Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 14 : Ben [Triplets AU Project]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ก.พ. 60



Ben [Triplets AU Project]

Inspiration : Clueless

Chapter : 5 / IDK








             “เลิกยุ่งกับเดซี่เถอะ ขอร้องล่ะ” แมตต์รวบรวมความกล้าและพูดออกมาได้ในที่สุด หลังจากไตร่ตรองเป็นสัปดาห์ หนึ่ง กลัวว่าพี่ชายจะไล่เตะ สอง กลัวเขาจะไปพูดกับเดซี่ว่าแมตต์ขอร้องแบบนี้ สาม กลัวว่าชีวิตตัวเองจะไม่สงบสุข สี่ กลัวว่าเดซี่นั่นแหละจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า ประโยคนั้นของเขาเรียกให้เบน น้องชายคนสุดท้องเงยหน้าจากหนังสือชีววิทยา มองพี่ชายตัวเองสลับกัน ขณะที่มือข้างหนึ่งเกาคางให้แมวที่เขาเลี้ยงไว้ โดยมีสุนัขอีกตัวนอนขดอยู่ใกล้เจ้าแมว พวกเขานั่งรวมกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ไคโลกำลังดูถ่ายทอดสดฟุตบอล แมตต์กำลังนั่งอยู่บนโซฟาโดยมีแล็บท็อปอยู่บนตัก แต่ตอนนี้เขารีบเก็บให้พ้นสายตาพี่ชายแล้ว กลัวว่ามันจะเป็นเป้าถูกโยนทิ้งไปนอกหน้าต่าง



            “ไปถามเธอสิว่าอยากเลิกยุ่งกับฉันหรือเปล่า” ไคโลตอบยียวน



            “ฉันพูดจริงนะ ไคโล ยกเว้นเดซี่ไว้สักคนไม่ได้หรือไง?” แมตต์ถาม ตายเป็นตายวะงานนี้ ถึงแมตต์จะยังสับสนว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรกับเดซี่กันแน่ แต่ยังไงเขาก็เป็นห่วงเธอ เดซี่เป็นเด็กสาวใสซื่อ มองโลกในแง่ดี บางครั้งก็ดื้อรั้น เพราะฉะนั้น เขาเตือนกับเธอตรงๆอาจไม่ได้ผล ต้องมาขอร้องคุณพี่ชายที่เขาไม่อยากคุยด้วย



            ไคโลพ่นลมทางจมูก เอี้ยวศีรษะหันมาหรี่ตามองน้องชาย “นายจะสนทำไม นายเลิกส่งดอกไม้ให้เธอ เลิกชอบเธอ ไปสนพี่สาวเธอแทนแล้วไม่ใช่หรอ? ฉันไม่ได้แย่งของๆนายซะหน่อย”



            “ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” แมตต์เถียงทันที “เดซี่ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่นายจะ...”



            “หุบปาก แมตต์ นายทำฉันเสียอารมณ์ดูบอล” ไคโลพูดขัด “หรือถ้านายยังไม่หุบปาก ฉันจะไปดูบอลที่อื่น ที่ไหนดี? ห้องของเดซี่ดีไหม?” เขายิ้มกวนประสาท



            “ถ้านายแตะเธอล่ะก็ ฉันจะ...” แมตต์นึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาจะทำอะไรได้ แต่เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วในตอนนี้ ทำให้พี่ชายคนโตลุกตาม รวมไปถึงเบน พร้อมทุกเมื่อที่จะกระโจนเข้ามาห้าม ส่วนใหญ่คือห้ามไคโลไม่ให้ฆ่าแมตต์ตายซะก่อน



            “ฉันตั้งใจจะทำมากกว่าแตะเยอะเลยล่ะ นายจะทำไม?” ไคโลพูดด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง



            แมตต์แทบจะกระโดดเข้าใส่ โดยไม่สนใจว่าเขาอาจต้องฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พุ่งเข้าไป เสียงเปิดประตูบ้าน พร้อมกับเสียงสดใสของพ่อกับแม่ดังขึ้นเสียก่อน พวกท่านเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นว่าลูกชายสามคนยืนนิ่ง แมตต์กับไคโลจ้องหน้ากัน และเบนเหมือนพร้อมจะเป็นตัวกลางห้ามทัพ



            “ตายจริง” เลอาอุทาน มองหน้าลูกชายทีละคน “ไม่มีเรื่องชกต่อยในบ้านนี้มาได้เกือบหกสิบวันแล้ว ลูกช่วยทำให้สถิติมันต่อเนื่องได้ไหมจ๊ะ”



