[Fic Sherlock BBC] A Study in Indigo

ตอนที่ 6 : Copycat

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    22 ต.ค. 59




A Study in Indigo



Chapter 6 :  Copycat



                “มันมืดจัง ฉันไม่ชอบเลย” เฮเธอร์บ่น ขณะถือไฟฉายอยู่ในมือและเดินย่ำเท้าตามเฮนรี่ เชอร์ล็อค และจอห์นเข้าไปกลางทุ่ง เฮนรี่จะพาไปยังจุดที่เขาพบหมาล่าเนื้อ (ถ้ามันมีจริงนะ) เธอเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้สังเกตว่าจอห์นแยกตัวออกไปเพราะเห็นสัญญาณไฟจากที่ไกลๆส่งเป็นรหัสมอส การผจญภัยตั้งแต่มาถึงที่นี่ไม่ธรรมดาเลย เมื่อกลางวันเชอร์ล็อคใช้บัตรผ่านของไมครอฟต์ และให้พวกเขาปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าไปในค่ายวิทยาศาสตร์ของทหาร พวกเขาลงเอยด้วยการถูกจับได้ แต่ก็รอดอย่างหวุดหวิด ด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนของพ่อเฮนรี่ที่ชื่อ บ๊อบ แฟรงแลนด์ ปรากฏว่าเขาเป็นแฟนคลับของเชอร์ล็อคด้วย ไม่อย่างนั้นทั้งสามคนจะต้องไปนอนในคุกข้อหาปลอมแปลงและบุกรุกเสียแล้ว


                และตอนนี้พวกเขาก็เดินท่อมๆเข้าไปในทุ่งดาร์ธมัวร์ เพื่อตามหาร่องรอยของหมาล่าเนื้อยักษ์ที่เฮนรี่อ้างว่าเขาเห็น อันที่จริงคนทั้งหมู่บ้านเชื่อเรื่องนี้ จนจัดเป็นการท่องเที่ยวมาตามหาปีศาจแห่งดาร์ธมัวร์กันเลยทีเดียว


                “คุณโฮล์มส์” เฮเธอร์เรียก “จอห์นหายไปแล้วค่ะ”


                “ช่างเถอะ” เป็นห่วงเพื่อนมากเลยรายนี้


                “เขาอาจมีอันตรายนะ จะปล่อยเขาไปเฉยๆหรอคะ” เฮเธอร์ร้อง


                “เงียบน่า เฮเธอร์” เขาพูดอย่างรำคาญ และเนื่องจากเขาไม่เคยเรียกชื่อต้นของเธอแบบเต็มๆมาก่อน หญิงสาวประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมเงียบปากสนิท ในเมื่อเขาไม่สนใจ เธอไปตามหาจอห์นเองก็ได้


เฮเธอร์ถอยห่างจากเฮนรี่และเชอร์ล็อค สาดแสงจากกระบอกไฟฉายตามหาวี่แววของจอห์น เธอคิดว่าคงหลงไปกันได้ไม่ไกลหรอก เมื่อครู่เขายังอยู่ข้างหลังเธออยู่เลย ร่างเล็กเดินห่างออกไป มองรอบตัว เสียงฝีเท้าของเชอร์ล็อคกับเฮนรี่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนเงียบหาย เธออยู่คนเดียวกลางป่า ใบไม้ปลิวไหวเสียงหวีดหวิวชอบกล แล้วเธอก็ได้ยินอะไรบางอย่าง เหมือนตัวอะไรใหญ่มากวิ่งผ่านไปด้านหลัง หญิงสาวหันขวับไปมอง ก็พบแต่ความมืดกับพุ่มไม้เท่านั้น ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำ มนุษย์มักกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น หรือมองไม่ชัดเจนว่าคืออะไรกันแน่


เชอร์ล็อคกับเฮนรี่วิ่งจ้ำอ้าวกลับออกมา โดยเชอร์ล็อควิ่งนำหน้า ส่วนเฮนรี่วิ่งไปก็พูดไป “คุณเห็นมันใช่ไหม คุณเห็นมัน คุณโฮล์มส์ หมาล่าเนื้อ คุณเห็นใช่ไหม” พวกเขาเจอจอห์นที่ชายป่า เชอร์ล็อคเดินลิ่วไม่ฟังใครพูดอะไรทั้งนั้น และไม่ยอมตอบคำถามด้วย เฮเธอร์รู้สึกได้เลยว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแน่ๆ เชอร์ล็อคตอบคำถามเสมอ ตอบทุกคน เขาเป็นพวกที่อยากจะพูดจบประโยค ไม่มีทางเดินลิ่วๆ ไม่พูดไม่จาแบบนั้นหรอก เขาเห็นอะไรมานะ


