เกมพระราชา

ตอนที่ 7 : คำท้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 พ.ย. 59




บทที่ 7 คำท้า

           

            ในห้องแถลงข่าวนั้น คุณอาวรเมธไม่ได้อยู่ด้วย มีแค่บัณรส เคียว ฐิตาพร และไอ้กระต่ายขนปุยที่มาถึงเป็นคนสุดท้าย และมันก็ดันใส่สูทเสียโก้ มีคนติดตามมาด้วยหนึ่งคน นี่มันทำตัวเหมือนทายาทยิ่งกว่าเธออีกเหอะ เธอก็ไม่รู้ว่านั่นสูทสั่งตัดหรือเปล่า มันถึงได้พอดีตัวราวกับจับวาง และเน้นให้ดูภูมิฐานขึ้น เนื่องด้วยมันหน้าตาดีพอไปวัดไปวาได้ ทำให้เครดิตมันดีกว่าเธอเป็นกอง ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นพี่น้องแท้ๆกันได้เลย  ไอ้คนที่มันคิดจะให้เธออุปโลกน์แบบนั้น คิดอะไรอยู่วะ

            แต่ยังไงก็เถอะ ไอ้แสงแฟลชทำให้เธอมึนหัวเป็นบ้า เธออยากจะให้พวกเขาหยุดถ่ายรูปกันสักที หญิงสาวรู้สึกพะอืดพะอม กลืนน้ำเย็นไปหลายอึกหลายแก้วจนท้องจะแตกแล้ว และเมื่อเธอเอื้อมมือจะไปหยิบแก้วของเคียวมา เพราะดูท่าทางเขาคงไม่ดื่มมัน แต่หมอนี่ดันหวงซะงั้น เขายึดแก้วตัวเองไว้ ส่งสายตาดุๆมาให้ เหมือนสายตาของครูฝ่ายปกครองที่โรงเรียนในวันตรวจผมไม่มีผิด

            แสงแฟลช หญิงสาวเพิ่งเข้าหาเสียงของตัวเองเจอ และเธอก็พูดได้แค่นั้น

            ขอโทษนะครับ เคียวหันไปพูดใส่ไมโครโฟนตัวจิ๋วที่วางอยู่ตรงหน้าเขา ผมอยากจะขอให้นักข่าวทุกท่านช่วยหยุดถ่ายรูปก่อน แสงแฟลชจากกล้องของพวกคุณทำให้คุณบัณรส รู้สึกไม่ค่อยสบาย จะเป็นความกรุณาอย่างมาก ถ้าจะยังไม่ถ่ายรูปตอนนี้ ผมจะเปิดโอกาสให้ทุกสำนักพิมพ์ได้ถ่ายรูปคุณบัณรสและคุณเดมินทร์หลังจากนี้นะครับ

            ยังไงก็เถอะ เธอไม่พูดขอบคุณหรอก หญิงสาวคิดในใจ แล้วหันหน้าหนี ไม่รู้ว่าคนที่นั่งด้านซ้ายของตนนึกครึ้มอะไรขึ้นมาถึงทำใจดีกับเธอ เป็นความรู้สึกสงสารอย่างนั้นหรือ? หญิงสาวไม่รู้และตอนนี้เธอก็คิดอะไรไม่ออกด้วย เธอตื่นเต้น นึกเรื่องที่ต้องพูดก็ไม่ออก เธอยัดกระดาษบทพูดไว้ในกระเป๋ากระโปรง เคยคิดว่าจะไม่ใช้มัน แต่ถ้าเธอพูดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ เธอคงต้องหยิบมันขึ้นมาอ่าน แต่เรื่องอุปโลกน์ว่าเป็นพี่น้องแม่เดียวกับไอ้กระต่ายขนปุยนี่น่ะ ไม่เอาเด็ดขาดเลยเว้ย เธอแอบชำเลืองไปทางด้านขวา เดมินทร์นั่งอยู่ข้างขวาของเธอ และถัดจากเขาเป็นฐิตาพร ซึ่งแบงค์ก็ยังสงสัยว่าทำไมแม่เลี้ยงต้องมาด้วย

