[Fic Sherlock BBC] A Study in Indigo

ตอนที่ 4 : Broken in

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    22 ต.ค. 59



A Study in Indigo


Chapter 4 : Broken in


            เฮเธอร์ เบลล์ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเธอจะได้ตื่นมาในบ้านเลขที่ 221B ในเช้าวันพฤหัสที่มีแดดอ่อนๆช่วงต้นเดือนธันวาคม เธอเกิดอาการเมื่อยหลัง เนื่องจากคุดคู้อยู่บนโซฟามาหลายชั่วโมง เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็เห็นเชอร์ล็อคกำลังนั่งกอดไวโอลินอย่างเหม่อลอย นี่เขาได้นอนบ้างหรือเปล่า คำถามแรกผุดขึ้นมาในหัวทันที เธอขยี้ตาให้รู้สึกตัวตื่นเต็มที่ ขยับขาลงจากโซฟา อ้าปากหาว กำลังเอ่ยปากพูด แต่ก็โดนสกัดเสียก่อน


                “ผมยังไม่ได้นอน” เชอร์ล็อคบอก


                “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะถาม” เฮเธอร์ถามทันที แบบคำต่อคำ


                “นั่นเป็นคำถามพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่มักใช้ เมื่อตื่นขึ้นมา และเห็นว่าคนสุดท้ายที่เขาคุยด้วย ยังนั่งอยู่ที่เดิม และคุณก็พอจะได้ยินเรื่องของผมมาเยอะแล้วจากคนอื่นๆ เช่น จอห์น หรือ ไมค์ พวกเขาคงเล่าให้ฟังเรื่องนิสัยประหลาดๆของผมเวลาอยู่ในช่วงทำคดี ผมไม่หลับไม่นอน ไม่ค่อยกิน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่รู้ว่า คุณจะถามอะไร” เขาพูดทั้งหมดนั้นอย่างรัวเร็ว เสียงทุ้มระดับเดียวแบบไร้อารมณ์


                        “คุณฉลาด ฉันชอบมากเลย” นั่นคือสิ่งเดียวที่เฮเธอร์สรุปได้พร้อมรอยยิ้มกว้าง เชอร์ล็อคชำเลืองมองเธอครู่หนึ่ง แล้วหันกลับไปอย่างเดิม  “แล้วคุณได้อะไรเพิ่มไหมคะ จากเอกสารนั่น คุณโฮล์มส์”


                “สัญลักษณ์พวกนี้เป็นรหัส มิสเบลล์” เชอร์ล็อคเริ่ม “ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่จะถูกใช้มากที่สุดคือตัว S ถ้าหาสัญลักษณ์ที่มีการใช้ซ้ำบ่อยๆพบ ก็พออนุมานได้ว่าสัญลักษณ์นั้นคือตัว S รองลงมาคือตัวอักษร T เมื่อหาคำที่มีทั้ง T และ S เจอ ก็จะทำให้รู้สัญลักษณ์ตัวอื่นๆไปด้วย ไม่ได้เสียเวลาผมมากมายอะไรหรอก ผมถอดได้หมดแล้ว”


                “แล้วทำไมไม่นอนล่ะคะ” เฮเธอร์ถามอีก


                “ผมต้องคิด และตอนนี้คุณกำลังรบกวนผมด้วยคำถามไร้สาระ” เขาตอบ


                “บางทีฉันก็ไม่รู้ว่าควรชอบ หรือไม่ชอบคุณดี” เฮเธอร์ประกาศออกมา “ความฉลาดน่ะน่าทึ่งคุณโฮล์มส์ แต่ความหยาบคายของคุณก็น่าทึ่งเหมือนกัน ฉันไปปลุกจอห์นดีกว่า ฉันควรได้กินอาหารเช้าและดื่มกาแฟสักแก้วก่อนกลับไปทำงานบ้าง ก่อนที่พี่สาวจะไล่ฉันออก พวกพี่ๆนี่บ้างครั้งก็ทำให้อึดอัดนะคะ ฉันว่าคุณต้องเข้าใจแน่ๆเลย เพราะคุณก็มีพี่ชาย แต่ฉันว่าพี่ชายคุณ ดูน่าอึดอัดยิ่งกว่า ไอริส พี่สาวของฉันอีก”


