Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 18 : Matt & Kira [Triplets AU Project]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 ก.พ. 60


Triplets AU Project

Chapter 9 / 10








Matt & Kira 




            “ฉันก็คิดเหมือนเรย์ นี่มันไร้สาระ ขอตัวนะ อาทิตย์หน้ามีสอบย่อย ต้องอ่านหนังสือ”



          คิระลืมตาโพลงมองเพดานห้องนอนที่เธอทาเป็นสีดำสนิท และติดรูปดาวกระจายให้มันเหมือนท้องฟ้าตอนกลางคืน แต่ตอนนี้มันเจ็ดโมงเช้า แสงอาทิตย์สาดเข้ามา มันจึงไม่เหมือนท้องฟ้ายามกลางคืนอีกแล้ว โทรศัพท์ที่ต่อเข้ากับลำโพงของคิระกำลังแผดเสียงเพลงของวงเดอะพริตตี้เรคเลส คิระเปิดเพลงมาตั้งแต่หกโมงเช้า กำลังแปลกใจว่าทำไมไม่มีพี่น้องคนไหนเข้ามาอาละวาด พวกเธออาจจะหลับสนิท หรือว่าไม่ได้กลับบ้าน คุณปู่โอบีวันนอนที่ห้องข้างล่างเพราะไม่อยากเดินขึ้นบันได เสียงไม่น่าจะรบกวนไปถึงเขาหรอก อีกอย่างคุณปู่เป็นคนตื่นไว เขาตื่นตีห้าทุกวันตามประสาคนแก่



            คิระปล่อยให้เสียงเพลงร็อคแทรกซึมเข้าไปทุกโสตประสาท หวังให้เสียงกีตาร์จังหวะเร้าใจรีดทุกอย่างที่เธอไม่ควรจะนึกถึงออกไป เสียงกลอง และเสียงแหกปากร้องของเทย์เลอร์ มอมเซ่น นักร้องนำน่าจะช่วยให้ลืมคนที่ไม่อยากจะนึกถึง



            แมตต์ ออร์กาน่า โซโล เป็นซาตานหรือเปล่า หรือเป็นแค่ตัวประหลาด ทั้งที่เพลงร็อคเคยทำให้คิระลืมทุกอย่างที่อยากลืม แต่กลับไม่อาจลบภาพของเด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดา สวมแว่นหนาเตอะ ไร้รสนิยม สุดเชย โคตรเนิร์ด ผมหยิกสีบลอนด์ หูกาง จมูกใหญ่ และแก้มมีรอยขี้แมลงวันกับไฝเม็ดเล็กๆแถวต้นคอ เขาไม่ใช่สเป็กเธอ เป็นขั้วตรงข้ามที่ไม่มีอะไรเหมือนผู้ชายแบบที่คิระจะชอบ เธอชอบผู้ชายที่เป็นจุดสนใจของคนอื่น ตัวสูง หุ่นนักกีฬา อย่างไคโล เบน หรืออย่างอาร์มิเทจ ถ้าโพ ดาเมร่อนไม่เป็นเกย์ เธอก็คงเดทกับเขาไปแล้ว



            ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด ไม่เข้ารูปเข้ารอย ไม่เป็นอย่างที่เธออยากให้เป็น คิระไม่ได้ไปงานพรอม ทั้งที่อาร์มิเทจชวน เธอไม่ได้สนใจจะหาชุดด้วยซ้ำ เด็กสาวมารู้จากเรย์ทีหลังว่า อาร์มิเทจได้เป็นคิงงานพรอม ควีนคือแบซีน เนทัล เดาว่าสองคนนั้นคงได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ เธอคิดว่าพวกเขาจะคบกันเสียอีก จนกระทั่งเรย์เปิดเผยความจริง



            “คบกันหรอ? ไม่มีทาง” เรย์ส่ายหน้า “อะไร นี่อย่าบอกว่าเธอไม่รู้นะ เธอเป็นเพื่อนกับแบซีนมาตั้งชาติ ไม่รู้หรือไงว่าแบซีนชอบผู้หญิง”



          “บ้า” คิระร้อง “ฉันเคยเห็นเธอจูบกับนักกีฬาบาสเกตบอลนะ”



          “แบซีนทำแบบนั้น เพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต โดยเฉพาะเธอน่ะ คิระ” เรย์บอก



