เกมพระราชา

ตอนที่ 4 : เกมของคนบ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ก.ค. 59



บทที่ 4 เกมของคนบ้า

               

                นี่มันอะไรกัน คุณยูมีลูกอีกคนหนึ่งได้ยังไง ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน ฐิตาพรเริ่มโวยวาย มีใครรู้บ้างไหม ห๊ะ ว่าไง? คุณเมธ คุณรู้เรื่องนี้ไหม? เจ้าหล่อนมองหน้าทุกคนแล้วไปหยุดที่วรเมธ เธอทำหน้าเหมือนโดนหักหลังรุนแรง หรืออาจจะแค่ไม่พอใจที่มรดกจะถูกแบ่งออกไปอีกก็เป็นได้

                ผมเป็นลูกนอกสมรสอย่างลับๆนี่ครับ จะมีใครรู้ได้ยังไง มีแค่คุณทรงกลดคนเดียวที่รู้ และเขาก็เพิ่งรู้ตอนที่เปิดเอกสารแนบมากับพินัยกรรม ที่เขามาช้าเพราะต้องรีบไปรับตัวผมมานี่แหละครับ เดมินทร์เอ่ยอธิบายอย่างง่ายๆ ว่าแต่ พอจะมีที่นั่งให้ผมไหมครับ เขามองชุดโซฟาที่มีคนจับจองกันหมดแล้ว เหลือที่เล็กๆฝั่งขวาที่เคียวกับเรอินั่งอยู่ ผมขอนั่งตรงนี้แล้วกันนะครับ เด็กหนุ่มพูดอย่างสุภาพ ชี้ที่ข้างตัวชายหนุ่มร่างสูงกว่า เคียวยอมขยับแบ่งที่ให้ แก้วนัยน์ตาสีน้ำตาลยังเคลือบแววสงสัยในตัวเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่บอกว่าเป็นลูกชายของพ่อบุญธรรม ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก ก็สงสัยกันทั้งบ้านเลยนั่นแหละ

                คุณทรงกลด เริ่มได้เลยนะฮะ

                ดูมันทำ ! แบงค์แทบอยากจะอ้าปากค้างในความกล้าหาญชาญชัยของไอ้เด็กหนุ่มนี่ มันทำอย่างกับว่าเป็นเจ้าของบ้านเลยงั้นแหละ ประโยคอะไรพวกนี้ มันควรจะเป็นของ รองประมุขในบ้านสิ ซึ่งมันก็มีอยู่สองคนหลักๆ ฐิตาพร กับ วรเมธ

                ผมเริ่มเลยนะครับ ทรงกลดที่ยืนอยู่หน้าชุดโซฟาหรูกำลังเปิดซองเอกสารและหยิบกระดาษด้านในออกมา กระนั้นเขาก็ยังไม่อ่านในทันที เหมือนจะรอให้ให้มีคนอนุญาตอีกคนหนึ่งก่อน แบงค์ลอบมองไปทางวรเมธโดยอัตโนมัติ เห็นเขาพยักหน้าสองครั้ง นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าให้คุณทนายประจำตระกูลเริ่มอ่านพินัยกรรม

                บอกตรงๆนะ โคตรขี้เกียจฟัง ตอนนี้มันตีห้าเข้าไปแล้วด้วย เธอควรจะได้นอนกลิ้งอยู่บนพื้นบ้านตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงก่อน แบงค์ไม่ค่อยชินกับการอดหลับอดนอนขนาดนี้ เอาเป็นว่าปล่อยให้เขาอ่านไปเถอะ เธอก็พอรู้อยู่แล้วว่าตัวเองน่าจะได้อะไรบ้าง คงเป็นพวกเงินในธนาคาร อย่างต่ำก็ห้าล้าน หรือไม่ถ้าพ่อใจดีใจป้ำ นึกสงสารที่ปล่อยให้แม่กับยายเลี้ยงเธอมาทั้งชีวิต ก็อาจให้ซักสิบล้าน ไม่แน่อาจจะให้เครื่องเพชรแม่เธอสักชุดก็ได้ ในเมื่อทุกอย่างมันเดาได้ง่ายอยู่แล้ว แบงค์ก็เลยเริ่มสัปหงก ยกขาสองข้างขึ้นนั่งในท่าชันเข่า ทุกทีถ้ายายเห็นเธอนั่งท่านี้ จะต้องถวายฝ่ามือสลาตัน แต่วันนี้คงใจจดจ่อกับการฟังพินัยกรรมก็เลยไม่สนใจหลานสาวที่จะหลับแหล่มิหลับแหล่ โธ่ เข้าใจกันหน่อยเถอะ ไปก๊งเหล้ากับเพื่อนมาก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ต้องอดนอนฟังเรื่องน่าเบื่ออีก

