Paranormal Tales [Benedict Cumberbatch/OC Fic]

ตอนที่ 1 : First encounter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 พ.ย. 59




Paranormal Tales



     




Chapter 1 : First encounter



            “สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟัง ในชั่วโมงนี้เรามีแขกพิเศษ คือ หนุ่มหล่อที่ฮอตที่สุดแห่งหมู่เกาะบริเทน เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช เอาล่ะ คุณคัมเบอร์แบชช่วยเล่าความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับมาร์เวลให้...”



            หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงเอื้อมมือไปปิดวิทยุอย่างไม่ไยดี ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างรวบผมและมัดหนังยางให้เรียบร้อย ใบหน้าเรียวมีรอยตกกระชัดเจนบนจมูกและกระจายไปบนแก้ม จ้องกระจกอยู่สักพัก สำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ดูดีที่สุดเท่าที่จะดีได้แล้ว เธอมีสัมภาษณ์งานเช้านี้ และแม้จะมีลางสังหรณ์ว่าคงล้มเหลวไม่เป็นท่า เธอก็อยากลองไปสัมภาษณ์อยู่ดี สาขาที่เธอจบมา หางานไม่ได้ยาก ถึงเกรดเธอต่ำ ประสบการณ์ไม่ดี แต่เธอมักจะทำให้เพื่อนร่วมงานตกใจ มีปัญหากับตึกเก่าๆ และถูกตามรังควานโดยอดีตสิ่งมีชีวิตที่จะต้องหาทางทุกอย่างเพื่อให้เธอไปให้พ้นทาง กระนั้นเธอก็ไม่เคยลดละความพยายามเลย



            แอตลาส เอเวอร์ดีน เรียนจบคณะครู สาขาการสอนคณิตศาสตร์ เธอตระเวนสมัครงานและลองเข้าทำงานมาทั่วทุกสารทิศ เรียกได้ว่าย้ายเมืองเป็นว่าเล่น จนมาลงเอยอยู่ที่ลอนดอน อาศัยเช่าห้องอยู่แถวเวสต์เอนด์ ซึ่งเจ้าของบ้านเคยได้รับความช่วยเหลือจากเธอเล็กๆน้อยๆมาก่อน พ่อกับแม่ของเธอเกษียณแล้ว เคยเป็นครูทั้งคู่ ตอนนี้พักผ่อนอยู่ในคาร์ดิฟ และวางแผนจะท่องไปทั่วยุโรป น่าอิจฉาเป็นบ้า ขณะที่ลูกสาวอย่างเธอ ชีวิตยังไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพาย ไม่มีงานประจำทำ มีแต่งานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟ และรายได้เสริมนิดหน่อยจากพรสวรรค์ส่วนตัว



            บอกซะเลย จะได้จบๆ และเข้าใจโดยทั่วกัน แอตลาส มองเห็นวิญญาณ หรือเรียกสั้นๆ เข้าใจง่าย ตรงตัวว่า ผี เธอไม่ใช่แค่มองเห็นอย่างเดียว เธอรับรู้การมีอยู่ของพวกเขา ได้ยินเสียง และต่อให้พวกเขาพยายามพรางตัว มาเป็นเพียงกลุ่มก้อนดำมืด หรือควัน เธอก็สัมผัสได้ หญิงสาวรับรู้พรสวรรค์ข้อนี้ของตนครั้งแรกตอนอายุหกขวบ เธอเห็นคุณยายนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก หันมายิ้มให้ และเล่านิทานให้เธอฟัง เธอเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อกับแม่ พวกท่านก็มองหน้ากันพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ จากนั้นก็พยายามอธิบายให้เด็กอายุหกขวบฟังว่า เชื้อสายเอเวอร์ดีนของคุณพ่อนั้น ไม่ธรรมดา พวกเรามีความพิเศษ แต่จะกระโดดข้ามรุ่นไปบ้าง ตอนนี้พรสวรรค์ตกมาอยู่กับเธอ ซึ่งเธอจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประหนึ่งว่า อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับภารกิจที่ใหญ่ยิ่ง    