                “เงียบ!” เชอร์ล็อคตะโกน


                “...” เฮเธอร์ทำท่ารูดซิปปาก ก่อนจะเด้งตัวขึ้นจากโซฟาไปหาจอห์น


                ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็นั่งรับประทานอาหารเช้า และมีแขกมาเยือนหนึ่งคนคือไมครอฟต์ เขามาด้วยเรื่องของไอรีนกับเรื่องรูปถ่ายฉาวพวกนั้น ซึ่งเชอร์ล็อคยืนยันว่าไอรีนคงไม่ได้คิดจะเปิดเผยรูปให้กับใครได้เห็น เธอมีไว้เพื่อป้องกันตัวเอง เฮเธอร์กำลังคิดว่า เขาปกป้องไอรีนแบบนี้ เพราะไม่อยากให้ไมครอฟต์รู้ว่า เขาเพิ่งแพ้ผู้หญิงคนนั้นมามากกว่า หรือไม่ เขาก็คงรู้สึกสนใจไอรีนขึ้นมาล่ะมั้ง มีมุมแอบปิ๊งสาวเหมือนชาวบ้านเขาบ้างก็ดี


                “นายกำลังมีอีกคดีสินะ” ไมครอฟต์พูดขึ้น สายตาเลื่อนมามองที่เฮเธอร์ซึ่งกำลังจิบกาแฟอย่างมีความสุข


                “ไม่ใช่ธุระที่นายจะต้องสน” เชอร์ล็อคบอกอย่างเย็นชา


                “ระวังไว้หน่อย เชอร์ล็อค” ไมครอฟต์บอก “ถ้านายก้าวเท้าเข้าไปยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง จะทำให้นายเดือดร้อน ฉันขอแนะนำว่านายควรส่งเอกสารนั้นให้ฉัน หรือรัฐบาลซะ เพื่อให้เรื่องมันจบในแบบที่ควรจบ” เฮเธอร์จ้องไมครอฟต์เขม็ง เขากำลังพูดเรื่องเอกสารที่เธอได้รับจากคนแปลกหน้าแน่ๆ


                “นี่เป็นคดีของฉัน” เชอร์ล็อคแสดงจุดยืนชัดเจน ระหว่างที่บทสนทนากำลังเคร่งเครียดแท้ๆ เสียงผู้หญิงครางก็ดังขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเชอร์ล็อค เสียงข้อความนั่นอีกแล้ว เฮเธอร์แอบอมยิ้มเหนือถ้วยกาแฟ เธอรู้ว่าใครส่งข้อความมา รู้ว่าใครเปลี่ยนเสียงข้อความในมือถือของเชอร์ล็อค


                “นั่นเป็นเสียงที่สัปดนจริงเชียว” มิสซิสฮัดสันที่เผอิญเข้ามาได้ยินพอดี พูดพร้อมส่ายหัว “เสียงอะไรน่ะ เชอร์ล็อค”


                “ข้อความ” เชอร์ล็อคตอบสั้นๆ ขณะมองจอมือถือ เฮเธอร์สังเกตทุกอากัปกิริยา เขาไม่ยอมกดตอบ แล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ พวกเขาคุยกันอีกสักพัก เสียงข้อความก็ดังขึ้นอีก


                “ตายจริง ทำอะไรสักอย่างเถอะ เสียงน่าเกลียด” มิสซิสฮัดสันโวยวายเล็กน้อย


                “แสดงว่าทุกครั้งที่คนๆนี้ส่งข้อความมา จะเป็นเสียงนั้น แล้วใครเปลี่ยนเสียงข้อความของคุณ” จอห์นถามอย่างสงสัย เชอร์ล็อคทำเป็นกระแอมให้คอโล่ง ยกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาเปิด “ใครเอาโทรศัพท์ไปจากคุณได้ มันอยู่กับคุณตลอดเวลา จริงไหม” เฮเธอร์เริ่มหัวเราะดังพรืด เธอกลั้นไม่อยู่แล้ว ขณะที่เชอร์ล็อคยกหนังสือพิมพ์บังหน้า “ผมไม่โง่หรอกนะ เชอร์ล็อค” จอห์นยิ้มอย่างล้อเลียน เฮเธอร์ยังหัวเราะคิกคักเหมือนคนมีอะไรติดอยู่ในคอ


