(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 4 : Loki's mind

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    29 ธ.ค. 58

Loki POV

          เบื่อ นั่นคือคำเดียวที่บรรยายอารมณ์ของข้าได้ก่อนที่ มนุษย์ คนนั้นจะโผล่เข้ามา ข้าหมดเวลาแต่ละวันไปด้วยความว่างเปล่า ความเหนื่อยหน่าย หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านใหม่ทุกเล่ม ออกกำลังกายเรียกเหงื่อ วาดภาพ และนอนจ้องเพดาน บางครั้ง อารมณ์โกรธของข้าก็ปะทุอย่างดุเดือด ข้าทุบผนังห้อง อยากทำให้มันแหลกลาญไม่มีชิ้นดี แต่ข้าไม่อาจทำได้ ถ้าผนังเป็นรอยแม้เพียงนิด สถานที่แห่งนี้จะตกลงสู่หลุมมืด และชีวิตข้าจะทุเรศทุรังมากกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่า

            ข้านึกถึงหน้าพี่ชาย ใบหน้าหล่อเหลากับผมสีทอง และหุ่นล่ำที่สาวที่ไหนก็หลงใหล ตัวโง่บัดซบเดินได้สิไม่ว่า เขายังแวะเวียนมาพูดคุยกับข้าโดยที่ข้าไม่ร้องขอ และยังพาคนนั้นคนนี้มาคอยดูแล หึ! ข้าไม่ได้ต้องการให้ใครมาดูแล ไม่ต้องการเพื่อน ไม่ต้องการให้ใครเห็นใจ ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดนั้น โดยเหตุนี้ ข้าถึงไล่พวกมันไปให้หมด ไม่ว่าจะหน้าไหน ไม่มีใครอยู่กับข้าได้เกินสามวัน มันก็สมควรแล้ว มีแต่เศษสวะทั้งนั้น ข้าขออยู่คนเดียวดีกว่าต้องนั่งมองพวกตัวสั่นงันงกที่ยืนตัวลีบอยู่ที่ผนังห้อง

            แล้วธอร์ ก็พามนุษย์คนนั้นเข้ามา มนุษย์ผู้หญิงส่งตรงจากมิดการ์ด ตอนแรกข้าคิดว่าเขาบ้า หรือไม่ก็โง่เหมือนหน้าตาถึงได้พาผู้หญิงตัวเล็กกระจ้อยร่อยแบบนั้นมาอยู่ที่นี่ ข้าเงยหน้ามองนาง ผมสีบลอนด์ ข้าเกลียดคนผมบลอนด์ และมันก็ดันเหมือนกับสีผมของธอร์ไม่มีผิด แค่เห็นข้าก็หงุดหงิดแล้ว แต่ที่ทำให้หงุดหงิดยิ่งกว่าก็คือดวงตาสีฟ้าถือดีนั่น นางมองข้าราวกับว่านางจะจัดการข้าได้ แต่แล้วสักพัก หลังจากธอร์ออกไป แววตานั่นก็เปลี่ยน ข้าคิดว่ามันควรจะเป็นแววตาหวาดกลัวต่อข้า แต่กลับไม่ใช่ นางจ้องข้าอย่างสนใจ! ผิวซีดๆของนางทำให้เห็นแก้มที่เปลี่ยนสีได้ชัดเจน

            หน้าแดง? ทำไมยัยมนุษย์นี่ถึงหน้าแดงยามมองข้า หรือว่ากลัว? ข้าลงความเห็นว่านางกลัว แต่นางก็ช่างต่อปากต่อคำได้ แม้กระทั่งกับคนที่เพิ่งเจอกันวันแรก และข้าก็ได้ใช้ความสามารถเจาะใจแอบเข้าไปในอารมณ์ความรู้สึกของนาง ได้รับรู้อดีตบางส่วนที่ถ่ายทอดออกมายามนอนหลับ นางเป็นคนไร้บ้าน เนรเทศตัวเองออกจากครอบครัวเพราะความผิดที่ทำในสมัยเด็ก ตอนแรกข้ายังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้แต่คอยตามดูอารมณ์ความรู้สึกของนางทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ในห้องกับข้าที่นี่

            ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้ข้าประหลาดใจ นอกจากวาทะคมกริบที่ดูชาญฉลาดจนน่าจับมาบีบคอให้ตาย และยังมีเรื่องที่เกี่ยวกับตัวข้า ในวันแรกและวันที่สอง นางนั่งเงียบ รู้สึกกดดัน คิดวนเวียนเกี่ยวกับความกลัวที่มืดและแคบ จะพูดโต้ตอบบ้างถ้าข้าหาเรื่องนางก่อน แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ยามใดก็ตามที่ข้าบังเอิญสบตาสีฟ้าของนาง แก้มสีซีดนั้นจะขึ้นระเรื่อทุกครั้งไป นั่นเป็นเรื่องที่ข้าสงสัยอย่างที่สุด ทำไมผิวแก้มของมนุษย์ผู้หญิงถึงเปลี่ยนสีได้ ข้าไม่เข้าใจในเรื่องนี้นัก และด้วยความที่อยากรู้ จึงทำเป็นบังเอิญเงยหน้าขึ้นสบตาบ่อยๆ คราวนี้นางหลบตา เสมองไปทางอื่น ไปยืนที่หน้าต่าง ไม่มองข้าอีก

            คืนที่สอง ข้าแอบเข้าไปในจิตใจนางอีกครั้ง นางกำลังร้องไห้อยู่บนเตียง กอดผ้าห่มที่นำติดตัวมาจากมิดการ์ด นางรู้สึกกดดัน ไม่ชอบความเงียบและว่างเปล่าที่อบอวลอยู่ในห้องขัง แต่ข้าพบว่าบ่อยครั้งทีเดียวที่นางคิดถึงนิ้วมือของข้ากำลังพลิกหน้ากระดาษหนังสือ ดวงตาสีเขียวของข้ายามมองนาง หรือแม้แต่รอยยิ้มอันตรายของข้า นางก็คิดถึงมัน

            อะไร? นางจะไม่ดูหมกหมุ่นในร่างกายของข้าไปหน่อยหรือ? ข้าติดตามนางทั้งคืน เข้าไปปรากฏตัวในความฝัน ข้าแค่... ต้องการจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง ข้าสั่งให้นางคุกเข่า ยอมศิโรราบต่อข้าในฐานะราชาของนาง ข้าเห็นดวงตาสีฟ้าของนางสั่นไหว ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจที่เต้นรัว ทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนั้นยามเห็นข้าอยู่ในชุดเต็มยศ เป็นอีกครั้งที่ข้าไม่เข้าใจ ถ้านางกลัว นางคงจะตอบสนองด้วยการวิ่งหนี ไม่ใช่ยืนใจเต้นแรง หน้าแดง แต่ก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมคุกเข่าให้เหมือนเดิม ดื้อนัก! ในความฝันข้าจึงชี้คทาไปหานาง และปลุกให้ตื่นเสียเลย     

            ข้ายังติดตามนางต่อไป ฟังความคิดของนาง และตอนนั้นเองที่นางคิดขึ้นมาว่า ข้านั้น มีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ และเสน่ห์ของข้าคือจุดที่รบกวนจิตใจนาง นางคิดว่าคืองูพิษ แต่ก็เป็นงูพิษที่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจเช่นกัน ข้าทนฟังความคิดของนางต่อไปไม่ได้ จึงจากมา แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่นางเดินเข้ามาในห้องพอดี ตัวเล็กเหลือเกิน ผอมบาง อกแบน ก้นปอด อย่างกับหุ่นของเด็กนักเรียน ผิวซีด บนจมูกมีรอยตกกระ หน้าตาบ้านๆ ไม่มีจุดน่าดึงดูดใจ

