Star Wars Aesthetic & Short Fic [Kylo x Rey]

ตอนที่ 12 : Rey [Triplets AU Project]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ก.พ. 60




Rey [Triplets AU Project]

Inspiration : Clueless 1995

Chapter : 2 / IDK








          ทุกคนในโรงเรียนรู้ว่าวิชาที่ยากโหดหินที่สุดคือ ชีววิทยาขั้นสูง ซึ่งสอนโดยอาจารย์จอมกดดันนักเรียน ให้เกรดยาก อารมณ์ขึ้นๆลงๆ ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาดีหรือร้าย เมซ วินดูเป็นอาจารย์ที่เก่ง เขาจบปริญญาเอก แต่ก็ตั้งใจที่จะอยู่ในเมืองเล็กๆนี้ต่อไป เพื่อดูแลพ่อแม่และคุณยาย เขายังโสด ชีวิตดูเหมือนไม่ค่อยมีความสุข ว่ากันว่าเขาเอาความเครียดมาลงกับการตัดสินให้เกรดนักเรียน แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อมีนักเรียนอย่าง เรย์ เคโนบี เข้ามาในคลาส



            เรย์ เป็นเด็กฉลาด ช่างสังเกต เจ้าแผนการ และดำเนินการทุกอย่างเป็นความลับเสียด้วย เพื่อนที่ร่วมหัวจมท้ายปฏิบัติการสร้างความสุขให้อาจารย์ชีวะคือ แบลร์ อิซาเบลล่า เอทเธอร์ หรือบีบีเอท เธอสังเกตเห็นว่าชีวิตของอาจารย์วินดูนั้นน่าเบื่อ จืดชืด เครียดขึง จึงไม่แปลกที่เขาจะเป็นอาจารย์เจ้าอารมณ์ ในขณะเดียวกันมีครูแนะแนวในโรงเรียนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาจารย์วินดู และยังเป็นโสด มีคำพูดที่ว่า ความรักช่วยให้โลกกลายเป็นสีชมพู เรย์จึงเริ่มแผนการจับคู่ระหว่างครูแนะแนวและครูชีวะ ง่ายๆด้วยการหาทางให้พวกเขาเจอกันบ่อยๆ บอกว่าอีกคนกล่าวชม เช่น มิสเตอร์วินดูคิดว่าครูเป็นครูแนะแนวที่ดีที่สุดเลยค่ะ หรือ มิสมอธมาคิดว่าครูเป็นครูชีวะที่เก่งที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยเห็นมาเลยค่ะ เรย์เคยต้มกาแฟอย่างดีมาจากบ้าน นำไปให้ครูชีวะ และแนะนำว่าเขาควรไปชวนครูแนะแนวดื่มกาแฟด้วยกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆเบ่งบาน รวมไปถึง ความสุขของนักเรียนในคลาสชีววิทยาก็มีเพิ่มมากขึ้น ด้วยปริมาณการบ้านที่ลดลง ควิซเก็บคะแนนลดลง โปรเจกต์อาจจะมากขึ้น แต่ทำงานเป็นกลุ่ม ก็ดีกว่าสอบเก็บคะแนนเป็นไหนๆ



            “ไม่อยากเชื่อว่าแผนของเธอจะไปได้สวย” เบน ออร์กาน่า โซโลกล่าวชมในคลาสชีววิทยาวันหนึ่ง พวกเขาเป็นคู่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน



            “อะไรก็สำเร็จได้ทั้งนั้น ถ้าเราวางแผนดีๆ” เรย์ตอบอย่างมั่นใจ เบนพยักหน้า ไม่ได้โต้ตอบอะไร เขากำลังใช้ปากกาจดข้อความสำคัญจากหนังสือ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้งานของพวกเขาเดินหน้า “เกือบลืมไปเลย ฉันมีของจะให้นาย” เรย์เอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าที่แขวนไว้บนเก้าอี้และเปิดออกดู หยิบตั๋วออกมาสองใบ ยื่นให้เขา



            “ตั๋วหนังที่เธอได้เป็นรางวัลเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่” เบนเลิกคิ้ว “ฉันนึกว่าเราเป็นเพื่อนกัน และเราตกลงไว้แล้วว่าเราจะไม่เดทกันซะอีก”



