เกมพระราชา

ตอนที่ 8 : ตามหาแมวดำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.พ. 60



บทที่ 8 ตามหาแมวดำ

 

                เช้าวันอาทิตย์ เป็นเช้าที่สองของบัณรสในคฤหาสน์ดับเบิลยู และเธอตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียเพราะเสียงโทรศัพท์ดังอยู่ข้างหู เธอติดนิสัยชอบวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัว เธอโงหัวขึ้นและหยิบมันมากดรับ เสียงพูดตอนตื่นนอนของเธอฟังดูอู้อี้ และเธอก็กำลังสบถด่าในใจว่าใครมันบ้าโทรมาแต่เช้า



                ไอ้แบงค์ เอ็งเป็นเศรษฐีจริงๆหรอวะ นั่นเป็นเสียงของสมหญิง เพื่อนทอมของบัณรส เธอรู้ว่ายังไงเพื่อนทั้งสามก็ต้องรู้กันจนได้ และถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้พวกมันคงนั่งล้อมโทรศัพท์เครื่องเดียว และรอฟังให้เธอตอบคำถาม บัณรสพลิกตัวนอนหงายและพยายามนึกให้ออกว่าอยู่ที่ไหน ในคฤหาสน์แน่นอนอยู่แล้ว แต่เธอไม่ได้อยู่ในห้องนอน หญิงสาวทำจมูกฟุดฟิด เมื่อได้กลิ่นกระดาษเก่าๆเธอก็นึกออก เธอเผลอหลับในห้องทำงานของวทันยูมาตลอดทั้งคืน



                ไอ้แบงค์ ห้ามกลับไปนอนต่อนะเว้ย นี่ก็เสียงของแก้วกังวาลหรือไอ้วาฬตามที่เพื่อนๆเรียก มันเป็นเกย์เรียบร้อย ก็เรียบร้อยเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นน่ะ แต่เวลาอยู่กับเพื่อนฝูง มันเป็นเกย์เถื่อนดีๆนี่เอง



                เออ ฟังอยู่ แบงค์ตอบเสียงอู้อี้



                เมื่อวานแต่งตัวสวยดีนี่หว่า วิภู เพื่อนชายแท้คนเดียวในกลุ่มพูด มันไม่ได้ชมหรอก มันประชด



                เงียบไปเลยเอ็ง แบงค์ว่า แล้วมีอะไรกัน โทรมาทำไมแต่เช้า



                ก็อยากรู้เรื่องแกน่ะสิ สมหญิงบอก นี่ฉันโคตรตกใจเลยนะ แกรู้ไหมว่าดับเบิลยูกรุ๊ปของแกน่ะมีทรัพย์สินเท่าไหร่ อาจจะไม่ได้รวยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ก็เป็นอันดับสองเลยนะเว้ย เท่าที่มีการสำรวจทรัพย์สินไปเมื่อปีที่แล้ว แกน่ะมีส่วนอยู่ในเม็ดเงินถึงแสนล้าน ฉันมีเพื่อนเป็นมหาเศรษฐี!”



                ใจเย็นไว้หญิง แต่ว่าตอนนี้แกก็เป็นเจ้าของบริษัทที่พ่อฉันทำงานแล้วสินะ วิภูพูด พ่อของเขาเป็นวิศวกรของบริษัทดับเบิลยู ดูแลระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบไฟอะไรนี่แหละ แบงค์จำได้ว่าเขาเคยพูดอยู่ จะว่าไปโลกมันก็กลมดีเหมือนกัน แล้วนี่แกคิดจะกลับมาบ้านไหม หรือจะอยู่ที่นั่นไปเลย



                ยังไม่รู้หว่ะ มันมี... โอ๊ย แบงค์ร้องเบาๆเมื่อเหยียดกายลุกขึ้นนั่ง เธอรู้สึกเมื่อยหลัง และพอลุกนั่งก็เพิ่งจะรู้ว่านอนทับหนังสือนี่เอง หลังก็เลยปวดๆ มีเรื่องที่ฉันต้องทำอีกเยอะแยะเลย



                เห็นแล้ว วาฬพูดขึ้น แกถูกน้องชายตัวเองท้านี่ แต่น้องชายแกหล่อหว่ะ สเป็กฉันเลยนะนั่น



                มัน-ไม่-ใช่-น้อง-ฉัน บัณรสพูดช้าๆเน้นชัดๆ



                แสดงว่าฉันจีบได้ใช่ป่ะ? วาฬถามอีก



                เออ... หญิงสาวลากเสียงยาวๆ แต่แล้วเธอก็รู้สึกสะอึกแปลกๆในใจ ภาพเมื่อวานหวนกลับเข้ามา นาทีที่ไอ้เด็กบ้านั่นมันก้าวเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ลมหายใจแผ่วรดอยู่ที่ใบหูของเธอขณะที่มันกระซิบบอกว่าเธอจะเป็นสลาฟ หรือเป็นทาสของมันไปตลอด ขนบนหลังคอเธอลุกชันยังไงไม่รู้ ขนาดว่าแค่นึกถึงตอนนี้ยังหายใจไม่ค่อยจะทั่วท้อง เมื่อวานตกใจถึงขนาดเงื้อหมัดจะต่อย



