Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 2 : If loving you is going to kill me, I’ll wait for death saying hello. [The Selection AU]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    9 ม.ค. 60


The Selection AU

Original by : Kiera Cass

Chapter : 2/3





If loving you is going to kill me, I’ll wait for death saying hello. [The Selection AU]



          ทุกอย่างกำลังไปได้สวย



            เรย์ชะงักไปเล็กน้อย แล้วก็ตัดสินใจวางปากกา พับจดหมาย หยิบใส่ซอง เขียนจ่าหน้าและปิดผนึกให้เรียบร้อย แต่เธอรู้ ยังไงจดหมายของเธอก็ต้องถูกแอบอ่าน และถูกผนึกใหม่อีกรอบเพื่อส่งไปให้ครอบครัวของเธอ ด้วยเหตุนี้ เรย์จึงไม่เคยเขียนอะไรนอกเหนือจากความจำเป็นที่จะต้องเขียน วลีที่ว่า ทุกอย่างกำลังไปได้สวย อ่านแล้วยังไงๆ คนพวกนั้นก็ต้องคิดว่าเธอแค่ให้กำลังใจครอบครัวตัวเอง เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง



            เธอเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงรอบสิบคนสุดท้ายได้ ทั้งที่ เขา น่าจะมองออกว่าเธอจงใจจะทำอะไร แต่ก็ดันมองไม่ออก หรือไม่เขาอาจจะตาบอดแค่เฉพาะกับเธอ หรือไม่เขาอาจจะโง่จริงๆก็ได้ แต่คงไม่หรอก เจ้าชายเบน ออร์กาน่า นาเบอร์รี่ โซโล เป็นคนฉลาด ปราดเปรื่อง เขาแค่ไม่ทันมารยาหญิงเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สำหรับเจ้าชายที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดคุยหรือจีบหญิง  



            เรย์ เคโนบี ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะชนะเดอะซีเลคชั่น ได้เป็นเดอะวัน หรือกลายเป็นราชินี สิ่งที่เธอต้องการอย่างแท้จริง มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นในชีวิตนี้ คือ การแบ่งชนชั้นวรรณะจะต้องหมดไปจากอาณาจักร และความเท่าเทียมกันของคนในสังคมจะต้องกลับมา ระบบชนชั้นวรรณะเพิ่งจะเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจังในสมัยการปกครองของกษัตริย์อนาคิน เพื่อบ้าอำนาจและล่าอาณาเขต หลังเสร็จสิ้นสงครามรวมชาติพันธ์ เขาก็สร้างระบบนี้ขึ้นมา แบ่งเป็นเจ็ดชนชั้น ตั้งแต่กษัตริย์จนถึงขอทาน เพื่อให้การปกครองรวมเข้าสู่ศูนย์กลาง มีราชวงศ์เป็นที่หนึ่ง และกดหัวประชาชนให้โง่งมต่อไป



            ครอบครัวของเรย์เป็นหนึ่งในกลุ่มต่อต้านที่ก่อตัวอย่างลับๆภายใต้จมูกของราชวงศ์ พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ไม่ก่อความเดือดร้อน แค่กระจายข่าวและแนวคิดให้ผู้คนได้รับรู้และสนับสนุน สักพักก็เริ่มมีพวกหัวรุนแรงทำตัวเป็นโรบินฮู้ด ออกปล้นบ้านขุนนางชนชั้นที่สองและครอบครัวของชนชั้นที่สาม เรย์ และเหล่าสมาชิกระดับสูงจึงรวมตัวกันปรึกษาหารือว่าควรทำอย่างไร แล้วหวยก็มาลงล็อคที่รายการเดอะซีเลคชั่นนี่เอง การจะเปลี่ยนแปลงอาณาจักรโดยไม่ใช้กำลัง ไม่เสียเลือดเนื้อ จำเป็นต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และแม่ของเรย์ก็เป็นคนนำเสนอแผนการ ฝังความคิด ขึ้นมา ถ้าพวกเขาสามารถนำคนของกลุ่มต่อต้านแฝงตัวเข้าไปในระดับชนชั้นสูงๆ และกลายเป็นคนสำคัญ บางทีอาจขับเคลื่อนแนวความคิดนี้ได้มากขึ้น จนเกิดเป็นการกระทำ เป็นการแก้ปัญหา โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้ออีก พวกเขาสูญเสียกันไปมากแล้วในสงครามสมัยของกษัตริย์อนาคิน



