[Fic Sherlock BBC] A Study in Indigo

ตอนที่ 2 : Crime Scene

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    22 ต.ค. 59



A Study in Indigo

Chapter 2: Crime Scene


                เฮเธอร์ เบลล์ ไม่มีเพื่อนมากนัก ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากมีนะ แต่คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเธอแปลกจนไม่อยากเข้าใกล้ เธอก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้หรอก เพียงแต่เธอควบคุมสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ได้ มีคนเดียว ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว และทนเธอได้ก็คือ เบน เดแลนด์ เขาเป็นเพื่อนเธอทั้งชีวิต เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันเลยก็ว่าได้ เธอคิดถึงเขา พอๆกับที่คิดถึงคุณยาย แต่เขาไม่อยู่หรอก คุณยายก็ไม่อยู่เหมือนกัน บางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในจักรวาล และนั่นก็น่าเศร้าจริงๆ


                หญิงสาวตื่นเช้ามาพร้อมกับความว่างเปล่าในใจที่ไม่อาจเติมเต็มได้ เธอยืนแต่งตัวหน้ากระจกอยู่นาน และเกือบพยายามยัดผ้าพันคอใส่เท้า ทำเอาเธอขำตัวเองอยู่ครึ่งนาที ก่อนจะหยิบรองเท้ามาใส่ เธอสวมกางเกงยีนกับเสื้อยืดและหยิบเสื้อโค้ตสีน้ำเงินมาสวมทับ เธอชอบสีน้ำเงิน มันเป็นสีประจำร้านดอกไม้อินดิโก ร้านของพี่สาว ที่เคยเป็นของพ่อกับแม่มาก่อน เธอยังทำงานที่นั่น ช่วยเหลือพี่สาวของเธอ ความจริงก็คือ เธอยังหางานตรงสายที่ตัวเองจบมาไม่ได้ การแข่งขันในวงการสิ่งพิมพ์ หรือนิตยสารนั้น ค่อนข้างดุเดือด เธอไม่คิดว่าเธอสามารถฟาดฟันอะไรกับใครได้ และการอยู่ในร้านดอกไม้ เธอก็สบายใจดี


                เฮเธอร์ส่งอีเมล์บอกที่อยู่ของเบนไปให้เชอร์ล็อคแล้วตั้งแต่เมื่อเย็นวาน เธอแค่ต้องรอจนกว่าจะสิบโมงเท่านั้น เมื่อพี่สาวของเธอ ไอริส รู้ว่าเธอไปหาเชอร์ล็อค โฮล์มส์ พี่ไม่ค่อยเห็นด้วยในตอนแรก และบอกว่าตำรวจปิดคดีและตัดสินไปแล้ว บางทีวันนั้นเธออาจจะตกใจ และจำเหตุการณ์ผิดก็ได้ แต่เฮเธอร์มั่นใจทุกสิ่งที่เธอจำได้ ไอริสจึงได้แต่ยักไหล่ ตบบ่าเธอเบาๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไร เพราะมีลูกค้ามาพอดี


                        เฮเธอร์ไม่ได้แวะเข้าร้าน เธอบอกพี่สาวไว้ก่อนแล้ว เมื่อถึงเวลาเก้าโมง เธอก็ออกจากอพาร์ทเมนต์ ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะไปถึงแถวแคสเซลทาวน์ที่เบนเคยอาศัยอยู่ ตัวเธอกับพี่สาวอาศัยอยู่บนถนนบิกเคนฮอล์ ซึ่งไม่ไกลจากถนนเบเกอร์นัก หญิงสาวเลือกขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน ช่วงนี้คนยังพลุกพล่านอยู่มาก จึงค่อนข้างขรุขระในการเดินทางสักหน่อย


                เธอมาถึงก่อนเวลานัดหมายแค่สิบนาที แคสเซิลทาวน์ค่อนข้างหรูหรา เงียบสงบ อาคารสีขาวเรียงรายเป็นทิวแถว รถจอดเป็นระเบียบอยู่ในที่จอดข้างอาคารแต่ละแห่ง เฮเธอร์จำเป็นต้องเดินไกลเล็กน้อยกว่าจะถึงอพาร์ทเมนต์ของเบน ซึ่งเป็นอาคารสูงอิฐสีน้ำตาล หญิงสาวร่างเล็กตัดสินใจยืนรออยู่แถวนั้น พลางก้มมองนาฬิกา ช่วงนั้นมีคนเดินเข้าออกจากอพาร์ทเมนต์สองสามคน พวกเขามาสายสิบนาที ซึ่งไม่ได้น่าเกลียดอะไร และนั่งแท็กซี่มากัน