            จริงๆแล้วมันก็แค่ไล่ผีให้ไปเกิดใหม่ เลิกยุ่งกับคนมีชีวิต แต่พวกผีน่ะ ไล่ง่ายเสียที่ไหน ถ้าใครกำลังคิดว่า พรสวรรค์ที่เธอมี ช่างสุดยอดแห่งความเจ๋ง เชิญกลับบ้านไปนอนก่ายหน้าผาก และคิดทบทวนดูอีกรอบ ถึงวิญญาณจะไม่มีร่างกาย เตะต่อยทำอะไรเธอไม่ได้ แต่พวกเขาสามารถใช้พลังเคลื่อนย้ายสิ่งของทำให้เธอเจ็บตัวได้หลายรอบแล้ว หรือการเข้าฝันมารบกวนตอนนอนหลับ เป็นสิ่งที่เธอเกลียดมาก โชคดี หรืออาจจะเป็นพรจากพระเจ้า เธอเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย แผลหายเร็ว แถมแรงเยอะอีกต่างหาก เหมือนผู้สร้างจงใจสร้างเธอมาให้ไล่เตะก้นผีไปสู่ภพภูมิที่ถูกต้อง




ถึงจะใช้คำว่า เตะก้น แต่เธอก็ทำจริงไม่ได้หรอก วิธีการไล่ของเธอก็ทั่วไป ด่าจนลืมหลุม จนรู้สึกว่าไม่น่าเกิดมา ไม่น่ารีบตาย และควรไปสู่สุคติโดยเร็ว หรือไม่ ในบางกรณี เธอจะเล่นของใหญ่ บทสวดไล่ผีสามสิบสองภาษา ก็มันต้องมีสักภาษาหนึ่งล่ะที่ไปกระทบต่อมความกลัวของพวกเขา จนเผ่นไปได้ ถ้าบทสวดไม่ได้ผล ก็รุนแรงกว่านั้น ทำพิธีวูดู มนต์ดำแอฟริกา ชนิดว่าไล่ลงนรกไม่ให้ผุดให้เกิดกันอีกเลย แต่เธอจะหลีกเลี่ยงอย่างหลังนี้ ไม่ใช่เพราะห่วงใยหรือสงสาร แต่ไม่อยากทำบาปทำกรรมกับใคร เผื่อชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นคนปกติแบบเขาบ้าง




แอตลาสออกจากบ้านเช่าเลขที่ยี่สิบสอง ถนนเวสต์เอนด์ ตัดสินใจเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน เพราะประหยัดกว่าแท็กซี่ ครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็อยู่หน้าโรงเรียน พอเห็นตึกที่อยู่หลังรั้วเท่านั้น หญิงสาวก็กลืนน้ำลาย ตึกเก่ามากกว่าร้อยปี การันตีได้เลยว่า ผีเพียบ ที่นี่เป็นโรงเรียนกินนอนชายล้วนขนาดใหญ่ เรื่องชื่อเสียงไม่ต้องพูดถึง โด่งดังมากทีเดียว ไม่อยากเชื่อว่าโรงเรียนขนาดนี้จะหยิบใบสมัครของเธอขึ้นมาดูและเรียกสัมภาษณ์ ไม่แน่ เธออาจได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน เลิกรับจ้างไล่ผี ดูดวง ปัดรังควาน ปลุกเสกของขลังกันผี ต้องมองโลกในแง่ดีและให้กำลังใจตัวเองเข้าไว้




ปรากฏว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกเธอมา เพราะอยากให้ช่วยไปดูห้องปิดตายในตึกศิลปะ เปิดประตูเท่าไหร่ก็เปิดไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร ใช้น้ำมัน ใช้ช่างมาเลื่อยกลอนประตูกับบานพับ เหล็กสี่เหลี่ยมที่เป็นประตูก็ไม่ยอมหล่นลงมา บรรดานักเรียนชายที่อยากลองดีเคยเข้ามาในตึกตอนกลางคืน และหัวโกร๋นออกไป เฮ้อ แอตลาสอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเซ็งจิต ไม่ยักรู้ว่าชื่อเสียงของเธอจะไปไกลขนาดนี้ เธอไม่ได้มีเว็บไซต์ ไม่ได้ลงประกาศโฆษนา กิตติศัพท์ของเธอส่งกันแบบปากต่อปาก มีแต่ทางโบสถ์เท่านั้นที่คุ้นหน้าเธอหน่อย เธอไม่ใช่พวกชอบเอาหน้าไปแปะให้ใครเขารู้ แค่ชีวิตประจำวันที่มีผีวนเวียนเข้าออก ก็วุ่นจะตายอยู่แล้ว