            ภารกิจตกมาเป็นของเรย์ เพราะเธออาสาสมัครที่จะมาเอง ตั้งแต่เด็ก เธอเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม และเห็นว่าผู้คนเพิกเฉยได้มากแค่ไหนกับชนชั้นที่ห้าลงไป เธออยากทำอะไรสักอย่าง เพื่อครอบครัวของตัวเอง เพื่อให้น้องสาวมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้พ่อกับแม่ไม่ต้องลำบากลำบน ทำงานหลังขดหลังแข็ง แต่ได้ค่าตอบแทนอันน้อยนิด และถูกกดขี่ข่มเหงทุกอย่างจากชนชั้นที่สูงกว่า หากพวกเขายังยอม พวกมันจะยิ่งคิดว่าตัวเองมีอำนาจ



            โชคเป็นของเธอ เพราะดูเหมือนเจ้าชายเบนจะแอบมีแนวคิดนี้อยู่ในหัวแล้ว แต่ไม่เคยกล้าบอกใคร คงเป็นเพราะเขาเริ่มไว้ใจเธอ เห็นว่าเธอไม่มีพิษภัย จึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องนี้กับเธอ ซึ่งเรย์ก็เล่นละครตีหน้าซื่อ มองเขาอย่างเทิดทูน ดวงตาใสบริสุทธิ์เหมือนเด็กๆที่กำลังมองผู้ใหญ่ที่ตัวเองชื่นชม และสนับสนุนความคิดของเขาอย่างแรงกล้ายิ่ง โดยเธอให้เหตุผลกับเขาง่ายๆว่า เธออยากได้ค่าจ้างที่ดีขึ้น เพื่อไว้เลี้ยงปากท้องของคนในครอบครัว อยากให้หลานๆที่เกิดมามีโอกาสทางการศึกษา



            ทุกอย่างกำลังไปได้สวย



          เฮ้อ เรย์ถอนหายใจ นึกถึงฟาสม่าและเจ้าชายเบน ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นระหว่างเดินเล่นกันสองคน และเรย์ถามเรื่องจูบด้วยความสงสัย คำตอบที่ได้ทำให้เธอฉุนจัดเกินไปหน่อย เธอไม่คิดเลยจริงๆว่าเบนจะตาบอดได้ขนาดนั้น ฟาสม่าน่ะชั่วร้าย หล่อนเป็นเหมือนนางมารดีๆนี่เอง วิธีการที่หล่อนมองคนอื่น วิธีการเขี่ยคนอื่นทิ้งออกจากกลุ่ม วางท่านางพญา หล่อนเป็นชนชั้นที่สาม หล่อนจะต้องการอะไรอีก ทั้งสวย รวย เป็นดาวเด่น แต่ก็ยังอยากอยู่เหนือคนอื่นร่ำไป ถ้ามีคนประเภทไหนที่เรย์เกลียดที่สุดก็คือคนประเภทนี้เอง เบนมองไม่เห็นหรือไง จะจูบใครก็จูบไปสิ จูบไปเลย มีปากก็จูบเข้าไป แต่ทำไมต้องเป็นฟาสม่า?



            ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรคู่ควรกับเบนเลยสักนิด ตั้งแต่รู้จักกับเจ้าชาย เขาไม่เหมือนอย่างที่เรย์เคยปรามาสไว้ในตอนแรก เธอเคยคิดว่าผู้ชายแบบไหนกันจะอยากจัดเดอะซีเลคชั่น เขาไม่มีปัญญาหาภรรยาเองหรือไง จนกระทั่งได้มาฟังจากปากเขาเองว่า การใช้ชีวิตในวังของเขา ไม่ได้มีอิสรเสรีที่จะคุยกับใครก็ได้ ทำอะไรก็ต้องระวัง มีกฎมากมายที่ต้องคงไว้ มีภาพลักษณ์ที่ต้องรักษา เขาไม่เคยใกล้ชิดผู้หญิงคนไหนเลย นอกจากแม่ของเขาเอง เพราะอย่างนั้น เขาถึงกังวล ตระหนก กลัวนิดๆเมื่อต้องจัดพิธีเดอะซีเลคชั่น และได้พูดคุยกับผู้หญิงตั้งสามสิบห้าคนในวันเดียว เรย์คือคนที่เขาคุยด้วยแล้วสบายใจ เป็นกันเองที่สุด อาจเพราะเรย์มีนิสัยที่ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิง คิดอะไรก็พูดออกไปเลย ไม่มีลับลมคมใน เขาบอกแบบนั้น ช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ



            เขาอาจจะไร้เดียงสาเรื่องผู้หญิง แต่ความคิด อุปนิสัย จิตใจของเขาไม่เลวทีเดียว เขาสุภาพ อ่อนน้อม ให้เกียรติทุกคน ชอบเรื่องตลกขำขัน ชอบอ่านหนังสือ ชอบถ่ายรูปด้วยกล้องโพลารอยด์ ซึ่งเขาใช้กล้องตัวนั้นถ่ายรูปภาพหญิงสาวทุกคนในรอบยี่สิบคนสุดท้าย เป็นของขวัญด้วย ถ่ายออกมาสวย เป็นธรรมชาติ เขามีวิธีในการดึงตัวตนที่ดีที่สุดของผู้คนออกมา แล้วเขาก็เคยบอกเรย์ ถ้าเขาเป็นคนธรรมดา เขาอยากเป็นช่างภาพ เดินทางไปทั่วโลก ถ่ายรูปเก็บไว้ และส่งกลับมาให้พ่อกับแม่ดูทุกๆเดือน เพราะเขาเป็นของเขาแบบนั้น เรย์จะมองเขาแย่ๆเหมือนเดิมได้ยังไง แล้วฟาสม่าก็ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับเขาเลย



            แล้วใครล่ะ?



            เสียงเล็กๆน่าเกลียดในใจของเธอถาม ตัวเรย์เองก็ไม่คู่ควรกับเขาเหมือนกัน เธอโกหกเขาตั้งแต่วันแรกที่เจอ เธอโกหกทุกอย่าง น้ำตาในคืนแรกที่เจอกันยังไม่ใช่ของจริงเลยด้วยซ้ำ เธอแสดงทั้งนั้น เธอไม่เคยเอ่ยชื่อคนรักให้เขาได้ยิน ก็เพราะมันไม่มีอยู่จริง และที่เธอรู้ว่าเขาเดินออกจากห้องในวันนั้น เพราะความช่วยเหลือจากโพ ดาเมร่อน หนึ่งในองครักษ์ใกล้ชิดของเจ้าชายรัชทายาท โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทของเรย์ตั้งแต่เด็ก และเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มต่อต้าน โพส่งข้อความหาเธอทันทีที่เจ้าชายเดินออกจากห้อง บอกว่าเธอต้องไปที่สวนเล็กๆน่ารักแห่งนั้น นั่นเป็นสวนที่เจ้าชายชอบออกไปชมเวลานอนไม่หลับ



            ทุกอย่างเป็นแผนการ เป็นเกม เธอขอให้เขาคัดเธอออก เพื่อให้เขาสับสน และสนใจในตัวเธอ เธอขอให้เขาเก็บเธอไว้เป็นห้าคนสุดท้าย และให้เธออยู่ในฐานะเพื่อนของเขาเท่านั้น เพื่อให้เขายิ่งสนใจเธอมากขึ้น ผู้ชายมักจะอยากได้ในสิ่งที่ตนเองไม่มีวันได้ พวกเขาจะโหยหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ไกลเกินเอื้อม ก็เหมือนจะไปได้ดีทุกอย่าง จนกระทั่งเกิดทะเลาะกันในวันนั้น และเขาก็ไม่คุยกับเธออีกเลย



            “แน่ใจหรอว่า ทุกอย่างกำลังไปได้สวย” โพ ดาเมร่อนถาม พวกเขาแอบมาพบกันในตอนกลางคืน โพรู้จักทางลับเยอะแยะภายในพระราชวังที่ลับตา ห่างไกลจากกล้องที่ถ่ายทอดสด และสายตาสอดรู้สอดเห็น “พวกหัวรุนแรงคิดว่าเธอกำลังจะแพ้ และจะใช้แผนบี”



            “ไม่ได้นะ” เรย์พูดแล้วกัดฟัน แผนบี เป็นแผนที่ห่วยแตกสุดหายนะ “ขอเวลาฉันอีกหน่อย โพ บอกพวกเขาว่าฉันทำสำเร็จแน่”



            “ไม่รู้สิ เรย์” โพส่ายหน้า ยกมือกอดอก “แม้แต่พ่อของเธอ ยังคิดว่าแผนบีอาจจะได้ผลกว่า”



            “การฆ่าไม่ใช่ทางออก” เรย์กำหมัดแน่น “เราจะต่างจากอนาคินตรงไหนล่ะ?”



            “ต่างสิ” โพพูดเสียงแข็ง “พวกเขาเป็นลูกหลานของอนาคิน สายเลือดบ้าอำนาจ เผด็จการ นักฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลือดเย็น สักวันก็ต้องมีคนแบบนั้นกลับมาอีกในตระกูลนี้ นึกถึงอนาคต เรย์ อนาคตที่เรามีประชาธิปไตย ทุกคนเท่าเทียม...”



            “แต่เขา...”