            ดิฉันขอแจ้งนะคะ ฐิตาพรเอ่ยขึ้น การแถลงข่าวครั้งนี้ จะไม่มีการตอบคำถามใดๆทั้งนั้น หลังจากจบการแถลงแล้ว ไม่อนุญาตให้ทุกท่านถามคำถามค่ะ

            เคียวเป็นคนเริ่มก่อน เขาแถลงเรื่องข่าวการตายของวทันยู วิจิตรการ รวมถึงความคืบหน้าในการสอบสวนที่ว่ามีการยิงปืนสองนัดในคืนเกิดเหตุ กระสุนของวทันยูปักอยู่ที่ขอบประตู และกระสุนอีกนัดก็คือกระสุนของผู้ร้าย ทางตำรวจกำลังขอเทปกล้องวงจรปิดทั้งหมดในคฤหาสน์ดับเบิลยูออกไปตรวจสอบ เพื่อจะหาร่องรอยของคนบุกรุก

            คนบุกรุกอย่างนั้นหรือ แบงค์แน่ใจเลยว่ามันไม่ใช่การบุกรุก ถ้าไม่ใช่คนในบ้านลงมือเอง ก็ต้องพาใครสักคนจากด้านนอกเข้ามา และต่อให้ตำรวจดูเทปนั่นยังไงก็จะไม่พบอะไรทั้งนั้นนอกจากสวนสวยๆของคฤหาสน์ แต่เธอไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่นักสืบ เธอไม่มีสิทธิ์ไปออกความเห็นเรื่องการสืบสวน แต่รู้ว่าคุณตำรวจที่ชื่อ นักรับ คนนั้น คงกำลังพยายามอย่างเต็มที่ ถ้าเขาไขคดีนี้ได้ ก็จะดังเป็นพลุแตกเลย

            จากนั้นเคียวก็พูดถึงความเป็นไปในบริษัท ทุกอย่างจะดำเนินการไปตามระเบียบ หลังจากฝ่ายนิติเวชคืนร่างของวทันยูให้จัดงานศพจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการบริหารจะลงคะแนนเลือกประธานบริหารสูงสุด ซึ่งแบงค์รู้ว่าไม่มีทางพ้นมือของคุณอาวรเมธไปได้แน่

            พวกนักข่าวเริ่มแตกฮืออดฝีปากไม่อยู่ พวกเขาแข่งกันถามคำถามทั้งที่ฐิตาพรแจ้งไปแล้วว่าจะไม่ตอบคำถามใดๆ นอกจากการมีถ้อยแถลงเท่านั้น พวกเขาต่างอยากรู้ว่า เคียว วิจิตรการมีความเห็นยังไงเกี่ยวกับตำแหน่งประธานบริหาร จะเป็นคุณวรเมธ หรือคุณบรรเลง ราชวณิชา นั่นเป็นอีกชื่อที่แบงค์ไม่เคยได้ยินมาก่อน และเธอต้องจดใส่หัวเอาไว้เพื่อถามเคียวทีหลัง และก็มีนักข่าวบ้างสำนักถึงกับกล้าถามเรื่องส่วนตัวของเคียว ที่ว่าเขาควงนางแบบโว้กเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า โห้ว เอาจริงเด้! คนที่เหมือนออกจากนิตยสารจีคิว ได้ควงนางแบบโว้กเลยหรอ? เนื่องจากบริษัทนี้ต้องติดต่อต่างประเทศบ่อย และพยายามเปิดตลาดในอเมริกา เคียวคงเคยไปอเมริกามาบ้างอยู่แล้ว จะว่าข่าวไม่มีมูลเลยก็ไม่ใช่ซะทีเดียวละมั้ง ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนั้น แถมเป็นนักธุรกิจ คงพอจะจีบนางแบบโว้กได้

