Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 26 : [DLL] When I looked at you, I could get lost and drown in an ocean of you.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    23 ก.พ. 60



Daddy-Long-Legs   AU

Inspiration :  Daddy-Long-Legs   by Jean Webster

Chapter :  6 / IDK

 










When I looked at you, I could get lost and drown in an ocean of you.

 


10 กรกฎาคม

ถึง เรย์


            อภัยให้ฉันเถอะ เด็กน้อย

ไคโล เรน



13 กรกฎาคม 

ถึง คุณพ่อขายาว


            คุณพ่อคะ ฉันไม่ได้โกรธคุณพ่อแล้ว แค่คุณพ่อส่งจดหมายกับถ้อยคำน่ารักแบบนั้นมา ฉันก็หายโกรธเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่เปิดอ่าน ทั้งที่เป็นถ้อยคำสั้นๆแค่นั้น แต่ฉันอ่านวนตั้งหลายรอบ ไม่รู้ทำไม แต่เวลาที่คุณพ่อเป็นคนส่งมา ไม่ว่าจะโทรเลขหรือจดหมาย ต่อให้เป็นข้อความสั้นแค่ไหน ฉันก็ดีใจมากอยู่ดี และไม่อาจโกรธคุณพ่อขายาวของฉันได้อีกต่อไป พอมาลองนึกย้อนดู ฉันทำตัวงี่เง่าอีกแล้วใช่ไหมคะ แต่ตอนนั้นฉันโมโหมากจริงๆ และมันหยุดตัวเองไม่ได้ ฉันต้องหัดคิดให้รอบคอบมากกว่านี้ ก่อนจะทำอะไร ฉันจะพยายามค่ะ จะพยายามอย่างจริงจัง พยายามที่จะไม่โกรธคุณพ่อของฉันอีก แต่คุณพ่อก็อย่าบังคับฉันอีกนะคะ ที่แจคคู มีคนบังคับฉันเยอะแล้ว คุณพ่อเป็นคนใจดีน่ารัก ได้โปรด อย่าบังคับให้ฉันทำอะไร นอกเสียจากจะมีเหตุผลสำคัญที่ฉันเถียงไม่ได้ ฉันไม่ชอบการกระทำที่ไม่มีเหตุผลค่ะ



            นึกย้อนกลับไปตอนอยู่แจคคู เคยมีพี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ชื่อลินดา เธอดูเหมือนจะเป็นคนใจดี ยิ้มเก่ง แต่พอเวลาโมโห จะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ และกลายเป็นคนไร้เหตุผลไปเลย เธอเคยตีทอมมี่เสียก้นลาย นั่งไม่ได้เป็นวัน เหตุเพราะทอมมี่พูดเสียงดังเกินไปในห้องอาหาร ทอมมี่อาจจะเป็นเด็กส่งเสียงโวยวายก็จริง แต่การลงโทษนั้นเกินกว่าเหตุ มีครั้งหนึ่ง เธอบังคับให้เด็กผู้หญิงทุกคนต้องถักเปียสองข้างเหมือนกัน พอถามหาเหตุผล เธอก็พูดว่า “เพราะฉันบอกอย่างนั้น” เป็นอย่างไรล่ะคะ คุณพ่อ น่าหงุดหงิดแท้ เรื่องทรงผมกลายเป็นประเด็นแบ่งแยกว่าเด็กคนไหนดี เด็กคนไหนไม่ดี ตลกแท้ๆเชียว พวกเราเด็กกำพร้าแจคคูจึงเอาคืนเธออย่างแสบ เราแอบจับคางคกไปไว้บนเตียงของเธอค่ะ ซึ่งน่าสงสารคางคกมากเพราะว่ามันถูกเธอนอนทับ เสียงตัวมันแตกดังปัง! ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดลั่นของเธอ คุณพ่อคงเดาได้ว่าฉันกับเพื่อนๆถูกทำโทษ พวกเราต้องปีนขึ้นไปซ่อมหลังคากันค่ะ



            วีรกรรมความแสบของฉันไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะคะ แต่กลัวว่าเล่าให้คุณพ่อฟังรวดเดียว จะทำให้คุณพ่อรู้สึกว่าไม่น่าให้ทุนการศึกษากับฉันเลย เพราะฉันเป็นเด็กไม่ดีเอามากๆ



