Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 21 : [DLL] You’re like a wishing star to make my wishes come true.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    18 ก.พ. 60



Daddy-Long-Legs   AU

Inspiration :  Daddy-Long-Legs   by Jean Webster

Chapter : 1/ IDK

 







You’re like a wishing star to make my wishes come true.



               

            วันอาทิตย์ เป็นวันที่วุ่นวายอย่างร้ายกาจ เริ่มจากตื่นแต่เช้าตรู่และปลุกเด็กคนอื่นๆให้ลุกจากเตียงนอนเก่าซึ่งวางเรียงรายอยู่ในโถงนอน คะยั้นคะยอแกมบังคับให้ล้างหน้า แปรงฟัน และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่ดูสุภาพเรียบร้อย มีรอยปะหรือรอยขาดน้อยที่สุด หวีผม ถักเปียให้เด็กผู้หญิงและใช้โบว์เส้นเล็กบางผูกที่ท้ายเปีย พวกเขาจะผลัดกันสำรวจตัวเองหน้ากระจกโดยยืนเรียงเป็นแถวยาว จากนั้นจะได้ยินเสียงระฆังตีบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า หมายความว่าเวลาอาหารเริ่มต้นแล้ว



            อาหารเช้าของบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแจคคู ช่างน้อยนิดอย่างน่าละเหี่ยใจ ผักโขมน่าแหวะกับขนมปังแข็งคนละครึ่งก้อน พวกเขาไม่เคยได้กินจนอิ่มหนำ หรือได้สัมผัสอาหารที่รสชาติอร่อย ราวกับแม่ครัวได้เลือกวัตถุดิบใกล้เสีย และปรุงอาหารออกมาอย่างหยาบๆ อันคาร์ พลัต เจ้าของที่นี่จะบอกเสมอว่า เงินบริจาคที่ได้มานั้นน้อยเหลือเกิน มีอาหารให้พวกเขาประทังหิวกันครบสามมื้อก็นับว่าบุญโขแล้ว เขาจะให้เหล่าเด็กกำพร้าสวดมนต์ ขอบคุณพระเจ้า และขอบคุณบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ที่ให้ที่พักพิง เสื้อผ้า เตียงอุ่น อาหาร ยา และความรู้ หลังจากนั้นพวกเขาจึงได้รับอนุญาตให้รับประทานอาหารได้



            ทุกวันจะวนเวียนไปแบบเดิมซ้ำๆ ไม่เคยเปลี่ยน เด็กโตหน่อยจะต้องทำงานหนัก ทั้งทำความสะอาด ล้างจาน ซักผ้า รดน้ำพรวนดินต้นไม้และพืชผัก เด็กเล็กก็ต้องคอยช่วยรุ่นพี่ เพราะถ้าไม่ช่วย รุ่นพี่บางคนก็ดุร้าย ใช้เล็บหยิกจนเนื้อเป็นจ้ำ แต่ก็ว่าพวกเขาไม่ได้หรอก พวกรุ่นพี่ก็มักถูกทำโทษอย่างรุนแรงจากครูคนอื่นๆในบ้านเลี้ยงเด็ก



            เรย์ เป็นหญิงสาววัยสิบแปดปี ร่างผอม ผมสีน้ำตาลเข้มที่มักจะมัดเป็นสามกระจุกไว้ด้านหลัง ใบหน้าเรียว หน้าผากกว้าง แขนขายาวเก้งก้าง ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตสุกใส และแม้จะอยู่ในสภาพย่ำแย่เพียงใด เด็กเล็กทุกคนจะเห็นริมฝีปากของเธอแย้มยิ้มน้อยๆเสมอ เธอเป็นคนโปรดของพวกเด็กเล็ก เพราะไม่เคยตวาด ตะคอก หรือทำโทษใครเลย เรย์เป็นเด็กกำพร้าเช่นกัน อยู่ที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด ไม่รู้จักพ่อแม่ของตนเองเช่นเดียวกับคนอื่น เธอเป็นคนขยันขันแข็ง ชาญฉลาด จึงมักถูกใช้ให้ทำงานหนักเป็นประจำ และเพราะอายุเยอะที่สุดแต่ยังไม่มีที่ไป เธอจึงขันอาสาทำทุกอย่าง เพื่อให้ตัวเองยังมีหลังคาคุ้มหัว นั่นรวมถึงดูแลเด็กทุกคน เหมือนเป็นทั้งพี่เลี้ยงทั้งพ่อแม่ รวมไปถึงสอนอ่านหนังสือเบื้องต้นด้วย



