เกมพระราชา

ตอนที่ 6 : ผจญนักข่าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ต.ค. 59


บทที่ 6  ผจญนักข่าว

 

                ที่นั่น ที่ซึ่งแมวดำตายอย่างปริศนา 1849แบงค์พูดทวนประโยคนั้นในหัวสมองตลอดทางเดินกลับไปที่ห้องนอนของตน เธอถามเคียวว่าพอเห็นข้อความนี้แล้วคิดอะไรออกบ้าง เขาก็ได้แต่ส่ายหัว พึ่งพาอะไรไม่ได้เอาซะเลย เป็นคนสนิทคนหนึ่งของพ่อเธอแท้ๆ หญิงสาวกลับมาถึงห้องด้วยความรู้สึกเซ็งจิต ความช่วยเหลือที่พ่อเธอพูดถึงมันไม่ได้มาง่ายจริงๆซะด้วย เดี๋ยวคงต้องลองหาในกูเกิ้ลว่า แมวดำ ตายปริศนา และ 1849 ซึ่งน่าจะเป็นเลขปีคริสตศักราช เธอไม่รู้ว่าทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกันยังไง มึนหัวจริงๆเลย


                แบงค์ผลักประตูห้องเปิด แต่ห้องมันไม่ได้ว่างเปล่าอย่างเดิม มีคนๆหนึ่งยืนรอเธออยู่ที่นั่น เป็นผู้หญิงวัยสี่สิบกว่าๆ สวมชุดกระโปรงทรงแคบ มัดผมรวบตึงและทำเป็นมวยไว้ด้านบน ท่าทางเรียบร้อยและเจ้าระเบียบ บนดั้งจมูกของเธอมีแว่นตาทรงกลม และเธอกำลังมองแบงคไล่ตั้งแต่หัวจนถึงเท้าผ่านเลนส์แว่นตาของเธอ


                คุณเป็นใคร? แบงค์ถามเสียงแข็งๆตามแบบฉบับ


                สวัสดีค่ะคุณบัณรส ดิฉันพัชรา จงกลกิตติ เป็นหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่ค่ะ


                แล้วยังไงล่ะ คำถามของหญิงสาวฟังดูน่าตบ แต่พัชราก็แค่ทำสีหน้าราบเรียบราวกับรูปสลักหิน คนบ้านนี้มันเป็นยังไงก็ไม่รู้นะ แบงค์รู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีอารมณ์กันสักเท่าไหร่เลย แถมยังแปลกๆกันอีกด้วย ทั้งที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ญาติเกี่ยวพันกับตระกูลที่รับใช้อยู่ แต่กลับมีหน้าตาท่าทางดูผู้ดีเหมือนเจ้านายซะอีก


                ดิฉันมีหน้าที่ช่วยเหลือ แต่งตัว และปรับกิริยามารยาทของคุณ ให้พร้อมสำหรับงานแถลงข่าวสำคัญของดับเบิลยูกรุ๊ปตอนบ่ายนี้


                แถลงข่าว!” ลูกตาของหญิงสาวแทบจะถลนออกมานอกเบ้าเมื่อได้ยินคำนั้น ทำไมฉันต้องไป


                คุณเป็นลูกสาวนี่คะ ก็ต้องไปสิ


                ฉันรู้ว่าฉันเป็นลูกสาว แต่ในสถานการณ์นี้มันปกติซะที่ไหนกันละ คือว่าแบบ เธอก็รู้ใช่ไหม ฉันเป็นลูกที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน มันจะไม่ทำให้เรื่องยิ่งวุ่นวายใหญ่โตหรือไง ถ้าอยู่ๆประธานดับเบิลยูกรุ๊ปมีลูกสาวนอกสมรส มันจะไม่ยิ่งทำให้เสื่อมเสียหรือไง แค่ข่าวการตายของเขาอาจทำให้หุ้นตกด้วยไม่ใช่หรือไง นี่เป็นคำสั่งใครไม่ทราบ? ถึงเธอจะไอคิวน้อย แต่เรื่องแค่นี้ก็พอจะรู้อยู่บ้างหรอกน่า บอกแล้วว่าดูหนังมาเยอะ แถมยังดูทุกแนว คนดูหนังเยอะมักมีจินตนาการสูงกว่าพวกโลกแคบ ดูหนังแค่ไม่กี่แบบ