            “ให้ตาย อย่าบอกนะ” โพส่ายหน้า มองเธออย่างไม่อยากเชื่อ



            “อะไร?” เรย์ถลึงตามอง



            “เธอตกหลุมรักเขา” คำพูดของโพเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเรย์



            “ไม่ใช่!” หญิงสาวเสียงดังขึ้นทันที ดวงตาเบิกโต หัวใจเต้นแรง “ฉันไม่ได้ตกหลุมรัก นั่นเป็นเรื่องบ้าบอของพวกผู้หญิงไร้สมอง ฉันไม่ไร้สมอง!



            “ฉันไม่ได้บอกว่าเธอไร้สมอง” โพพูดอย่างอดทน มองอีกคนที่เหมือนกำลังโกรธจัด หรือเขินจัดกันแน่ ก็ยากที่จะเดา “ไม่ได้ผิดอะไรที่เธอจะตกหลุมรักเขา ใครๆก็ตกหลุมรักเจ้าชายเบนทั้งนั้น ดูผู้หญิงบ้าคลั่งพวกนั้นที่แทบจะตบกันตายเพื่อผู้ชายสิ ไม่ๆ ฉันไม่ได้ว่าเธอบ้าคลั่ง” เขารีบเสริมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าของเรย์ “มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หน้าที่ต้องมาก่อน อนาคตและอุดมการณ์ของเราด้วย”



            “อุดมการณ์หรอ?” เรย์หัวเราะแห้งๆ “การลอบสังหารกลายเป็นอุดมการณ์ของพวกเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่เห็นด้วย ฉันยังเหลือเวลา ฉันขอเวลาอีกอาทิตย์ เขาจะเป็นลูกไก่ในกำมือฉันแน่ เชื่อสิ ถ้าเกินอาทิตย์นี้ไป จะต้มยำทำแกงอะไรเขาก็เชิญเลย โอเคไหม”



            “ฉันจะพยายามกล่อมพวกเขาแล้วกัน หรือไม่ อาจจะให้พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายไปลอบสังหารฟาสม่า ศัตรูหัวใจของเธอแทน”



            เรย์กระทุ้งโพที่หน้าท้องอย่างแรงตอนที่เขาไม่ทันระวังตัว เขาร้องโอดครวญและบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงถึกที่ไม่สมควรเป็นราชินีผู้อ่อนหวานของอาณาจักรนี้เอาเสียเลย เนื่องจากเรย์ประกาศกร้าวออกไปแบบนั้น เธอมีเวลาหนึ่งอาทิตย์ในการทำยังไงก็ได้ให้เบนเลือกเธอ เขายังคงทำตามสัญญาด้วยการเลือกเธอเข้ารอบห้าคนสุดท้ายในวันต่อมา แต่ก็ยังไม่ยอมพูด สบตา หรือมองมาทางเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ฟาสม่าแอบยิ้มเยาะให้เรย์อย่างมีความสุขขณะเดินอยู่ข้างเขา เพื่อนผู้หญิงอีกสามคนต่างซุบซิบกันว่าตนคงไม่มีทางชนะ เพราะดูเหมือนเจ้าชายจะเลือก เดอะวัน ของเขาไปเรียบร้อยแล้ว



            เรย์พยายามที่จะสบตา พยายามจะเข้าหา แต่เขาก็เดินหนี ราวกับรังเกียจ ราวกับโกรธจัด และไม่อยากคุยกับเธออีกแล้ว จะบ้าตาย นี่ฉันกำลังพยายามทำให้นายไม่ต้องตายนะเว้ย เธอตะโกนดังๆในใจตัวเอง เลือกฉันสิ เลือกฉัน อย่าเลือกผู้หญิงคนนั้น



            แต่แล้ว สถานการณ์ก็พลิกผันในเช้าวันถัดมา เรย์ตื่นเพราะมีคนบุกเข้ามาในห้อง กระโดดลงนั่งบนเตียง และเขย่าตัวเธออย่างร้อนรน เมื่อหญิงสาวลืมตาก็เห็นเจสยิ้มแย้มแจ่มใส ตื่นเต้นสุดขีด เหมือนจะลอยติดเพดานได้อยู่แล้ว



            “เรย์ ขอบคุณมาก ขอบคุณมากๆเลย ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ” แล้วเจสก็กอดเรย์แน่น ทั้งที่เรย์ยังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอผลักเจสออกและบอกให้เธอเล่า “เจ้าชายเบน เขาเรียกฉันไปหาแต่เช้ามืด เรานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน และเขา...” เจสหน้าแดงจัด หัวเราะน้อยๆ “เราตายเพราะความสุขได้ไหมเนี่ย ฉันไม่อยากเชื่อเลย เขาบอกว่า เขารักฉัน และเขาจะเลือกฉัน เดอะซีเลคชั่นกำลังจะจบลงแล้ว เรย์”