            เรย์ไม่ชอบวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันที่เหล่าเด็กกำพร้าต้องเดินเรียงแถวเข้าไปในโบสถ์ เพื่อรอรับของบริจาค ระหว่างทางเดินจากอาคารไปจนถึงโบสถ์จะต้องผ่านกลุ่มครอบครัวที่มาร่วมกันสวดมนต์ในวันอาทิตย์ มันอดไม่ได้จริงๆที่จะอิจฉาตาร้อน เมื่อเห็นเด็กชายและเด็กหญิงมากับพ่อแม่ พวกเขาเดินจับมือกัน หัวเราะร่าเริง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี ทันสมัย สะอาดเรียบร้อย ไม่มีรอยปะ ไม่มีสภาพสกปรกมอมแมม เรย์กับเด็กกำพร้าคนอื่นๆต่างมองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ลึกๆ และสงสัยเป็นรอบที่ร้อยว่าทำไมพ่อแม่ของพวกเขาจึงต้องทิ้งพวกเขาไว้ที่นี่



            พิธีกรรมในโบสถ์เป็นไปอย่างเช่นทุกวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากสวดมนต์ หลวงพ่อก็ขึ้นเทศนา และจบลงด้วยการขอให้ทุกท่านช่วยกันบริจาคสิ่งของเล็กๆน้อยๆแก่เหล่าเด็กกำพร้า พวกเขาจะต้องเข้าแถวเรียงหนึ่งเพื่อรับของบริจาค บ้างเป็นของเล่นที่ใกล้พัง หรือชำรุดไปแล้วบ้างเล็กน้อย บางทีก็เป็นขนมกล่องเล็กๆ อย่างคุกกี้ ชอคโกแลต มาร์ชแมลโลว์ หรือขนมปังกรอบ เนื่องจากมีอายุมากที่สุด เรย์จึงอยู่เป็นคนสุดท้ายของแถวเสมอ และมักไม่เหลืออะไรให้เธออีกแล้ว อย่างวันนี้ เรย์ก็เตรียมพร้อมที่จะเดินกลับไปมือเปล่า แต่กลับมีผู้หญิงร่างเล็ก ผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ถักเปียและนำขึ้นพันไว้รอบศีรษะ มอบสิ่งของที่ล้ำค่ายิ่งให้เธอ มันคือชุดดินสอสำหรับวาดรูปอย่างดีและยางลบด้วย



            “ขอบคุณมากค่ะ” เรย์กล่าวเสียงแผ่ว พยายามเก็บความตื้นเต้นเอาไว้ในใจ เธอจะไม่มีวันลืมหน้าตาของผู้หญิงวัยกลางคนท่านนี้อย่างเด็ดขาด



            อีกเหตุผลที่เธอไม่ชอบวันอาทิตย์ โดยเฉพาะอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ก็เพราะเป็นวันที่ผู้สนับสนุนจะมาที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อพูดคุยกับอันคาร์ พลัตผู้เป็นเจ้าของ พวกเขาจะบริจาคเงิน บางทีก็มีเด็กที่โชคดีได้รับอุปการะ ได้ทุนเรียนต่อ และออกจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ไป โอกาสแบบนั้นไม่เคยได้เป็นของเรย์เลยสักครั้ง ก็ใช่ว่าเธออยากจะไปนะ ใจหนึ่ง หญิงสาวอยากอยู่ที่นี่ เพราะเชื่อว่าสักวันพ่อกับแม่อาจจะกลับมารับ แต่ใจหนึ่ง เธอก็เกลียดแจคคูเหลือเกิน อยากกรีดร้อง และวิ่งหนีไปเสียให้พ้น ผู้สนับสนุนบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก แต่เหลือมาถึงเด็กกำพร้าจริงๆแค่ไม่เท่าไหร่ เรื่องนี้เรย์รู้ดี เธอกับเพื่อนสนิทที่ชื่อฟินน์ เคยไปแอบฟังที่หน้าต่าง ถูกพลัตจับได้ เรย์โดนทำโทษอย่างหนัก แต่ฟินน์นั้นโชคดีที่ผู้สนับสนุนรายหนึ่งยื่นความประสงค์จะส่งเสียเขาเรียนต่อที่อื่น