            “อย่าหลงตัวเองเบน โซโล” เรย์ส่ายหน้า “ฉันให้นายหนึ่งใบ และคู่เดทของนายอีกหนึ่งใบ ชวนเธอซะ! ก่อนนายจะหมดโอกาส”



            “เธอพูดเหมือนรู้ว่าฉันชอบใครอยู่” เบนวางปากกาลงทันที เรย์ยักไหล่ ยิ้มน้อยๆอย่างเจ้าเล่ห์ เธอรู้สึกได้ว่าเดซี่ น้องสาวฝาแฝดที่นั่งอยู่ด้านหลังกำลังแอบฟังบทสนทนาของเธอกับเบน เดซี่ไม่เก่งเรื่องซ่อนความรู้สึกเท่าไหร่ จะแอบฟังไปทำไม ถ้าไม่คิดจะทำอะไรเลย ใช่! เรย์รู้ว่าเดซี่คิดยังไงกับเบน ดูออกชัดเจนตั้งแต่ที่เดซี่เลือกเรียนวิชาสุดโหดนี้ ก่อนหน้านั้นเรย์แค่สงสัยเฉยๆ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ ถ้าได้ยินแบบนี้เข้าไป คงจะเสียใจน่าดู แต่มันจำเป็น



            “นายอยากให้ฉันช่วยหรือเปล่าล่ะ?” เรย์ถาม น้ำเสียงจริงจัง



            “ฉันจีบผู้หญิงเองได้น่า” เบนบอก



            “ถ้านายทำได้จริงๆ นายกับเธอคงได้เป็นแฟนกันมาสามปีแล้วล่ะ เบน” เรย์พูดจี้ใจดำ ทำให้อีกฝ่ายถลึงตามองเธอ ก่อนจะหยิบตั๋วยัดใส่กระเป๋าไป



            “พอเถอะ พูดเรื่องน้องสาวเธอดีกว่า” เบนเปลี่ยนเรื่อง



            “คนไหนล่ะ” เรย์ถาม หันกลับไปมองหนังสือตรงหน้าและใช้ดินสอจดข้อมูลที่สนใจ



            “จริงหรือเปล่า ที่น้องสาวเธอกำลังไล่ล่าเวอร์จิ้นพี่ชายฉันอยู่” คำถามของเขาทำให้ดินสอของเธอชะงักหยุด เรย์เงยหน้าขึ้นและหัวเราะ “ฉันซีเรียสนะ เรย์”



            “นายก็ถามเธอเอง ตอนที่นายชวนเธอเดทสิ” เรย์พูดเสียงกลั้วหัวเราะ เรื่องนี้มันสนุกจริงๆ



            เบนยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง อาจารย์วินดูที่สังเกตมานานแล้วพวกเขากำลังพูดคุยกันนอกเรื่อง เดินมา ส่งสายตาปรามให้หยุด เรย์จัดการได้ด้วยการยิ้มหวาน และแกล้งเป็นถามเกี่ยวกับสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ ทั้งที่เข้าใจกระจ่างดีอยู่แล้ว



            คนอื่นๆในโรงเรียนอาจคิดว่า ยัยจอมแสบคือคิระ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่มีวันรู้เลยก็คือพี่สาวคนโตของพวกเคโนบีต่างหากที่เป็นยัยจอมแสบตัวจริง ภายใต้หน้ากากของเด็กเรียนดี อนาคตไกล อยู่ในกรอบในระเบียบ เธอก็อยู่ในกฎเกณฑ์ทุกอย่างตามบรรทัดฐานที่ทุกคนคาดหวังจะเห็น เธอแค่ไม่พวกชอบออกตัว ก็เหมือนกับตัวละคร แฟรงค์ อันเดอร์วูด ในซีรีย์เรื่องเฮาส์ออฟการ์ด ช่วงซีซั่นหนึ่งหรือสอง เขาไม่จำเป็นต้องเป็นประธานาธิบดี เพื่อที่จะได้คุมเกมทุกอย่างหรอก เรย์ก็เช่นกัน ปล่อยให้คิระสวมมงกุฎไป เธอจะเหยียดแข้งเหยียดขาอยู่ข้างหลัง มองภาพรวม และลงไปเล่นเกม ก็ต่อเมื่อมีอารมณ์อยากจะเล่น หรือว่างจากการอ่านหนังสือและเรียนอย่างหนัก



