(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 3 : Telepathy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    29 ธ.ค. 58

            ฉันไม่เข้าใจเขาเลย ฉันคิดทบทวนขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่างห้องนอน มองดวงดาวที่ลอยอยู่บนฟ้าของแอสการ์ด วันนี้ฉันสะเพร่ามาก และฉันเกือบทำให้ตัวเองมีปัญหากับซิฟ อาจถูกไล่ออกก็ได้ อาจเป็นเรื่องใหญ่ แต่คนที่ช่วยฉันไว้กลับเป็นเขา คนที่ฉันไม่คิดเลยว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วย เขาน่าจะเป็นคนที่ยัดเยียดข้อหาเพื่อให้ฉันถูกไล่ไปพ้นๆ แต่เขาก็ช่วยฉัน

            นางล็อกประตูนั่นแล้วตอนออกไปนั่นคือประโยคที่เขาพูดกับซิฟ ยืนกรานว่าฉันไม่ได้ทำงานพลาด แต่มันไม่ใช่แน่ๆ ฉันจำได้ว่าไม่ได้ล็อกประตู ฉันทะเล่อทะล่าวิ่งออกไปเพราะเป็นห่วงเขา เอ้อ ใช่! ฉันห่วงเขาน่ะ โอเค้? ฉันยอมรับ ฉันตกใจสุดขีด สติแตก และอะไรก็ตามที่ฉันบอกว่า ฉันคงไม่รู้สึกอะไรถ้าเผลอพลาดทำเขาตายนั่นโกหกทั้งเพเลย

            จริงหรือ? นางล็อกประตูแล้วจริงหรือซิฟยังมองอย่างไม่วางใจ

            ข้าจะโกหกทำไม เมนาล็อกประตูนั่น ไม่อย่างนั้น ข้าก็ออกไปแล้วสิ จะอยู่ทำไมให้โง่ แทนที่จะหาเรื่องเมนา เจ้าควรถามมากกว่าว่าใครยกอาหารมาให้ข้าเมื่อเช้า แล้วดันพกมีดติดตัวเข้ามาด้วย

            เขาเรียกชื่อฉัน เรียกฉันว่าเมนา นั่นเหลือเชื่อสุดขีดไปเลย เสียงทุ้มของเขา สำเนียงอ่อนหวานนั่น โอ๊ย ฉันนอนชักดิ้นตรงนั้นได้เลย โอเค ฉันรู้ว่าเว่อร์ไปหน่อย และดูบ้าผู้ชายเกินไปด้วย แต่รู้อะไรไหม เผอิญมันเป็นความจริง! และฉันซ่อนมันไม่ได้แล้ว เอาละ ฉันจะอธิบายให้ฟังชัดๆว่าทำไม ความรู้สึกของฉันมันระเบิดออกมา อย่างแรก ใครๆก็รู้ว่าเขามันตัวร้ายสิ้นดี และตลอดเวลาเขาปฏิบัติต่อฉันเหมือนมดตัวหนึ่ง แถมวันนี้ยังทำฉันเจ็บ ทั้งปาดคอทิ้งรอยแผลไว้ และบีบคอจนฉันหายใจไม่ออก คิดว่าจะต้องตายแล้วจริงๆ แต่อยู่ๆเขาก็ช่วยฉันที่กำลังตกที่นั่งลำบาก คือเข้าใจไหมว่า ฉันค่อนข้างจะหลงเสน่ห์ภายนอกของเขาอยู่แล้ว และการที่อยู่ๆคนที่ฉัน เกือบ ชอบมาทำดีด้วยเนี่ย ใครบ้างที่จะไม่แบบว่า ระเบิด!  

            ขอบคุณนั่นคือสิ่งที่ฉันพูดกับเขาหลังจากซิฟยอมเชื่อและออกไปแล้ว

            เรื่องอะไร?เขาถามอย่างวางท่า

            เรื่องประตูฉันตอบ ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้...

            ‘หยุดพล่ามได้แล้ว มนุษย์ วันนี้เจ้าทำเรื่องยุ่งเยอะเกินไปแล้วนั่นหมายความว่า เวลาที่เหลือ เขาอยากจะอยู่เงียบๆ อ่านหนังสือของเขาต่อจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงานของฉัน และคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าฉันใช้เวลาที่เหลือแอบมองดูเขาอ่านหนังสือหรือไม่ก็วาดรูปในกระดาษ ใช่! โลกิเนี่ยแหละวาดรูป แต่ส่วนใหญ่เป็น เอ่อ รูปซากปรักหักพังของแอสการ์ด หรือไม่ก็ภาพบัลลังก์ที่ว่างเปล่า ซึ่งแสดงออกเจตจำนงชัดเจนว่าเขาต้องการอะไร แต่ยังไงก็เถอะ ฉันชอบเวลาเขาหยิบขาตั้งรูปออกมาวาง คลี่กระดาษ หยิบดินสอ แล้วเริ่มงานของเขา ดวงตาคู่นั้นที่จดจ้องกระดาษ มันเกินกว่าฉันจะบรรยายออกมาได้ มันดูอ่อนโยน ฉันอยากให้เขาหัดอ่อนโยนกับคนที่มีลมหายใจบ้าง ไม่ใช่แค่กระดาษ

