(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 6 : What's real?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    31 ธ.ค. 58

            

          ฉันเผชิญหน้ากับโอดิน มันไม่ใช่ความโกรธที่ฉันเห็นในแววตาของเขา แต่เป็นความสงสัย และเหมือนจะสงสารฉันนิดๆ ฉันยืนติดอยู่กับตู้หนังสือในห้องสมุดขนาดใหญ่ของแอสการ์ด รู้สึกเหมือนเป็นผู้ชายที่กำลังมาขอลูกสาวของพ่อคนหนึ่งไปเดท ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ สายตาของโอดินเหมือนกำลังสแกนหาไวรัสในระบบคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉันคิดว่า ถ้ามองกันขนาดนี้ เขาคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่างนั้นบ้าง และเขาแค่กำลังหาวิธีจะพูดถึงมันให้ดูสุภาพที่สุดเท่านั้น

            ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง? โอดินเริ่มได้ดี เข้าถามถึงสารทุกข์สุกดิบ

            ดีค่ะ ฉันตอบสั้นๆ และมันฟังดูเหมือนคำโกหก ฉันก็เลยต้องรีบพูดอะไรเพิ่มเติม ฉันเพิ่งหายป่วย แต่ทุกอย่างก็ดี ไปได้สวย  

            โอดินเงียบไป เขาคงไม่ได้หวังให้ฉันตอบว่าทุกอย่างไปได้สวย และฉันรู้ว่านี่ฟังดูเหมือนโกหกคำโต แต่จะให้ฉันพูดอะไรออกไปล่ะ? บอกเขาหรอว่า ฉัน... ฉันชอบลูกชายคนเล็กของเขา แม้ว่านั่นจะเป็นเทพวิบัติที่ชั่วร้ายที่สุดในอวกาศ จะให้พูดออกไปได้อย่างไร และบอกตามตรง ฉันก็ยังยอมรับในเรื่องนี้ไม่ได้เช่นกัน ฉันกำลังตกลงสู่ปัญหาใหญ่ แต่ใจหนึ่งฉันก็อยากบอกเขาให้หมดทุกอย่าง เพื่อที่เขาจะได้ช่วยบอกฉันทีว่านี่มันอะไรกัน ทำไมลูกชายเขาถึงได้มาจูบฉัน พอนึกถึงจูบ ก็... ไม่! อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เข้ามาตอนนี้

            โลกิเป็นอย่างไร

            คำถามนี้ช่างตอบยากจริง ฉันกัดริมฝีปาก ไม่ได้เตรียมตอบคำถามนี้ไว้ล่วงหน้าเลย หัวสมองฉันยังขาวโพลน นึกอะไรไม่ออก

            เขาไม่ค่อยสร้างปัญหาอะไรค่ะ แค่นั่งอ่านหนังสือ บางครั้งก็วาดรูป ฉันตอบอย่างกระอักกระอ่วน

            เจ้าไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรข้า แฮมดัลคนเฝ้าประตูของข้ามองเห็นทุกอย่าง และช่วงนี้ข้าก็ได้สั่งให้เขาตามดูโลกิกับเจ้าเป็นพิเศษ เวรเอ๊ย ฉันอยากสบถดังๆเลยหลังจากได้ยินโอดินพูดแบบนี้ เมื่อวานเจ้าเข้าไปหาเขา และไม่ได้กลับออกมาจนกระทั่งเช้าวันนี้

            ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ ฉันรีบปกป้องตัวเอง

            ข้ารู้ เมนา ข้ารู้ โอดินพูด ท่าทางเขาเหนื่อยใจ เริ่มมองฉันอย่างเป็นห่วง แฮมดัลบอกข้าว่าเขาดูแลเจ้าทั้งวันทั้งคืน เขาป้อนยาให้เจ้ากินทุกสองสามชั่วโมง เจ้าอาเจียน เขาก็เช็ดให้ ตัวเจ้าร้อนเป็นไฟ ก็เขาอีกที่หาผ้าชุบน้ำคอยเช็ดตัว ในตอนกลางคืน อากาศเย็นลงมาก เจ้าหนาว เขากอดเจ้า

