[Fic Sherlock BBC] A Study in Indigo

ตอนที่ 9 : After the fall

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    21 ต.ค. 59



A Study in Indigo



Chapter 9: After the fall

                         เฮเธอร์ เบลล์ คิดว่าในที่สุดเธอก็ลืมเขาได้แล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง และไม่มีน้ำตาซึมๆที่หัวตา พร้อมเต็มที่สำหรับการทำงาน แต่แล้วระหว่างที่กำลังแต่งตัว หวีผม หรือใส่ถุงเท้า เรื่องบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว จากวันที่สดใส ก็กลายเป็นวันที่หม่นหมองไปในบัดดล จะดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อไปถึงที่ทำงาน บ้านพักคนชรา กลายเป็นแหล่งหลบซ่อน ที่พักพิงทางใจ หรือจะอะไรก็ช่างเถอะ เธอแค่รู้สึกว่าอาการของเธอดีขึ้น อาจปลงตก เพราะยังไงซะ คนเราก็ต้องตายสักวันหนึ่ง และการอยู่ใกล้ความตายเพียงนิดเดียว ทำให้เธอมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ มีพบ และจากลา


                โอ้ ไม่หรอก เธอไม่มีวันทำใจได้ ทั้งเรื่องเบน เดแลนด์ ไอริส เบลล์ และเชอร์ล็อค โฮล์มส์ บุคคลทั้งสามที่มีความหมายกับเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด พวกเขาจากเธอไปแล้ว ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เบน ถูกฆาตกรรมโดยอาชญากรที่ชั่วร้ายที่สุด แม้แต่จะเอ่ยชื่อออกมา เฮเธอร์ยังรู้สึกขยาดและขยะแขยงไปในคราวเดียวกัน เบนเป็นเพื่อนรักของเธอ อดีตแฟนหนุ่ม ถึงเขาจะหลอกเธอมาตลอดว่าเขาชอบผู้หญิงก็ตาม เธอก็ยังรักเขาอยู่ดี และเจ็บปวดทุกครั้งที่หวนนึกถึง ไอริส พี่สาวของเธอไม่ได้ตาย แค่ไม่ลงรอยกัน และไม่ได้พูดกันมาสองปีแล้ว ต้นเหตุมาจากเรื่องริชาร์ด บรูค ไอริสไม่เชื่อว่าริชาร์ดคืออาชญากรคนนั้น ไม่ว่ายังไงก็ไม่เชื่อ บอกอีกว่า จริงๆแล้วเชอร์ล็อคจ้างริชาร์ดให้เล่นละครเป็นมอริอาร์ตี้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นข่าวอื้อฉาวที่สุดในวงการตำรวจและนักสืบ เมื่อนักสืบที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างเชอร์ล็อค โฮล์มส์ เป็นแค่คนหลอกลวง เฮเธอร์ไม่มีวันเชื่อแบบนั้น ไม่มีวัน และนั่นคือต้นเหตุของความไม่ลงรอยกับพี่สาว ถ้อยคำแย่ๆที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน หรือพูดออกไป พร่างพรูออกมา และพวกเขาก็กลายเป็นคนแปลกหน้า แม้แต่เวลาไปเยี่ยมพ่อกับแม่ ก็พยายามเลี่ยงที่จะไม่ไปตรงกัน


                เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ผู้ชายที่จนบัดนี้เฮเธอร์ก็ไม่แน่ใจว่ารู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่ บางครั้งเธอก็ทั้งชอบและชื่นชมในความสามารถของเขา แต่บางครั้งเขาก็น่าหงุดหงิดจริงๆ ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่นึกถึง เฮเธอร์จะมีรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่า เขาไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว สีสันทุกอย่างบนใบหน้าของเธอก็เหมือนจะเปลี่ยนเป็นสีซีดขาว ไร้ชีวิตชีวา