            เมื่อกลับจากโบสถ์ เรย์ก็เห็นรถยนต์สีดำของผู้สนับสนุนมาจอดอยู่ไม่ห่าง เธอเห็นพวกเขาเดินลงจากรถ เดินเข้าไปในตัวอาคาร และตรงไปยังห้องทำงานของพลัต เรย์ไม่คิดจะไปยุ่มย่ามระหว่างที่พวกเขาคุยกันอีกแล้ว รอยที่โดนเฆี่ยนตียังมีให้เห็นจางๆที่ท่อนขาของเธออยู่เลย เธอไม่เสี่ยงให้ถูกทำโทษอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวพาเด็กๆในความดูแลเข้าไปในสวนที่เริ่มรกรุงรัง และเริ่มทำงานท่ามกลางแดดร้อน ถอนหญ้าและวัชพืชกันอย่างขะมักเขม้น รดน้ำต้นไม้ เก็บผักที่โตได้ที่ใส่ตะกร้า เพื่อนำไปให้แม่ครัวต่อไป ช่วงสิบโมง เรย์จะพาเด็กๆเข้าไปในห้องเรียน หยิบหนังสือให้พวกเขาหัดอ่าน และหัดเขียน



            เห็นไหม? ถ้าอยากจะอยู่ที่นี่ต่อก็ต้องทำงาน จะทำอย่างไรได้เล่า เรย์ไม่ได้มีความรู้มากพอจะไปสมัครงานที่อื่น เธออ่านออกเขียนได้ คิดเลขได้ พิมพ์ดีดได้บ้าง แต่ไม่คล่อง เคยเรียนเพียงเล็กน้อย ก่อนที่เครื่องพิมพ์ดีดจะพัง และพลัตเอาชิ้นส่วนไปขาย เธอไม่กล้าไปลงหนังสือพิมพ์ประกาศหางานเสมียน เพราะความสามารถคงจะไม่พอจริงๆ และอาจไม่ใช่สิ่งที่เธออยากทำด้วย



            แล้ววันอาทิตย์ก็ค่อยๆผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า เปลี่ยวเหงา ตอนเย็นก่อนมื้ออาหาร เรย์ยิ่งเหนื่อยหนักจากการปัดฝุ่น กวาด ถู และต้องรีบวิ่งไปหาเด็กๆ ให้พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับอาหารมื้อค่ำ ซึ่งอันคาร์ พลัตจะลงมาตรวจความสะอาดเรียบร้อยของเด็กๆด้วยตัวเอง ถ้ามีใครเล็บยาวเกิน หรือผมเผ้ากระเซอะกระเซิง บรรดาเด็กโตจะถูกทำโทษ ในฐานะที่ไม่ดูแลเด็กเล็กให้ดี ระหว่างที่เรย์กำลังหวีผมฟูๆของเด็กคนหนึ่งให้เรียบร้อย ก็มีเด็กผู้ชายวิ่งหน้าตั้งเข้ามา



            “เรย์ เรย์ เรย์” เสียงเรียกทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง “คุณพลัตเรียกเธอไปพบที่ห้องทำงาน”



              ส่วนใหญ่เด็กกำพร้าไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปในห้องนั้น ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญมากหรือทำผิดมาก เรย์ยังไม่เคยเข้าไป ตอนที่เธอถูกทำโทษ เขาตีเธอต่อหน้าเด็กทั้งโรง ความคิดที่ว่าเขาเรียกให้ไปพบที่ห้องทำงาน ทำให้เรย์รู้สึกกลัวและกังวลขึ้นมาหน่อยๆ แต่เธอก็ต้องทำตามคำสั่ง หญิงสาวลุกขึ้นยืน จัดกระโปรงที่ยาวคลุมเข่าให้เข้าที่ กล่าวขอบคุณเด็กชายที่มาตาม และเดินออกจากโถงนอนไปตามทางเดิน ห้องทำงานของพลัตจะต้องเดินผ่านบันไดกลางไปยังอีกปีกหนึ่งของอาคาร และตอนผ่านบันไดกลางนั่นเอง เรย์เห็นประตูด้านล่างเปิด แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้สาดเข้ามา เงาของชายหนึ่งทาบทับอยู่บนพื้นและยาวไปจนถึงกำแพงด้านล่าง



            ขายาวเก้งก้าง สวมหมวกทรงสูง ถือไม้เท้า เรย์รู้สึกตลกกับภาพนั้น เงาของคุณผู้ชายที่น่าจะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเงินของบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า เหมือนเงาของยักษ์ตัวผอมสูง เธอไม่เห็นตัวเขา เห็นแค่เงาเดินออกไป ได้ยินเสียงรถยนต์ และเสียงเปิดปิดประตู ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวไป เรย์กะพริบตา ยิ้มน้อยๆอย่างขบขันกับเรื่องง่ายๆ และเดินต่อไป