ระหว่างที่จอห์นเดินไปส่งเฮนรี่ที่บ้าน เชอร์ล็อคกับเฮเธอร์นั่งอยู่ด้วยกันในร้านอาหาร ตรงที่นั่งน่าเตาผิง เฮเธอร์สั่งเครื่องดื่มมาพอเป็นพิธีเท่านั้น เธอไม่รู้สึกอยากกินอะไรนักหลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น เธอนั่งจ้องเชอร์ล็อค ดวงตาของเขาสั่นไหวเหมือนกำลังหวาดกลัว มือสองข้างอยู่ไม่สุข ประสานกันอยู่ระดับอกบ้าง วางบนหน้าตักบ้าง และเหมือนจะสั่นเล็กน้อยอย่างเก็บอาการไม่อยู่


“คุณโฮล์มส์ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เฮเธอร์ตัดสินใจถาม “คุณเห็นอะไร มันไม่ได้มีอยู่จริงใช่ไหมคะ” เขาไม่ตอบ “โอเค งั้น... เรามีอะไรบ้าง เรารู้ว่าเฮนรี่เห็นรอยเท้าหมา เขาบอกว่าเขาเห็นตัวหมาอีกในคืนนี้ เราได้ยินเสียงบางอย่าง หรือเราควรตามหาคนที่เลี้ยงหมาตัวใหญ่ๆคะ”


“เฮนรี่ พูดถูก” เชอร์ล็อคโพล่งขึ้น


“เรื่องอะไรคะ”


“ผมก็เห็นมัน” เชอร์ล็อคตอบ เขาหันมามองเธอ ดวงตาแสดงความกลัวอย่างปิดไม่มิด “หมาล่าเนื้ออยู่ในหุบเขา หมาล่าเนื้อตัวใหญ่ยักษ์ หมาปีศาจ” ร่างของเขาเหมือนจะสั่นน้อยๆ เฮเธอร์ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน


“แต่... แต่คุณบอกฉันว่ามันไร้สาระ คุณไม่เชื่อว่ามันมีนี่คะ คุณบอกว่ามันไร้เหตุผล และเป็นไปไม่ได้” เฮเธอร์ว่า


“ถ้าคุณตัดความเป็นไปไม่ได้ทิ้งไป สิ่งที่เหลืออยู่ แม้จะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ มันก็เป็นเรื่องจริง” เชอร์ล็อคชำเลืองมองเธอ เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมา มือสั่นเทาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ดูสิ เฮเธอร์ ผมกำลังกลัว ปกติ ผมแยกตัวเองจากเรื่องงานได้ ผมไม่มีความรู้สึกกลัว แต่ดูสิ ร่างกายผมมันฟ้อง” เขายกแก้วชูให้เธอดู ให้เห็นชัดๆว่ามือเขาสั่นอยู่จริงๆ


“คุณอาจจะแค่... การที่ไปที่นั่น ร่างกายอาจตื่นตัว อดรีนาลิน ความตื่นเต้น อาจทำให้คุณคิดว่าคุณเห็นก็ได้” เฮเธอร์เอื้อมมือไปหา ค่อยๆดึงแก้วออกจากมือเขาและวางลงบนโต๊ะ มืออีกข้างจับมือที่สั่นเทาของเขา กุมเอาไว้เบาๆ “แม่ฉันเคยทำแบบนี้เวลาฉันกลัว” เธอถูมือเขาเบาๆ ให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปสู่มือที่เย็นเฉียบ “ฉันก็คิดว่าฉันได้ยินอะไรบางอย่างเหมือนกัน เหมือนมีอะไรตัวใหญ่ๆวิ่งผ่านฉันไปข้างหลัง แต่พอฉันหันไปมองก็ไม่มีอะไรเลย บางทีสิ่งแวดล้อมอาจเล่นตลกกับเราก็ได้นะคะ มีหลายครั้งที่ฉันอยู่คนเดียวในความมืด และคิดว่าตัวเองได้ยินเสียงคนพูด ฉันไม่กล้าบอกใครเรื่องนี้หรอก ฉันไม่อยากถูกหาว่าบ้า แต่บางครั้ง ฉันก็ยังได้ยินอยู่ เสียงนั้นเหมือนจะพูดคุยกับฉัน ถ้าฉันโต้ตอบ ก็จะยิ่งได้ยินหนักขึ้น ฉันก็เลยหยุด ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วมันก็หายไปเอง”