                หลังจากเช้าวันนั้น เฮเธอร์ก็ไม่ได้เจอกับเชอร์ล็อคเกือบเดือน เธอยังติดต่อกับจอห์นอยู่ จึงรู้ว่าเขากำลังยุ่งๆกับเรื่องของไอรีน ส่วนเธอเองก็มีเรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นเหมือนกัน ไอริสตัดสินใจจะย้ายออกไปอยู่กับแฟน พี่สาวเธอกำลังจริงจังกับผู้ชายคนนี้มากอยู่ เธอเคยเจอเขาสองครั้งเอง เขามารับไอริสที่อพาร์ทเมนต์ เธอกับเขาแค่ทักทายกันเฉยๆ เฮเธอร์รู้ว่าเขาเป็นนักแสดงอิสระ รับบทตัวประกอบในละครเวที และภาพยนตร์มาสองสามเรื่อง เธอก็ดีใจกับไอริส ที่จะย้ายไปอยู่กับริชาร์ด บรูค ซึ่งท่าทางน่าจะเป็นคนดี และมีอารมณ์ขัน ไม่จริงจังมากเหมือนไอริส แต่พอพี่สาวไม่อยู่ อพาร์ทเมนต์ก็โล่งๆและใหญ่เกินไป อีกทั้งค่าเช่าก็สูงเกินกว่าจะอยู่คนเดียวไหว เฮเธอร์จึงเริ่มมองหาที่อยู่ใหม่ ให้ขนาดเล็กลง ไม่ไกลจากที่ทำงาน และค่าเช่าถูก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอใช้เวลาสองอาทิตย์ก็แล้ว ยังไม่เจอที่ถูกใจ ครบตามเงื่อนไขที่ต้องการ และก็ยังมองหาต่อไปเรื่อยๆ


                วันปีใหม่ผ่านไป ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นอกจากเธอกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บาธ ไอริสไม่ได้พาริชาร์ดไปด้วย เพราะว่าเขาติดงานอะไรสักอย่างที่สำคัญมาก พ่อกับแม่ยังแข็งแรงดีเหมือนเดิม พ่อมีอาการปวดขาเป็นปกติ ส่วนแม่ก็เริ่มขี้หลงขี้ลืมตามประสาคนวัยเกษียณ


                “อยู่กับริชาร์ดเป็นยังไงคะ” เฮเธอร์ถามพี่สาวในคืนวันที่สอง มกราคม ซึ่งทั้งคู่ยังพักอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ พวกเธอนั่งกันริมหน้าต่าง ข้างนอกหิมะกำลังตกอย่างบางเบา


                “ก็ดีนะ” ไอริสตอบสั้น “คิดยังไงถึงถาม”


                “ฉันคิดถึงพี่น่ะสิ” เฮเธอร์บอก “เผื่อพี่เบื่อเขาเมื่อไหร่จะได้กลับมาอยู่กับฉันไง” เธอยิ้มกว้าง ไอริสขยี้ผมของเธอเล่น พวกเธออายุห่างกันเจ็ดปี เป็นช่องว่างที่มากอยู่ของพี่สาวกับน้องสาว ไอริสจึงเหมือนเป็นแม่คนที่สอง บางครั้งเฮเธอร์ก็รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่กับพี่สาว เพราะความเป็นผู้ใหญ่มากกว่า จ้ำจีจ้ำไช เจ้าระเบียบ และความเป็นปกติของไอริสอีกด้วย ขณะที่เธอ ไม่ค่อยปกติเหมือนชาวบ้านเท่าไหร่


                “พี่ชอบเขานะ” ไอริสบอก มองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนพยายามซ่อนใบหน้าเขินอายจากน้องสาว


                “รู้ค่ะ ไม่อย่างนั้นพี่คงไม่อยู่กับเขาหรอก” เฮเธอร์พยักหน้า เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รู้เรื่องสักนิดว่าพี่สาวจะเขิน จะอาย หรือจะรู้สึกอะไรก็ตาม “แล้วก็ทิ้งฉันไว้คนเดียว”


                “ไม่เอาน่า” ไอริสส่ายหน้าไปมา ขยับเข้ามาโอบน้องสาว “แล้วเรื่องเบนเป็นยังไงบ้าง”


                “ไม่รู้ค่ะ” เฮเธอร์ส่ายหน้า “ตอนนี้คุณโฮล์มส์ติดคดีที่สำคัญกว่า คงลืมเรื่องของฉันไปแล้วมั้งคะ ไม่ติดต่อมาเลย”


                “เหมือนคนแถวนี้กำลังน้อยใจเลยนะ” ไอริสจ้องน้องสาวอย่างพิจารณา


                “ก็น้อยใจจริงๆค่ะ” เฮเธอร์ตอบโดยไม่คิดอะไร ขณะที่พี่สาวเลิกคิ้วขึ้นสูง คนเป็นน้องก็ไม่ได้สนใจจะมองอีกนั่นแหละ “ก็ดูสิคะ ตอนแรกเขาสนใจเต็มที่เลยนะ แต่อยู่ๆก็เงียบไป ปล่อยให้ฉันสงสัยอยู่ได้ว่ามีอะไรในเอกสารนั่น บางที ฉันก็เกลียดเขาจังเลยค่ะ”


