เกมพระราชา

ตอนที่ 2 : คฤหาสน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ก.ค. 59






บทที่ 2 คฤหาสน์

               

                แกจะบอกชื่อเต็มๆของแกไหม? ดวงตาสีดำของแบงค์ตวัดขึ้นมองคนที่สูงกว่า ขนาดนั่งกันอยู่อย่างนี้ เธอยังสูงได้แค่ไหล่ของเขาเลย ไอ้ความสูงร้อยหกสิบเซนติเมตรของเธอเนี่ย พอมาอยู่กับเขา มันก็ดูเตี้ยไปถนัดตา และไม่รู้ทำไม เพราะคำสรรพนามของเธอล่ะมั้ง เขาถึงตวัดตามองขวางๆแบบนั้น เหมือนเธอไปถามละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวอะไรนักหนางั้นแหละ


                ทำไมคุณชอบใช้น้ำเสียงหยาบคาย เขาพูดเสียงดุ และทำหน้าเหมือนจะบอกว่า รู้บ้างไหมว่าเขาอายุมากกว่าเธอ เป็นผู้ใหญ่กว่าเธอ และเธอก็ควรจะให้ความเคารพแก่เขามากกว่านี้


                แล้วจะทำไม ในเมื่อแกเป็นขี้ข้าพ่อฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือไง คำพูดของเธอฟังดูน่าตบ และทำให้คนถูกยั่วโมโหมองเธออย่างดุดันยิ่งกว่าเดิม โอ้ ฉันขอโทษละกัน ไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคายถึงขนาดนี้หรอกนะ ฉันเป็นพวกคิดไรก็พูด พูดทุกอย่างที่คิด แต่ไม่ได้คิดทุกอย่างที่พูด ช่างมันเถอะ ตกลงจะบอกไหม ชื่อเต็มๆของนายน่ะ นี่อุตส่าห์เปลี่ยนจาก แกเป็น นายแล้วนะ โอเคยังอะ?


                เขาพ่นลมออกทางจมูกอย่างสะกดอารมณ์ แบงค์เลื่อนสายตามองเสื้อสูทของเขา ข้างในนอกจากมีโทรศัพท์มือถือแล้ว มันจะมีปืนเหมือนในหนังหรือเปล่านะ ว่าแต่ นี่เธอคิดอะไรไร้สาระก็ไม่รู้นะ ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถแล้ว ดูเหมือนจะไม่สนใจข่าวร้ายที่เพิ่งได้ยินเลยสักนิด พ่อของเธอตายไปแล้ว ก็แหม เธอรู้จักพ่อซะทีไหน จะให้มาร้องไห้เสียใจให้คนที่ไม่รู้จักมันก็กระไรอยู่ 


                ผมใช้นามสกุลเดียวกับพ่อคุณ


                หา!!” แบงค์ไม่คิดจะปกปิดความแปลกใจของตัวเอง และไม่สะกดน้ำเสียงให้เบาด้วย เสียงของเธอคงดังออกไปนอกรถได้แน่ แล้วนี่นายเป็นอะไรกับพะ... เอ่อ กับเขาละ ไอ้จะเรียกว่าพ่อมันก็สุดแสนจะกระดากปาก ทั้งชีวิตเคยเอ่ยคำว่า พ่อซะที่ไหนกันเล่า เวลาพูดจริงจังแบบนี้ ไม่เหมือนเวลายกมาอ้างเพื่อกวนโมโหคนแถวนี้ซะด้วย


