Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 19 : Kylo & Daisy [Triplets AU Project] - END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    15 ก.พ. 60



Triplets AU Project

Chapter : 10 / 10 







Kylo & Daisy



            ไม่มีดอกไม้ที่ล็อกเกอร์ของเดซี่ เคโนบีอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับแทนที่ด้วยเด็กหนุ่มร่างสูง ไหล่กว้าง ผมสีดำยุ่งๆที่เขามักจะติดนิสัยเสยขึ้นไปให้พ้นใบหน้า เขาจะยืนพิงล็อกเกอร์ของเธอ บางครั้งไม่ได้อยู่คนเดียว แต่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนในทีมลาครอส เมื่อเด็กสาวร่างเล็กก้าวเท้าเข้ามาในโถงทางเดิน เธอจะเห็นเขาเป็นอย่างแรก ไม่รู้ทำไม แต่ดวงตาของเดซี่จะหาเขาเจอก่อนใครเพื่อน และเขาจะหันมา ส่งยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง ส่วนใหญ่เขาไม่ได้ยิ้มแบบนั้น เขาเป็นตัวป่วน เป็นจอมกวนประสาท เป็นนักเลงที่ติดทัณฑ์บนของโรงเรียน จนถ้าเกิดเหตุอีกเพียงครั้งเดียว เขาควรจะถูกไล่ออก อย่างไรก็ตาม เขาคงไม่ถูกไล่ออกจริงๆหรอก แม่ของเขาเป็นถึงเจ้าหน้าที่คนสำคัญของสำนักเทศมนตรี เธอค่อนข้างมีอำนาจ และเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้โรงเรียนทุกปี มากพอที่จะทำให้เขาติดทัณฑ์บนเท่าไหร่ก็ได้ โดยไม่โดนไล่ออก



            ไคโล ออร์กาน่า โซโล เป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกับเดซี่ ขณะที่เธอเป็นเด็กดีในโอวาท เขาเป็นพวกชอบแหกกฎ เธอเป็นเด็กสาวที่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนมากกว่าเพื่อน เขาเป็นคาสโนว่าประจำโรงเรียนอันเป็นที่กล่าวขานของสาวๆ เธอเป็นเด็กเงียบๆ ขี้อาย ธรรมดาและเรียบเฉย เหมือนน้ำนิ่งไหลเอื่อยในลำธาร เขาเป็นเด็กที่ชอบสร้างสีสัน เสียงเอะอะ เป็นศูนย์กลางของผู้คน ใจร้อน ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เวลาโกรธทีก็เหมือนไฟที่พร้อมแผดเผาอีกคนให้มอดไหม้ เธอไม่ชอบวิชาพละ ไม่เก่งกีฬา มักจะต้องสอบปฏิบัติซ่อมนอกเวลาเป็นประจำ แต่เขาเป็นถึงกัปตันทีมลาครอสที่พาโรงเรียนชนะระดับท้องถิ่น เขาชอบเพลงร็อค เธอชอบเพลงป๊อป เขาอ่านหนังสือได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็โอดครวญ เธอนั่งอ่านได้เป็นชั่วโมงๆ เขาวาดรูปไม่เก่ง ถ้าให้วาดคน ก็วาดเป็นตัวก้านไม้ขีด แต่เธอชอบวาดรูปและมีพรสวรรค์ทางด้านนั้น



             ต่างในทุกทาง ในทุกด้าน เดซี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งที่ต่างกันขนาดนั้น พวกเขากลับคุยกันได้ คุยได้ยาว ได้วันละหลายชั่วโมง และไม่เบื่อเสียด้วย ทุกอย่างมันเริ่มจากวันนั้น วันที่เธอกลับบ้านค่ำเพราะวาดรูปจนเพลิน และเขาถูกทำโทษให้ทำความสะอาดทางเดิน พวกเขาคุยกันอย่างที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน อย่างน้อยก็ไม่ใช่การคุยแบบตั้งใจ พอคุยกันไป ก็เหมือนจะหยุดไม่ได้ ไปๆมาๆ เดซี่ก็เห็นเขามารอเธอทุกเช้า ตอนกลางวันก็เดินมานั่งกับเธอ แมตต์ก็ถูกคิระดึงไปนั่งด้วยแล้ว ถ้าไม่มีไคโล เดซี่ก็คงต้องนั่งคนเดียว ตอนเย็น เขาจะไปซ้อมลาครอสประมาณสองชั่วโมง จากนั้นก็มาเจอเธอที่ห้องศิลปะ บางครั้งเดซี่ก็รู้สึกรำคาญเพราะเธอต้องใช้สมาธิ ส่วนใหญ่แค่เพราะมีเขาอยู่ด้วยนั่นแหละ ทำให้เธอเสียสมาธิมากที่สุด



            พวกเขาสนิทกันเร็ว เร็วมาก เดซี่ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะพาไปสู่อะไร สิ่งที่เธอแน่ใจก็คือ ไคโลไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอคิดหรือวาดภาพเขาไว้ในตอนแรก และเมื่อแมตต์สังเกตเห็นว่าพี่ชายตัวเองมาสนิทกับเธอ เขาก็เริ่มห้ามปราม กล่าวเตือนอย่างหวังดี



            “เชื่อฉันเถอะ เขาวางแผนทุเรศๆอยู่ในหัวแน่นอน”



          “ฉันดูแลตัวเองได้ แมตต์ นายยังเห็นอีกด้านของคิระได้ ทำไมฉันจะเห็นอีกด้านของไคโลบ้างไม่ได้ล่ะ?” เดซี่เถียงเขาไปแบบนั้น



          “มันไม่เหมือนกัน เดซี่” แมตต์เถียงกลับ



          “ยังไง มันไม่เหมือนกันยังไง?”