          คิระไม่อยากเชื่อ แต่ก็ตะขิดตะขวงสงสัยอยู่ไม่น้อย จึงไล่ตามแบซีนจนมุมในเช้าวันจันทร์ ถามให้รู้เรื่อง ในที่สุดแบซีนก็ยอมบอกความจริง เธอชอบผู้หญิง แต่มีเรื่องน่าตกใจมากกว่านั้นอีก คือเธอสารภาพว่าจริงๆแล้วที่มาสนิทกับคิระ ก็เพราะแอบชอบคิระอยู่ แต่เธอก็ไม่ได้เสียใจถ้าคิระจะคบกับผู้ชายคนไหนก็ตาม เพราะเธอรู้ว่าคิระไม่ได้รักจริงๆเลยสักคน ดังนั้นเธอคิดว่า คิระอาจมีแนวโน้มที่จะชอบผู้หญิงได้เหมือนกัน



            “ขอโทษนะ แบซีน แต่ฉันมั่นใจว่าตัวเองชอบผู้ชาย” คิระยืนยัน



          “เธออาจจะบอกตัวเองแบบนั้น แต่ที่ผ่านมา เธอไม่เคยรักคนไหนจริงจังเลย เธอคบกับไคโลเพราะเขาฮอตที่สุดในชั้นปี เปลี่ยนไปหานักกีฬาคนอื่นๆบ้าง เพราะเธอแค่รักสนุก จนมาถึงอาร์มิเทจ เธอก็ไม่ได้รักอยู่ดี ส่วนแมตต์ โธ่เอ๊ย คิระ ฉันรู้ว่าเธอแค่เล่นๆเท่านั้น ฉันบอกหมอนั่นไปแล้วเรื่องพนันของเรา...”



          “เธอว่าไงนะ?” คิระเสียงดังขึ้นทันที คว้าแขนแบซีนและบีบแน่น “เธอพูดอะไรกับแมตต์” นัยน์ตาสีน้ำตาลของเด็กสาวเบิกโตและแข็งกระด้าง ใครก็ตามที่รู้จักคิระดี จะรู้ว่า ถ้าเธอทำสายตาแบบนั้นใส่ใคร คนๆนั้นควรรีบวิ่งหนีก่อนระเบิดจะลง



          “ความจริงน่ะสิ หมอนั่นจะได้เลิกละเมอเพ้อพก” แบซีนบอก



          “เธอบอกอาร์มิเทจเรื่องพนันของเราด้วยใช่ไหม?” น้ำเสียงของคิระเยียบเย็นแบบที่ใครได้ยินก็ต้องเสียวสันหลัง “เขาถึงได้มาขู่ฉันที่งานปาร์ตี้ ให้ฉันจูบเขา แล้วเขาจะไม่บอกแมตต์”



          “ฉันแค่อยากให้เธอกลับมาเป็นแบบเดิม” แบซีนพูดเสียงสั่น “ไอ้เด็กเนิร์ดนั่นมีแต่จะดึงเธอให้...”



          “หุบปาก” คิระผลักแบซีนไปด้านหลังจนเด็กสาวเกือบเสียหลัก จากนั้นราชินีรังผึ้งก็ยกมือกอดอก “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันยกให้เธออยู่ในฐานะมือขวาของฉัน แต่เธอทำเกินหน้าที่ นั่นหมายถึงอะไร เธอรู้ไหม?”



          “เธอไม่มีสิทธิ์จะลงโทษฉัน ฉันเป็นควีนงานพรอมแล้ว ฉัน...”



          “แล้วยังไง?” คิระเอียงศีรษะ เลิกคิ้วขึ้นสูง มุมปากยกยิ้มอย่างเหนือกว่า “เธอคิดว่าไอ้มงกุฎพลาสติกที่เขาสวมให้เธอในงานพรอมจะมีค่างั้นหรอ พวกเขาสวมให้เธอเพราะว่าฉันไม่อยู่ และคิดว่าเธอเป็นตัวแทนของฉันต่างหาก คะแนนโหวตของเธอเป็นอันดับสอง อย่าลืมนะว่าพี่สาวฉันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดงาน เธอก็แค่สวมมงกุฎพลาสติกแทนฉัน ส่วนควีนก็คือควีน เข้าใจไหม?”



          “ฉันไม่เห็นจะต้องแคร์เลย อาทิตย์หน้าเราก็เรียนจบแล้ว” แบซีนเถียง



          “โอ้ จริงด้วย” คิระพยักหน้า “เธอจะไม่ได้เจอฉันหรือใครๆอีก แต่ระวังไว้นะจ๊ะ แบซีน เธอก็รู้ว่าคนที่โดนโทษเนรเทศจากฉัน ชะตาชีวิตจะเป็นยังไง ขอให้สนุกกับอาทิตย์นี้และอาทิตย์หน้าแล้วกัน”