            เช้าวันที่สามนี้เอง ที่ข้าตัดสินใจจะหาเรื่องกำจัดนางเสีย ข้าจัดฉากให้ดูเหมือนนอนตายอยู่กลางห้อง ถ้าเป็นคนอื่น คงร้องอย่างตกใจและรีบออกไปตามคนมาช่วย แต่มนุษย์คนนี้ยืนนิ่ง แถมยังกล่าวสบประมาทให้ข้ารู้จักเล่นเจ็บๆเสียบ้าง ได้เลย ข้าจัดให้! ข้ากดมีดบนลำคอของนางแรงเกินไป แต่ก็ยั้งมือไม่ให้โดนจุดสำคัญที่อาจทำให้ตายได้ นางไม่รู้สักนิดว่าถ้าข้าไม่ยั้งไว้ นางคงตายไปแล้ว และตอนที่ข้าบีบคอนางด้วย ข้าหวังจะให้นางกลัว กลัวหัวหด น้ำตาอาบแก้มของนาง นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความทรมานจากการขาดอากาศ แต่ข้าไม่คิดเลยว่านางจะกล้ายกมีดขึ้นปาดข้อมือข้า โดนเส้นเลือดใหญ่เข้าเต็มๆ

            ใช่แล้ว หนีไปซะสิ มนุษย์ก็เหมือนกันหมด ทุกคนเหมือนกันหมด เชิญไปจากข้าได้ตามสบาย เพราะข้าไม่ได้ต้องการใครอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่นางไม่ไป นางวิ่งกลับเข้ามา สีหน้าตกใจสุดขีด เอามือกดแผลข้าไว้ ดวงตารื้นน้ำตาเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ สงสารหรือ? เป็นห่วงข้าหรือ? เป็นไปไม่ได้ ข้าเพิ่งจะเอามีดบาดและบีบคอนางเสียขนาดนั้น นางถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกและบอกให้ข้ากดแผลไว้ ข้ากำลังจะบอกนางว่าไม่ต้องตกใจอะไรทั้งนั้น ครู่เดียวก็หายแล้ว แผลเท่านี้ไม่ทำอันตรายมากมาย ข้ารักษาตัวเองได้ แต่นางก็วิ่งออกไปเสียก่อน ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการลืมปิดประตู

            ลืมสนิท! นางจะต้องไปตามหมอหรือใครสักคนลงมาดูข้าแน่ และถ้าพวกเขาเห็นประตูเปิด ก็จะรู้ว่านางทำงานพลาด นั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย ข้าไม่รู้ว่าตัวเองสามารถแตะต้องประตูได้หรือไม่ จะเกิดอะไรถ้าเป็นผิวหนังของข้าแตะมัน แต่ข้าก็ลองดู ข้าเดินเข้าไป ใช้มืออีกข้างแตะประตู มันกระเด้งกลับและล็อกทันที มีหยดเลือดอยู่บนพื้นตามจุดที่ข้าเดินมา ข้าจำเป็นต้องใช้ภาพมายาทำให้หยดเลือดหายไป

            เจ้าติดหนี้ข้าครั้งใหญ่นะ มนุษย์!

            ข้าไม่รู้ ทำไมข้าต้องช่วยนาง อาจเป็นเพราะความคิดวกวนในหัวนางที่บอกชัดเจนว่าหลงเสน่ห์ข้าเข้าให้ ในชีวิตนี้เคยมีผู้หญิงที่ไหนหลงเสน่ห์ข้าบ้างล่ะ? ข้ามีชีวิตอยู่ใต้เงาของธอร์  ผู้หญิงที่เห็นเขา จะไม่หันมองข้าอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ยัยมนุษย์ใจเสาะคนนี้ ได้พบธอร์ก่อนข้าด้วยซ้ำ แต่สิ่งเดียวที่นางคิดถึงธอร์คือรอยยิ้มเป็นมิตรเท่านั้น เหตุผลอีกข้อคือตอนที่นางเอามีดปาดข้อมือข้า นางควรจะฉวยโอกาสนั้นหนีไปให้พ้นเสีย แต่นางดูเหมือนจะ... ข้าไม่ค่อยอยากเข้าข้างตัวเองในข้อนี้นัก แต่วันต่อมา นางยอมรับกับในใจเรียบร้อยแล้วว่า นางเป็นห่วงข้า