                “ฉันชอบผมคุณ” เฮเธอร์เอ่ยทักเชอร์ล็อคในแบบของเธอ อย่างไม่มีใครเหมือน


                “อะไรนะ” เชอร์ล็อคแสดงอาการแปลกใจอย่างเก็บไม่มิด ซึ่งทำให้จอห์นที่ตามลงมาด้วยเลิกคิ้วมอง


                “ผม ผมของคุณไง ฉันว่าผู้ชายที่มีผมหยักศก นี่มีเสน่ห์นะ” เฮเธอร์ยิ้มกว้างเช่นเคย “แต่ โอ้ คุณวัตสัน ฉันก็ชอบผมคุณเหมือนกันนะ สีน้ำตาลอ่อน ยังไงฉันก็มองคุณสองคนดูเหมาะกัน”


                “เฮเธอร์ เราไม่ใช่...” จอห์นเริ่ม


                “ฉันรู้ค่ะ” เฮเธอร์โบกมือไปมา “แต่ให้ฉันมีหวังหน่อยสิคะ คุณวัตสัน”


                “เรียกผมว่า จอห์น ก็ได้ครับ” จอห์นบอกอย่างเป็นกันเอง


                “ดีค่ะ” เฮเธอร์พูดเสียงดังอย่างร่าเริง “ฉันชอบเรียกชื่อต้น มันสั้น กระชับ ไม่ยาวดี”


                “เราจะเข้าไปได้หรือยัง” เชอร์ล็อคถามอย่างรำคาญๆ


                “ได้ค่ะ” เฮเธอร์พยักหน้า “แต่ยิ้มก่อนสิคะ”


                “อะไร? ทำไมผมต้องยิ้มล่ะ” เชอร์ล็อคพูดด้วยท่าทางรำคาญมากกว่าเก่า


                “เพราะคุณยังไม่ยิ้มเลยน่ะสิ ฉันคิดว่าถ้าคุณยิ้ม น่าจะทำให้คุณดูเป็นมิตรขึ้นนะ ขนาดฉันยิ้มแทบตาย ยังไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ฉันเลย พวกเขาคิดว่าฉันประสาทไม่ดี” เฮเธอร์บอก “ฉันว่า คุณยิ้มแล้วต้องดูดีแน่เลย ยิ้มก่อนค่ะ แล้วฉันจะพาเข้าไป ถือว่าเป็นค่าผ่านทางนะ” จอห์นมองทั้งสองคนสลับไปมา เฮเธอร์กำลังยิ้มยิงฟัน ดวงตาเลื่อนลอยเล็กน้อย เขาไม่แปลกใจว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใกล้เธอ แล้วจอห์นก็มองไปทางเชอร์ล็อค เพื่อนของเขาทำหน้าเบื่อๆ ถอนหายใจ ก่อนจะยอมยิ้มกว้าง เห็นฟันแถวหน้าเกือบหมด เห็นรอยยับย่นแถวตา มันดูน่ากลัว มากกว่าจะเป็นมิตร


                “โอเค” เฮเธอร์พูด “ฉันว่าคุณไม่ยิ้มจะดีกว่า”


                จอห์นพ่นลมดังพรืด เขาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาอยู่แล้ว ขณะเดินตามเฮเธอร์และเชอร์ล็อคเข้าไปด้านใน พวกเขาต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นสาม “พ่อกับแม่ของเบนจะมาเก็บของๆเขาในอาทิตย์นี้พอดีค่ะ ดีนะคะที่เราได้มาก่อน ภายในสุดสัปดาห์ ทั้งห้องก็คงไม่เหลืออะไรแล้ว ก่อนหน้านี้ เจ้าของอพาร์ทเมนต์จ้างคนมาทำความสะอาดห้องนองของเบน เพราะกลัวสารพิษตกค้างค่ะ ฉันเสียใจจริงๆนะคะ คุณโฮล์มส์ ฉันรู้ว่าอาจทำให้ร่องรอยบางอย่างเสียหายไป”


                “ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องเสียใจ” เชอร์ล็อคบอก


                “จริงด้วยสินะคะ” เฮเธอร์พยักหน้า ขณะหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าสะพายสีแดง และไขลูกบิดเพื่อเปิดประตู