                ทุกคนบอกว่าเขาฆ่าตัวตาย เขากระโดดลงจากตึก และนั่นก็คือสิ่งที่เธอได้เห็นเองกับตาเช่นกัน วันที่เกิดเรื่อง เธออยู่ด้วย แต่ไม่ได้อยู่กับเชอร์ล็อค เพราะได้รับโทรศัพท์ว่ามิสซิสฮัดสันถูกทำร้าย เฮเธอร์จึงเปลี่ยนเป้าหมาย จากการจะไปหาเชอร์ล็อคที่แผนกนิติเวชในเซนต์บาร์ธ เธอตรงไปเบเกอร์สตรีทแทน พบจอห์นที่นั่น ซึ่งกำลังงงเป็นไก่ตาแตก เพราะมิสซิสฮัดสันปลอดภัยดีทุกอย่าง จอห์นกับเฮเธอร์มองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะรีบเรียกแท็กซี่กลับไปที่เซนต์บาร์ธ และที่นั่นเอง เธอได้เห็นเชอร์ล็อค โฮล์มส์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงจากตึก นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเท้า ภาพนั้น ไม่ใช่ภาพที่เฮเธอร์คิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายแบบเขา เขาดูช่างมั่นใจ ชาญฉลาด ไม่น่าจะมีอะไรทำลายเขาได้


                จอห์นเล่าให้ฟังว่าเขาพูดอะไรทางโทรศัพท์ก่อนจะกระโดดลงมา เขาพูดว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องหลอกลวง แต่ทั้งจอห์น เฮเธอร์ และมิสซิสฮัดสัน ไม่มีวันที่จะเชื่อแบบนั้น


                เฮเธอร์ไม่ได้ไปงานศพ เธอใช้เวลาหมดไปกับการขลุกตัวอยู่เงียบๆ นั่งเหม่อลอย ไม่กินอะไร แล้วก็ทะเลาะกับไอริสจนมองหน้ากันไม่ติดอีกแล้ว จากนั้นเธอก็ย้ายออกจากอพาร์ทเมนต์เดิม เพราะคงสู้ค่าเช่าด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว เริ่มงานอาสาสมัครดูแลคนชราในบ้านพักและตามโรงพยาบาล ได้ค่าตอบแทนมากพอที่จะอยู่ได้โดยไม่ขัดสน พร้อมกับห้องเช่าราคาถูกแถวอีสต์เอนด์ที่เพื่อนอาสาสมัครแนะนำให้ จนป่านนี้ สองปีแล้ว เธอก็ยังทำงานเดิม ตื่นแต่เช้า ไปบ้านพักคนชราเป็นที่แรก จากนั้นตอนบ่ายก็ไปโรงพยาบาล และอยู่ยาวไปจนถึงสองทุ่มในบางวัน


                เธอยังติดต่อกับจอห์น และมิสซิสฮัดสัน แต่ก็ไม่เคยกลับไปเหยียบเบเกอร์สตรีทอีกเลย ราวกับที่นั่นกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับเธอแล้ว เฮเธอร์อยากจะก้าวต่อไป เธอเริ่มอ่านหนังสืออย่างหนัก ตั้งใจจะชิงทุนเรียนต่อปริญญาโท ทุกคนต้องก้าวต่อ


                เสียงโทรศัพท์ของเธอดัง ขณะที่กำลังเดินออกไปบนถนน มุ่งหน้าไปยังบ้านพักคนชรา พลางคิดว่าวันนี้จะเล่นเกมอะไรกับมิสเตอร์เพอร์คินส์ ชายวัยเจ็ดสิบแปดที่เธอดูแลอยู่ เฮเธอร์หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าสะพายข้างสีแดง จอห์น วัตสันโทรมาหาเธอแต่เช้า ค่อนข้างผิดปกติอยู่สักหน่อย


                “สวัสดีค่ะ จอห์น” เฮเธอร์เอ่ยทัก


                “ผมจะขอเธอคืนนี้” จอห์นบอก


                “โอ้ จริงหรอคะ” เฮเธอร์ตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ “จอห์น ฉันดีใจกับคุณจริงๆเลยค่ะ จะพาเธอไปดินเนอร์ที่ไหนคะ มันต้องโรแมนติกมากๆแน่ แมรี่ยังไม่รู้อะไรเลยใช่ไหมคะ”