            หัวใจของเธอหล่นตุ้บ และมันอาจหล่นหายไป ซึมลงไปบนพื้นพรม พร้อมกันนั้น ร่างทั้งร่างของเธอก็เหมือนจะว่างเปล่า โหวงเหวง เช้านั้น เรย์ได้เรียนรู้ว่า ไม่มีละครฉากใด ยากเท่ากับการแสดงความดีใจต่อเพื่อน ทั้งที่กำลังแหลกสลายอยู่ภายใน



            ไม่ได้ เธอยอมแพ้ไม่ได้ ก่อนที่เรื่องนี้จะแพร่งพราย ก่อนที่กลุ่มต่อต้านหัวรุนแรงจะกระทำการตามแผนบี เธอต้องให้เขายอมคุยกับเธอ ต่อให้เขาไม่อยากมองหน้าเธอแล้วก็ตาม ต้องขอบคุณโพที่ทำให้เธอรู้จักทางหลบหลีกในพระราชวังเยอะแยะ และพาตัวเองแอบเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเบนจนได้ เธอรออย่างอดทน จนกระทั่งเขาเข้ามาตามลำพังในช่วงบ่าย



            “คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง” เขาถาม มีทั้งความทึ่ง และไม่พอใจปนอยู่ในน้ำเสียง “คุณควรออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้ามีคนอื่นรู้ว่าคุณ...”



            “เจสบอกฉันเมื่อเช้าค่ะ” เรย์ตัดบท เข้าเรื่องอย่างไม่อ้อมค้อม



            “แล้ว?” เบนถามอย่างเย็นชา



            “ฉัน...” กลับกลายเป็นว่าเรย์พูดอะไรไม่ออก จะเริ่มยังไง เธอจะดึงเขากลับมายังไง “เบน...” ทำไมดวงตาต้องร้อนผ่าวขึ้นมาตอนนี้ เธอไม่ต้องการน้ำตากับการร้องไห้ปลอมๆเสียหน่อย



            “คุณคงดีใจที่ได้รู้” เบนตีความน้ำตาของเธอผิดไป “ผมตัดสินใจทำตามคำแนะนำของคุณ จะมีใครรู้ดีเท่ากับเพื่อนจริงไหม? ไม่ต้องห่วงอะไรอีกต่อไป เรย์ ผมจะจบเดอะซีเลคชั่นพรุ่งนี้ คุณจะได้กลับบ้านในฐานะชนชั้นที่สอง เช่นเดียวกับครอบครัวของคุณ ผมแนะนำให้คุณบอกชื่อคนรักของคุณกับผม ผมอาจช่วยให้เขาได้ย้ายกลับเข้ามาในเมือง คุณจะได้แต่งงานกับเขาอย่างที่เคยสัญญากันเอาไว้”



            “ไม่” เรย์ส่ายหน้า ก้อนเนื้อเท่ากำปั้นในทรวงอกด้านซ้ายกำลังบีบรัดอย่างทรมาน ลำคอเธอแห้งผาก ขณะที่น้ำตารินไหล “เบน ไม่ใช่แบบนั้น”



            “แล้วแบบไหนอีกล่ะ?” เขาถามอย่างอดทน เรย์มองเขาผ่านม่านน้ำตา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นที่เคยมองเธออย่างเอ็นดู ขำขัน กลายเป็นความเย็นชา “คุณต้องการอะไรอีก เรย์ เคโนบี คุณอยากให้ผมคัดคุณออก อยากให้ผมเก็บคุณไว้จนห้าคนสุดท้าย อยากเป็นเพื่อนกับผม อยากเป็นสายสืบในกลุ่มสาวๆให้ผม ทั้งหมดนั่นเพราะอะไร?” ร่างสูงขยับเดินเข้ามาใกล้ แววตาไม่ละไปจากใบหน้าของเธอ



“คุณคิดว่าผมโง่นักหรอ?” เขาเข้ามาใกล้จนประชิดตัว ก้มลงมอง น้ำเสียงเยือกเย็น เรย์เห็นกล้ามเนื้อแถวกรามของเขาขบกันอย่างเครียดขึง “คุณคิดว่าผมจะไม่ตามสืบเรื่องของทุกคนที่ผมคัดให้ผ่านเข้ารอบสิบคนสุดท้ายเลยหรือไง?” ใบหน้าของเขาโน้มลงมาหา และขยับไปทางด้านซ้าย ริมฝีปากอยู่ใกล้กับใบหูของเธอ เรย์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเขา “ผมรู้ว่าคุณเป็นใคร และต้องการอะไร” เบนกระซิบก่อนจะผละออกจากเธอ