            ฉันเล่าให้คุณพ่อฟังเรื่องเบนน่าจะดีกว่าค่ะ การมาถึงของเขา ทำให้ทุกคนในบ้านฟาร์มตื่นเต้นกันใหญ่ อย่างที่คราวก่อน ฉันก็เล่าไปแล้วว่าทุกคนเตรียมการกันราวกับต้อนรับพระราชา จะว่าไป เขาเป็นทายาทคนเดียวใช่ไหมคะ? ก็คงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะถูกเลี้ยงดูปูเสื่อเยี่ยงราชา จากที่เจอกันคราวก่อน ฉันมองว่าเขาค่อนข้างเป็นกันเอง ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่คราวนี้ ฉันอาจต้องคิดใหม่เสียแล้วค่ะ โอ้โห เขาวางมาดเป็นคุณชายตั้งแต่ก้าวลงจากรถเลย คุณพ่อเชื่อไหมคะว่าเราต้องตั้งแถวยืนเรียงกันต้อนรับเขาด้วย อะไรมันจะขนาดนี้ ฉันอยากจะหลุดขำ แต่ก็ต้องเก็บอาการ ไม่อย่างนั้นแบซีนบ่นฉันตายเลย ทั้งที่เธอมีศักดิ์เป็นคุณอา แต่กลัวหลานตัวเองซะอย่างนั้น ตลกจริง ตระกูลนี้ เขามองมาทางฉันแวบหนึ่งค่ะ แล้วก็เบือนไปทางอื่นราวกับไม่เคยคุยกัน ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย คุณพ่อคะ พวกคนรวยมีอาการสองบุคลิกแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า? เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ตามอารมณ์ไม่ทัน



            ฉันนึกว่าเขาจะอยู่ที่นี่แค่เฉพาะเสาร์อาทิตย์เสียอีก เพราะจากที่แบซีนและมาซพูด เขาดูเหมือนจะมีงานรัดตัวตลอดเวลา วันนี้วันจันทร์ ก็น่าจะเสด็จกลับไปได้แล้ว แต่ฉันคิดผิด เขาจะอยู่ถึงวันพุธนู่น เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา บ้านฟาร์มเหมือนคุกเลยค่ะ จากที่ฉันเคยทำตัวสดใสร่าเริง ส่งเสียงดังได้เต็มที่ พูดจาเล่นหัวกับสาวใช้บ้าง คนงานบ้าง ล้อเลียนแบซีนทั้งต่อหน้าและลับหลังเธอบ้าง ฉันทำไม่ได้เลยค่ะถ้ามีเขาอยู่ในบ้านด้วย เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายสุภาพ เป็นกันเอง ที่เลี้ยงน้ำชากับขนมฉันในวันนั้น เขาไม่พอใจอะไรฉันขึ้นมานะ ฉันไม่เข้าใจเลย



            มนุษย์นี่เข้าใจยากจัง



เด็กน้อยของท่าน

เรย์




           

            ร่างเล็กนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หน้าแปลงผักของเธอ หลังจากรดน้ำต้นไม้ตอนเช้าเรียบร้อย เธอก็นั่งเขียนจดหมายเสียตรงนี้ รอรับแดดยามเช้าที่เริ่มลับมุมเหลี่ยมเขา ส่องแสงเจิดจ้าจากบนท้องฟ้าส่งมากระทบกับร่างหญิงสาว ผมสีน้ำตาลของเธอเหมือนจะสีสว่างขึ้น หน้าผากมนยังก้มอยู่ และดวงตาสีน้ำตาลกลมๆก็ยังอ่านทวนจดหมาย เธอจึงไม่รู้ว่าใครกำลังเดินเข้ามาจากด้านหลัง



            เบน สกายวอล์กเกอร์หยุดเท้าเดินกลางคัน นัยน์ตาสีดำมองหญิงสาวในเสื้อผ้าเรียบง่าย เสื้อลายสก็อตเข้ากับบรรยากาศชาวไร่ กางเกงขายาวที่เหมือนเอาไว้ใส่ขี่ม้ามากกว่าจะใส่ออกมารดน้ำต้นไม้ ช่างเป็นคนที่ไม่ได้สนใจกฎเกณฑ์สังคมว่าควรจะแต่งตัวอย่างไร แต่นี่ก็คือแบบของเรย์อย่างแท้จริง และเขาก็ชอบความเรียบง่าย สบายๆ ไม่สนใจสายตาใครของเธอ ผมสีน้ำตาลมัดเป็นกระจุกเดียวหลวมๆ เส้นผมบางส่วนหลุดลุ่ยออกมาอย่างที่เธอไม่คิดจะมัดให้เรียบร้อยกว่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลกำลังจดจ่อกับกระดาษในมือ เขาสงสัยว่านั่นจะเป็นจดหมายหรือเปล่า