“ตอนแรกคุณเชื่อเฮนรี่เต็มที่ไม่ใช่หรือ” เชอร์ล็อคถาม ไม่รู้ทำไมแต่มือของเฮเธอร์ที่สัมผัสมือของเขาอยู่ให้ความรู้สึกดีอย่างประหลาด และเหมือนจะปัดเป่าความว้าวุ่นให้ค่อยๆเลือนหายไป


“ฉันตื่นเต้นนี่ ฉันชอบเรื่องลี้ลับนะ” เฮเธอร์ยิ้มกว้าง “แต่คุณบอกฉันเองว่ามันอาจเป็นสัตว์ทดลอง และคำว่าหมาล่าเนื้อก็เป็นอักษรย่อของโปรเจกต์ทดลองไม่ใช่หรือคะ ฉันว่าวันนี้เรารีบนอน พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า ลองโทรหาพี่ชายคุณ ใช้ตำแหน่งในรัฐบาล ให้เราได้เข้าไปคุยกับนักวิทยาศาสตร์ข้างในดีไหมคะ”


“ฉลาดเป็นด้วยหรอ” เชอร์ล็อคมองเธออย่างทึ่งๆ


“ฉันไม่ถือว่าเป็นคำชมหรอก” เฮเธอร์ทำหน้ามู่ทู่ ปล่อยมือจากเขาแรงๆเหมือนหมั่นไส้ “แต่ว่านะ... เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ผู้ยิ่งใหญ่ ยิ่งฉันรู้จักคุณ คุณก็ยิ่งเหมือนมนุษย์มากขึ้นทุกทีนะ ทั้งอกหักเป็น...”


“ผมไม่เคยอกหัก” เขาแทรกทันที


“ไอรีน แอดเลอร์” เฮเธอร์ทำเสียงล้อเลียน ทำลอยหน้าลอยตา “อย่าโกหกเลยค่ะว่าคุณไม่คิดถึงเธอ” หญิงสาวหัวเราะคิกคักอารมณ์ดี “เอาล่ะ ฉันพูดต่อนะ คุณทั้งอกหักเป็น เจ็บเป็น แพ้เป็น เศร้าเป็น ยิ้มได้ กินอาหารได้ หลับได้ด้วย แล้วก็กลัวเป็นด้วย น่าทึ่งมากเลยค่ะ คุณโฮล์มส์ อ๊ะๆ คุณเรียกฉันว่าเฮเธอร์สองครั้งแล้วไม่ใช่หรอคะ นี่เราสนิทจนเรียกชื่อต้นได้แล้วใช่ไหมคะ โหว เยี่ยมเลยค่ะ ฉันอยากเรียกคุณว่าเชอร์ล็อคมานานแล้ว แต่เกรงใจ ว่าแต่ เชอร์ล็อค นี่เป็นชื่อต้นจริงๆหรือคะ ไม่ใช่นามแฝงใช่ไหม คงไม่ใช่หรอก เพราะพี่ชายคุณชื่อไมครอฟต์ พ่อกับแม่คุณเข้าใจคิดจัง ชื่อของฉันเป็นชื่อดอกไม้ค่ะ พี่ไอริสก็เหมือนกัน”


“สำหรับผม ยิ่งรู้จักคุณ ก็ยิ่งรำคาญมากขึ้นเท่านั้นล่ะ” เชอร์ล็อคสรุปปิดท้าย


“ไม่มีฉันวันไหน แล้วคุณจะเหงานะ เชอร์ล็อค” ดูเหมือนคำสบประมาทใดๆก็ทำร้ายเธอไม่ได้เลย


“ทำไมคุณถึงไม่มีเพื่อน” เชอร์ล็อคถาม


“ก็มีแต่คนบอกว่าฉันประหลาด” เฮเธอร์ตอบ ไม่ค่อยทุกข์ร้อนนัก


“คุณไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นใช่ไหม” เชอร์ล็อคจ้องหน้าเธอ “มีอะไรเกิดขึ้นในอดีตของคุณ ทำให้คุณได้ยินเสียงพวกนั้น เสียงในหัว และบุคลิกคุณก็เปลี่ยน..”