                “แล้วส่วนใหญ่รู้สึกยังไงกับเขาล่ะ” ไอริสได้ทีก็ถามเสียเลย เธอรู้ว่าน้องสาวไม่ค่อยทันเรื่องพวกนี้ มีผู้ชายในชีวิตแค่คนเดียวคือเบน เดแลนด์ ซึ่งสุดท้ายเรื่องก็แดงออกมาว่าเขาเป็นเกย์ ดังนั้นจึงไม่อาจนับว่าเบนเป็นผู้ชายของเฮเธอร์ได้


                “ชอบค่ะ” เฮเธอร์ตอบ “เขาฉลาด น่าทึ่ง แล้วก็มีมุมน่าขำด้วย ไม่เหมือนใครค่ะ แต่อย่างที่บอก เขาหยาบคาย ไม่นึกถึงคนอื่น ฉันไม่ชอบเลย”


                “ทำไมไม่โทรหาเขา จะได้ถามเรื่องเบน เธอมีเบอร์โทรเขานี่” ไอริสลองแหย่ พยายามจะไม่ขำอย่างเต็มที่ เฮเธอร์กับเชอร์ล็อค โฮล์มส์ หรือ? แปลกดีพิลึก


                “ไม่เอาล่ะ” เฮเธอร์ส่ายหน้า “ก็เขายุ่งอยู่นี่ จอห์นบอกแบบนั้นค่ะ อีกอย่าง เขาไม่อยากได้ข้อความฉันหรอก เขาคงรอข้อความคุณแอดเลอร์มากกว่า”


                “งอนหรือเปล่าเนี่ย” ไอริสลองถามเล่น และตามอุปนิสัยของน้องสาวเธอนั้น คำตอบก็น่าจะเป็น...


                “งอนสิคะ” เฮเธอร์เม้มริมฝีปาก “มีอย่างที่ไหนล่ะ ทิ้งขว้างคดีของฉันเฉยเลย ฉันรู้ค่ะว่าเขามีซัมติงกับคุณแอดเลอร์ เรื่องนั้นก็เลยกลายเป็นอันดับหนึ่ง แต่ฉันทุกข์ร้อนนะคะ เขาน่าจะเจียดเวลาช่วยฉันบ้างสิ นี่ผ่านมาเดือนนึงแล้วนะ พี่ไอริส ถ้าฉันเป็นฆาตกรฆ่าเบน ฉันหนีออกนอกประเทศไปยันขั้วโลกใต้แล้วค่ะ” จบประโยค เฮเธอร์ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาอีกเมื่อต้องพูดชื่อเบน ไอริสสังเกตเห็นอาการนั้นทันที


                “ลงไปกินอาหารเย็นกันเถอะ ป่านนี้แม่คงเตรียมเสร็จแล้ว เราสองคนน่าจะช่วยบ้างนะ” ไอริสพูด


                “ช่วยหรือทำให้ยุ่งกว่าเดิมคะ” เฮเธอร์พูดแล้วหัวเราะ


                การได้กลับไปบาธช่วยเฮเธอร์ได้มาก เธอได้อยู่กับพ่อแม่สองสัปดาห์เต็มๆ ใช้เวลาอยู่กับไอริสเต็มอิ่ม และเมื่อต้องกลับลอนดอน ก็เข้าสู่สภาวะเดิม ไอริสอยู่กับริชาร์ด และเธอก็ต้องอยู่คนเดียวตามลำพังในอพาร์ทเมนต์ที่กว้างเกินไปสำหรับคนเดียว อาทิตย์ที่สองของเดือนมกราคม เฮเธอร์กลับมาลอนดอนพร้อมกับสัมภาระและของกินที่แม่ยัดเยียดให้เอากลับมาด้วย แม่บอกว่าเธอผอมเกินไป ไม่เหมือนตอนยังเรียนอยู่ ดูมีเนื้อหนังมากกว่านี้ ทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไป หญิงสาวก็ชะงักค้าง งงงัน ตื่นตะลึง