เธอยกมือขึ้นเคาะประตูตามมารยาทที่ดี เมื่อได้ยินเสียงเรียกให้เข้าไป จึงเปิดประตู อันคาร์ พลัตเป็นชายอ้วนร่างใหญ่ที่ดูเหมือนจะตัวใหญ่คับเสื้อผ้า รวมถึงเก้าอี้ที่เขานั่งก็เล็กเกินไป ด้วยความที่เป็นคนช่างจินตนาการ เรย์จึงอดคิดถึงช้างที่สวมเสื้อตัวเล็กและถูกจับให้นั่งบนเก้าอี้เด็กไม่ได้ เธออยากจะขำกับความคิดของตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อน



            “นั่งสิ เรย์”  พลัตชี้นิ้วอวบอ้วนไปที่เก้าอี้อีกฝั่งของโต๊ะทำงาน เรย์เดินเข้าไปนั่งอย่างว่าง่าย



            “คุณพลัตมีธุระอะไรกับฉันหรือคะ” เรย์เอ่ยถาม



            “ผู้สนับสนุนคนสุดท้ายเพิ่งกลับไปเมื่อสักครู่” พลัตพูด “เขาคนนี้ร่ำรวยมาก มักจะบริจาคเงินและสิ่งของอย่างดีให้พวกเธอได้ใช้กัน” เรย์เม้มริมฝีปาก สิ่งของอย่างดีที่ไม่เคยตกมาถึงมือพวกเธอ เพราะพลัตจะเอาไปขายก่อน ถ้าเพียงแต่ผู้สนับสนุนท่านนั้นจะรับรู้ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้พูดอะไร “รวมไปถึง รับอุปการะค่าเล่าเรียนของเด็กกำพร้าด้วย เขามักจะเลือกเด็กผู้ชายที่โดดเด่นในด้านวิชาการ อย่างฟินน์ เพื่อนสนิทของเธอ เขาก็เป็นคนรับอุปการะ อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยอุปการะเด็กผู้หญิงเลย เขาไม่ชอบ มักบอกว่า ผู้หญิงน่ารำคาญ ไม่ชาญฉลาดมากพอ และมีแต่จะทำเสียเรื่องก่อนเรียนจบ เขาไม่อยากเสียเงินไปเปล่าๆ”



            เรย์ไม่ได้โต้เถียง ทั้งที่คันปากจะแย่ ไม่มีประโยชน์ที่ออกจะความเห็นให้พลัตฟัง ในเมื่อคนที่เธออยากให้ฟังคือผู้สนับสนุนท่านนั้นต่างหาก เรย์นึกถึงเงาของเขาที่ยาวเก้งก้างน่าขัน ไม่ยักรู้ว่าเขาก็มีแนวคิดน่าขันด้วย เด็กผู้หญิงไม่ได้เป็นแบบนั้นกันทุกคนเสียหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรย์



            “เขาเห็นผลงานการวาดรูปของเธอ” พลัตพูดต่อไป เรย์ฟังต่อโดยไม่ได้คิดอะไรในสมองเลย นอกจากรู้สึกโกรธผู้ชายคนนั้นเกี่ยวกับแง่คิดที่เขามีต่อผู้หญิง “เขาชอบผลงานที่เธอตั้งชื่อว่า วันอาทิตย์น่าอดสู มากที่สุด ทั้งที่ฉันมองว่ามันไม่สมควร และแสดงถึงความอกตัญญูของเธออย่างยิ่งต่อบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแจคคู และต่อผู้คนที่มาโบสถ์และบริจาคสิ่งของเหลือใช้ให้พวกเธอ แต่เขากลับหัวเราะ บอกว่ารูปวาดของเธอสื่ออารมณ์ได้ดี และแฝงความตลกร้าย”



            เรย์จำรูปวาดนั้นได้ เธอใช้ดินสอหมดไปหนึ่งแท่งกับรูปนั้น วาดบนกระดาษหลายแผ่นที่นำมาติดกาวแป้งเปียกซึ่งเธอทำขึ้นเอง ภาพเป็นแนวนอน แสดงอากัปกิริยาของเด็กกำพร้า และคนในโบสถ์ที่นำของใกล้พังหรือของที่พวกเขาไม่ต้องการแล้วมาให้เด็กๆต่อไป มันน่าอดสูไม่ใช่หรือ พวกเขามองพวกเด็กกำพร้าไม่ต่างจากตะกร้าทิ้งขยะเลย



            “เขาจะรับอุปการะเธอให้เรียนมหาวิทยาลัย”



            ประโยคล่าสุดทำให้เรย์นิ่งไปเลย ก่อนที่หัวใจทั้งดวงจะพองโตราวกับเป็นบอลลูนที่มีความร้อนอยู่เต็ม เธอเงยหน้าขึ้นมองพลัต ดวงตาเบิกกว้าง



            “มหาวิทยาลัยหรือคะ?” หญิงสาวพูดอย่างไม่อยากเชื่อ “ฉันจะได้เรียน...”