                ห้องด้านในยังเกือบเหมือนเดิมทุกอย่างที่เฮเธอร์จำได้ โซฟาสีดำ ผ้าม่านสีขาว โต๊ะวางทีวี ครัวที่อยู่ด้านหนึ่ง และส่วนที่เป็นห้องนอนอีกด้าน การกลับมายืนที่นี่ส่งผลกระทบทางจิตใจต่อเธอ เชอร์ล็อคเริ่มสำรวจทุกอย่างในห้อง โดยยังไม่พูดอะไร เขาเข้าไปดูในครัว สักพักก็เดินลิ่วออกมา แวะมาดูที่โซฟา หน้าทีวี และก็เดินเข้าไปในห้องนอน จอห์นกับเฮเธอร์เดินตามเขาเข้าไป เชอร์ล็อคหยุดอยู่หน้าตู้เอกสารซึ่งล็อคอยู่ เขาใช้เวลาหากุญแจในลิ้นชักไม่นาน ก็นำมาไข และเปิดออกดู


                “แฟนของคุณทำงานให้องค์กรวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล” เชอร์ล็อคบอก พร้อมกับหยิบบัตรห้อยคอของเบนออกมา


                “ฉันพอทราบค่ะ ถึงเขาไม่เคยบอก แต่ฉันก็เดาได้ว่าต้องเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ” เฮเธอร์พูด และเดินเข้าไปหยิบบัตรของเขามา ในรูปเบนกำลังยิ้ม เขายิ้มเสมอเวลาถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นถ่ายบัตรอะไรก็ตาม


                “เอกสารหายเกลี้ยงไปหมดแล้ว” เชอร์ล็อคมองตู้ที่ว่างเปล่า “อาจมีคนอื่นมาเก็บกวาดก่อนที่เราจะมา”


                “หมายความว่ายังไงคะ” เฮเธอร์เงยหน้าขึ้นมองเขา “ถ้ามีคนมาก่อนหน้าเรา ทำไมเขาจงใจทิ้งบัตรของเบนไว้”


                “นั่นสิ ทำไม” เชอร์ล็อคก้มลงมองเธอ ด้วยสายตาที่เฮเธอร์ไม่แน่ใจว่าเขากำลังชื่นชม พอใจ หรือเฉยๆกับข้อสังเกตของเธอ เขาขยับออกไปหาจอห์นซึ่งยืนอยู่ริมเตียง จอห์นเจออะไรบางอย่างบนหมอน เป็นเส้นผม “คุณรู้จักใครที่มีผมบลอนด์บ้างไหม?”


                “ไม่นะคะ” เฮเธอร์หันไปหา  เบนมีผมน้ำตาล “คุณเจอมันบนเตียงหรอคะ?”


                “ครับ” จอห์นพยักหน้า ขณะที่เชอร์ล็อคหยิบขึ้นมาดู และนำซองพลาสติกจากในกระเป๋าออกมา เขาเก็บเส้นผมลงไปในนั้น “จากความยาว ไม่น่าเป็นผมผู้หญิงนะครับ”


                “หรืออาจเป็นผู้หญิงผมสั้น” เชอร์ล็อคบอก เขาก้มลงที่เตียง คลำไปทั่วหมอน ผ้าห่มที่คลุมอยู่ เขาก้มจนจมูกติดกับหมอน สูดกลิ่น จากนั้นก็ยืดตัวขึ้น “มิสเบลล์ ดูเหมือนแฟนของคุณจะไม่ซื่อสัตย์กับคุณเสียเท่าไหร่”


                “อะไรนะคะ?” เฮเธอร์ขมวดคิ้ว


                “คุณบอกก่อนหน้านี้ว่า เขาเปลี่ยนไป คุณเจอกันน้อยมาก เขาไม่บอกอะไรคุณเรื่องงาน ผมว่ามันมีมากกว่านั้นอีก คุณไม่เคยมาค้างที่นี่เลยใช่ไหม ไม่มีของใช้คุณในห้องน้ำ ไม่มีอะไรที่เป็นของคุณ หรือของผู้หญิงอยู่ที่นี่เลย ความรักของคุณกับเขาไปด้วยกันได้ไม่ค่อยดี เขาเบื่อคุณ อาจเป็นเพราะความพูดมาก เซ้าซี้ พูดไม่รู้จักคิด...”