            “มีเรื่องอะไรกัน หนุ่มๆ” ฮานถาม วางถุงกระดาษชอปปิ้งลงบนโต๊ะ



            “ไคโลตามจีบเดซี่ครับ” แมตต์ตอบทันที ทั้งฮานและเลอารู้จักสามสาวบ้านเคโนบีเป็นอย่างดี อย่างคิระเป็นแฟนเก่าไคโล เดซี่เป็นเพื่อนสนิทของแมตต์ และเรย์เป็นเพื่อนร่วมชั้นแสนฉลาดของเบน เดซี่เคยอยู่กินอาหารค่ำที่นี่ พวกเขาจำได้ดี และจากบุคลิกของเดซี่ ก็ไม่น่าใช่สเป็กของไคโล



            “แมตต์ก็คบกับคิระครับ” ไคโลพูดบ้าง



            “ฉันยังไม่ได้คบกับคิระ” แมตต์หน้าแดงถึงใบหู



            “หุบปากน่า แมตตี้” ไคโลขึ้นเสียง “เขาเป็นหมาหวงก้างครับ”



            “เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ เบน” ฮานหันไปถามคนที่น่าจะพูดรู้เรื่องที่สุด



            “คือ...” เบนทำสีหน้าลำบากใจ มองหน้าทุกคน ทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายทั้งสอง “แมตต์เคยแอบชอบคิระตอนปีหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไคโลก็เป็นแฟนกับคิระ เขาก็เลยเลิกชอบคิระ พอไปสนิทกับเดซี่ก็แอบชอบเดซี่ และส่งดอกไม้ให้เดซี่ตั้งแต่ที่แม่ของเดซี่เสียชีวิตไปครับ แต่ตอนนี้คิระตามจีบแมตต์ ส่วนแมตต์ก็...”



            “ทั้งๆที่เบนแอบชอบคิระอยู่ เห็นไหมครับ แมตต์นิสัยไม่ดี” ไคโลชิงพูดขึ้น



            “อะไรนะ นายแอบชอบคิระหรอ?” แมตต์หันขวับไปมองเบน



            “จริงๆแล้ว ฉันชอบ...” เบนยังพูดไม่ทันจบ



            “แมตต์ก็ชอบคิระแล้วนั่นแหละ แต่มันไม่ยอมรับตัวเองครับ” ไคโลบอก



            “ฮ่า นายไม่รู้ล่ะสิ เดซี่แอบชอบเบนอยู่ด้วยนะ” แมตต์โพล่งขึ้นมาก่อนจะห้ามตัวเองทัน



            “อะไรนะ? อย่ามามั่ว แมตต์” ไคโลเริ่มกำหมัด



            “ส่วนพี่ไคโลก็หลงรักเดซี่แบบโงหัวไม่ขึ้นครับ” เบนพูดแทรกด้วยเสียงดังลั่น



            “เฮ้ย ฉันเปล่าเว้ย!” ไคโลตะโกนลั่น มองน้องชายคนสุดท้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ



            “ผมมีแต่พี่ชายที่ไม่ยอมรับความจริงครับ แม่” เบนบอก ส่ายหน้า แล้วก็เดินไปกอดเลอาอย่างออดอ้อน “ผมหิวแล้วครับ พ่อกับแม่ซื้ออะไรมาเอ่ย ให้ผมไปช่วยทำอาหารนะครับ ไม่อยากอยู่แถวนี้แล้ว เดี๋ยวพี่ๆแกล้งผม”



            เบน ออร์กาน่า โซโล เป็นเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างมีความสุขกับชีวิต พี่ชายคนโตของเขาอาจมองว่ามันน่าเบื่อ แต่สำหรับเบน เขามีความสุขดี เขาชอบเรียนหนังสือ ชอบเลี้ยงสัตว์ ทำอาหาร และใช้เวลาว่างที่เหลือในการออดอ้อนพ่อกับแม่ เขาเป็นคนใจเย็นที่สุดในบรรดาแฝดสาม และอาจเป็นคนที่มีเหตุผลที่สุดด้วย จึงมักจะกลายเป็นคนกลางในการทะเลาะเบาะแว้งของไคโลกับแมตต์ ส่วนใหญ่แล้วแมตต์จะแพ้ ใครจะเอาชนะคนตัวใหญ่ยักษ์อย่างไคโลได้ พี่คนโตของเขาเข้ายิมและซ้อมกีฬาทุกวัน เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะหุ่นดีกว่าใคร และแข็งแกร่งที่สุดด้วย



            ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เกิดเรื่องไม่คาดฝันหลายอย่างที่ทำให้ชีวิตของเบนมีสีสันขึ้นมา จะว่า สีสัน ก็คงเป็นการใช้คำผิด เพราะมันเป็นเรื่องยุ่งๆวุ่นวาย พันกันอีนุงตุงนัง เป็นแฝดสามอลวน หกคนอลเวง จนน่าจะจับพวกเขาหกคนมานั่งด้วยกันในห้องเดียว และพูดเปิดใจ จะได้รู้ความจริงไปเลยว่าใครชอบใครกันแน่ เรื่องที่เดซี่แอบชอบเขาอยู่ เบนก็พอจะรู้บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าแมตต์จะโพล่งออกมาอย่างนั้น ไคโลจะมาลากคอจับเขาถ่วงน้ำไหมเนี่ย? ถ้าที่บ้านเขาวุ่นวายขนาดนี้ ที่บ้านของสาวๆเคโนบีจะเป็นอย่างไรหนอ แต่เขาเดาว่าเรย์น่าจะจับไต๋ทุกอย่างได้หมดแล้ว รู้ไส้รู้พุงทุกคน



            ยกเว้นเบนคนเดียว ที่เรย์ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาคิดอะไร



            เบนตั้งใจทำเหมือนว่าเขาแอบชอบคิระ ด้วยเหตุผลง่ายๆก็คือ เขาจะได้อยู่ใกล้เรย์ได้แบบที่เรย์ไม่มีวันตะขิดตะขวงใจ เขารู้ตั้งแต่แรกว่าเธอเป็นคนฉลาด พวกเขาไม่ใช่เพิ่งมาเจอกันตอนไฮสคูลหรอก สมัยเบนอยู่ประถม พ่อเคยพ่อพวกเขาไปที่ศูนย์การเรียนรู้เด็ก จากนั้นเบนก็ร้องจะไปทุกอาทิตย์ ทั้งที่บรรดาพี่ๆเบื่อจะแย่ เขาอยากไปเพราะจะได้เจอเรย์ เธอต่อจิ๊กซอว์เก่งมาก ไวด้วย สามารถต่อได้ทั้งที่รูปภาพคว่ำหน้าอยู่ด้วยซ้ำ เขามองว่ามันเจ๋งที่สุดในโลก



            เมื่อมาอยู่ไฮสคูล บังเอิญเรียนที่เดียวกัน เพราะเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน เบนก็คอยมองเรย์ตลอด เห็นเธอเฉิดฉายอยู่กลางวงเพื่อนฝูงตอนพักกลางวัน เห็นเธอตอบคำถามอย่างชาญฉลาดในห้องเรียน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้มีโอกาสเป็นเพื่อนกับเธอ และพูดคุยกันทุกวัน



            วันถัดมา เบนก็ยังคงดำเนินชีวิตของเขาไปตามปกติ เขาไปถีงโรงเรียนพร้อมแมตต์ เพราะพ่อไปส่ง ส่วนไคโลซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปเองแต่เช้า พอถามว่าจะรีบไปทำไม ก็ไม่ตอบ แต่ก็เดาไม่ยากหรอกว่าจะรีบไปไหน ทันทีที่ถึงโถงทางเดิน เขาก็เห็นสาวๆเคโนบีอยู่ตามจุดต่างๆของตัวเอง ไม่ยากที่จะมองหาพวกเธอ ราชินีรังผึ้งอย่างคิระเดินตรงมาคว้าตัวแมตต์และลากไปเลย เดซี่กับสไตล์การแต่งตัวกระโปรงยาวและกระเป๋าไหมพรมถักเองยืนตัวลีบอยู่ข้างไคโล เพราะพี่ชายของเบนกำลังโถมแขนข้างหนึ่งคล้องอยู่บนไหล่เธอ เบนยิ้มนิดๆกับภาพเหล่านั้น



            เฮ้อ มีแบบนี้บ้างก็ดีสิ



            แล้วเขาก็เห็นคนที่อยากเจอมากที่สุด เรย์ยืนพิงล็อกเกอร์ กำลังคุยและหัวเราะอยู่กับบีบีเอทและเจส เขาได้ยินเรื่องที่เจสอกหักจากโพแล้ว และรู้เรื่องการพนันระหว่างเรย์กับไคโลด้วย มีเรื่องหนึ่งที่เบนไม่คิดจะบอกพี่ชายเด็ดขาดก็คือ เขารู้แผนการเอาคืนของเรย์ทั้งหมด แต่ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น เขาแค่ทนไม่ได้แน่นอน ถ้าเรย์ต้องเดทกับไคโลจริงๆ ถึงเรย์จะฉลาด เจ้าแผนการ แต่อาจพลาดท่าไคโลได้ทุกเมื่อ พี่ชายของเขาเป็นวายร้ายของแท้ ก็ไม่รู้ว่า เสือจะยอมถอดเขี้ยวเล็บเพราะดอกไม้หรือเปล่า