                ผมเป็นเหมือนลูกบุญธรรม


                เขาใช้คำว่า เหมือนเป็นก็แสดงว่า มันมีอะไรคลุมเครือละมั้ง แบงค์ทำหน้ามุ่ยๆ ซึ่งไอ้หน้าตาแบบนี้ เพื่อนทอมของเธอมันเคยบอกว่า หน้าแกเหมือนปวดขี้เลยหว่ะช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยว่าหน้าปวดขี้นี่แหละ มันคือหน้าตาครุ่นคิดนะเว้ยเฮ้ย แสดงว่าคนๆนั้นกำลังจมสู่สมาธิอันล้ำลึก หญิงสาวลอบสำรวจเขาอีกครั้ง ลูกครึ่งชัวร์ งานนี้ฟันธง แต่จะครึ่งอะไรนั้น ยังฟันไม่ถูกธง เธอไล่สายตามองที่ข้อมือ โอ้โหเฮะ นั่นโรแลกซ์หรือเปล่า ของแท้หรือของปลอม คนดูไม่เป็น ไม่กล้าฟันธง นี่ขนาดลูกน้อง และเหมือนจะเป็นลูกบุญธรรม ยังมีสูทราคาแพง นั่งรถโก้ มีคนขับให้แบบนี้ พ่อเธอไม่ธรรมดาแน่


                เขาทำธุรกิจอะไร วทันยู วิจิตรการ คนนั้นน่ะ


                ทำไมถึงคิดว่าว่าเขาทำธุรกิจล่ะ ใบหน้าคมนั้นผินมาหาเธอช้าๆ แววตานั้นดูเหมือนอยากจะลองภูมิกันนิดๆ โอ้โห ขอมาแบบนี้ แบงค์ก็จะจัดให้ จัดไป


                ถามจริงเหอะ นายคิดว่าฉันโง่หรือไง แบงค์ขมวดคิ้ว ดูสูทนายสิ ดูนาฬิกาข้อมือนาย ไอ้รถสุดหรูนี่อีก เบาะอย่างนิ่ม มีทีวีในรถ เริ่ดสะแมนแตนซะขนาดนี้ มันบอกเลยว่าวทันยูต้องโคตะระรวย และไอ้คนรวยเนี่ย มันก็มีอยู่ไม่กี่ประเภทหรอก นักการเมือง นักธุรกิจ หรือมาเฟีย อ่ะ ว่ามาสิ ตกลงเขาทำงานอะไร ถึงมีปัญญาจ่ายลูกน้องอย่างนายให้มีปัญญาซื้อสูทราคาแพงกับนาฬิกาสุดโก้อย่างนั้นได้ และจะว่ากันตามจริงนะ นี่มันตีสามแล้วนะเว้ย เออ ตีสามครึ่งเข้าไปละ แค่จะมารับฉันเนี่ย ไม่ต้องเต๊ะท่าแต่งตัวโอเวอร์นักก็ได้ เห็นแล้วขัดลูกตาหว่ะ ฉันไม่ได้เกลียดคนรวย แต่รู้ไหมว่าพวกนายทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากแค่ไหน ไอ้ประเภท เสื้อผ้าตัวนึงเป็นพัน กระเป๋าราคาเป็นหมื่น! แล้วก็เลิกจ้องเหมือนฉันเป็นตัวประหลาดด้วย ฉันรู้ว่า ตัวเองอ้วน คล้ำ ปากหมา พูดมาก  แต่ฉันไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวนะ


                เธอพูดติดต่อกันรัวเร็ว แต่ไม่มีท่าทางจะหอบหายใจเลยสักนิด คงเคยพูดเป็นชุดแบบนี้อยู่บ่อยครั้งแล้ว และตลอดทั้งชีวิตของชายหนุ่ม เขาก็ไม่เคยเจออะไรที่มันไม่เข้ากับสถานการณ์มากเท่าผู้หญิงคนนี้ ไม่รู้ว่าเจ้านายเขาคิดยังไง ถึงจะลากเธอกลับเข้าตระกูล


                เคยได้ยินชื่อ ดับเบิลยู จิเวลรี่ ไหม? เขายังคงวางน้ำเสียงสงบราบเรียบ


                ไม่


                เขาไม่แปลกใจกับคำตอบปฎิเสธทันควันของเธอ ดูจากท่าทางแล้ว คนอย่างเธอคงไม่มีปัญญาซื้อจิเวลรี่สักชิ้นไว้ประดับกาย และจากที่เขาเห็นแม่กับยายเธอก่อนหน้านี้ ก็พอจะรู้ได้ว่าเธอเติบโตมาจากโลกที่แตกต่างจากโลกของดับเบิลยู จิเวลรี่อย่างสิ้นเชิง แล้วอย่างนี้จะไหวแน่หรือ ไม่ว่าคนๆนั้นจะคิดอะไรอยู่ หวังว่าคงมีเหตุผลที่ดีที่ตามลูกสาวของตัวเองกลับไป เพื่อให้พบกับฝันร้าย