            ทั้งหมดนี่ มันแย่! ความรู้สึกทั้งหมดเลย มันแย่มาก! เลวร้าย วินาศสันตะโรอย่างที่สุดแล้ว ฉันไม่ควรจะมีความรู้สึกต่อเขาทั้งนั้น และคืนนี้ฉันก็ฝันร้ายอีก แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเขา ขณะที่ฉันกำลังหลับ เวลาย้อนกลับไปตอนฉันอายุสิบเอ็ด ฉันกำลังเล่นกับน้องชายในสวน เขาตักทรายมาก่อเอาไว้เป็นเนิน จากนั้นฉันชวนเขาไปนั่งชิงช้า ฉันผลักชิงช้าให้เขา ผลักแรงๆ น้องชายฉันหัวเราะชอบใจ ฉันรู้สึกมีความสุข ผลักแรงขึ้นอีก น้องชายเหมือนจะลอยบินจากฉันไปได้เลย แต่ฉันผลักแรงเกินไป แรงเกินไปมาก

            ฉันตื่น พร้อมน้ำตาอาบแก้ม กัดริมฝีปากแน่น ฉันกำลังฝันถึงเหตุข้อหนึ่งที่ฉันไม่อยากกลับเบอร์ลิน ไม่อยากเหยียบประเทศเยอรมันบ้านเกิด ทั้งที่ฉันคิดถึงมันทุกลมหายใจ พ่อกับแม่ไม่เคยให้อภัยฉันในเรื่องนั้น ต่อให้ฉันพยายามทำดีแค่ไหน และเมื่อดีไม่ได้ ฉันก็ทำอะไรเลวร้ายกว่านั้นอีก ฉันกัดริมฝีปากแรงขึ้นจนรู้สึกว่าน่าจะห้อเลือด

            ไม่ใช่ความผิดเจ้า  เสียงคุ้นหูดังขึ้นในความคิดฉัน ร่างฉันกระตุกวูบ เสียงนั่นมาจากไหน? นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่า ฉันเงี่ยหูฟังอีกครั้ง และได้ยินอีก หลับได้แล้ว นังใจเสาะ  โอ้วมายก็อด! นั่นเขาหรอ? เขาเข้ามาในหัวฉันได้ไง หรือฉันเป็นบ้าไปแล้ว แต่ว่าถ้าเป็นในหัวฉัน ช่วยพูดคำอื่นที่ไม่ใช่ You mewling quim ได้ไหมเนี่ย อย่างเช่น เอ่อ ไม่รู้สิ Nice Dream หรืออะไรแบบนั้น ชาตินี้ฉันจะมีโอกาสได้ยินไหม?

            นั่นคุณหรอ? ฉันถามกลับ ฉันรู้มันบ้า อาจจะคุยกับหัวตัวเองอยู่ก็ได้

            ไปนอนซะคำสั่งนั้นเฉียบขาด

            โอเค ไปแล้ว เลิกออกคำสั่งซะที คุณแค่อยู่ในหัวฉันนะ  สุดท้ายฉันก็จับผ้าห่ม กอดแน่น แล้วก็ค่อยๆหลับไปได้อีกครั้ง และไม่ฝันอะไรอีกเลย

            ตอนเช้า หลังจากจัดการธุระเสร็จ วันนี้ฉันเลือกเสื้อผ้าหนาๆเพราะอากาศเริ่มเย็นแล้ว ระหว่างทางที่ฉันกำลังจะไปกินข้าว ฉันก็เจอกับแฟนดรัล หนึ่งในสหายสนิทของธอร์ และเขาบอกว่ากษัตริย์โอดินอยากพบฉันตอนนี้เลย จะชวนฉันกินข้าวเข้าด้วย ถามจริง! ฉันเคยเจอโอดินแล้วนะ แต่ตอนนั้นฉันง่วงก็เลยไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่ แต่นี่ต้องนั่งกินข้าวด้วยเลย โอ้โห้