            คืนที่สาม นางฝันร้าย ข้าเข้าไปแอบดูความฝันของนาง และเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กผมสีบลอนด์ กำลังแกว่งชิงช้าให้เด็กชายตัวเล็กกว่า เด็กผู้หญิงแกว่งแรงเกินไป เด็กชายพลัดตกจากชิงช้า หัวฟาดพื้น นางสะดุ้งตื่นและร้องไห้ เจ็บปวดรวดร้าวทรมาน เนื่องจากข้าได้ร่วมแบ่งปันอารมณ์ยามที่เข้าไปเยี่ยมจิตใจ ข้าจึงรู้สึกสั่นสะท้านไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ข้าจำเป็นต้องพูดกับนาง พูดอะไรสักอย่าง แต่ข้ามันไม่ได้ความเรื่องการปลอบใจ และข้าก็ทิฐิเกินไปที่จะต้องไปนั่งปลอบใจมนุษย์ ข้าได้แต่ออกคำสั่ง ให้ยัยใจเสาะไปนอนเสียที นางค่อยๆหยุดร้องไห้ ข้าอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งนางผล็อยหลับไป

            เช้าวันที่สี่ ยัยมนุษย์ก็ทำเรื่องให้ข้าหงุดหงิดอีก นางไปคุยกับโอดิน แล้วยังอธิบายเรื่องจิตใจของข้าเป็นฉากๆ แต่ที่ข้าประหลาดใจก็คือ ข้ากลับไม่รู้สึกโกรธนางอย่างที่ควรจะโกรธสักนิด ทั้งที่ข้ารู้ว่านางทำทั้งหมดนั่นเพื่ออะไร นางไม่ได้ทำเพื่อข้าหรอก นางกำลังเพื่ออนาคตของตัวเอง ข้าได้ยินทุกอย่างที่นางคิดเพราะคอยตามดูอยู่เสมอ ข้าจึงรู้ว่านางจะได้เงินค่าตอบแทนทุกเดือน แต่มันจะโอนไปหาครอบครัวของนาง สำหรับตัวนางเอง เมื่อเสร็จจากงานเมื่อไหร่ ก็จะได้ทำงานประจำอยู่ในหน่วยชิลด์ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ สิ่งที่นางต้องการก็ช่างเล็กน้อยเหลือเกิน และไม่ใช่เพื่อตัวนางคนเดียว ถ้าเทียบความต้องการทั้งหมดทั้งมวลที่ข้ามี ทำให้ข้ากลายเป็นคนละโมบโลภมากไปทันที

            ข้ายึดหนังสือของนางมาเล่มหนึ่ง ตามที่พวกมนุษย์เรียกมันคือภาษาเยอรมัน ข้าขี้เกียจจะอ่านมัน แต่ก็ยังยึดไว้ตลอดหนึ่งสัปดาห์ นางเริ่มงุ่นง่านหงุดหงิดขึ้นทุกที ข้าชักเพลินกลับการเห็นสีหน้าบูดบึ้ง โมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ ข้ารู้สึกพึงพอใจ ในเมื่อนางเองก็ชอบกวนประสาท พูดจาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง และยุ่งเรื่องไม่ควรยุ่ง ก็ต้องถูกทำโทษเสียบ้าง ผ่านมา สิบเอ็ด วันแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ข้าได้พบนาง

            เวลาดูจะหมุนเร็วเสมอ ยามที่นางอยู่ในห้องกับข้า นางจะนั่งอยู่มุมประจำ และเริ่มมีสิ่งของต่างๆมาทิ้งไว้ในห้องของข้า หมอนรองนั่งใบเล็ก ผ้าพันคอ หนังสือ ขนมคบเคี้ยวที่คงได้มาจากโรงครัวของพระราชวัง กระติกน้ำ จานกับช้อน เสื้อคลุมที่หนามากๆตัวหนึ่ง บางทีนางจะลืมหนังสือทิ้งไว้ และข้าจะแอบไปอ่านหน้าปก กฏหมายหย่าร้างมันดูเหมือนจะเป็นหนังสือวิชาการ ข้าเคยเปิดผ่านๆ นี่คงจะเป็นสิ่งที่เรียกว่ากฏหมายของมนุษย์