“ไม่มีคนรักที่เคยสัญญากันไว้แต่แรก” เบนพูดต่อ “คุณเจอสวนนั้นได้ยังไง ผมก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ ฉลาดมาก เรย์ คุณกับกลุ่มต่อต้านของคุณ ฉลาดมาก”



“เบน ได้โปรด ฟังก่อน” เรย์พูดอย่างอ้อนวอน



“ผมไม่ต้องการคำโกหกอีก” เบนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “คุณควรไปซะ ออกไปซะตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจสั่งทหารรวบตัวคุณโยนไว้คุกใต้ดิน และสำหรับกลุ่มต่อต้านพวกนั้น ผมไม่สนว่าพวกคุณจะมีเป้าหมายอะไร กบฏก็คือกบฏ และผมจะกวาดล้างให้หมด เพราะฉะนั้น ไปซะ จะไปเตือนพวกของคุณ หรือหนีก็ตามใจ ไป และอย่าให้ผมเห็นหน้าคุณอีก”



เขาจ้องหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นคนหันหลังให้และเดินตัดข้ามห้อง ตรงไปยังประตูเสียเอง เรย์ช็อคจนพูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก เขากำลังจะไป ไม่สิ เขาไล่เธอไป เธอกำลังจะเสียเขาไป และทำให้กลุ่มต่อต้านหัวรุนแรงพวกนั้นจะมาฆ่าเขา ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ เรย์ให้เขาตายไม่ได้ เรย์ออกวิ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมไปจับลูกบิดประตู เธอถึงตัวเขา ดึงเสื้อด้านหลัง และกล้าทำ ในสิ่งที่เธอไม่เคยกล้าทำ หญิงสาวสอดแขนเข้าไปรอบเอวของเขา และกอดเขาไว้แน่น  



“จะบอกว่า รักผม หรือไง” เขาพูดต่ออย่างเย็นชา “ผมไม่เชื่อคุณ ไม่มีวันเชื่ออีกแล้ว ผมเบื่อเกมของคุณเต็มที ปล่อยเดี๋ยวนี้ เรย์” เบนยืนนิ่ง และเมื่อเขาพูดมาแบบนั้น ดักเสียทุกทาง ไม่ให้เหลือทางไหนจะไปต่อ เรย์ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เธอปล่อยเขา และมองเขาเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ทิ้งเธอไว้ตรงนี้



และที่แย่อยู่แล้ว มันก็แย่ลงไปอีก เรย์ไม่ได้บอกโพว่าฐานะของเธอถูกเปิดเผย ไม่พูดสักคำว่าแผนการของเธอพังไม่เป็นท่า แต่โพก็รู้อยู่ดีว่ามันพัง ข่าวเรื่องเจสแพร่ไปไว ยังไม่ทันหมดวัน ทุกคนก็เหมือนจะรู้กันหมดแล้ว พวกหัวรุนแรงในกลุ่มต่อต้านจึงได้รับการสนับสนุน วันต่อมา เดอะซีเลคชั่นจบลง เจสหรือเดอะวันคนใหม่ควงแขนเจ้าชายเบนยิ้มร่าให้ทีวี เรย์เดินทางกลับบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ่ง เธอขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นวัน ไม่พูดจากับใคร ไม่ได้ร้องไห้อีก เพราะทุกอย่างในตัวเธอเหือดแห้งไปหมดแล้ว



แต่บทสนทนาบนโต๊ะอาหารจับความสนใจของเธอได้ พวกเขากำลังจะลงมือ เรย์แสดงละครอีกครั้ง แสดงว่าเธอดีขึ้นแล้ว ว่าเธอคนเดิมกลับมา และเธอต้องการที่จะไปด้วย แม่กับน้องสาวเธอไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่เรย์ยืนยัน และบอกว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้เธอรู้สึกดีคือการได้ทำงาน งานทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีค่า ไม่มีอะไรจะดีไปกว่างานชิ้นนี้อีกแล้วด้วย



ครอบครัวของเธออนุญาต เรย์ได้เข้าพระราชวังอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไปพร้อมกับกลุ่มหัวรุนแรงที่ใช้ทางลับเข้าไปในปราสาท พวกเขามีทั้งระเบิดมือ ปืนที่กว้านซื้อจากตลาดใต้ดิน อาวุธครบมือ พวกเขาทุกคนสวมหน้ากาก แม้แต่เรย์ก็สวม งานของเธอและคนส่วนใหญ่ในกลุ่มคือสร้างความวุ่นวาย ขณะที่มือสังหารตัวจริงนั้นมีเป้าหมายที่องค์รัชทายาท เรย์แยกตัวออกจากกลุ่ม แอบติดตามมือสังหารไป และได้เจอเบนในที่สุด ผ่านมาเป็นสัปดาห์ แต่เธอยังเจ็บปวดเมื่อได้เห็นเขาอยู่ดี