          เดซี่คิดว่าแมตต์คงหาคำตอบไม่ได้ เพราะเขาเงียบไป สุดท้ายก็ยอมบอกว่าเขาเชื่อในการตัดสินใจของเธอ และเชื่อว่าเธอดูแลตัวเองได้ ขอแค่ให้เธอระวังไว้หน่อย แมตต์ไม่ใช่คนเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม้แต่อาจารย์มาซที่สอนวิชาศิลปะ และเป็นอาจารย์ที่เดซี่สนิทด้วยที่สุด ก็ยังแปลกใจที่เห็นไคโลมาหาเธอที่ห้องศิลปะทุกวัน กิตติศัพท์ด้านลบของเขาเป็นที่เลื่องลือ ในสายตาของพวกอาจารย์ เขาเป็นเหมือนดาวมฤตยูที่อันตราย มาซตะล่อมพูดกับเธอว่าเธอควรอยู่ห่างเขาดีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเด็กสาวร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะเขามาหลายรายแล้ว ทำไมเดซี่จะไม่รู้ เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยังยอมคุยกับเขาอยู่ดี ไม่ใช่เพราะเธอกลัวว่าจะไม่มีคนคุยด้วย ต่อให้ไม่มีแมตต์หรือไคโล เธอก็มีเพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนที่สนิทกันในชั้นเรียน พร้อมจะให้เธอไปนั่งด้วยที่โต๊ะอาหารเสมอ แต่เดซี่ก็ติดอยู่กับไคโล



            พวกเขาเคยทะเลาะกัน ซึ่งหลังจากจบเรื่อง พวกเขาเรียกเหตุการณ์นั้นว่า ดราม่าครั้งใหญ่ เพราะมันทำให้พวกเขาไม่คุยกัน และเดซี่โกรธมาก โกรธมากอย่างที่ไม่เคยโกรธใครขนาดนั้น เรื่องเกิดจาก มิทากะ เด็กหนุ่มลูกครึ่งเอเชียเก่งคอมพิวเตอร์ เด็กเนิร์ดอีกคนที่มักเป็นเป้าถูกรังแกจากพวกนักเลงและนักกีฬาหัวโตทั้งหลาย มิทากะมักถูกใช้ให้ทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์และวิชาอื่นๆโดยพวกของไคโล เหตุแตกหักเกิดขึ้นเมื่อมิทากะคิดจะยืนหยัดต่อสู้ ไม่ยอมก้มหัวอีก เขาไม่ยอมทำรายงานให้อีกแล้ว เพื่อนๆของไคโลจึงจับตัวเขาไปในห้องน้ำ และจะกดศีรษะเขาลงโถส้วม เสียงของพวกเขาไม่ใช่เบาๆ มันดังลั่นออกมาจนคนเดินผ่านไปก็ต้องได้ยิน แต่ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง ด้วยความกล้าหาญหรืออาจจะเพราะตอนนั้นเดซี่คิดว่าตัวเองเป็นเพื่อนของไคโลคนหนึ่งเหมือนกัน เธอตะลุยเข้าไปในห้องน้ำชาย ตอนแรกเธอคิดว่าไคโลไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย แต่วันนั้นเธอเห็นกับตาตัวเองเลยว่า เขายืนอยู่เฉยๆ ไม่ห้ามเพื่อน ไม่ได้สนใจ สีหน้าออกจะเบื่อๆ เหมือนอยากทำอะไรที่สนุกกว่านั้นด้วยซ้ำ มันกลายเป็นสาเหตุให้พวกเขาทะเลาะกันใหญ่โต



            “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมเธอจะต้องโกรธฉันล่ะ” ไคโลถามขึ้นเสียง คว้าแขนเธอกระชากให้หันไปหา และหยุดเดิน



          “ยังจะมาถามอีกว่าทำไม นายยืนดูอยู่เฉยๆได้ยังไง” เดซี่ถาม พลางดึงแขนตัวเองออกมา “ถ้าตรงนั้นเป็นฉัน นายก็คงจะปล่อยให้เกิดขึ้นเหมือนกันใช่ไหม”



          “พูดอะไรบ้าๆ ถ้ามีใครกล้าแตะต้องเธอล่ะก็ มันโดน...”



          “ฉันต่างจากมิทากะตรงไหนล่ะ ไคโล?” เดซี่ถามแทรก “ชนชั้นของไฮสคูลนี้แบ่งแยกชัดเจน ชนชั้นที่ฉันอยู่ก็ระดับเดียวกับมิทากะไม่ใช่หรอ พวกไร้ตัวตน พวกเนิร์ด เป็นเป้าให้พวกนายระบายอารมณ์ เป็นตัวตลกของพวกนาย”



          “เธอไม่ใช่!” ไคโลตวาด “นี่มันคนละเรื่องกันแล้ว”



          “มันเรื่องเดียวกัน” เดซี่เถียง “อย่ามาพูดเลยว่านายไม่เคยคิดว่าฉันกับแมตต์น่ะน่าขำ”



          “ให้ตาย เดซี่ นั่นมันเมื่อก่อน ก่อนที่ฉันจะรู้จักเธอ”



          “นายก็รู้จักฉันมาตลอดนั่นแหละ” เดซี่พูดตามความจริง เขารู้จักเธอมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เขาเคยค้างบ้านเธอด้วยซ้ำ แต่นอนในห้องของคิระ “ถ้านายคิดว่าแกล้งคนแบบมิทากะไม่เป็นไร สักวันนายก็ต้องแกล้งฉันเหมือนกัน เหมือนอย่างที่นายเคยทำกับแมตต์”



          “ฉันไม่มีวันทำแบบนั้นกับเธอ” ไคโลทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้ แต่เดซี่ถอยหนี



          “อย่ามายุ่งกับฉันเลย ไคโล ฉันคิดว่านายไม่เหมือน... ไม่เหมือนอย่างที่ฉันเคยคิดเอาไว้”



