เกมพระราชา

ตอนที่ 5 : เกมหาสมบัติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ส.ค. 59



บทที่ 5 เกมหาสมบัติ

               

                บัณรสนอนไม่หลับ ไม่รู้เป็นเพราะคืนนี้มันเกิดเรื่องมากเกินไปหรือว่า ห้องที่ชลัทจัดให้เธอมันหรูหราซะจนหญิงสาวรู้สึกแปลกที่แปลกทาง แต่เธอก็ไม่คิดว่ามันจะมีห้องอื่นที่หรูน้อยกว่านี้นอกจากห้องคนรับใช้หรอกนะ ถ้าจะขอไปนอนห้องธรรมดา ก็จะเป็นเรื่องยุ่งเสียเปล่าๆ ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองจะเหนื่อยมาก ก็เลยกระโดดขึ้นเตียงทันทีโดยไม่สำรวจห้องเลย แต่พออยู่บนเตียงจริงๆ แล้วพลิกตัวตัวนอนหงาย เห็นเตียงสี่เสากับผ้าม่านลายลูกไม้สีขาว บอกตามตรง กระแดะไม่พอที่จะนอนหลับในห้องเจ้าหญิงดิสนีย์แบบนี้

                เธอจำใจลุกขึ้นนั่ง แล้วหยิบซองจดหมายมาถือไว้ในมือ ไหนๆก็ไม่หลับแล้ว หญิงสาวจึงฉีกซองออกและหยิบจดหมายจากวทันยูออกมาอ่าน

 

ถึง บัณรส ดาราราย

                สวัสดีบัณรส พ่อกับลูกไม่เคยได้พบหน้ากันมาก่อน และทั้งหมดนั่นเป็นความผิดของพ่อเอง พ่อรู้ดี และไม่หวังจะให้ลูกอภัย เพราะถ้าเป็นพ่อเอง พ่อก็คงไม่มีวันอภัยให้กับคนที่ทิ้งไป แต่ทั้งหมดที่พ่อทำ พ่อมีเหตุผล ลูกไม่ใช่คนเดียวที่ถูกพ่อทิ้งไว้ข้างหลังหรอกนะแบงค์ และพ่อก็ทำเรื่องเลวร้ายมากกับแม่ของลูก ถ้าเธอคนนั้นจะเกลียดแค้นพ่อไปตลอดทั้งชีวิต พ่อก็ไม่สงสัยเลย

                ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็แสดงว่าพ่อตายไปแล้ว

 

                เออ ก็ใช่น่ะสิ เธอละเบื่อประโยคนี้จริงๆ ได้ยินจากหนังตั้งหลายเรื่องแล้ว พอมาเจอเข้ากับชีวิตจริงมันก็เลยแบบว่า ไม่รู้สิ รู้สึกแปลกๆมั้ง ทำไมต้องชอบพูดประโยคนี้กันนัก ถ้าได้อ่านแสดงว่าตายไปแล้วเนี่ย ประโยคเนี้ย! คนได้จดหมายเขารู้แล้ว ไม่ต้องย้ำก็ได้

 

                ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้แสดงว่าพ่อตายไปแล้ว ถ้าพ่อไม่ได้ตายด้วยโรคชรา แล้วตำรวจลงความเห็นว่าพ่อฆ่าตัวตาย ลูกจงอย่าเชื่อเด็ดขาด คนอย่างพ่อไม่มีวันฆ่าตัวตาย แต่ถ้าตำรวจลงความเห็นว่าเป็นฆาตกรรมก็แล้วไป แต่นั่นหมายความว่าลูกต้องระวังตัวให้ดี คนที่ฆ่าพ่อ จะต้องเป็นคนในคฤหาสน์ W หรือไม่ก็คนจากบริษัท

 

                โอ้โห ขอบใจมากพ่อ อุตส่าห์บอกใบ้ฆาตกรให้ซะด้วย แต่มันกว้างไปหน่อยมั๊ย? ที่พูดมานั่นหมายถึงเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นเลยนะ ช่วยตีวงแคบหน่อยสิ แบบว่า อาจจะเป็นชู้รักของฐิตาพร คนละโมบอยากได้หุ้นอย่างเคียว หรือแม้แต่มือขวาของพ่อเอง คุณอาวรเมธ จะบอกแบบนั้นมา เธอก็ไม่ว่าหรอกนะ อย่างน้อยมันช่วยตามสืบได้ละ เพราะเอาจริงๆเลย ตอนนี้เธอสงสัยจริงๆแล้ว ใครฆ่าพ่อ

 