                มันคือบริษัทออกแบบและผลิตจิเวลรี่รายใหญ่ที่สุดในเมืองไทย งานของเราขึ้นชื่อเรื่องความประณีตและเรียบเก๋มีสไตล์ ดารา และนางแบบจากต่างชาติยังชื่นชอบผลงานของเรา มันคือบริษัทที่คุณปู่ทวดของคุณก่อตั้ง และประธานคนล่าสุดก็คือพ่อของคุณ


                แต่เขาตายแล้วนี่ น้ำเสียงของหญิงสาวแข็งกระด้างขึ้นนิดหน่อย เขาจะเอาอะไรจากฉันละ พอตายแล้ว ก็มีคำสั่งจากทนายให้เรียกฉันด้วยหรือไง ทำไมละ? จะให้มรดกเป็นบ้าน รถ หรือที่ดินอย่างนั้นสิ เป็นปลื้มชะมัด นี่บุญหล่นทับฉันจริงๆสินะ เธอหัวเราะแห้งๆ ดูไม่ได้ดีใจเหมือนอย่างที่ปากพูด พ่อที่แทบจะไม่รู้จัก พอตายแล้วถึงเพิ่งจะเรียกหาเธออย่างนั้นหรือ ละครไปหน่อยไหม นี่เขาดูหนังเกาหลีหรือละครไทยบ่อยงั้นสิ ถ้าเขารวยล้นฟ้าขนาดนี้ ตอนที่ยายของเธอต้องงัดเครื่องเพชรของคุณยายทวดมาขายเพื่อเป็นค่าผ่อนบ้านหลังเล็กที่ชลบุรี พ่อของเธอไปอยู่ซะที่ไหนกันล่ะ คิดแล้วมันก็น่าดราม่าตะโกนด่าใส่ศพพ่อตัวเองจริงๆ


                มันมีเงื่อนไขบางอย่างในพินัยกรรม เคียวยังคงพูดต่อ ถึงเขาจะสังเกตได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของคู่สนทนา ทนายของครอบครัวยืนยันว่าจะต้องเปิดพินัยกรรมหลังจากท่านเสียชีวิต ภายในหกชั่วโมง และทุกคนที่ใช้นามสกุลวิจิตรการต้องอยู่พร้อมหน้า...


                ฉันไม่ได้ใช้นามสกุลนั่น หญิงสาวแย้งขึ้น พลางเบือนหน้าไปทางหน้าต่างรถ


                ก็ใช่ แต่พ่อคุณระบุเป็นพิเศษว่ายังไง คุณก็ต้องอยู่ที่นั่นด้วย พร้อมกับลูกบุญธรรมของท่านอีกหนึ่งคน


                นี่พ่อฉันนอกจากไข่ทิ้งแล้ว ยังเอานามสกุลตัวเองแจกไปทั่วอีกงั้นหรอ ทำไมเขาต้องมี ลูกเอาไว้เยอะแยะขนาดนั้น หญิงสาวไม่เข้าใจเลย ทั้งเธอ ผู้ชายที่ชื่อเคียว ซึ่งดูยังไงก็น่าจะเป็นคนที่เขาชุบเลี้ยงมา แล้วก็ยังมีลูกบุญธรรมอีกหนึ่ง ถ้าไปถึงบ้านของพ่อแล้ว เธอจะเจอสายเลือดพ่อเดียวกันอีกหรือเปล่านะ ยังไงเขาก็ต้องแต่งงานใหม่บ้าง น่าจะมีลูกเพิ่มอีกสักคน  หรือเพราะว่านอกจากเธอ เขาก็ไม่มีลูกอีกเลย เขาถึงต้องมีลูกบุญธรรมไว้ตั้งสองคนอย่างนั้น


                แล้วนายพอจะรู้เรื่องเขากับแม่ฉันไหม อย่างเช่นทำไมแม่ฉันต้องระเห็จกลับไปอยู่กับยายฉัน หญิงสาวพูดถึงเรื่องที่เธออยากรู้มานาน