          แล้วเดซี่ก็ไม่คุยกับเขาไปหลายวัน แต่เขาก็ยังเดินตามเธอ โผล่มาที่ล็อกเกอร์ของเธอในตอนเช้า พยายามพูดกับเธอ ตอนกลางวันที่เดซี่ไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง เขาก็ตามมา และทำให้เพื่อนๆของเธอกลัวเขาแทบตาย โดยเฉพาะวันที่มีแข่งกีฬาลาครอสนัดสำคัญ สิ้นสุดฤดูกาล เป็นแมตช์สุดท้ายของไคโลที่โรงเรียนนี้ก่อนจะเรียนจบ โดยนาบูเจอกับคู่แข่งตลอดกาลคือ โรงเรียนฮอสเนียนไพร์ม ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก



            “ถ้าเธอไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันก็จะไม่ลงแข่งคืนนี้” เขาพูดด้วยเสียงอันดัง ทำหน้าตาน่ากลัว ดวงตาจ้องเขม็งอย่างเอาจริง



          เดซี่แค่มองเขาอย่างรู้เท่าทัน ลาครอสเป็นยิ่งกว่าชีวิตของเขาอีก ศักดิ์ศรีของนักกีฬา ศักดิ์ศรีของความเป็นนาบู ศักดิ์ศรีของกัปตันทีมมันค้ำคอเขาอยู่ เขาไม่มีวันยอมหรอก



          ไคโลวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะของโรงอาหาร โน้มใบหน้าลงมาใกล้ เดซี่ไม่อยากยอมรับเลยว่าหัวใจเธอเต้นกระตุกแปลกๆ “ฉันทำได้ทุกอย่าง เดซี่ เพื่อให้เธอกลับมาคุยกับฉันเหมือนเดิม ถ้าฉันไม่เห็นเธอบนอัฒจันทร์ คืนนี้ ฉันก็จะไม่ลงสนาม”



            เดซี่คิดว่ายังไงเธอก็จะไม่ไป ลาครอสไม่ใช่ของชอบของเธออยู่แล้ว และคนอย่างไคโลเนี่ยนะจะยอมทิ้งลาครอสแค่เพราะอยากให้เธอกลับไปเป็นเพื่อนของเขา ฟังดูไร้สาระ ไม่น่าเป็นไปได้ สุดท้ายเขาก็ลงสนามอยู่ดีนั่นแหละ เธอคิดอย่างนั้นจริงๆ จนกระทั่งเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหา เดซี่ได้ยินเสียงร้องเชียร์จากในสนามแข่งชัดเจน เพื่อนของเธอบอกว่า ไคโลนั่งข้างสนาม ยืนยันกับโค้ชว่ายังไงก็ไม่ลงเล่นเด็ดขาด ต่อให้โค้ชจะด่า หัวเสีย และคาดโทษว่าจะให้เขาวิ่งรอบสนามเป็นร้อยรอบก็ตาม คะแนนของฮอสเนียนไพร์มก็นำหน้าไปแล้วด้วย



            “ขอร้องล่ะ เดซี่ มาดูแข่งเถอะ แค่ให้เขาเห็นหน้าเธอ หลังจากนั้น ถ้าเธอไม่อยากพูดกับเขาจริงๆ ก็ทำได้นี่ ไม่เห็นต้องแคร์เลย ฉันอยากให้เราชนะอะ ได้โปรด มาเถอะนะ”



          เพราะลึกๆลงไป เดซี่ก็คาดหวังให้โรงเรียนตัวเองชนะระดับท้องถิ่นอีกครั้ง และเพราะเธอไม่คิดเลยว่าไคโลจะทำอย่างนั้นจริงๆ เธอก็เลยออกจากบ้าน ยืมจักรยานของเรย์โดยไม่ได้บอกก่อน รีบปั่นไปโรงเรียน เธอไม่ได้ขึ้นไปบนอัฒจันทร์ แต่ไปยืนอยู่ข้างสนามและตะโกนเรียกชื่อเขาอยู่ตั้งนาน กว่าเขาจะได้ยินและหันมามอง เดซี่ยืนหอบหายใจ เห็นริมฝีปากของเขาค่อยๆคลี่ยิ้มอย่างช้าๆ แล้วเขาก็หันไปหาโค้ชบอกว่าจะลงสนามแล้ว เมื่อมีกัปตันทีมที่เข้มแข็ง ความเป็นทีมเวิร์คของเหล่านักกีฬาก็กลับมา ทีมนาบูจึงพลิกเกมมาชนะเอาตอนท้าย อัฒจันทร์ทางฝั่งเด็กนาบูส่งเสียงเฮดังลั่น ตอนนั้นเอง ไคโลก็ถอดหมวกเล่นลาครอสของเขาออก โยนไม้ลาครอสไว้บนเก้าอี้สนาม และวิ่งมากอดเดซี่โดยเธอไม่ได้ตั้งตัวก่อน



            คืนนั้น หลังจากพิธีมอบรางวัลเสร็จสิ้น เขาก็ขอคุยกับเธอตามลำพัง ทั้งขอโทษ บอกว่าตัวเองงี่เง่า ทั้งสัญญาว่าเขาจะไม่รังแกใครอีก และสารภาพตรงๆว่าเขาชอบเธอ



            “คบกับฉันได้ไหม นะ เดซี่ คบกับฉันนะ” มันออกจะตลกอยู่สักหน่อยที่เด็กหนุ่มตัวใหญ่อย่างไคโล ออร์กาน่า โซโลทำเสียงอ้อน พร้อมกับแววตาเหมือนลูกหมา แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นทำตัวเป็นสิงโต “ฉันจะไม่ทำตัวงี่เง่า จะไม่แตะต้องเธอด้วย ฉันรู้ว่าเธอได้ยินเรื่องอะไรเกี่ยวกับฉันมาบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าเธอไม่อยาก หรือรู้สึกไม่สบายใจ ฉันขอแค่กอด จับมือ โอบไหล่ก็พอ จะไม่ทำมากกว่านั้น ถ้าเธอไม่ต้องการ ฉันสัญญาเลย”