                “เชอร์ล็อค” จอห์นพยายามปราม


                “คุณไม่ใช่แฟนที่เขาอยากจะพาไปเจอเพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักคนอื่นๆ คุณถึงไม่รู้จักใครเลยที่เกี่ยวข้องกับเขา พูดง่ายๆ เขาไม่อยากเสียหน้าหากต้องพาคุณไปเจอเพื่อนๆ เขามีความสัมพันธ์ลับหลังคุณ แฟนที่เขาสามารถเปิดเผย ไปไหนมาไหนด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเขามีความสุขมากกว่าที่จะอยู่กับคุณ อีกทั้ง คนๆนี้มาถึงก่อนหน้าเรา และเพิ่งออกไปก่อนที่เราจะเข้ามาไม่เท่าไหร่”


                “ผู้หญิงหรอ?” เฮเธอร์ถาม เสียงของเธอแข็งกระด้าง  “ไม่ใช่แน่ค่ะ ฉันมาถึงก่อนเวลาที่พวกคุณนัด และพวกคุณมาสายสิบนาที ฉันยืนอยู่หน้าอพาร์ทเมนต์ตลอด ถ้ามีผู้หญิงผมสั้นสีบลอนด์เดินออกไป ฉันก็ต้องเห็น แต่ไม่มีเลยนะคะ มีแต่ผู้หญิงผมยาว ฉันมั่นใจ และเบนรักฉัน... เรารัก...”


                “ไม่ใช่ผู้หญิง” เชอร์ล็อคพูดขัดขึ้นกลางคัน “ผมได้กลิ่นน้ำหอมที่คนๆนั้นใส่มาด้วย เป็นน้ำหอมของชาแนล”


                “ก็ผู้หญิงสิ ถ้างั้น” จอห์นหัวหมุน


                “บลู เดอ ชาแนล” เชอร์ล็อคตอบ “น้ำหอมของผู้ชาย ที่ผลิต ขาย และโฆษณาในปีสองพันสิบ”


                “ฉันไม่เข้าใจ” เฮเธอร์ส่ายหน้า


                “เบน เดแลนด์ แฟนของคุณ เขาเป็นเกย์” เชอร์ล็อคกล่าวโดยสรุป จอห์นอ้าปากค้าง “จอห์น หุบปาก” ซึ่งคู่หูของเขารีบทำตามทันที


                “ไม่” เฮเธอร์ส่ายศีรษะ “ไม่จริงหรอก เขา...” เธออึ้งและพูดไม่ออก แต่ก็มั่นใจว่าไม่ใช่


                “เขาเคยกอดหรือจูบคุณไหม” เชอร์ล็อคถาม


                “เคยสิ!” เฮเธอร์ตอบอย่างโกรธๆ


                “พวกคุณเคยหลับนอนด้วยกันไหม?” เขาถามต่อด้วยสีหน้านิ่งเฉย เฮเธอร์อ้าปาก แล้วก็หุบฉับ ไม่ พวกเขาไม่เคยไปไกลถึงขั้นนั้นเลย เธอคิดว่าเบนแค่ขี้อาย เธอก็อายเหมือนกันถ้าต้องทำเรื่องแบบนั้น เธอแค่คิดว่าคู่เราไม่เหมือนคู่อื่น เราไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางกายเพื่อพิสูจน์ความรัก ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา พิสูจน์มากพอแล้ว ขาทั้งสองข้างของเธออ่อนแรงเสียเฉยๆ เธอทรุดลงนั่งบนเตียง


                “เขาเสียใจกับการจากไปของเบน และมานอนบนเตียงนี้ กอดหมอนของเบน สัมผัสเบนเป็นครั้งสุดท้าย” เชอร์ล็อคบอก ไม่ได้สนใจว่าเฮเธอร์จะรู้สึกยังไง


                “แล้วเอกสารกับบัตรล่ะ” จอห์นถาม พลางยกมือขึ้นกอดอก  “ผู้ชายผมบลอนด์คนนี้เป็นคนเอาไปไหม”


                “เปล่า” เชอร์ล็อคส่ายหน้า เขาเดินกลับไปที่ตู้เอกสารอีกครั้ง “คนที่เอาเอกสารไป และทิ้งบัตรไว้ให้เรา ทำเพื่อท้าทายให้ค้นหาตัวเขา” เชอร์ล็อคมองขอบของตู้เอกสาร มีคนจงใจใช้มีดขูดไว้เป็นตัวอักษรเล็กๆจางๆ เขาไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ทั้งกับจอห์นและเฮเธอร์ แต่เขาคิดว่าเขารู้ว่าตัวอักษรนั้นหมายถึงใคร และเขารู้ว่า คดีนี้ ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาอีกต่อไป