            เช้าวันที่สิบสอง นางเริ่มจาม ทำจมูกฟุดฟิด คงเป็นเพราะอากาศที่นี่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาว เป็นอีกครั้งที่ข้าเหยียดหยามมนุษย์ที่ช่างอ่อนแอสิ้นดี นางเป็นคนจามเสียงดัง ทุกครั้งที่จามจะดังก้องสะท้อนผนัง ข้าเหลือบมอง ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิ แต่นางก็คิดว่าเป็นแบบนั้นไปแล้ว ก็เลยส่งสายตาไม่พอใจมา พร้อมถามว่าจะให้ทำอย่างไรได้ ก็คนมันจะจาม ได้! ข้าไม่เถียง และหันกลับไปวาดรูปต่อ

            มันกลายเป็นความเคยชินของข้าไปแล้ว ที่เห็นมนุษย์ผู้หญิงผมบลอนด์นั่งที่มุมหนึ่งของห้อง บางครั้งก็เงยหน้าขึ้นปะทะคารม แต่ไม่มีการแตะต้องตัวเกิดขึ้นอีกแล้ว ดูท่าทางนางจะระวังตัวมากกว่าเก่า และก็พยายามไม่คิดอะไรเลยในสมอง ถ้าจะคิด นางจะขบคิดปัญหาที่พบในหนังสือเท่านั้น ข้าเป็นฝ่ายเริ่มหงุดหงิดบ้างแล้ว นางไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่าย เมื่อรู้ว่าข้ามีพลังอะไร นางก็หาทางป้องกันและทำได้เฉียบขาดอย่างน่าเหลือเชื่อ ตอนนี้ข้าไม่รู้แล้วว่านางกำลังรู้สึกอะไร และถ้าข้าเข้าไป ข้าก็พบแต่เรื่องกฏหมายหย่าร้าง หรือข้อมูลในหนังสือเล่มอื่นที่นางอ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่นางจะหยิบหนังสือปรัชญาของแอสการ์ดมาอ่าน เพื่อให้ตัวเองได้ขบคิดให้มากเข้าไว้ จะได้ป้องกันข้า!

            หึ ข้าต้องยอมรับว่ามันน่าสนุกกว่ามดทุกตัวที่ข้าเคยเล่นด้วย

            วันที่สิบสาม วันนี้ เป็นเวลาสายมากแล้ว ข้ายังไม่เห็นเงาของนาง ข้าพยายามต่อสู้กับความอยากรู้อยากเห็น และความกระวนกระวาย ข้าไม่อยากยอมรับนัก แต่ข้ากำลังกังวลว่านางหายไปไหน และนี่เป็นอีกครั้งที่ข้าเกลียดคุกนี่ ข้าเริ่มอยากรู้ว่าข้างบนนั่น นางจะเป็นอย่างไร นางเห็นอะไร กินอะไร ข้าต่อสู้กับความกระวนกระวายได้ไม่นาน ก็ต้องส่งพลังออกไป ซึมแทรกผ่านผนัง ตามหาตัวนาง

            นางยังนอนอยู่บนเตียง ไอค่อกแค่ก สั่งน้ำมูกบนผ้าเช็ดหน้า และมีผ้าขนหนูบิดน้ำหมาดๆโปะบนหน้าผาก นางไม่สบายนี่เอง เกราะป้องกันของนางวันนี้น่าจะอ่อนแอลงเยอะ

            เจ้าอู้งานนะ มนุษย์ข้าพูดกับนางผ่านความคิด

            ข้ารออยู่สักพัก นางคงกำลังคิดอยู่ว่าจะตอบอะไรข้า

            ก็เห็นนี่ ฉันป่วยเสียงที่ตอบกลับมาแผ่วเบา แสดงความเหนื่อยอ่อน

            ไม่มีใครดูแลเจ้าหรือไงข้าพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิดเอาไว้ คนพวกนั้นจะปล่อยให้นางนอนซมเป็นไข้อีกนานไหม? แค่ยาช้อนเดียวจากดร.สแตรนจ์ นางก็จะหายไข้ได้แล้ว หรือว่าตอนนี้คนๆนั้นไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าไม่รู้ในข้อนี้