            กว่าพวกนักข่าวจะสงบได้ก็ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง ถ้อยแถลงถูกโยนให้ฐิตาพร ซึ่งมีหน้าที่พูดถึงเรื่องภายในบ้าน ดูท่าทางว่าจะมีการแบ่งงานไว้อย่างชัดเจนแล้วสำหรับเวลาออกสื่อ ฐิตาพรดูแลข่าวทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของคนในครอบครัว เคียวคงมีหน้าที่พูดเรื่องเกี่ยวกับบริษัท แต่เอาตรงๆเลยนะ ใครคิดให้หมอนี่เป็นประชาสัมพันธ์มิทราบ ก็ยอมรับว่ามันหล่อ แต่มันหน้าหงิกแถมตาดุ นักข่าวไม่หมั่นไส้บ้างหรือไง? ขนาดเธอนั่งอยู่ตรงนี้ แค่ฟังอย่างเดียว ไม่มองหน้ามัน เธอยังหมั่นไส้เลย

            ฐิตาพรพูดเรื่องความผิดพลาดในอดีตของวทันยูที่หลงรักผู้หญิงธรรมดาก่อนจะมาพบกับเธอ และเป็นความรักที่จบลงอย่างเศร้าหมองเพราะว่าทั้งคู่มีฐานะที่ต่างกันไกลไป ความต่างทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของทั้งคู่ คุณวทันยูจึงได้จากมา โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภรรยากำลังท้องลูกอีกคน ซึ่งก็คือเดมินทร์ นั่น! เอาแล้วไง บัณรสกับเดมินทร์กำลังจะถูกอุปโลกน์ให้เป็นพี่น้องแท้ๆจากท้องเดียวกัน

            ขอโทษค่ะ บัณรสขัดขึ้นกลางลำปล้อง ขณะที่ฐิตาพรกำลังพูดไม่จบ ฉันมีความจริงบางอย่างจะประกาศนิดหน่อย

            คิดจะทำอะไร เคียวกระซิบเสียงดุ แต่หญิงสาวไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา

            พวกคุณกำลังจะเข้าใจ หรือ ถูกทำให้เข้าใจว่า ฉันกับหมอนี่... เอ่อ เดมินทร์ วิจิตรการ เป็นพี่น้องกัน แต่ความจริงก็คือ นามสกุลฉัน ไม่ใช่วิจิตรการด้วยซ้ำ บัณรสพูดเสียงเรียบ ไร้อารมณ์ใดๆ และจบคำพูดของเธอ พวกนักข่าวก็ลุกฮือ เริ่มมีคนฝ่าฝืนกฏถ่ายภาพเธออีกแล้ว เพียงแต่คราวนี้ใช้กล้องมือถือ ซึ่งมันก็โอเค ตราบใดที่ไม่มีแสงแฟรชมารบกวน นามสกุลฉันคือ ดาราราย เป็นนามสกุลแม่ แต่เดมินทร์ ใช้นามสกุลวิจิตรการ เราสองคนเป็นพี่น้องกันก็จริง แต่มันก็แค่ครึ่งเดียว เราพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าแม่เดมินทร์เป็นใคร เราสองคนเพิ่งเจอกันครั้งแรกเมื่อคืน ยังไม่ได้รู้จักชื่อเล่นกันด้วยซ้ำ ใช่ไหม น้องชาย เธอเองคนเดียวต่างหากที่ไม่รู้จักชื่อเล่นของเขา

            มิน เขาตอบ ยิ้มอย่างนึกสนุกที่มุมปาก ผมมิน เดมินทร์

            นึกว่าตัวเองเป็นเจมส์ บอนด์หรือไง? หญิงสาวอดสัพยอกไม่ไหว ก็เจมส์ บอนด์ หรือสายลับ 007 ชอบนักแลที่จะแนะนำตัวอย่างขี้เก๊กว่า ผมบอนด์ เจมส์ บอนด์