            ดังนั้นใครก็ตามที่คิดว่าสาวๆเคโนบีนั้นช่างแสนธรรมดา เป็นสาวสวยน่ารัก อาจจะต้องคิดใหม่ ในบรรดาพวกเธอ มีคนเดียวเท่านั้นที่น่ารัก อ่อนโยน บอบบางจริงๆ ก็คือ เดซี่



            หลังจบคาบชีววิทยา เธอก็ว่างจนกว่าจะช่วงบ่าย เรย์และบีบีเอทออกมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนในสวนของโรงเรียน บีบีเอทกำลังอธิบายเรื่องมิติที่สิบเอ็ดให้เรย์ฟังเป็นรอบที่สาม เรย์ยังมีปัญหาเกี่ยวกับมิติทั้งสิบเอ็ดอยู่ เธอเข้าใจจนถึงมิติที่สิบแล้ว แต่สิบเอ็ดยังเป็นปริศนาที่ไขไม่ออก เธอไม่ชอบดาราศาสตร์เท่าไหร่ แต่เพราะว่าวิชาฟิสิกส์กำลังพูดถึงเรื่องมิติอยู่ จึงจำเป็นต้องให้คนบ้าดาราศาสตร์อย่างบีบีเอทช่วยอธิบายให้ฟัง หลังจากบีบีเอทพูดจนจบ เรย์ก็เหมือนจะได้ความคิดรวบยอดของมันมาแล้ว แต่อาจจะต้องทบทวนและจัดระเบียบข้อมูลในสมองสักเล็กน้อย



            ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปโรงอาหารในตอนพักกลางวัน เด็กสาวคนหนึ่งก็วิ่งมาสมทบ เธอชื่อเจส พาวา ลูกครึ่งเอเชีย หน้าตาน่ารัก ผมสีดำขลับ และมีลักยิ้มแถวแก้ม เธอกำลังจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยคอรัสซังต์ ได้รับจดหมายตอบรับเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างในชีวิตกำลังเป็นไปตามที่หวัง ยกเว้นอยู่แค่เรื่องเดียวคือ เรื่องหัวใจ



            “ฉันไม่คิดว่าแผนของเราจะได้ผล” เจสเปิดประเด็นทันที



            “เขายังไม่ชวนเธอเดทอีกหรอ?” บีบีเอทถามอย่างแปลกใจ “แต่มันเห็นกันชัดๆเลยนะว่าเขาชอบเธอแน่ๆ” บีบีเอทกำลังพูดถึงโพ ดาเมร่อน นักกีฬาฟุตบอลเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลดำเป็นลอน อัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง แค่ยิ้มก็ทำเอาสาวๆละลายกันเป็นทิวแถว



            “ฉันว่าเขาเห็นฉันเป็นแค่เพื่อน” เจสบอก ขณะที่พวกเธอเดินไปเข้าแถวรอซื้ออาหาร



            “ไร้สาระ” บีบีเอทว่า “หรือว่าไง เรย์”



            “ไม่รู้สิ” เรย์ส่ายหน้า ยกมือกอดอกอย่างครุ่นคิด เจสไม่ได้ชอบโพตั้งแต่แรกหรอก ทุกอย่างเกิดขึ้นจากคำพูดของเรย์ จะมีใครเหมาะกันไปมากกว่าพวกเขาสองคนอีก เจส เด็กสาวลูกครึ่งเอเชียเจ้าของลักยิ้มน่ารักที่มุมแก้ม ชื่นชอบการทำอาหาร กำลังจะได้เรียนคหกรรมในมหาวิทยาลัยชื่อดัง กับ โพ นักกีฬาฟุตบอลที่อีกไม่นานจะต้องได้โควตานักกีฬาเข้าเรียนคอรัสซังต์อย่างแน่นอน เขาชอบใช้เวลาว่างกับการดูภาพยนตร์ เที่ยวกับเพื่อน และออกกำลังกาย เห็นไหมว่าสมบูรณ์แบบขนาดไหน เรย์พร้อมจะล่องเรือโพเจสเต็มที่ เธอเริ่มแผนนี้มานานแล้วด้วยซ้ำ ตอนแรกก็พูดกับเจส ชี้ชวนให้มองโพ ชวนไปดูฟุตบอลแมตช์ที่โพเล่น ทำเป็นพูดว่าเขาดูเท่ทีเดียวเมื่ออยู่ในสนาม จากนั้นก็ไปตีสนิทกับโพ แนะนำให้รู้จักเจส สร้างสถานการณ์ให้พวกเขาได้ใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ มันไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด



            “หรือว่าเขาจะชอบคนอื่นอยู่แล้ว?” เจสพูดขึ้นมา



            “ไม่มีทาง” บีบีเอทชิงตอบก่อน “ฉันสืบมาหมดแล้ว เขาไม่มีแฟน ไม่มีทีท่าว่าจะชอบผู้หญิงคนไหนเลย ไม่มีจริงๆ” บีบีเอทเป็นคนหูตากว้างไกลกว่าเรย์ เนื่องจากอัธยาศัยดี จึงรู้จักแทบทุกคนในโรงเรียน ถามถึงใคร เธอก็รู้หมด ข่าวสารต่างๆจึงลอยถึงหูของบีบีเอทก่อนคนอื่นจะรู้เสมอ



            “เดาว่า งานพรอมปีนี้ คงมีแต่พวกเราสามคนเหมือนเดิม” เจสบอกอย่างเซ็งๆ



            “ฉันไม่เดือดร้อนนะ” บีบีเอทยักไหล่ “อยากใช้เวลาอยู่กับเพื่อนของฉันมากกว่าพวกผู้ชายเยอะเลย” พูดจบ เด็กสาวร่างเล็กก็โอบไหล่เพื่อนสนิททั้งสองคน



            เรย์อมยิ้ม และขยับเท้าเดินตามแถวซื้ออาหารที่เคลื่อนไปข้างหน้า ระหว่างนั้นเอง เธอรู้สึกถึงเงาของคนที่สูงกว่าทาบทับอยู่ด้านหลัง ราวกับเขาจะชนเธออยู่แล้ว เด็กสาวจึงหันหน้าไปมอง เขากำลังยิ้มที่มุมปากราวกับรู้ไปซะทุกอย่าง เหมือนกับฟังมาสักพักใหญ่ และรู้อะไรที่มากกว่า หรือไม่ก็กำลังคิดว่าพวกเธอไร้สาระ เรย์จ้องกลับ สายตาท้าทาย และส่งคำถามประมาณว่า มีปัญหาอะไร? ทางสายตาอย่างชัดเจน เขาก็ยังยิ้มอย่างเดิม สีนัยน์ตาเหมือนจะเข้มขึ้นเมื่อหรี่ลงมา จ้องเธออย่างมีเลศนัย ร่างสูงกว่าไม่ได้ขยับเข้าใกล้มากกว่านั้น แต่เรย์ก็รู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามอย่างไรชอบกล เธอไม่ชอบให้ใครมาคุกคาม หรือทำท่าเหมือนว่ารู้อะไรมากกว่า และเธอเป็นแค่เด็กสาวโง่เง่า เธอจ้องกลับ คางเชิดขึ้นเล็กน้อย มือสองข้างยังคงกอดอก ไม่ขยับเขยื้อน ไม่ได้มองด้วยว่าแถวเลื่อนไปข้างหน้าแล้ว



            “เฮ้ ช่วยไปเล่นเกมจ้องตากันที่อื่นได้ไหม” เด็กไฮสคูลปีหนึ่งที่อยู่ด้านหลังชะโงกหน้าเข้ามาขัด ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเอาเสียเลย



            ไคโลแค่เอี้ยวศีรษะเล็กน้อย ละสายตาจากเด็กสาว ไปมองเด็กปีหนึ่งที่ไม่รู้ประสีประสา แววตาของเขาเหมือนราชสีห์ที่พร้อมขยุ้มเหยื่อ มีความหมายนัยแอบแฝงว่า หุบปากซะ ถ้าไม่อยากไปฟื้นที่โรงพยาบาล เด็กปีหนึ่งคนนั้นหน้าถอดสี กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไคโลไม่ได้พูดหรือทำอะไร เขาหันกลับมาหาเรย์



            “มีอะไร?” เรย์ถาม เสียงห้วนแบบมะนาวไม่มีน้ำ



            “เพื่อนเธอไม่มีวันได้สมหวังกับโพ ดาเมร่อน” ไคโลบอก “แผนของเธอมันห่วยแตก เคโนบี”