            จะว่าไป เขาก็เหลือเวลาอยู่ในไฮสคูลเพียงแค่สามสัปดาห์สุดท้าย เบนกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย มีตอบรับมาหาเขาสองแห่ง คืออัลเดอรานกับคอร์เลอเรีย สาขาที่เขาอยากเรียนทั้งคู่ เบนสองจิตสองใจ ถ้าเลือกไปอัลเดอราน นั่นหมายความว่าเขาจะได้เจอเรย์อีกเรื่อยๆ แต่ถ้าไปคอร์เลอเรีย ไกลออกไปหลายไมล์ ถึงจะเป็นมหาวิทยาลัยเก่าที่พ่อของเขาเคยเรียน และเป็นสถานศึกษาที่ดีมาก ติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก เบนก็ไม่แน่ใจนักว่าอยากจะไปหรือเปล่า อัลเดอรานเป็นมหาวิทยาลัยอันดับเจ็ด ติดอยู่หนึ่งในสิบ มันก็เยี่ยมยอดพอกัน ประเด็นก็คือ เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมที่จะไปห่างเรย์



            ยังไงก็เถอะ ภายในสามสัปดาห์นี้ เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะบอกเรย์ว่าจริงๆแล้วเขารู้สึกยังไงกับเธอ แม้ว่าคำตอบอาจจะเป็น ไม่ ก็ตาม



            “เฮ้ โซโล” เสียงเรียกของคิระทำให้เขาหันไปมอง เธอแต่งหน้าจัดเต็มแบบสโมคกี้อาย กระโปรงสั้น เสื้อแจ็กเก็ตหนังอย่างมั่นใจ รองเท้าบูทสูง “มีของให้นาย” เธอบอกและยื่นบัตรเชิญมาให้



            “ปาร์ตี้?” เบนถาม



            “ใช่ วันนี้” คิระพยักหน้า



            “คืนวันพุธ กลางสัปดาห์ แล้วพรุ่งนี้เราต้องมาเรียนนะ” เบนขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ



            “แล้วไง?” คิระกลอกตาอย่างไม่สน “คืนนี้สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะปู่เคโนบีไม่อยู่บ้าน”



            “เรย์รู้เรื่องนี้หรือเปล่า” เบนถาม มองคิระอย่างไม่ไว้ใจ



            “แหกตาดูบัตรเชิญสิ พ่อคนฉลาด” นิ้วชี้ของเธอจิ้มลงมา เล็บที่ทาสีดำและเพนท์ลายสีแดงโปรยกากเพชรเคาะๆที่ชื่อคนเชิญ เดอะ เคโนบีส์ เติมเอสเสียด้วย “แล้วก็ดูลูกโป่งสีชมพู คิดว่าจะมีใครที่ไหนทำการ์ดเชิญปาร์ตี้สุดเจ๋งของฉันให้เละเทะด้วยลูกโป่งสีชมพู มีแต่ยัยโลกสวยพี่สาวฉันคนเดียวแหละ ไปเถอะน่า โซโล แมตต์ยังจะไปเลย ซีเนียร์ทุกคนไปกันหมด ถือว่าเป็นปาร์ตี้ส่งท้าย นายจะพลาดงานปาร์ตี้ที่จัดโดยผู้หญิงที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนได้ไง”



            “โอเค” เบนพยักหน้า



            “เยี่ยม” คิระยิ้ม “อ้อ ถ้าแมตต์เกิดเมามาก และกลับไม่ไหว นายไม่จำเป็นต้องแบกเขากลับนะ เขาค้างที่ห้องฉันได้สบาย”



            “ก็ดี” เบนพยักหน้าอีก “นี่ แล้วเดซี่ล่ะ เธอเห็นด้วยกับปาร์ตี้ในบ้านหรอ?” เท่าที่เขารู้จากเรย์ เดซี่กำลังเตรียมตัวสัมภาษณ์กับอัลเดอรานอย่างหนัก ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้



            “ใครสนล่ะ?” คิระยักไหล่ แล้วก็หมุนตัว เดินสะบัดไป



            เบนเก็บบัตรเชิญใส่กระเป๋า เขาไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับปาร์ตี้อีกเลย จนกระทั่งคาบบ่าย ที่เจอกับเรย์ในวิชาการปั้น พวกเขาเลือกลงวิชานี้ด้วยกัน เพราะยังขาดวิชาที่เกี่ยวกับศิลปะอยู่หนึ่งตัว และทุกคนพูดต่อๆกันมาว่าเป็นวิชาเรียนสบาย อาจารย์โยดาใจดี แค่ทำงานสิบชิ้นให้เสร็จตามที่อาจารย์กำหนดไว้ ก็ผ่านแน่ อาจารย์ไม่เคยให้เอฟกับใครเลย เบนกับเรย์ใช้โต๊ะตัวเดียวกัน และกำลังทำงานชิ้นสุดท้าย คือแจกันดอกไม้ที่ค่อนข้างจะมีรายละเอียดในการปั้นยากกว่าชิ้นอื่น เพราะมีส่วนงอเว้า แถมอาจารย์ยังสั่งให้ออกแบบอย่างพิสดารได้เต็มที่ คะแนนจะขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ เบนกับเรย์ทำแจกันสำเร็จแล้ว เหลือแต่ขั้นตอนการลงสี พวกเขาจึงนั่งคุยไป ทำงานไปได้อย่างสบายๆ