            ผมชอบเคิร์ก มากกว่า รู้จักไหม เจมส์ เคิร์ก ในเรื่องสตาร์เทรค

            ฉันเกลียดหนังอวกาศ มันเด็กๆและขี้โม้

            ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ ทุกคนแทบหยุดหายใจขณะมองสองพี่น้องจ้องหน้ากัน เคียวไม่เห็นสายตาของบัณรส แต่ดูจากสีหน้าตกใจของฐิตาพร เขาก็รู้เลยว่าบัณรสกำลังส่งสายตาแบบไหนให้เด็กนั่น เขาเคยเห็นมาแล้ว ดวงตาสีดำสนิทประกายวาบประดุจสายตาเหยี่ยว มีพลังอำนาจมากพอที่จะสะกดอีกฝ่ายให้นิ่งงันไป มันคือสายตาของคุณวทันยู สองคนนี้พ่อลูกกันไม่ผิดแน่ จากจุดที่เขานั่งอยู่ เขาเห็นเดมินทร์ได้ชัดกว่า เด็กหนุ่มกำลังยิ้มกริ่ม แต่มันมีรังสีพิสดารแผ่ออกมาจากดวงตาคู่นั้น ไม่ใช่ตาเหยี่ยวแบบของวทันยู แต่มันทำให้เขานึกถึงดวงตาของอสรพิษจอมเจ้าเล่ห์

            นักข่าวทั้งห้องก็คงรู้สึกถึงรังสีอำมหิตแผ่ซ่านชัดเจนจากคนทั้งสอง ถึงได้ตกอยู่ในความเงียบกริบแบบนั้น ความเงียบที่น่าอึดอัด ได้ยินแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่แผ่วหวิว

            จ้องผมแบบนี้ ผมเขินนะ พี่สาว จะหลงรักผมหรือเปล่า

            ฉันว่าแกคงอยากหยุดหายใจซะละมั้ง บัณรสพูดเสียงเบา และติดจะโหดนิดๆ

            โหย ผมกลัวแล้วนะครับ เดมินทร์ฉีกยิ้มกว้าง เอาละ ไหนๆพี่สาวผมก็ทำตัวเป็นนกกระปูด ปูดมันซะหมดเลย แผนที่วางกันไว้ก็ย่อยยับ เธอเป็นตัวพินาศดีๆนี่เองจริงไหมครับ เขาชำเลืองมองเธอเล็กน้อย และมองนักข่าวอีกครั้ง ผมก็เลย มีเรื่องช็อควงการมาประกาศ ผมว่าพวกคุณเตรียมหน้าในหนังสือพิมพ์ให้ดีนะครับ ไหนจะข่าวการตาย ข่าวปัญหาใหญ่ที่ดับเบิลยูกรุ๊ปกำลังเผชิญ อุ๊ปส์ ขอโทษนะครับคุณเคียว ผมคงไม่ควรพูดเรื่องนี้ เขามองเคียวเล็กน้อย ซึ่งฉันบอกเลยว่าเคียวกำลังโมโห ฐิตาพรก็โมโห เพราะฉันก็โมโหเหมือนกันไงเล่า

            ขอโทษนะครับนักข่าวทุกท่าน มันมีเรื่องที่ผมพูดได้และพูดไม่ได้อยู่ ผมจะพูดเรื่องที่เปิดเผยได้แล้วกัน เขายิ้มอีก แบงค์รู้สึกอยากจะกระโจนเข้าไปและขยี้หน้าเขาซะ ทำให้รอยยิ้มโง่ๆนั่นเยินไปเลย ผมไม่ใช่ลูกชายของคุณวทันยู วิจิตรการครับ

            หลังคำพูดของเขา นกกระจอกก็แตกรังอีกรอบ ไม่ใช่แค่นักข่าวที่ตกใจและระรัวกดชัตเตอร์ ระรัวยิงคำถาม วิจิตรการสามชีวิตที่นั่งอยู่กับเขาก็ตกใจด้วยเหมือนกัน เมื่อคืนยังประกาศตัวซะใหญ่โตว่าเป็นลูกชายอีกคน แต่เป็นลูกนอกสมรส แล้วนี่มันอะไรกันล่ะ หมอนี่เป็นนักต้มตุ๋นเปล่าเนี่ย? และที่แบงค์ลอบมองเขา เห็นรอยยิ้มมีความสุขบนใบหน้า หมอนี่กำลังพอใจกับความวุ่นวายที่ตัวเองก่อ