            พวกเขาให้สมุนไพรฉันมาหม้อนึง

            แสดงว่าเป็นสมุนไพรของแอสการ์ด ถ้าเป็นพวกเราชาวแอสการ์ด เพียงจิบเดียวก็หายแล้ว แต่เนื่องจากนางเป็นมนุษย์ จึงอาจต้องใช้เวลา เพราะความแข็งแกร่งทางร่างกายไม่เหมือนกัน

            ลงมาที่นี่ข้าออกคำสั่ง

            อะไรนะ?นางดูท่าทางไม่ค่อยพอใจ ฉันไม่สบายนะ ฉันต้องการนอน

            ข้าบอกให้ลงมา

            ‘โลกิคงมีแต่ยัยนี่ ธอร์ และโอดินเท่านั้นที่ข้าจะอนุญาตให้เรียกชื่อเฉยๆไปก่อน และอันที่จริง ข้าไม่ได้อนุญาตนาง ก็แค่ยังไม่ได้พูดเรื่องนี้ให้กระจ่างว่านางไม่สิทธิ์เรียกชื่อข้าเฉยๆ

            เจ้าต้องลงมา เดี๋ยวนี้!’ ข้าสั่งอย่างเฉียบขาด ลุกจากเตียง หรือจะให้ข้าอาละวาด

            ‘ถ้าอาละวาด คุณก็ตกลงไปตายในหลุมสิใช่ ข้าลืมทุกทีว่านางเถียงเก่งนัก

            ข้าสั่งให้มา ก็มา ไม่อย่างนั้น เจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้นอนอย่างเป็นสุข

            ข้ารู้สึกพอใจที่ได้ยินความคิดนางกำลังต่อว่าข้าสารพัด เกราะป้องกันของนางหายไปแล้ว ตอนนี้มีแต่ความคิด ความรู้สึกจริงๆของนางเท่านั้น ความยินดีไหลอาบอยู่บนตัวข้า และเฝ้ารอ ข้าตามนางไปเรื่อยๆ ฟังความคิดวุ่นวายของนาง จิตของนางที่ไม่เคยหยุดพูด แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องอื่นนอกจากข้าเช่นกัน ข้าชอบนะ ที่ได้มีอิทธิพลต่อนางมากถึงเพียงนี้

            นางลากสังขารมาถึงจนได้ ใบหน้าบึ้งตึงถมึงทึง มีขอบคล้ำใต้ดวงตา มันเห็นชัดมากเพราะผิวซีด นางห่อตัวเองอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่ ในมือมีหม้อยามาด้วย ข้าเหยียดยิ้ม และออกจะเสียดายนิดๆที่นางคิดว่ารอยยิ้มทักทายของข้าคือ ยิ้มยียวนกวนประสาท

            ฉันขอนอนนะ โอเคไหม? ฉันไม่อยากเล่นกับคุณ ไม่มีอารมณ์ด้วย ฉันป่วย ปวดหัว เป็นไข้ น้ำมูกกรัง เจ็บคอ เสียงของนางเปลี่ยนไป มันห้าวขึ้น คงเป็นผลมาจากการเป็นหวัด นางกำลังจะเดินเข้ามุม ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเตียงของข้า

            มานอนนี่ ข้าพูด พร้อมตบฟูกเตียงข้างตัว ปฏิกิริยาตอบสนองของนางทำให้ข้ารู้สึกอยากหัวเราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี นางสะดุ้งหันมามองข้า หน้าแดง ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าอาการหน้าแดงคืออาการเขินของมนุษย์ นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแบบนั้นเสมอเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม ท่าทางระวังภัยแบบนั้นค่อนข้างน่าตลก

            ไม่ล่ะ นางตอบสั้นๆ ขยับไปชิดกำแพง ทำราวกับว่าข้าจะบินข้ามห้อง เอามีดจ้วงท้องนางได้

            ทำไมเจ้าต้องให้ข้าพูดซ้ำสองอยู่เรื่อย

            ฉันไม่ได้เป็นทาสคุณนะ นางสวนขึ้นทันทีที่ข้าจบประโยค

            แต่เจ้าก็ลงมาหาข้าไม่ใช่หรือ?