                “นายได้ยินเรื่องปาร์ตี้จากคิระแล้วใช่ไหม?” เรย์ถาม เงยหน้าจากพู่กันและจานสี เบนพยักหน้าตอบ “จะไปหรือเปล่า”



            “คิดว่าจะไปนะ” เบนยิ้ม



            “นายจะใส่เสื้อสีอะไรไปงาน” เรย์ถามแปลกๆ ผู้หญิงแบบเธอไม่น่าสนใจเรื่องสีของเสื้อผ้าคนอื่น



            “เธอสนใจเรื่องแฟชั่นตั้งแต่เมื่อไหร่” เบนถามกลับอย่างแปลกใจ



            “ตอบเถอะน่า” เรย์ยิ้มแบบยกมุมปากขึ้นนิดๆ เขารู้จักรอยยิ้มแบบนั้น มันบ่งบอกว่าเธอกำลังมีแผนการอะไรบางอย่างในหัว เขาหรี่ตามองขณะที่เธอทำเป็นจรดพู่กันลงบนแจกันของตัวเองอย่างใจจดจ่อมากเป็นพิเศษ



            “สีฟ้าตัวที่ใส่อยู่นี่แหละ ฉันขี้เกียจเปลี่ยน” เบนตอบ



            “รู้ไหมว่านายไม่ใช่คนแรกที่ตอบแบบนี้” เรย์พูดขึ้นมาทันที ราวกับเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะตอบอะไร และทุกอย่างก็เข้าทางเธอพอดี การพยายามเดาแผนการของเรย์ ก็เหมือนพยายามเดาตอนจบของซีรีย์เฮาส์ออฟการ์ดนั่นล่ะ



            “ใครเป็นคนแรกล่ะ” เบนถามอย่างอยากรู้



            “ระหว่างพิซซ่ากับนาโช่ นายจะเลือกอะไร?” เรย์ถามต่อ



            “เรย์ กำลังเล่นอะไรเนี่ย” เบนหัวเราะน้อยๆ



            “คิดซะว่าเล่นยี่สิบคำถาม เร็ว ตอบสิ” เรย์คะยั้นคะยอ



            “เธอก็รู้ว่าฉันจะเลือกนาโช่” เบนแอบถอนหายใจเบาๆ



            “หรอ? ฉันไม่รู้แฮะ” เรย์ยักไหล่ “และนายก็ไม่ใช่คนแรกที่ตอบแบบนี้ อืม คำถามต่อไป ระหว่างเที่ยวทะเลกับเที่ยวภูเขา...” คำถามดำเนินไปเรื่อยๆ จนครบจำนวนยี่สิบคำถามอย่างที่เธอบอก เขาตอบอย่างที่เธอต้องการ และตอบตามความจริง “รู้ไหม จากทั้งหมดยี่สิบคำถาม มีสิบห้าอย่างที่นายตอบ ซึ่งนายไม่ใช่...”



            “คนแรกที่ตอบแบบนั้น” เบนต่อประโยคให้ “แล้วใครเป็นคนแรก”



            เรย์อมยิ้มอย่างมีนัยยะ “นายว่าบีบีเอทเป็นยังไง” อยู่ๆเธอก็เปลี่ยนเรื่อง



            “เรย์” เบนพูดขึ้นอย่างอดทน “ถ้าเธอคิดจะจับคู่ฉันกับบีบีเอท ขอร้องล่ะ อย่า!



            “เปล่า” แล้วเรย์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะ “นี่ ฉันรู้หรอกน่า บีบีเอทชอบผู้หญิง ฉันก็แค่ถามว่า นายคิดว่าเธอสวยพอที่จะทำให้ แบซีน เนทัล สาวจากทีมเชียร์ลีดเดอร์หันมามองบ้างไหม”



            “บีบีเอทกับแบซีน?” เบนทวนคำ “ให้ตาย เรย์ จนป่านนี้มันยังไม่ชัดอีกหรอ แบซีนชอบน้องสาวเธอ”



            “อะไรนะ?” เรย์ร้องเสียงหลง “คนไหน?”