                คุณวรเมธค่ะ พัชราตอบอย่างใจเย็น


                เขายังอยู่ในบ้านไหม? ฉันจะคุยกับเขาเอง


                เขาออกไปแล้วค่ะ เห็นบอกว่าที่บริษัทมีเรื่องยุ่ง


                ถ้างั้นเบอร์โทรศัพท์มือถือล่ะ บัณรสพูดอย่างอดทน


                ดิฉันจะต่อสายให้ค่ะ


                บัณรสก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าในห้องนอนนี้มีโทรศัพท์บ้านวางอยู่ด้วย และเธอเดาว่าทุกห้องก็คงต้องมีโทรศัพท์ติดไว้แน่ๆ เพื่อความสะดวกสบายของคนในบ้าน พัชรากดเบอร์โทรศัพท์อย่างคล่องแคล่ว ท่าทางเธอจะจำเบอร์โทรได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว จากนั้นแม่บ้านวัยสี่สิบก็ยื่นหูโทรศัพท์ให้เธอ บัณรสรับมาถือไว้แนบหูและรอจนได้ยินเสียงวรเมธเอ่ยสวัสดีอย่างสุภาพ


                นี่ แบงค์เองนะคะ บัณรสคิดว่าพูดสุภาพกับคนๆนี้ไว้ดีกว่า ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณจะให้ฉันไปงานแถลงข่าว คือว่า มันจะเร็วไปไหมคะ เช้านี้พวกนักข่าวก็น่าจะเล่นข่าวเรื่องการตายของคุณวทันยู ทำให้สถานการณ์ในบริษัทค่อนข้างสั่นคลอน และหุ้นก็อาจตกก็ได้ ถ้าฉันคิดไม่ผิด บริษัทของคุณเป็นบริษัทแบบมหาชนใช่ไหมคะ ถ้ามีข่าวฉาวเกี่ยวกับประธานบริษัทคนก่อน มันจะต้องดูไม่ดีแน่ ภาพลักษณ์ของวิจิตรการจะเสียหาย ถ้าพวกคณะกรรมการเล่นงานเรื่องนี้ใส่คุณละคะ มันจำเป็นไม่ใช่หรอที่คุณจะต้องนั่งเก้าอี้ประธานให้ได้


                ยังไม่ทันไร รับบททายาทได้เกือบจะเต็มตัวแล้วนะครับ แบงค์ วรเมธพูดเหมือนจะหัวเราะน้อยๆ ใครบอกกันละว่าที่เธอเสนอเรื่องนี้ เพราะเป็นห่วงดับเบิลยูกรุ๊ป มันก็แค่ ต้องให้วรเมธที่รู้เรื่องสัญญาบ้าๆสองฉบับของพ่อนั่งเก้าอี้ประธานบริหารสูงสุดไปก่อน เพื่อเป็นหลักประกันว่าสัญญาของเธอจะไม่สั่นคลอน เพราะถ้าคนอื่นขึ้นมาเป็นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ใบสัญญาเรื่องเธออาจเป็นโมฆะไปเลยก็ได้


                ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกนะแบงค์ ที่อาให้เธอกับเดมินทร์ปรากฏตัว เพราะว่าอาต้องการดึงให้นักข่าวสนใจเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องในบริษัทตอนนี้ มันมีเรื่องบางอย่างที่ยุ่งวุ่นวายมากมายในบริษัท อาไม่ต้องการให้ข่าวรั่วจนกว่าจะจัดการให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยก่อน


                คุณพอจะบอกได้ไหมละว่ามันเรื่องอะไร แบงค์ถามอย่างอยากรู้


                ทำตัวเป็นทายาทอีกแล้วนะ คราวนี้คุณอาของเธอขำออกมาจริงๆ ไหนบอกว่าเครียด แต่เห็นขำเอาๆ มันน่าขำตรงไหน เธอก็แค่ถามคำถามเฉยๆเอง