            ผมเป็นเด็กกำพร้าในสถานรับเลี้ยงเด็กแถวภาคเหนือครับ คุณวทันยูเลือกเฟ้นหาเด็กที่ไอคิวสูงๆตามบ้านเด็กกำพร้ามาตลอด และเขาก็มาพบผมเข้าตอนผมอายุสิบขวบ ผมคงเตะตาเขาหรืออะไรสักอย่าง เขารับเลี้ยงดูผม ซื้อบ้านให้ผมอยู่ และให้ผมศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับดับเบิลยูกรุ๊ปมาตั้งแต่ผมอายุสิบเอ็ด ตอนนี้ผมสิบเจ็ดแล้ว เวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมรู้จักทุกคนในดับเบิลยูกรุ๊ป รู้ตั้งแต่เรื่องของหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ผมรู้จักลูกค้าทุกคน คู่แข่งทุกราย รู้ทุกรายละเอียดปลีกย่อย ไปจนถึงตัวเต็งที่จะได้เก้าอี้ประธานเมื่อคุณพ่อท่านจากไป ท้ายประโยคนั้น เหมือนเขาจะมีแววเศร้า เขาบอกผมมาตลอดว่าผมคือทายาทรุ่นถัดไป ก็จนกระทั่ง อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ คุณไงฮะ คุณพี่สาว

            เธอหรือ? แบงค์เกือบจะสะดุ้งเมื่ออยู่ๆดวงตาของเด็กหนุ่มก็ตวัดมามอง

            เขาเกิดอยากเชื่อในสายเลือดวิจิตรการขึ้นมา เดมินทร์พูดต่อ เขาก็เลยบอกว่า ถ้าผมต้องการตำแหน่งทายาทหลังจากเขาตาย ผมต้องต่อสู้กับผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงธรรมดาที่ทั้งชีวิตไม่รู้จักดับเบิลยูกรุ๊ปหรือชื่อพ่อตัวเองด้วยซ้ำ น้ำเสียงของเขาเหมือนจะเยาะหยัน

            แกอยากได้มันมากหรอ? ไอ้ดับเบิลยูกรุ๊ปเนี่ย บัณรสชักจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่

            ก็เปล่า แค่มันเป็นสิ่งที่ผมถูกฟูมฟักมาตลอดหลายปี เดมินทร์ตอบ เขาทำให้ผมมีชีวิตอยู่เพื่อมันอย่างเดียวเท่านั้นฮะ พี่สาว และตอนนี้คุณขวางทางผมอยู่ เป็นเอ่อ... ก้างปลาชิ้นใหญ่ที่ติดอยู่ในคอ ที่ผมอยากให้ยอมไปให้พ้นๆทาง คุณรู้ตัวดีว่าคุณไม่เหมาะ และคุณเองก็ไม่อยากหรอกจริงไหม? คุณทำทุกอย่างเพื่อเงิน คุณเซ็นสัญญาท้าสู้กับผม ก็เพื่อเงินสามสิบล้านซึ่งผู้ชนะในเกมนี้จะได้ คนแบบคุณ คงไม่เหมาะหรอก คุณก็รู้ดี ไอคิวคุณเท่าไหร่กันนะ ผมเคยแอบเข้าไปในโรงเรียน และพูดตะล่อมจนครูฝ่ายแนะแนวเอาให้ดู แค่เก้าสิบแปดสิใช่ไหม น่าสงสารนะ ถ้าคนสมองแก่แล้วอย่างคุณต้องสู้กับผม

            ถ้าแกอยากได้มันมากนัก บัณรสลุกขึ้นยืน เธอก็ไม่รู้ว่าโกรธอะไร แต่คำพูดของไอ้เด็กนี่มันชวนโมโหอย่างที่สุดเลย และเธอก็ไม่สน เหมือนกับที่มันไม่สนว่าคำพูดทุกคำกำลังถูกนักข่าวจดบันทึก ถ้าแกอยากได้ไอ้ดับเบิลยูกรุ๊ปบ้าบอนี่ แกก็เอา...