มีวิญญาณอยู่ในห้องนั้นจริง หวงที่เฉยๆ พอรู้ว่าตึกจะถูกปรับปรุง ก็กลัวว่าข้าวของต่างๆจะถูกรื้อออกไปด้วย ในห้องก็มีแต่ภาพเขียนของหญิงสาวอันเป็นที่รัก ซึ่งขึ้นราหมดแล้วเพราะความชื้น หลังจากเจรจาตกลงได้ว่า ทางโรงเรียนจัดช่วยบูรณะภาพเขียนให้ ประตูก็หล่นตุ้บลงมา ถือว่าเป็นผีที่สุภาพ จัดการง่าย ผีก็เหมือนมนุษย์นั่นแหละ มีทั้งพวกที่คุยได้ง่ายมีเหตุผล และพวกงี่เง่าดราม่าที่ต้องใช้ฝีปากตะแบงให้หงายหลัง





อุตส่าห์ช่วยแล้วแท้ๆ พอเลียบเคียงถามว่า มีตำแหน่งว่างหรือเปล่า ดันตอบทันทีเลยว่า ไม่มี ไม่หยุดคิดสักนิดเลย บ่งบอกสุดๆว่าอยากไล่ทันทีที่เสร็จงาน เขียนเช็คเงินสดให้ พูดอย่างสุภาพและให้ความหวังว่า ถ้ามีตำแหน่งว่างเมื่อไหร่จะติดต่อเธอเป็นคนแรกอย่างแน่นอน แอตลาสได้แต่พยักหน้า จะไปทำอะไรได้ จะพูดเสียดสีไปก็เท่านั้น เขาจะมองว่าไร้สกุลรุนชาติอีก เดินกลับออกมาเงียบๆดีกว่า เธอเดินไปตามถนน อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เงินมาตั้งเยอะกับงานง่ายๆ ใช้เวลาไม่เท่าไหร่ เธอเก็บเช็คในกระเป๋าอย่างดี คิดว่าจะแวะไปขึ้นเงินเสียเลย





หลังจากเสร็จธุระที่ธนาคาร ได้เงินอย่างที่ต้องการ ก็ถึงเวลาที่จะต้องไปเข้างานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟแถวบ้านเช่า ดูจากเวลาแล้วไม่น่าจะทัน ถ้าเธอนั่งรถไฟใต้ดินและต้องเดินต่อ หญิงสาวจึงยืนอยู่บนฟุตบาท มองหาแท็กซี่ ยกมือโบก รถยนต์สีดำที่มีป้ายแท็กซี่อยู่ด้านบนวิ่งมาจอดเทียบริมฟุตบาท แอตลาสกำลังควานหากระเป๋าสตางค์ตอนที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินแวบผ่านด้านข้าง เปิดประตูแท็กซี่





“เฮ้ย” แอตลาสร้องขึ้นทันที “ฉันเป็นคนเรียกแท็กซี่คันนี้นะ”




“ขอโทษ แต่ผมกำลังรีบ” เสียงทุ้มตอบกลับมา ไม่คิดจะหันมามองด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงคว้าประตูเอาไว้และยกขาขึ้นกัน ถ้ายกวางพาดเบาะได้ ก็ทำไปแล้ว แต่ขายาวไม่ถึง





เธอมองเขาอย่างหาเรื่อง

 




เขาหันไปมองเธอ




เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบช เข้าใจอยู่บ้างที่อีกฝ่ายจะโกรธ แต่ถึงกับขนาดยกขาแทบจะวางพาดเบาะ และทิ้งรอยเปื้อนไว้บนขากางเกงของเขาชัดเจนแบบนี้ มันออกจะเกินไป เธอก็แค่ผู้หญิงหน้าจืดที่ไม่มีความสลักสำคัญ ธุระของเธอจะจำเป็นสักแค่ไหนกันเชียว ถ้าเทียบกับธุระของเขา ชายหนุ่มมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้ายาว ตกกระ ไม่คิดจะแต่งหน้าให้ตัวเองดูดีเลยหรือไง ผมสีแดง ตัวผอมบาง ท่าทางหาเรื่อง ดูเหมือนนักเลง