            เอาล่ะ ฉันเขิน ฉันคิดว่าเหตุการณ์พวกนั้นเกิดในความฝัน ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง ถึงว่ามันแปลกๆอยู่ที่ฉันกินยาไปแค่ครั้งสองครั้งแล้วหายเป็นปลิดทิ้งได้อย่างไร พวกนั้นคือความจริง ฉันดื้อรั้นตลอดเวลาที่เขาจะป้อนยา และเขาต้องอดทนกับมัน คนอย่างโลกิ ที่ไม่น่าจะทนได้ กลับอดทนป้อนยาให้ฉัน และจัดการกองอาเจียนน่าขยะแขยงของฉันด้วย เขายังกอดฉันได้ยังไง ทั้งที่ฉันเป็นไข้ มีแต่เชื้อโรคที่เขาน่าจะรู้สึกรังเกียจ เขาบอกเองว่าเขารังเกียจมนุษย์ แล้วเขาทำแบบนั้นกับฉันทำไม?

            ข้าไม่เคยเห็นเขาทำแบบนั้นให้ใครมาก่อน โอดินบอก ถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องสมุด ฉันไม่รู้ว่านี่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่หรือไม่ แต่ดูท่าทางโอดินไม่ได้ยินดีนักที่ลูกชายบุญธรรมแสดงความเมตตาออกมา ฉันไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ยืนเงียบ เหมือนถูกครูใหญ่สอบสวนความผิด ไม่รู้ทำไมต้องรู้สึกกังวลและกลัว ฉันจำได้ว่าก่อนจะขึ้นมา โลกิบอกให้ฉันยืนยันต่อโอดินว่าจะไม่ไปไหนเด็ดขาด เขาคิดว่าโอดินจะส่งฉันกลับโลกหรือ?

            เขาไม่เคยทำอะไร โดยไม่มีเหตุผลแอบแฝง เมนา โอดินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือทั้งสองข้างประสานกันไว้บนโต๊ะไม้สีมะฮอกกานี นี่อาจเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว แต่ข้าจำเป็นต้องถาม เจ้ามีความรู้สึกพิเศษแบบหญิงชายให้โลกิหรือไม่?

            ฉันควรตอบอะไร โอ๊ย พระเจ้า ทำไมฉันไม่ไปชอบคนธรรมดานะ คนที่ไม่อำนาจ ไม่ใช่ต่างดาว ใครก็ได้ทั้งหมดทั้งมวล แต่ฉันดันมาที่นี่ และชอบคนที่ไม่ควรชอบอย่างที่สุดเข้าให้ ฉันยอมตกหลุมรักธอร์แล้วถูกปฏิเสธซะยังจะดีกว่า มีคนในอเวนเจอร์สให้เลือกตั้งมากมาย ฉันจะปลื้มใครก็ได้ ฝันถึงใครก็ได้ แต่มีแค่คนเดียวที่ฉันฝันถึง มีแค่คนเดียวที่ทำให้ใจเต้นรัว ฉันจะโกหกเรื่องนี้ได้ยังไง

            ไม่จำเป็นต้องโกหกเสียงทุ้มต่ำของโลกิแวะเวียนมาหาฉัน เขาไม่เคยปล่อยให้ฉันอยู่ตามลำพังเลยจริงๆ ราวกับว่า เขาได้แบ่งจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งมาอยู่ในร่างของฉันแล้ว ถึงจะไม่ได้เห็นทุกอย่างที่ฉันเห็น แต่ก็ได้ยินทุกอย่างที่ฉันได้ยิน

            แต่ว่า มันจะไม่กลายเป็นปัญหาหรือ? ฉันถามเขากลับ ตลอดเวลาพยายามทำสีหน้าให้เหมือนครุ่นคิดอยู่คนเดียว ทบทวนคำถามที่โอดินมอบให้ฉัน

            นั่นคือโอดิน ต่อให้เจ้าโกหก เขาก็รู้อยู่ดี โลกิบอก แต่ฉันไม่อยากพูดโดยที่เขาฟังอยู่นี่

            คุณไปที่อื่นก่อนได้ไหม สักนาทีหนึ่ง ฉันขอร้อง

            ฉัน... ฉันมองไปทางโอดิน ยอมตอบคำถามหลังจากโลกิบอกว่าเขาจะไปแล้ว ใช่ค่ะ ฉันตอบเสียงเบามาก ราวกับถ้อยคำที่พูดออกไปนั้นเป็นแก้วบางๆ ที่แตกได้ง่าย