                ผมไม่รู้


                “โกหก!” แบงค์สวนขึ้นทันที น้ำเสียงคาดคั้นรุนแรง ทำไมเธอถึงรู้ว่าโกหกอย่างนั้นหรือ มันก็ไม่ได้ยากอะไรหรอก เธอชอบนั่งสังเกตผู้คนอยู่แล้ว คนเราเวลาโกหก สีหน้าจะต้องเปลี่ยนไป ต่อให้กลบมิดแค่ไหน หรือฉาบไว้ด้วยปูนสิบชั้น หรือจะมีกำแพงน้ำแข็งอย่างหมอนี่ แต่มันก็ยังจับได้อยู่ดี ก็บอกไปแล้วนะว่าอย่าคิดว่าเธอจะโง่ ถึงหน้าตาจะดูอึนๆเมาๆเบลอๆ คล้ายคนโง่ แต่นี่มันหน้าตาครุ่นคริดของเธอเว้ย


                นายเป็นขี้ข้า ก็แค่คนมาขออาศัยใช้นามสกุล ไม่มีสิทธิ์โกหกคนที่มีสายเลือดวิจิตรการ อมพะนำอะไรอยู่ก็พูดออกมาให้หมด หน้าที่นายตอนนี้คือตอบคำถามฉัน และอย่าโกหก


                เคียว มองคนที่วางตัวอย่างกับเป็น นายหญิงคนใหม่แห่ง ดับเบิลยูกรุ๊ป ดวงตาสีดำสนิทแข็งกร้าว ราวกับดวงตาของเหยี่ยว มันทำให้เขานึกถึงสายตาของผู้ชายอีกคนหนึ่งขึ้นมา สองคนนี้พ่อลูกกันไม่ผิดตัวแน่ บรรยากาศคุกรุ่น และสายตาเฉียบไวที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาโกหกแบบนั้น บัณรสได้ ดวงตาเหยี่ยวมาจากพ่อของเธอเต็มๆ โดยที่เธออาจไม่รู้ตัวเลย เขาสิ แปลกใจยิ่งกว่า


                ครั้งแรกที่เห็น ตั้งแต่เดินเข้าไปในบ้านเช่าหลังนั้น เห็นสภาพเพื่อนของเธอคนหนึ่งนอนเมาอยู่กลางโถง ส่วนเธอยืนอยู่ตรงนั้น ด้านหลังมีผ้าปูสีแดงและเกมไพ่ที่ยังเล่นไม่จบ เธอดูมอมแมม หน้ามันเยิ้ม ผมยุ่งๆ ใบหน้ากลมๆก็ดูซื่อบื้อ แถมยังมองเขาตาค้าง เหมือนกับผู้หญิงทุกคนที่เจอเขาครั้งแรก พวกหล่อนมักจะตกตะลึง จากนั้นก็เขินอาย บางคนก็กล้าที่จะเข้ามาเสนอตัว แต่เธอก็แค่ตะลึงมองเพียงครู่ ก่อนจะไล่มองเขาทุกกระเบียดนิ้ว เขาเกลียดสายตาประเมินของเธอเป็นบ้า ทุกทีเขาไม่เคยรู้สึกสะทกสะท้านเวลาใครมอง แต่ท่าทางของเธอ ราวกับกำลังให้คะแนนก็ไม่ปาน


                แล้วยังมีสายตาเมื่อสักครู่ ตอนที่เขาพูดว่า ไม่รู้เธอมองเขาแค่แวบเดียว และเขาก็เห็นริมฝีปากของเธอยกขึ้นน้อยๆก่อนจะประกาศกร้าวว่าเขาโกหก  น้ำเสียงออกคำสั่ง กับเน้นเสียงตรงคำว่าขี้ข้า พร้อมทั้งออกคำสั่งเด็ดขาดเหมือนคนๆนั้นไม่มีผิด


                ทั้งที่เติบโตในที่ห่างไกล ห่างจากพ่อแท้ๆของตัวเอง ก็ยังเหมือนได้ขนาดนี้ ถ้าวทันยูเลี้ยงเธอไว้ใกล้ตัว เธอจะโตขึ้นมาเป็นแบบไหนกัน