            ก็กลัวจะเหงา ฉันไม่อยากให้คุณเหงา โอเคไหม โคตรบ้าเลย ฉันคิดอะไรเนี่ย คุณกำลังได้ยินใช่ไหมว่าฉันคิดอะไร ไม่ยุติธรรม ออกไปเลยนะ นั่นเป็นสิ่งที่ข้าได้ยินจากความคิดของนาง และมันทำให้ข้าชะงักไปตรงจุดที่นางบอกว่าไม่อยากให้ข้าเหงา

            เจ้าป่วย มานอนเตียงเถอะ ข้าไม่ทำอะไรหรอก ข้าไม่ชอบฆ่าคนตอนหลับ มันไม่สนุก ข้ายืนยันกับนาง และก็ได้ยินความคิดนางอีกครั้ง นั่นไม่ได้ช่วยให้สบายใจสักนิด   นางคิดแบบนั้น ยังไม่ยอมเดินมา ตอนนี้คงเหลือวิธีเดียว ข้าต้องเดินไปฝั่งนั้น เพื่อยอมให้นางยอมเดินมาฝั่งนี้ นางจะแบ่งเขตระหว่างเราเสมอ อยู่คนละฝั่งห้อง เป็นระยะปลอดภัยที่นางกำหนดด้วยตัวเอง

            ข้าลุกจากเตียง ก้าวขาเดินไปทีละก้าว ไม่ละสายตาไปจากดวงตาสีฟ้าของนาง ในความคิดวุ่นวายนั้น นางกำลังพล่ามอีกแล้ว พล่ามอยู่ในหัวของนางเอง ประมาณว่า ข้าจะทำอะไร ทำไมต้องจ้องด้วย เดินมาทำไม และตัวนางควรทำอะไร เดินหนีดีไหม ข้าช่างมีอิทธิพลต่อนางจริงๆ ไม่ใช่ในแง่ของความกลัวว่าจะถูกฆ่าตาย แต่เป็นในแง่ที่นางกลัวว่าข้าจะสัมผัสความรู้สึกของนางได้ต่างหาก

            ถ้าเจ้าจะนอนตรงนี้ ข้าจะอยู่ด้วย ข้าประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้หนี แผ่นหลังของนางชิดผนัง และข้าได้ยินเสียงหัวใจนางเต้นแรงสะท้อนอยู่ในทรวงอก มันสนุกจริงๆที่ได้เห็นนางเป็นแบบนั้น

            แล้วถ้าฉันยอมนอนบนเตียงล่ะ?

            ข้าก็นั่งอยู่ฝั่งนี้ และปล่อยเจ้านอนไป

            เยี่ยม!” นางพยายามยิ้ม เพื่อให้ข้าคิดว่านางไม่กลัว จากนั้นนางก็ทำตัวลีบ กระถดหนี เดินอย่างรวดเร็วไปหาเตียงของข้า วางหม้อยาไว้บนโต๊ะ คลี่ผ้าห่ม ล้มตัวนอนคลุมโปงอย่างรวดเร็วมาก เหมือนกลัวว่าถ้าเกิดช้า ข้าจะเปลี่ยนใจ  

            ข้ายิ้มอย่างพอใจ แล้วล้มตัวนั่งบนเก้าอี้ หยิบหนังสือมาอ่าน ทำกิจวัตรเดิมๆของข้าต่อไป พร้อมทั้งฟังเสียงหายใจติดขัดของอีกคน เสียงสูดน้ำมูก เสียงไอค่อกแค่ก ข้าพลิกหน้าหนังสือ นางพลิกตัว ผ้าห่มเลื่อนหลุดออกจากใบหน้า ข้าเบนสายตาไปมองนางแทนหน้ากระดาษ เริ่มส่งกระแสจิตเข้าไป ยามป่วย ก็ไม่ควรฝันร้าย เจ้าจะไม่ได้ฝันเรื่องอะไร หรือเห็นใคร นอกจากตัวข้า 

           

            Writer's Talk

เรื่องนี้ เขียนไว้เกือบสองปีแล้ว เพราะฉะนั้น จริงๆก็คือ เขียนจบแล้วนั่นแหละ แต่เพิ่งรู้สึกอยากมาลง 