            สองวันที่ผ่านมา เขาแทบไม่ได้คุยกับเธอ สบตาเป็นบางครั้ง แต่เขาก็เบือนหนีและมองผ่านเหมือนเธอไร้ตัวตนโดยสิ้นเชิง เขาแค่ไม่อยากแสดงความสนใจในตัวเธออย่างออกนอกหน้า ไม่ต้องการให้ใครจับผิดได้ง่าย เขาจึงทำกับเธอแบบเดียวกับที่ทำต่อคนอื่น และจากที่เขารู้จักอุปนิสัยของเธอผ่านตัวอักษรในจดหมาย เธอคงไม่ชอบนักที่เขาทำเป็นเมินใส่ แต่เพราะเขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป การแอบมองเธอห่างๆ ขืนตัวเองไว้ไม่เข้าไปพูดคุย ทำได้ยากยิ่ง สักพักเธอก็รู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ จึงหันมา ใบหน้าค่อนข้างเรียบเฉยในทีแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเคอะเขิน เหมือนไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร



            “ผมมารบกวนคุณหรือเปล่า?” เบนถามขึ้นทันที



            “ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้า ริมฝีปากแย้มเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย    


 

“กำลังทำอะไรอยู่” เขาเอ่ยถาม ทั้งที่พอเดาได้อยู่แล้ว



            “เขียนจดหมายหาผู้อุปการะของฉันค่ะ” เรย์ตอบ



            เบนพยักหน้ารับรู้ แล้วพวกเขาก็เงียบไปพักหนึ่ง เป็นความเงียบที่ค่อนข้างน่าอึดอัดและขัดเขิน เบนไม่รู้ว่าควรจะชวนเธอคุยเรื่องอะไร และเธอเองก็คงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรเช่นกัน เขาสังเกตเห็นเธอขยับ หันหน้าไปและก้มลงพับจดหมายอย่างประณีต อย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี เบนกำลังจะขยับริมฝีปาก อยากถามเธอ อยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับคุณพ่อขายาวของเธอในตอนนี้ แต่หญิงสาวก็เงยหน้า หันมา และชิงถามขึ้นก่อน



            “คุณสกายวอล์กเกอร์กินอาหารเช้าหรือยังคะ”



            “เรียบร้อยแล้วครับ” เบนตอบ รู้สึกว่าควรจะถามกลับ แต่ก็ไม่ได้ถาม ทำไมอะไรก็ดูยากไปหมด ดูช่างน่าเขินอาย อึดอัด เบนหันไปมองแปลงผักสลัด ในที่สุดก็หาหัวข้อเจอ “ผักที่คุณปลูกดูงามเชียว” ดูเหมือนเขาจะมาถูกทาง เพราะเรย์ยิ้มกว้าง ยิ้มทั้งปากทั้งตา เล่นเอาดวงอาทิตย์ยามเช้าที่สดใสเหมือนจะหมองแสงลงไป ถ้าเทียบกับเธอ



            “ฟาสม่าเป็นคนสอนค่ะ” เรย์บอก “คุณมาที่บ้านฟาร์มบ่อยไหมคะ?”



            “เดือนละครั้งหรือสองครั้งครับ” เบนตอบ ยังคงยืนที่เดิม ไม่กล้าเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ยาวตัวเดียวกับเธอ เพราะมันอาจดูไม่เหมาะนักที่จะใกล้ชิดเกินไป เขาเกรงว่าจะมีคนอื่นมาเห็นแล้วแอบพูดลับหลังถึงเธอได้



            “ฉันเห็นว่าคุณกำลังสร้างเรือนกระจก” เรย์พูดต่อ “จะเสร็จทันฤดูหนาวไหมคะ?”



            “น่าจะเสร็จทัน ผมคิดว่าจะเริ่มปลูกผักง่ายๆก่อน ดูว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่คนงานก็มีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้อีกมาก คงขลุกขลักสักหน่อยในช่วงแรก” เบนตอบ นัยน์ตาสีดำจ้องมองเธอ ดวงตาสีน้ำตาลสุกใสช่างดูซื่อบริสุทธิ์ เมื่อลมพัดมาเบาๆก็ทำเอาเส้นผมของเธอปลิวจนเกะกะลูกตา หญิงสาวยกมือขึ้นเขี่ยเส้นผมไปไว้หลังหู “คุณอยู่ที่นี่สบายดีไหมครับ?” เบนเป็นฝ่ายถามบ้าง



            “สบายดีค่ะ” เรย์ตอบ ยิ้มน้อยๆอีกครั้ง “ทุกคนที่นี่น่ารักมาก และฉันก็ได้ทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำ สนุกกว่าที่คิดไว้ตอนแรกค่ะ”