                ที่นายเงียบไปเนี่ย คือกำลังคิดว่า ฉันไม่หมูอย่างที่นายคิดละสิ ถึงรูปร่างเธอจะใกล้เคียงกับหมูก็เถอะนะ มันก็ยังไม่ใช่ขนาดนั้น เธอแค่ท้วมระยะสุดท้ายเอง พอพูดแล้วก็หงุดหงิดตัวเองนิดๆ ทำไมเธอต้องใช้คำว่า หมูมาพูดถึงตัวเองให้รู้สึกเจ็บใจเล่นกันเนี่ย


                ผมคิดว่าคำถามที่คุณถาม ควรจะเก็บไว้ถามแม่ของคุณเอง


                เล่นอย่างนี้ก็เจ็บสิ เน้นตรงคำว่า แม่เหมือนจะหลอกด่าแม่ยังไงไม่รู้ บางทีเธออาจจะคิดไปเอง แต่มันดูเป็นแบบนั้นจริงๆนะ นี่กะจะล่อให้เธอสงสัยหรือไง ก็ยอมรับละว่าสำเร็จ เธอสงสัยจริงๆนั่นแหละ แต่ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนเธอจะไปทำให้ คนหล่อลากดินเกลียดขี้หน้าเธอเข้าให้แล้ว คงเพราะเธอเล่นแรงไปหน่อย เรื่องที่พูดว่า ขี้ข้าอะไรนั่น แล้วยังทำท่าอวดดีเกินไปอีก


                เอาละ หญิงสาวพูดขึ้นมาอย่างใจเย็น ฉันขอโทษนะ แต่นายก็ต้องมองในมุมของฉันสิ  จริงๆฉันเพิ่งซัดไปหลายก๊ง กลิ่นละมุดยังหึ่งเลย นายไม่ได้กลิ่นบ้างหรอ? แล้วนายก็โผล่มา คือผู้หญิงแบบฉันเนี่ย ไม่ค่อยได้เจอคนหล่อลากไส้อย่างนายหรอกนะ แล้วอยู่ๆฉันก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีพ่อ ไม่ได้เกิดจากพระพรายเหมือนหนุมาน มันก็ต้องมีหงุดหงิดกันบ้าง ฉันชวดเงินห้าร้อยที่พนันกับเพื่อนไว้ด้วย นายเห็นผ้าแดงๆที่ปูไว้กลางบ้านปะละ นั่นน่ะ ฉันนั่งเล่นไพ่กับเพื่อนอยู่ พนันกันต้องห้าร้าย แล้ว...


                คุณบอกว่า ชวดเงินแสดงว่า คิดว่าตัวเองจะชนะแน่ๆงั้นสิ น้ำเสียงของเขามีแววหมั่นไส้


                แหะๆ หญิงสาวยิ้มแล้วหัวเราะ ก็ประมาณนั้นละมั้ง ถ้าเป็นไพ่สลาฟ ฉันไม่เคยแพ้หรอก อย่างน้อยก็ไม่เคยต้องเป็นสลาฟแน่นอนละ เป็นต่ำสุดก็แค่รองทาส ก็เคยเป็นทาสครั้งนึงเหมือนกัน แต่ก็พลิกมาเป็นประชาชนได้นะ ชายหนุ่มที่นั่งฟังได้แต่เลิกคิ้วมอง เขาไม่ได้เล่นไพ่ และไม่รู้จักไพ่ชนิดนั้นด้วยซ้ำ


                ไพ่สลาฟ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีผู้เล่นห้าคน และเมื่อจบหนึ่งเกม ก็จะได้ คิง ควีน ประชากร รองทาส และสลาฟหรือทาส ซึ่งในตาต่อไป คนเป็นทาสจะต้องมอบไพ่สูงที่สุดในมือให้กับคิง และรองทาสจะต้องมอบไพ่สูงสุดในมือให้กับควีน 