                ถ้าต่อย ผมกอดนะ



                บัณรสหน้าแดงขึ้นมา รู้สึกตัวเธอเป็นเหมือนกระทะตั้งอยู่บนเตาที่กำลังค่อยๆเร่งไฟให้ร้อนมากขึ้น พอได้ยินแบบนั้นหมัดที่กำอยู่ก็ค่อยๆทิ้งลงข้างตัว มันเป็นครั้งแรกที่เธอนึกไม่ออกแม้กระทั่งคำด่า ทั้งๆที่โกรธแต่หัวสมองกลับขาวโพลน เวลาผู้ชายทำท่ากรุ้มกริ่มใส่ครั้งแรกมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง แล้วไหนจะการโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยคำสองแง่สามง่ามอะไรแบบนั้นน่ะ ใครจะไม่เขิน ต่อให้เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่สมหญิงเท่าไหร่  แต่ยังไงก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดี ที่สำคัญ คือเธอก็รู้แล้วว่านั่นไม่ใช่น้องชาย ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดอะไรเลย



                แล้วแกต้องทำอะไรต่อไปวะ คำถามของสมหญิงทำให้คนที่เอาแต่คิดเรื่องอดีตตื่นจากภวังค์



                ก็หลายอย่าง ฉันคงต้องเข้าไปทำงานที่ดับเบิลยูกรุ๊ปวันศุกร์กับวันเสาร์ บัณรสกำลังชั่งใจว่าจะปรึกษาเพื่อนสนิททั้งสามดีไหม เรื่องที่พ่อของเธอทิ้งข้อความปริศนาเอาไว้ให้ เธอใช้เวลาเกือบทั้งคืนอยู่ในห้องทำงานของพ่อ นอนอ่านหนังสือที่เธอรื้อออกมาจากตู้ เพื่อมองหาหนังสือที่เขียนขึ้นในปี 1849 หรือคนเขียนมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น เธอต้องเปิดคอมพิวเตอร์ในห้องและคอยค้นกูเกิ้ลอยู่ตลอด ที่น่ารำคาญก็คือ พอพิมพ์ว่า แมวดำ 1849 ลงไป ผลที่ปรากฏออกมามีแต่เรื่องที่เกี่ยวกับ โชคลาง อาถรรพ์แมวดำทั้งสิ้น ซึ่งมันไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนี้ได้เลย



                ถ้าเข้าไปทำงานแกจะได้เงินไหม? วิภูถาม



                คุณอาฉันบอกเมื่อคืนว่าเขาจะให้ค่าแรงขั้นต่ำน่ะ ขี้เหนียวเป็นบ้า หญิงสาวเสริมต่อในใจ ซึ่งมันก็จริงอย่างที่เธอเสริมนั่นแหละ เธอเป็นหลานสาวนะ แต่ได้อัตราค่าแรงขั้นต่ำ ก็เท่ากับว่าทำงานสองวัน ได้เงินแค่หกร้อย โอเค มันก็เยอะอยู่ อันนี้เธอไม่เถียง แต่ทำงานแปดชั่วโมงสองวัน ส่วนอีกสี่วันเธอก็ต้องเรียน ต้องอ่านหนังสือ ทำงานกลุ่ม มีเวลาหายใจแค่วันเดียวคือวันอาทิตย์ แต่ที่หญิงสาวเกลียดที่สุดก็คือ ไม่มีเวลาให้เธอทำตัวเอื่อยเฉื่อยเนี่ยแหละ ถ้าไม่ต้องไปทำงาน เธอก็มีวันหยุดถึงสามวันในเทอมนี้ เพราะวันศุกร์ไม่มีคลาสเรียน เอาเป็นว่าไม่ชอบเลยที่มันเหลือวันเดียว แต่ถ้าจะไม่เข้าไปทำงาน แล้วเธอจะรู้จักองค์กรนั้นได้ยังไง



                แกอยากให้ไปเป็นเพื่อนหรือเปล่าล่ะ ฉันก็อยากไปส่องผู้ชายในบริษัทดับเบิลยูเหมือนกันนะ วาฬพูดอย่างเพ้อฝันนิดๆ



                ฉันเองก็อยากได้เงิน และไม่รู้จะทำอะไร วิภูบอกเสียงนิ่งๆ



                อ้าวเฮ้ย นี่พวกแกอยากไปทำงานกันหมดเลยหรอวะ หญิงโวยขึ้นมา แต่เออ มันก็ดีนะ ไปนอนค้างที่บ้านหลังใหญ่ของแกได้ไหม? มันคงเจ๋งไปเลยเนอะที่นั่นน่ะ ว่าไงๆ ถ้ามีพวกเราไปทำงานด้วย แกก็จะได้ไม่เหงา ถ้ามีปัญหาอะไรอย่างน้อยก็มีพวกเรา



                ไม่รู้สิ ฉันต้องลองขออนุญาตดูก่อน บัณรสนึกถึงหน้าวรเมธขึ้นมาเลย แต่นึกไม่ออกหรอกนะว่าเขาจะทำหน้ายังไงเมื่อเธอเสนอขอให้เพื่อนทั้งสามคนไปทำงานด้วย