                ‘…หรือไม่ก็จากคนจากบริษัท พ่อต้องขอเตือนลูกว่าจงอย่าไว้ใจใครเด็ดขาด ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น แม้แต่วรเมธ อาของลูกเอง อย่าได้เชื่อทุกอย่างที่ใครๆบอกลูก มีคนเดียวเท่านั้นที่พ่อพอจะวางใจให้ลูกพึ่งพา นั่นคือ เคียว ลูกเชื่อใจและพึ่งพาเขาได้

                พ่อไม่อาจรู้ได้ว่า ลูกตัดสินใจเซ็นชื่อลงใบสัญญานั่นหรือไม่ ถ้าลูกไม่ได้เซ็น พ่อก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่ลูกเลือกที่จะหันหลังให้กับดับเบิลยูกรุ๊ป นั่นอาจเป็นทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับลูกและแม่ แม้พ่อจะรู้สึกเสียดายก็ตาม ลูกคงได้เจอกับเดมินทร์แล้ว พ่อว่าลูกทั้งสองคนมีสติปัญญาเท่าเทียมกัน เพียงแต่เดมินทร์ที่ข้อเสียที่มักจะแสดงออกอย่างอดไม่อยู่ แต่ลูกนั้น พ่อเชื่อว่าคงเป็นประเภทคมในฝัก

 

                คิดผิดแล้ว! แบงค์รู้ว่าตัวเองเป็นพวกสมองกลวง เธอฉลาดแค่เฉพาะเวลาเล่นไพ่เท่านั้น ซึ่งมันก็มีโชคช่วยหนุนหลังอยู่ในชัยชนะแต่ละตา เธอเป็นพวกไม่ชอบเรียนหนังสือ เอาแต่นั่งเหม่อ ขีดเขียนอะไรไม่เป็นเรื่องในสมุด ทั้งที่เป็นไฮเปอร์นิดๆ แต่ก็กลับชอบเหม่อลอยมองไปนอกห้องเรียนประจำ หรือไม่ก็ต้องหาอะไรเล่นอยู่ใต้โต๊ะเรียน ตอนที่ถูกบังคับให้ทำทดสอบวัดไอคิว ผลคะแนนของเธอแค่ 98 เท่านั้นเอง ยังไม่เอ๋อ แต่มันก็ไม่สูง แล้วคนแบบนี้จะเรียกว่าคมในฝักได้ยังไง ถ้าเธอไอคิว 120 ก็ว่าไปอย่าง

 

                แต่ถ้าเผื่อพ่อคิดผิด และตอนนี้ลูกเป็นเพียงมีดทื่อๆธรรมดา พ่อก็อยากถือหางข้างลูกให้ชนะอยู่ดี ดังนั้นสิ่งที่คนตายไปแล้วพอจะทำให้ลูกได้ ก็คือ ทิ้งข้อมูลสำคัญเอาไว้ให้ ลูกต้องเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ หาสิ่งที่พ่อทิ้งเอาไว้ให้เจอ ความช่วยเหลือจะมาหาลูก ถ้าลูกมีความพยายามมากพอจะค้นพบความช่วยเหลือนั้น

 

                                                                                                                                                        รัก    

วทันยู วิจิตรการ

               

พ่อของเธอคงเป็นพวกชอบ อมพะนำ ไม่ต่างจากนายเคียวเลย ขนาดว่าจะช่วยเธอแท้ๆ ยังต้องทิ้งปริศนาเอาไว้อีก นี่คิดว่าตัวเองเป็นแดน บราวน์ คนเขียนนิยายเรื่องดาวินชี โค้ดหรือไง บัณรสล้มตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงตามเดิม นี่เธอคิดผิดหรือเปล่านะที่เซ็นชื่อลงไป พอมานั่งนึกดูอีกที ชีวิตมันจะยุ่งวุ่นวายเพิ่มเป็นเท่าตัวหลังจากเธอตัดสินใจแบบนั้น เธอก็ต้องสู้ อย่างน้อยก็เพื่อศักดิ์ศรีละ แค่นึกถึงหน้าไอ้กระต่ายปุกปุยนั่น เธอก็อารมณ์เสียแล้ว อยากจะฉีกหน้ามัน

                บัณรสพับจดหมายเก็บ เอื้อมมือไปกดปิดไฟที่หัวเตียง ลองพยายามหลับตานอนอีกสักรอบ แต่หัวสมองเธอมันวิ่งวุ่น เธอนอนคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไล่ไปยันสมัยเด็ก ตั้งแต่จำความได้เลย ประสาทจะกินเอา  สุดท้ายก็กระโดดลงจากเตียง พุ่งออกไปนอกห้อง