                แล้วอาจะบอกไหม ในเมื่อฉันก็เป็นว่าที่ทายาทคนหนึ่ง อาจะบอกเรื่องที่อาไม่อยากให้นักข่าวรู้นั่นไหมละ? แบงค์โต้กลับ เสียงของเธอราบเรียบไร้อารมณ์


                ถ้าอยากรู้ อาจะบอกก็ได้ แต่แลกด้วยการที่แบงค์จะต้องเบนความสนใจของนักข่าวให้ได้


                หึๆ แบงค์หัวเราะในลำคอ ไม่จำเป็นหรอก ข่าวน่าเขียนขนาดนี้ แค่ฉันกับไอ้กระต่ายขนปุยปรากฏตัวประกาศว่าเป็นลูกสาวลูกชายนอกสมรส พวกนักข่าวก็หัวขาวโพลนลืมเรื่องทุกอย่างไปหมดแล้ว อีกอย่างนะ ไอ้สารรูปน่าสมเพชแบบฉัน กับความหล่อทุเรศของไอ้กระต่ายนั่น คงทำให้พวกนักข่าวมีเรื่องสนุกอยากเขียนเลยเชียวแหละ


                เป็นอันว่าตกลงใช่ไหม? วรเมธถามย้ำอีกที


                อาฮะ ตกลง ฉันจะไปงานแถลงข่าวนั่น แต่อาก็อย่าลืมละว่าพูดอะไรไว้ บอกมาทุกอย่างห้ามหมกเม็ด แต่มีข้อแม้ อย่าบอกอะไรไอ้กระต่ายขนปุยแม้แต่นิดเดียว บัณรสพูด น้ำเสียงของเธอมีแววหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิดเมื่อพูดถึงคนที่มีศักดิ์เป็นน้องชาย


                นี่เริ่มวางแผนจะเอาชนะแล้วหรอ? วรเมธเอ่ยถาม ถ้าเกิดว่าอาอยากจะอยู่ฝ่ายเดมินทร์ขึ้นมาล่ะ


                นั่นมันก็เรื่องของอา ฉันไม่สนหรอก อันที่จริงแล้วสนสิ วรเมธเปรียบเสมือน ไพ่สองโพดำไพ่ที่มีค่าที่สุดในเกมสลาฟ แต่คนที่ถือสองโพดำก็ใช่ว่าจะชนะเสมอไปหรอกนะ คนที่ถือแต่ไพ่ต่ำๆในมือ ก็พอจะถีบตัวเองขึ้นไปได้ ถ้ารู้จักคิดให้มันดีๆ


                เอาเถอะ อาไม่คิดจะอยู่ฝ่ายใครอยู่แล้ว วรเมธบอกเหมือนอยากจะให้สบายใจ เจอกันบ่ายนี้นะ แล้วเขาก็บอกสวัสดีอีกครั้งก่อนจะวางหูไป


                ตกลงว่าคุณจะไปงานแถลงข่าวไหมคะ พัชราถามหลังจากเธอวางสายไปเพียงไม่กี่อึดใจ


                บัณรสแค่หันไปพยักหน้า จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นธุระของพัชราทั้งหมด เธอพาช่างแต่งหน้า ช่างทำผม แม้แต่ช่างตัดเสื้อเข้ามาในห้องด้วย พวกเขาบอกว่าไซส์ของแบงค์หาชุดสวยๆใส่ยาก เพราะเธอเป็นไซส์ขนาดกลาง จะผอมก็ไม่ใช่ จะอ้วนก็ไม่เชิง ในตลาดไม่ค่อยมีชุดเดรสไซส์นี้เท่าไหร่ ถ้าไม่ใหญ่แบบร้านเสื้อผ้าสำหรับบิ๊กไซส์ ก็จะตัวเล็กสำหรับสาวผอมบางตามสมัยนิยม นั่นเป็นเหตุผลที่วันนี้ แบงค์จะต้องแต่งตัวธรรมดาไปก่อน แค่เสื้อเชิ้ตกับกระโปรงจีบหน้าสองกลีบ ซึ่งใส่ออกมาแล้วยิ่งทุเรศตัวเอง ดูแก่ขึ้นอีกสักสิบปีได้มั้งเนี่ย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก


                ช่างเสื้อจัดการวัดตัวเธอ และบอกว่าจะออกแบบเสื้อผ้าที่เหมาะกับเธอมาให้อย่างแน่นอน แถมพูดอย่างวิชาการด้วยว่าเสื้อผ้าที่เหมาะกับรูปร่างและสไตล์ จะทำให้เธอดูดีขึ้นได้ ก็สาธุเถอะแม่คุณ ขอให้เป็นมืออาชีพจริงๆอย่างที่ปากว่าแล้วกัน ส่วนวันนี้ เธอก็ต้องทนสภาพดูเหมือนแก่เพิ่มสิบปีไปก่อน 


                จากนั้นพวกเขาก็จัดการทำผมของเธอ แถมยังขออนุญาตซอยผมหน้าของเธอให้สั้นลง ทำให้มันมีผมบางส่วนลงมาปรกข้างแก้ม คงเป็นวิธีลดขนาดใบหน้าให้ดูเล็กลงละมั้ง ซึ่งเธอก็ยอมรับนะว่ามันพอจะทำให้ดูดีขึ้นได้บ้าง เรื่องผมน่ะไม่เท่าไหร่ เธอรับได้ แต่เรื่องแต่งหน้านี่สิ มันน่ารำคาญ ตั้งแต่เกิดมาเคยแต่งหน้าเสียที่ไหนกัน ถึงจะลงแค่บางๆ เธอก็รู้สึกคันอยู่ดี เหมือนมันมีอะไรสักอย่างมาโปะอยู่ และลิปที่พวกเขาทาให้ มันก็ทำให้รู้สึกแผล๊บๆที่ริมฝีปากพิลึกเลย


                นี่เธอเป็น ซินเดอเรลล่าแล้วหรือเปล่านะ นึกถึงตอนแม่เล่านิทานให้ฟัง ครั้งแรกที่เธอได้ยินชื่อนางเอกในนิทาน เธอถามแม่ว่า แม่ นั่นชื่อโรคอะไรน่ากลัวๆรึเปล่า จะมีคนตายในเรื่องไหมก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องคิดไม่เหมือนชาวบ้านตั้งแต่เด็กด้วย เธออาจจะรู้สึกเพ้อฝันกับเรื่องราวของนางเอกคนนั้นนะ แต่พอแม่เล่าจบ เธอก็ถามนั่นถามนี่ซะจนแม่บอกว่าถ้าเธอถามอีกจะไม่เล่าอะไรให้ฟังอีกแล้ว เธอก็ถามไปหลายคำถาม อย่างเช่น ทำไมเจ้าชายรักนางซินตั้งแต่เห็นหน้า นางฟ้ามาจากไหน ทำไมต้องเที่ยงคืน


                บัณรสยืนมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ ฮ่าๆ เธอคงเป็นซินเดอเรลล่าฉบับพิสดารซะแล้วละ ถึงจะแต่งองค์ทรงเครื่องแล้ว แต่เธอก็ยังคงเป็นตัวเธอ สลัดความธรรมดาไม่โดดเด่นออกไปจากเธอไม่ได้เลยจริงๆ


                จะรับประทานอาหารเลยไหมคะ? พัชราถาม หลังจากบัณรสถูกจับแต่งตัวเสร็จแล้ว


                เอาสิ อันที่จริงเธอหิวจะแย่แล้ว เมื่อคืนก็อดนอน ร่างกายกำลังเรียกหาอาหารแล้ว


                คุณจะรับเป็นชุดอาหารเช้า หรืออาหารกลางวันคะ


                ถามจริง? บัณรสหันไปเบิกตามอง ที่นี่เป็นโรงแรมรึไงเนี่ย


                ที่ดิฉันถาม เพราะคุณพลาดเวลาอาหารเช้าไปแล้ว ที่นี่จะเสิร์ฟตอนเจ็ดโมงครึ่งเป็นปกติทุกวัน ดิฉันจึงถามว่าอยากได้เป็นชุดอาหารเช้าทำให้รู้สึกสดชื่น หรือว่าชุดกลางวัน