                ถ้าได้จริงๆนี่ฉันฟินเลยนะ วาฬร้องอย่างตื่นเต้น



                แกอยากจะมองแต่ผู้ชายน่ะสิ แหวะ หญิงทำเสียงขยะแขยง



                แล้วหล่อนก็มองแต่ผู้หญิงใช่ไหมละ นังทอม วาฬพูดอย่างรู้ทัน ไม่ต้องมาทำเป็นอยากไปทำงานหรืออยากไปนอนค้างบ้านไอ้แบงค์เลย ฉันรู้เจตนาหล่อนหรอก



                เออๆ ฉันจะไปส่องสาวออฟฟิศ หญิงยอมรับอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก



                บัณรสรู้สึกดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ตั้งแต่ตอนตีสามเช้าวันศุกร์ ชีวิตเธอก็เปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน แต่เมื่อทั้งสามโทรมาหา มันทำให้รู้สึกว่าชีวิตเก่าๆก็ยังพอมีอยู่ โลกของเธอยังไม่ถูกทำลายไปเสียทีเดียว หญิงยังคงเป็นคนพูดมากโวยวาย วาฬก็ยังมีวิธีกัดหญิงแสบๆ ส่วนภูก็ยังนิ่งๆในแบบฉบับของมัน ถึงทั้งสามจะเป็นเพื่อนตัวแสบของเธอ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เหมือนอยู่บ้านกับแม่และยาย



                แบงค์ แกเป็นอะไรหรือเปล่า วิภูถามขึ้น เขาเป็นพวกความรู้สึกไว และมักจะจับได้ว่าคู่สนทนากำลังรู้สึกอะไรอยู่ โดยเฉพาะถ้าเป็นคนที่สนิทสนมอย่างแบงค์ หญิงและวาฬ ไม่มีทางผ่านสายตาของวิภูไปได้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่ได้เห็นหน้า แค่ได้ยินเสียง เขาก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีอะไรอยู่ในใจ



                มีอะไรรอดหูทิพย์ตาทิพย์แกบ้างไหมวะ? แบงค์ถามอย่างหมั่นไส้ เธออยากได้สัญชาตญาณอย่างนี้



                แล้วที่ฉันพูดมันจริงหรือเปล่าล่ะ? วิภูถามซ้ำอีก



                เออ ก็เป็นแหละ ฉันมีเรื่องยุ่งๆอยู่ในหัว แบงค์พูดอย่างยอมๆ แต่มันอธิบายยากหว่ะ เรื่องยาว



                พวกเราว่างฟัง วาฬพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล ซึ่งแน่นอนว่าไม่เข้ากับหน้าของมันอย่างรุนแรง หน้าเหมือนโจรใต้ ประเภทที่ว่าน่าจะไปโผล่อยู่ในนิยายอีโรติกขายสาวโรงงานเล่มละยี่สิบบาท แต่ในเมื่อโจรใต้ยอมใช้เสียงแบบนั้นทั้งที มันก็เหมือนเปิดสวิตช์ให้แบงค์ยอมพูด ยอมเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ออกจากบ้านเช่า พูดถึงทุกคนที่เธอพบในเช้าวันศุกร์ การสนทนาอย่างคร่าวๆ และเรื่องที่พ่อทิ้งจดหมายไว้ให้เธอก่อนตาย  บอกว่าความช่วยเหลือจะมาหาคนที่สมควรได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งมันก็หมายถึง ถ้าเธอฉลาดไม่พอ ก็อย่าหวังจะได้มันเลย



                ข้อความในกระดาษมันว่ายังไงล่ะ วิภูถาม



                เขาเขียนว่า ที่นั่น ที่ซึ่งแมวดำตายอย่างปริศนา 1849 อย่างเนี้ย แบงค์บอกแล้วยกมือขึ้นขยี้ผมเกาหัว ฉันลองค้นกูเกิลแล้ว เจอแต่อาถรรพ์แมวดำบ้าบออะไรก็ไม่รู้



                แกค้นภาษาไทยหรอ? วิภูถามอีก



                เออ ก็ภาษา... แบงค์ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็เข้าใจคำถามของวิภู  แกว่าฉันควรจะค้นภาษาอังกฤษใช่ไหม ให้ตายเถอะ ทำให้แบงค์ไม่คิดมาก่อนนะ เธอนี่โง่จริงๆ หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากพื้นและเดินไปหาโต๊ะทำงานของพ่อ มีคอมพิวเตอร์อยู่หนึ่งตัว เธอเปิดมันทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เธอลากเมาส์ไปคลิกโปรแกรมเข้าอินเตอร์เน็ตขึ้นมาและพิมพ์เว็บไซต์กูเกิลทันที คราวนี้เธอใช้คำค้นหาว่า 1849 black cat’ แล้วกดเอนเทอร์



                โป๊ะเชะ ขอบใจนะภู แกก็ฉลาดดีนี่หว่า แบงค์ยิ้มเมื่อเห็นผลลัพธ์จากการค้นหาของกูเกิล




                แกมันโง่เองต่างหากล่ะ วิภูได้ทีว่าเหยียบซะเลย



                แกเจออะไร? หญิงถามอย่างตื่นเต้น



                ปีคศ. 1849 กับ แมวดำ เกี่ยวกับนักเขียนคนหนึ่งที่ชื่อเอ็ดการ์ อัลเลน โป ใครวะ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แบงค์วางโทรศัพท์บนโต๊ะและเปิดลำโพง เพื่อเธอจะได้ใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดได้อย่างสะดวก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคลำมาถูกทางหรือเปล่า เฮ้ย เดี๋ยวๆ ฉันว่าฉันเจอชื่อแบบนี้ที่ไหนสักแห่งนะ