“คุณรีบ? แล้วไม่คิดว่าฉันจะรีบบ้างหรอ?” เธอมองสบตาเขาตรงๆ





อะไรกันนี่ เธอไม่รู้หรือว่าเขาเป็นใคร ยังมีผู้หญิงคนใดในประเทศอังกฤษที่ไม่รู้จักเขาด้วยหรือ เธอน่าจะตกตะลึงที่เห็นเขา กรีดร้องด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง หายใจไม่ออก ขอลายเซ็น ขอกอด ขอถ่ายรูปเซลฟี่เอาไปอวดเพื่อน จากนั้นก็ยกแท็กซี่คันนี้ให้เขา แต่นี่เธอยืนเฉย แววตาแข็งกร้าว เหมือนพร้อมต่อยหน้าคน ยกมือข้างหนึ่งเท้าเอว ขาข้างนั้นก็ยังกันเขาอยู่ ช่างเป็นมารยาทต่ำทราม ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเหมือนผู้หญิงเลย แค่เห็น ก็แทบจะทนมองไม่ได้แล้ว แต่เอาเถอะ เพื่อจะได้หลุดพ้นไปจากตรงนี้ได้ เขาฉีกยิ้ม เป็นยิ้มทรงเสน่ห์ที่สาวๆทั่วเกาะโหวตมาแล้วว่าทำใจละลายมากที่สุด




“ยิ้มบ้าบออะไร” เธอถามเสียงห้าว “ยังไงฉันก็ไม่ยกคันนี้ให้ นี่มันของฉัน ฉันเรียก คุณน่ะหลบไป”




“ผมรีบมากจริงๆ แถวนี้หาแท็กซี่ไม่ง่ายด้วย...”




“ก็เรื่องของคุณ” เธอขมวดคิ้วเข้าหากัน “ไม่ต้องใช้ความหล่อดาราดัง มายิ้มหว่านเสน่ห์...”




อยู่ๆเธอก็หยุดพูด นิ่งเงียบ ดวงตาค้างแข็ง ริมฝีปากอ้าออกจากกันน้อยๆ อาฮ้า จำเขาได้แล้วสิ รู้แล้วใช่ไหมว่าเขาคือใคร อีกสามวินาที เธอจะต้องเปลี่ยนท่าที กรีดร้อง หายใจไม่ออก ขอลายเซ็น ขอถ่ายรูป ขอกอด เริ่มนับถอยหลังได้เลย สาม... สอง... ดวงตาเธอค้างนิ่ง ลูกนัยน์ตาเบิกกว้าง แต่แข็ง ไม่ขยับเขยื้อน ทำให้นึกถึงตัวละครในการ์ตูนแอนิแมชันเรื่อง แรงโก้ ตัวละครนำฝ่ายหญิงเป็นพวกบ้าๆบอๆที่บางครั้งก็สติหลุด และทำตาโตค้างนิ่งแบบนี้เลย เขากระพริบตาอย่างประหลาดใจ ก่อนจะลองยกมือขึ้นโบกๆตรงหน้าหญิงสาว




เธอปัดมือเขาออก จ้องเขาอย่างพิจารณา ชั่งใจ ยุ่งยากใจ ก่อนจะเอ่ยปาก “คุณมีวิญญาณตามติด”




คราวนี้เป็นเขาเองที่อ้าริมฝีปากออกช้าๆ นิ่งค้าง คิ้วขมวดเข้าหากัน ในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดที่เขาเคยพบเจอมา ต่างมีวิธีการที่แตกต่างออกไป ในการเรียกร้องให้เขาสนใจ บางกลุ่มใช้ความสวยเซ็กซี่ที่ดูเย้ายวนใจ แต่ไม่สร้างความสนใจให้เขาได้นาน ก็เหมือนเปลือกหอย ที่สวยภายนอก แต่ข้างในกลวงโบ๋ บางกลุ่มพยายามใช้ความฉลาดหลักแหลม มาทำให้เขาทึ่ง สนใจได้อยู่สักพัก ก็พบว่าพวกเธอแค่ฉาบฉวย บางกลุ่มก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะคิดว่า การทำตัวเย็นชา เชิดหยิ่ง จะทำให้เขารู้สึกท้าทาย บางกลุ่มก็หัวเราะเสียงดัง ทำตัวร่าเริงแจ่มใส แต่งหน้าอ่อนๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ คงจะเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของเขาเกี่ยวกับผู้หญิงแบบที่เขาชอบมาบ้าง จึงพยายามทำตัวเป็นผู้หญิงสบายๆ ปัญหาก็คือ เขาอ่านออกหมดว่าแต่ละคนมาแนวไหน ผู้หญิงจึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าเบื่อ ควงด้วยประเดี๋ยวประด๋าว ขึ้นเตียงสักรอบ แล้วก็จบกันไป