            “นายจะแน่ใจได้ยังไง” เรย์ไม่ชอบให้ใครมาปรามาส โดยเฉพาะถ้าคนๆนั้นคือไคโล



            “ฉันรู้ก็แล้วกัน” ไคโลยิ้มเล็กๆอย่างกวนประสาท



            “เขาจะต้องชอบเพื่อนฉันแน่ ฉันไม่เคยทำพลาดเรื่องนี้”  เรย์บอกอย่างมั่นใจ



            “แต่คราวนี้เธอจะพลาด” ไคโลบอกด้วยความมั่นใจยิ่งกว่า



            “ไม่มีทาง” เรย์ยืนยันความคิดของเธอ “ไม่มีใครจะเหมาะสมกันได้มากเท่าพวกเขาอีกแล้ว นายจะไปรู้อะไร นายเดทกับใครไม่เคยรอดเกินสามเดือนเลยด้วยซ้ำ”



            “เธอคิดว่าตัวเองฉลาดและรู้ไปทุกอย่างงั้นสิ” ไคโลก้าวเท้าขยับเข้าใกล้เธอ เรย์ตั้งใจจะก้าวถอยหลัง แต่เขาคว้าต้นแขนเธอเอาไว้ก่อน ทำให้เรย์หนีไปไหนไม่ได้  “น่าสนใจ เคโนบี” เขายิ้ม “ฉันพนันว่าเธอจะแพ้”



            “พนันหรอ? น่าสนุกนี่” เรย์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุม “นายกล้าพนันด้วยตำแหน่งกัปตันทีมลาครอสของนายไหมล่ะ? ถ้าฉันชนะ สองคนนั้นเป็นแฟนกัน นายจะยอมลาออกจากกัปตันทีม แล้วให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงกว่าก้าวขึ้นมาเป็นไหม? มีเด็กปีหนึ่งน่าสนใจหลายคนในทีมของนายที่อยากล้มนายจะแย่แล้วนี่ ว่าไงล่ะ? ไคโล นายกล้าหรือเปล่า?”



            “ไม่มีปัญหา” ไคโลตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ทำให้เรย์ชะงักไป ทำไมเขามั่นใจนัก ตำแหน่งกัปตันทีมลาครอสเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา “ในทางกลับกัน ถ้าฉันชนะ...” นัยน์ตาของเขาลุกวาว ไล่มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ฉันไม่ต้องการอะไรมากหรอก เธอยังเวอร์จิ้นอยู่ใช่ไหม...”



            “อย่ามาเสนออะไรทุเรศๆ” เรย์รีบพูดดักทาง



            “เธอกลัวว่าตัวเองจะแพ้ล่ะสิ” ไคโลพูดอย่างชอบใจ



            “เปล่า” เรย์พูดเสียงเย็นชา “แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่นายจะมาเหยียดหยามศักดิ์ศรีได้”



            “ก็ได้ ถ้างั้น...” ไคโลทำสีหน้าครุ่นคิด “ไปเดทกับฉัน”



            “นายชอบฉันหรือไง หรือว่ายังลืมน้องสาวฉันไม่ได้” เรย์พูดอย่างหยามเหยียด



            “แล้วจะตกลงไหม?” ไคโลไม่สนใจคำพูดของเธอ



            “ได้” เรย์มองเขาอย่างท้าทาย



            “ดี” เขาพยักหน้าเล็กน้อย “เห็นไหมว่าเธอไม่ใช่ยัยคนช่างรู้ หรือคนฉลาดหรอก เคโนบี แต่ฉันไม่นึกเลยนะว่า ในโรงเรียนนี้ยังเหลือผู้หญิงที่ไม่รู้ว่า เดทของฉันหมายถึงเซ็กส์ล้วนๆ”



            “ฮ่าฮ่า ถ้าฉันไม่แพ้ซะอย่าง” เรย์ยักไหล่



            หลังจบบทสนทนา เรย์ก็เรียกเพื่อนระดมพล นั่งล้อมวงที่โต๊ะอาหาร กินไป วางแผนไป เพราะทิฐิ ความอยากเอาชนะ และไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเหนือกว่า ทำให้เรย์พลาดสิ่งสำคัญไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในตอนนี้ เธอยังไม่รู้หรอกว่าตัวเองพลาดยังไง เพื่อนๆต่างคิดว่าเธอบ้าระห่ำ แต่ก็กล้าหาญเช่นกัน น้อยคนที่จะกล้าต่อรอง พนัน หรือท้าทายคนอย่างไคโล