                เจ็ดโมงเช้าแล้ว เธอบอกได้จากแสงอาทิตย์อ่อนๆที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เมื่อชะโงกหน้าลงไปมองจากราวบันได เธอก็เห็นสาวใช้กำลังทำความสะอาดอยู่ที่โถงด้านล่าง เธอคงสามารถถามได้ว่าห้องทำงานของพ่อไปทางไหน แบงค์วิ่งลงจากบันไดเวียน สะกิดแม่บ้านสาวจากด้านหลัง และถามคำถาม

                ห้องทำงานของคุณวทันยู? คุณจะเข้าไปหรอคะ? เธอมองหน้าแบงค์ราวกับแบงค์เสียสตินิดๆ

                ใช่ ทำไมหรอ เข้าไปไม่ได้หรอคะ

                ก็มันเป็นที่เกิดเหตุเมื่อคืน ฉันคิดว่าคุณไม่ควรจะเข้าไปน่ะค่ะ และคุณเคียวก็อาจจะล็อกกุญแจไปแล้ว แต่ถ้าคุณอยากไปให้ได้... ห้องทำงานของคุณยูอยู่ชั้นสาม ขึ้นบันไดที่ชั้นสองฝั่งซ้ายนะคะ ขึ้นไปจะเจอเลย

                แล้วถ้ามันล็อกอยู่ ฉันจะเอากุญแจได้ที่ไหน? หญิงสาวถามไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ต้องเดินลงมาถามซ้ำซากให้เปลืองเวลา

                ตอนนี้คุณเคียวน่าจะเป็นคนเดียวที่เก็บไว้ค่ะ

                ทำไมคนแบบนั้นต้องเก็บกุญแจห้องทำงานพ่อฉัน ทำไมไม่เป็นพ่อบ้านประจำคฤหาสน์ละ? บัณรสถามอย่างสงสัย หรือว่าจะจริงอย่างที่พ่อเธอเขียนในจดหมาย เคียวเป็นคนเดียวที่เขาไว้ใจได้จริงๆหรือ

                ดิฉันก็ไม่ทราบในข้อนั้นค่ะ

                แล้วจะหาเคียวได้ที่ไหน แบงค์ถามอีก

                ห้องของคุณเคียวอยู่ชั้นสองปีกตะวันออกค่ะ ถ้าคุณจะไปที่นั่น ก็ต้องเดินผ่านทางเชื่อมที่ชั้นสาม แล้วลงบันไดไปชั้นสอง ห้องของคุณเคียวอยู่สุดทางเดินชั้นสองเลยค่ะ

                ขอบคุณมาก ถึงบัณรสจะงงกับเส้นทางก็เถอะ เธอเป็นพวกชอบหลงทาง ไม่มีหัวเรื่องเส้นทางอย่างแรง แค่จากบ้านไปมหาวิทยาลัยโดยไม่หลงได้ก็ดีแล้ว เธอมักจะลืมถนนหนทางบ่อยๆ บางทีก็เดินเลี้ยวผิดซอยขึ้นมาดื้อๆทั้งที่เป็นทางที่ต้องผ่านประจำ ถึงจะไอคิว 98 เป็นคนธรรมดา แต่เธอก็มั่วแบบทดสอบนั่นไปหลายข้อเพราะขี้เกียจทำ สงสัยจะมั่วถูกละมั้ง จริงๆ ไอคิวเธออาจจะแค่ 70 ก็เป็นได้ ถึงเอ๋อซะขนาดนี้ 

                แบงค์เดินขึ้นบันไดไปตามทางที่สาวใช้บอก เธอไปดูที่ชั้นสามก่อน ห้องมันล็อกอยู่ตามที่เธอคนนั้นบอกจริงๆด้วย กะอีแค่ห้องทำงาน จะไปล็อกหาพระแสงอะไรวะ และมันก็เพิ่งเกิดเรื่องในห้องไม่ใช่หรือไง เป็นเขตอาชญากรรมที่ตำรวจอาจจะแวะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ควรจะล็อกไว้เลย นี่ตกลงเธอต้องไปตาม เอทโพดำของเธอมาเปิดประตูให้สิเนี่ย

                ตามก็ตามวะ หญิงสาวคิดอย่างหัวเสีย เธอเดินเรื่อยๆไปตามระเบียงชั้นสามซึ่งมองลงไปจะเห็นสวนหน้าบ้านสุดอลังการงานสร้างล้านแปดของตระกูล อย่าให้เธอเป็นเจ้าของดับเบิลยูกรุ๊ปนะ จะขายมันเลยบ้านเนี้ย ยกให้รัฐบาลเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์หรืออะไรก็ช่าง บ้านแบบนี้ไม่เหมาะจะอยู่อาศัยหรอก มันใหญ่เกินไป และอลังเกินไป คนพวกนี้คิดว่าตัวเองอยู่ในยุคบ้านทรายทองหรือยุครีเจนซีในนิยายเจน ออสเตนหรือไง ที่พูดเนี่ย ไม่ใช่ว่าเธอเคยอ่านนิยายเจน ออสเตน หรอกนะ แต่ดูในหนังแล้วรู้สึกมันเป็นชีวิตโอเวอร์เหมาะจะเปรียบกับครอบครัวนี้ที่สุดเลย