            แล้วเธอหายโกรธคุณพ่อของเธอหรือยัง? เป็นคำถามที่เขาอยากได้คำตอบ แต่ก็ไม่ได้อยู่ฐานะที่จะเอ่ยถามออกไปตอนนี้ได้ คงทำได้เพียงตะล่อมถามอ้อมๆเท่านั้น เบนใจร้อนเกินกว่าจะรอจดหมายของเธอ เธออาจจะหายโกรธ และกลับมาเป็นเด็กน้อยน่ารักเหมือนเดิม หรือเธอจะยังโกรธ เพราะเขาทำตัวไร้เหตุผล เบนเดาใจเธอไม่ออกเลย



            “คุณบอกว่ากำลังเขียนจดหมายถึงผู้อุปการะ” เบนเริ่ม หวังว่ามันจะไม่ดูก้าวก่ายจนเกินไป “เล่าเรื่องเขาให้ผมฟังได้ไหม” นัยน์ตาของเธอแสดงความแปลกใจ แต่ริมฝีปากก็แย้มยิ้มบางๆเช่นเคย



            “เขาเป็นคนที่พิเศษอย่างที่สุดเลยค่ะ” เรย์ตอบ น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน “ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แค่นามแฝง รู้ว่าเขาเป็นคณะกรรมการคนหนึ่งของบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า และคงจะเป็นคนที่ร่ำรวยทีเดียว เพราะเขาบริจาคเงินทุกปี ให้ทุนการศึกษาอยู่บ่อยๆ ฉันรู้สึกโชคดีและเป็นเกียรติมากที่ได้รับทุนการศึกษาจากเขา ถ้าคุณถามว่าเขาเป็นคนอย่างไร ก็ตอบยากค่ะ เพราะฉันไม่รู้จัก แต่ฉันคิดว่าเขาเป็นคนจิตใจดี บางครั้งก็เอาแต่ใจและเย็นชาไปหน่อย คิดดูสิคะ ฉันเขียนจดหมายหาเขามาตลอดสิบเอ็ดเดือน เคยได้รับจดหมายตอบจากเขาจริงๆแค่สามครั้ง แต่ทุกครั้งก็ทำให้ฉันดีใจเสมอค่ะ แม้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาจะทำให้ฉันโมโหก็ตาม”



            “แล้วคุณรู้สึกยังไงกับเขา” เบนถามก่อนจะห้ามตัวเองทัน



            “เขาเป็นเหมือนคุณพ่อของฉันค่ะ” เรย์ตอบทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด “ฉันทั้งรักและเคารพ”



            “ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยเจอเขามาก่อนน่ะหรือครับ” เบนถามอีก ขณะที่ภายในใจกำลังลิงโลด แต่เขาก็เก็บความรู้สึกเหล่านั้นซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด



            “ใช่ค่ะ” เรย์ยืนยัน เงียบกันไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนเธอจะลุกขึ้นยืน “ฉันคิดว่าควรไปช่วยฟาสม่า เธอ...”



            “ไปเดินเล่นกับผมได้ไหม” หลังจากคำชวน เธอเหมือนจะอึ้งไป หญิงสาวเม้มริมฝีปากอย่างไม่มั่นใจว่าควรตอบอย่างไร “คุณเคยไปที่ลำธารหรือยัง เดินไกลหน่อย แต่คุ้มค่ากับการเดินแน่ มันสวยงามมาก น้ำไหลลงมาจากภูเขา รายล้อมด้วยต้นไม้ คุณน่าจะชอบ” มันพอจะทดแทนกันได้ไหม เขาบังคับเธอมาที่นี่ ทำให้เธอไม่ได้ไปเห็นทะเล ดังนั้นวันนี้ เขาจะขอทดแทนช่วงเวลาเหล่านั้นที่ช่วงชิงมาจากเธอ



            เธอยิ้ม ตอบตกลง แต่ขอนำจดหมายกับปากกาไปเก็บที่ห้องก่อน และเพราะการเดินไปและกลับคงจะกินเวลาเกินเที่ยง เบนจึงคิดว่าควรติดตะกร้าอาหารกลางวันไปด้วย เขาเร่งฝีเท้าไปทางครัว สั่งให้มาซจัดตะกร้าปิกนิกอย่างรวดเร็วที่สุด มาซไม่เคยถามอะไรซอกแซก จะลงมือทำตามคำสั่งทันที เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็ออกไปเจอเธอที่จุดเดิม และเดินนำทางเธอไปเรย์หอบอุปกรณ์วาดรูปมาด้วย คงกะใช้เวลาแถวลำธารอย่างเต็มที่