            “ใช่” พลัตพยักหน้า “ฉันไม่ได้เห็นด้วยเลย ตามความคิดของฉัน เธอไม่ได้ฉลาด หรือมีฝีมืออะไรที่โดดเด่น...” เรย์ไม่ได้สนใจฟัง เธอกำลังยิ้ม นี่จะแก้ปัญหาให้เธอทุกอย่าง ผู้หญิงที่ไม่มีที่ไป ที่หมดหวัง และคิดว่าจะต้องตายอยู่ที่นี่ เขาคนนั้นกำลังเปลี่ยนชีวิตเธอ “เขาจะจ่ายค่าเล่าเรียนทั้งหมดให้ ค่าใช้จ่ายสำคัญในชีวิตของเธอ เธอจะได้รับเงินรายเดือน ซึ่งฉันมองว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะเกินไปสำหรับเด็กที่ไม่เคยจับเงินเลยอย่างเธอ แต่ฉันจะไปขัดอะไรเขาได้ ดังนั้น ฉันหวังว่าเธอคงจะปฏิบัติตัวดี ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้คุ้มกับการลงทุนของเธอ ภายใต้ข้อแม้หนึ่งข้อ เธอจะต้องเขียนจดหมายหาเขาทุกเดือน ห้ามขาดหรือลืมโดยเด็ดขาด ให้ถือเสียว่า จดหมายของเธอเป็นใบเบิกทางให้ได้เงินทุกเดือนก็แล้วกัน แต่เขาจะไม่ตอบจดหมายเธอ จะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆกับชีวิตของเธอ ตัวเธอเองก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขาเช่นกัน และฉันขอเตือนให้ระวังคำพูดคำจาของเธอในจดหมาย อย่าแสดงกิริยาหยาบคายหรือความคิดโง่ๆของเธอออกไปให้เขารำคาญใจ เข้าใจหรือไม่?”



            “เข้าใจค่ะ” เรย์พยักหน้า “เขาชื่ออะไรคะ? ฉันจะต้องจ่าหน้าซองถึงใคร”



            “เธอจะรู้จักเขาในชื่อ ไคโล เรน” พลัตตอบ เรย์ขมวดคิ้ว ไคโล เรน เป็นชื่อแบบไหนกัน แสดงว่าไม่ใช่ชื่อจริงๆของเขาหรอก “ถ้าเขามีอะไรฉุกเฉิน หรือเธอมีเหตุให้ต้องติดต่อเขาจริงๆ ติดต่อทางผู้ช่วยของเขา มิทากะ” ชื่อแปลกอีกคนแล้ว มีคนปกติบ้างไหมนะ



            “ฉันจะได้ไปเมื่อไหร่คะ?” เรย์ถาม จะได้รู้ว่าตัวเองเหลือเวลาแค่ไหนในการเตรียมตัว



            “มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมวันที่หนึ่ง กันยายน เธอจะต้องเดินทางไปก่อนหน้านั้น เพื่อย้ายเข้าไปอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย รายละเอียดในเรื่องนี้ฉันจะมาบอกเธอทีหลัง”



            ขากลับจากห้องทำงานของพลัต ช่างแตกต่างจากตอนขามาลิบลับ ขามา เธอยังเป็นเด็กกำพร้าผู้สิ้นหวังและไร้อนาคต แต่ขากลับ เธอเป็นหญิงสาวที่กำลังจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ออกไปสู่โลกภายนอก ได้โอกาสดีๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขา ไคโล เรน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร มีแนวคิดอย่างไรต่อผู้หญิง จะรวยแค่ไหน หรือผอมสูงเก้งก้างอย่างไร เรย์ก็ไม่สนเลยสักนิด เขาคือผู้มีพระคุณของเธอ เหมือนกับดาวตกที่เรย์เฝ้าคอยทั้งคืน ดาวตกที่จะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง



            หญิงสาวเร่งฝีเท้าเพื่อกลับไปยังโถงนอน พวกเด็กๆต่างมาล้อมหน้าล้อมหลังถามว่าพลัตพูดอะไรบ้าง เรย์ยังไม่ได้บอกพวกเขา เธอยังรู้สึกเหมือนฝันไป คิดว่ารอให้ถึงพรุ่งนี้ก่อนดีกว่า แล้วค่อยเล่าเรื่องประกาศข่าวนี้ให้รู้โดยทั่วไป หรือไม่ พลัตก็จะเป็นคนประกาศเองตอนพวกเขากินมื้อเช้าด้วยกัน เรย์ไล่ต้อนเด็กๆไปที่เตียง ให้พวกเขาสวดมนต์ก่อนนอน เธอเองก็สวด แต่วันนี้เป็นการสวดขอบคุณ และอวยพร ไม่ว่าไคโล เรนจะเป็นใคร และอยู่ที่ไหนในตอนนี้ เธออยากให้เขามีความสุข เหมือนอย่างที่เขาได้ทำให้เธอมีความสุขเหลือเกิน สุขล้น ยินดี เสียจนตัวเธอแทบลอยในอากาศ ดังนั้นแทนที่จะนอน เธอหยิบกระดาษกับดินสอที่ได้มาใหม่ แอบเดินไปที่หน้าต่าง ใช้แสงจันทร์รำไร กับแสงไฟด้านนอกในการเขียนจดหมายฉบับแรก โอ้ เธอจะเขียนมากกว่าหนึ่งฉบับต่อเดือนแน่ๆ

 



ถึง คุณผู้สนับสนุน (ไคโล เรน)



            สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ เรย์ ฉันคือเด็กที่ท่านรับอุปการะ ท่านก็คงรู้ชื่อฉันอยู่แล้ว โปรดอย่าคิดว่าเป็นการเริ่มต้นจดหมายที่ดูโง่ๆเลยนะคะ ฉันไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอย่างไร ฉันตื้นตันไปหมดแล้ว ท่านไม่รู้หรอกว่ามันมีความหมายและมีค่ากับฉันแค่ไหน ฉันอายุสิบแปด นั่นหมายความว่า จริงๆแล้วฉันไม่มีสิทธิ์จะอยู่ในบ้านเลี้ยงเด็กอีกต่อไป แต่ฉันกลัวที่จะออกไปข้างนอก ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทำอะไร ฉันจึงยังอยู่ที่เดิม ทำงานอย่างตั้งใจแลกอาหารและที่พัก การที่ท่านเห็นผู้หญิงคนนี้ในสายตา และรับภาระออกค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่ให้นั้น เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เหลือเกินสำหรับฉัน



            อันคาร์ พลัต เพิ่งบอกฉันเมื่อครู่นี้เอง ฉันรู้ว่าควรเขียนจดหมายแค่เดือนละฉบับ แต่ถ้าฉันเจอเรื่องที่ตื่นเต้นมาก ฉันขอเล่าให้ท่านฟัง และเขียนมากกว่าหนึ่งฉบับได้หรือเปล่าคะ? ต่อจากนี้ ต้องมีเรื่องตื่นเต้นและแปลกใหม่อีกมากรอฉันอยู่ ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังดีใจ หรือประหม่ามากกว่ากัน พลัตบอกว่าฉันไม่ใช่คนหัวดีนัก นั่นหมายความว่า ฉันก็คงไม่ใช่คนฉลาดจริงๆหรือเปล่าคะ? แสดงว่ามีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก และฉันต้องพยายามขึ้นเป็นสองเท่า ฉันสัญญาค่ะว่าจะตั้งใจเรียน ไม่ให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด



            สิ่งที่ฉันจะเขียนต่อไปนี้ ได้โปรดอย่าโกรธ หรือคิดว่าฉันทะลึ่ง หรือหาว่าฉันไม่เคารพนะคะ แต่ชื่อไคโล เรน เป็นชื่อที่ออกจะแปลกอยู่สักหน่อย ท่านอยากจะให้ฉันเรียกท่านแบบนั้นจริงๆหรือ ฉันขอเรียกอย่างอื่นได้ไหม ชื่อนี้ทั้งแปลกและก็ดูห่างเหิน สำหรับฉัน ท่านไม่ใช่คนห่างเหิน ท่านเหมือนญาติพี่น้อง เหมือนพ่อแม่ที่ฉันไม่เคยรู้จัก จริงๆแล้ว ฉันแอบเห็นท่านก่อนท่านออกจากบ้านเลี้ยงเด็กด้วยนะคะ ไม่ได้เห็นตัวท่านหรอก แต่เห็นเงา ตอนนั้นเป็นช่วงโพล้เพล้ แสงอาทิตย์กลายเป็นสีส้มเหมือนไฟ ท่านกำลังจะออกไป และฉันเห็นเงาของท่านบนพื้นทอดยาวไปถึงกำแพง เป็นเงาที่ตลกมากเลย ฉันรู้อย่างหนึ่งแน่ๆว่าท่านเป็นคนตัวสูง และขาก็คงยาวมาก ฉันขออนุญาตเรียกท่านว่า คุณพ่อขายาว  ได้ไหมคะ? หากไม่ได้ โปรดแจ้งกลับมาด้วย แต่หากว่าได้ โปรดอย่าบอกพลัตนะคะ ให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเรา เขาจะต่อว่าฉันได้ หาว่าฉันไม่แสดงความเคารพ