“บลา บลา บลา ไม่ฟังๆ” เฮเธอร์ยกมือปิดหู “ฉันบอกแล้วนะ ฉันยังไม่พร้อมให้คุณมาอนุมานฉัน ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะบอกคุณเองนะ เชอร์ล็อค แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก อีกอย่าง มันไม่เกี่ยวอะไรกับคดีของฉันด้วย พูดถึงคดี คุณว่าจะเจออะไรที่เกี่ยวโยงกับเบนที่นี่คะ”


คำตอบของคำถามนั้น เฮเธอร์ได้รับในวันต่อมา เชอร์ล็อค จอห์น และเฮเธอร์เข้าไปที่ค่ายวิทยาศาสตร์แห่งนั้นอีกครั้ง พบกับดอกเตอร์หญิงที่ทดลองกับกระต่ายและทำให้มันเรืองแสงได้ เชอร์ล็อคมีทฤษฎีว่าภาพหมาล่าเนื้อที่เขาและเฮนรี่เห็นนั้น น่าจะเป็นภาพหลอนจากยาหลอนประสาทที่พวกเขาอาจได้รับโดยความบังเอิญแบบไม่รู้ตัว จากอาหาร หรือจากที่ไหนสักแห่ง ซึ่งเขายังไม่สามารถระบุได้แน่นอน เขาเข้าไปใช้ห้องทดลองของดอกเตอร์ แล้วก็หัวเสียจนปาหลอดแก้วลงพื้น


“หลอดแก้วนั่นราคาเท่าไหร่คะ คุณส่งค่าเสียหายไปตามที่อยู่นี้ได้เลยนะ” เฮเธอร์พูดอย่างสงบนิ่งและเขียนที่อยู่บ้านเช่าของเชอร์ล็อคส่งให้กับดอกเตอร์สแตปเลตัน “และขอโทษแทนเขาด้วยค่ะ เขาหยาบคายแบบนี้ประจำ” เธออธิบายขณะที่เชอร์ล็อคโวยวายเหมือนหมาบ้าว่าเขาไม่พบเจออะไรในน้ำตาลเลย น้ำตาลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดว่าจะมีสารที่ทำให้ประสาทหลอนเจือปนอยู่ ในความคิดของเชอร์ล็อค เพราะน้ำตาลกำจัดได้ง่าย มันละลายในร่างกาย และแปรสภาพเป็นสารตัวอื่นประกอบในเส้นเลือดของเรา แต่เขาก็ไม่พบอะไรในนั้น นอกจากน้ำตาลธรรมดาๆ


“แล้วมันเข้าสู่ร่างกายเราได้ยังไง” เชอร์ล็อคพึมพำกับตัวเอง “มันต้องมีบางอย่างสิ บางอย่าง...” เขาพึมพำต่อไป แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองดอกเตอร์ จอห์น และเฮเธอร์ “ออกไปให้พ้น”


“อะไรนะ” ดอกเตอร์สแตปเลตันงุนงง เธอเป็นเจ้าของห้องทดลอง แล้วยังมาถูกไล่อีก


“ผมต้องเข้าไปในปราสาทแห่งความคิด” เชอร์ล็อคตอบ


“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” จอห์นบอกอย่างสรุป “เขาคงไม่พูดจาไปสักพักใหญ่ ปล่อยเขาไว้ตามลำพังดีกว่าครับ ปราสาทแห่งความคิด เป็นเหมือนแผนที่ในสมองครับ” จอห์นอธิบาย “เขาเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นเอาไว้ข้างใน จัดเป็นระเบียบเหมือนคอมพิวเตอร์ และเมื่อใดก็ตามที่ต้องใช้ข้อมูล เขาก็จะเข้าไปในความคิดของตัวเอง”