ทางไปลำธารต้องลัดเลาะเข้าไปในแมกไม้ ห่างจากฟาร์มพอสมควร เรย์ไม่ปริปากบ่นเรื่องเดินไกล และตลอดทางเธอก็เริ่มชวนเขาคุยอย่างเป็นกันเองอีกครั้ง ถามอะไรหลายอย่างด้วยความสงสัย อย่างเรื่องห้างสรรพสินค้า มีอะไรบ้าง อะไรแพงที่สุด ถูกที่สุด มีคนเดินเยอะมากแค่ไหน จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเขาถามเธอแทน เขาอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเธอให้มากขึ้น ทั้งอาหารที่ชอบกิน ขนมที่ชอบ ซึ่งตอนนี้ขนมที่เธอชอบที่สุดคือลามิงตัน วันเกิดของเธอ ซึ่งเธอไม่รู้ และก็ไม่เคยสนใจที่จะอยากรู้ สถานที่โปรด ซึ่งตอนนี้คืออัลเดอราน เธอเรียกที่นั่นว่าบ้าน สถานที่ที่อยากไปที่สุดคือทะเล เพราะเธอไม่เคยเห็นทะเล ทำให้เบนรู้สึกผิดขึ้นมาอีก เขาจดเอาไว้ในใจว่าจะต้องหาโอกาส ทำอย่างไรก็ได้ ให้เธอได้ไปทะเลภายในปีนี้



            “ลำธารอยู่ข้างหน้านี้แล้ว” เบนบอก เมื่อใกล้จะถึง เธอมีท่าทางดีใจ ตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นคนเดินนำ เร่งฝีเท้าให้เร็วกว่า จนในที่สุดก็วิ่ง “อย่าวิ่งสิ เดี๋ยวจะล้ม” เขาขมวดคิ้ว พูดไล่หลัง แต่เธอไม่ฟัง



            “ฉันไม่ล้มหรอกค่ะ” เธอหันมาบอก ยิ้มกว้าง แล้วก็วิ่งต่อ



            แล้วเขียนบอกมาได้ว่าตัวเอง ไม่ดื้อ ก็ดื้ออยู่เห็นๆ เบนมองร่างเล็กปราดเปรียวคล่องแคล่ววิ่งไปจนถึงลำธาร กางแขนออกทั้งสองข้างอย่างดีใจที่เดินมาถึงเสียที พวกเขาหาที่นั่ง โดยเบนปล่อยให้เรย์เลือกเองว่าจะนั่งตรงไหน เพราะเธอจะหามุมวาดรูปด้วย เมื่อได้มุมอย่างที่หญิงสาวต้องการ เบนก็หยิบผ้าปูนั่งออกจากตะกร้า เธอขยับมาช่วยปูผ้าลงบนพื้นข้างลำธารใกล้กับโขดหิน จัดวางอุปกรณ์ทั้งสีน้ำ พู่กัน และจานสี ส่วนเบนนำของกินออกจากตะกร้า แอปเปิ้ล ขนมชนิดต่างๆ และน้ำส้มเย็นชื่นใจ รินจากกระบอกใส่แก้ว



            เบนเฝ้ามองหญิงสาวอย่างสนใจ ขณะที่เธอหนีบกระดาษไว้กับกระดานแผ่นเล็ก หยิบดินสอออกมาร่างอย่างคร่าวๆ เธอกำลังมีสมาธิ ใจจดจ่อ เขาไม่อยากกวนเธอด้วยการพูดคุยใดๆ เบนจึงทาเนยบนขนมปัง วางใส่จานและยื่นไปใกล้ๆตัวเธอ เผื่อว่าเธอหิวก็หยิบกินได้ทันที จากนั้นเขาก็แค่มองเธอ นัยน์ตาสีดำสนิทมองการเคลื่อนไหวของข้อมือ นิ้วที่จับพู่กัน บีบสีน้ำออกจากหลอด ผสมสีอย่างชำนาญ แต่บางครั้งเธอก็ทำปากมุ่ย เมื่อไม่ได้สีอย่างที่ต้องการ และเพิ่มสีนั้นสีนี้ลงไปอีกนิดหน่อย เมื่อได้อย่างที่ชอบ มุมปากก็จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม



            “คุณจะเบื่อหรือเปล่าคะ?” อยู่ๆเธอก็หันมาถาม ดวงตาสบกันพอดี



            “ไม่” เบนส่ายหน้า “ผมอยากนั่งเฉยๆโดยไม่ต้องคิดอะไรบ้าง”



            “งานของคุณ ต้องใช้ความคิดอย่างหนักตลอดเวลาหรือคะ?” เธอถาม พู่กันยังค้างอยู่ในมือ เมื่อเขาพยักหน้าตอบ เธอก็ยิ้มอย่างทะเล้น เหมือนกำลังคิดอะไรตลกๆในหัว “คุณจะงีบหลับก็ได้นะ ฉันสัญญาว่าจะรีบปลุกถ้ามีเสือหรือหมีโผล่มา”



            “แถวนี้ไม่มีเสือ” เบนบอก อดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ และพ่นลมทางจมูก แทบจะหลุดหัวเราะอยู่แล้ว