                “แน่นอนสิ เธอต้องไม่รู้” จอห์นบอก เสียงสดใส


                “ขอบคุณที่บอกฉันค่ะ จอห์น” เฮเธอร์บอกขอบคุณซื่อๆ เธอไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมากนัก คนส่วนใหญ่ทนความแปลกของเธอไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะเรื่องพูดทุกสิ่งที่คิด และบางครั้งก็พูดคนเดียว เหมือนคนบ้า แต่จอห์นเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มองว่าสิ่งที่เธอเป็นนั้น ไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้ “ฉันสัญญาว่าจะอุบเงียบ ไม่บอกแมรี่เด็ดขาดเลย” แมรี่ มอร์สตัน กลายเป็นเพื่อนของเธอไปด้วยอีกคน อันที่จริง เฮเธอร์รู้จักกับแมรี่ก่อน เพราะงานที่โรงพยาบาล แมรี่อยู่ฝ่ายต้อนรับ เธอน่ารัก เป็นกันเอง ฉลาดเฉลียว เป็นคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจทุกครั้ง เฮเธอร์แนะนำให้แมรี่รู้จักกับจอห์น และพวกเขาก็ลงเอยด้วยการออกเดทหลายครั้ง จนไปอยู่ด้วยกัน จอห์นเปิดคลินีกของตัวเอง และแมรี่ก็ลาออก เพื่อไปช่วยงานจอห์น กระทั่งวันนี้ เป็นข่าวดีที่สุดเลยทีเดียว


                “ที่ผมโทรมาก็... จริงแล้วอยากขอบคุณน่ะ เฮเธอร์ ขอบคุณ” จอห์นพูด น้ำเสียงจริงจัง


                “จอห์นคะ...”


                “ไม่ ฟังก่อน” จอห์นแย้งขึ้น “เราผ่านอะไรด้วยกันมามากในสองปีนี้ ผมรู้สึกดีที่ยังมีคุณเป็นเพื่อนนะ เฮเธอร์”


                “เช่นกันค่ะ” เฮเธอร์ยิ้มกว้างกับโทรศัพท์ แล้วก็นึกขึ้นได้ “จริงด้วยสิ คุณต้องโทรมาเล่าให้ฉันฟังนะคะว่าเธอตอบว่ายังไง อันที่จริง ฉันว่า เดี๋ยวแมรี่ก็ต้องเล่าให้ฉันฟังแน่ๆค่ะ แต่ก็คงดีนะคะถ้าได้ฟังจากคุณด้วย ฉันชอบเรื่องสวีทหวานแหววจัง”


                “ได้เลยครับ เฮเธอร์”


                พวกเขาคุยกันอีกสองสามคำ ก่อนจะเฮเธอร์จะอวยพรให้โชคดี และวางสาย หญิงสาวเดินกระโดดโลดเต้น ยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนเท้าจะแทบจะลอยขึ้นจากพื้น อย่างกับว่าเธอเป็นคนที่จะได้แต่งงานเสียเองอย่างนั้น


                ทว่า เมื่อเดินมาถึงที่ทำงาน ความลิงโลดของเฮเธอร์ก็มีอันพินาศลง พยาบาลแจ้งข่าวให้เธอทราบว่า มิสเตอร์เพอร์คินส์ที่เธอดูแลอยู่นั้น เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเมื่อตอนหกโมงเช้านี้เอง เธอรู้ว่าสุดท้าย คนชราที่ดูแลอยู่ก็ต้องจากไปที่ละคน ตลอดสองปีที่ทำงานมา พวกเขาจากเธอไปทั้งหมดก็ หกคนแล้ว ถ้านับมิสเตอร์เพอร์คินส์ด้วย พวกเขาส่วนใหญ่มักทิ้งของกระจุกกระจิกไว้ให้ ตามพินัยกรรมก่อนตาย หรือไม่ก็ญาติก็ไม่ต้องการ และเป็นคนยกให้ เฮเธอร์เคยได้แผ่นเสียงเก่า เงินจำนวนหนึ่ง ชุดหมากรุกเก่าแก่ หนังสือรวมบทกลอนเด่นดัง และกาน้ำชา


                “ญาติเขาไม่ต้องการของพวกนี้เลยสักชิ้น มาช่วยกันเก็บใส่กล่องไว้บริจาคแล้วกันนะ” มิสล็อกวูดบอกกับเฮเธอร์ เธอเป็นนางพยาบาลที่ดูแลมิสเตอร์เพอร์คินส์อย่างใกล้ชิดมาตลอด


                เฮเธอร์ไม่เคยร้องไห้ เธอไม่อยากนั่งฟูมฟาย เพราะทำไปก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร เธอนึกถึงคำพูดของเชอร์ล็อคเสมอ ผมไม่ชอบเห็นคุณร้องไห้ ผมชอบที่จะเห็นคุณพยายามมากกว่า ดังนั้นเธอจึงไม่ร้องไห้ แม้แต่ตอนที่เสียใจแทบเป็นแทบตายเรื่องเขา หรือไอริส เธอก็ไม่ร้องไห้ จะไม่ร้องให้ใครเห็นทั้งนั้น