            แบงค์!” เคียวขัดขึ้นเสียงห้าวดัง มือใหญ่ที่แข็งแรงกว่าคว้าหมับที่ต้นแขนของเธอและดึงให้นั่งลงตามเดิม ผมคงต้องขอปิดการแถลงข่าวเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาครับ เคียวพูดจบก็ดึงมือของบัณรสให้ลุกขึ้นอีกครั้งและเดินตามเขาออกจากห้องแถลงข่าว บัณรสหูอื้อไปหมดด้วยความโกรธ อารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้เธอเกือบจะพูดสละทุกอย่างทิ้งไป เธอไม่ได้ยินเสียงพวกนักข่าวตะโกนถามคำถามอย่างบ้าคลั่งนั้นเลยด้วยซ้ำ และไม่รู้ด้วยว่าเคียวกำลังพาเธอไปที่ไหน

            นั่งลง น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุเหมือนอย่างเคย ไม่ได้ราบเรียบเฉยชาอย่างไม่สนใจ มันเกือบจะอ่อนโยนด้วยซ้ำ และนั่นเอง ทำให้เธอได้สติคืนมา และรู้ว่าตัวเองอยู่ไหน มันคงเป็นห้องสูท หรือไม่ก็ห้องเดอลุกซ์ ถ้าดูจากสภาพสมบูรณ์แบบหรูหราของมัน บัณรสนั่งลงที่เก้าอี้บุนวมแสนสบาย จังหวะการหายใจช้าลง เธอใจเย็นลงแล้ว

            ฉันต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหมอนั่น

            ผมจะจัดการให้

            ทุกอย่างที่ฉันพูดถึง หมายถึงทุกอย่างจริงๆนะ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างมันท้องผูกหรือเปล่า ฉันก็ต้องรู้ บัณรสบอก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสีน้ำตาลกำลังจับจ้องมาที่เธอเช่นกัน ทำไมนายช่วยฉัน แบงค์ถามไปคนละเรื่องกันเลย

            ก็ผมตกลงกับคุณไว้ เขาตอบกลับทันที

            เออ จริงด้วย แบงค์ยกมือขึ้นเกาหัว

            คุณเกือบจะทำให้ผมเสียหุ้นสองเปอร์เซนต์ เคียวบอก และภาพความทรงจำในห้องนั้นก็กลับมาอีกรอบ เธอเกือบจะพูดออกไปแล้ว ประโยคสละสิทธิ์ในการเล่นเกมครั้งนี้

            ถ้าอยากได้มันมาก นายอาจต้องเลือกข้างให้ดีกว่านี้ แบงค์บอก

            ก็จริง ผมไม่ค่อยอยากให้ชะตาชีวิตผมอยู่ในมือผู้หญิงไอคิวแค่เก้าสิบแปด อารมณ์ร้อน ปากเสีย และเป็นผู้หญิงที่ผมไม่ชอบขี้หน้าเลยแม้แต่นิดเดียว พูดได้ตรง และจี๊ดใจดีชะมัดเลย แบงค์รู้สึกอยากลุกขึ้นไปต่อยปาก แต่เพราะหมอนี่ยังมีความดีอยู่หรอกนะ เธอถึงไม่ทำ และคุณไม่ต้องห่วงอะไรผมหรอก ถึงคุณแพ้ แล้วเขาชนะ ผมก็ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก

            มั่นใจเกินไปหรือเปล่า พระราชาพอได้ราชสมบัติมักจะประหารคู่แข่งและคนรับใช้ของคู่แข่งตัวเองทิ้งทั้งหมดนะ นายคิดว่าตัวเองจะรอดหรือไง? และใครบอกว่าฉันห่วงนายไม่ทราบ