แต่แบบนี้เขายังไม่เคยเจอ



“ใช้ได้นี่” เขาพูดขึ้น




“อะไร?” เธอเลิกคิ้วมอง




“เรียกร้องความสนใจ” เขาพูดต่อ ยิ้มนิดๆที่มุมปากอย่างรู้ทันเกม “ไม่มีใครเข้าหาผมแบบนี้มาก่อน วิญญาณหรอ? คุณใช้เวลาคิดมุขนี้นานไหม หรือว่ามันเพิ่งจะแวบเข้ามาในหัว”




เธอกระพริบตา แล้วก็อ้าปากกว้าง พ่นลมหายใจเสียงดังออกมาเป็นคำว่า เหอะ เหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จากนั้นก็หัวเราะแห้งๆ “นี่ๆ คุณ... ชื่ออะไรก็ช่างเถอะ ฉันก็พอจะคุ้นหน้าคุณนะ เหมือนเคยเห็นภาพติดอยู่ข้างรถเมล์ ให้เข้าใจตรงนี้ ฉันไม่สนใจ ไม่อยากได้ผู้ชาย ชอบชีวิตโสด เพราะชีวิตฉันคนเดียวก็ยุ่งจะตายห่..อยู่ละ ฉันไม่ชอบโกหก ฉันเป็นคนเคร่งศาสนา เพราะกลัวบาปหลังความตาย ดังนั้น ถ้าฉันบอกว่า คุณมีวิญญาณตามติด ฉันก็หมายความอย่างที่พูด แต่ฉันก็เข้าใจ ถ้าคุณจะไม่เชื่อ คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อฉันหรอก แต่ฉันถือคติ ต้องพูดความจริง ต้องบอก หากชีวิตของใครกำลังอยู่ในอันตราย และเอ่อ ฉันขอแนะนำหน่อยนะ” เธอยกมือขึ้นโบกอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนร่ายคาถาไม่มีผิด “ความอีโก้สูง หลงตัวเอง คิดไปเองว่าผู้หญิงทั้งโลกจะสยบแทบเท้า เพลาๆลงบ้างก็ดี คุณจะซวยเพราะความคิดนี้สักวัน”




“โอ.เค.” เบเนดิกต์พูดช้าๆ เธอเพี้ยน ชัดเจนแจ่มแจ้ง “ผมยกแท็กซี่ให้คุณแล้วกัน” เจอแบบนี้ ขอยอม เขามองว่าเธอเป็นคนน่าสงสารขึ้นมาทันที




“คิดว่าฉันเพี้ยนใช่ไหม” เธอพูดอย่างรู้ทัน “เอาอย่างนี้ ถ้ามีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นและอยากได้คำตอบล่ะก็ เสิร์ชหาชื่อฉันในกูเกิล แอตลาส เอเวอร์ดีน ชื่อแปลก จำง่ายอยู่ โชคดี คุณ เอ่อ... ช่างเถอะ”




เพี้ยน ไร้มารยาท หยาบคาย หน้าจืด ห้าว ไม่เหมือนผู้หญิง ชื่อประหลาด ช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วยอย่างยิ่ง เบเนดิกต์ปัดเรื่องของเธอออกจากหัวสมองได้อย่างรวดเร็ว เหมือนปัดแมลงวันออกจากชามน้ำตาล เขามีธุระที่ต้องรีบไปจัดการด่วน คือนัดกับผู้กำกับภาพยนตร์คนหนึ่งเอาไว้ และเขาสายเกือบสิบห้านาทีแล้ว คงจะต้องยิ้มหวาน ขอโทษขอโพยอย่างสุภาพ ไม่เอ่ยคำกล่าวแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น เพราะจะยิ่งทำให้ดูแย่หนักกว่าเดิม เขาไม่น่าเสียเวลาไปกับคนประหลาดแบบนั้นเลย




การนัดหมายบรรลุจุดประสงค์อย่างที่เขาต้องการ ผู้กำกับพอใจกับความคิดเห็นของเขา และจะให้ทางสตูดิโอติดต่อผ่านทางผู้จัดการส่วนตัว เพื่อให้เซ็นสัญญาในภาพยนตร์แนวอัตชีวประวัติเรื่องใหม่ เขาพอใจและภูมิใจในตัวเองมากทีเดียวสำหรับวันนี้ ทั้งออกรายการวิทยุในตอนเช้า ซึ่งทำให้เหล่าแฟนคลับมีความสุขกับอารมณ์ขันหยอกเย้าของเขา คุยธุระในช่วงบ่ายและสำเร็จอย่างที่ต้องการ เขาแวะกลับบ้าน เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่สำหรับเดทในค่ำนี้ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบชไม่เคยขาดผู้หญิงข้างกาย เพียงแต่จะออกสื่อให้รู้โดยทั่วกัน ก็ต่อเมื่อ เขาจริงจัง หรือไม่ก็ถูกแอบถ่ายโดยไม่ทันระวังตัว ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า ข่าวลือแพร่สะพัดเร็ว ปาปารัชซี่คอยตาม แค่เขาออกไปกินข้าวกับเพื่อนเก่าอย่างลิฟ ไทเลอร์ ก็มีข่าวว่าคบกันเสียแล้ว