          เดซี่ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะตอบอะไร เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา เธอคิดว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีเด็กผู้ชายมาขอเธอคบ เธอจึงไม่รู้ว่าควรทำยังไง ออกจะกลัวๆด้วยซ้ำ เธออยู่ระหว่างตัดใจจากเบน เพราะแน่ใจแล้วว่าเขามีคนที่แอบชอบอยู่ ซึ่งก็ไม่ไกลจากตัวเธอเลย พี่สาวเธอนั่นเอง แล้วไคโลก็มาพูดกับเธอแบบนี้ จะไม่ให้เธอสับสนได้ยังไง เดซี่ไม่ได้ตอบรับ ไม่ได้ปฏิเสธ เธอบอกเขาว่า เธอไม่รู้ว่าควรทำยังไง แต่ไคโลยิ้ม บอกว่าไม่เป็นไร ยังไงเขาก็ไม่ไปจากเธอง่ายๆ



            แต่ก็กลายเป็นว่า ไคโลทำตัวสนิทสนมกับเธอมากกว่าเดิม อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา เมื่ออยู่ในโรงเรียน ถึงจะไม่ค่อยได้เจอในคาบเรียน เพราะลงวิชาไม่เหมือนกันนัก แต่เวลาพัก คาบว่าง หรือหลังเลิกเรียน เขาจะอยู่กับเธอตลอด ทำตัวเหนียวหนึบยิ่งกว่ากาวหรือตีนตุ๊กแก เธอก็ไม่เข้าใจว่าเขาเห็นเสน่ห์อะไรในตัวเธอ และก็แปลกที่เธอกลับไม่รังเกียจสักนิด ถ้าเขาจะจับมือ โอบไหล่ หรือกอดเป็นบางครั้ง เธอชอบเวลาที่เขาจับมือ มือของเขาใหญ่กว่า ให้ความรู้สึกเหมือนเธอตัวเล็กกระจิดเดียว อย่างไรก็ตาม บางทีเธอก็อึดอัด เพราะเขาชอบกอดเธอในที่สาธารณะ



            อะไรหลายอย่างดูเหมือนจะไปได้ดี เดซี่ก็เริ่มชอบเขาขึ้นมา จะไม่ชอบได้ยังไง ภายนอกเขาอาจดูน่ากลัวเหมือนพวกนักเลง เป็นบุคคลที่ไม่น่าเฉียดเข้าใกล้ แต่จริงๆแล้ว ความกวนประสาทของเขามันตลกกว่าที่คิด ท่าทางข่มขวัญที่ทำใส่คนอื่น เขาไม่เคยทำกับเธอ เขาพูดถึงเบนและแมตต์ในมุมที่เดซี่ไม่มีวันได้ยินจากแมตต์แน่ ลึกๆแล้วเขาก็รักน้องชายตัวเองทั้งสองคน เพียงแต่แสดงออกได้น่าตบแรงๆสักป้าบ เขาใส่ใจคนอื่น อย่างที่เดซี่ไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจ เขาจำได้หมดว่าเธอชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เขาให้กำลังใจเธอบ่อยที่สุด เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง เครียดและกังวลง่าย เขาทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้ มักจะมีคำพูด หรือเรื่องอะไรก็ตามที่เขายกขึ้นมา และพาเธอออกจากเรื่องเครียดๆไป



            แต่พวกเขาก็มีเรื่องให้ทะเลาะกันอีกจนได้



            เรื่องมันเริ่มจากแมตต์ ไปพูดกับไคโล ขอให้เขาอยู่ห่างจากเดซี่ แล้วก็เลยเถิดไปบอกไคโลได้ยังไงไม่รู้ว่า เดซี่แอบชอบเบนอยู่ ซึ่งเดซี่ก็ไม่รู้เลยว่าแมตต์รู้เรื่องนี้ และไม่เคยรู้ด้วยว่าทุกคนก็รู้ แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ เดซี่มารู้จากปากไคโลว่า แมตต์แอบชอบเธอมาตั้งสองปี และคนที่ส่งดอกเดซี่ให้เธอตอนเช้า ก็คือแมตต์นั่นเอง เอาเป็นว่า ไคโลไม่ค่อยพอใจ อาจเรียกได้ว่า ทำตัวงี่เง่า ขึ้นมาอีก  วันพุธ วันเดียวกับที่คิระจะจัดปาร์ตี้ที่บ้านนั่นล่ะ ที่พวกเขาทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ เดซี่คิดว่านัดไปดูหนังตอนเย็นคงไม่เกิดขึ้นเสียแล้ว แต่เขาก็โผล่มาที่บ้าน แถมยังมายืนทะเลาะกับคิระหน้าห้องเธออีก ทั้งที่ตอนกลางวันทำตัวงอนตุ้บป่องใส่เธอ แต่พอเดซี่เปิดประตูออกมา เขาก็กอดเธอโชว์ต่อหน้าแมตต์กับคิระ เดซี่ทั้งเขินทั้งอาย ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ตรงไหน ยิ่งเขาพูดจาน่าตบปาก เธอก็ยิ่งอยากวิ่งหนีออกจากฉากนั้น



            การไปดูหนังไม่ค่อยสนุกอย่างที่หวังไว้เท่าไหร่ เมื่อเขาทำหน้าหงิกหน้างอ เดซี่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เมื่อหนังจบ เดซี่รู้สึกสังหรณ์แปลกๆ อยากกลับบ้านมากกว่าจะไปหาที่คุยเงียบๆและเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่อง และเธอดีใจที่วันนั้นเลือกที่จะรีบกลับบ้าน คงไม่ต้องเล่าสภาพของเรย์กับคิระอีกรอบว่าเละเทะแค่ไหน



            “พวกเธอไม่เคยเป็นแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” เดซี่พูดอย่างกังวล บ้านอยู่ในความสงบเหมือนเดิมแล้ว เพราะไคโลจัดการไล่แขกกลับให้หมด ส่วนเรย์กับคิระก็เมานอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ห้องใครห้องมัน



          “คงไม่พ้นเรื่องแมตต์กับเรื่องเบน” ไคโลตอบ ส่วนเดซี่ถอนหายใจ “เธอไม่เสียใจเรื่องเบนหรอ?”