            ตอนนี้ฉันเริ่มง่วงแล้วค่ะ คิดว่าควรไปนอนเสียที สุดท้าย ฉันอยากบอกท่านว่า ขอบคุณมาก ขอบคุณเป็นพันครั้งล้านครั้งก็คงไม่พอ ขอบคุณด้วยใจ ท่านได้ช่วยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ ทำให้ชีวิตฉันมีความหวังและมีความหมายขึ้นมา ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนในขณะนี้ ฉันอยากให้ท่านมีความสุข อยากให้ท่านนอนหลับฝันดี



ขอบคุณค่ะ

                                                                                                                                                     เรย์











Writer's talk

เป็นอย่างไรบ้างไม่รู้สำหรับบทแรกของ DLL AU หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ 

ถ้าฉันเป็นไคโล คงอดที่จะเอ็นดูเด็กน้อยเรย์ไม่ได้แน่ ทั้งใสซื่อ จิตใจดี ติดตลก อยากรู้อยากเห็น และต่อไปจะขี้อ้อนอีก โอ๊ยยยย ตายๆ เจอผู้หญิงแบบนี้ ไคโลก็ไคโลเถอะ ต่อให้มีอคติกับผู้หญิงขนาดไหน จะทนได้หรือ? 

             

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #842 PPo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 21:49

    กลับมาอ่านเรื่องนี้เป็นรอบที่ล้าน ถถถถถถ ล้อเล่นนนน อยากให้ไรท์รู้ว่าเราชอบเรื่องนี้มากกกกกกกก เป็นเรื่องโปรดในดวงใจ รู้สึกว่าจบเร็วไปด้วยซ้ำแงงงงงง อยากอ่านตอนเค้ามาอยู่ด้วยกันแล้ว 💕💕💕💕💕

    #842
    0
  2. #803 Pgirl (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 23:18

    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ยังชอบมากกกกกกกกก เรื่องนี้อบอุ่นสุดๆ

    #803
    0
  3. #797 nicha_112 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 14:00
    โดยส่วนตัวชอบอ่านเรื่อง daddy long legs มากๆอยู่แล้วค่ะ พอไรต์เตอร์นำมาใส่ใน AU. นี้คือมีความเขินมากๆ ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดคิดว่ารีดเดอร์ช่างเพ้อฝันให้กับการเปย์ของนะคะ อันที่จริงโดยเนื้อเรื่องค่อนข้างมีเหตุผลทีเดียวค่ะ ชอบการเขียนจดหมายของนางเอกนี่แหละค่ะ
    #797
    0
  4. #508 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 08:54
    โอ๊ยยยยยย แฮชแท๊กนี้ต้องมา #daddyที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ มันใช่ค่ะมันใช่! อิพี่ So ป๋า! ป๋ามาก ถ้าคิดจะอุปการะทำไมไม่อุปการะไปเลี้ยงที่บ้านเลยค่ะ ชอบรูปเสียดสีของน้องมาก ก็เอาน้องกลับไปด้วยเลยเซ่! 55555 แต่เอาจริงๆ เปิดเรื่องมาคือสงสารน้องค่ะ ตอนที่อ่านรู้สึกได้ถึงโทนสีหม่นๆ เหมือนสีเทาที่อึมครึม เหมือนท้องฟ้าในวันที่เมฆครึ้ม ฟ้าคำรามและฝนใกล้ตก จนกระทั่งการปรากฎตัวของ 'คุณป๋าไคโล' ในวันอาทิตย์ช่วงที่ท้องฟ้าโพล้เพล้ เราถึงจะสัมผัสได้ถึงเฉดสีที่ต่างไปจากสีเทา มันคือสีแสดค่อนไปทางแดง คือ...เรารู้สึกในโทนนั้นน่ะค่ะ (เราชอบรู้สึกถึงโทนสีเวลาอ่านค่ะ ฟังดูตลกๆ เนอะ แต่เรารู้สึกจริงๆ ค่ะ) ตอนน้องเขียนจดหมายจะรู้สึกไปในโทนสว่างนวลๆ แบบสีเหลืองอ่อนๆ ค่ะ เรารู้สึกได้ถึงความเดียงสาของน้อง ช่างน่าเอ็นดูจริงๆ ค่ะ ในเนื้อความจดหมายที่เขียนถึงป๋านี่...เต็มไปด้วยความสดใส ไม่รู้ว่าคุณป๋าไคโลจะเป็นแบบไหนกันแน่นะ แต่ก็แน่นอนว่าคงจะยโสถือดีอยู่ไม่น้อย ตามที่พลัตบอกว่าป๋าไม่ค่อยอยากจะอุปการะผู้หญิงเพราะไม่ฉลาดมากพอและน่ารำคาญ *มองบนใส่* มองเหรียญด้านเดียวเว่อ! อยากรู้ว่าถ้าป๋าได้อ่านจดหมายแล้วจะเป็นยังไง แล้วก็...ทำไมต้องให้น้องเขียนจดหมายหาทุกเดือนห้ามเว้น ห้ามขาด แต่ตัวเองจะไม่ตอบกลับ คือไรอ่า...จะไม่ตอบกลับน้องจริงๆ เหรอคะป๋า?
    #508
    0
  5. #424 T_3 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 23:16
    ชอบบบบ แค่เริ่มก็น่าอ่านมากๆ