                แบงค์เข้าสู่โหมดหลับขั้นเทพ หลับได้แม้แต่ตอนนั่งอยู่ เสียงอ่านพินัยกรรมของทนายทรงกลดดังกังวานก็จริง แต่มันก็เหมือนเสียงที่ลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานั่นแหละ ถึงจะหลับได้ แต่ก็หลับไม่สนิทเท่าไหร่ เหมือนเป็นการพักสายตาไปชั่วครู่มากกว่า

                ตรงนี้สำคัญมากนะครับ คุณบัณรส ทรงกลดหันหน้าไปหาหญิงสาวที่หัวฟุบอยู่กับเข่าทั้งสองข้าง เข้าเฝ้าพระอินทร์แบบไปๆกลับๆหลับๆตื่นๆ คุณบัณรสครับ

                ทิพย์นภาที่นั่งอยู่ข้างลูกสาวเอื้อมมือมาเขย่าตัว แต่เมื่อไม่ยอมตื่น คราวนี้บัณรสก็เลยถูกคุณยายผลักอย่างแรงแทบจะตกจากโซฟา คราวนี้หญิงสาวลืมตาเบิกโพลงเต็มที่ กำลังบินอยู่บนฟ้าอย่างกับไอรอนแมนเลยปั๊ดโธ่ ดันโดนไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ถีบตกจากฟ้าซะได้ 

                เขาบอกว่าลูกต้องฟัง ทิพย์นภากระซิบบอกลูกสาว

                อยากจะไปล้างหน้าให้สดชื่นก่อนไหมครับ ทรงกลดเอ่ยถาม เรื่องที่เขากำลังจะชี้แจงต่อไปมันค่อนข้างจะสาหัสสำหรับคนสองคน

                ไม่ต้องค่ะ ว่ามาเลย แบงค์ส่ายหัวไล่ความง่วง

                นี่เป็นเรื่องของคุณบัณรสและคุณเดมินทร์โดยเฉพาะครับ ทรงกลดมองบัณรสแล้วเลื่อนไปมองเด็กหนุ่มที่ตั้งใจฟังมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ คุณวทันยูระบุว่าจะมอบเงินให้คุณทั้งสอง เป็นจำนวนสามสิบล้าน โดยมีเงื่อนไขบางอย่างครับ

                ให้เดานะ มันต้องเป็นอะไรที่โคตรจะละครน้ำเน่าหลังข่าวแน่เลย อย่างเช่น บังคับให้มาอยู่ที่คฤหาสน์ W เป็นเวลาหนึ่งปี  หรือบังคับให้ไปทำงานที่บริษัทเป็นเวลาหกเดือน แต่แบงค์ก็หวังว่ามันคงไม่หนักหนาสาหัสถึงขนาดจับเธอคลุงถุงชนให้แต่งงานหรอกนะ นั่นมันก็น้ำเน่าเกินไป แล้วสภาพอย่างเธอเนี่ย ไม่ใช่ลูกคุณหนูแสนสวย อย่ายัดเยียดเธอให้ผู้ชายโชคร้ายเลย เธอยิ่งไม่ชอบถ้าถูกผู้ชายมองเหยียดๆ เธอเจอประจำจนน่าจะชินได้แล้วก็จริง แต่เวลาเห็นมันน้อยเนื้อต่ำใจนะ พวกเขาอาจจะไม่ได้เอ่ยปากไล่ หรือส่งสายตาดูถูกชัดเจน แต่มันก็ฉายชัดว่าพวกเขาไม่คิดจะชอบเธอไปในทางนั้นแน่ๆละ ยังไงเธอก็ยังเป็นมนุษย์ผู้หญิงธรรมดา ที่ฝันอยากเจอเจ้าชายเหมือนกัน เออ! น้ำหน้าอย่างไอ้แบงค์นี่แหละ ก็ฝันอยากมีชีวิตรักกะเขาบ้าง แต่ไม่เอาคลุมถุงชนตามคำสั่งคนตายหรอกนะ