                M



                ตัวอักษรนั้นเหมือนจะเรืองแสงน่าเกลียดออกมา ทำให้รู้สึกพรั่นพรึง สั่นสะท้าน และขยะแขยงไปในเวลาเดียวกัน เชอร์ล็อคเดินกลับมา หยิบบัตรออกจากมือของเฮเธอร์


                “ผมต้องขอเก็บสิ่งนี้ไว้ก่อน เพื่อหาข้อมูลอย่างอื่นอีก เกี่ยวกับงานของเบน เดแลนด์มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่” เชอร์ล็อคอธิบาย เฮเธอร์ไม่พูดอะไรเลย น่าจะยังช็อค เธอถลึงตามองพื้นที่วางเปล่า ไม่มีน้ำตาสักหยด แค่เบิกตามองโดยไม่กระพริบ ดูเหมือนคนโรคจิตหน่อยๆ “เราไปกินกลางวันกันเถอะ จอห์น ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือให้หาคำตอบแล้ว” เขายกปกคอเสื้อโค้ตให้ กระชับ


                “เฮเธอร์” จอห์นเรียกเบาๆ


                “คะ?” หญิงสาวตอบ เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเลื่อนลอย


                “ไปกินกลางวันกับเราไหมครับ” จอห์นถาม


                “ถ้าคุณชวนเพราะสงสาร ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เฮเธอร์บอก และพยายามยิ้ม “ฉันรู้ว่าเขามีเรื่องปิดบังฉันเยอะแยะ ฉันรู้ว่าระหว่างเรามีช่องว่างที่เป็นปัญหา ฉันรู้มานานแล้วค่ะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ จอห์น”


                “อาหารอิตาเลียน!” เชอร์ล็อคตะโกนขึ้นมา “เราต้องรีบไป ถ้าไม่อยากให้โต๊ะเต็มก่อน”


                “เชอร์ล็อค ให้ตายสิ” จอห์นบ่น “ช่วยมีมนุษยธรรมหน่อยได้ไหม ผมคิดว่าคุณไม่ชอบกินระหว่างมีคดีเสียอีก”


                “จะมาไหม มิสเบลล์” เชอร์ล็อคพูดขึ้น โดยไม่สนใจจอห์น


                “คุณโฮล์มส์ให้ฉันไปด้วยได้หรอคะ” เฮเธอร์ถามซื่อๆ


                “ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากกินอาหารจีนไปอีกนาน มีร้านอาหารไทยอยู่ใกล้กว่า แต่คุณไม่ชอบกินอาหารรสจัด ถัดไปอีกสองถนน มีร้านอาหารอิตาเลียนที่ใกล้ที่สุด คุณชอบกินอาหารอิตาเลียน” เชอร์ล็อคพูดรัวเร็ว และผลุนผลันออกจากห้องไปก่อนคนอื่นๆ ทิ้งให้จอห์นยืนงง


                “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ชอบอาหารรสจัด และรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบอาหารอิตาเลียน” เฮเธอร์ตะโกนไล่หลัง รีบลุกขึ้นยืนและวิ่งตามออกไป “คุณโฮล์มส์!!” 







Writer's Talk

ต้นแบบตัวละคร เฮเธอร์ ของฉัน คือ ลูน่า เลิฟกู้ด ค่ะ

ในนี้มีใครแนะนำฟิค Sherlock สนุกๆ แบบ Slowburn (ดำเนินเรื่องช้า) ให้ฉันอ่านได้บ้างคะ อังกฤษ หรือ ไทย ก็ได้ ไม่เกี่ยงค่ะ 

ในเด็กดี ยิ่งดีเลยค่ะ !! 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #37 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:09
    โอ้ยย สนุก ไรท์ดึงคาแรคเตอร์ตัวละครออกมาได้ดีมากเลยอ่ะ เหมือนกำลังดูซีรี่ย์แล้วเห็นภาพตามเป็นฉากๆเลยยย
    #37
    0
  2. #10 Thefortuneteller. (@Pinkcandy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 22:16
    น่ารัก!! ชอบ!! คุณโฮล์มส์เริ่มออกความเป็นเชอร์ล็อคแล้ว ฮา
    ป๋าไมครอฟท์จะออฟแล้วสินะคะ
    #10
    0
  3. วันที่ 3 มกราคม 2559 / 18:39
    น่ารักอ่ะ เฮเธอร์น่ารัก ชอบมากเลย
    เป็นธรรมชาติมากๆ คดีก็หน้าติดตาม
    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ ติดตามค่ะ
    #3
    0