            “แสดงว่ามีหมีใช่ไหมคะ?” เรย์ยิ้มยิงฟัน



            นานแล้วที่เขาไม่ได้หัวเราะ และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะใสแจ๋วของเธอ เรย์ช่างเป็นเด็กที่อารมณ์ดี หลักแหลม อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ทายาทหนุ่มเอนกายพิงโขดหิน ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กซึ่งนั่งขัดสมาธิ ถือกระดานแน่นไว้ในมือข้างซ้าย ขณะที่ข้างขวาจับพู่กันละเลงสีพื้น สายลมพัดมาเอื่อยฉิว หอบเอาไอร้อนของเดือนกรกฎาคมมาพร้อมกับไอเย็นจากลำธาร ผสมผสานกันแล้ว อากาศจึงอุ่นสบายกำลังดี แสงแดดส่องลอดทิวไม้กระทบผิวน้ำระยิบระยับ เบนรู้สึกผ่อนคลาย ที่นี่ช่างแตกต่างจากคฤหาสน์สกายวอล์กเกอร์ จากธุรกิจการงานที่เขาต้องรับผิดชอบ ทุกอย่างทั้งเกียรติ ศักดิ์ศรี หน้าตาทางสังคม หน้าที่ ดูช่างห่างไกลราวกับเป็นคนละโลก ที่นี่มีแค่ต้นไม้ สายน้ำ กับหญิงสาวคนหนึ่งที่เขามองแล้วไม่มีวันเบื่อ



            เบนผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว ไม่แน่ใจว่าหลับไปนานแค่ไหน แต่เขาตื่นเพราะรู้สึกอะไรเปียกชื้นเย็นจัดตกลงมาที่ปลายจมูกและหน้าผาก เขาลืมตา เห็นร่างเล็กกำลังกุลีกุจอเก็บของ โดยเลือกที่จะเก็บอาหารลงในตะกร้าก่อน เธอกำลังส่งเสียงเรียกเขาให้ตื่นด้วย เบนเพิ่งรู้สึกตัวเต็มที่เมื่อน้ำฝนโปรยปรายหนักขึ้น เขาขยับตัวช่วยเธอเก็บของทันที อยู่ๆฝนก็ตกอย่างไม่มีสัญญานบอก ก่อนที่เขาจะหลับ อากาศยังสดใส และนี่ก็เป็นฤดูร้อน กลางเดือนกรกฎาคมแท้ๆ คงจะเป็นฝนหลงฤดู



            “ตกลงมาได้ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ ก่อนหน้านี้แดดยังแรงอยู่” เรย์บอก ใช้กระดานวาดรูปเทินไว้บนหัวเพื่อกันฝน



            “กลับกันเถอะ” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ฝนเทลงมาห่าใหญ่ เม็ดฝนโตกว่าเม็ดข้าวสารเสียอีก ลมพัดแรงเหมือนพายุเข้า ทางเดินกลับก็ใช่ว่าจะใกล้ เขากลัวว่าเรย์จะเป็นหวัด กลัวว่าเธอจะไม่สบาย แต่อยู่ตรงนี้ก็ไม่มีที่หลบอยู่ดี “เอาผ้าคลุมไว้ อย่าให้ตัวโดนฝน” เบนดึงผ้าปูนั่งออกมาจากตะกร้า คลี่ออก และสะบัดขึ้นคลุมศีรษะเธอ ผ้าผืนใหญ่คลุมเธอเสียมิด



            “แล้วคุณล่ะคะ?” เรย์ถาม เงยหน้าขึ้นมอง



            “ผมไม่เป็นไร” เบนยืนยัน



            “ไม่เอา” เรย์ส่ายศีรษะอย่างดื้อรั้น ปลดผ้าออกจากไหล่ ถือวิสาสะ เขย่งปลายเท้าและนำผ้าขึ้นคลุมศีรษะเขาแทน “เดี๋ยวคุณสกายวอล์กเกอร์จะเป็นหวัด ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้สบายมาก ตอนอยู่แจคคู ฉันเล่นน้ำฝนออกบ่อยไป” เธอยิ้มยิงฟันเร็วๆ แล้วก็รีบวิ่งไปก่อนที่เขาจะทันจับตัวเธอไว้ได้ เร็วอย่างกับลิงทโมน



            “เดี๋ยว อย่าวิ่ง!” เบนตะโกนไล่หลัง แต่ก็ไม่ทันแล้ว เธอออกวิ่งนำไปก่อน ถือกระดานวาดรูปไว้บนศีรษะกันฝน แต่ทั้งตัวก็เปียกอยู่ดี ดื้อจริง เบนก้าวเท้ายาวเร็วๆตามไป