                ฉันขอแค่กะเพราหมูสับไข่ดาว บัณรสพูด


                ได้ค่ะ


                เฮ้อ นี่ถ้าเธออยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิด เธออยากรู้นักว่าเธอจะโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงแบบไหน รู้จักแต่การชี้นิ้วสั่ง หรือไม่ก็เอาแต่ใจสุดๆ มันอาจเป็นโชคดีของเธอแล้วก็ได้ที่เติบโตในที่ห่างไกลจากวิจิตรการและดับเบิลยูกรุ๊ป เธอไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถ้าไม่มีบารมีพ่อแม่ก็กลายเป็นหงส์ปีกหัก ดีแล้วที่เธอเข้มแข็ง ถึงจะมีอารมณ์อาร์ตดราม่าร้องไห้บ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่ถึงขนาดล้มละลายทุกอย่างในชีวิตแน่นอน และที่เธอไม่ร้องไห้เลยสักแอะที่พ่อตาย ก็เพราะเธอไม่เคยรู้จักเขา


                เธออาจจะต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวดก็ได้ ถ้าโตมากับพ่อ เห็นพ่อมีภรรยาใหม่อย่างฐิตาพรมาเดินนวยนาดในบ้าน แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงเป็นปฏิปักษ์กันอย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องของเธอจะเปลี่ยนจากซินเดอเรลล่า กลายเป็นสโนวไวท์แทน ซึ่งเธอไม่เอาหรอกนะ อย่างน้อยนางซินก็ยังรู้จักต่อสู้กับชีวิตรันทดของตัวเอง ถึงตอนหลังจะใช้ความสวยเป็นเครื่องมือไต่เต้า แต่ก็ไม่เหมือนสโนวไวท์ที่ได้แต่พึ่งพาความสวยของตนตั้งแต่ต้นยันจบ


                แล้วเธอล่ะจะใช้อะไร ไต่ใช้ขาตันๆเหมือนโต๊ะสนุ๊กน่ะหรอ พอคิดถึงตรงนี้ หญิงสาวก็อดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ ในยุคนี้ อะไรก็เอาแต่ที่หน้าตาและรุปร่างภายนอก  ดังนั้นคนอย่างเธอไม่ต้องหวังเลยว่าจะเจอเจ้าชายอย่างนางซินที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเธอและมีความสุขไปตลอดกาล มันไม่มีหรอกอะไรแบบนั้น เรื่องความสุขตลอดกาลน่ะ ก็แค่ฝันหวานของเด็กผู้หญิง


                หลังจากบัณรสได้กินข้าวให้รู้สึกอิ่มท้องแล้ว พัชราก็เข้ามาบอกให้เธอลงไปข้างล่าง รถรออยู่พร้อมแล้ว เมื่อเธอถามว่าทำไมต้องรีบไปด้วย ยังไม่เที่ยงเลยสักหน่อย ก็ได้คำตอบสั้นๆว่ามีบทพูดต้องซักซ้อม โอ้โห เดี๋ยวนี้คนอย่างไอ้แบงค์ เด็กชลบุรีตัวดำๆมีบทพูดในที่สาธารณะกับเขาแล้ว กลับไปบอกไอ้ดำไอ้แดงแถวบ้านมันจะเชื่อไหมนะ... ที่คิดมาน่ะ ประชดหรอกนะ