                แบงค์มาถึงทางเชื่อมไปทางปีกตะวันออก มันช่างเป็นส่วนของบ้านที่ไร้ประโยชน์ใช้สอย ก็แค่ระเบียงทางเชื่อมแบบ โอเพ่นแอร์แต่มีหลังคาคุมหัวนะ บริเวณนี้เห็นแล้วนึกถึงทางเข้าปราสาทฮอกวอตส์ในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอเดินไปจนสุดทางเชื่อม ผลักประตูบานหนึ่งออกไปสู่ปีกตะวันออก คิดว่ามันคงใช่ปีกตะวันออกแล้วละ เพราะทันทีที่เธอพ้นประตูมาก็เห็นเจ้าของร่างสูงยืนพิงเสาระเบียง ดวงตาสีน้ำตาลทอดมองออกไปด้านนอก ขนาดแค่ยืนเหม่อชมวิว เจ้าพ่อประคุณยังดูราวกับยืนถ่ายแบบ ทั้งที่ใส่แค่เสื้อยืดคอวีสีขาวกับกางเกงผ้าสีดำ น่าจะเป็นชุดสบายๆใส่นอน ยังดูหล่อลากไส้ได้เลย หล่อสมบูรณ์แบบเข้าไปสิเออ

                ดูเหมือนเขารู้ตัวว่าทางเดินว่างเปล่าเงียบสงบของเขากำลังถูกบุกรุก เพราะนัยน์ตาสีน้ำตาลตวัดมองไปยังหญิงสาวร่างท้วมที่เพิ่งจะเดินเข้ามา เธอยังใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่ผมเผ้าดูจะกระเซิงเยอะกว่าตอนที่เขาไปพาตัวออกจากบ้านเช่า ถ้าให้เขาเดา เธอก็คงนอนกลิ้งอยู่บนเตียงสักพัก แล้วพอรู้ว่าตัวเองนอนไม่หลับก็เลยลุกมาเดินท่อมๆไปทั่วคฤหาสน์

                นายน่ะ หญิงสาวเดินเข้ามา และหยุดในบริเวณห้าก้าวก่อนถึงตัวเขา พร้อมทั้งยกมือกอดอกและขมวดคิ้ว เหมือนเขาไปทำอะไรผิดงั้นแหละ หล่อให้มันน้อยๆหน่อย เห็นแล้วหมั่นไส้หว่ะ

                ถ้าแค่มาเดินเล่น ก็เดินผ่านไปซะ เคียวพูดอย่าไม่ใส่ใจในคำพูดพิลึกกึกกือของเธอ ไม่รู้ว่าชมหรือด่ากันแน่ มันดูเหมือนจะชมที่บอกว่าเขาหล่อ แต่ก็ดูเหมือนด่าตรงที่บอกว่าหมั่นไส้

                ฉันตั้งใจมาหานาย บัณรสก้าวเข้าไปอีก จนยืนอยู่ข้างๆเขา ขอกุญแจห้องทำงานของวทันยูหน่อยสิ

                จะเข้าไปทำอะไร ชายหนุ่มถามสวนขึ้นทันที

                เขาทิ้งบางอย่างไว้ให้ฉันในห้องนั้น ฉันคิดว่าฉันจำเป็นต้องใช้มัน บัณรสบอก เหตุผลแค่นี้พอไหม แล้วนายก็เป็นแค่ไพ่ในมือฉัน ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำ แล้วเลิกทำตาดุใส่ฉันซะที ฉันไม่ใช่ลูกสาวนาย เห็นแล้วมันอารมณ์ขึ้น

                ถ้าเขามีลูกสาว เขาไม่มีวันปล่อยให้นิสัยเสียเลวร้ายแบบเธอเด็ดขาด ชายหนุ่มสาบานเอาไว้ในใจเลย และเขาไม่มีวันเลือกผู้หญิงหน้าตาไม่ดีมาเป็นภรรยาด้วย เพราะมันอาจถ่ายทอดพันธุกรรมผิดพลาดทำให้ลูกของเขาเกิดมาขี้เหร่แบบยัยผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ขี้เหร่น่ะก็ยังพอรับไหวหรอก ในโลกนี้ก็มีเยอะแยะไป แต่ขี้เหร่แล้วยังปากเสีย ไม่มีสัมมาคารวะ พูดจาอวดดี พูดไม่คิด รับไม่ได้จริงๆ