          ถึงจะรู้ตัวการที่ทำให้เรื่องของเธอกับแมตต์มันยุ่งเหยิงไปกว่าที่เป็นอยู่ คิระก็ยังไม่มีโอกาสไปคุยกับเขาอยู่ดี ในเมื่อเขาไม่ยอมคุย มองหน้า เขายังไม่อยากจะมองเลย กลายเป็นว่า เขาคือคนที่ใจแข็งที่สุดในบรรดาพี่น้องโซโล แม้แต่เบนยังยอมรับแบบนั้นเลย



            “ขอโทษนะ คิระ แต่เขาบอกว่า เขาไม่ว่างน่ะ” เบนเป็นคนลงมาบอกเธอที่ห้องนั่งเล่นด้วยหน้าเจื่อนๆ คิระอุตส่าห์รวบรวมความกล้าอยู่ตั้งนาน และแบกหน้าตัวเองมาบ้านโซโลอีกรอบในเย็นวันจันทร์ วันเดียวกับที่เธอรู้ความจริงจากแบซีน โดยที่คิระไม่ได้บอกเรย์หรือเดซี่ แต่เธอคิดว่ายังไงเบนก็ต้องเล่าให้เรย์ฟัง ซึ่งจะเล่าให้เดซี่ฟัง ซึ่งจะเล่าให้ไคโลรู้ด้วยอีกคน  



          “เขาคงจะเกลียดหน้าฉันมากสิ” คิระถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ทำท่าเป็นหัวเสีย กลบเกลื่อนความรู้สึกเศร้าภายใน ขณะที่เบนรินน้ำส้มเย็นๆจากกล่องใส่แก้วให้เธอ



          “เขาไม่ได้เกลียดเธอหรอก” เบนส่ายหน้า



          “ทำไมจะไม่ล่ะ? แค่มองหน้าฉัน เขายังไม่อยากเลยนะ เบน” คิระเถียง “ฉันคิดว่าในบรรดาพวกนายทุกคน แมตต์น่าจะเป็นคนที่คุยง่ายที่สุดไม่ใช่หรอ”



          “เธอเข้าใจผิดแล้ว” เบนบอก และทิ้งตัวลงนั่งอย่างเป็นเรื่องเป็นราว “ในบรรดาพวกเรา คนที่คุยด้วยง่ายที่สุดคือฉันต่างหาก รองลงไปคือไคโล ส่วนแมตต์น่ะ เอาเป็นว่า เขาคือคนที่ง้อได้ยากที่สุดเลย ตั้งแต่เด็กๆแล้ว เขาใจแข็งที่สุดด้วย สมัยอนุบาล...” คิระกระพริบตาปริบๆ นี่เล่าย้อนตั้งแต่อนุบาลเลยเรอะ มันจะเยอะไปไหม แต่เธอก็ตั้งใจฟังอยู่ดี “พวกเรามีเพื่อนผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เธอน่ารักที่สุดในห้อง ตอนนี้ย้ายไปอยู่เมืองอื่นแล้วล่ะนะ ยังไงก็เถอะ ใครๆก็อยากเล่นกับเธอ แต่เธอชอบเล่นกับแมตต์มากที่สุด พอวันก่อนจะปิดคริสมาสต์ เธอก็เอาของขวัญมาแจกเพื่อนๆทุกคนเลย ชิ้นสุดท้ายจะให้แมตต์ แต่ปรากฏว่ามันแตก เพราะเป็นชิ้นที่อยู่ก้นกล่อง แมตต์ก็คือแมตต์ เขามันงี่เง่า ขี้น้อยใจ หลังจากนั้นเธอก็ไปสนิทกับคนอื่นแทน แมตต์ก็เลย... แบบว่าถูกทิ้ง”



          “แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับฉันหรอ?” คิระขมวดคิ้ว



          “ก็ลองคิดดูสิ” เบนพูดขึ้นอย่างจริงจัง “เธอก็เหมือนเด็กผู้หญิงคนนั้นแหละคิระ รู้ใช่ไหม เขาเคยแอบชอบเธอตอนปีหนึ่ง” คิระพยักหน้า “แต่เธอไปคบกับไคโล คุ้นๆไหมล่ะ?” อา จริงด้วยสินะ คิระพยักหน้าอีก “พอเขามาชอบเดซี่ ไคโลก็คว้าเดซี่ไปอีก ซึ่งท่าทางจะสานสัมพันธ์กันจริงจังกว่าผู้หญิงทุกคนที่ไคโลเคยคบมาซะด้วย แต่ก็เป็นช่วงที่เธอเข้ามาวุ่นวายกับเขาพอดี ถ้าถามฉันนะ เขาคงสับสนมากเลยล่ะ แต่ดูจากปฏิกิริยาของเขาเกี่ยวกับเรื่องของเดซี่ มันเหมือนเพื่อนห่วงกัน มากกว่าจะเป็นความหวงแหน พอเขาเริ่มมั่นใจว่าเขาน่าจะชอบเธอ เป็นความชอบคนละแบบกับที่มีให้เดซี่ เขาก็ดันเห็นเธอจูบกับอาร์มิเทจ และได้ยินเรื่องพนันราคาห้าพัน เธอคิดว่าเขาจะรู้สึกยังไงล่ะ”



          “ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันรู้” คิระพูดเหมือนสวดมนต์ “ฉันก็พยายามที่จะมาคุยกับเขานี่ไงล่ะ จะได้ขอโทษ จะได้อธิบาย และบอกว่าฉันน่ะ...”