                พวกคุณจะต้องชิงตำแหน่งว่าที่ประธานดับเบิลยูกรุ๊ปมาให้ได้

                เฮ้ย! ล้อเล่นหรือเปล่า คนทั้งห้องตะลึงค้างพอกันกับเธอ แต่หญิงสาวเห็นเดมินทร์แค่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวน้อยๆ หัวคิ้วของคุณอาวรเมธเคลื่อนมาชนกันจนแทบจะผูกเป็นโบว์

                หมายความว่ายังไง วรเมธเอ่ยถาม

                คุณวทันยูบอกกับผมไว้ว่า หลังจากท่านตาย กรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นทั้งหมดจะต้องลงความเห็นว่าคุณวรเมธเหมาะสมกับการเป็นประธานบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หลังจากหมดยุคของคุณวรเมธแล้ว ก็จะไม่มีใครอีก เพราะเมื่อคุณหนูวรดาแต่งงาน ก็คงไม่เหมาะกับการดูแลดับเบิลยูกรุ๊ปแน่ คุณท่านอยากหาใครสักคนที่จะคงความเป็นวิจิตรการเอาไว้ให้ได้

                ถ้าไม่ใช่ญาติใกล้ชิดที่เป็นผู้ชาย ก็ควรเป็นผู้หญิงที่ชาตินี้จะไม่มีวันได้แต่งงานสินะ จะมองการณ์ไกลเกินไปแล้วนะคุณพ่อ แบงค์คิดอย่างโมโหนิดๆ นี่เหมือนแช่งกันเลยว่าชาตินี้คนอย่างแบงค์คงไม่มีผู้ชายที่ไหนมารัก นี่เธอควรจะเลือกเงินสามสิบล้านเอาไว้เป็นหลักประกัน หรือเลือกที่จะหารักตายเอาดาบหน้าละ แน่นอนว่าแบงค์เลือกเงินสิ  ถึงมันจะมีโอกาสน้อยทั้งคู่ แต่หนทางที่จะได้เงินมันยังห้าสิบๆ ไอ้เรื่องหารักน่ะมันติดลบห้าสิบเลย

                แล้วจะเกิดอะไรขึ้นฮะ ถ้าเราคนหนึ่งแพ้  เดมินทร์เอ่ยถาม ดวงตากลมโตของเขามองมาทางแบงค์ก่อนจะเคลื่อนไปหยุดที่คุณทนาย

                คนที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งจะไม่ได้รับเงินสามสิบล้าน จะไม่เกี่ยวข้องใดๆกับดับเบิลยูกรุ๊ปและครอบครัววิจิตรการอีก ทรงกลดชี้แจง

                โหดเป็นบ้า นั่นเท่ากับเดิมพันด้วยชีวิตสุขสบายทั้งชาติเลยนะ เอ่อ เธอก็อาจจะคิดเกินจริงไป เพราะถ้าขืนได้เป็นทายาทของดับเบิลยูกรุ๊ปจริงๆ ชีวิตคงไม่สงบสุขเท่าไหร่ แต่ก็มีกินมีใช้สบายทั้งชาติแหละว้า ทุกอย่างมันก็ต้องมีข้อได้ข้อเสียกันทั้งนั้น นี่เท่ากับว่า เธอต้องแข่งขันแย่งชิง สู้รบปรบมือกับ... เด็ก ที่น่าจะอายุไม่ถึงสิบเจ็ดปีใส่รองเท้าแตะลายกระต่ายขนปุยนี่น่ะหรือ ดูยังไงๆ ทั้งเธอทั้งมัน ก็ยังไม่พร้อมสู้รบเพื่อตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้นหรอก และที่สำคัญ คนตายมันคิดบ้าอะไรของมันวะ