                รออยู่นี่ เขาบอกแล้วหันหลังกลับเดินไปทางห้องนอนของตน

                ทั้งที่หญิงสาวบอกให้เขาเลิกทำตาดุ แต่เขาก็ทำอย่างนั้นใส่เธออยู่ดีก่อนจะหันหลังไป แบงค์ก็พอจะเข้าใจนะที่เขาไม่พอใจเธอ และคงอยากต่อยเธอสักครั้งถ้าทำได้ ก็แหม เห็นทีไรมันอดไม่ได้จริงๆ ยิ่งเห็นว่าเขาไม่ชอบกิริยาท่าทางของเธอ เธอจะยิ่งอยากทำอะไรแบบที่เขาไม่ชอบนั่นแหละ ให้เขาโมโห มันสนุกที่ได้เห็นคนสุขุมพยายามกักเก็บอารมณ์ ไม่ระเบิดเปรี้ยงต่อยดั้งจมูก(ที่มีน้อยนิด)ของเธอหัก  แต่ถ้าไม่กระโชกโฮกฮากอย่างที่เป็นอยู่ แล้วจะให้เธอพูดจายังไง คะ ขา จ๊ะ จ๋า งั้นหรือ ฝันไปเหอะที่คนอย่างไอ้แบงค์จะทำ พูดได้แค่กับแม่หรือยายเป็นบางทีเท่านั้นแหละ เพราะไม่อยากโดนฝ่ามือสลาตันเล่นงาน

                เคียวกลับออกมาจากห้องนอนพร้อมกุญแจหนึ่งดอกในมือ เขาไม่ยอมส่งให้เธอในทันที แต่เดินนำไปข้างหน้าเหมือนจะพาเธอไปห้องทำงานของวทันยูด้วยตัวเอง

                เฮ้ย เดี๋ยว!” แบงค์เร่งฝีเท้าตาม ใครอนุญาตให้นายไปกับฉันไม่ทราบ

                กุญแจเป็นของผม เขาหันมาต่อรอง และหญิงสาวก็ทันสังเกตเห็นแววตาของเขาฉายรังสีชัยชนะออกมาแวบหนึ่ง อะไร? คิดจะเอาชนะเธอด้วยลูกไม้ตื้นอย่างนี้หรอ? เด็กไปไอ้น้อง เด็กไป

                ของนายที่ไหนวะ ของพ่อฉันต่างหาก นั่นก็ห้องทำงานพ่อฉัน หญิงสาวเริ่มพูดคำว่าพ่อได้อย่างไม่กระดากปาก ถ้ามัวอ้ำอึ้งติดอ่างเดี๋ยวจะเถียงไม่ทัน นายไม่คิดบ้างหรอ ฉันคิดถึงพ่อจะตายไป ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับห้องเขาตามลำพัง ระลึกที่อดีตแหววๆที่มันไม่มีจริงไง เอากุญแจมา ฉันไปเองได้ แล้วรับรองว่าจะเอามาคืน ล๊อกห้องให้เสร็จสรรพ ทุกอย่างจะอยู่สภาพเดิม ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือก็ยังได้ คนอย่างฉันฉลาดพอที่จะทำเหมือนนักสืบเป็น ดูหนังบ่อย เข้าใจ๋? หญิงสาวยื่นมือแบๆไปข้างหน้า

                ถ้าไม่มีผมอยู่ด้วย คุณก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าไปในห้องนั้น

                งั้นฉันก็จะไม่ให้หุ้นแกซักเปอร์เซ็นด์เดียว ไอ้ไพ่บ๊วย

                ถ้างั้นสัญญาระหว่างเราก็ถือเป็นโมฆะ

                โว๊ะ!” หญิงสาวเป็นฝ่ายหัวเสียซะเองจนต้องเผลอตวาดออกมา ก็ได้วะ เออ! อยากไปด้วยก็ไป ฉันให้แกชนะก็ได้รอบเนี้ย

                อย่าใช้สรรพนามแบบนั้นกับผม ผมเคยเรียกคุณอย่างไม่สุภาพสักครั้งไหม? เขาจ้องเธอ แถมยังยื่นหน้าเข้ามาอย่างเอาเรื่อง

                แค่คำว่า แกมันจะอะไรนักหนา ผู้ดีตีนแดงจริงนะคะ คุณน่ะ หญิงสาวไม่วายสัพยอก แถมเน้นเสียหนักตรงคำว่าคุณ ไปกันได้แล้ว ฉันเสียเวลาเพราะนายเนี่ยแหละ เรื่องมากซะจริง