          “ชอบเขา” เบนช่วยต่อให้จบประโยค เมื่อคิระหยุดพูดไปดื้อๆ “สิ่งที่แมตต์ต้องการตอนนี้ก็คือ เวลา อดทนหน่อยคิระ อดทนกับความขี้น้อยใจของเขาหน่อย ก็ถ้าเธอชอบเขาจริงๆน่ะนะ”



          คิระค้นลงไปลึกๆในใจตัวเอง เธอชอบเขาจริงๆ ไม่ใช่เพราะเขาคือสเป็กเธอ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นหนุ่มฮอตที่ทุกคนจับตามอง แต่เพราะว่าแมตต์คือแมตต์ เธอไม่รู้จะอธิบายยังไง ตอนที่เธอสอบย่อยคณิตศาสตร์ผ่าน เขาเป็นคนแรกที่เธออยากเอาใบคำตอบกับคะแนนไปให้ดู ถึงเขาจะบ่นว่าเธอได้น้อยกว่าที่เขาคิดไว้ และร่ายยาวเรื่องที่เธอเลือกสูตรมาหาคำตอบผิด แต่เขาก็ยิ้มให้ เธอเพิ่งรู้ว่ายิ้มของเด็กเนิร์ดใต้กรอบแว่นตาหนาๆ จะดูสดใสและน่ามองได้ขนาดนั้น เขาทำให้เธอเริ่มคิดถึงเรื่องอนาคต ก่อนหน้านี้คิระไม่สนใจจะเข้ามหาวิทยาลัยดังๆเหมือนเรย์กับเดซี่ เธอคิดจะไปมหาวิทยาลัยเปิด แค่ให้มันจบๆไป แต่แมตต์ทำให้เธอคิด คิดมากกว่าที่เธอเคยคิด เขาหาข้อมูลคณะและวิชาที่น่าจะเหมาะมาให้เธอด้วย บอกว่าถ้าเธอมีความตั้งใจ เธอก็จะทำได้ทุกอย่างที่อยากทำ ในบรรดาผู้ชายที่คิระเคยคบด้วย ไม่มีใครเป็นแบบแมตต์ เขาใส่ใจ เป็นห่วง และดูแลเธอ ทั้งที่คิระคิดว่าตัวเองไม่ต้องมีใครดูแลเสียหน่อย



            คิระจะเสียใจที่สุด ถ้าไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาอีก แล้วจะทำยังไงดีนะ ผู้หญิงเล่นตัวน่ะมันน่ารัก แต่ผู้ชายเล่นตัวนี่มันน่าตบกบาลอยู่นะ โอ๊ย มันน่านัก! น่าจับยีหัว ให้ผมที่หยิกอยู่แล้วฟูฟ่องเป็นรังนกเลย น่าแอบเอาแว่นไปซ่อน ให้หาไม่เจอ แล้วก็ต้องเดินคลำทางเหมือนคนตาบอด



            “พี่จะไปโรงเรียนไหมเนี่ย?” เสียงของเดซี่มาพร้อมกับการเปิดประตูรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่เคาะก่อน หรืออาจจะเคาะ แต่เพราะเสียงเพลงที่เปิดดัง ทำให้คิระไม่ได้ยิน คิระเหลือบมองน้องสาว “ปู่ให้มาตามแล้ว อย่าบอกนะว่ายังไม่ล้างหน้าแปรงฟันเลยด้วยซ้ำ วันนี้พี่ไม่ไปไม่ได้ ลืมแล้วหรอ งานวันรำลึกเชียวนะ พวกซีเนียร์ต้อง...”