พวกเขาออกไปรอข้างนอกกันอย่างอดทน สักพักเชอร์ล็อคก็ออกมา บอกว่าต้องการเข้าดูข้อมูลทั้งหมดของโปรเจกต์ H.O.U.N.D ดอกเตอร์จึงพยายามเข้าระบบให้ แต่โปรเจกต์นี้เหมือนจะเป็นความลับสุดยอดที่มีระบบป้องกันแน่นหนา มีแต่ผู้พันแบร์รี่มอร์ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดของที่นี่ที่รู้รหัส แต่เชอร์ล็อคก็คือเชอร์ล็อค เขาใช้เวลาไม่ถึงห้านาที สำรวจห้องทำงานของแบร์รี่มอร์ จนรู้ว่านายทหารชั้นสูงผู้นี้คลั่งไคล้นายกหญิงมาร์กาเร็ต แธชเชอร์ และรหัสผ่านคือ แม็กกี้ ชื่อเล่นของนายกนั่นเอง ในที่สุดพวกเขาก็ได้ข้อมูลโปรเจกต์ทั้งหมด


“โปรเจกต์ฮาวด์ คือสร้างยาหลอนประสารทชนิดใหม่ ทำให้คนที่ถูกใช้ทำตามคำสั่ง พวกเขาต้องการใช้มันเป็นเครื่องมือสังหาร ใช้กระตุ้นความกลัว แต่โปรเจกต์ก็เลิกไปแล้วตั้งแต่ปี 1986” เชอร์ล็อคบอก หลังจากเขาและเฮเธอร์มุงอ่านข้อมูลหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้สักพัก เฮเธอร์เห็นการทดลองกับมนุษย์ทั้งหมดห้าคน พวกเขาเหมือนจะมีภาวะหลอนชนิดถาวรแบบกู่ไม่กลับ


“ล้มเหลวสินะคะ” เฮเธอร์กระซิบ


“เพราะพวกเขาก้าวร้าว และควบคุมไม่ได้” เชอร์ล็อคตอบ “นี่แหละ เฮเธอร์ ต้นแบบของโปรเจกต์ที่อดีตแฟนคุณมีเอี่ยวด้วย โปรเจกต์ที่เขาทำคือโปรเจกต์เลียนแบบนี่เอง เลียนแบบอย่างบ้าคลั่ง เหมือนฆาตกรที่พยายามเลียนแบบฆาตกรต่อเนื่องอีกคน แต่เขาพยายามพัฒนามันให้ ไม่มีผลข้างเคียงอย่างในอดีต ซึ่งอาจทำสำเร็จแล้ว และเอกสารที่เรามีคือคำตอบของการทดลองนี้”


“แล้วทำไมมีใครต้องการใช้มันกับเฮนรี่ล่ะ” จอห์นถามขึ้นมา


“เป็นคำถามที่เยี่ยมมาก จอห์น” เชอร์ล็อคชม เขาเลื่อนข้อมูล ดูรูปภาพต่างๆ “ต้องมีใครบางคน ที่เคยอยู่ในโปรเจกต์ฮาวด์และยังทำงานอยู่ที่นี่ตอนนี้ และมีปัญหากับพ่อของเฮนรี่ คนๆนั้นแหละ ฆ่าพ่อของเฮนรี่ และทำให้เฮนรี่เห็นภาพหลอน คิดว่าสิ่งที่ฆ่าพ่อของเขาคือหมาล่าเนื้อตัวใหญ่”


ไม่นานพวกเขาก็ได้คำตอบทั้งหมด และรีบรุดหน้าไปยังหุบเขาดีเวอร์ ภายในท้องทุ่งของดาร์ธมัวร์ เฮนรี่คงถูกยาหลอนประสาทเต็มที่ เขาถือปืนจะไล่ยิงหมาล่าเนื้อให้ได้ แต่มันไม่มีหมาล่าเนื้อที่ไหน เขาแค่หลอนไปเอง ระหว่างที่พวกเขาชุลมุน กำลังพยายามทำให้เฮนรี่สงบลง เฮเธอร์ก็เห็นอะไรบางอย่างที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็น เบน เดแลนด์เดินออกมาจากหมอก พร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ


“เบน?” เฮเธอร์ร้องเรียก “เบนหรอ? เบน เดี๋ยว” เธอพยายามตามเขาไป แต่เชอร์ล็อคดึงเอาไว้ก่อน


“หมอก” เชอร์ล็อคกระซิบ “หมอก หมอกนี่เอง จอห์น เขาพ่นยาหลอนประสาทในหมอก”