รับรองว่าไม่มีการปล่อยค้างเติ่ง เพราะเขียนจบไปแล้วจริงๆ 

แต่ปัญหาก็คือ มันมี ฉาก 18+ อยู่บางจุด ซึ่งอาจลงไม่ได้ ถ้าจะมีเมื่อไหร่ จะบอกแล้วกัน ใครอยากอ่าน ค่อยให้ทิ้งอีเมล์ไว้ แล้วจะส่งให้ โอเคนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #225 army_luv2003 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2564 / 00:21
    hongfc123204@gmail.com ยังได้อยู่ใช่ไหม😅
    #225
    0
  2. #224 Pinky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 11:12

    ตัวKตัวเดียวนะคะ

    #224
    0
  3. #223 Pinky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 11:11

    kkhotpaenwaratthaya@gmail.com

    #223
    0
  4. #222 moon4625 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 21:45

    ทันไหมอะ

    treechadasrifah@gmail.com


    #222
    0
  5. #221 Angels cry (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 12:57

    งื้ออออ ขอด้วยคนค่ะ ทันไหม 🥺 u55118020009@gmail.com

    #221
    0
  6. #220 Billy 17 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 20:09
    bilgisdara17@gmail.com ยังทันอยู่มั๊ยคะ
    #220
    0
  7. #219 Pennyolivan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 23:42
    ploypoon123@gmail.com ยังมันไหมคะ5555555
    #219
    0
  8. #217 numtaoandb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 12:43
    อยากอ่านทันไหมคะไรท์ numtao42@hotmail.com
    #217
    0
  9. #216 Thananya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 21:09

    ThananyaAiamprmoon@gmail.comทันไหมคะอยากอ่าน

    #216
    0
  10. #215 FairyF (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 21:27
    อยากอ่านค่ะ เรามาช้าไปมั้ยยย mark.hp85@gmail.com
    #215
    0
  11. #213 โซ นิชิโนะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 20:05
    อยากอ่านค่ะ jiajia2523@gmail.com
    #213
    0
  12. #212 mameaw281048 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 15:32

    อยากอ่านค่ะ phengmisrichanthsini@gmail.com

    #212
    0
  13. #211 Witina2233 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 14:19
    witina2233@gmail.com. อยากอ่านนนนนนนน
    #211
    0
  14. #205 sunnyss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:11
    อยากอ่านนนค่ะ พึ่งมาขอตอนนี้จะทันไหมคะไรท์ sphungdecha@gmail.com
    #205
    0
  15. #204 prettygirl018 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 22:02

    อยากอ่านค่ะ dramatinann25@gmail.com

    #204
    0
  16. #201 Phantom aLicE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 04:31
    siraphapa456@gmail. com
    #201
    0
  17. #184 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 21:15

    โลกิมีความเป็นห่วงอยู่เด้ออ

    #184
    0
  18. #178 GINA ^-^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:54
    อยากอ่าน​คะ parichat.kpst@gmail.com​
    #178
    0
  19. #175 Sainam104 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 05:12

    อยากอ่านอ่ะ มาทันไหมคะ


    Chayadajianak@gmail.com

    #175
    0
  20. #172 Kamikami0000 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 21:04
    อยากอ่านตอนนี้ทันไหมก๊ะ;π;

    Kamisakiyuki0000@gmail.com
    #172
    0
  21. #171 WAaNN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 06:36

    ขอให้ได้อ่านด้วยเต้อะ;;;7;;;


    wanwannichakorn@gmail.com

    #171
    0
  22. #170 Crystal0987 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 23:11
    อยากอ่านนนนนนน
    ninetailedfox788@gmail.com
    #170
    0
  23. #169 nilo. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 11:39
    อยากอ่านคับบบบ ขอด้วย
    nieiei32196@gmail.com
    (จะตามไรต์ไปอีกหลายเรื่อง55)
    #169
    0
  24. #168 Lyyoli (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 22:09
    ทันไหมคะ Lilyfantasy@outlook.co.th
    #168
    0
  25. #149 patoti (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 02:13
    พอดีพึ่งมาอ่ายสนุกดี
    tichaadd@gmail.com
    #149
    0