                เวลาเรียน แกเคยสนใจฟังอะไรจริงๆบ้างไหมเนี่ย? วาฬพูดขึ้น น้ำเสียงต่อว่านิดๆ อาจารย์เคยเล่าเรื่องของเขาให้เราฟังไง ตอนปีหนึ่งเลย จำกันไม่ได้หรอ วาฬพูดเสียงหลง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเขาคนเดียวที่จำรายละเอียดเล็กๆอย่างนี้ได้ เขาเป็นนักเขียนแนวสยองขวัญของอเมริกัน ผลงานแต่ละเรื่องเป็นต้นแบบของแนวสยองขวัญแทบทุกเรื่องที่มีมาบนโลกใบนี้เลย ก็เหมือนอัลเฟรด ฮิทช์ค็อกที่กำกับหนังสยองเรื่องไซโค ฉากที่มีผู้หญิงถูกฆ่าในห้องน้ำ กลายเป็นฉากสุดคลาสสิก และผลงานของเขาก็เป็นต้นแบบของ...



                พอ!” หญิงขัดขึ้นกลางลำ ไอ้แบงค์มันคงไม่ได้อยากรู้เรื่องฮิทช์ค๊อกอะไรของแกหรอก มันอยากรู้เรื่องคนชื่อโป



                เท่าที่ฉันจำได้ อาจารย์บอกว่าการตายของโปเป็นปริศนา แต่ฉันจำไม่ได้ว่าเขาตายที่ไหน วาฬพูดต่อ



                ก็ต้องตายที่อเมริกาสิ แต่พ่อฉันคงไม่บ้า เอาของไปซ่อนถึงนู่นหรอกนะ ฉันจะมีปัญญาบินไปหาหรือไง แบงค์พูดอย่างอารมณ์เสีย หรือว่ามันจะไม่เกี่ยวกับนักเขียนคนนี้



                แบงค์ ลองหาสิว่าเขาตายที่ไหน วิภูบอกแนวทาง



                แบงค์กำลังเปิดหน้าเว็บไซต์ที่พูดคุยเรื่องการตายของนักเขียนคนนี้พอดี เธอกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ความหงุดหงิดเริ่มแล่นผ่านตามเส้นเลือด เอ็ดการ์ อัลเลน โป เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา เธอคงจะมีปัญญาตามไปหรอกนะ แต่ เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน ข้อความบอกว่าที่ซึ่งแมวดำตาย ไม่ได้บอกว่าที่ซึ่งโปตายเสียหน่อย



                สงสัยฉันคงต้องอ่านเรื่องแมวดำของเอ็ดการ์ซะแล้วล่ะ หญิงสาวพูด                                                                                  



                   “มันเป็นเรื่องสั้นนี่ ไม่เสียเวลาอ่านมากหรอก วาฬบอก ดูเหมือนเพื่อนเธอคนนี้จะรู้อะไรหลายอย่าง แต่รู้ไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่



                หวา มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย แบงค์อุทานเมื่อลองค้นหาเรื่องแมวดำของเอ็ดการ์ อัลเลน โป และเธอก็เจอแต่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ไม่มีแบบแปลไทยให้อ่านออนไลน์ เห็นแล้วตึ๊บหว่ะ ขี้เกียจอ่าน ตามภาษาคนขี้เกียจ หญิงสาวเริ่มโอดครวญในทันที ภาษาอังกฤษน่ะ เธออ่านออกแปลได้อยู่หรอก แต่ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆเท่าไหร่



                แกท่องไว้สิ สามสิบล้าน สามสิบล้าน เสียงของสมหญิงฟังเหมือนสวดมนต์



                บัณรสท่องได้ขึ้นใจอยู่แล้ว ไม่มีวันลืมภาระอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อสามสิบล้านไปได้ แต่ประเด็นก็คือ เธอขี้เกียจอ่านภาษาอังกฤษยาวๆนี่สิ เธออ้าปากหาวหวอด เลื่อนตัวไถลลงจากเก้าอี้ มือยังถือกระดาษที่พ่อทิ้งเอาไว้ให้ ร่างอวบระยะสุดท้ายทิ้งตัวนอนขดอยู่หลังเก้าอี้หมุน ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อกับเพื่อนทั้งสาม เธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เห็นมาก่อนหน้านี้ กระดาษในมือถูกยกขึ้นสูง แสงจากหลอดไฟบนเพดานต้องกระทบ มีรอยนูนอยู่บนกระดาษ เป็นรอยนูนเล็กๆ เธอใช้นิ้วลูบรอยนูนนั้นก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว



                นี่ พวกแก รอแป๊บนึงนะ เธอพูดใส่โทรศัพท์ แล้วเปิดลิ้นชักหาปากกาหรือดินสอ เธอเจอดินสอแท่งทู่ๆข้างในพอดี เธอไม่เสียเวลาหากบเหลาแต่จรดปลายดินสอลงบนกระดาษและระบายลงบนรอยนูน