            “ฉันจะลุกแล้ว พอใจยัง? ตกลงเป็นน้องหรือเป็นแม่” คิระบ่น คว้าโทรศัพท์มือถือ ดึงสายลำโพงออกและปิดเพลง



            “สิบนาที โอเคไหม?” เดซี่ถาม คิระได้แต่พยักหน้าอย่างส่งๆ



            งานวันรำลึก จัดขึ้นทุกปีเพื่อระลึกถึงผู้สถาปนาโรงเรียน เป็นวันสำคัญของเหล่าซีเนียร์เพราะจะได้ประทับชื่อลงบนปูนเปียกที่จะก่อตรงผนังริมทางเดินก่อนถึงห้องถ้วยรางวัลบนชั้นห้า บรรดาศิษย์เก่าทุกคนของนาบูมีชื่ออยู่บนนั้นกันทั้งหมด พวกเขาจะฉาบปูนลงไป พวกซีเนียร์จะเข้าแถวเรียงกัน เพื่อสลักชื่อของตัวเองทีละคน จากนั้นช่างก็จะปล่อยให้ปูนแห้ง นาบูก่อตั้งมาได้ห้าสิบปีแล้ว ดังนั้นทางเดินบนชั้นห้าจึงเต็มไปด้วยชื่อย่อของบรรดาศิษย์เก่า เป็นอนุสรณ์ เป็นความทรงจำ ไม่มีใครอยากพลาดงานแบบนี้แน่นอน



            “แล้วเรย์ล่ะ?” คิระถามอย่างแปลกใจเมื่อขึ้นรถของปู่ แต่ไม่เห็นพี่สาวคนโต



            “เบนยืมมอเตอร์ไซค์ของไคโลมารับไปแต่เช้าแล้ว สองคนนั้นเป็นคณะกรรมการนักเรียนที่ต้องช่วยงานนู่นนี่นั่น” เดซี่ตอบ คิระส่งเสียงอ้อเบาๆจากลำคอ 



            “เด็กๆตื่นเต้นกันไหม?” คุณปู่ถามพร้อมยิ้มกว้าง



            “หนูแค่สงสัยอย่างหนึ่งนะ ปู่” คิระพูดขึ้น “ถ้าทางเดินบนชั้นห้ามันเต็ม ไม่มีที่เหลือให้สลักชื่อแล้ว พวกเขาจะไปสลักกันที่ไหน หรือว่าโบกปูนทับของเดิม แบบว่า อีกสักยี่สิบปี พวกนักเรียนรุ่นแรกก็ตายกันหมดแล้วใช่ไหมล่ะ”



            “ปู่ว่าเรารีบไปกันดีกว่าเนอะ” ปู่โอบีวันสตาร์ทรถ



            “เห็นด้วยเลยค่ะ” เดซี่พยักหน้า แอบมองค้อนพี่สาวที่ช่างไร้ความซาบซึ้งด้วยสิ้นเชิง



            งานพิธีน่าเบื่อ คิระเสียดายที่ลืมเอาหูฟังมาด้วย เธอจะได้ใช้มันแอบฟังเพลง ไม่ต้องทนสุนทรพจน์ยืดยาวของอาจารย์ใหญ่ ตามด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา และก็มีนายกเทศมนตรีมาร่วมงานอีก นี่มันแค่งานวันรำลึก ไม่ใช่พิธีจบการศึกษาซะหน่อย ไม่อยากเชื่อว่าอีกสองอาทิตย์ เธอก็ต้องทนอะไรแบบนี้อีกในวันมอบใบจบการศึกษา เนื่องจากไม่มีอะไรทำแล้วจริงๆ เด็กสาวจึงมองคนอื่นแก้เบื่อ เห็นอาร์มิเทจนั่งสัปหงกจนหน้าจะจมไปอยู่ระหว่างขา พวกนักกีฬาบาสเกตบอลในทีมของเขาส่วนใหญ่ก็มีอาการไม่ต่างกัน คิระเบือนสายตาหนี มองไปทางอื่นแทน เบนกับเรย์อยู่แถวหน้า และให้ตาย รู้แล้วโว้ยว่าคบกัน ไม่ต้องนั่งจับมือกันตลอดก็ได้ไหม? หมั่นไส้ มีคู่ที่น่าตบมากกว่านั้นอีก นู่นเลยค่ะ ยัยบีบีเอทกับแฮนน่า ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แอบส่งยิ้มหวานกันตลอด มีจุ๊บแก้มกันด้วย คู่หญิง-หญิงก็น่าอิจฉาไม่ต่างกันเลย จะว่าไป ดูเหมือนพวกซีเนียร์แทบทุกคนจะนั่งกันเป็นคู่ ไคโลก็นั่งข้างเดซี่ นั่งข้างกันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่แขนจะต้องโอบไหล่กันตลอดเลยไหม? อากาศร้อนจะตายชัก นั่งห่างๆกันบ้างก็ได้ เหมือนเขาจะสิงร่างน้องสาวเธออยู่แล้ว เมื่อไหร่นายกเทศมนตรีจะพูดจบเนี่ย !