          “ทำไม?” เดซี่ถามอย่างประหลาดใจ



          “ก็เขาจูบพี่สาวเธอ” ไคโลบอก



          “ฉันไม่ได้ชอบเบนแล้ว” เดซี่บอกเขา โดยไม่กล้าสบตา แก้มเริ่มร้อนผ่าว



          “แล้วชอบใคร บอกได้ไหม” ไคโลถาม พลางขยับเข้ามาจนประชิดอย่างรวดเร็ว



          เดซี่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นหรอก เธอเลี่ยงที่จะพูดคำนั้นตลอด ด้วยเหตุผลเดียวคือเธอเขินจนอยากจะบ้าตาย



            ก่อนพิธีจบการศึกษาประมาณสามวัน จดหมายจากมหาวิทยาลัยอัลเดอรานก็ส่งมาหาเดซี่ และคิระ รายนั้นเปิดจดหมายอ่านไปแล้ว และกรี๊ดดังลั่นบ้านที่ได้เข้าเรียน วิ่งไปกอดคุณปู่ แล้วก็วิ่งขึ้นไปบนห้อง รีบโทรศัพท์หาแมตต์ เรย์เสนอว่า ถ้าเดซี่ไม่กล้าเปิดจดหมาย เธอจะเปิดให้เอง แต่เดซี่ส่ายหน้า เธอยังไม่พร้อม ไม่รู้ด้วยว่าเมื่อไหร่จะพร้อม จนถึงพิธีจบการศึกษาในวันศุกร์ วันสุดท้ายที่ได้อยู่โรงเรียน เดซี่ยิ้มและถ่ายรูปกับพี่ๆและเพื่อนๆของเธอ คุณปู่มางานด้วย และบอกว่าดีใจแค่ไหนที่เห็นหลานทั้งสามคนเรียนจบไฮสคูลพร้อมจะไปมหาวิทยาลัยแล้ว ปู่พูดแบบนั้นและมองเดซี่อย่างมีความหมายนัย แต่เธอก็ยังไม่กล้าเปิดซองจดหมายอยู่ดี



            เดซี่ตั้งใจว่าวันเสาร์จะเปิด หลังอาหารเช้า ทุกคนต้องกินอาหารเช้าก่อนจริงไหมล่ะ? พอจะเปิด เธอก็คิดว่าควรฟังเพลงก่อน ผลัดไปเรื่อย จนมื้อกลางวัน เลยไปมื้อเย็น เดซี่ก็ยังไม่เปิด ไว้เปิดพรุ่งนี้หลังกลับจากโบสถ์ หรือไม่ก็ก่อนไปโบสถ์ เผื่อเธอร้องไห้ แล้วไปฟังเทศน์จะได้รู้สึกดีขึ้น แต่เดซี่ก็ยังไม่เปิดจดหมาย



จนกระทั่งตอนเย็น บ้านโซโลเชิญแฝดสามเคโนบีและคุณปู่ไปที่บ้าน กินอาหารเย็นร่วมกันในสวน ฉลองให้กับการจบการศึกษาของเด็กๆ และแสดงความยินดีที่ได้เข้ามหาวิทยาลัย เรย์กับเบนจะไปคอร์เลอเรียด้วยกัน เดซี่ไม่รู้ว่าเรย์ไปแอบสมัครและสัมภาษณ์กับคอร์เลอเรียเมื่อไหร่ พี่สาวก็แอบกระซิบบอกทีหลังว่าเธอสนใจมหาวิทยาลัยนี้ เพราะเคยคุยกับเบนไว้นานแล้ว เธอยื่นเรื่องสมัครไว้เล่นๆโดยไม่บอกใครทั้งสองที่คืออัลเดอรานกับคอร์เลอเรีย และได้ตอบรับกลับมาทั้งคู่ เบนจะเรียนเพื่อเป็นสัตวแพทย์ ส่วนเรย์จะเรียนด้านเคมีโดยเฉพาะ แมตต์กับคิระไปอัลเดอราน แมตต์ เรียนด้านวิศวกรรมโยธา คิระ เรียนออกแบบ สาขาแฟชั่นและสิ่งทอ ไคโล แน่นอนว่าไปอัลเดอรานด้วยโควตานักกีฬา เขาเรียนด้านบริหาร เพราะคิดจะกลับมาสานต่อธุรกิจของฮาน เหลือแต่เดซี่นี่แหละ ที่ไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นยังไง ทุกคนรอให้เธอเปิดจดหมาย และเธอคิดว่าพวกเขาลุ้นกว่าเธออีก แต่เธอเปิดไม่ได้จริงๆนี่



“เอาจดหมายมาด้วยไหม” ไคโลถามเธอเสียงเรียบ ไม่ได้คาดคั้น ทั้งที่เขาอยากรู้คำตอบจากอัลเดอรานใจจะขาด เมื่อสาวๆเคโนบีมาถึงบ้านโซโล เอ่ยทักฮานกับเลอาเรียบร้อย ไคโลก็ดึงตัวเดซี่เข้ามาในห้องของเขา เพื่อเรื่องมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ



เดซี่พยักหน้า ดึงจดหมายออกจากกระเป๋า เธอพกจดหมายติดตัวแทบจะตลอดเวลา แต่ไม่กล้าเปิดสักที ระหว่างที่ไคโลยังเงียบอยู่ เธอก็ถือโอกาสแอบมองข้าวของในห้องของเขา ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ บางทีเขาคงจัดเรียบร้อยแล้วก่อนเธอจะมา อุปกรณ์กีฬาวางอยู่บนชั้นมุมหนึ่ง ผนังมีภาพโปสเตอร์วงร็อคอย่างเดอะแบล็กซับบาธ และเซ็กส์พิสทอลส์ หนังสือเรียนของเขาวางเรียงอยู่บนโต๊ะ เตียงของเขากว้างและปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเข้ม หมอนยับยู่ยี่วางพิงพนัก เตียงอยู่ติดหน้าต่าง แบบที่ตอนเช้า เขาน่าจะตื่นเพราะแสงแดด



“โอเค” ไคโลพูดขึ้น ขยับไปนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำการบ้านของเขา “ขออนุญาตดึงเธอมานั่งตักได้ไหม?”