                “R-A-V-E-N” แบงค์พึมพำออกมา มันคือตัวอักษรที่เป็นรอยนูนบนกระดาษ เมื่อใช้ดินสอระบาย มันก็ปรากฏเด่นชัดออกมา



                ราเวน วาฬตะโกนขึ้นมาคนแรก แกเจออะไรเกี่ยวกับราเวนงั้นหรอ



                มันอยู่บนกระดาษที่พ่อให้ฉัน เป็นรอยนูนน่ะ ทำไมหรอ?  แบงค์ถามทันที



                เดอะ ราเวน เป็นบทประพันธ์ของโป เขาเขียนออกมาเป็นแนวโคลงกลอน วาฬพูดทันทีอย่างรู้ดี



                นี่จะบอกว่า นอกจากแมวดำ ยังมีอีกาอีกงั้นหรอ แบงค์อยากจะถอนหายใจ Raven แปลว่านกกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภูติผีเช่นเดียวกับแมวดำ



                แกลองกูเกิลคำว่า Raven ดูก่อนสิ วิภูเสนอขึ้น สิ้นคำของเขา แบงค์ก็ขยับเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ แล้วพิมพ์ในช่องค้นหาของกูเกิลว่า The Raven สิ่งที่ปรากฏขึ้นเป็นอันแรกคือเว็บไซต์ IMDb ซึ่งบอกข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Raven



                “ฉันเจอหนัง เอ่อ แนว สยองขวัญฆาตกรรม แบงค์บอกกับเพื่อนๆ



                เฮ้ ฉันนึกออกแล้ว วาฬร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น เขาแทบกรี๊ดออกมาด้วยซ้ำ หนังเรื่องนั้นมีตัวเอกเป็นโป เขาต้องไขคดีฆาตกรรมพิสดารที่ทำเลียนแบบงานเขียนของเขา ฉันเคยดูเรื่องนี้กับหญิงไง จำได้ไหมหญิง



                หรอ? หญิงทำเสียงงง ท่าทางจะจำไม่ได้เลย



                โอ๊ย ช่างมันเถอะ วาฬพูดอย่างรำคาญๆ ประเด็นก็คือ เรื่องนี้น่ะเล่าถึงการตายของโปด้วยนะ แต่ทำให้เขาตายอยู่บนม้านั่งในสวนแห่งหนึ่ง ที่บ้านหลังนั้นมีสวนกับม้านั่งบ้างหรือเปล่าล่ะ แบงค์



                ไม่รู้สิ แต่ว่ามันจะง่ายขนาดนี้เลยหรอ? แบงค์ถาม



                แหม ก็ลองหาดูก่อน ไม่เห็นเสียหายเลยนี่ วาฬตอบ



                ยังไม่ทันที่แบงค์จะได้ตอบอะไร เสียงเคาะประตูดังขึ้นซะก่อน พร้อมเสียงเรียบๆเคร่งๆตามแบบฉบับของพัชรา คุณหัวหน้าแม่บ้านก็ดังเข้ามาถามว่าเธออยู่ข้างในนี้หรือเปล่า แบงค์เข้าใจว่านั่นคงเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอสายแล้วสำหรับอาหารเช้า หญิงสาวเหลือบมองเวลาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เกือบจะแปดโมงแล้ว เธอพลาดอาหารเช้าสุดหรูอีกแล้วสินะ



                นี่ ฉันต้องไปแล้วนะ ฉันกำลังจะพลาดอาหารเช้า ไว้จังหวะเหมาะๆจะโทรหาอีกที แบงค์บอกกับเพื่อนๆ



                เอาเถอะ วิภูพูดขึ้น ฉันคงเจอเธอคืนนี้ที่งานศพ พ่อฉันต้องไปงานศพพ่อเธออยู่แล้ว



                หลังจากบอกลากล่าวสวัสดีกันเรียบร้อย แบงค์ก็กดวางสายแล้วยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงนอน หญิงสาวเดินไปเปิดประตู และทันทีที่พัชราเห็นสภาพของเธอก็ผงะไปเล็กน้อย แบงค์เข้าใจว่าเธอคงดูแตกต่างจาก คุณหนูทั่วไปโดยสิ้นเชิง ถ้าเป็นคุณหนูที่เราพบเห็นในละครช่องสามช่องเจ็ด หรือในนิยาย ตื่นนอนตอนเช้าคงยังสวยปิ๊ง ผมเรียบสลวยเคลียไหล่ แก้มเป็นสีชมพู ปากยังเป็นสีระเรื่อ และท่าทางการนอนก็ดูเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี นั่นไม่ใช่ ไม่มีวันเป็น ไม่มีวันเกิดขึ้นกับนางสาวบัณรส ดาราราย ผมของเธอฟูไม่เป็นทรง ที่มุมปากก็น่าจะมีคราบน้ำลาย และอย่าให้พูดถึงกลิ่นปากเลย โอ๊ยสุดจะทานทน อย่าให้เธอพูดกับสิ่งมีชีวิตตอนนี้จะดีที่สุด



                จะไปอาบน้ำก่อนไหมคะ? พัชราถาม อดไม่ได้ที่จะมองสภาพของคุณหนูตั้งแต่หัวจรดเท้า คุณหนูคนใหม่ที่เธอต้องดูแลแค่พยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบและรีบก้าวออกจากห้อง ปิดประตูล็อกกลอน แล้วก็เดินเร็วๆจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ



                ดิฉันจะเสิร์ฟอาหารเช้าให้ที่ห้องของคุณนะคะ พัชราบอกเสียงเรียบตามเคย และเห็นมือขวาของคุณหนูชูขึ้นทำสัญลักษณ์โอเค แทนการพูด พัชราเร่งฝีเท้าเดินตามและรักษาระยะห่างพอสมควร คุณวรเมธให้ดิฉันมาบอกคุณถึงกำหนดการในวันนี้ คุณจะต้องไปกรอกข้อมูลที่ฝ่ายบุคคลของดับเบิลยู วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่เข้าบริษัทบางส่วนค่ะ และจะบรรจุให้คุณเป็นพนักงานพาร์ทไทม์วันศุกร์กับวันเสาร์ จากนั้นคุณต้องรับประทานอาหารกลางวันกับคุณวรเมธที่ร้านเรือนไทย ท่านบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ ช่วงบ่ายคุณจะมีเวลาว่างประมาณสองชั่วโมง จากนั้นคุณต้องพบคุณฐิตาพร เพื่อพูดคุยถึงหน้าที่ของคุณในคืนนี้ที่งานศพ ประมาณห้าโมงเย็น คุณจะพบกับช่างทำผมและแต่งหน้า ดิฉันยังไม่แน่ใจว่าช่างตัดเสื้อจะเอาแบบเสื้อมาปรึกษาคุณหรือไม่ เธอยังไม่คอนเฟิร์มมาค่ะ เวลาหกโมงเย็น คุณจะนั่งรถไปงวัดพร้อมกับคุณเคียว คุณเรอิ และคุณวรดา



                พระเจ้าช่วยกล้วยหอยทอด! นั่นมันอะไรน่ะ? ฝันร้ายแท้ๆเลย นี่วันอาทิตย์ไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมยังต้องไปบริษัทเล่า? ส่วนใหญ่แล้ว วันอาทิตย์ของนางสาวบัณรสก็คือการนอนตีพุงดูทีวีอยู่ในบ้านเช่าแถวมหาวิทยาลัย บางทีก็ซื้อส้มตำมาโซ้ยกับเพื่อนๆ เป็นวันแสนสบายทำตัวเฉื่อยแฉะที่เธอแสนรัก ดูเหมือนจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้วสิเนี่ย



                บัณรสรีบอาบน้ำ หยิบเสื้อผ้าจากในตู้ เสื้อผ้าคงมีคนมาจัดไว้ให้แล้ว เพราะทุกตัวเป็นไซส์ของเธอ และเพราะว่าจะต้องเข้าบริษัท เธอจึงเลือกชุดที่เรียบร้อยเหมาะสม ก็คือเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวสีดำ นอกจากจะเป็นการไว้ทุกข์แล้ว สีดำยังช่วยพรางหุ่นให้เธอด้วย ดูบางลงกว่าเดิมประมาณสองนิ้วได้ มันเป็นสีโปรดของเธอเลยทีเดียว คุณแม่บ้านคงกะเวลาได้ตรงมาก เพราะหลังจากเธอแต่งตัวเสร็จ ก็มีสาวใช้คนหนึ่งยกถาดอาหารเช้าขึ้นมา กลิ่นข้าวต้มหอมกรุ่นจนต้องกลืนน้ำลาย นอกจากชามข้าวต้มแล้ว ยังมีกระปุกเครื่องปรุงวางอยู่ด้านข้างให้ด้วย



                เธอโชคดีแล้วล่ะบัณรสคิดในใจ ไม่ใช่เรื่องที่กลายเป็นลูกคนรวยแบบข้ามคืนหรอกนะที่เธอจะบอกว่าเป็นเรื่องดี แต่มันคือการที่เติบโตห่างจากที่นี่อย่างมากต่างหาก เธอคงไม่รู้จักชีวิตปกติ ไม่เคยกระโดดลงน้ำคลอง ปีนต้นไม้ หรือกลิ้งคลุกโคลน ถ้าเติบโตมาในคฤหาสน์แห่งนี้ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเป็นแบบนั้น เธอคงเหมือนนางเอกในเทพนิยาย สวยน่ารัก บอบบาง รอเจ้าชายขึ้นมาจุมพิตบนหอคอย หรือพูดให้ถูกก็คือ เป็นผู้หญิงไร้สมองนั่นแหละ



                ให้ตายยังไง เธอก็ทำใจชอบชีวิตแบบนี้ไม่ได้ มันสุขสบายก็จริง มีทุกอย่างครบครัน มีคนคอยประเคนให้ก็จริง แต่เธอชอบชีวิตบ้านๆมากกว่า ที่ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี ไม่มีบริษัทหรือผลประโยชน์ให้ขบคิด ไม่ต้องเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ! ถ้ามียัยไร้สมองตัวไหนมาพูดว่า ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อได้เป็นอย่างเธอล่ะก็บัณรสยินดียกชีวิตของเธอตอนนี้ให้เลย อาจมีคนเหมาะกับการเป็นลูกคุณหนูมากกว่าเธอหลายเท่า ผู้หญิงที่เหมือนตุ๊กตากระเบื้องแบบวรดา หรือสาวสังคมพราวเสน่ห์อย่างฐิตาพร พวกเธอราวกับหลุดออกมาจากในนิยายยุคคลาสสิค ส่วนแบงค์ก็เป็นแค่เด็กหลังฉาก คอยยกฉากขึ้นประกอบให้พวกเธอแสดงเสียมากกว่า