            น้องสาวของผม เรอิ อยู่ฝ่ายพระราชาที่คุณพูดถึง

            สิ้นคำพูดของเขา แบงค์ก็เบิกตาโตอีกรอบ บอกตามตรงนะ เธอตามคนพวกนี้ไม่ค่อยทันเอาซะเลย นี่เท่ากับว่าสองศรีพี่น้องแบ่งข้างกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งไม่ว่าข้างไหนชนะ พวกเขาก็จะรับทรัพย์ไปเต็มๆ โห แบบนี้มันน่าเรียกว่ากบฏหรือนกสองหัวดีละ ฉลาดแกมโกงกันน่าดูเลย แล้วพ่อบอกให้เธอไว้ใจเขาเนี่ยนะ แต่เอาเถอะ พ่อพูดถึงเคียวแค่คนเดียว ไม่ได้พูดถึงเรอิเลยสักคำ เธอคงเลือกไพ่ได้ถูกแล้ว

            คุณไม่ต้องห่วง ผมกับเรอิ เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลอะไรให้แก่กัน

            พี่น้องหักเหลี่ยมโหดชัดๆ ไอ้พวกนี้คิดว่าตัวเองอยู่ในหนังจีนกันหรือไง หรือว่าซีรีย์หนังฝรั่งดีละ แบงค์รู้สึกอยากจะยกมือขึ้นกุมศีรษะ คนพวกนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นแค่เด็กห้าขวบ ไอ้ความก๋ากั๋น ความมั่นใจมันลอดผ่านนิ้วมือเธอไปเหมือนสายป่านลูกโป่งที่ลอยหลุดมือ

            คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? เคียวถาม เขาลากเก้าอี้มาตั้งข้างหน้า และนั่งลง

            ฉันอยากกลับไปนอน

            ยังนอนไม่ได้ เคียวส่ายหัว หาคำตอบในปริศนาของคุณยูซะที คุณก็เห็นว่าอีกฝ่ายเหนือกว่าคุณในด้านสติปัญญาและข้อมูล ในเมื่อคุณกำลังด้อยสติปัญญา คุณก็ต้องได้ข้อมูลให้มากกว่า และช่วยเปิดสมองกว้างๆเอาไว้จำด้วย เพราะมันเยอะแยะมากมายอย่างแน่นอน

            ขอบคุณที่ย้ำจุดเจ็บเรื่องสติปัญญา เธอเพิ่งจะโดนประจานเลขไอคิวสมองต่อหน้านักข่าวแทบทุกสำนัก ซึ่งวันพรุ่งนี้ เย็นนี้ หรือคืนนี้ ก็คงปลิวว่อนทั่วอินเตอร์เน็ต และอาจมีชมรมแอนตี้เธอขึ้นมาก็ได้ แล้วก็มีชมเชียร์ไอ้กระต่ายขนปุยเจมส์ บอนด์นั่น เพราะหน้าตามันก็ดี ฉลาดเป็นเลิศ เป็นกำพร้าที่คุณวทันยูเห็นแวว ยังเด็กอีกต่างหาก คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เป็นที่รักได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว ไม่เหมือนเธอ เป็นผู้หญิงท้วมๆ โง่ๆ ป่านนี้คงเป็นตัวตลกของทั้งประเทศไปแล้ว

            แบงค์ เคียวเรียกชื่อเธออีกครั้ง

            กลับคฤหาสน์เถอะ ฉันจะหาคำตอบเรื่องแมวดำนั่นให้ได้ ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องสู้ คนอย่างแบงค์ ไม่มีวันจะยอมแพ้ง่ายๆหรอก เธอถูกเลี้ยงมาอย่างธรรมดาก็จริง แต่วทันยูต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่เชื่อในสายเลือดของตัวเองอีกครั้ง ถึงได้เรียกให้เธอมาฟังพินัยกรรม และทิ้งปริศนาเอาไว้ให้