                คุณอาของคุณ เขาชอบเล่น ถ้าผ่านเรื่องยุ่งๆไปแล้ว ก็ลองชวนเล่นดูแล้วกัน


                ฉันมีคุณอาด้วย หญิงสาวพูดเหมือนจะทวนคำมากกว่า นายช่วยให้ข้อมูลมากกว่านี้ได้ไหม? ฉันอยากรู้จักทุกคนในครอบครัว ทุกคนที่เกี่ยวข้อง


                ยังไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มที่นั่งด้านข้างก็หยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมาจากด้านล่าง มันวางพิงเบาะฝั่งเขาอยู่ หมอนี่ สั่งให้ทำอะไรก็ทำทุกอย่างเลยแฮะ แบงค์มองตามเขาทุกอิริยาบถ แล้วถ้าเธอไม่เอ่ยถาม เขาจะเอาให้ดูไหม แสดงว่าต้องเตรียมข้อมูลทุกคนมาให้อยู่แล้ว แต่รอให้เธอถามงั้นสิ ถึงจะเอาให้ดู ทำไมต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากขนาดนั้นด้วยนะ เธอมองนิ้วมือเรียวยาวของเขาหยิบแฟ้นออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เธอ มันเป็นแฟ้มสีดำที่ไม่ได้หนามาก แต่น่าจะมีข้อมูลของทุกคนในครอบครัวอย่างครบถ้วน


                อ่านซะ คุณมีเวลาอีกสามสิบนาที ก่อนถึงบ้านวิจิตรการ


                พูดเป็นเล่น จะให้จำหน้าทุกคนและประวัติทุกอย่างในสามสิบนาทีหรอ หญิงสาวเปิดผ่านๆ แต่มันไม่ยักจะมีประวัติของตัวเขาแฮะ


                แล้วประวัติของนายอยู่ไหนละ ทุกคนในนี้นามสกุลวิจิตรการ นายก็นามสกุลนี้ มันควรจะมีของนายด้วยไม่ใช่หรือไง? แบงค์เหลือบสายตามองใบหน้าคมคายที่มองตรงไปข้างหน้า ดูเหมือนจะไม่สนใจในสิ่งที่เธอพูด เอาแต่เก๊กปั้นหน้าเย็นชาอยู่ได้ คิดว่าหล่อหรือไง ไม่ถามก็ไม่ถาม ไม่เอาให้ดูก็ช่าง ทำตัวน่าสงสัยแบบนี้ มันยิ่งกระตุ้นต่อมอยากรู้ เธอมันพวกขี้สงสัย อยู่เฉยไม่ได้ซะด้วย


                สามสิบนาทีที่เหลือบนรถ แบงค์อ่านประวัติของพวกเขา แต่ละคนไม่ใช่เล่นๆเลย โดยเฉพาะตัวพ่อของเธอ และคุณอา พวกเขาทำให้บริษัทขยายออกนอกเอเซียได้ และเริ่มติดต่อธุรกิจกับทางอเมริกา ถือว่าไม่เลวเลย ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่แล้ววันนี้ คืนนี้ พ่อของเธอก็จบชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย ถ้านี่เป็นการฆาตกรรม มันก็มีหลายคนอยู่นะที่น่าสงสัย รวมถึงคุณอาของเธอเองด้วย และแม้แต่คนที่นั่งอยู่ข้างเธอตอนนี้ จะตัดออกไปไม่ได้เด็ดขาด


                มันคือ การตาย มูลค่ากว่าร้อยล้าน มีหลายคนที่จะได้ผลประโยชน์จากการตายของวทันยูในครั้งนี้ แม้แต่เธอเองก็ด้วย ทั้งเธอ แม่ และยาย ถ้าต้องไปนั่งฟังการเปิดพินัยกรรม นั่นก็หมายความว่า เธอจะต้องได้มรดกอะไรบ้าง สักชิ้นนั่นแหละนะ หญิงสาวปิดแฟ้มดังฉับ ก่อนจะหันไปหาเจ้าของแฟ้ม


                ฉันขอเก็บมันไว้ได้ไหม แบงค์ถาม


                อ่านรอบเดียวแล้วจำไม่ได้งั้นหรอ?