                แบงค์เดินจ้ำอ้าวกลับไปทางเดิม ระหว่างทางอดจะบ่นถึงพื้นที่ไร้ประโยชน์ใช้สอยไม่ได้ ในเมื่อมีคนมาฟังแล้วก็ขอบ่นหน่อยเถอะ จริงๆแล้วแบงค์เป็นคนพูดมาก ถ้าได้พูดแล้วก็พูดไม่หยุด เธอไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยอะไรอยู่แล้ว แถมยังชอบวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาจนคนฟังรับไม่ได้เสียด้วย แต่ถ้าตัวเธอถูกวิจารณ์เมื่อไหร่ ก็นะ... เอาเป็นว่า เธอไม่ยอมถูกวิจารณ์อยู่ฝ่ายเดียวหรอก

                แล้วไอ้พรมเนี่ย จะอะไรนักหนาถามจริง พวกนายอาจจะเป็นผู้ดีมีเชื้อมีสายนะ แต่ถ้าแงะไอ้พรมนี่ออกไปขายต่อ นายเอาเงินไปช่วยประเทศโลกที่สามได้เลยนะ โอ๊ย ไม่หรอก ไม่ต้องไปไกลถึงประเทศโลกที่สาม แค่ประเทศไทยเนี่ย คนจนตั้งครึ่งค่อนประเทศ พวกนายเอาแต่เดินห้าง ซื้อของตกแต่งราคาแพงกระเป๋าฉีก หรือนั่งเต๊ะท่าจุ๊ยบนรถหรูหรา มีคนอดตายทุกวันนะ หัดรู้ซะบ้างสิ พวกคนรวยเนี่ยใจแคบซะจริง ฉันล่ะไม่...

                เดินเงียบๆแล้วหุบปากเป็นไหม? เคียวพูดเสียงเข้ม

                ไม่เป็น แล้วจะทำไม เธอหันมายักคิ้วกวนประสาทให้

                นี่ถ้าเจ้าหล่อนไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของคุณวทันยู เขาคงไม่ปล่อยให้เดินนวยนาดอยู่แบบนี้แน่ จับโยนออกไปนอกคฤหาสน์ซะให้เข็ด หรือไม่ก็เอาปืนที่เก็บไว้มาเล็งกบาลแล้ว

                ชอบว่าคนอื่น แล้วคุณดีนักหรือไง มีคนอดตายทุกวัน แล้วคุณทำอะไรบ้าง ไม่ใช่เพราะเอาแต่กินหรอ น้ำหนักมันถึงได้เกินมาตรฐาน แล้วก็ดูเหมือนหมูใส่เสื้อผ้าทอมบอย ชายหนุ่มว่านิ่งๆ เรียบๆ น้ำเสียงแทบจะไม่ไต่เพดานขึ้นสูงเลยด้วยซ้ำ เขายิ้มที่มุมปากนิดๆ ดูซิว่ายัยนี่จะทำยังไงเวลาถูกตำหนิซะขนาดนี้

                โอ๊ย เจ็บจุงเบย หญิงสาวทำเสียงเหมือนผู้หญิงร้องไห้ ที่ดูยังไงก็รู้ว่าเสแสร้งแกล้งทำ นายคิดว่าฉันจะเจ็บกับคำพูดพวกนั้นหรือไง ฉันน่ะโดนยายสัพยอกเรื่องนี้เป็นล้านครั้งได้แล้วมั้ง ตั้งแต่จำความได้ เรื่องว่าเป็นหมูน่ะมันจิ๊บจ๊อยจะตายไป นี่ยังไม่นับเพื่อนที่โรงเรียนอีกนะ เพราะฉะนั้น คำพูดแค่นั้นทำอะไรฉันไม่ได้ ก็ขอโทษแล้วกันที่ฉันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดไว้ นายคงคิดว่าจะเจอสาวสวยแสนน่ารักน่ะสิ ตามประวัติของฉันที่นายพอจะรู้ก็คือ ฉันโตมากับแม่และยายใช่ไหมละ แถมยังเป็นลูกผู้ดี มีสายเลือดตระกูลดี ฉันคงจะเป็นผู้หญิงหวานแหววเหมือนในนิยายเล่มละร้อยกว่าบาทสินะ โทษทีหว่ะ ถ้าเรื่องของฉันเป็นนิยาย มันคงเป็นนิยายสยองขวัญสำหรับนายแล้วละมั้ง