แต่เดทคำนี้กลับทำเขาเบื่อหน่าย จนแทบจะหลับคาชามสลัดของร้านอาหารชื่อดังที่มีความเป็นส่วนตัวสูง นางแบบชาวรัสเซียที่เขาควงเล่นๆมาได้ประมาณสองเดือน กำลังจะหมดความน่าสนใจลงไปทีละนิด จนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว เธอพูด พูด พูด แต่เรื่องของตัวเอง แฟชั่น วิคตอเรียซีเคร็ต ไดเอท ก๊วนเพื่อนสาว หัวเราะมุขตลกตัวเอง ซึ่งเขาก็ต้องแกล้งหัวเราะไปตามมารยาท พลางคิดหัวแทบแตกว่าจะสลัดเธอออกไปอย่างไร แต่ก็ไม่น่าใช่เรื่องยาก เธอกำลังจะบินกลับประเทศในอีกไม่นาน พออยู่ไกล ก็มีข้ออ้างไม่ต้องออกมาเจอ กระนั้น เขาก็ทำหน้าที่สุภาพบุรุษไปจนจบ พาเธอไปส่งที่โรงแรม ไม่ได้สนองตอบท่าทางเชื้อชวน วันนี้เขาอยากกลับไปนอนคนเดียวมากกว่า




ทันทีที่กลับถึงบ้าน เช็คข้อความในเครื่องตอบรับโทรศัพท์เรียบร้อย เขาก็นอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์อยู่ในอ่าง เป็นอีกวันที่ผ่านไปอย่างค่อนข้างดีทีเดียว ถ้าไม่นับเรื่องน่ารำคาญเกี่ยวกับแท็กซี่และเดทที่น่าเบื่อ เขาปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้ความอุ่นของน้ำผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รู้สึกสบายจริงๆ แขนสองข้างของเขาเกาะขอบอ่าง ขณะที่เอนหลังพิง ขาเหยียดยาวไปทางก๊อกน้ำ ถึงเวลาต้องโกนขนหน้าแข้งแล้ว แต่ก็ปล่อยไปก่อนเถอะ ยังไม่มีคิวถ่ายแบบในช่วงนี้ แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรแวบผ่านหางตาไป วูบไหวพิกล เบเนดิกต์ลืมตา ห้องน้ำยังสว่างเหมือนเดิม ไม่มีวี่แววของสิ่งแปลกปลอม คงจะเป็นหลอดไฟที่กระพริบล่ะมั้ง เขาไม่ได้ใส่ใจ หลับตาอีกครั้ง




ไม่ ไม่ใช่หลอดไฟ ทันทีที่หลับตา ก็มีบางอย่างวูบผ่านหางตาอีก เหมือนคนเดินผ่านไป เขายืดตัวขึ้น ห้องน้ำเงียบเชียบ บ้านก็เงียบ เขาเงี่ยหูฟังอย่างจดจ่อ หรือว่าแค่ตาฝาด แต่จะเกิดขึ้นสองครั้งได้หรือ? บางทีเขาอาจเหนื่อย แต่วันนี้ก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมาก ความรู้สึกผ่อนคลายจากอ่างน้ำอุ่นเริ่มหมดไป เขาตัดสินใจขึ้นจากน้ำ หยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมร่าง เดินไปเปิดตู้กระจกเหนืออ่างล้างมือ หยิบกระปุกครีมทั้งหมดที่ใช้สำหรับบำรุงผิวพรรณสารพัดแห่ง หน้าตาของเขาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะยังต้องใช้หากินต่อไป เรื่องความสามารถ เป็นเรื่องจำเป็นอันดับหนึ่งก็จริง แต่เรื่องเสน่ห์ ก็สำคัญเช่นกัน




เขาใส่เสื้อกับกางเกงนอน ปิดไฟ และเดินออกจากห้องน้ำ ปิดประตูตามหลัง แต่เมื่อเดินไปได้สองก้าว ก็ได้ยินเสียง กริ๊ก เบาๆขึ้นหนึ่งครั้ง เขาหยุดเดิน หันไปมองทางประตูที่ปิดสนิท จำได้ว่าตัวเองปิดไฟข้างในแล้ว แต่สิ่งที่เห็นลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูคือแสงจ้า