                แล้วใครจะเป็นคนตัดสินละฮะ เดมินทร์ถามอีก

                คณะกรรมการบริหารของดับเบิลยูกรุ๊ปครับ

                โห้ว เรื่องใหญ่นะนั่น เล่นส่งให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ๆของบริษัทตัดสินใจแบบนั้น แบงค์รู้สึกขนลุกขึ้นมาน้อยๆ รู้สึกอยากโยนไพ่ยอมแพ้ หรือไม่ก็วางหมอบไปเลย สิ่งที่เธอต้องการก็แค่ชีวิตธรรมดา และนี่หมอนั่นน่ะ ยังเห็นเธอเป็นลูกสาวอยู่จริงๆหรือ เล่นบ้าอะไรของเขา ถ้าเธอแพ้ เธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลนี้อีก ซึ่งบอกตามตรงนะว่าเป็นข้อเสนอที่ยั่วน้ำลาย แต่ไอ้เรื่องชวดเงินสามสิบล้านนี่สิ รับไม่ได้เเฮะ ใครบ้างจะไม่อยากได้เงินละ และเธอก็เป็นลูกสาวทั้งที ต้องเลี้ยงดูแม่กับยาย ลำพังแค่เงินเดือนหมื่นห้าตามนโยบายรัฐบาลใหม่ตอนนี้ มันจะทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนโตได้ยังไง  เรียนจบจะหางานทำได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ทำไมชีวิตมันเก๊กซิม

                ถ้าคุณสองคนตกลงตามเงื่อนไข จะต้องเซ็นชื่อในใบสัญญาครับ ทรงกลดพูดพลางหยิบกระดาษขนาดเอสี่ยื่นมาให้แบงค์ แล้วก็หันไปยื่นอีกใบให้กับเดมินทร์

                แบงค์ยังไม่ทันได้อ่านข้อความในกระดาษ ทิพย์นภาก็กระชากมันไปจากมือเธอ สีหน้าฉายความโกรธอย่างชัดเจน แบงค์พอจะเข้าใจแหละว่าแม่จะต้องโกรธ ถ้าแม่อยากให้เธอยุ่งเกี่ยวกับดับเบิลยูกรุ๊ป คงเล่าอะไรเธอฟังบ้างแล้ว ไม่ใช่ปิดเงียบเรื่องพ่อ และทำเหมือนเขาไม่เคยมีตัวตนต่อหน้าเธอ

                ไม่ต้องเซ็นอะไรทั้งนั้น ทิพย์นภาประกาศเสียงกร้าว ลูกไม่จำเป็นต้องสนไอ้เงินสามสิบล้านนั่น ถ้าพ่อของลูกไม่คิดจะให้อะไร ก็ไม่ต้องไปสนใจ

                แม่ แบงค์เอ่ยเสียงเบา แบงค์ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะเซ็น

                ก็ดีแล้ว ฐิตาพรพูดขัดขึ้นมาจากไหนไม่รู้ อันที่จริง ก็ไม่เหมาะทั้งคู่นั่นแหละ คนหนึ่งก็แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม  ส่วนอีกคน... เธอพ่นลมออกทางจมูกเหมือนอยากจะขำเสียเต็มประดา  ฉันว่ามันคงจะง่ายกว่า ถ้าเซ็นสละสิทธิ์ไปซะทั้งคู่ ยังไงซะ คุณเมธคงมีปัญญาพอจะปั้นให้ยัยรดา ลูกสาวของตัวเองเป็นทายาทของบริษัทนี้ได้ อย่างน้อยยัยรดาก็เกิดและเติบโตในคฤหาสน์นี้ ได้รับการเลี้ยงดูอบรมอย่างดี ไม่เหมือนกับเธอสองคน ถึงจะมีสายเลือดโดยตรงจากคุณยู แต่เติบโตในที่ห่างไกลเกินไป จะพูดว่าคนละระดับชั้น ก็บอกมาเลยก็ได้นะ เรื่องแค่นี้คนอย่างแบงค์รับได้