            แผนการเริ่มดำเนินทันที ในเย็นนั้นเลยทีเดียว เพราะเรย์ก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆสันหลังอย่างประหลาด เธอแนะนำให้เจสทำยังไงก็ได้ รวบหัวรวบหางโพซะ อย่าปล่อยหลุดมือเด็ดขาด เรย์ที่มีเวลาว่างคาบบ่ายก่อนเลิกเรียน ขออนุญาตออกจากโรงเรียนก่อนเวลา เพื่อไปเช่าดีวีดีภาพยนตร์แนวที่โพชอบ จากนั้นก็รีบไปที่บ้านเจส เอาดีวีดีฝากไว้กับแม่บ้าน ตระกูลพาวาร่ำรวยเป็นเจ้าของธุรกิจ พ่อแม่เธอไม่ค่อยอยู่บ้าน มีแต่แม่บ้านคอยดูแลเรื่องต่างๆ ซึ่งถือว่าทางสะดวกอย่างเป็นใจ ตอนสามโมงครึ่ง เรย์ก็ได้รับข้อความจากเจสว่าโพตอบตกลงไปเที่ยวบ้านพาวาแล้ว



            เรย์ตรงกลับบ้าน มั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าทุกอย่างต้องสำเร็จตามแผน แค่ต้องรอเวลาให้เจสส่งข้อความมายืนยัน ซึ่งคงใช้เวลาประมาณสามหรือสี่ชั่วโมง ระหว่างที่รอ เพื่อไม่ให้ตัวเองกระวนกระวาย เรย์นำคำศัพท์สำหรับเตรียมสอบ SAT ออกมาท่อง เธอสอบไปแล้ว ได้คะแนนอย่างที่ต้องการ แต่ก็คิดว่าจะลองสอบอีกสักครั้ง เผื่อว่าจะได้คะแนนดีกว่าเดิม เธออาจทำได้เต็มก็ได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน เธอจึงใช้เวลาอย่างรู้คุณค่าด้วยการท่องศัพท์ และต่อด้วยการอ่านหนังสือ



                และตรงตามที่เธอคาดเดาไว้ สี่ชั่วโมงต่อมา โทรศัพท์ของเธอก็สั่น เรย์กดรับสาย รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของเด็กสาวเจื่อนลง เมื่อได้ยินเจสเล่า



            “ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะ เรย์” เจสบอกอย่างหมดอารมณ์ “ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลยแหละ เราคุยกันเรื่องหนังไซไฟ เรื่องผู้กำกับ แล้วก็ดูหนัง ฉันทำตามที่บีบีเอทแนะนำทุกอย่าง อ่อยเขาเต็มที่แล้วจริงๆนะ แต่เขาไม่สนใจเลย พอหนังจบ ฉันก็เริ่มหมดมุขหน่อยๆ แล้วก็คิดว่า ถ้าไม่จู่โจมซะเลยคงจบเห่แน่ ฉันจูบเขาแล้วด้วยนะ แต่ว่า... ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกอายชะมัดเลยแฮะ แบบว่า เขาไม่ได้จูบตอบ จากนั้นโทรศัพท์เขาดังขึ้นพอดีก่อนที่เราจะได้คุยกันต่อ เขารับสาย บอกว่าฟินน์โทรมา เรื่องด่วน แล้วก็รีบออกไปเลย”



            เรย์พูดอะไรไม่ออก จะมีผู้ชายหน้าโง่แบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรอ? หรือว่าโพ ดาเมร่อนอยู่ชมรมคนรักษาเวอร์จิ้นไว้จนแต่งงาน ก็ไม่ใช่นี่น่า เธอไปตรวจสอบรายชื่อคนในชมรมนั้นมาแล้ว เรย์พูดปลอบใจเจส ที่ดูเหมือนว่าจะยอมแพ้ และคิดว่าควรเริ่มมองคนอื่นดีกว่า ดูท่าทางโพคงไม่เล่นด้วยแน่ เรย์จำเป็นต้องพูดหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมเธออยู่นานสองนาน กว่าเจสจะยอมบอกว่า จะคิดดูก่อน