เบเนดิกต์ยืนนิ่ง ตัวแข็ง เป็นเรื่องปกติที่จินตนาการที่เลวร้ายที่สุดจะเริ่มทำงาน เมื่อพบเหตุการณ์ที่ไม่อาจอธิบาย แต่เขาเป็นคนไม่กลัวอะไร ดังนั้นแทนที่จะคิดฟุ้งซ่าน จึงคิดว่าตัวเองอาจจะลืมปิด และคิดไปเองว่าปิดไฟแล้ว เขาจึงผลักประตูเปิด ทันเห็นชายผ้าขนหนูในตะกร้าสั่นไหว คงเป็นลมพัดตอนเปิดประตูเข้ามานั่นล่ะ ไม่มีอะไรหรอก เขาไม่ได้เดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่ควานมือเข้าไปที่ผนัง เพื่อปิดไฟ และปิดประตูกลับตามเดิม




รีบไปนอนดีกว่า




เขาเดินข้ามระเบียงทางเดิน เพื่อตรงไปห้องนอน ระหว่างทางมีกระจกบานยาวแบบส่องเต็มตัวตั้งอยู่ ทุกทีเขาก็ไม่เคยที่จะสนใจนัก ยกเว้นจะสำรวจตัวเองสักนิดก่อนลงไปข้างล่าง แต่วันนี้มันทำให้เขาชะงักและเดินย้อมกลับมาดูด้วยความตกใจ เพราะเมื่อครู่นี้ ระหว่างเดินผ่าน เขาสาบานเลยว่า เห็นอีกคน ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว เขาจ้องตัวเองในกระจก ตัวเขาที่หน้าซีดจ้องกลับมา ไม่ เขาไม่ได้กลัวสักหน่อย ไม่มีอะไรหรอกน่า แค่ตาฝาด เขาอาจจะเบลอ ง่วง อยากนอนเต็มแก่แล้ว ไปให้ถึงห้องนอนเสียที




เตียงของเขากว้างขวาง นุ่มสบาย ปูด้วยผ้าซาตินสีนวลอ่อนอย่างดี เขาเอื้อมมือไปปิดไฟที่ระเบียงทางเดิน ทันทีที่แสงหาย และปกคลุมด้วยความมืด ให้ตาย! อะไรอีกเนี่ย



มีคนยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องนอน เขาเปิดไฟห้องสว่างพรึ่บ ร่างนั้นก็หายไป จังหวะการหายใจของเขาเริ่มถี่เร็ว นิ้วยังคาอยู่ที่สวิตช์ไฟ ชั่งใจว่าควรปิดอีกครั้งดีไหม หรือจะนอนแบบสว่างโร่ บ้าบอที่สุด ไม่มีทางที่จะมี สสารอื่น อยู่ในห้องนี้ได้ ต้องมีใครเล่นตลกอะไรแน่ๆ หรือว่ามีคนทาสีไว้ที่หน้าต่าง ลองปิดอีกครั้งแล้วกัน เขาปิดไฟ เวรเอ๊ย! เขาแทบสบถดังลั่น นิ้วมือสั่นเทากดสวิตช์เปิดอีกรอบ เฮ้อ หายไปแล้ว เมื่อครู่ เงาไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิม แต่มันขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ยืนอยู่กลางห้อง เอาอย่างนี้ก็ได้ เขาจะนอนมันทั้งอย่างนี้ล่ะ ไม่ปิดไฟ



เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น เขาก็เดินเข้าห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา อยู่ๆก็ไม่อยากทำให้เกิดเสียงอะไรขึ้นทั้งนั้น นัยน์ตายังมองบริเวณกลางห้องและหน้าต่างอย่างไม่วางใจ หรือว่ายัยนั่นเล่นของใส่? ยัยผู้หญิงประหลาดเมื่อตอนกลางวัน ท่าทางเพี้ยนๆแบบนั้น อาจเป็นหมอผีทำของ เหมือนพวกชาวใต้ในอเมริกา มนต์วูดู ฮูดู อะไรเถือกนั้น เขาไม่เชื่อซะอย่าง จะทำไม? ถ้าไม่เชื่อ ก็ทำอะไรไม่ได้




เขาล้มตัวลงนอน พยายามข่มตาให้หลับ โดยไม่รู้เลยว่า เขาจะไม่ได้นอนอย่างสงบสุขตลอดคืน