                หลังจากจัดการเก็บของส่วนตัวของมิสเตอร์เพอร์คินส์ลงกล่อง เจ้าหน้าที่ก็ตัดสินใจว่าจะบริจาคที่ไหนได้บ้าง เฮเธอร์ขอเก็บลูกเต๋าเอาไว้ มันเป็นของที่พวกเขาเคยใช้เล่นเกมกระดานด้วยกัน เธอแค่อยากมีอะไรบางอย่างไว้ระลึกถึงชายชราผู้คุยเก่ง โอ้อวดบางครั้ง และเคยแอบร้องไห้คนเดียวเงียบๆเวลาที่ไม่คิดว่าจะมีใครมองเห็น เฮเธอร์เดาว่าเขาคงคิดถึงครอบครัวของเขา หรืออาจจะคิดถึงภรรยาที่เสียชีวิตไปก่อนเขาหลายปี เธอไม่รู้หรอก และก็ไม่เคยกล้าถามว่าเขาร้องไห้ทำไม


                เช้านั้น เฮเธอร์ถูกส่งไปดูแลหญิงชราคนใหม่ทันที คราวนี้เป็นหญิงวัยหกสิบห้า ท่าทางกระฉับกระเฉง และดูไม่เหมือนคนที่น่าจะมาจบลงที่บ้านพักคนชราได้เลย เธอรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดอกเลาตัดสั้นอย่างโก้เก๋ แต่งหน้าจัด ปากแดงแจ๋ พูดจาโผงผาง เธอชื่อแคลแรนซ์ เดวิดสัน เล่าสั้นๆว่าเคยทำงานในธุรกิจธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ และตอนนี้เธอก็ยังเล่นหุ้นอยู่ เฮเธอร์รู้สึกทำตัวลำบากเมื่อเจอคนประเภทนี้ แต่เธอรู้ว่าอีกไม่นาน ก็จะสนิทกันได้เอง ส่วนใหญ่มักเป็นแบบนั้น เริ่มแรกจะติดขัดเล็กน้อย ไม่รู้จะคุยอะไร ไม่รู้จะชวนทำอะไรดี แต่เมื่อเริ่มรู้ว่าอุปนิสัยเป็นอย่างไร ชอบอะไร ทุกอย่างก็จะเรียบง่าย


               “มีคนรักหรือยังล่ะ เธอ” แคลแรนซ์ถาม


                “ไม่มีค่ะ” เฮเธอร์ส่ายหน้า


                “น่าเบื่อจริง ฉันอยากฟังเรื่องหวานแหววสักหน่อย” แคลแรนซ์พูดตรงๆ โบกมืออย่างรำคาญนิดๆ “แล้วนี่เธอมีอะไรน่าสนใจบ้างล่ะเนี่ย”


                ถ้าเฮเธอร์มีคุณยายสักคน เธอไม่อยากให้เป็นแบบแคลแรนซ์ เดวิดสันคนนี้แน่ๆ โชคดีที่คุณยายของเธอเสียไปแล้ว แต่ว่านั่นจะเรียกว่าโชคดี ก็คงไม่ถูกไม่ควรนัก ลงเอยที่ว่าเวลาที่เหลืออยู่ในช่วงเช้า เฮเธอร์เล่าเรื่องเชอร์ล็อค โฮล์มส์ให้มิสซิสเดวิดสันฟัง เถียงกันเล็กน้อยเรื่องที่ว่า เขาเป็นคนหลอกลวงหรือไม่ จากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อ เฮเธอร์ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนเล่าเรื่อง เธอจึงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ เป็นคุณยายที่แสบซ่าไม่เบา มีสีสัน และค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว


                ช่วงบ่าย เธอตรงไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ห่างนัก อาสาสมัครในโรงพยาบาลนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายคน หน้าที่ส่วนใหญ่คือดูแลคนไข้ที่ต้องพักรักษาเป็นเวลานาน ญาติของพวกเขาบางทีก็ไม่มีเวลามากพอที่จะมาดูแล พยาบาลเองก็งานล้นมือทุกวัน เหล่าอาสาสมัครมีหน้าที่ทำให้คนไข้รู้สึกดี มีกำลังใจ ชวนคุย ให้สนุกสนาน เฮเธอร์ทำอยู่สองที่ด้วยกัน คือแผนกเด็กในช่วงบ่าย และแผนกคนไข้สูงวัยในช่วงเย็น บางครั้งถ้าไม่เหนื่อยเกินไป เธอก็จะอยู่ยาวถึงสองทุ่มสามทุ่มเลย ได้ค่าล่วงเวลาพิเศษด้วย จากนั้นเธอก็จะตรงกลับบ้าน แวะซื้ออาหารเย็น และใช้ช่วงกลางคืนของเธอหมดไปกับการอ่านหนังสือ