            โทรศัพท์วางไปแล้ว เรย์นั่งครุ่นคิดอยู่ตามลำพังในห้องนอน เจสออกจะสวยน่ารักปานนั้น โพเองก็ยังโสด มันมีอะไรผิดพลาดที่ตรงไหนกัน เรย์ไม่เข้าใจเลย บีบีเอทมั่นใจมากว่าโพไม่มีแฟนแอบซ่อนหมกเม็ดที่ไหน หรือว่าเขาคิดว่าควรรอให้เรียนจบแล้วค่อยคิดเรื่องพวกนี้ ยังมีเด็กไฮสคูลเป็นแบบนั้นอยู่อีกหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลย เดี๋ยวก่อนนะ เรย์กัดริมฝีปาก ตั้งแต่เรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกับโพ ดาเมร่อนมาสามปี เรย์ไม่เคยเห็นเขามีแฟนเลยสักคน แม้จะมีสาวๆล้อมหน้าล้อมหลัง เดินตามเป็นพรวน ส่งเสียงเชียร์ในสนามฟุตบอล พวกทีมเชียร์ลีดเดอร์ก็ส่งสายตาทอดสะพานให้ตลอดเวลา แต่โพก็ไม่เคยสนใจ เขาอยู่แต่กับกลุ่มเพื่อนของเขาเท่านั้น เพื่อนผู้ชาย



          โอ้ คุณพระ



            เรย์พุ่งตัวออกจากห้อง ก้าวฉับๆอย่างรวดเร็วตรงไปยังอีกห้อง ที่มีบานประตูสีม่วง เธอไม่สนใจป้ายหน้าประตูที่บอกว่า ห้ามรบกวน เด็กสาวเปิดผางเข้าไปทันที



            “ให้ตาย เรย์ มารยาทหนีไปพักร้อนหรือไง” คิระกระโดดผลุงขึ้นจากเตียง เรย์กระพริบตามอง อันที่จริง เธอค่อนข้างชินกับการเห็นคิระพาหนุ่มมาหมกตัวอยู่ในห้อง แต่ไม่คิดว่าข่าวลือประหลาดพวกนั้นจะเป็นจริง เด็กหนุ่มผมหยิกสีบลอนด์จากการย้อม สวมแว่นตา ในมือมีหนังสือคณิตศาสตร์เล่มหนา เขานั่งอยู่บนเตียงของคิระ และกำลังเบิกตาโตมองมาทางเรย์อย่างตกใจ



            “เรื่องด่วน” เรย์หันไปบอกกับน้องสาว “ไปคุยข้างนอกได้ไหม”



            “ไม่ได้” คิระปฏิเสธโดยไม่หยุดคิดสักนิด “ฉันต้องรีบกลับไปทำแบบฝึกหัดต่อ” เธอมองตามสายตาของพี่สาวที่มองไปทางแมตต์ “มีอะไรพูดต่อหน้าแมตต์ได้เลย เขาไม่เอาไปบอกใครหรอก ใช่ไหม?” คิระหันไปยิ้มหวานให้เด็กหนุ่ม แมตต์พยักหน้าหงึกหงัก แล้วก็ยกหนังสือขึ้นปิดหน้า ทำเหมือนเขาไม่ได้รับรู้บทสนทนาใดๆต่อจากนี้ “เห็นไหม แมตต์ของฉันมารยาทดี น่ารัก”



            เรย์หัวหมุนหนักกว่าเก่าอีก มันเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้เนี่ย!



            “โพ ดาเมร่อน” เรย์พูดขึ้นมา “เขาเป็น...”



            “เกย์” คิระสวนขึ้นทันควัน



            ดวงตาของเรย์เบิกค้าง ก้อนอากาศจุกอยู่ในลำคอ เวร! เวรเอ๊ย แล้วเรย์จะทำยังไงดีละทีนี้ 







Writer's Talk

คงได้สังเกตเห็นดอกไม้ที่ใส่ทั้งสามตอนแล้วนะคะ แต่ละดอกบ่งบอกถึงความสัมพันธ์หรืออุปนิสัยของฝ่ายหญิงในเรื่องค่ะ อย่างตอน Daisy ก็ดอกเดซี่ อย่างที่อธิบายไปแล้วในเนื้อหา ตอน Kira เป็น ฟอร์เกตมีนอท ฉันชอบความหมายแฝงของดอกไม้ตรงที่ "ความรู้สึกที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นของคนสองคน" และ "ความซื่อสัตย์ต่อความรัก" ตอน Rey เป็นดอกกุหลาบ สวย แต่มีหนาม และหยิ่งยโส   แอบสปอยล์เบาๆหรือเปล่านี่ ฮ่าฮ่า