                ข้าวของกระจัดกระจายเต็มห้อง ลิ้นชักถูกรื้อออกจากตู้ หนังสือไม่อยู่บนชั้นวาง เฮเธอร์วิ่งเข้าไปดูตามห้องต่างๆภายในอพาร์ทเมนต์ แม้แต่ในห้องน้ำ สิ่งของก็ถูกเอาออกจากตู้เหนืออ่างล้างมือเช่นกัน มีคนบุกรุกเข้ามาในบ้านของเธอ ตามหาบางอย่าง และเฮเธอร์คิดว่า เธอพอจะรู้ว่าต้องการหาอะไร เอกสารนั่นแน่ๆ เธอเข้าไปในห้องน้ำ เตียงกระจุยกระจาย หมอน ผ้าห่มอยู่บนพื้น ตู้เสื้อผ้าของเธอก็หมดสภาพเช่นกัน


                “นี่มันเกินไปแล้วนะ” เธอกัดฟัน บ่นคนเดียว ถึงเชอร์ล็อค โฮล์มส์ไม่ว่าง เขาก็ต้องว่างสำหรับงานนี้แหละ


                สิบห้านาทีต่อมา เธอก็หยุดอยู่หน้าประตูสีดำ กดกริ่ง รอคอย มิสซิสฮัดสันเป็นคนมาเปิดประตูตามเดิม และทักทายเธอด้วยเสียงสดใส แต่เมื่อเห็นว่าเธอหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ก็รีบบอกให้เธอขึ้นไปข้างบน เฮเธอร์วิ่งขึ้นไป เสียงตึงตัง ไปสู่ห้องรับแขกที่คุ้นตา เชอร์ล็อคเพิ่งหย่อนอะไรบางอย่างลงในลิ้นชัก พึมพำอะไรไม่รู้กับหน้าต่าง ก่อนจะหันมามองต้นกำเนิดเสียงดัง เขาเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเธอ ไม่มีวี่แววของจอห์น วัตสันอยู่ในห้องด้วย


                “คุณเพิ่งกลับจากบาธสิท่า” เชอร์ล็อคพูด “และเจออะไรบางอย่างที่ตกใจมาก ทำให้คุณตรงดิ่งมาที่นี่ หลังจากทิ้งกระเป๋าไว้หน้าประตู นั่งก่อนไหม มิสเบลล์ หรือจะรับชา”


                “ไม่ล่ะ ฉันไม่รับชา” เฮเธอร์ส่ายหน้า “และฉันไม่ถามว่าคุณรู้ได้ยังไงให้คุณได้ใจหรอก ตั๋วรถไฟคงโผล่ออกมาจากเสื้อโค้ตฉัน นี่เพิ่งผ่านช่วงหยุดปีใหม่ ฉันเคยบอกคุณว่าพ่อแม่อยู่ที่บาธ ฉันไปเยี่ยมพวกท่านช่วงวันหยุดยาวเสมอ คุณคงเห็นได้จากผมของฉันที่กระเซอะกระเซิง หน้าซีดๆของฉัน คุณอนุมานได้ทันทีว่าเกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้ฉันตรงดิ่งมาที่นี่”


                “มีคนบุกเข้าไปในอพาร์ทเมนต์คุณ เพราะอยากได้เอกสาร” เขาตอบอย่างราบเรียบ เดินไปหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ประจำตัวของเขา


                “โอ้” เฮเธอร์กระพริบตา “ใช่ค่ะ” เธอเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่ง “คุณพอมีเวลาจะพูดเรื่องนี้กับฉันไหมคะ”


                “อดีตแฟนของคุณ มิสเบลล์ ได้พัวพันกับคดีอาชญากรรมที่อันตราย และการวิจัยลับที่ไม่ธรรมดา” เชอร์ล็อคบอก “ผมยังไม่แน่ใจว่าการวิจัยเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรแน่ ในเอกสารมีแต่ข้อความบันทึกวัน เวลาในการปฏิบัติการทดลอง และรายชื่อสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ ซึ่งล้วนแต่เป็นสัตว์ที่พิษแทบทั้งสิ้น ผมยังขาดชิ้นส่วนที่จะปะติดปะต่อเป็นรูปเป็นร่างว่าเป็นการทดลองเรื่องอะไร มันอาจเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น ตั้งแต่อาวุธชีวภาพ ไปจนถึงยารักษาโรค ส่วนเรื่องอาชญากรรมก็คือ เอกสารที่คุณนำมาให้ผมนั้น เป็นเอกสารลับทางราชการที่ลับสุดยอด แม้จะทำงานภายในองค์กร ก็ไม่สามารถนำสิ่งใดออกจากอาคารที่ทำงานได้ เบน เดแลนด์ถือวิสาสะนำเอกสารออกมา เขาอาจทำเพื่อขายเอาเงิน หรือ ทำเพื่อแฉอะไรบางอย่าง แต่ก็ยากที่จะสรุปได้ในตอนนี้ ส่วนตัวผมออกจะเชื่อว่าเขาทำเพื่อขาย เพราะเอกสารชุดนี้ยังไม่ครบ ยังขาดข้อมูลเรื่องวิธีการปฏิบัติการทดลอง เขาอาจจะนำมันออกมาด้วย และมันคงถูกขายไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญที่สุด อยู่กับเรา มิสเบลล์ รายชื่อสัตว์ที่ใช้ในการทดลอง หนึ่งในนั้นมีต้องมีสัตว์ที่ทำให้การทดลองสำเร็จลุล่วงอยู่ด้วย พวกนั้นกำลังตามล่าสิ่งนี้”