            เขาพูดเท่าไหร่ก็คงไม่ฟัง ดังนั้นจึงได้แต่ปล่อยไป กว่าจะกลับมาถึงฟาร์มก็ตัวเปียกมะลอกมะแลก รองเท้าเลอะเปื้อนไปด้วยขี้ดิน เส้นผมสีน้ำตาลเปียกลู่ เบนเองก็ไม่ต่างกัน เขาหยุดเธอไว้ก่อนที่จะวิ่งเข้าบ้าน มือแตะที่ข้อศอกดึงให้เธอหันมา แก้มของเธอเป็นสีชมพูน้อยๆ กำลังหอบหายใจ เหนื่อยจากการวิ่งมาไกล หยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่บนใบหน้ายังใสแจ๋วสู้ดวงตาสีน้ำตาลสองข้างนั้นไม่ได้ เขาตัดสินใจขยับเข้าใกล้เธอ ขณะที่เรย์ยืนนิ่งอยู่กับที่ จากที่สบตาเมื่อครู่ เธอก็หลบสายตาลงต่ำ ไหล่สองข้างยังสั่นเพราะความเหนื่อย



            ผู้เป็นทายาทของสกายวอล์กเกอร์ถูกฝึกและสั่งสอนมาให้เป็นสุภาพบุรุษผู้รู้จักอดทน อดกลั้น รักษาเกียรติอันดีงามของครอบครัว มีศักดิ์ศรีอันหนักอึ้งวางพาดอยู่บนบ่า เขาไม่เคยมีข่าวซุบซิบอะไรทั้งสิ้นในวงสังคม ไม่เคยชิดใกล้ผู้หญิงคนใดให้เธอไปคุยโอ้อวดตัวเองได้ เขาวางมาดอย่างดีมาโดยตลอด เพราะไม่เคยมีใครทำให้หวั่นไหว แต่ผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่เขาไม่รู้หัวนอนปลายเท้า เด็กกำพร้าจากโรงเลี้ยงเด็กแจคคูอันต่ำต้อย ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มซื่อๆติดทะเล้น กับถ้อยคำน่าขบขันมากมายในจดหมาย ผู้หญิงที่เรียกเขาว่า คุณพ่อ บอกว่าทั้ง รักและเคารพ เขาอย่างจริงใจ ผู้หญิงที่เขารู้สึกสบายใจและวางใจเมื่ออยู่ใกล้ ความอดทนทั้งหลายเหมือนจะพังทลายลงตรงนั้น ถาโถมเข้ามาเหมือนพายุฝนที่อยู่ๆก็ตกกลางฤดูร้อน



            มือของเขายกขึ้นช้าๆ เริ่มจากเขี่ยเส้นผมเปียกชื้นออกจากหน้าผากและแก้มของเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอสั่นไหว เขาได้ยินเสียงหายใจที่ผิดจังหวะจากเธอ ภายในใจเขารู้ และคิดว่าเธอก็รู้ พวกเขารู้สึกเหมือนกัน 












Writer's talk

'... feel it, too' ก็มาค่ะ ฮ่าฮ่า  เป็นตอนที่ได้ใช้เวลาร่วมกันเยอะหน่อย เหมือนไม่ค่อยมีโมเมนต์อยู่ด้วยกัน เพราะทุกอย่างมันผ่านจดหมาย แต่เรย์ก็ยังไม่รู้อยู่ดี ส่วนเบนก็ยังไม่กล้าบอก เอาแต่ตะล่อมถามสาวอยู่นั่นล่ะว่าคิดอย่างไร น่าตีจริงๆ!! 


พรุ่งนี้วันศุกร์ค่ะ ... ฉันขออนุญาต นั่งดู The 100 กับ House of Cards ได้ไหมคะ?  นะ นะ นะ 

อันที่จริง แม่ของฉันเริ่มจะงอนค่ะ บอกว่า "เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยดูหนังด้วยกันเลยนะ"  

วันเสาร์จะรีบอัพค่ะ สัญญา 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #612 PPO (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 23:10