Writer's Talk

ฉันเตือนแล้วนะ อาจจะรับคาแรคเตอร์พี่เบนกันไม่ได้ ฮ่าฮ่า ที่ทำแบบนี้ เพราะว่า เวลาฉันอ่าน ฟิคต่างประเทศของพี่เบน รู้สึกว่า แกเลิศเลอเพอร์เฟค จนเกินไปละ ก็จริง ที่ว่า เขาช่างเลิศเลอเพอร์เฟค ครอบครัวดี ตระกูลดี การศึกษาดี นิสัยดี หล่อ รวย น่ารัก เป็นกันเอง แบบว่า พระเจ้า!!!! ใครจะเพอร์เฟคขนาดนั้น ในความเป็นจริง เขาคิดอะไรอยู่บ้าง ใครเล่าจะรู้?   ฉันไม่ได้หมายความว่า  ตัวจริงพี่เบน อาจนิสัยแบบในฟิคฉันนะ ก็แค่.... มันเป็นสิ่งที่ฉันจินตนาการค่ะ


ช่วงท้ายมีความ Lights out  มีใครได้ดูบ้างเอ่ย? ฉันชอบดูหนังผีค่ะ หนังผีแบบคลาสสิค ที่ไม่ใช่ออกมาฆ่าตายทีละคน ฉันชอบหนังผีที่ทำให้กลัว สงสัย ขนลุก ไม่ใช่รู้สึกขยะแขยงกับการตายของตัวละคร















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Winterrin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 01:58
    แอบกลัวเหมือนกันแหะ
    #13
    0
  2. #12 MIKAN_MIKAN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 00:33
    รออ่านนะคะตัวเอง
    #12
    0
  3. #11 jujuly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:24
    โอโหหหห หลอนไปอีก //รอมาต่อนะคะ สู้ๆค่า
    #11
    0
  4. #10 lamb_san (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 01:50
    กลับมาอ่านเรื่องนี้อีกรอบค่ะ ไปดูอเวนเจอร์มาแล้วพบปัญหาใหญ่มาก... เอาพี่เบนออกจากหัวไม่ด้ายยย ฮืออออ คิดถึงทุกแฟนฟิคของพี่เบนเลยค่ะะะะะ
    #10
    0
  5. #9 StoryAll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 20:56
    พี่เบนver.นี้มีความแอบเหมือนไอลีน.. หนึ่งคือความหลงตัวเอง(ถึงพี่แกจะไม่พูดออกมาตรงๆก็เถอะ แต่ต่อไปไม่แน่) และสองคือน่าหมั่นไส้มากกก=.= ชอบแอตลาสจัง เป็นผู้หญิงที่ดูชิวแบบชิวสุดๆ นิสัยห่ามๆ ไม่ค่อยแคร์ใคร แถมไม่สนใจดาราเลยซะด้วย เหมือนเห็นตัวเองยังไงก็ไม่รู้555 การเจอกันครั้งแรกก็น่าประทับใจสุดๆ จุดสนใจคือ ตี-น(ขออภัยคำไม่สุภาพ) มารอดูว่าต่อไปพี่เบนแกจะทำยังไงต่อดีกว่า จะเจอแอตลาสอีกทีเมื่อไหร่หนอออ

    ฟิคนี้นางเอกมาแบบแหวกแนวดีค่ะ เห็นผี อืม.. กำลังหาคนสอนวิธีไล่ผีอยู่เลย55 ยังไงก็ขอติดตามเรื่องนี้ไปอีกเรื่องเลยละกันค่ะ//โค้ง45องศา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ธันวาคม 2559 / 20:59
    #9
    0
  6. #8 Lonelyyeolly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 18:40
    ชอบมากๆเลย จะรออ่านนะคะ^^
    #8
    0
  7. #7 Skye1907 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 07:37
    ยังดีที่อ่านตอนเช้า--
    มีความน่ากลัวแต่แรกเริ่ม
    #7
    0
  8. #6 lamb_san (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 06:05
    หลอนแค่ไหนถามใจดู ไม่ได้นอนแน่ค่ะมิสเตอร์555555 สมน้ำหน้า! อยากรู้จังว่าผีไรเอ่ยที่ตามติดอยู่...
    #6
    0
  9. #5 jel-jelly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 23:38
    นั่งตอน23.36ขนลุกเลย คืนนี้จะนอนไม่ปิดไฟ บรึ๊ยๆ
    #5
    0