                “เบนไม่ใช่คนที่จะ...” เฮเธอร์หยุดพูด เธอรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเบน คนที่เธอรู้จัก กับตัวตนที่แท้จริงของเขา อาจเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง


                “เขากำลังต้องการเงิน” เชอร์ล็อคบอก “ตอนที่ไปอพาร์ทเมนต์ของเขา ผมสังเกตเห็นเสื้อผ้า สิ่งของที่เขาใช้ ล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนม เขาแต่งกายเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า มีนาฬิกาโรเล็กซ์อยู่ในลิ้นชัก ผมเดาว่าพฤติกรรมเหล่านี้ เขาติดมาจากชายที่เป็นคู่ขาของเขา สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ในชีวิตเขาไม่ส่งผลต่อความคิดของคุณ เพราะคุณรู้จักเขามานานเกินไป จนไม่ได้สังเกตสังกาความเปลี่ยนแปลง และเขาก็เป็นคนที่เล่นละครเก่ง ผมสืบสาวราวเรื่องกับเจ้าของอพาร์ทเมนต์ เขาค้างค่าเช่าอยู่สามเดือน ผมถามถึงร้านอาหารหรือที่ๆเขาชอบไป เขามักไปร้านหรูๆเสมอ เขาทำตัวติดดินกินอาหารจีนแค่เฉพาะเวลาอยู่กับคุณ และเขามีหนี้บัตรเครดิตอยู่หลายธนาคาร เขาร้อนเงิน นั่นทำให้เขาตัดสินใจขายข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับงานวิจัยที่เขากำลังมีส่วนร่วมอยู่ แต่ก็อยากได้เงินมากขึ้น จึงเก็บเอกสารไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อเรียกเอาเงินอีกงวดมากขึ้นในครั้งต่อไป เมื่อเขาไม่เล่นตามเกม อีกฝ่ายจึงไม่เล่นตามเกมเช่นกัน ในเมื่อทุกอย่างอยู่ในเอกสารนั่นแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บเขาเอาไว้อีก”


                “แต่ทำไม ฆาตกรไม่เอาเอกสารไปตั้งแต่แรก หลังจากฆ่าเขา จะไม่ง่ายกว่าหรือคะ ถ้าหยิบไปเสียเลย”


                 “เบน เดแลนด์ฉลาดเหนือชั้น เขาอาจบอกอีกฝ่ายว่าเอกสารเก็บไว้ในล็อกเกอร์ที่ใดสักแห่ง ซึ่งมีเป็นหมื่นที่ในลอนดอน เป็นการลวงล่อให้ห่างจากที่เก็บเอกสารจริงๆ ก็คือบ้านของเขาเอง ในลิ้นชักซึ่งอยู่ห่างจากฆาตกรไปเพียงไม่กี่ฟุต เขาไม่ได้บอกใคร นอกจากคนๆเดียวคือ ผู้ชายผมบลอนด์คนนั้น ซึ่งย้อนกลับไปที่นั่น เก็บเอกสารไว้ แต่เขาก็คงถูกตามล่า จึงตัดสินใจมาทิ้งเอกสารไว้ให้คุณ และตอนนี้ คุณ... มิสเบลล์ คุณอยู่ในอันตราย” 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #39 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:28
    โอ้ยยย สนุกมากกก
    #39
    0
  2. #14 เด็กหญิงตาดำๆ (@SUGAR609) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 09:07
    เข้มข้นเหลือเกิน น่าติดตามมากๆ
    #14
    0