                ผมจะเซ็นฮะ เดมินทร์พูดในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด ขอปากกาด้วยครับคุณทนาย

                แบงค์นั่งมองเด็กหนุ่มเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษอย่างไม่ลังเล หญิงสาวคว้ากระดาษออกมาจากมือแม่ และอ่านรายละเอียดในใบสัญญาอย่างถี่ถ้วน กระดาษใบนี้อาจมีมูลค่าถึงสามสิบล้าน แต่ก็เป็นใบลาออกจากครอบครัวได้เหมือนกัน มันคือการวางเดิมพัน ไม่ต่างอะไรจากการเล่นไพ่เลย โอกาสที่จะชนะริบหรี่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีซะเลย อย่างน้อยอีกคนก็เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดา และเธอก็เป็นหญิงสาวธรรมดา

                อย่าบอกนะว่าพี่ไม่กล้าเซ็น พี่สาว เดมินทร์เงยหน้าจากกระดาษ ฉีกยิ้มจ้องมองบัณรส

                นี่แกกำลังท้าฉันรึเปล่า ไอ้กระต่ายขนปุย แล้วใครอนุญาตให้มันเรียกเธอว่าพี่สาวไม่ทราบ?

                กระต่ายขนปุย? เด็กหนุ่มทวนคำ กระพริบตาอย่างงงๆแล้วก็ก้มลงมองเท้าตัวเอง อ้อ นี่ผมใส่คู่นี้อยู่นี่เอง ลืมไปเลย เขายิ้มขำกับความเป๋อเหลอของตน

                เลิกแอ๊บแบ๊วเถอะแก เห็นแล้วทุเรศนัยน์ตา หญิงสาวว่าเสียงกระแทก

                พี่สาวผมเนี่ย มีดีที่ฝีปากจริงๆด้วยนะครับ แล้วอย่างอื่นล่ะ มีดีบ้างหรือเปล่า เด็กหนุ่มพูดแล้วเอนหลังพิงพนักโซฟา ยกขาขึ้นไขว่ห้าง พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย น่าจับไปนั่งข้างยัยซิลิโคน จะได้เป็นนายและนางพญาอยู่ด้วยกันไปเลย

                ฉันมีปัญญาพูดกระทบแกได้อีกเยอะก็แล้วกัน แบงค์ยักไหล่

                แบงค์!” คุณยายมารศรีชักทนไม่ไหว ส่งเสียงปรามพร้อมกับสายตาอันตรายมาให้เธอ

                คุณยายน่าจะรู้แล้วนะครับ คนนี้ห้ามไปก็เท่านั้น เดมินทร์ยิ้มน้อยๆให้กับมารศรี ที่แบงค์สงสัยก็คือ ทำไมมันพูดราวกับรู้จักเธอกับครอบครัวของเธอดีอยู่แล้ว ขณะที่เธอไม่รู้สักอย่างเกี่ยวกับมัน  แล้วว่าไงครับพี่สาว เรื่องนี้ต้องตัดสินใจทันที ก่อนหกโมงเช้า ซึ่งจะครบกำหนดเวลาการเปิดพินัยกรรมของคุณพ่อ ทันทีที่เข็มสั้นชี้เลขหก เข็มยาวชี้เลขสิบสอง ก็จะหมดโอกาสตัดสินใจนะครับ

                มันรู้ดีอีกแล้ว แบงค์ชักจะหมั่นไส้ น้ำเสียงถือดี รอยยิ้มกวนประสาท กับท่านั่งเหมือนเจ้าชายนั่นมันอะไร คิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไง

                ขอปากกาหน่อย แบงค์แบมือรอ ทรงกลดรีบวางปากลงบนมือของหญิงสาว คิดว่าฉันจะปล่อยเงินมูลค่าสามสิบล้านไปได้หรือไง ไอ้กระต่ายขี้อวด เลิกวางท่าได้ละ ฉันจะเซ็น และจะเล่นเกมบ้าๆของคนบ้ากับแก ไม่ว่าไอ้คนที่ตายโหงไปน่ะ จะคิดอะไรอยู่ ฉันก็ไม่สน สิ่งที่ฉันสนมีแต่เงินเว้ย และเวลาที่ฉันอยากเอาชนะเพื่อเงิน หึๆ เอาเป็นว่า เดี๋ยวแกก็จะเห็นว่ามันเป็นยังไง หญิงสาวพูดจบ ก็เซ็นชื่อตัวเองลงบนใบสัญญา ซึ่งอาจเป็นสัญญามรณะลาตายของตัวเองก็ได้ โอเค รู้ว่าพูดเกินจริงไป แต่มันก็มีส่วนนะ เธอจะต้องเจออะไรบ้างกับการเอาขาไปติดในบ่วงเกมนี้ก็ไม่รู้  เกมของคนบ้า ที่เธอขอตั้งชื่อให้ว่า เกมพระราชา

                แบงค์ ทำไมต้องทำอย่างนี้ ทิพย์นภาจับแขนลูกสาว ถามอย่างอารมณ์เสีย

                มันไม่เสียหายอะไรหรอกแม่

                เสียหายสิ คิดว่าแม่อยากได้เงินนั่นหรือไง ถ้าเขาไม่คิดจะให้เรา ก็ไม่ต้องไปแย่งเอามา ทำไมถึงชอบทำอะไรตามอำเภอใจ ทิพย์นภาขมวดคิ้ว แสดงความโกรธในตัวลูกสาวชัดเจน

                แม่จะคิดยังไงก็เรื่องของแม่ แต่ถ้าแบงค์จะเอา ก็คือจะเอา และต่อให้ยายมาพูด แบงค์ก็ไม่ฉีกสัญญาทิ้ง และที่ทำอย่างนี้ไม่ใช่เพราะโดนไอ้กระต่ายขี้อวดนั่นยุ แบงค์มีเหตุผลของแบงค์ และมันก็ไม่เสียหายจริงๆนะแม่ มันเป็นสิทธิ์ของแม่ที่จะได้เงินนั่น ดูบ้านเขาสิ ใหญ่โตเป็นคฤหาสน์ แต่เขาก็ปล่อยให้เมียกับลูกอยู่อย่างยากจน เคยสักครั้งไหมที่เขาจะมาแล เขามาสนไหมเวลาที่แม่ต้องออกไปซื้อของแต่เช้ามืดเพื่อมาทำขนมกับยาย ตอนที่แม่เอาขนมไปขายในตลาด เขาเคยสนความลำบากของเราไหม ทั้งที่มีบ้านใหญ่โต รวยเป็นร้อยๆล้าน แบงค์ไม่ยอมให้พวกผู้ดีตีนแดงมาเอาเปรียบแม่หรอกนะ ไม่มีทางปล่อยให้แม่ไม่ได้ในสิ่งที่ควรจะได้

                หญิงสาวไม่สนใจว่าใครจะฟัง และสนใจในคำพูดของเธอมากแค่ไหน ทั้งที่ไม่อยากจะเปิดเผยเรื่องของตัวเองให้คนที่นี่ได้ยิน แต่ก็ช่างหัวมันเถอะ พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเติบโตมาอย่างธรรมดา ไม่ได้มีช้อนเงินช้อนทอง