    แล้วว น่ารักกอบอุ่น

    ดีใจด้วยนะเรย์

    ตามไปอ่านต่อละคะ
    #424
    0
  6. #327 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 14:23
    อบอุ่นจังเลยค่ะ เรื่องนี้ต้นฉบับก็อบอุ่นมากแล้ว ยิ่งได้ภาพเป็นเรย์กับไคโลหยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ
    #327
    0
  7. #301 Audaidaj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:45
    โอยนางน่ารักจังดูเป็นเด็กที่ไม่อ่อนโตโลกจนเกินไป มีความกระตือรือล้นดี เต็มเปี่ยสไปด้วยพลังใจเมื่อเจอคุณพ่อขายาวมาคอยนำทางให้
    #301
    0
  8. #204 Roserin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:40
    ท่ามกลางสภาพอย่างนั้นแต่เรย์กลับน่าเอ็นดู ดูกระตือรือร้นและเป็นเด็กเข้มแข็ง ^^

    เคยอ่านฟิคธีมคุณพ่อขายาวเรื่องนึง ซึ่งเขาก็แต่งได้ดีงามมากๆ~ เลยอยากหาต้นฉบับแปลไทยมาอ่านเลยค่ะ แต่ได้ยินว่าหมดคลังแล้ว เศร้า...
    #204
    1
    • #204-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 21)
      28 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:42
      ฉันได้ฉบับแปลไทยจากตอนไปเดินงานหนังสือค่ะ
      #204-1
  9. #163 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:17
    ทำไมมันน่ารักอย่างนี้! เรียกคุณพ่ออีก ว้ายยยยยยยย ฮือออออออ
    #163
    1
    • #163-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 21)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:46
      dd/lg ชัดๆค่ะ //ฟินนนน
      #163-1
  10. #134 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:48
    จดหมายของเรย์น่ารักมากเลย ///// งื้อ จะได้เจอกันเมื่อไรนะ
    #134
    1
    • #134-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:01
      นั่นสินะ จะเจอเมื่อไหร่ แล้วเรย์จะรู้ไหมว่าคือคุณพ่อนะ
      #134-1
  11. #133 lamb_san (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:38
    น่าร้ากกก คุณพ่อจะไม่หลงรักน้องเรย์ได้ไง ฟิลเรื่องนี้อบอุ่นตรึงใจมากเลยค่ะ รออออออ
    #133
    1
    • #133-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:00
      น้องเรย์ แอบอ้อนนิดๆ ก็ไม่เคยมีคุณพ่อนี่นะ ไม่อ้อนคุณพ่อไคโล แล้วจะไปอ้อนใคร
      #133-1
  12. #132 krasivaya_Dragunov (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:32
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    ชอบแนวนี้มากเลยค่ะ 
    คนหนึ่งที่แม้จะไม่ได้มีชีวิตที่ดีอะไร แต่กลับสดใส น่าเอ็นดู 
    กับอีกคนชีวิตดี๋ดี แต่เก๊าะมีแนวคิดในการมองคนแบบแปลกๆ ฮ่า ออกแนวซึนแน่ๆ (ว่าผู้หญิงไม่ฉลาดได้ไงคะ คุณพ่อขายาวขา!)

    #132
    1
    • #132-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:59
      เดี๋ยวคุณพ่อท่านจะเปลี่ยนใจแน่ค่ะ
      #132-1
  13. #131 Skye1907 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:45
    เชื่อคุณพ่อขายาวเอ็นดูเรย์แน่นอน--
    #131
    1
    • #131-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 21)
      18 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:50
      ไม่รู้ใครจะเสร็จใครกันแน่ ฮ่าฮ่า
      ไคโลก็ประมาณว่า เลี้ยงดูเอาไว้ เพราะเห็นว่าน่าเอ็นดูดี
      แต่หารู้ไม่....
      #131-1