            งานพิธีว่าน่าเบื่อแล้ว มองคู่รักสลักชื่อบนปูนเปียกน่ารำคาญยิ่งกว่า โธ่เอ๊ย จะคบกันรอดสักกี่คู่ คิระคิดอย่างร้ายกาจ อ้าว แต่มันก็จริงนี่ ส่วนใหญ่พอไปมหาวิทยาลัยได้ไม่กี่เดือน คู่รักจากไฮสคูลก็เลิกกัน เด็กสาวหยุดกึก จริงสิ ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น เมื่อออกไปจากโลกที่กว้างขึ้น คนเยอะขึ้น ตัวเลือกก็มีมาก สิ่งเดิมๆจากไฮสคูลจะคงทนเหมือนเดิมมันยากมาก เด็กสาวมองเรย์กับเบน และเดซี่กับไคโล พวกเขาเหมาะกัน เหมาะกันเสียจนเธอนึกไม่ออกว่าถ้าแยกกันจะเป็นยังไง



            แล้วคิระกับแมตต์ล่ะ?  แค่ เริ่มต้น ยังไม่มีโอกาสเลย



            แมตต์กำลังสลักชื่อของเขาอยู่ด้านหน้า เด็กหนุ่มเขียนเสร็จรวดเร็ว ไม่มีมาเหวิ่นเว้อถ่ายรูปเซลฟี่ เหมือนแค่เขียนให้เสร็จๆไป จากนั้นเขาก็เดินแหวกฝูงซีเนียร์ออกไป เดินผ่านคิระโดยไม่ได้หันมามอง ตอนนั้นมันราวกับว่า อะไรบางอย่าง อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ อาจเป็นเพราะไม่สนใจห่าเหวอะไรอีกแล้ว คิระเร่งฝีเท้าตามแมตต์ไป โดยไม่สนใจจะสลักชื่อตัวเองไว้ ยังไงมันก็ไร้สาระอยู่แล้ว



            เธอไม่ได้ตะโกนเรียกชื่อแมตต์ เพราะถ้าเขารู้ตัวว่าเธอตามมา เขาก็จะหนีเธออีก เด็กสาวจึงแค่จ้ำเท้าเดินตามเขาจนไปถึงลานหญ้าด้านล่าง นักเรียนชั้นปีอื่นๆเข้าห้องเรียนกันไปหมดแล้ว เก้าอี้สีขาวกับเวทีจัดงานยังอยู่ที่เดิม คิระไม่รู้ว่าแมตต์จะลงมาทำอะไร บางทีเขาอาจจะไม่อยากอยู่ต่อ และตั้งใจจะกลับบ้าน ยังไงก็เถอะ เธอไม่สน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกคนมองว่าเธอเป็นผู้หญิงแรงๆ เป็นควีนบี เป็นคนเอาแต่ใจที่ต้องได้ทุกอย่างตามต้องการอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจะทำอะไรก็ได้



            คิระดึงตัวแมตต์เอาไว้ และโดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เธอกอดเขาจากด้านหลัง ทำให้เขาชะงักหยุดและยืนนิ่ง ไปไหนไม่ได้ “ฉันจะไม่ปล่อย จนกว่านายจะยอมฟัง”



            “เธอทำอะไรเนี่ย?” แมตต์โวยวาย “คิระ!” 



            “บอกก่อนว่านายจะฟัง ฉันถึงจะปล่อย” คิระพูดด้วยเสียงที่ดังกว่า



            “ก็ได้ๆ เธอจะพูดอะไร” แมตต์ยกมือทั้งสองข้างขึ้น ท่าเหมือนผู้ร้ายยกมือยอมให้ตำรวจจับ เธอยอมปล่อย แล้วเขาก็หันมาหาเธอ “เธอทำฉันตกใจ”



            “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ นายจะพูดกับฉันไหมล่ะ?” คิระถามอย่างหาเรื่อง ปากไปไวกว่าความคิด



            “ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว” แมตต์บอก “มันเกิดไปแล้ว ก็คือเกิดไป...”



            “เออ ดี” คิระกระแทกเสียงหนัก “ไม่อยากฟังก็ดี เพราะฉันก็ไม่ได้จะมาแก้ตัว”



            คิระจู่โจมเข้าหาทันที เหมือนสิงโตตะครุบเหยื่อ เธอคว้าคอเสื้อเขาราวกับจะดึงเขาเข้าไปต่อย แต่แล้ว ในช่วงเสี้ยววินาที เธอเห็นเปลือกตาของเขา เห็นดวงตาสีดำใต้กรอบแว่น ปอยผมสีบลอนด์ปรกหน้าผากรกๆ คิระกระพริบตา มองริมฝีปากสีระเรื่อของเขา แล้วเธอก็ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก จนจมูกเบียดชนกัน คิระเอียงศีรษะเล็กน้อย เขย่งจนสุดปลายเท้า ริมฝีปากชนกัน จริงๆแล้วเด็กสาวกระแทกเลยด้วยซ้ำ เธอได้กลิ่นลูกอมรสเปปเปอร์มินต์ ผสมกับกลิ่นกาแฟที่เขาคงจะดื่มเมื่อเช้า มันเข้ากันอย่างประหลาด และเธอก็ชอบมัน คิระยกมือขึ้นเสยเข้าไปในเส้นผมของเขา จับทึ้งอย่างหมั่นเขี้ยว แมตต์เริ่มจูบตอบ ขณะที่คิระค่อยๆลดความรุนแรงของจูบนั้นลง 