ตอนนี้วางเรื่องไว้ประมาณแค่ 6-7 ตอนค่ะ น่าจะจบ


เป็นอย่างไรบ้างสำหรับตอนของ Rey พึมพำบอกกันสักนิด ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

847 ความคิดเห็น

  1. #469 kanit4u (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:28
    Rey ทำให้เราคิดถึง Emma
    #469
    0
  2. #221 Roserin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:55
    แมตต์ของฉัน คิระช่างพูดเต็มปากเต็มคำ 555

    เรย์พลาดแรงเลยงานนี้ เป็นจอมวางแผนและสุดท้ายจะตายเพราะแผนตัวเองป่ะ

    ขำกลิ้งตอนที่บอกว่าไปเช็คว่าโพอยู่ชมรมนั้นไหม คิดว่าประชด แต่เอาจริงเหรอเรย์ 555
    #221
    0
  3. #76 `PS.AriA†´ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:40
    ฮือออ เรย์พลาดอย่างแรง555555 อย่าประเมิณสตรอมไพลอทต่ำไปนะคะ แงงงง ชิปนี้อมตะที่สุดในแฝดสาม แต่จริงๆนะ รู้สึกชอบคิระแมตท์มาก "แมตท์ของฉันมารยาทดี" คิระ!!!
    #76
    1
    • #76-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 12)
      5 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:10
      คิระ แมตต์ ออกจะน่ารักค่ะ
      #76-1
  4. #74 lamb_san (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:31
    อือหือออ พลาดแล้วนะคะเรย์55555 แต่เราเชื่อว่านางจะรอดจากเงื้อมมือไคโลนะ แอบเกลียดคิระตอนอวดแมตต์ จ้าาาา5555
    #74
    1
    • #74-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 12)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:47
      คิระกำลัง (แกล้ง) อินเลิฟ
      #74-1
  5. #73 Dandelions (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:38
    ว่าแล้วงัย อลวลแท้เทียว .....

    สนุกมากค่ะ เรย์ร้ายสุด เจ้าแผนการ ฉลาดสุดๆ แต่กลับมาพลาดให้ไคโล จะคอยดูว่าสาวเจ้าจะแก้เกมอย่างไร

    ไม่คิดว่ายังกรี๊ด AU Highschool ได้อีกในวัยนี้นะ

    ว่าแล้วแอบเขินอาย แก้มชมพูน้อยๆ แล้วก้มลงบ้วนน้ำหมากเบาๆ 55555
    #73
    1
    • #73-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 12)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:47
      ฮ่าฮ่า ชอบประโยคสุดท้ายจัง ป้า
      #73-1
  6. #72 Skye1907 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:13
    เรย์มาเหนือชั้นกว่าคิระ
    #72
    1
    • #72-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 12)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:46
      อย่าตัดสินจากมองแค่ภายนอก ฮ่าฮ่า
      #72-1
  7. #71 มู มิน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:09
    อิชั้นว่าแล้ว5555555555555 เดี๋ยวนาเบนชอบใครนาาาา 
    #71
    2
    • #71-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 12)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:46
      ฮ่าฮ่า ชอบสาวร้าย
      #71-1
  8. #70 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:59
    เรย์มันcherชัดๆ แต่เป็นแบบwicked กว่านิดๆ พูดไม่ถูก ดูเหมือนทำตามอารมตัวเอง ปั่นหัวคนอื่นเป็นเรื่องสนุก ชอบอยู่เบื้องหลัง5555 อมก เด็กบ้านเคโนบีนีมันอะไรกันเนี้ย อ่านจบแล้วไม่รู้จะชอบเรย์หรือคิระมากกว่ากันดีค่ะ แต่บางทีเรย์ก็น่ากลัว แบบน่าประหวั่นน่ะค่ะ555 ไม่เหมือนคิระ
    พลาดเองแล้วที่ไปพนันกับไคโลแบบนั้นโถๆ เรย์ที่น่าสงสาร(หรือน่าอิจฉาดี) กำลังวิเคราะห์ภาพเรย์ว่าอนาคตจะเป็นไง ไม่เคยเจอเรย์แบบนี้มาก่อน....
    เบนชอบเดซี่ อกหักซะแล้วคิระ
    Au highschool มันสนุกดีแบบนี้นี่เอง
    #70
    1
    • #70-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 12)
      4 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:46
      วุ่นวายกันไปหมด แต่ฉันว่า เรย์น่ากลัวว่าคิระค่ะ
      #70-1