            “ห๊ะ?” เดซี่อุทานยังไม่ทันจบคำ เขาก็ดึงเธอลงไปนั่ง แล้วแบบนี้จะขออนุญาตไปเพื่ออะไร? ไคโลหยิบจดหมายไปจากมือเดซี่ ขณะที่เธอนั่งตัวลีบ แขนข้างหนึ่งของเขาโอบตัวเธอไว้ หรือในอีกแง่คือล็อกเธอไม่ให้หนีต่างหาก



            “เธอยังไม่ได้เปิดอ่าน” ไคโลพูดขึ้น และเดซี่พยักหน้า



            “ฉันกลัว” เดซี่ยอมรับตรงๆ ก้มหน้าลงหลบตาเขา “กลัวเป็นแบบตอนคอรัสซังต์กับมุสตาฟาร์ มันคอยวนกลับมาอยู่เรื่อยเลย”



            “รู้ใช่ไหมว่า ยังไงก็ต้องเปิดดู” ไคโลถาม เธอพยักหน้าหงึกหงัก “จะดีที่สุด ถ้าเปิดดูด้วยตัวเอง” เธอพยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ว่ายังไง ฉันก็อยู่กับเธอ รู้ข้อนี้ไหม” เขาถาม เสียงอ่อนโยนมากขึ้น เดซี่ส่งเสียงพึมพำตอบว่าเธอรู้



            “ถ้าฉันไม่ได้เข้าเรียนล่ะ จะทำยังไง” เดซี่พูดอย่างกลัวจริงๆ ใจเธอเต้นแรง อาจเพราะนั่งอยู่บนตักไคโลด้วยส่วนหนึ่ง และอีกส่วนมาจากความจริงที่ว่า ในอีกไม่กี่นาที เธอต้องเปิดจดหมายแล้ว



            “ฉันก็จะกอดเธอแบบนี้ กอดทั้งวันก็ทำได้” เขาพูดทีเล่นทีจริง เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเขายิ้มอยู่ “ถ้าเธอไม่อยากลงไปเจอสีหน้าผิดหวังของใคร ฉันจะพาเธอปีนออกทางหน้าต่าง เธออยากไปไหนก็บอกมา จะร้องไห้เท่าไหร่ฉันก็ไม่ว่า จะสั่งน้ำมูกบนเสื้อฉัน ก็ไม่เป็นไร และเมื่อเธอพร้อม เราค่อยมาหาทางออกกัน ฟังดูโอเคใช่ไหม?” เขาเลื่อนมือขึ้นลูบศีรษะของเธอและโยกไปมา “แต่ถ้าเธอได้เข้าเรียน เราจะ...”



            “อย่าเพิ่งพูด” เดซี่ไม่คิดว่าตัวเองจะทนฟังเรื่อง ถ้าเธอได้เข้าเรียน จากปากเขาได้



            “เปิดจดหมายเถอะ เดซี่ ไม่ว่ายังไง ก็ไม่เป็นไร เชื่อฉันสิ” ไคโลลูบแขนเธอขึ้นลง เอียงศีรษะจรดศีรษะเธอ เดซี่กัดริมฝีปาก ตอนนั้นเสียงทุกอย่างเหมือนจะดังลั่นไปหมด แม้กระทั่งเสียงฉีกซองกระดาษ ก็ดังเสียจนทะลุทะลวงไปทุกเส้นประสาท ซองจดหมายเปิด เดซี่สูดลมหายใจและหยิบกระดาษจดหมายออกมาเปิดดู แค่ประโยคแรกก็รู้อนาคตแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่า อนาคตของคนเรามันเปลี่ยนได้แค่เพราะประโยคแรกของจดหมาย



            ไคโลก้มลงอ่านด้วย และเมื่อประโยคแรกผ่านไปแล้ว เขาก็เงยหน้าขึ้น เขารู้ว่าเคยพูดกับเธอไว้ว่ายังไง ขอแค่กอด โอบไหล่ จับมือ เขาสัญญาว่าจะไม่ทำมากกว่านั้น ถ้าเธอไม่ต้องการ ไม่พร้อม แต่นาทีนั้น ทุกอย่างเอ่อล้น ท่วมท้น มือทั้งสองข้างของเขาจับใบหน้าเธอให้เงยขึ้นจากจดหมายและหันมา เธอไม่ได้ตั้งตัว ยังติดอยู่ในพะวงด้วยซ้ำ เมื่อเข้าใกล้มากขนาดนี้ เขาเห็นรอยกระเล็กๆบนจมูกของเธอ เห็นดวงตาสีน้ำตาลกลมๆชัดเจนขึ้น เขาถอดแว่นตาของเธอออกอย่างช้าๆ และวางไว้บนโต๊ะ เธอคงเห็นเขาไม่ค่อยชัดในตอนนี้ แต่ช่างมันเถอะ เวลาจูบ ไม่ต้องใช้ดวงตามอง



            มันคงเป็นเพราะเขาอยากจูบเธอมานานมากเหลือเกิน อาจจะตั้งแต่วันที่เขาเข้าห้องผิด และเห็นเธอนอนหลับอยู่บนเตียง เขาถึงรู้สึกว่าจูบนี้พิเศษกว่าทุกอย่าง กว่าทุกคน เธอช่างแสนวิเศษ



            เขาขยับถอนริมฝีปาก “ดีใจด้วย เดซี่” และกระซิบเสียงแผ่ว ได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ เสียงหัวใจเธอเต้น เธอดีใจ เขาก็ดีใจ ยินดีมาก เพราะตอนนี้พวกเขาจะได้ไปมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน เขาอยากจูบเธออีก แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับ เธอเป็นฝ่ายเคลื่อนริมฝีปากเข้ามาหาก่อนท่ามกลางความแปลกใจของเขา แต่มันก็ดีงาม เขาเจอสิ่งที่ชอบที่สุดเกี่ยวกับเธออีกหนึ่งอย่างแล้ว