                รถเบนซ์คันหรูรอเธออยู่หน้าคฤหาสน์ เธอล่ะสงสัยว่ามีรถแบบนี้กี่คันอยู่ในโรงจอด และเริ่มสงสัยถึงทรัพย์สินโดยรวมของตระกูลว่ามันมีอยู่เท่าไหร่กันแน่ เอาไว้ค่อยถามคุณอาวรเมธแล้วกัน อยากรู้ว่าเป็นหลักร้อยล้านหรือพันล้าน บัณรสกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูเองอย่างที่เคยทำทุกที แต่มือของคนขับรถมาชิงเปิดตัดหน้าเธอซะก่อน แถมเขายังก้มศีรษะให้เธออย่างนอบน้อมด้วย โอ๊ย มันจะมากไปแล้วนะ แค่เพราะเป็นคนรวย ก็เลยมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นหรือไง ลุงเขาอายุมากกว่าเธอตั้งยี่สิบกว่าปีได้มั้ง แต่ต้องมาก้มหัวให้เด็กอย่างเธอ อีกอย่างนะ มันจะมีพิธีรีตองอะไรนักหนา นี่เป็นเจ้าของบริษัท หรือเจ้าของประเทศ


                บัณรสกล่าวขอบคุณคุณลุงคนขับก่อนจะก้าวขึ้นรถ เล่นเอาแกอึ้งไปเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอบคุณอย่างเกรงอกเกรงใจอย่างแท้จริงขนาดนั้น แต่บัณรสสิถึงกับผงะ เพราะมีคนที่นั่งอยู่บนเบาะหลังก่อนเธอ และก็เป็นแม่เลี้ยงยังสาวแสนสวยของเธอซะด้วย เอาแล้วไง นางซินปะทะแม่เลี้ยงใจร้ายเข้าซะแล้ว คิดถึงอยู่หลัดๆนี่เอง ตายยากซะจริงนะแม่ซิลิโคน


                จะไปงานแถลงข่าวด้วยหรอ? บัณรสถามแล้วขยับนั่งชิดกับประตู เธอไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้นักหรอก ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ไม่ชอบให้อีกฝ่ายแสดงท่าทางรังเกียจเวลามีเธออยู่ใกล้ต่างหาก


                นี่ของเธอ พูดตามนี้ คุณแม่เลี้ยงยื่นกระดาษใบหนึ่งมาให้ มีตัวอักษรพิมพ์อยู่ครึ่งหน้า


                อ้อ บทพูดฉัน แล้วถ้าฉันไม่พูดตามล่ะ?


                อะไรที่เธอตกลงไว้กับคุณวรเมธ เขาก็คงจะยกเลิกไงละ


                ช่างไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย เธอกะจะพูดเล่นด้วยหรอกนะ แต่ดูท่าทางจะแหย่ผิดคนซะแล้ว บัณรสนั่งหุบปากเงียบแล้วเริ่มอ่านสิ่งที่เธอต้องพูด คำซะสวยโอเวอร์เชียว คิดว่าเธอจะจำได้หรือยังไง? แค่เห็นก็เวียนหัวแล้ว หญิงสาวก็เลยเลือกจำเป็นคำเฉพาะ เอาใจความสำคัญใส่หัวไว้ แค่พยายามทำให้ดูเหมือนเสียใจเรื่องพ่อของตัวเอง และ... ให้ตาย ไม่อยากเชื่อ นี่จะให้เธอทำแบบนั้นจริงหรือ


                ฉันต้องแสดงเป็นพี่สาวแท้ๆของไอ้กระต่ายขนปุย นี่หมายความว่าไงเนี่ย? หญิงสาวเริ่มต้นจะโวยวาย ให้เธอจำบทพูดและพูดตามน่ะ เธอยอม แต่เรื่องอุปโลกน์เป็นพี่สาวแท้ๆ มันมีเหตุผลตรงไหนกัน