                พูดได้ดีจังเลย เรอิเอ่ยขึ้น พร้อมส่งรอยยิ้มสดใสมาให้ คุณทรงกลด ยังมีอะไรจะแจ้งอีกหรือเปล่าคะ ฉันคิดว่าตอนนี้ทุกคนคงอยากพักผ่อนเต็มทีแล้ว ได้นอนสักสองชั่วโมง ก่อนตื่นมาจัดการเรื่องที่วัด แจ้งข่าว และรับมือกับนักข่าว ก็คงจะดีไม่น้อยเลย เรอิจงใจพูดเพื่อเบนความสนใจและเปลี่ยนเรื่อง

                เรื่องที่จะแจ้งหมดแล้วครับคุณเรอิ เหลือเพียงแค่ผมต้องมอบจดหมายที่คุณวทันยูเขียนให้คุณบัณรส

                แบงค์ตวัดสายตามองคนที่ยืนอยู่ วทันยูเขียนจดหมายถึงเธอ! คิดอยากจะสารภาพผิดอะไรกับลูกสาวหรือไงเนี่ย ทำเป็นละครไปได้

                นี่ครับ คุณบัณรส จดหมายคุณวทันยู ท่านอนุญาตให้คุณอ่านเพียงคนเดียว

                ทำอะไรลึกลับอีกแล้ว แบงค์หยิบซองสีขาวมาจากมือของคุณทนาย และก็ตัดสินใจว่าจะยังไม่อ่านในทันที ต้องรอให้ทุกคนแยกย้ายกันไปให้หมดเสียก่อน

                ถ้าอย่างนั้น เรอิพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกอย่างน่าจะจบลงได้อย่างสงบแล้ว เราทุกคนไปนอนพักกันดีไหมคะ นี่ก็เกือบจะหกโมงเช้าแล้ว นอนสักสองสามชั่วโมงค่อยตื่นมาจัดการธุระ เธอยิ้มอีกแล้ว ยิ้มอย่างเป็นมิตร ทำให้ใบหน้านั้นดูสดใส แม้จะอดนอนและอยู่ในสภาพง่วงงุนก็ตาม

                ไปสิ พักผ่อนกันเสียหน่อย วรเมธพูดอย่างเห็นด้วย ขอบคุณคุณทรงกลดมากนะครับ สำหรับการเป็นธุระในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ผมเกรงใจคุณจริงๆที่ต้องให้ทำงานล่วงเวลาแบบนี้ ถ้ายังไง คุณจะพักที่นี่สักสองสามชั่วโมงก็ได้นะครับ ผมจะให้ชลัทจัดห้องให้

                ไม่ต้องหรอกครับ คุณเมธ ผมขับรถกลับบ้านจะดีกว่า ทรงกลดบอก

                คุณทนายบอกว่าจะพาตัวเดมินทร์ไปส่งถึงบ้านเอง เพราะตอนแรกเขาก็เป็นคนพามา เมื่อทั้งสองคนไปแล้ว แบงค์ก็เห็นวรเมธกับฐิตาพรคุยกันเรื่องลูกชายนอกสมรสลับๆของวทันยู ทั้งสองคนงงเรื่องนี้พอๆกัน และรวมถึงการให้ลูกสาวกับลูกชายที่จากไปนานเล่มเกมแย่งชิงเงินสามสิบล้านกับตำแหน่งทายาทของดับเบิลยูกรุ๊ป แต่ยังไงก็เถอะ แบงค์ไม่มีอารมณ์จะมานั่งคิดเรื่องอะไรแล้ว นอกจากเตียงนอน กับการขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม

                คุณบัณรสครับ ชลัทเดินเข้ามาพูดกับเธอตรงๆเป็นครั้งแรก เมื่ออยู่ใกล้ หญิงสาวถึงได้เห็นริ้วรอยแห่งความชราบนใบหน้าอย่างค่อนข้างชัดเจน ผมจัดห้องไว้ให้คุณแล้ว ถ้าคุณอยากจะพักผ่อน กรุณาตามผมมา