“ปล่อยนะ” เฮเธอร์ร้องและดิ้น “ฉันจะไปหาเบน เขายืนอยู่ตรงนั้นนะ เบน! ปล่อยฉันนะ เชอร์ล็อค ขอร้อง ได้โปรด เบน อยู่ตรงนั้น เขายังไม่ตาย” ร่างที่สูงกว่าเอาแขนรัดเธอไว้ทั้งตัว ไม่ให้เดินตรงไปหาเฮนรี่ที่กำลังถือปืน และผู้ชายอีกคนที่โผล่ออกมา บ๊อบ แฟรงแลนด์ ฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเฮนรี่ เพราะเรื่องผิดใจกันเกี่ยวกับโปรเจกต์ฮาวด์ในอดีต เขาฆ่าพ่อของเฮนรี่ต่อหน้าต่อตาเฮนรี่เอง อีกทั้งยังใช้ยาหลอนประสาท กลั่นแกล้งเฮนรี่ให้เหมือนคนบ้ามาตลอดชีวิต


ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุได้ทันท่วงที หลังจากจอห์นยิงหมาสีดำที่ไม่ได้ตัวใหญ่ไปมากกว่าปกติตายไปแล้ว หมาบ้าตัวนี้เองที่ป่วนเปี้ยนอยู่ในทุ่ง ท่ามกลางหมอกที่มียาหลอนประสาทคละคลุ้ง ทำให้คนที่เดินเข้ามาคิดว่าตัวเองเห็นปีศาจหมาตัวใหญ่ยักษ์ ตาสีแดง เฮนรี่ที่ตาสว่างรับรู้ความจริงแล้วก็โกรธมากจนกระโจนเข้าใส่บ๊อบ แฟรงแลนด์ที่ฆ่าพ่อของตน และหลอกให้เขาเป็นคนบ้ามาตลอดยี่สิบปี พวกตำรวจต้องช่วยกันห้าม ดึงตัวชายหนุ่มออกมา


“ทำไมแกไม่ฆ่าฉันไปเลย” เฮนรี่ตะโกน


เชอร์ล็อคปล่อยตัวเฮเธอร์ให้นั่งลงกับพื้น อดใจไม่ได้ที่จะพูดปิดคดี “เพราะถ้าคุณตาย มันจะน่าสงสัยมากขึ้น เขาก็เลยไม่ฆ่า เขาสร้างสถานการณ์ทำให้คนอื่นไม่เชื่อคุณ แล้วก็เก็บเรื่องทุกอย่างเอาไว้ โอ้ ที่นี่ แหล่งทดลองและปล่อยยาหลอนประสาท มันอยู่ใต้ดิน และปล่อยสารพิษออกมาให้ทุกคน ทุกครั้งที่พวกคุณเข้ามาเหยียบ ที่นี่ช่าง... เป็นทั้งอาวุธและที่เกิดเหตุ” เขากางแขนอย่างชอบใจ หมุนไปรอบตัวอย่างวางท่าน่าตบ หัวเราะฮ่าฮ่าฮ่า “จบคดีแล้ว เฮนรี่ ขอบคุณมากสำหรับคดีที่สนุกขนาดนี้ ฉลาดเป็นบ้าเลย เชอร์ล็อค” ชมตัวเองเข้าไปอีก


“ไม่ใช่เวลาเลยนะ เชอร์ล็อค” จอห์นต่อว่า ทำให้คนที่กำลังสนุกไม่เลือกเวลาสำเหนียกได้ว่า ลูกความของเขาเองทั้งสองคนไม่อยู่ในสภาพที่จะสนุกด้วยเลย เฮนรี่ทั้งเสียใจ ช็อค และทำอะไรไม่ถูก ส่วนเฮเธอร์ก็ยังมองจุดที่เธอเห็นเบนตาแทบถลนออกนอกเบ้า


คืนนั้นจบลงด้วยดี เฮนรี่ขอบคุณเชอร์ล็อคที่ช่วยทำให้ทุกอย่างกระจ่าง และจับคนผิดได้ในที่สุด จอห์นพยุงให้เฮเธอร์ยืนขึ้น ตัวเธอยังสั่นอยู่นิดหน่อย จนกระทั่งพวกเขาถึงโรงแรม ทั้งสามคนหมกตัวอยู่ในห้องนอนของเชอร์ล็อค ปล่อยให้เฮเธอร์นั่งเงียบๆอยู่หน้าเตาผิง เชอร์ล็อครู้สึกทำอะไรไม่ถูกเท่าไหร่ โดยปกติแล้วเฮเธอร์ไม่ได้เงียบ เธอพูดเจื้อยแจ้วตลอดเวลา พอเธอเงียบเข้า เขาก็ไม่รู้จะปฏิบัติต่อเธออย่างไร จอห์นหาผ้าห่มไปคลุมให้เธอ และบอกว่าจะออกไปหาอะไรร้อนๆมาให้ดื่ม