                คืนนี้ต่างออกไปนิดหน่อย เพราะเฮเธอร์มีสิ่งที่ตั้งตารอคอยฟังข่าว หลังจากจัดการอาหารจีนที่เธอซื้อมาเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็แทบจะไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากรอเสียงโทรศัพท์ การตั้งสมาธิอ่านหนังสือเป็นเรื่องยาก จนในที่สุดเธอก็ผลักหนังสือออกไป และเปิดหน้าต่างรับลม นั่งมองถนนเบื้องล่างอย่างเหม่อลอย สักพักเธอก็เผลอหลับไป เพราะลมเย็นสบายพัดโกรก อากาศชื้นเล็กน้อยเหมือนฝนจะตก เฮเธอร์ไม่รู้ว่าหลับไปนอนแค่ไหน จนได้ยินเสียงโทรศัพท์ เธอสะดุ้งตื่นและหยิบขึ้นมาดู ขยี้ตาเล็กน้อยด้วยความงัวเงีย อ่านชื่อคนโทรเข้า หญิงสาวยิ้มแล้วกดรับสาย


                “สวัสดี แมรี่ เป็นยังไงบ้าง” เฮเธอร์ทักอย่างสดใส ก่อนจะเปิดปากหาวอย่างหยุดตัวเองไม่ได้


                “ขอโทษนะ เฮเธอร์ ฉันปลุกเธอใช่ไหม” แมรี่ถาม


                “ไม่เป็นไร กำลังรอให้โทรมาอยู่เลย” เฮเธอร์บอก “จอห์นขอแล้วใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง เธอตอบว่ายังไง แล้วเขาทำหน้ายังไง เธอดีใจไหม โอ๊ย เขาต้องดีใจแน่เลยสิ แล้วจะแต่งเมื่อไหร่ เดือนไหน...”


                “เฮเธอร์ คืออย่างนี้นะ จอห์นยังไม่ทันได้ขอหรอก แต่ฉันก็ตั้งใจจะตอบรับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลย” แมรี่บอก แล้วหยุดไปพักหนึ่งเพื่อหายใจ เฮเธอร์กระพริบตา แปลกใจกับสิ่งที่แมรี่พูด ทำไมจอห์นไม่ได้ขอล่ะ? “เฮเธอร์ จะเป็นการขอมากไปไหม ฉันอยากให้เธอไปที่เบเกอร์สตรีท ตอนนี้”


                “ทะ ทำไมหรอ” แค่ได้ยินคำว่าเบเกอร์สตรีท ก็เหมือนมีคนเอามีดมากรีดเปิดแผลของเธอ


                “ที่สองสองหนึ่งบี ได้โปรดเถอะ เฮเธอร์ ฉันไม่ใช่คนที่จะอธิบายได้หรอกนะ ไปที่นั่นเถอะ” แมรี่บอก น้ำเสียงเหมือนจะแฝงด้วยความยินดีอย่างแปลกประหลาด แล้วโทรศัพท์ก็ตัดไป เฮเธอร์ถูกทิ้งให้อยู่ในความฉงนฉงาย


                ควรทำอย่างไรดี     






Writer's talk

หาก ตัวอักษร เล็กไป สามารถปรับได้ที่ด้านบนนะคะ ตรงขอบสีส้มของนิยาย มีเพิ่ม และ ลด ขนาดตัวอักษรอยู่

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #44 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:06
    โง้ยยยยยย ดีใจแทนเฮเธอร์ ถึงจะรู้ว่าเชอร์ล็อคไม่ตายก็เถอะ555
    #44
    0
  2. #25 themai_95 (@themai_95) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:57
    เย้เย้เย้ ดีใจมากค่ะที่กลับมาอัพเรื่องนี้ เย้เย้เย้
    #25
    1
    • #25-1 Silver-Sky (@silver-river) (จากตอนที่ 9)
      22 ตุลาคม 2559 / 15:20
      ดีใจมากค่ะที่ยังติดตาม
      #25-1