            “คิระ” เบนตอบอย่างใจเย็น



            “อื้ม” เรย์ยิ้มกว้างหนักกว่าเดิม “นายไม่ใช่คนแรกที่คิดแบบนี้เหมือนกัน”



             เบนกัดริมฝีปาก บางครั้งความยียวนของเรย์ ก็ทำให้เขาแอบหงุดหงิดเหมือนกัน แต่เขาก็ให้อภัยเธอทุกที เพราะรอยยิ้มน่ารัก บางคน อย่างเช่น ไคโล อาจเห็นว่ายิ้มนั้นของเรย์เหมือนกำลังหัวเราะคนทั้งโลก และบอกว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น แต่สำหรับเบน เขาเห็นเด็กสาวขี้เล่น อารมณ์ดี เก่งจิตวิทยา ที่อยากจะลองภูมิตัวเอง และเล่นเกมกับคนอื่นเท่านั้น ซึ่งมันน่าสนใจ



            “เบน ฉันกำลังหาคนช่วยผสมน้ำพันซ์ในงานปาร์ตี้ นายจะมาช่วยฉันไหม” เรย์ถามขึ้น เปลี่ยนเรื่องเร็วสายฟ้าแลบ เบนที่ไม่เคยปฏิเสธเธอได้แต่บอกว่าเขาเต็มใจช่วย “จริงนะ ขอบคุณมากเลย เอ้อ จากบ้านนายต้องผ่านบ้านเจสใช่ไหม ช่วยแวะรับเจสมาด้วยสิ เธอต้องช่วยฉันติดลูกโป่งในงาน”



            อะฮ้า เบนจับไต๋เธอได้แล้ว เกมแบบนี้ เขาเห็นเธอเล่นมาไม่รู้กี่รอบ ทำไมเขาจะไม่รู้เทคนิคของเธอ เจสเพิ่งจะอกหักเพราะโพประกาศตัวเป็นแฟนกับฟินน์ ใครๆก็รู้ว่าเธอยังเศร้าและหงุดหงิดตัวเองแค่ไหน แต่คนที่หงุดหงิดกว่าก็คือ เรย์ เพราะเธอพยายามอย่างหนักที่จะให้โพกับเจสเป็นแฟนกันให้ได้ เรย์เป็นคนแบบนั้น เมื่อเธอมั่นใจว่า ใครสมควรคู่ใคร หรือทำอะไร เธอก็จะพยายามทำให้พวกเขาเป็นแบบที่เธอต้องการให้ได้ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า พวกชอบเอาชนะ



            “เรย์ เคโนบี” เขาเรียกชื่อเธอ หันไปมองเธอตรงๆอย่างจริงจัง มองตาเธอและพูดช้าๆชัดๆ “ฉันไม่ได้ชอบเจสแบบนั้น”



            “นายจะรู้ได้ยังไง” เรย์เถียง



            “ฉันรู้สิ” เบนบอกอย่างหนักแน่น ตอนนี้เขาไม่มีสมาธิพอจะระบายสีแจกันแล้ว



            “เจสมีอะไรเหมือนนายมากเลย เราเล่นเกมยี่สิบคำถามกันเมื่อตอนพักเที่ยง แล้วฉันก็ได้ไอเดียบรรเจิดทันที ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนนะ นายกับเจส ดูส่วนสูงของพวกนายสิ ห่างกันแบบเหมาะเจาะพอดี นิสัย สิ่งที่ชอบ อาจจะมีต่างไปบ้าง แต่เป็นความต่างที่ลงตัวนะ”



            เบนไม่ได้ฟังเธอ เหมือนมีเสียงหึ่งๆตอมอยู่ข้างหู ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธหรือเสียใจมากกว่ากัน สาวน้อยที่รู้ไปซะทุกอย่าง จนป่านนี้ ผ่านมาตั้งหลายปี เธอก็ยังไม่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอยู่ดี หรือเพราะว่าเขาอยู่ใกล้เกินไป ใกล้จนเธอไม่สังเกตอะไรเลย แต่จะว่าเธอได้หรือ ในเมื่อเขาตั้งใจทำเป็นชอบน้องสาวเธอเอง เพื่อให้เธอสนิทใจที่จะคุยกับเขา โดยไม่ฉุกคิดอะไรทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเขาคงเล่นละครเก่งมากไปหน่อย แต่ตอนนี้เบนไม่อยากเล่นละครแล้ว



            เหลืออีกแค่สามอาทิตย์ที่ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง เขาแอบชอบเธอมานาน จนอึดอัด อยากให้เธอรู้ ในวิธีแบบของเธอ เขาเป็นคนขี้ขลาดใช่ไหม แทนที่จะพูดออกไป แต่เขากลับอยากให้เธอรู้เอง ขณะเดียวกันเขากลับทำอะไรโง่ๆอย่างแสร้งทำเป็นชอบคิระ



            “นายเคยบอกว่า ชอบเวลาที่ฉันเล่นเกมจับคู่...”