            เคียวไม่คิดว่าหญิงสาวจะฟื้นเร็วได้อย่างนี้ ในแววตานั่นยังวูบไหวอยู่ก็จริง แต่ก็ยังมีแววสู้ที่ฉายออกมา เธอลุกขึ้นยืนและเป็นฝ่ายเดินนำไปที่ประตูเอง ร่างสูงลุกขึ้นและเดินตาม พวกเขาออกมาที่ทางเดินของโรงแรม และแล้วคนที่บัณรสจะต้องไม่อยากเห็นตอนนี้แน่ๆก็ปรากฏตัวออกมาอีก เดมินทร์ดูเหมือนจะยืนรออยู่แล้ว แผ่นหลังของเขาพิงอยู่กับผนังทางเดิน และเมื่อเขาเห็นบัณรส เด็กหนุ่มก็ยิ้มและเดินเข้ามา

            แกมีอะไรอีก? แบงค์ถาม เสียงห้าว

            ถ้าอยากจะพูดอะไร ก็พูดให้จบสิ เดมินทร์คงหมายถึงคำพูดที่เธอพูดค้างไว้

            อ๋อ หญิงสาวร้องเสียงยาว ถ้าแกอยากได้ไอ้ดับเบิลยูกรุ๊ปบ้าบอนี่ แกก็เอา... ลูกกระสุนปืนมายัดใส่กบาลฉัน และข้ามศพฉันไปก่อนเหอะ ฉันจะไม่ปล่อยให้บริษัทที่บรรพบุรุษของฉันสร้างมาตกไปอยู่ในมือคนนอก เด็กกำพร้าภาคเหนืออย่างแกหรอกนะ ไอ้กระต่ายบันนี่สตาร์เทรค

            จะพูดอย่างนี้เองหรอกหรอ เดมินทร์ยิ้มนิดๆอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่ใช่มั้ง

            ไม่เชื่อก็เรื่องของแก ฉันไม่ได้มีหน้าที่มาทำให้แกเชื่อในคำพูดฉัน หญิงสาวยักไหล่

            เอาเถอะ เดมินทร์ยักไหล่ตามเธอ จากนั้นก็ก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าวนึง ได้ข่าวว่าพี่สาวชอบเล่นไพ่สลาฟใช่ไหมครับ เรื่องบังเอิญจังที่ผมก็ชอบเล่น

            บังเอิญแน่เร้อ เท่าที่ฟัง แกคงตามดูฉันตลอด นี่ฉันเสียวๆนะว่ามีสตลอกเกอร์มาแอบชอบฉันรึเปล่า แกถึงได้รู้เรื่องฉันดี ยิ่งกว่าแม่ฉันซะอีก แกอาจจะบอกว่าชอบเล่น เพราะฉันชอบก็ได้ บัณรสยักคิ้วใส่ อีกความสามารถของเธอก็คือ เธอยักคิ้วข้างเดียวได้กวนส้นเท้าสุดๆ

            ก็แล้วแต่พี่สาวจะคิดนะฮะ เดมินทร์บอก แล้วพี่สาวคิดว่าตานี้เป็นยังไงละ ใครเป็นคิงงั้นหรอ

            บัณรสเงียบ

            ผมว่า คิงตานี้คือผมนะ และสลาฟก็คือคุณ เด็กหนุ่มก้าวเข้ามาอีก จนถึงระยะประชิด ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้าหา และบัณรสก็ได้กลิ่นลูกอมรสส้มจากตัวเขา เขาเอียงศีรษะมาใกล้ใบหูของเธอ ริมฝีปากอยู่เกือบจะชิดติ่งหู ก่อนที่จะกระซิบเบาๆ ผมจะทำให้คุณต้องเป็นสลาฟของผมไปตลอด

             

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #15 snowdraqon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 21:27
    แม่เจ้า! ฉันเชียร์คู่นี้!!!
    #15
    0
  2. #9 Fluke (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 22:21
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #9
    0
  3. #8 Miranda Kerr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 21:40
    โอ๊ยยย ลุ้นๆ
    #8
    0
  4. #7 Miranda Kerr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 21:40
    โอ๊ยยย ลุ้นๆ
    #7
    0