                ลูกนอกสมรสที่เกิดจากผู้หญิงสองคน จะทำให้ชื่อเสียงมันเสียมากเกินไป


                แต่มีลูกนอกสมรสสองคนกับผู้หญิงคนเดียวมันก็เสียเหมือนกันแหละย่ะ บัณรสถลึงตา อยากให้อธิบายไหมว่าทำไม? ก็หมายความว่าเขาแอบมีกิ๊กหลบซ่อน แต่คิดว่ากิ๊กคนนั้นไม่เข้ากับหน้าตาในสังคม นี่ฉันกำลังว่าแม่ตัวเองทางอ้อมนะเนี่ย เขาปกปิดเรื่องลูกเมีย แล้วไปคว้าผู้หญิงอย่างเธอมาไง เพราะอย่างน้อยเธอก็เป็นผู้หญิงมีหน้ามีตาใช่ไหม มันยิ่งทำให้ดูแย่ เพราะเขาทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และ... บัณรสหยุดพูดไป แล้วเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ อาวรเมธบอกว่าอยากให้เธอเบนความสนใจของนักข่าว มันรวมถึงการทำแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรอ ป้ายสีให้พ่อเธอมีความสัมพันธ์ลับอย่างเนิ่นนานกับผู้หญิงที่เขาคิดว่าไม่เหมาะจะพาออกหน้าให้ใครเห็น และเธอเองก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือไปแล้วเรียบร้อย


                เขาหลอกล่อให้เธอทำข้อตกลง โดยไม่ได้บอกให้หมดว่าต้องทำอะไรบ้าง แค่ไปงานแถลงข่าวเท่านั้น และถ้าเธอขืนยึกยักไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาอาจจะฉีกสัญญาอากาศนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี


                หึ คิดหรอว่าคนอย่างแบงค์จะสน เธอไม่ชอบพูดโกหก แม่สอนว่าอย่าโกหก ยิ่งถ้าเป็นโกหกคำโตกับคนหมู่มาก ยิ่งไม่อยากทำเข้าไปใหญ่เลย ถึงเรื่องโกหกนั่นจะช่วยให้พ่อไม่เป็นคนเจ้าชู้ แต่มันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้เห็นว่าพวกวิจิตรการตั้งใจจะแบ่งชนชั้น ถึงไม่ยอมรับชาวบ้านธรรมดาอย่างแม่ของเธอ ซึ่งเธอจะไม่ปล่อยให้เกิดแน่ นักข่าวจะได้ข่าวที่ถูกต้องและสนุกที่สุดเอาไปเขียนเลย เธอแค่สัญญากับคุณอาว่าจะเบนความสนใจ ไม่ได้สัญญาสักหน่อยว่าจะทำด้วยวิธีไหน แล้วก็ไอ้เรื่องที่สัญญากันไว้ ถึงเธอไม่มีคุณอาเป็นคนเล่าให้ฟัง เธอก็จะงัดออกจากปากนายเคียวได้อยู่ดี แต่ขอกวนประสาทคนเล่นก่อนก็เท่านั้น


                ยิ้มอะไรของเธอ ฐิตาพรถามเมื่ออยู่ๆผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้วยก็หยุดพูดและยิ้มกรุ้มกริ่มพิลึก


                เดี๋ยวเธอก็จะรู้เองแหละน่า หญิงสาวบอก เออ นี่ ที่บ้านเนี่ย เคยเลี้ยงแมวดำบ้างหรือเปล่า? แบงค์เฉไฉไปเรื่องอื่น


                ไม่เคย ใครจะไปเลี้ยงแมวพรรค์นั้นกัน


                ที่ถามเพราะเธออยากได้คำตอบเกี่ยวกับประโยคที่พ่อทิ้งไว้ให้ เผื่อมันจะเป็นแมวตัวโปรดของพ่ออะไรประมาณนั้น แต่เธอก็ไม่เห็นว่าคฤหาสน์นี้จะเลี้ยงสัตว์เลยสักตัว แล้วพ่อพูดถึงแมวดำอะไรของเขากัน


                รถเลี้ยวเข้าสู่โรงแรมใจกลางเมือง แถลงข่าวทีถึงกับต้องเช่าห้องจัดงานในโรงแรมกันเลยทีเดียว แต่ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าไป บัณรสก็ได้เห็นแสงแฟลชจากทุกสารทิศสาดเข้ามาอย่างไม่ยั้ง เคยมีแบบ ถ่ายรูปรถผิดคันกันบ้างไหม หญิงสาวนึกขำๆ และเมื่อรถจอดหน้าประตูทางเข้า เธอก็เกิดอาการแบบลูกคุณหนูขึ้นมาจริงๆ ก็คือ เปิดประตูรถเองไม่เป็น ก็เธอเคยต้องออกสื่อซะเมื่อไหร่ล่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมง หน้าของเธออาจจะลอยอยู่บนอินเตอร์เน็ตก็ได้ พอคิดแล้วมันสยองนะ คนทั่วประเทศต้องวิจารณ์หน้าตาเธอแน่ ขนาดเธอยังเคยนั่งวิจารณ์หน้าตาดารานักร้องกับเพื่อนๆเลย นี่กรรมกำลังตามสนองหรอ?


