์
    #17
    1
    • #17-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      11 มกราคม 2560 / 05:56
      แมวตัวนั้น ยิ้มน่ากลัวอะ
      #17-1
  13. #16 Dandelions (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:31
    อิ่มเอม...

    ความรู้สึกนี้ กับตอนจบตามแบบฉบับของไรท์นั้น ดีต่อใจเหลือเกิน
    #16
    1
    • #16-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      11 มกราคม 2560 / 05:56
      ทำใจ จบแย่ไม่ได้ซะที
      #16-1
  14. #15 Apirujeeners (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:59
    ถ้าจบแบบ bad end คงจะนั่งอ่านไปร้องไห้ไปอะค่ะไรท์ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่ไรท์เลยนะคะ ._. ถ้าเบนเป็นลูกที่น่ารักแบบนี้ในหนังก็คงจะดีสิค่ะ t-t
    #15
    1
    • #15-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      10 มกราคม 2560 / 22:07
      ฉันไม่ใช่คนใจร้ายนะคะ
      #15-1
  15. #14 ชื่อช้อยค่ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:53
    ถ้าไรท์จบแบบBad End รีดคงขาดใจตาย พร้อมส่งคำสาปไปหาไรต์ 5555555
    #14
    1
    • #14-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      10 มกราคม 2560 / 22:06
      โอ้ .... อย่าน๊าาาา
      #14-1