            ประโยคนั้นดังทะลุเข้ามาในโสตประสารทสู่สมองที่กำลังคิดวุ่นวาย เขาหันขวับ มองเธอนิ่ง ทำให้เธอหยุดพูดไป กระพริบตามองอย่างประหลาดใจ เขาไม่เคยโกรธเรย์ ไม่เคยสักครั้ง ไม่ว่าเธอจะทำอะไร พูดสิ่งใด หรือตัดสินใจผิดพลาดยังไง เขาก็อยู่ข้างเธอ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่



            “ฉันไม่ใช่หมากของเธอ เรย์ ฉันเป็นเพื่อนเธอ” เบนบอก



            “ฉันรู้” เรย์พูดอย่างใจเย็น “นายไม่ใช่หมาก เบน ฉันก็ทำแบบนี้กับเพื่อนทุกคนนะ อย่างเจส บีบีเอท ฉันแค่อยากให้ทุกคนมีความสุข



            “เธออยากให้คนมีความสุข หรือแค่อยากรู้สึกดีกับตัวเอง” เบนพูดเสียงเย็น “ดูฉันสิ ฉันคือเรย์ เคโนบี ฉันควบคุมทุกคนได้เหมือนพวกเขาเป็นหุ่นเชิด ฉันจะทำให้ใครรักกับใครก็ได้ หรือขยี้ใครก็ได้ทั้งนั้น”



            “นี่นายกำลังพูดอะไร” เรย์ยกมือกอดอก “นายเคยชอบสิ่งที่ฉันทำ ดูอย่างอาจารย์ชีวะกับอาจารย์แนะแนว หรือคู่รักอื่นๆที่ฉัน...”



            “นั่นเพราะว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ” เบนเถียงขึ้นมา “แต่ฉันไม่ได้ต้องการ จับคู่ฉันกับเจส ให้ตาย เรย์ นี่มันงี่เง่า”



            “ตายละ” เรย์พูดเสียงสูง เหมือนตอนนี้ก็เริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาแล้ว “นายไม่เคยคบผู้หญิงคนไหน นายเคยทำให้ฉันเข้าใจว่านายชอบคิระ แต่นายก็ไม่ทำอะไรเลยทั้งที่มีโอกาส อย่าบอกนะว่าจริงๆแล้ว นายก็เป็นเกย์อีกคน”



            เกิดความเงียบขึ้นอึดใจ เสียงโต้เถียงของพวกเขาไม่ใช่เบาๆ อย่างน้อยโต๊ะรอบด้านก็ได้ยินกันเกือบหมด และตอนนี้ก็เริ่มหยุดงานในมือและหันมามอง



ความอดทนมาตลอดหลายปีของเบนขาดสะบั้นลงตรงนั้น อาจรวมไปถึงความน้อยใจ ความโกรธที่เธอหาว่าเขาเป็นเกย์ ทำให้ร่างสูงยื่นแขนออกไป คว้าตัวเธอและดึงเข้าหาอย่างแรง เรย์เสียหลักเพราะถูกดึงไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน เบนจูบเรย์ ไม่ใช่แค่แตะริมฝีปากอย่างแผ่วเบา แต่เขาทำเกินไปกว่านั้น เขาจับใบหน้าเธอไว้ในสองมือ ใช้นิ้วโป้งกดคางเธอลงเพื่อให้ริมฝีปากเธอแยกออกจากกัน และเขาบุกรุกได้สะดวก เรย์นิ่ง ยืนอึ้ง ตัวแข็งทื่อ แม้กระทั่งตอนที่เขาถอนริมฝีปากจากไป เธอก็ยังไม่ขยับ ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง มีทั้งความประหลาดใจ ตกใจ ไม่คาดฝัน อยู่ในแววตาคู่นั้น



เบนไม่พูดอะไรอีก ยังไงซะ การกระทำก็ดีกว่าคำพูดอยู่แล้ว และนี่คงอธิบายเธอได้ทั้งหมด เขาหันกลับ คว้าแจกันกับกระเป๋า นำแจกันไปวางบนชั้น และเดินออกจากห้องเรียนไป โดยมีสายตานับสิบๆคู่มองตามอย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน     