            ครู่ต่อมา เด็กสาวก็ดีดตัวออกห่าง พวกเขาหอบหายใจ ต่างคนต่างไม่กล้ามองหน้ากัน แมตต์เงียบจนคิระเริ่มใจเสีย



            “ฉันเกลียดนาย โคตรเกลียดนายเลย” เสียงของเด็กสาวเริ่มสั่น น้ำตาชักจะคลอหน่วย แต่ควีนก็คือควีน เธอไม่ชอบให้ใครเห็นเวลาร้องไห้ ดังนั้นเธอจะไม่ร้องต่อหน้าใคร “ทำไมนายไม่ฟัง ทำไมไม่อยู่ฟังสิ่งที่ฉันจะพูด นายเดินหนีฉัน ไม่ให้ฉันได้อธิบายอะไรเลย ก็ได้ ฉันไม่อธิบายแล้ว ฉัน...” เธอหยุดพูดเพื่อสูดอากาศ และต้องการสงบสติ ควบคุมไม่ให้น้ำตาไหล “รู้ไหม ฉันโคตรทรมานเลย หงุดหงิด ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ฉันคิดแต่... เห็นแต่นาย อยู่ในสมองฉันตลอดเวลา และ...”



            “ฉันก็เหมือนกันแหละ คิดว่าฉันไม่หงุดหงิด ไม่เสียใจหรอ คิดว่ามันง่ายหรอที่จะไม่มองเธอ” แมตต์ตะโกนออกมา “คนแบบเธอ ระดับอย่างเธอ เห็นคนแบบฉันเป็นแค่ของเล่น”



            “ฉันเปล่า” คิระเถียงเสียงดังลั่น



            “เรื่องจริง” แมตต์ยืนยัน “พอฉันมองเธอ แล้วมองตัวเอง ฉันไม่เห็นเลยว่าฉันจะคู่ควรกับ...”



            “เงียบนะ” คิระร้องสั่ง “ฉันต่างหากที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับนาย แต่ฉันรักนาย ไอ้คนงี่เง่า แค่นั้นมันไม่พอหรือไง” เธอหอบหายใจแรง ขณะที่เขานิ่ง มองหน้าเธอ พูดอะไรไม่ออก เหมือนไม่รู้ว่าควรจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง “เข้าใจแล้ว มันคงไม่พอสำหรับนายจริงๆ”



            “ไม่ใช่” แมตต์แทบจะตะโกน เขากัดริมฝีปาก สีหน้าสับสน “ฉันไม่รู้ คิระ เข้าใจไหม ฉันไม่เคยคบกับใคร ไม่เคยรู้สึกมากมายขนาดนี้ มันไม่เหมือนกับที่ฉันรู้สึกกับเดซี่”



            “แล้วนายรู้สึกอะไรบ้างล่ะ ก็พูดออกมาให้หมดสิ” คิระคาดคั้น ดวงตาของเธอร้อนผ่าวไปหมด



            “ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ฉันไม่อยากให้เธออยู่กับผู้ชายคนอื่น ฉันชอบเวลาอยู่กับเธอ ถึงเธอจะไม่มีอะไรเหมือนฉัน ปากเสีย หรือน่ากลัว ฉันก็อยากอยู่กับเธอ ฉันไม่รู้ คิระ ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร ฉันแค่อยากอยู่กับเธอ อยากคุยกับเธอ อยากจะ... ไม่รู้สิ ฉันชอบจูบเธอด้วย และไม่อยากให้เธอคบกับผู้ชายคนไหนอีก ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่า รักไหม? หรืออะไร ฉันไม่รู้เลย” เขาหยุดพูดแค่นั้น ช่างไร้เดียงสา ช่างเหมือนเด็กน้อยที่อ่อนต่อโลก



             แต่ทั้งหมดที่เขาพล่ามมา คิระคิดว่าตัวเองได้คำตอบที่ต้องการแล้ว              















Writer's Talk
มันน่าหงุดหงิดนะคะ เวลาที่อินเตอร์เน็ตมาเดี้ยง สะดุด เอาตอนที่เขียนเสร็จแล้ว กำลังจะอัพ และมาใช้งานได้สบายบรื๋อสะดือโบ๋อีกที เอาเกือบห้าทุ่ม !! ค่ะ ดีงาม จริงๆ ฉันที่คิดว่าจะนอนเร็ว ก็.... ดึกอีกแล้วจ้าาาา