                แบงค์หันไปบอกแม่กับยายว่าเธอทนลืมตาต่อไปไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าทั้งสองคนจะมีเรื่องอยากพูดกับเธอหรือไม่ เธอขอยกยอดไปไว้ตอนอื่น เธอต้องการนอนมากจริงๆ จากนั้นหญิงสาวก็เดินตามชายชราออกไปยังห้องโถงกลางที่มีโคมไฟคริสตัลห้อยอยู่ข้างบนอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นบันได หญิงสาวก็เห็นทางหางตาแวบๆว่าเจ้าของร่างสูงเหมือนนายแบบแต่งตัวเนี้ยบเพื่งเดินออกมาจากรับแขก

                ขอเวลานิดนึงนะคะ แบงค์พูดเร็วๆกับชลัท แล้วเดินย้อนกลับไป เผชิญหน้ากับเคียวที่กลางโถงพอดี

                มีอะไร เขาถามด้วยเสียงเย็นชา

                ฉันก็ไม่ได้อยากคุยกับนายหรอกน่า แบงค์ยกมือขึ้นกอดอก นายน่ะ ทำงานที่บริษัทด้วยใช่ไหม?

                ก็ใช่ แล้วจะทำไม เคียวพูดอย่างเย็นชาเหมือนเดิม

                นายก็ต้องรู้ทุกอย่างในบริษัทอย่างดีด้วยสิ จริงไหมละ นั่นแหละที่ฉันต้องการ ก่อนที่เกมไพ่สลาฟมันจะเริ่ม ผู้เล่นไม่มีสิทธิ์เลือกไพ่เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับดวงก็จริง แต่งานนี้มันไม่เหมือนกัน ฉันว่าฉันมีสิทธิ์เลือกไพ่สูงเอาไว้ก่อน แต่คงไม่มีหวังจะไปหยิบสองโพดำหรอก รายนั้นดูอยู่สูงเกินไป และท่าทางคงไม่อยากมีส่วนในเกมซะด้วย ฉันขอแค่เอทโพดำอย่างนายก็พอละ ถือว่าเป็นไพ่ใบแรกในมือ มันขึ้นอยู่กับนายแล้วละ จะยอมเป็นไพ่ในมือฉันหรือเปล่า ว่าไงล่ะ?

                เขามองหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าสิบปี ที่บอกว่าจะให้เขาเป็นไพ่ในมือ มันหมายถึงต้องการความช่วยเหลือจากเขาไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมต้องเปรียบทุกอย่างเป็นการเล่นไพ่สลาฟด้วย เขาเริ่มจะอยากรู้แล้วว่ามันเล่นยังไง คนตรงหน้าถึงได้ติดเกมนี้นัก

                ผมจะได้อะไรล่ะ? ในโลกธุรกิจ มันต้องยื่นหมูยื่นแมวนะ ดวงตาสีน้ำตาลของเขาจ้องลึกลงไปที่ดวงตาเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตัวเตี้ยกว่า

                แล้วนายหวังอะไรจากทายาทดับเบิลยูกรุ๊ปละ แบงค์พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

                หุ้นของทายาทดับเบิลยูกรุ๊ป แค่สองเปอร์เซ็นต์ก็พอแล้ว

                ไม่น้อยไปหน่อยหรือไง? หญิงสาวพูดอย่างคาดไม่ถึง

                ก็เผื่อคุณต้องหุ้นเอาไปแลก หาไพ่ในมือเพิ่มน่ะสิ คิ้วเข้มของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย และอย่าได้ดูถูกหุ้นสองเปอร์เซ็นต์ของดับเบิลยูกรุ๊ป มันมีค่าเป็นล้านได้นะ อ่านจดหมายของคุณยูซะ จะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น เขาพูดจบก็เดินผ่านตัวเธอไปเป็นการจบบทสทนา

                แบงค์ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่กลางโถง ทำไมดูเหมือนใครๆจะรู้เรื่องมากกว่าเธอไปหมดซะทุกอย่าง แบบนี้มันน่ารำคาญนะที่ถูกปล่อยให้หาคำตอบอยู่คนเดียว 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #1 Miranda Kerr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:32
    สนุกดีค่ะ  ชอบๆ
    #1
    0