                และทุกอย่างก็วกกลับมาที่เดิม ทำไมวทันยูถึงได้เลือกเธอ ทำไมเขาถึงจัดเกมพระราชขึ้นมา ทำไมเขาต้องการพิสูจน์สายเลือดวิจิตรการว่าจะเข้มข้นกว่าเด็กผู้ชายที่เขาสอนมากับมือ และใครฆ่าวทันยู คำถามสุดท้ายทำให้แบงค์รู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมา เธอหนีความจริงข้อนี้ไม่ได้ พ่อของเธอถูกฆ่าตายภายในบ้านของเขาเอง ในห้องทำงานของเขาเอง ห้องทำงานที่มีมีแต่เขาเท่านั้นถือกุญแจไว้ในมือ หญิงสาวกินข้าวต้มจนหมดแล้วดื่มน้ำตาม



                ฉันยังพอมีเวลาเดินเล่นไหม? บัณรสถามสาวใช้ที่ยังยืนอยู่ในห้อง



                มีค่ะ คุณพัชราบอกว่ารถจะออกตอนเก้าโมงครึ่ง สาวใช้ตอบอย่างนอบน้อม



                แบงค์พลิกข้อมือดูนาฬิกาที่คาดอยู่ ตอนนี้แปดโมงสี่สิบแล้ว เธอยังพอมีเวลาเดินท่อมๆในสวนกว้างใหญ่ของคฤหาสน์ โอเค ยอมรับก็ได้ เธอจะหาม้านั่งบ้านั่น ม้านั่งที่วาฬบอกเธอว่าเป็นสถานที่ตายของโปในหนังเรื่อง The Raven บางทีมันสิ่งที่วทันยูเขียนเอาไว้ อาจหมายถึงม้านั่งนี่จริงๆก็ได้ พอลองคิดดู มันเป็นสถานที่เหมาะสำหรับซ่อนของ



                มีม้านั่งมากกว่าหนึ่งตัวในสวนกว้างใหญขี้โอ่สไตล์ยุโรป ที่เธอใช้คำว่า ขี้โอ้ เพราะสวนมันสุดยอดอลังการงานสร้างดาวล้านแปดดวง นี่เธอกำลังอยู่พระราชวังหรือเปล่า เธอไม่รู้ว่าคนพวกนี้ทนอยู่ในสถานที่กว้างขวางขนาดนี้ได้ยังไง รู้สึกเหงากันบ้างไหม แต่อย่างว่าแหละ เธอเองต่างหากที่ผิดที่ผิดทาง พวกเขาคงชินกับอะไรแบบนี้ แต่เธอที่อยู่ในบ้านแคบๆ ห้องแคบๆ แล้วกระโดดตู้มมาอยู่คฤหาสน์ ก็ต้องไม่ชินอย่างแรงเป็นเรื่องธรรมดา แบงค์กำลังเดินนับม้านั่งในสวนกว้าง มีทั้งหมดห้าตัวด้วยกัน และมีศาลาหินอ่อนกลางสวนด้วยอีกหนึ่งแห่ง ถึงจะรู้ว่ามีกี่ตัว แต่หญิงสาวก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมัน ขุดดินรอบๆม้านั่ง หรือ ต้องมองหาลายแทงขุมทรัพย์ต่อไป



                ทำไมต้องทำให้มันยากอย่างนี้นะ เธออดกัดฟันพูดคนเดียวไม่ได้



                อะไรล่ะที่ยาก เสียงนุ้มทุ่มดังขึ้น ทำเอาหญิงสาวร่างท้วมสะดุ้งโหยงเสียวสันหลัง เธอไม่ชอบการปรากฏตัวแบบนี้เอาซะเลย ไอ้ประเภทย่องมาด้านหลังแล้วก็พูดทักแบบไม่ทันระวังตัว แบงค์หันหลังขวับไปหาเจ้าของประโยค ชายหนุ่มรูปงามที่เหมือนหลุดออกจากนิตยสารจีคิวยืนห่างจากเธอประมาณสี่ก้าว เขาดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่เปลี่ยน ตั้งแต่เนคไท ปกเชิ้ตด้านใน สูทดำตัวนอก กางเกงผ้าเนื้อดี และรองเท้าหนัง แต่ที่ชอบทำให้เธอหายใจไม่ค่อยทั่วท้องน่ะ มันคือดวงตาคู่นั้น ดวงตาสีน้ำตาลคมเข้ม ที่ชอบมองเธอแบบ... ลึกซึ้งซาบซ่านอยากจะกลืนกินทั้งตัวไม่มีวันได้เห็นประโยคแบบนั้นในเรื่องราวของเธอแน่ โอเคไหม? เขาชอบมองเธอแบบ มองด้วยหางตา เหยียดนิดๆ และฉายคำว่า ผิดที่ผิดทางออกมาอย่างชัดแจ้ง ที่บอกว่าหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นหรอกนะ แต่เพราะต้องกลั้นหายใจสะกดอารมณ์โมโหต่างหาก