เจ้าชายก็ยังคงเป็นเจ้าชาย ต่อให้เขาสู้ไม่ได้ เขาก็จะสู้ ต่อให้ถูกล้อมยังไง เขาก็ไม่ยอมแพ้ แต่เรย์รู้ เขาจะสู้ได้อีกไม่นาน มือสังหารปรากฏตัวพร้อมกับปืนในมือ เรย์ตัดสินใจมานานแล้ว เบนไม่สมควรที่จะต้องตาย ถ้าเขาโหดร้ายล่ะก็ เขาไม่ปล่อยเธอออกมาทั้งที่รู้ว่าเป็นกบฏหรอก เขาให้โอกาสเธอและกลุ่มต่อต้านทั้งหมด ให้โอกาสหนี ให้โอกาสหยุด เรย์วิ่งเข้าไป ยกปืนในมือขึ้นจ่อศีรษะของอีกฝ่าย



“จะทำบ้าอะไร” มือสังหารตะคอก



“ทิ้งปืน แล้วไปซะ” เรย์พูดเสียงเข้ม



“แก ไอ้คนทรยศ” มือสังหารขยับนิ้วชี้



“ถ้าแกยิงฉัน ฉันก็ยิงแก” เรย์บอกอย่างเด็ดเดี่ยว



“แต่ฉันจะยิงแกก่อน” มือสังหารลดปืนลง และเหนี่ยวไกอย่างเร็ว ลูกกระสุนลอยหวือทะลุเข้าที่หน้าท้องของเรย์ ก่อนที่เธอจะคิด หรือได้ทำอะไรเสียอีก โลกของเธอหมุนคว้าง ก่อนจะล้มหงายหลัง เธอได้ยินเสียงปืนอีกหลายนัด แต่ทุกอย่างเบลอจนไม่รู้ว่าใครยิงใครกันแน่ ร่างของเธอกระแทกพื้น เรย์เห็นเพดานที่อยู่สูงขึ้นไป แม้แต่เพดานยังมีลวดลายวิจิตรฝีมือของจิตรกร เรย์คิดถึงวันแรกที่เธอเข้ามาที่นี่ คิดถึงวันแรกที่ได้คุยกับเบน คิดถึงยิ้มของเขา คิดถึงความใจดี ทุกๆอย่าง



แต่เธอกำลังจะตาย













Writer's Talk

จะสปอยล์ The Selection นะ ... (ถ้าไม่อยากโดนสปอยล์ ไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายแทน)

ในนิยาย The selection ฉันไม่แน่ใจว่าใครรับกระสุนแทนใคร (ให้ตาย ละครไทยหรือไง มีรับกระสุนแทนกันด้วย เล่มสามเนี่ย ถ้าไม่รับกระสุนแทนกัน คงไม่ลงเอยกันใช่ไหม วอท!!) แต่น่าจะเจ้าชายรับกระสุนแทนนางเอกค่ะ อ่านนานละ และพยายามลืมๆ จดจำเล่มแรกไว้อย่างเดียวพอ แต่ก็จำได้เลาๆว่า มีประเด็นกบฏอะไรพวกนี้เหมือนกัน แต่นางเอกไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย 

ฉันเปลี่ยนให้เรย์เป็นกบฏซะเลย มันน่าสนใจกว่าเยอะ และมันคงพีคไปอีกถ้าเบนมารู้ทันเอาตอนหลัง จากตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนแค่ 2 ตอนเท่านั้น กลายเป็นว่า ต้อง 3 ซะแล้ว  ต้องไปนอนคิดก่อนว่า จะให้ตายดี ไม่ตายดี ลงเอยดี ไม่ลงเอยดี แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนคงรู้แนวฉันอยู่แล้ว ฉันชอบจบแบบมีความสุข :) ความสุขมีหลายแบบ... 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #808 Ppiit_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 14:26
    เรย์ร้ายมากกก หลอกเจ้าชายได้ แอแง แต่น้องก็รักพี่เขาแล้วนะ จบแบบแฮปปี้เถอะนะ
    #808
    0
  2. #503 ยานรักเรย์โล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 19:24
    ชอบจบมีความสุข แต่ความสุขมีหลายแบบ งั้น...เราภาวนาขอให้ความสุขไม่ได้สุขแบบขมๆ เนอะ หวังว่ามันจะเป็นไปตามนั้น โอ๊ย! พลิกในพลิกในพลิกในพลิก คนอ่านรู้สึกหมุนตลบไปหมด ไม่มีคนรักที่ชายแดนคนนั้น ไม่มีเจ้าชายผู้ใสซื่อไม่ทันเกม เจ้าชายเบนรู้แล้วแต่ก็ทำแค่เพียงห่างเหินน้องไปก็เท่านั้น ทำไมนะ...ทำไมน้องไม่บอกไปว่ารักเจ้าชาย แต่...เราก็เข้าใจว่านาทีนั้น ถึงพูดไปเจ้าชายก็มองว่าเป็นคำอ้างขึ้นมา เป็นแค่ลม แต่ตอนนี้ล่ะ น้องเป็นกบฎในกองกำลังกบฎซะเอง เพื่อช่วยชีวิตพี่เบน กระสุนนัดนี้...หวังว่ามันจะช่วยสลายปมค้างคาในใจของทุกคนนั้น รักกันเถอะ รักกันซะที ขอให้น้องได้พลิกกลับมาเป็นเดอะวัน ส่วนแม่เจสก็ขอให้พลิกเป็นวายรายสายสมรแบบเดียวกับน้องจนต้องโมฆะการคัดเลือกนี้แล้วกลับมาเลือกน้อง...มันจะเป็นไปได้มั้ย T^T
    #503
    0
  3. #383 T_3 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 22:37
    ชอบบบ ชอบความเจ้าชายรู้อยู่แล้วว