            หือ? โอดินเลิกคิ้วมองฉัน จากนั้นก็ถอนหายใจเหมือนกับว่าเขาคาดเดาคำตอบล่วงหน้าได้อยู่แล้ว เขาก็รู้เรื่องนี้ด้วยใช่ไหม? ฉันพยักหน้าตอบโดยไม่ต้องคิดเลย โลกิอ่านใจฉันได้ตลอดเวลา เขารู้ทุกสิ่งที่ฉันคิดและรู้สึก มันไม่สะดวกนักหรอก บางครั้งความคิดฉันก็มีเรื่องน่าอาย และเขาได้ยินมัน

            เรื่องนี้ทำให้ข้าไม่สบายใจนัก เมนา โอดินพูดตรงๆ โลกิ ข้าไม่อาจพูดได้ว่าเขาเคยมีความรัก เขาอาจจะเคยรักฟริกก้าราชินีผู้ล่วงลับของข้า แต่สำหรับคนอื่น ข้าไม่คิดว่าเขาจะรักใครอีก การกระทำของเขาน่าสงสัย เขาไม่เคยดูแลใครแบบนี้มาก่อน ข้าเกรงว่าจะเป็นการเสแสร้งเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง

            แต่ว่า... แต่ว่าอะไรล่ะ? ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อในการกระทำนั้นเช่นกัน ฉันคิดว่าเขากลั่นแกล้งฉันอยู่ ควบคุม และพยายามเอาชนะ สนุกกับการที่เห็นฉันหัวปั่น

            ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเจ็บปวดใจ และถูกหลอกใช้ โอดินบอกด้วยท่าทางเป็นห่วง โลกิไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ ข้าไม่เคยเห็นด้วยกับธอร์ตั้งแต่แรกที่พาเจ้าขึ้นมา แต่ในเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว ข้าได้แต่เตือนเท่านั้น เขาอาจกำลังหลอกใช้เจ้า หลอกใช้ความห่วงใยที่เจ้ามีให้เขา เพื่อให้เขาได้ออกจากที่คุมขัง หลอกว่าเขานั้นดีขึ้นแล้ว เขามีหัวใจเมตตา แต่นั่นอาจเป็นเพียงภาพมายา เขาโกหกเก่งเสมอ เคยตบตาข้าจนได้บัลลังก์แอสการ์ดไปครอง เคยตบตาลาฟฟี่บิดาแท้ๆของเขาเองให้มาติดกับ จากนั้นก็ฆ่าบิดาตาย คนที่ฆ่าพ่อของตน ตั้งใจจะล้างเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็ง และเผ่าพันธุ์มนุษย์ คนที่ช่างโหดร้ายเช่นนั้น อาจมีทางเยียวยาในอนาคตก็จริง แต่ต้องไม่ใช่ในเร็ววันนี้แน่

            ครั้งก่อนที่เราพบกัน โอดินหยุด สูดลมหายใจและผ่อนออกช้าๆ เจ้าให้ข้าลองคิดดูเรื่องที่จะพาเขาขึ้นมาข้างบนบ้าง ข้าสงสัยตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว เขาบอกให้เจ้าพูดหรือเปล่า...

            ไม่ใช่ค่ะ ฉันขัดขึ้น เขาไม่ได้ขอให้ฉันพูด ทั้งที่รู้ว่าเขาคือวายร้าย แต่ตอนนี้ฉันก็ยังอยากจะปกป้องเขาอยู่ดี ฉันไม่ใช่คนฉลาดหรอก กลายเป็นคนโง่ไปแล้ว

            ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นั่นเป็นวิธีที่เขาถนัด เมนา โอดินพูดต่อไป บางครั้งทำให้ตัวเองดูน่าสงสาร บางครั้งทำเป็นยอมร่วมมือ แต่สุดท้ายก็หักหลังต่อความไว้เนื้อเชื้อใจของทุกคน เขาอาจกำลังวางแผน ใช้เจ้าเพื่อให้ข้าตายใจ เพื่อให้ข้ามองเห็นว่า เขายังมีเมตตา มีความรัก และเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ดีขึ้น จนยอมปล่อยเขาออกมา และถ้าเกิดเขาออกมาจริงๆ หายนะจะเกิดอีกครั้ง