                เชิญครับ คุณหนู ลุงคนขับรถเปิดประตูพร้อมทั้งเรียกให้เธอลงมา คำว่า คุณหนูพอมันกระทบโสตประสาท แล้วขี้หูเต้นดีพิลึกเลยแฮะ


                คุณบัณรสใช่ไหมครับ คุณรับมือกับความจริงที่เพิ่งรู้ยังไงครับ นักข่าวกล้าหาญคนหนึ่งยื่นเครื่องบันทึกเสียงลอดมือบอดี้การ์ดเข้ามา เอ้อ เอาสิ คนอย่างไอ้แบงค์มีบอดี้การ์ดมารอด้วยเว้ย ชายชุดดำสี่คนกำลังกันนักข่าวและเปิดทางให้เธอเดินไป


                คุณบัณรสคะ คุณจะเป็นทายาทคนต่อไปของดับเบิลยูกรุ๊ปรึเปล่า?


                บัณรสรู้สึกเวียนหัวอยากจะเป็นลม แสงแฟรช คำถาม การโดนเบียดเสียด ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวมันขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ ความตื่นเต้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยากจะอาเจียน นักข่าว เอาแรงจากไหนก็ไม่รู้ดึงดันจะเข้ามาในวงให้ได้ ทุกคนต่างยื่นเครื่องบันทึกเสียง โทรศัพท์ ไมโครโฟนตรงเข้ามา หญิงสาวอยากจะหลับตา เผื่อว่าลืมขึ้นมาอีกที ภาพตรงหน้าจะหายไป เธออาจจะนอนเมามายอยู่ที่บ้านเช่าเหมือนเดิมก็ได้


                คุณบัณรสจะไม่ตอบคำถามที่นี่ ขอให้พวกคุณเข้าไปรอที่ห้องวีไอพีของโรงแรม เราจะจัดแถลงข่าวที่นั่นครับ ไม่ใช่หน้าโรงแรมอย่างนี้


                เสียงดุคุ้นๆทำให้บัณรสเงยหน้าขึ้นมอง และเธอก็เห็นแผ่นหลังกว้างยืนบังเธออยู่ ไม่อยากเชื่อว่าความสูงของเขาจะบังเธอได้มิด  ชายหนุ่มผินหน้ามาหาคนที่เตี้ยกว่า เห็นสีหน้าตื่นตระหนกบนใบหน้ากลมๆได้อย่างชัดเจน เห็นว่าทุกทีดูจะไม่กลัวอะไร แต่คราวนี้กลับดูกลัวๆ และอะไรไม่รู้ผลักดันให้เขาคว้ามือนั่น ไม่ใช่ข้อมือบอบบางแบบหญิงสาวทั่วไป เขารู้สึกได้ถึงแรงชะงักรุนแรง จนเหมือนกับว่าเธออยากจะกระชากออก แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา และเขาก็มองเธอ เธอก็หยุดดึงข้อมือกลับ


เคียวจับข้อมือนั่นไว้มั่นๆ และดึงตัวเธอผ่านเข้าประตู




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #6 paweenazname (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 17:28
    ยังรออยู่นะคะ
    #6
    0
  2. #5 paweenazname (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 01:49
    หมั่นบัณรสจริงๆค่ะ 555 เคียวก็หนะ ยังโอเค ถือเป็นคนข้างกายคอยช่วยเหลือแม้ไม่ชอบกิริยาจิกหัวของบัณรสก็ตามม
    #5
    1
    • #5-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 6)
      29 ตุลาคม 2559 / 18:06
      นางเอกเรื่องนี้เถื่อนค่ะ
      #5-1