                ฉันไม่ใช่อัจฉริยะนี่โว้ย! แค่จำหน้ากับชื่อให้ตรงกันก็เก่งแล้ว ไอ้ที่เหลือเก็บไว้ก่อนละกัน ตอนนี้ยังเบลออยู่นิดๆ ใครจะไปจำข้อมูลได้หมด เธอพูดอย่างหงุดหงิด วางแฟ้มไว้บนตัก


                คำพูดคำจาของเธอทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ ทำไมต้องมี วะ’ ‘เว้ย’ ‘โว้ยต่อท้ายแทบจะทุกประโยคด้วย นี่เธอพูดจาสุภาพแบบปัญญาชนไม่ได้หรือยังไง ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นหัวสูงอะไรมากมายนักหรอก แต่เป็นผู้หญิง มันก็ควรพูดจาให้ดูนอบน้อมสมเพศเสียหน่อย ไม่ใช่ดูก๋ากั่นเหมือนผู้ชายแบบนั้น เห็นแล้วมันน่าจับมาดัดสันดานซะให้เข็ด ถ้าเขาไม่ใช่ คนรับใช้กิตติมศักดิ์ของบ้านวิจิตรการและได้รับคำสั่งมา เขาไม่มีวันเข้าใกล้ผู้หญิงแบบนี้เด็ดขาด สวยก็ไม่สวย แถมยังท้วม ผิวคล้ำ หน้ากลม หัวยุ่ง ไร้เสน่ห์สิ้นเชิง ถ้าหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มบอบบาง แล้วทำตัวแบบนี้ อาจจะยังพอให้อภัยกันได้ แต่นี่... ไร้ความน่ามอง แถมยังทำให้หงุดหงิดอีก


                เคียวไม่ได้พูดอะไรกับเธออีก จนกระทั่งรถยนต์มาจอดอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดทรงสูง มีตัว W ขนาดใหญ่ประดับอยู่ตรงกลาง หญิงสาวลดกระจกหน้าต่างลง และชะเง้อคอออกไปมอง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น พจมานในเรื่องบ้านทรายทองไม่มีผิด แทบอยากจะร้องเพลง นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทอง ที่ฉันปองมาสู่ ฉันยังไม่รู้ เขาจะต้อนรับ ขับสู้เพียงไหนเพลงมันตรงใจชะมัด แบบว่าโดดเด้งเข้ามาในหัวทันทีเลย  เธอไม่รู้ว่าจะเจอคนลักษณะนิสัยยังไง และพวกเขาจะมองเธอเป็นยังไง ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปที่นั่น


                นี่มันใหญ่ยิ่งกว่าคฤหาสน์ของ บรูซ เวย์นพระเอกแบทแมนซะอีกนะ แถมยังสร้างเป็นทรงยุโรปอย่างสวยเสียด้วย ถ้ามีหอคอยข้างหลังหน่อย เธอคงคิดว่านี่เป็นปราสาทไม่ใช่คฤหาสน์ ไม่ว่าพ่อของเธอจะเป็นคนยังไง ก็แลดูมีรสนิยมพิลึกอยู่ คฤหาสน์สไตล์ยุโรปตั้งอยู่กลางซอยในเขตชุมชนเนี่ยนะ ให้ตายดิ้นเหอะ ใช้สมองส่วนไหนคิด ไม่คิดว่าชาวบ้านแถวนี้จะหมั่นไส้เอาบ้างเลยหรือไง และที่นี่มันประเทศไทย แถวนี้ก็ยังมีสวนมะพร้าวเหลืออยู่ให้เห็น แต่ดันทะลึ่งสร้างคฤหาสน์ยุโรปไว้กลางซอยแบบนี้ บอกตรงๆ พิลึก แต่อย่างว่า คนรวยทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดนี่น่า