            ฉันหวนนึกถึงโลกิ อารมณ์เขาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ฉันไม่เคยตามทัน บางครั้งเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย อารมณ์ศิลปิน แต่บางครั้งก็โหดเหี้ยมน่ากลัว ไว้ใจไม่ได้ ฉันไม่รู้ว่าอะไรคือตัวตนที่แท้จริงของเขา ตัวตนไหนที่ฉันไว้ใจได้ แล้วจูบนั่น เป็นความจริงแค่ไหน คำพูดของโอดิน ผู้เป็นบิดาซึ่งเลี้ยงเขามา ย่อมรู้จักเขาดีที่สุด ถ้าเทียบกับฉัน ที่มาอยู่นี่ได้ไม่กี่วัน โอดินคือคนที่น่าไว้ใจในเรื่องนี้ที่สุด ฉันควรเชื่อกษัตริย์ชราผู้น่าเชื่อถือคนนี้ มากกว่าวายร้ายตัวฉกาจที่พยายามทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ ยักษ์น้ำแข็ง และฆ่าพ่อของตัวเอง

            ฆาตกร! ฉันเองก็เคยเป็นฆาตกร ฉันฆ่าน้องชายวัยแปดขวบกับมือ เพียงแต่นั่นเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เกิด แต่เขาตั้งใจ! เขาวางแผน เขาสังหารบิดา และอาจสังหารโอดินคนที่เลี้ยงเขามาได้อย่างไม่ต้องหยุดคิด เพราะความอาฆาตชิงชัง ฉันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ฉันกำลังอยู่ในเงื้อมือของฆาตกรดีๆนี่เอง

            ข้าแนะนำว่า เจ้าไม่ควรลงไปเจอเขาสักสัปดาห์หนึ่งเป็นอย่างน้อย และพยายามอย่าปล่อยให้เขาเข้ามาในจิตใจของเจ้าได้ โอดินบอก เขาใช้คำว่า แนะนำ ก็จริง แต่จากสีหน้าแล้ว ฉันบอกได้เลยว่าเขาอยากออกคำสั่งมากกว่า ลองทบทวนจิตใจของเจ้าดูให้ดี มันคุ้มหรือไม่ที่จะเสี่ยง ความรู้สึกของเจ้าที่มีให้เขาอาจไม่ใช่ความจริงเลย เขาอาจเป็นผู้สร้างความรู้สึกทั้งหมดของเจ้าขึ้นมา และส่งเข้าสู่ความคิดของเจ้า คอยควบคุมทุกอย่างจากภายใน ทางที่ดี ออกห่างจากเขาสักพัก และถ้าเจ้าพบว่าไม่อาจรับมือเขาได้อีก เจ้าสามารถบอกข้าได้ทุกเมื่อ แฮมดัลจะเปิดไบฟรอสพาเจ้ากลับโลก ข้าจะให้สิ่งตอบแทนสำหรับความหวังดีและความเสียสละของเจ้าด้วย

            เป็นการหว่านล้อมที่ฟังดูดีอย่างมาก ฉันยอมรับว่าที่โอดินพูดนั้นก็มีเหตุผล และตอนนี้ฉันสับสนจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาอีกรอบ ฉันบอกโอดินว่าจะไตร่ตรองเรื่องนี้ดู แล้วก็เอ่ยลาขอตัวออกมา ขาทั้งสองข้างของฉันพากลับสู่ห้องนอน สถานที่ส่วนตัวซึ่งฉันจะได้ขบคิดปัญหาใหญ่