                เคียวมองตามแผ่นหลังของผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้า คำพูดของเธอไม่ได้มีแววอวดดีอย่างทุกที และที่บอกว่าคำพูดของเขาไม่มีความหมายกระทบกระเทือนจิตใจเธอ มันก็คงไม่จริงเท่าไหร่ เพราะน้ำเสียงนั้นมีแววที่เกือบจะเหมือนน้อยเนื้อต่ำใจ ยิ่งตอนที่พูดถึงยายกับเพื่อนที่โรงเรียน เห็นได้ชัดเลยว่านั่นอาจจะเป็นปมในใจของเธอ เพียงแต่ทำเป็นพูดจาอวดดียาวๆเพื่อกลบเกลื่อน รวมถึงตอนที่ขอโทษเขา เธอดูเหมือนจะหมายความอย่างนั้นจริงๆ เหมือนจะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอ และเธอก็อยากขอโทษที่ไม่ได้สวยน่ารักพอจะได้รับการให้อภัย อดทน พึงพอใจ และความช่วยเหลือจากเขา

                รู้ตัวซะบ้างก็ดี ชายหนุ่มสรุปในใจ แล้วพวกเขาก็เดินมาถึงประตูห้องทำงานของวทันยู เขาหยิบกุญแจออกมาไขและเปิดประตูให้เธอเข้าไป

                ห้องทำงานของวทันยูธรรมดากว่าที่แบงค์คิดไว้ เธอนึกว่าจะได้เจอห้องคล้ายๆกับของพระราชินีนาถวิคตอเรียซะอีก แต่นี่มันดูเหมือนห้องทำงานของเชอร์ล็อค โฮมล์สมากกว่า รกรุงรัง เป็นคำที่เหมาะจะบรรยายที่สุด ผนังด้านหนึ่ง พ่อติดข่าวหนังสือพิมพ์เอาไวซะเยอะ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับบริษัทตัวเอง และมีของบริษัทต่างชาติที่ชื่อว่า ลาเมนท์กรุ๊ปดูเหมือนพ่อจะตามข่าวของบริษัทนั้นอยู่ บริเวณโต๊ะทำงานของพ่อ มีเอกสารตั้งกองเรียงอยู่โดยรอบ แบงค์ทำจมูกฟุดฟิด ห้องนี้มีแต่กลิ่นกระดาษ และเธอรู้สึกได้ถึงกลิ่นควันปืนจางๆ จางมากจนแทบจะหายไป

                ศพเขาอยู่ตรงไหน ตอนที่ทุกคนมาเจอ แบงค์ถาม พยายามไม่ให้เสียงของตัวเองสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

                บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน

                แบงค์มองเก้าอี้ตัวใหญ่ตรงนั้นทันที รวมถึงตู้กระจกที่อยู่ข้างหลังด้วย แม้ว่ามันจะได้รับการทำความสะอาดแล้วก็ตาม แต่เธอรู้ ยังไงๆมันก็ต้องมีรอยเลือดเหลืออยู่ คราบเลือดจะยังคงติดอยู่ตามที่ต่างๆได้เป็นปีๆ เพียงแต่เรามองไม่เห็น นอกจากจะใช้สารลูมินอลทาบริเวณนั้น ถ้ามันเรืองแสง ก็แสดงว่าตรงจุดนั้นเคยมีเลือดติดอยู่ แบงค์จำข้อมูลพวกนี้มาจากซีรีย์ญี่ปุ่นที่เคยดูสมัยเรียนอยู่ปีสองปีสาม แต่ในเรื่องจริงมันไม่เหมือนกับซีรีย์ ในซีรีย์ทุกอย่างดูสนุก แม้มีคนตายก็ยังดูเป็นเรื่องสนุก เพราะรู้ว่ามันไม่จริง และสนุกขึ้นไปอีกเมื่อเห็นตัวละครหาตัวฆาตกรให้เจอ แต่พอเธอมาเจอของจริง ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

                คุณจะมาเอาอะไรในนี้

                ฉันก็ไม่รู้ แบงค์ส่ายหน้า แต่มันต้องมีอะไรสักอย่างที่เขาทิ้งไว้ให้ฉัน ในจดหมายเขาบอกไว้แบบนั้น บอกให้มาที่นี่และหาให้เจอ ไม่อย่างนั้นก็ไม่สมควรได้รับความช่วยเหลือใดๆ หญิงสาวต่อที่เหลือในใจ รู้สึกว่าบิดาบังเกิดเกล้าไม่ใช่คนใจดีหรอก

                ฉันขอเวลาหน่อยละกัน ต้องดูในห้องนี้ให้ทั่ว แบงค์บอก แล้วนายน่ะ น่าจะเคยเข้ามาที่นี่บ่อยใช่ไหม ช่วยดูหน่อยก็ดี มีอะไรแปลกไป ตรงไหนมีของที่ไม่สมควรจะมีอยู่ อะไรแบบนั้น