“เขาตายแล้ว” เธอพูดเบาๆ เหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่า “ตายแล้ว ตายไปแล้ว ไม่อยู่แล้ว”


“ใช่” เชอร์ล็อคช่วยยืนยัน เขายืนอยู่ใกล้เธอพอสมควร เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน แล้วก็ปล่อยโฮ ร้องไห้จ้าเสียงดัง งอแง เหมือนเด็กๆ เชอร์ล็อคไม่ชินกับเฮเธอร์ที่เป็นแบบนี้ เขาเคยเห็นเธอร้องไห้มาก่อน ครั้งแรกที่เจอกัน ตอนเธอเล่าเรื่องการตายของเบน เธอก็ร้อง แต่ร้องอย่างเงียบๆ แค่น้ำตาซึมๆแล้วก็หยุด คราวนี้ไม่เหมือนกัน เธอปล่อยเต็มที่ น้ำตาไหลอาบ สะอึกสะอื้น และยังมีสายตานั่นอีก มองเขาเหมือนขอความช่วยเหลือ ซึ่งจะให้เขาทำอะไรเล่า  เธอยกมือปาดน้ำตา เช็ดน้ำมูก นิ้วมือเปียกไปหมด เชอร์ล็อคหันซ้ายหันขวาแล้วหยิบกระปุกใส่ทิชชู่ให้ เธอรับไปกอดไว้กับตัว เขาไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านี้ เขาจึงนั่งลง ตบบ่าเธอสองสามที แต่เธอก็ไม่หยุด เขาเริ่มภาวนาให้จอห์นกลับมาเร็วๆ รายนั้นคงรู้ว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้


“เชอร์ล็อค” เธอเรียกเสียงสั่นไปหมด


“มีอะไร” เขาชำเลืองมองเธอ รู้สึกหวาดๆอย่างไรไม่รู้


“ช่วยเบนทีสิ” แล้วเธอก็ร้องไห้อีก ร้อง ร้อง ร้อง เขาได้แต่นั่งฟัง


เฮเธอร์ เบลล์ เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง แจ่มใส พูดไม่หยุด เหมือนเป็นไฮเปอร์ เขาเคยเห็นแต่เธอที่น่ารำคาญแบบนั้น เขาชินกับมัน แต่น่ารำคาญในแบบตอนนี้ ยังไม่เคย และเชอร์ล็อคก็ไม่อยากเห็นแบบนี้มากที่สุด


“ผมไม่ชอบเห็นคุณร้องไห้ ผมชอบที่จะเห็นคุณพยายามมากกว่า” หรือยิ้ม หัวเราะ พูดไม่หยุด มากกว่า 










Writer' s Talk

`I hate to see you cry but I love to see you try' เป็นคำพูดที่ฉันชอบมากเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นคำพูดของเชอร์ล็อคจริงๆไหม ฉันเห็นในเว็บไซต์ pinterest อีกที ตอนเริ่มเขียนเรื่องนี้ ฉันเสาะหาโอกาสที่จะใช้คำพูดนี้มาตลอดเลย (ไม่รู้ใส่มาเร็วไปไหมเหมือนกัน)


ฉันรู้จักคำว่า copycat (ชื่อตอน) จากตอนดูซีรีย์เรื่อง Hannibal ค่ะ ตอนแรกคิดว่าตัวเองฟังผิด คำว่า "เลียนแบบฆาตกร" ใช้คำนี้จริงๆหรือ ได้ยินว่า "ก๊อปปี้แคท" จริงๆนะ เลียนแบบแมวเนี่ยนะ ก็เลยลองไปหาดู ปรากฏว่าได้ยินถูก แอบปลื้มใจตัวเอง ฮ่าฮ่า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #41 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:43
    โอ้ย น่าร้ากกก
    #41
    0
  2. #17 pokky (@pok0810680259) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 05:23
    มาต่อเร็วๆนะค้าบบ
    สู้ๆ
    #17
    0
  3. #16 Nuparty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 22:20
    ได้อ่านเรื่องที่ไรท์เขียนมานี่เราได้ความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษไปในตัวด้วยเลย^^ขอบคุณนะคะ แล้วก็เราติดตามผลงานของไรท์อยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะคะ
    #16
    0