            ฉันนึกย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่พบโลกิ เรียงลำดับเหตุการณ์ทุกอย่าง ทั้งในความจริงและความฝัน พยายามไม่ยึดอารมณ์ และใช้เหตุผลเป็นหลัก ฉันพบว่าตัวฉันเหมือนเหรียญเงินที่เขาพลิกไปพลิกมาในมือ เขาควบคุมฉันอยู่จริงๆ ทั้งในยามตื่นและยามหลับ เขาสั่งอะไร ฉันทำตาม แค่มองดวงตาสีเขียวคู่นั้น ฉันก็ละลาย ยอมทำให้ได้ทุกอย่าง เหมือนคนโง่ไม่มีผิด ยามกลางคืน เขาก็แวะเวียนมาหาในความฝัน มันเป็นไปไม่ได้ ที่ฉันจะฝันถึงเขาทุกคืนโดยธรรมชาติ และถ้าฝันจริงก็ไม่ควรจะจำได้ทุกรายละเอียด เขาเป็นคนสร้างมัน เขาเล่นกับจิตใจของฉันเหมือนมันเป็นเกม

            ฉันกัดริมฝีปาก รู้สึกเจ็บใจ ฉันปล่อยให้ตัวเองมาอยู่ ณ จุดนี้ได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้ฉันเคยมั่นใจว่าจะต้องรับมือได้ ฉันเคยต่อปากต่อคำกับเขา แต่ตอนนี้ไม่ ฉันแทบจะไม่เถียงอะไรอีกแล้ว ฉันกลายเป็นตุ๊กตากระบอกที่เชือกห้อยแขวน นิ้วของเขาอยู่ปลายเชือก คอยบังคับให้ฉันเดิน

            ฉันนั่งชันเข่าอยู่ใกล้หน้าต่าง ใบหน้าซุกลงกับหัวเข่าทั้งสองข้าง รู้สึกเจ็บปวดจนอยากร้องไห้ แต่ก็บังคับไว้ไม่ให้ร้อง ฉันไม่อยากอ่อนแออีกแล้ว

            ใครจะเข้มแข็งอยู่ได้จริงไหม ถ้ามีเทพแห่งการคดโกง โกหก ความวิบัติ เข้ามารบกวนจิตใจตลอดเวลา หลอกล่อให้หลงเสน่ห์ เหมือนกับงูพิษในสวนอีเดินที่ล่อให้อีฟกินผลไม้ต้องห้าม เขาก็เหมือนงูตัวนั้น และเหมือนผลไม้ต้องห้ามเช่นกัน ถ้ากินเข้าไป จะต้องเกิดหายนะ

            เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?  

            เขามาอีกแล้ว! ฉันยกมือขึ้นปิดหู ไม่อยากได้ยินเสียงอะไร แต่ปัญหาก็คือ มันดังก้องอยู่ในตัวฉัน เหมือนเขาเป็นส่วนหนึ่งของฉัน เป็นวิญญาณของฉัน เมื่อฉันไม่ได้เอ่ยตอบ เขาจึงถามซ้ำๆ เรียกชื่อ สักพักก็เปลี่ยนเป็นตวาดด้วยความโกรธ ออกคำสั่งสารพัด

            ออกไป คำนั้นเล็ดลอดผ่านริมฝีปาก ฉันยังซุกใบหน้าอยู่กับหัวเข่า ได้ยินแต่เสียงของเขาสะท้อนไปมา ยิ่งเขาตะโกน เสียงก็จะยิ่งดัง ทรมานฉันมากขึ้นเรื่อยๆ

            เมนา ตอบข้าเดี๋ยวนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าได้ยิน อย่าบังอาจทำเพิกเฉยต่อเสียงข้า!’

            ไม่ ฉันไม่ตอบ ไม่รับฟัง ไม่รับรู้อะไรอีก ฉันไม่อยากถูกเขาควบคุม ไม่อยากเป็นทาส ไม่อยากเป็นเครื่องมือของใคร

            ฉันล้มตัวนอนบนเตียง น้ำตาไหลอาบแก้ม ฉันต่อสู้กับตัวเองจนเขาหยุดเรียกไปแล้ว เมื่อเงี่ยหูฟังก็ไม่ได้ยินอีก ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถูกของโอดิน ฉันควรจะมีเวลาพัก น่าจะไม่ไปเจอเขาสักระยะ ทบทวนความรู้สึกให้ดีกว่านี้ และถึงแม้ความรู้สึกของฉันจะเป็นจริง มันก็ไม่มีทางจบอย่างสวยงามแน่ ฉันเป็นมนุษย์ เขาเป็นยักษ์น้ำแข็ง ฉันมีอายุได้มากสุดก็อีกประมาณหกสิบปี แต่เขาอยู่เป็นพันๆปี เทียบเศษเสี้ยวกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันจะแก่และถูกทิ้ง ขณะที่เขาก็ยังหนุ่มอยู่เช่นนั้น