    อ๊ายยยยย เขินนนนนนน แค่คำว่า อย่าดื้อ ก็ฟินนนนจิกหมอนขาดแล้ววววว

    #612
    0
  2. #513 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 13:58
    ตอนนี้ช่างอบอุ่นและละมุนหัวใจเลยค่ะ เป็นมาตั้งแต่เปิดเลย 'อภัยให้ฉันเถอะ เด็กน้อย' นุให้อภัยคุณป๋าตั้งแต่เปิดตอนมาเลยค่ะ เจอคำอ้อนวอนจากคุณป๋าแบบนี้ใครจะใจร้ายโกรธคุณป๋าต่อได้ลงล่ะคะ! แต่เราก็อดที่จะเอ็นดูน้องเรย์ไม่ได้ ในความหายงอนเป็นปลิดทิ้ง เพราะลูกอ้อนของคุณป๋านั่น นางก็ยังแอบอ้างอิงเรื่องของลินดามาเปรียบเปรยให้คุณป๋าเห็นภาพความน่าหงุดหงิดจากการไร้เหตุผลของคุณป๋า เรียกว่าโดนเด็กสอนเลยนะคะคุณป๋าไคโล นี่ถ้าคุณป๋าได้อ่านจดหมาย ไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือค้อนใส่น้องก่อนกัน และในที่สุด! ป๋าก็เริ่มรุกซะที แม้ว่าจะยังป๊อดๆ ไม่กล้าบอกว่าแท้จริงแล้วตัวเองคือปะป๋าขายาวของน้องมาโดยตลอด แต่ตอนนี้นี่พิเศษสุดๆ เราชอบที่ทั้งคู่เริ่มเข้าหากัน มันไม่เหมือนตอนน้องพาทัวร์สวนผักที่มหา'ลัยนะคะ อันนี้คืออิพี่เป็นฝ่ายรุกก่อน แล้วก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ตอนที่ใช้เวลาด้วยกันเหมือนต่างฝ่ายต่างสบายใจที่อยู่ด้วยกันนะคะ ไม่ได้อึดอัดอะไรเลย เราชอบที่ป๋าเป็นห่วงน้องก่อนที่จะห่วงตัวเอง กลัวน้องเป็นหวัด ก็เอาผ้ามาคลุมให้ ส่วนน้องก็เหมือนกัน ตอนสุดท้ายนี่คือยังไงเอ่ย...kiss or nothing?



    ปล.น้องจะเขียนจดหมายบอกคุณป๋าขายาวเรื่องใจเต้นมั้ยน้อ?
    #513
    0
  3. #307 Audaidaj (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 01:29
    แพ้เสน่ห์ของเรย์เข้าจริงระวังนะคะคุณพ่อ
    #307
    0
  4. #279 Roserin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 15:54
    เจอกันจริงๆไม่กี่ครั้งแต่ก็ลิ๊งกันอย่างเร็วมาก ให้อารมณ์อย่างสมัยก่อนดี ชวนไปเดินเล่นไปดูน้ำตก มุมิ

    ชอบเรย์จังเลยยยยย น่ารักสดใส คุณเบนท่านคงสบายตาสบายใจยามมองเธอเนอะ~
    #279
    0
  5. #182 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:41
    !@#$%^&*()_+_)(*&^%$#@!

    ต่อระบบกู้ชีพให้เราด้วยค่ะ ตอนใหม่มาแล้วเราจะรีบอร์นเอง *ตายอย่างสงบ*
    #182
    1
    • #182-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 26)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:29
      55555 ใจเย็นนะ //สวดมนต์ปลุกชีพ
      #182-1
  6. #181 Apirujeeners (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:11
    เรย์น่ารักจังค่ะ อ่านไปเขินไปเหมือนคนบ้าเลย 55555555 ตามอัธยาศัยเลยค่า รอได้เสมอออออ
    #181
    1
    • #181-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 26)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:56
      คุณชายจะอดใจไหวได้ยังไง หนูเรย์น่ารัก ♡
      #181-1
  7. #180 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:12
    ต้องมีการเล่าให้คุณพ่อฟังผ่านจดหมายแน่ๆ ฮริ้งงง5555555
    #180
    1
    • #180-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 26)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:56
      หึ หึ หึ
      #180-1
  8. #179 นางสาวฤดูหนาว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    เรย์น่ารักที่สุด (^_^)b
    ส่วนอีกคนน่ะรึ หึ!! หมั่นไส้อะ หลอกเข้าไปเถอะ! เดี๋ยวก็รู้!! ( - -)
    #179
    1
    • #179-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 26)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:55
      ใช่ เดี๋ยวก็รู้!
      #179-1
  9. #176 Skye1907 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:21
    คุณชายเริ่มทนความน่ารักของเรย์ไม่ไหวแล้วใช่ไหมมมม
    #176
    1
    • #176-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 26)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:54
      ถ้าฉันเป็นคุณชาย ฉันก็ทนไม่ไหวค่ะ
      #176-1
  10. #175 lamb_san (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:38
    ทำอะไรกันน่ะ!!! *กรีดร้อง*
    #175
    2
    • #175-2 Silver-Sky(จากตอนที่ 26)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:46
      บอกไม่ได้จริงว่าเขาทำอะไรกัน เป็นความลับระหว่าง หนูเรย์และคุณสกายวอล์กเกอร์
      เราต้องเคารพสิทธิของตัวละครค่ะ //จะโดนตบไหมนี่?
      #175-2