                บัณรสเดินไปดูผนังที่มีข่าวหนังสือพิมพ์ติดอยู่ บางแผ่นเก่าเป็นสามสิบสี่สิบปี เธอได้เห็นรูปเก่าๆของครอบครัววิจิตรการ ตั้งแต่สมัยคุณปู่ในตึกบริษัทหลังเก่า ข่าวสร้างตึกใหม่  ข่าวการแต่งงานของพ่อกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก ทำให้หญิงสาวต้องขยับเข้าไปใกล้ๆ

                ผู้หญิงคนนี้ใคร ที่แต่งงานกับพ่อฉัน เธอถามแล้วอ่านชื่อข้างใต้ รัศมี จันทร์ทิมาชื่อลิเกโคตร

                เธอเสียชีวิตไปแล้ว หลังจากแต่งงานกับคุณยูได้สองปี

                หวังว่าคงไม่มีทายาทอีกคนนึงโผล่มาหรอกนะ แบงค์ยังไม่หยุดมองหน้าผู้หญิงในรูป เธอก็ดูดีนะ สวยแบบโบราณหน่อย ดวงตาคล้ายกับดาราสมัยก่อนที่ชื่อ เพชรา เชาวราษฎร์ ตาโตสวยซึ้งหวานหยาดเยิ้ม

                ไม่มีหรอก คุณรัศมีไม่มีลูกกับคุณยู

                เมื่อได้ฟังอย่างนั้นก็ค่อยเบาใจไปได้หน่อย หญิงสาวยังไม่พร้อมเจอญาติอีกคน แค่เมื่อคืนก็เวียนหัวแล้ว แบงค์ผละออกห่างจากผนังที่แปะหนังสือพิมพ์แล้วเดินไปที่โต๊ะทำงาน เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อต้องเข้าใกล้โต๊ะ และคิดว่าเคียวก็คงจะรู้สึกเหมือนกัน เขาถึงได้ไม่เฉียดเข้าใกล้เลย และอันที่จริง เขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเธอหรอก แค่ยืนเก๊กอยู่กลางห้อง แล้วก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของเธอ ทำตัวสมเป็น ไพ่จริงๆนะ อยู่นิ่งๆในมืออย่างนั้น ขนาดว่าให้บอกให้ช่วย ยังไม่ขยับเลย

                แบงค์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้มีพนักและที่เท้าแขน เบาะนุ่มนั่งสบาย แต่เธอก็ไม่ลืมหรอกนะว่ามีคนตายตอนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวนี้ เฮ้อ คิดสิ แบงค์ คิดสิ ใช้ไอคิวแค่ 98 ของเธอคิดเข้า ถ้าเธอจะซ่อนอะไรสักอย่าง เธอจะซ่อนที่ไหนที่มันกวนโมโหได้มากที่สุดน่ะ และต่อให้เป็นคนอื่นก็ไม่มีทางที่จะหามันเจอ แม้แต่แม่บ้านที่เข้ามาจัดของในห้อง หาไม่เจอ ไม่เจอเด็ดขาด

                หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ และย่อตัวลง มุดเข้าไปใต้โต๊ะ เธอไล่นิ้วไปตามขอบของมันจนสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง เธอต้องมุดเข้าไปข้างในให้ลึกอีก จนเห็นว่ามันเป็นขอบกระดาษที่ถูกเหน็บอยู่ โอ้โห คุณบิดาบังเกิดเกล้า ถ้าเธอไม่ชอบเล่นอะไรพิเรนทร์ เธอจะหาเจอไหมนี่ แบงค์ดึงกระดาษนั่นออกมาอย่างเบามือ เธอยังไม่ลุกออกจากใต้โต๊ะตัวนั้น แต่คลี่ออกอ่านเลย

                ที่นั่น ที่ซึ่งแมวดำตายอย่างปริศนา 1849  - ถึง แบงค์โอเค นี่เป็นข้อความถึงเธอแน่นอน แต่ไอ้ประโยคที่เขียนอยู่มันอะไร? โธ่เว้ย ทำไมไม่เป็นข้อความประเภท ไปถอนเงินมาและใช้อย่างสุขสบายนะลูก  

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #12 Mayasaiti (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 18:15
    "ไปถอนเงินมา แล้วใช้อย่างสุขสบายนะลูก ..."
    รวยเละแน่

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มิถุนายน 2560 / 20:06
    #12
    0
  2. #2 Miranda Kerr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 22:37
    สนุกดีค่ะ  รอลุ้นๆ
    #2
    0