            ใช่แล้ว! มันเป็นไม่ได้เลย ฉันปล่อยปละละเลยจุดสำคัญข้อนี้ได้อย่างไร คนที่เคยรอบคอบสุขุม ช่างวางแผนหายไปไหน ฉันปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบอยู่เหนือเหตุผล ทุกครั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้ ฉันจะต้องจบลงที่ความเจ็บปวด ฉันเองก็เคยเจอมาแล้ว เคยรักผู้ชายที่ไม่ควรจะรัก และจบไม่สวย

            เจ็บ! รู้สึกเจ็บหนึบ ฉันเกลียดความรู้สึกแบบนี้ ฉันควบคุมมันไม่ได้ ทุกครั้งที่ความชอบพอหรือความรักเกิดขึ้น มันจะต้องกลายเป็นความทุกข์ระทมทุกครั้ง

            ฉันขดตัวกลม นอนร้องไห้อยู่เช่นนั้นอย่างเนิ่นนาน

            สามวันต่อมา โลกิยังพยายามแวะเวียนเข้ามาในจิตใจของฉันบ่อยครั้ง แต่ฉันไม่เอ่ยตอบ และเมื่อรู้ว่าเขาเข้ามา ฉันจะนึกถึงเรื่องที่เขาไม่ชอบ อย่างเรื่องธอร์ อเวนเจอร์ส ความพ่ายแพ้ของเขาแต่ละครั้ง ความเมตตาของโอดิน หรือแม้แต่เรื่องเล่าว่าราชินีฟริกก้าสิ้นพระชนม์อย่างไร ทันทีที่เขาได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ เขาจะตวาดใส่ และออกไปทันที ฉันกำลังทำตัวโหดร้าย ฉันรู้ดี ฉันไม่ควรใช้เหตุการณ์ของราชินีฟริกก้าแบบนี้ แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันต้องการความสงบ ต้องการความปลอดภัยให้กับความคิด ความฝัน และจิตวิญญาณ ฉันปล่อยให้เขาเข้ามารบกวนมากเกินไปแล้ว

            ฉันใช้เวลายามกลางวันเดินสำรวจตามที่ต่างๆในแอสการ์ด ได้รู้จักชาวเมืองหลายคน ได้ลองชิมอาหารและผลไม้แปลกๆ ดูการแสดงตามท้องถนน ที่นี่ช่างสงบสุข และฉันนึกไม่ออกเลยว่าโลกิจะปกครองที่นี่ในรูปแบบไหน ธอร์สมควรแล้วที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์ ฉันนึกถึงรอยยิ้ม สัมพันธไมตรี และความอบอุ่นของธอร์ เขาเหมาะสมกับที่นี่จริงๆ และฉันรู้สึกว่าโลกมนุษย์ของเราโชคดีที่เป็นดาวเคราะห์แสนรักของเขา เขารักโลก ปกป้องโลก ก็เพราะเขารักเจน ฟอสเตอร์ หญิงสาวชาวโลก นั่นเป็นเรื่องที่โรแมนติกมาก   

            ฉันได้ไปเจอแฮมดัลที่สะพานไบฟรอส ถามเขาว่าจะช่วยดูครอบครัวของฉันให้ได้หรือไม่ เขาเป็นคนใจดี และบอกว่าเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เขาเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับทุกคนเสมอ ฉันสงสัยว่านั่นจะเป็นยังไง ถ้าฉันเห็นอะไรเยอะแยะแบบนั้นอาจประสาทกินก็ได้ แฮมดัลบอกว่าพ่อแม่ของฉันสุขสบายดี พวกเขากำลังวางแผนจะเกษียณและอาจเดินทางไปเที่ยวออสเตรเลีย น้องสาวฉันเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และเริ่มทำงานเป็นแพทย์ฝึกหัดในโรงพยายาบาล ดวงตาของฉันร้อนผ่าวเมื่อได้ฟังเรื่องเหล่านี้ แต่ฉันก็ยังเป็นมาโซคิสถามแฮมดัลต่อไปว่า พวกเขาระลึกถึงฉันบ้างไหม แฮมดัลบอกว่าพวกเขาคิดถึงฉันในบางเวลา ยามที่หยิบรูปภาพเก่าๆมาดู ยามเดินผ่านห้องนอนร้าง หรือตอนที่จัดเก็บของ แล้วบังเอิญจากรูปภาพระบายสีๆเก่าในโรงรถ