                ประตูรั้วเหล็กดัดเลื่อนเปิด ท่าทางมันจะเป็นประตูไฟฟ้า แบบว่าแค่คลิกรีโมตครั้งเดียว ประตูก็เปิดเอง ไม่ต้องให้คนใช้ที่ไหนวิ่งมาเปิดให้ ก็สะดวกไปอีกแบบ หญิงสาวเอาแขนวางเท้ากับขอบหน้าต่าง และวางคางมนๆลงบนแขนทั้งสองข้าง มองสวนหน้าบ้านวิจิตรการ ราวกับภาพวาดบนโปสการ์ด และเหมือนกับพระราชวังอะไรสักอย่างเลยแหละ น้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง มีเสาโรมันด้วยนะเออ แบงค์เห็นแล้วรู้สึกขยาด และคิดถึงบ้านทรงไทยที่ชลบุรี บ้านทรงไทยของคุณยายที่ถูกขายไปแล้ว เพราะต้องเอาเงินนั่นไปจัดการกับหนี้สินของคุณตาที่ทิ้งไว้ก่อนตาย ยังไงเธอก็ชอบอะไรแบบไทย มากกว่าอะไรที่มันดู โอเวอร์อยู่ผิดที่ผิดทางอย่างคฤหาสน์ W แห่งนี้


                รถจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ที่เปิดกว้างรอคอยอยู่แล้ว แบงค์สูดลมหายใจเข้าปอดและเปิดประตูรถ เธอไม่จำเป็นต้องเต๊ะท่าเป็นลูกคุณหนูรอให้ใครมาเปิดประตูให้หรอก จะว่าไปก็ไม่เข้าใจพวกคนรวยในข้อนี้จริงๆ ไม่มีมือเปิดประตูเองหรือไงวะ หรือว่ามือมันไม่มีแรง มีแรงแค่เวลาหยิบบัตรเครดิตมารูดจ่ายค่ากระเป๋ากับเสื้อผ้าแพงๆ คิดแล้วก็หงุดหงิดนิดหน่อยทุกที


                แบงค์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่บันไดหน้าคฤหาสน์ มองเข้าไปเห็นโถงกลางที่เหมือนภาพในละครไม่มีผิด เอาว่าแค่โถงกลางเนี่ย อยากรู้จริง เสียเงินไปกี่ล้าน ถึงได้หรูหรามากมายขนาดนี้ มีบันไดเวียนทอดยาวลงมาทางฝั่งขวา ปูพรมอย่างดี พร้อมกับของประดับตกแต่งรอบโถง ไหนจะโคมไฟคริสตัลด้านบนอีก ก็พอรู้ว่าทำบริษัทจิวเวอรี่ แต่ไม่ต้องให้มันขนาดนี้ก็ได้มั้ง นี่มันบ้านหรือพิพิธภัณฑ์พระราชวังไม่ทราบ นี่ขนาดแค่บ้านนะ ถ้าที่บริษัทจะเป็นยังไง


                ถามหน่อยสิ แบงค์หันไปหาผู้ชายที่เพิ่งลงจากรถและเดินมาอยู่ข้างๆเธอ นี่ทำแค่จิเวลรี่จริงๆหรอ ครอบครัวเนี้ย มันไม่ดูโอเวอร์ไปหน่อยหรือไง


                บรรพบุรุษต้นสายตระกูลวิจิตรการ สืบเชื้อสายจากคนปลายแถวของราชวงศ์ และยังได้เดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษพร้อมกับพระสหายของพระราชโอรสในรัชกาลที่ห้า เขาคนนั้นแต่งงานกับผู้ดีสาวชาวอังกฤษ และพาเธอกลับมาอยู่ที่เมืองไทย คฤหาสน์ดับเบิลยูมีมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้วเพื่อรับรองเจ้าสาวจากอังกฤษคนนั้น นี่คือเรือนหออายุมากกว่าร้อยปี ผ่านการบูรณะมาเยอะแล้ว คุณพ่อของคุณยังเลือกที่จะคงความเป็นสไตล์ยุโรปของที่นี่เอาไว้ และในทุกเดือนธันวาคมของทุกปี คฤหาสน์หลังนี้จะเปิดให้เข้าชมได้ เอาละ อย่าเสียเวลาอยู่เลย ครอบครัวของคุณกำลังรออยู่


                แบงค์ยังตกตะลึงอ้าปากค้าง ฟังจบแล้ว บอกตามตรง ตึ๊บเลยหว่ะ!’   

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น