Writer's Talk

ณ จุดๆนี้ ต้องการกำลังใจสูงเหลือเกิน.... Y^Y







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #838 oom_pch (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:34
    นี้คือจุดเริ่มต้น the triplets ใช่มั้ยคะ น่ารักมากๆ แงงงงง สนุกมากๆเลยค่ะ
    #838
    0
  2. #223 Roserin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 12:43
    เป็นคนที่น่าอยู่ด้วยมากที่สุดในบรรดาพี่น้องเลยเบนเนี่ย แต่ก็เหมาะจะเพื่อนมากกว่า บางทีก็เข้าใจเรย์
    #223
    0
  3. #91 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:26
    เรย์เหมือนนักจับคู่ อยู่ว่างๆไม่ได้ ต้องหาอะไรสักอย่างทำ โตไปเปิดบริษัทหาคู่ไหมคะ ปวดหัว ส่วนเบน อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในตระกูลแล้ว(มั้ง) ช่วยกันเรย์ออกจากไคโล (แต่เราว่าเรย์คงไม่น่าพลาด) แต่สุดท้าย เบนก็ทนไม่ได้เหมือนลูกโป่งที่ใส่ลมจนเต็ม จนระเบิดออกมา (รุกซะที!!)
    แผนผังเรื่องนี้ เดี๋ยวคนนี้ชอบคนนู้น เดี๋ยวคนนู้นชอบคนนั้น โยงกันไปมา แบซีนชอบคิระอีก โอ้ย555555 ถ้าจริงก็น่าชิปนะเอาดีๆ
    /เรย์เป็นจอร์เจียน่า สปาร์คไหม ตัวป่วน ร้ายกว่าควีนบี555
    #91
    1
    • #91-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 14)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:37
      ยุ่งเหยิง วุ่นวาย อินุงตุงนัง ตอนนอนคิด และวาดผังนี่ก็คิดนะคะ .... ฉันทำอะไรของฉันเนี่ย ฮ่าฮ่า แต่อยากลองดูค่ะ สำหรับแนวนี้
      #91-1
  4. #90 Skye1907 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:24
    นึกว่าเบนจะมาแบบพ่อฮาน.... ไหงดูสุขุมคล้ายแม่เลอาเลย ตอนนี้เบนเรย์ก็จูบกันแล้ว
    #90
    1
    • #90-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 14)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:33
      เพราะเบนเป็นลูกคนกลางที่ต้องคอยสงบศึกระหว่าง ไคโลกับแมตต์ บ่อยๆ เป็นคนขี้อ้อนนิดๆ เพราะพ่อกับแม่มักให้ความสนใจกับไคโล (ตัวป่วน) และแมตต์ (ผู้อ่อนแอ) มากกว่าตัวเบน ทำให้เขาโตขึ้นมา เป็นผู้ใหญ่กว่าพี่น้องอีกสองคน ขณะเดียวกันก็แอบเก็บกด ถ้าไม่ใช่คนเก็บกด คงไม่ปิดบังความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเรย์ไว้นานขนาดนั้น แถมยังปิดมิดไม่ให้พี่น้องหรือใครรู้เลยสักคน สุดท้าย ความเก็บกดก็ระเบิด กลายเป็นฉากจูบตอนจบนั่นแหละค่ะ
      #90-1
  5. #89 lamb_san (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:22
    โอ๊ยยยย เบนน่ารักจัง55555 เราจะชมแฝดทุกคนวนไปจนครบ... ฉากจับจูบเรานี่ดีดเลยค่ะ แบบ... เอาเลยค่ะเบนเอาเลยยยยย เรย์คงช็อกค้างไปเลย แหม ชอบจับคู่เป็นพ่อสื่อ เจอเบนตอบทีเดียวรู้เรื่องเลย อื้อหืออออออ *ปิดหน้า*
    #89
    1
    • #89-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 14)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
      ชอบจับคู่ให้ชาวบ้าน จนลืมเรื่องตัวเองและคนใกล้ตัว
      #89-1
  6. #87 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:39
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนพอกับซีรีส์ดราม่าอะไรสักเรื่อง โฮ ไม่ค่อยเคยเจอฟิคคุณภาพแบบภาษาไทยมานานเหลือเกิน จริงๆนะ ไรท์อัพเกรดตัวขึ้นทุกเรื่องๆ จากHOPE นี้มาไกลมากกก

    มีแผนรวมเล่มมั้ยคะ---แค่กๆ
    #87
    1
    • #87-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 14)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
      คิดถึง เดือนธันวา ปี 2015 ที่เริ่มเขียน Hope และติ่งเรย์โลมากๆเลยค่ะ
      #87-1
  7. #86 Apirujeeners (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:33
    มาให้กำลังใจนะคะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม รอฟิคอัพทุกวันเลย ชอบมากนะคะ ชอบคาแรคเตอร์เบน มีความน่ารักมุ้งมิ้งและรุนแรงนิดนึง รออ่านตอนต่อๆไปอยู่คะ เป็นไงละเรย์ 55555 โดนเข้าเอง งงเลยยยยย
    #86
    1
    • #86-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 14)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:29
      ขอบคุณนะคะ
      #86-1