            ข้าคิดว่าพวกเขาจะดีใจ ถ้าได้พบเจ้าอีกครั้งนะ แฮมดัลเป็นคนใจดี ถึงได้พูดแบบนั้น ฉันไม่ได้ตอบอะไรเขา นอกจากบอกขอบคุณ และเดินจากมาด้วยความว่างเปล่า

            อีกสี่วันผ่านไป ฉันเดินตามตรอกซอกซอยในเมืองจนเชี่ยวชาญ ไปยืนดูน้ำตก บางครั้งก็นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ แต่การอ่านหนังสือก็ทำให้ฉันคิดถึงเขาได้เช่นกัน เขายังไม่ได้คืนหนังสือเล่มนั้น รูปภาพของโดเรียน เกร์ย และฉันคิดว่าคงไม่ได้คืน เพราะขณะนี้ ฉันคิดว่าฉันตัดสินใจที่จะไม่อยู่ที่นี่อีก

            ใช่ ฉันค่อยๆตัดสินใจเรื่องนี้ทีละนิด หลังจากรู้ว่าฉันไม่อาจทำงานสำเร็จ ไม่อาจอยู่เฝ้าโลกิแห่งแอสการ์ดโดยไม่เกิดความเสียหายใดๆได้ ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ในแอสการ์ดอีกต่อไป ฉันควรกลับบ้าน ย้ายของออกจากอพาร์ทเมนต์ ย้ายไปอยู่กับดาร์ซี หางานทำ และถ้าฉันอยู่กับดาร์ซี ก็ต้องเจอธอร์บ้างแน่ๆ บางทีฉันอาจถามเรื่องโลกิจากเขา แค่ถามว่า เขายังอยู่ดีไหม? แอสการ์ดยังสงบสุขหรือเปล่า? ฉันคงคิดถึงที่นี่ และไม่อยากยอมรับว่าจะคิดถึงเทพวิบัติองค์นั้นด้วย

            อย่าไป ฉันได้ยินเสียงเขาอีกจนได้ อย่าไปจากข้า เมนา ข้าบอกแล้วใช่ไหม ว่าให้ยืนยันกับโอดินว่าเจ้าจะไม่ไปจากข้า ลงมาหาข้าสิ สาวน้อย

            ฉันเริ่มกระบวนการป้องกันภัย คราวนี้ฉันเลือกที่จะคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับเดอะฮัค ฉันจำได้ว่าเขาชื่อบรูซ แบนเนอร์ เขากลายเป็นยักษ์จอมพลังตัวสีเขียวเพราะรังสีแกมม่า ครั้งที่โลกิบุกโลก เดอะฮัคเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ และเป็นหนึ่งในอเวนเจอร์ที่โลกิหวาดกลัว เพราะถ้าเทียบด้วยกำลังกายกันแล้ว โลกิช่างเล็กจ้อย ฉันสงสัยว่าตัวตนของดร. บรูซ แบนเนอร์จะเป็นคนอย่างไร ธอร์ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังเลย บางทีคราวหน้าฉันจะถามเขา

            เจ้าเลิกหยุดทำแบบนี้ซะที อย่าทำเป็นไม่สนใจข้า ข้ารู้ เจ้าหลงเสน่ห์ข้า เจ้าชอบข้า สาวน้อย เจ้าทนอยู่ห่างจากข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ

            ฉันไม่สนใจ และคิดสัพเพเหระต่อไปเรื่อยๆ ฉันลองสมัครเข้าหน่วยชิลด์ดีไหมนะ ในเมื่อฉันมีประสบการณ์อยู่ต่างดาวมาก่อนแบบนี้ พวกเขาอาจพิจารณาฉันเป็นพิเศษก็ได้ ถ้าฉันอยู่กับชิลด์ ก็คงได้เจออเวนเจอร์เป็นประจำ ฉันอยากรู้เรื่องแอนท์แมนมากเลย ก่อนฉันจะมาที่นี่ มีข่าวว่าเขาจะเข้าร่วมทีม นั่นเจ๋งสุดๆ อเวนเจอร์สจะเป็นทีมแข็งแกร่งมากขึ้น ฉันก็อยากให้สไปเดอร์แมนร่วมทีมอีกคนนะ ในฐานะประชาชนชาวนิวยอร์กที่มักเห็นเขาตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ ฉันว่าเขาเก่งพอที่จะร่วมทีมได้เลย

            เจ้าจะไม่ยอมพูดกับข้าใช่ไหม? เมนา เจ้าจะทิ้งข้าเหมือนกับคนอื่นๆ ข้าคิดว่าเจ้าแตกต่าง ข้าคิดว่าเจ้ารักข้า เจ้าลืมแล้วหรือ ข้าดูแลเจ้าตอนป่วย ข้ากอดเจ้าในยามหลับ ข้าเป็นความฝันของเจ้าแทนเรื่องในอดีตที่ตามหลอกหลอนเจ้าทุกคืน ทั้งหมดไม่มีความหมายกับเจ้าเลยหรือไง?

            ใช่ มันไม่มี! ฉันยืนยันอย่างหนักแน่นและเจ็บปวด เพราะรู้ดีว่านั่นคือคำโกหกทั้งเพ

          ‘ได้ ถ้าเจ้ายืนยันที่จะไป ก็คอยดูแล้วกันว่าข้าจะทำอะไร

            เขาประกาศก้องในโสตประสาท ชักสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาหน่อยๆแล้ว ฉันลุกขึ้นยืน ปัดเศษหญ้าออกจากกางเกง ห่อตัวในเสื้อโค้ทตัวใหญ่แล้วรีบวิ่งกลับไปที่พระราชวัง ฉันใช้เวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะมาถึง และที่นั่นก็ชุลมุนวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทหารหลายสิบกำลังวิ่งเรียงแถวลงไปตามทางเดินที่ฉันเคยเดินเพื่อไปยังที่คุมขังของโลกิ

            นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่

            ขอโทษค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ? ฉันถามทหารที่กำลังเดินไป หวังให้ใครสักคนหันมาตอบ

            เจ้าขึ้นไปอยู่ข้างบนเถอะ โลกิกำลังอาละวาด ข้างล่างนั่นอันตราย

            โอ้ว พระเจ้า พระเจ้า พระเจ้า! เขาทำจริงหรอเนี่ย? แล้วฉันจะทำไง? นี่ฉันเป็นต้นเหตุหรือเปล่า หรือไม่ใช่ หรือนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในแผนการของเขา

            มีอะไรเป็นความจริงบ้าง?

 

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #218 jayyyqr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:32

    อ่านเรืองนี้แล้วนึกถึงเพลง turn back time เลยค่ะ but you still haunt me no matter where I go

    #218
    0
  2. #186 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 21:38

    อาการหึงขั้นรุนแรง

    #186
    0
  3. #176 PhimpinTT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 03:59
    กะคือจะเชื่อฉันก็ไม่กล้าไง ฟีลนางเอกแบบสับสนๆ อยู่ โอดินก็มาทับอีกโป๊ะ รวมกันเท่ากับเละ//
    #176
    0
  4. #150 kollyloki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 16:52
    โอดินสายปั่น
    #150
    0
  5. #118 PongpangBkck (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:51
    ทำไมมันเจ็บ คือนี่ก็ไม่รู้จะเชื่อใจโลกิได้มั้ย เพราะนางเป็นคนหลอกลวง แต่ก็ไม่รู้สิ โอ๊ยยย ปวดหัว!
    #118
    0
  6. #98 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:09
    สงสารอ่าาา
    #98
    0
  7. #72 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 21:45
    ทำไมอ่านตอนที่เกี่ยวกับครอบครัวของนางเอกแล้วน้ำตาไหล
    #72
    0
  8. #21 Nuparty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 00:32
    เอาแล้วๆๆๆ
    #21
    0