                นายเป็นผีหรือไง นี่คือคำทักทายของเธอ ถือว่ากล่าวสวัสดีอย่างสุภาพแล้วนะ



                ทำไม เคียวถามเสียงเรียบเย็น



                ก็ไม่ให้สุ้มให้เสียง อยู่ๆดีก็โผล่มาไง แต่คงไม่มีผีที่ไหนที่ โคตรฮอตขนาดนี้หรอก อันนี้เธอไม่เถียงเลยจริงๆ ถึงสายตานั่นจะน่ารำคาญ แต่มันก็อดชื่นชมไม่ได้ ผู้ชายอะไรจะมีหน้าตาน่าอิจฉาได้ขนาดนี้ มองไปนานๆ เขาจะแบ่งความรูปงามมาให้เธอบ้างไหมเนี่ย?



                แล้วมาทำอะไรตรงนี้ เคียวเอ่ยถาม



                แล้วนายล่ะมาทำอะไร



                น้ำเสียงของเธอยียวนก้วนส้นตึกได้ที่ แต่เผอิญเขาไม่ได้ใส่ส้นตึก ไม่อย่างนั้นเธอคงโดนถวายหัวด้วยส้นไปแล้ว เขาส่งสายตาดุๆมาให้แทน ซึ่งทำให้สงสัยว่าเหนื่อยหรือเปล่าที่ต้องทำสายตาแบบนั้นใส่เธอทุกครั้งที่เจอ



                ฉันขอโทษที่กวนโมโห เธอยอมง่ายๆ ก็ไม่รู้ทำไมตัวเองจะต้องไปยียวนเขาด้วย ทั้งที่ตอบออกไปว่ามาทำไมก็จบแล้วแท้ๆ ฉันก็แค่มาหา... แล้วก็เล่าบทสนทนาของเธอกับเพื่อนๆให้เขาฟัง เกี่ยวกับความสงสัยว่าข้อความของพ่ออาจหมายถึงม้านั่งธรรมดาๆในส่วนก็เป็นได้ แต่ทำไมไม่รู้ ยิ่งเธอเล่าถึงข้อสันนิษฐานมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูไร้น้ำหนักไร้สาระมากขึ้นทุกที มันค่อนข้างจะธรรมดาไปหน่อยหรือเปล่าที่จะเอาอะไรมาฝังไว้ใต้ม้านั่งในสวน



                ก็อย่างที่บอก เพื่อนฉันแค่สันนิษฐาน แบงค์จบการบอกเล่าของเธอไว้เพียงแค่นั้น ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วครู่ ดวงตาสีน้ำตาลของชายหนุ่มมีแววครุ่นคิด



                คุณจะทำยังไงล่ะ? เขาถาม



                ก็ ไม่รู้สิ แบงค์ยักไหล่ เอาจริงๆเลยนะ เธออยากขุดใต้ม้านั่งทุกตัวให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย



                อยากให้ขุด หรือ อยากให้หาหนังเรื่องนั้นมาลองดูก่อนล่ะ



                ว้าว นี่ฉันมีคนรับใช้ส่วนตัวซะแล้วสินะเนี่ย แถมหล่อลากดินเลยด้วย ว่าแล้วเธอก็พูดโดยไม่คิดออกไปอีกจนได้  ดวงตาเขาฉายความเย็นชาวูบลงมาที่ตัวเธอทันที



                ผมไม่ใช่คนรับใช้ เคียวพูดเสียงเย็นหนักกว่าเดิม



                ขอโทษๆ ฉันมันพูดตามที่คิด แต่ไม่ได้คิดทุกอย่างที่พูด นั่นแหละนิยามของตัวเธอ แถมยังเป็นพวกที่พูดแล้วก็แล้วกัน จบไป ไม่กลับไปคิดต่ออีกต่างหาก แต่ว่านะ นายจะช่วยเสนอความเห็นหน่อยก็ได้ ที่ฉันบอกให้ช่วยฉัน ไม่ได้หมายความว่าต้องฟังคำสั่งฉันอย่างเดียวนะ



                ที่ผมไม่เสนอความเห็น ก็เพราะอยากจะรู้ว่าคุณมั่นใจในความคิดของคุณแค่ไหน



                ความคิดของเพื่อนฉัน ไม่ใช่ฉัน เอ่อ ของเธอด้วยก็ได้ หญิงสาวต่อเองในใจ แต่ไม่บอกเขาหรอก ขุดก็ขุด แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ฉันต้องไปกรอกเอกสารไรไม่รู้ที่บริษัท ไม่ว่างมาขุดหรอก



                ลืมอยู่เรื่อยนะว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่บัณรส ดาราราย ถ้าหญิงสาวตาไม่ฝาด เธอสาบานเลยว่าเห็นริมฝีปากของเขายกขึ้นเหมือนจะเป็นรอยยิ้ม แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนมันจะเป็นเส้นตรงเหมือนเดิม ตอนนี้คุณเป็นบัณรส วิจิตรการแล้วไม่ใช่หรือ ก็ไม่เชิงหรอก เธอยังไม่ได้เปลี่ยนนามสกุล และคงอีกสักพักเพราะมันยุ่งยาก แต่นี่หมายความว่าเธอใช้คนในบ้านมาขุดได้สิ








นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น