            ห้องรับประทานอาหารของกษัตริย์แห่งแอสการ์ดแลดูธรรมดากว่าที่ฉันคิดไว้มาก ไม่ได้ต่างหรือพิเศษไปกว่าห้องอื่นๆเท่าไหร่ ซึ่งนั่นทำให้ฉันไม่เกร็ง กษัติร์ยโอดินรอฉันอยู่แล้ว พร้อมผายมือเชิญให้ฉันนั่ง ยอมรับเลยว่าเป็นสุภาพบุรุษมาก การทำดีแบบนี้ล่ะจะทำให้ฉันเกร็ง จากนั้นเขาชวนคุยเรื่องจิปาถะก่อน ฉันชอบแอสการ์ดไหม? อาหารเป็นอย่างไร? ห้องนอนห้องน้ำสะดวกสำหรับฉันหรือเปล่า คำถามพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากถามหรอก ฉันรู้ดี เขาอยากวกเข้าประเด็นลูกชายที่เขาจับขังมากกว่า

            แผลนั่น ยังเจ็บอยู่หรือไม่? นั่นไง เริ่มแล้ว

            ไม่ค่ะ เล็กน้อย ฉันโกหก แผลที่คอฉันต้องเย็บ และเมื่อวานฉันก็แอบไปหาฝ่ายพยาบาลมาแล้ว บางทีโอดินอาจรู้แล้วก็ได้ ฉันจะโกหกทำไมเนี่ย เอ้อ ก็ได้! ฉันปกป้องลูกชายเขา แล้วจะทำไม?

            ไม่จำเป็นต้องปกป้องเขาหรอก เขาไม่ควรได้รับการปกป้องถ้าทำร้ายเจ้า โอดินพูด และเขามีแววไม่สบายใจอยู่ในดวงตา งานนี้อาจไม่ควรให้มนุษย์ผู้หญิงทำตั้งแต่แรก ข้าไม่รู้ว่าธอร์คิดอะไรอยู่

            ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ ขอร้องล่ะ อย่าส่งฉันกลับนะ ยังไม่ครบเดือนเลย ขอฉันอยู่สักสามเดือนได้ไหม พวกเขาจะได้ส่งเงินให้ครอบครัวฉันที่เยอรมัน ขอให้ฉันทำสำเร็จ แล้วฉันจะได้เป็นเจ้าหน้าที่กฏหมายในหน่วยชิลด์ การงานมั่นคง และคราวนี้ฉันจะไม่ทำพลาด ไม่ขัดแข้งขาใคร

            ซิฟรายงานข้าว่าเขาดูสุภาพขึ้น แต่ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำโกหกที่เขาสร้างหรือไม่

            ไม่รู้สิคะ เขาเข้าใจยาก ฉันยกน้ำอุ่นขึ้นจิบหนึ่งอึก

            “ข้าไม่ได้อยากทำกับเขาแบบนั้น แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มันมีมากกว่าโอกาสที่สองสำหรับเขา แต่เขาเพิกเฉยต่อมัน ตอนนี้ข้าได้แต่ขังเขาไว้ และหาคนจิตเข็งพอจะคุมเขา

            ฉันไม่แน่ใจว่าฉันยังเป็นคนจิตแข็งอยู่หรือเปล่า ในเมื่อตอนนี้ฉัน เกือบ จะชอบเขาเข้าให้แล้ว และถ้าเขาเกิดรู้ขึ้นมา หรือไม่แน่อาจจะรู้แล้ว ก็เมื่อวานเขาถามฉันว่า เจ้าหลงเสน่ห์ข้าใช่หรือเปล่า ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ได้ยังไง แต่ถ้ารู้ มันก็ไม่ดีสำหรับฉันเลย เขาอาจหลอกลวงฉันก็ได้ เขาอาจใช้ฉันให้ทำเรื่องไม่ดี

            ฉันขอถามอะไรท่านอย่างหนึ่งได้ไหมคะ? ฉันเงยหน้าสบตาโอดิน และเขาพยักหน้าอนุญาต โลกิ คือเขาเอ่อ... เขาอ่านใจคนได้หรือเปล่าคะ?

            เขาทำอะไรงั้นหรือ แหม่ ทำไมทุกอย่างจะต้องเหมือน เขาทำอะไรสักอย่างต่อฉันตลอดเลยเนี่ย ก็ใช่ เขาทำ เรื่องแปลกๆเมื่อคืนนั่น แล้วก็เรื่องที่เขาอาจจะรู้ว่าเขามีเสน่ห์ต่อฉัน

            เปล่าค่ะ เขาไม่ได้ทำ คือแบบว่า... บางทีเขามองมา แล้วยิ้มตอนที่ฉันเอ่อ... ฉันคิดถึงเขาในทางนั้นน่ะ แต่ไม่บอกโอดินจะดีที่สุดนะเรื่องนี้ ฉันกำลังคิดถึงบ้าน แล้วก็เอ่อ หลายเรื่อง แค่ป้องกันไว้น่ะค่ะ เผื่อเขามีพลังแบบนี้ ฉันจะได้เอาอะไรไปอ่านในห้อง แล้วไม่คิดอะไรที่อาจทำให้เขาใช้เกิดประโยชน์ได้ ฉันควบคุมความคิดตัวเองได้นะคะ ทำได้ดีด้วย ไม่จริง ฉันโกหก แต่ก็ต้องยิ้มอย่างมั่นใจไว้ก่อน เรื่องที่ฉันเก่งก็คือเรื่องโกหกนี่แหละ เอ๊ะ มันดูคล้ายใครนะ?