สำหรับวันนี้ 14 กุมภา เป็นวันครบรอบ 1 ปีที่ฉันเขียน Beauty & the Beast AU จบค่ะ คิดถึงจังเลยเนอะ เป็นปีแล้วนะ รู้ตัวไหมที่พวกเรา เหล่าเรย์โล ล่องเรือมาด้วยกัน ไม่ว่า จะเป็นยังไง ฉันก็ต้องขอบอกว่า ฉันพร้อมจมไปกับเรือค่ะ ไม่ว่า คู่นี้จะ Canon หรือไม่ ฉันก็ไม่สน 

และสุดท้าย อยากจะขอบคุณมาก ขอบคุณเป็นล้านครั้ง เพราะพวกคุณยังอยู่ ฉันจึงอยู่ ล่องเรือตามลำพังมันเหงาค่ะ ต้องมีเพื่อน  ขอบคุณมากจริงๆ ที่อ่านเรื่องที่ฉันเขียน ก่อนหน้านี้ ฉันเขียนให้คนๆสองคนอ่าน คือตัวฉันเอง กับ คนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อปีก่อน กลายเป็นฉันเขียนให้ตัวเองอ่านคนเดียว แต่ตอนนี้ เมื่อมีทุกคน มันให้ความรู้สึกว่า อย่างน้อย ฉันก็ไม่โดดเดี่ยว อย่างน้อย ก็มีคนอ่านอ่ะ มันรู้สึกดี 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #227 Roserin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 01:36
    ฉันชอบคู่เน้~ กำลังจะบอกว่าเป็นคู่ที่ชอบที่สุดในบรรดาแฝดเลยด้วย แต่ยังไม่ฟันธงจนกว่าจะอ่านไคโลเดซี่ละกัน ^^

    #227
    1
    • #227-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 18)
      13 เมษายน 2560 / 01:57
      อิอิ มาอ่านดึกจังนะคะ
      #227-1
  2. #157 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:14
    มีความฮาร์ดคอร์สูงไม่มีใครเดินค่ะคู่นี้ เอ้า จุดพลุ!

    คิดถึงเรื่องเก่าๆของไรท์เหมือนกัน ฮา ว่างๆไปขุดๆมาอ่านใหม่
    #157
    0
  3. #121 Lukpare Klinsub (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:14
    ในที่สุดพวกเขาก็ได้สารภาพต่อกันซักที>*< แมตต์นี่ งอล+ซื่อได้โล่เลย5555 คิระในตอนนี้ต้องสายง้อสินะ555
    ปล.ถึงเวลาจะผ่านไปแต่ไม่ว่ายังไงเรือReylo ของพวกเราจะยังคงอยู่ ไม่ทิ้งไรท์ไปแน่นอนค่ะขอบคุณนะคะไรท์สำหรับ1ปีที่ผ่านมาและสำหรับล่วงหน้าด้วยค่ะที่ไรท์ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการเขียนมาแสดงผลงานดีๆต่างๆที่ผ่านมาให้พวกเราได้อ่านกัน #Reylo ของไรท์สนุกที่สุดเลย^0^
    #121
    1
    • #121-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 18)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:23
      ขอบคุณค่ะ แจวเรือต่อไป
      #121-1
  4. #114 Skye1907 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:53

    คู่นี้มันลุ้นเหมือนั่งรถไฟเหาะเลย กว่าจะลงเอย
    #114
    1
    • #114-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 18)
      15 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:44
      แมตต์ก็ซื่อ จีบหญิงไม่เป็น แสดงความรู้สึกไม่เก่ง เหมาะกะคิระแล้วล่ะ
      คิระ ก็นะ จากคนที่ไม่ค่อยมีความอดทน ก็ต้องมาเย็นลงเพราะแมตต์นี่แหละ //อ๊าย ดีจัง //อวยเองก็ได้
      #114-1
  5. #113 Apirujeeners (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:55
    ปีหนึ่งไวมากเลยค่ะ รักไรท์นะคะ รู้สึกเหมือนกันว่าถึงเรื่อจะเป็นยังไง เราก็ยังอยู่เรือนี้ตลอดไป 55555555 แมตต์กับคิระน่ารักมากกกก รักไรท์ตลอดไปนะคะ 555555
    #113
    1
    • #113-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 18)
      15 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:40
      รักคนอ่านเช่นกันค่ะ เทศกาลความรักเช่นนี้ บอกรักคนอ่านดีที่สุดเลย
      #113-1