            “นี่ พวกนาย!” เสียงตะโกนดังลั่นของคิระมาจากด้านล่าง “ย้ายก้นลงมาช่วยยกจานจัดโต๊ะบ้างสิ”



            ไคโลกับเดซี่ขยับออกจากกัน เธอหัวเราะด้วยความโล่งใจ และขบขันพี่สาว เขายิ้มให้เธอ ขณะที่คิดว่า สักวันเขาต้องได้ฆ่าคิระตายแน่ๆ พวกเขาดันได้ไปเรียนที่อื่นกันอีกเสียด้วย ทำไมไม่เป็นคู่เรย์เบนนะ แต่ก็ช่างเถอะ แค่เขากับเดซี่ได้ไปด้วยกันก็พอ



            “เราลงไปก่อนคิระจะอาละวาดดีกว่า” ไคโลออกความเห็น 





- E N D -







Writer's Talk

จบแล้วววววววววว.............................. 

ไม่รู้สิ ฉันฟินคู่นี้ที่สุดในสามคู่ 

เป็นคู่เดียวที่ไม่มีบอกรักกันด้วย และตั้งแต่เขียนเรย์โลมา ก็มีครั้งนี้แหละ(มั้ง) ที่ไม่ได้ให้บอกรักกัน ให้มันเป็นความรู้สึกเขินๆ อายๆ ก็ฟินไปอีกแบบ 


เบื่อกันหรือยังเอ่ย? กลัวเบื่อจังเลย อ่านงานใครมาเป็นปี มันก็ต้องมีเบื่อกันบ้างใช่ไหมคะ? 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #828 PIERROt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 06:41
    กลับมาอ่านอีกรอบและอีกรอบครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ค่ะ uwu เราก็ยืนยันว่าชอบคู่ไคโลเดซี่ที่สุดเหมือนกัน เราอ่านเวอชั่นจอยด้วยนะคะ ตลกมากเลยย5555
    #828
    0
  2. #820 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 20:44
    ชอบคู่นี้สุดค่ะไรท์ ทำไมดีงามอย่างนี้ ละมุนนนนน ชอบมากกกกก
    #820
    0
  3. #397 peachy-zario (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 18:32
    ชอบคู่นี้ที่สุดเหมือนกันค่ะ ตอนแรกคิดว่าไคโลคือตัวปัญหา กลับกลายเป็นพี่ชายที่ดีมาก พึ่งพาได้ซะงั้น 5555 แถมยังอ่อนโยนกับเดซี่จนรู้สึกอิจฉาเลย 555
    #397
    1
    • #397-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      21 มกราคม 2561 / 18:34
      ไคโล เดซี่ คือดีย์ย์ย์
      ถึงจะดูพึ่งไม่ค่อยได้ แต่เขาก็เป็นพี่ชายคนโตนะ
      #397-1
  4. #333 Hanamizu Renge (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 13:35
    //w// งื้ออออออ เราก็ชอบคู่นี้ที่สุดเลยค่ะ
    บอกตามตรงว่าแอบจิ้นคู่นี้ตั้งแต่ดอกเดซี่ปริศนาแล้ว
    สารภาพว่าก่อนหน้าที่ไรท์จะเฉลยว่าใครเป็นคนส่งดอกไม้ให้ เราก็คิดหนักมากว่าใน 3 หนุ่มนี้ใครน่าจะเป็นคนส่งน้า
    แล้วพอคิดว่าผู้ชายนิสัยอย่างไคโลแอบส่งดอกไม้ให้แล้วรู้สึกว่ามันโรแมนติกมาก ๆ เลยก็อดจิ้นตั้งแต่ตอนนั้นไม่ได้ XD
    3 คู่นี้ดูเหมือนจะใครคู่ใครก็ได้ แต่ แต่ละคู่ที่ไรท์กำหนดมานี่เป็นแต่ละคู่ที่อร่อยสุด ๆ เลยค่ะ
    ขอบคุณสำหรับนิยายทุก ๆ เรื่องนะคะ อ่านนิยายของไรท์แล้วรู้สึกมีความสุขมากเลยค่ะ
    #333
    0
  5. #325 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:30
    ชอบคู่นี้ที่สุดเหมือนกันค่ะ ใจจะระเบิดแล้วววววว
    #325
    0
  6. #290 patrat1810 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 23:48
    ตะลุยอ่านมาหลายวันอย่างมีความสุขมาก เมื่อวันเสาร์เราเพิ่งดู TLJ จบไปเป็นรอบที่ 2 ยังไม่หนำใจก็กลับไปหา TFA มาดูซ้ำอีก แล้วก็เหมือนเจอขุมทรัพย์ตอนที่มาเจอฟิค Reylo ของไรท์เตอร์ ขอบคุณมากๆที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่าน เราอ่านทุกเรื่อง อ่านมาหลายวันก็ยังอ่านไม่ครบ ไรท์เตอร์เก่งจริงๆ อาจเป็นโชคดีของเราที่ขึ้นเรือลำนี้ช้าเลยได้อ่านฟิครวดเดียวจนจบหลายเรื่อง จุใจกันเลยทีเดียว ไรท์เตอร์เขียนอีกนะ เราจะตามอ่าน เราไม่หนีไปไหนแน่นอน
    #290
    0
  7. #284 PIERROt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 23:34
    ว้าว
    เป็นคำแรกที่อุทานในใจแบบอดไม่ได้ตั้งแต่อ่านตอนแรกเลยค่ะ
    ประทับใจการสะบัดสำนวนที่ธรรมดาแต่แฝงควา​มพิเศษ​ ทั้งการสรรคำการเรียบเรียงประโยคตามอารมณ์​หรือคาร์แรกเตอร์​ แบบว่าชอบเป็นพิเศษกับสำนวนของทั้งเรย์และเบน​ ปรับเปลี่ยนตามAUหรือเปลี่ยนนิสัยกันคนละแบบอย่างแฝดสามคู่​ แต่เรายังสัมผัสถึงความเป็นเรย์และเบนได้​อยู่ ว้าว.. ประทับใจมากกก​ /กอไก่อีกนับไม่ถ้วน​ ขอบคุณไร้ท์เตอร์จากใจเลยจริงๆค่ะ​ ก่อนนี้เราเพิ่งเจอเรื่องน่าเศร้ากระทบกระเทือน​จิตใจมา.. ก็ได้ฟิคเรื่องนี้ช่วยเยียวยาทีละนิดค่ะ​ คุณเก่งมากเลยค่ะ​ จริงๆนะ! แล้วก็ขอบคุณที่เขียนฟิคคู่เรย์โลมาจรรโลงใจชาวเรืออย่างเรา​ แต่ก่อนไม่กล้าออกตัวแรงเพราะเงียบเหงาเหลือเกินต่อไปนี้ไปเงียบเหงาแล้วนะคะ​ ♡​
    #284
    0
  8. #283 cookie_monster (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:26
    ชอบคู่นี้ที่สุดแล้วค่ะ รู้สึกว่ามีความคลาสสิคสุดๆ ชอบภาษาของไรต์มากนะคะ
    #283
    0
  9. #228 Roserin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 02:07
    เราก็ชอบคู่นี้ที่สุดเลยค่ะ ฮืออออ ดีต่อใจมาก เบนอาจน่าอยู่ด้วยที่สุด แมตต์ก็น่าเป็นเพื่อน แต่เค้ากรี๊ดไคโล! >///< เดซี่ก็น่ารัก ใครอยู่ด้วยก็เป็นศรีแก่ชีวิตจริงๆนะ 555

    ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องสนุกๆให้อ่าน หลายเรื่องเลยที่เรากลับไปอ่านซ้ำบ่อยมาก เรายังตามอยู่เรื่อยๆนะคะ อาจยุ่งๆบ้างไม่ค่อยได้เข้ามา แต่ก็วนเวียนกลับมาตอนว่างเสมอแหละ ///จะเป็นผีสิงเรือลำนี้ไปเรื่อยๆ ^^

    #228
    0
  10. #160 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:02
    ฮือ ลงเอยอย่างสวยงาม ปรบมือค่าาา
    #160
    1
    • #160-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:50
      คู่นี้น่ารักสุดในสามคู่ สำหรับฉันค่ะ
      #160-1
  11. #130 Lukpare Klinsub (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:19
    ไม่เคยเบื่อเลยค่ะอ่านมาใกล้จะครบหนึ่งปีละรอคอยผลงานของไรท์ได้เสมอค่ะ555ถ้าเหนื่อยพักบ้างก็ได้ค่ะรอได้เสมอขออย่างเดียวอย่าหายไปแบบเงียบๆก็พอนะคะ5555^c^บอกกันก่อนนะตัวเอง//จุ๊บๆ
    #130
    1
    • #130-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      18 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:48
      ฉันเสพติดการเขียน คงไม่ได้เลิกง่ายๆแน่ค่ะ นอกซะจากบางทีจะรู้สึกกลัวว่า เอ... คนอ่านจะเบื่อหรือเปล่าหนอ
      #130-1
  12. #129 soso (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:57
    ไม่เคยเบื่อเลย อยากอ่านอีกเรื่อยๆ
    #129
    1
    • #129-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      18 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:47
      ได้ยินแค่นี้ก็ชื่นใจ
      #129-1
  13. #123 ฟูฟ่องละอองฟิ้ว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:48
    ฮืออ เขินจริงๆ เขินตายมากค่ะ ฮือออออออ ใจเต้นแรงมาก คู่นี้น่ารักจริงๆ >/////< เดซี่น่ารัก ?
    #123
    1
    • #123-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      17 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:13
      น่ารักสิ ><
      #123-1
  14. #122 Dandelions (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:17
    ยกมือด้วยคนค่ะ.

    ออกจากฝั่งมาหนึ่งปีแล้วหรือเนี่ยโอวววว ผ่านไปไวเหมือนโกหก

    ป้ายังคงกลับไปอ่านHope P&P B&B และอื่นๆอยู่ตลอด วนไปสิคะวนไป
    #122
    1
    • #122-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:23
      ปีนึงละป้า เหมือนไม่นานเลย
      #122-1
  15. #120 Spapergirl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:26
    ไม่เบื่อเลยค่ะ ทุกวันนี้ยังอ่านซ้ำ และรออยู่หลายเรื่องเลย วันก่อนพึ่งอ่านsherlock อีกทุกตอนอีกหนึ่งรอบ 5555เขิลจัง แต่แอบมาบอกว่ารอเรื่องนั้นด้วยค่ะ:)
    #120
    1
    • #120-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:02
      โอ้ เชอร์ล็อค ฟิลลิ่งเรื่องนั้นมาเป็นระลอก เหมือนคลื่นค่ะ
      #120-1
  16. #119 lamb_san (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:25
    เขินขั้นสุดค่ะ *ปิดหน้า*
    #119
    1
    • #119-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:01
      ฉันก็เขินค่ะ #ทีมเขินไคโล
      #119-1
  17. #118 Skye1907 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:13
    จู่ ๆ เห็นภาพไคโลที่น่ากลัวอ้อนเดย์ซี่ที่ซื่อ 
    #118
    1
    • #118-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:00
      ผช.ตัวโตๆ ท่าทางโหดๆ อ้อนผญ. ก็น่ารักดีนะ
      #118-1
  18. #117 Apirujeeners (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:57
    ไม่เบื่อค่ะ คือก็มีช่วงหนึ่งแหละที่ขี้เกียจเข้ามาอ่าน แต่พอเข้ามาแล้วก็ติดเลยค่ะ ก็เรียกได้ว่าไม่เบื่อเนอะ แค่ขี้เกียจ ฮือ ตอนแรกที่อ่านไม่คิดว่าจะชอบเรื่องนี้ขนาดนี้ ตอนนี้ชอบมากเลยค่ะน่ารักกกกก
    #117
    1
    • #117-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 19)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:00
      ขอบคุณนะคะที่ยังอยู่ด้วยกัน
      #117-1