    อ้ายยยย อย่าตาย
    #383
    1
    • #383-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 2)
      21 มกราคม 2561 / 18:28
      เจ็บปวดดดดด
      #383-1
  4. #292 Audaidaj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:10
    ว๊ากกกกทำมายย พีคในพีคอ่ะที่เจ้าชายยอมปล่อยเรย์ไปเพราะใจอ่อน
    #292
    0
  5. #270 * GraZe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 08:04
    ตอนแรกที่อ่านกำลังนึกอยู่ว่าเจ้าชายแกจะแย่งยายเรย์มาจากแฟนนางยังไง
    สรุปก็โดนเรย์หลอกจ้า แสดงละครเนียนมากๆเลยนะ
    แต่คนที่แสดงเนียนกว่าก็เจ้าชายของเรา(?)นี่หละนะ
    รู้มาตลอดเลยว่าเรย์ฝ่ายต่อต้าน
    คนที่โดนต้มซะเปื่อยก็คนอ่านนี่แหละ 555555555555
    #270
    0
  6. #13 Apirujeeners (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:46
    โอ้ยพีคมากกก อ่านจบแบบเรย์!!!!!
    #13
    1
    • #13-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 2)
      10 มกราคม 2560 / 15:11
      ดีใจที่ชอบนะคะ
      #13-1
  7. #12 Skye1907 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 00:27
    อื้อหือ....อึ้งแป๊บพลิกล็อตช็อคซีนีม่า เรยยย์
    #12
    1
    • #12-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 2)
      10 มกราคม 2560 / 15:11
      5555 plot twist
      #12-1
  8. #11 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 23:00
    ...กำลังคิดอยู่ว่ามันจะจบแบบไหน ความสุข=นางเอกได้แต่งงานกะพระเอก แต่ว่ามีเดอะวันไปแล้วนี่นา /ครุ่นคิด

    //ตอนแรกก็คิดว่า มันจะจบยังไงภายใน2ตอน ฮ่าๆ
    #11
    1
    • #11-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 2)
      10 มกราคม 2560 / 15:09
      5555 ฉันคิดว่าจะจบได้ค่ะ เขียนไปจะแปดหน้า ยังไม่เห็นวี่แวว ก็เลย... แบ่งดีกว่า
      #11-1
  9. #10 Dandelions (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:42
    จะสุขแบบไหนก็สาดมาเลยค่ะ. พร้อมมาก



    #10
    1
    • #10-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 2)
      10 มกราคม 2560 / 15:08
      พร้อมรับนะ ป้า :)
      #10-1
  10. #9 lamb_san (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:10
    The selection เป็นนิยายที่เคยคิดว่าจะซื้อมาอ่านแต่พอเปิดผ่านๆแล้วไม่ค่อยโดนนิสัยนางเอก5555 แต่คำว่าผู้ชายแซ่บเริ่มดึงดูดเรา55555555 รอตอนต่อไปค่ะ
    #9
    1
    • #9-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 2)
      9 มกราคม 2560 / 22:15
      ผช. แซ่บ จริง
      พระรองแซ่บมาก นี่เทใจให้ Aspen หมดตั้งแต่บทแรก พอมา Maxon พระเอก เราดันเฉยๆ แต่นางก็หล่อแซ่บอยู่ แถมเดาใจนางไม่ค่อยถูก

      ที่อ่านรอดเพราะ ผู้ อย่างเดียวเลยค่ะ
      #9-1