            โลกิมีโทรจิต เขาสื่อสารผ่านความคิดได้ นับว่าเจ้าเก่งทีเดียวที่สังเกตเห็น

            เปล่าเลยค่ะ เปล่าเลย ลูกชายบุญธรรมท่านแสดงให้ฉันเห็นต่างหาก แต่ฉันก็ไม่คิดจะไปเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของเขาหรอก

            ฉันคิดว่าบางที อาจมีทางเยียวยาเขาได้นะคะ ฉันเสนอขึ้นมา

            เยียวยาหรอ? เจ้าพูดบ้าอะไร มนุษย์ ข้าไม่ต้องการการเยียวยาเสียงของเขาผุดมาในหัวฉันทันควัน นี่แอบฟังฉันคุยกับโอดินหรอ คุณนี่มันแย่จริงๆ ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้เลย! ฉันกำลังทำเพื่อคุณอยู่นะ หุบปากและรอเฉยๆซะ หยุดคุยกับเขาแล้วลงมาหาข้าเดี๋ยวนี้! นี่เป็นคำสั่ง มนุษย์ ฉันไม่ฟัง จนกว่าคุณจะหัดเรียกฉันด้วยความเคารพ และฉันขอยืนกรานให้คุณออกไปซะ อ้อ หรือไม่ก็พูดว่า ได้โปรด สิ แล้วฉันไม่พูดอะไรที่ฉันอยากจะพูดกับโอดินตอนนี้ ฮ่าๆ เอาเลย พูดสิ ได้โปรดน่ะ

            คือว่า เท่าที่ฉันดูจากเรื่องราวในอดีตของเขา ฉันเริ่มต้น ไม่สนใจเสียงโมโหจากเขาที่ดังก้องในหัว ฉันมีสมาธิแยกแยะประสาทได้ เขาค่อนข้างที่จะเปราะบาง เขาถูกความคิดที่ว่าจะได้เป็นกษัตริย์ฝังหัว เขาอิจฉาพี่ชาย การที่ต้องถูกเลี้ยงดูใต้เงาใครสักคนไม่ใช่เรื่องสนุกหรอกนะคะ เขาไม่อาจเทียบพี่ชายได้ แต่ก็ยังหวังว่าตัวเองมีบางสิ่งที่พี่ชายไม่มีเพื่อเป็นกษัตริย์ แต่เนื่องจากเขาเอ่อ เป็นยักษ์น้ำแข็ง เขาจึงเป็นไม่ได้ นั่นมันเจ็บปวดนะคะ เจ็บปวดอย่างมากที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งเตลิดออกจากบ้าน และทำเรื่องร้ายกาจ ที่โลกเราก็มีปัญหาแบบนี้เยอะแยะค่ะ เด็กบางคนติดยา ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ฆ่าคนตาย แต่เนื่องจากเราเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ปัญหาที่เราสร้างมันจึงไม่ใหญ่ระดับจักรวาล แต่เขาไม่ใช่มนุษย์นี่คะ เขาถึงสร้างเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น

            แล้วเจ้าอยากจะบอกข้าว่ายังไงหรือ คุณโมเนตต้า โอดินเอ่ยถาม

            หยุดนะ! ข้าขอสั่งเจ้า ข้าไม่ได้เปราะบาง ลงมาที่นี่เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะ... โลกิยังตะโกนในหัวฉัน

          การจับเขาขังตลอดเวลาแบบนั้น จะยิ่งทำให้เขาต่อต้านและเกลียดคุณมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าให้ปล่อยเขามาแบบถาวร แต่ควรให้โอกาสเขาได้พบโลกภายนอกบ้าง สักวันหนึ่งต่อสัปดาห์ก็ยังดี แค่ให้เขาได้ออกจากสถานที่น่าหดหู่แบบนั้น ไม่มีใครทนได้หรอกนะคะ ลองคิดดูสิคะ ทำไมไม่มีใครทนทำงานคอยเฝ้าเขาที่นั่นได้ โอเค ฉันรู้ว่ามาจากเขาส่วนหนึ่ง แต่ต่อเขาไม่ได้ทำอะไร ที่นั่นก็หดหู่เกินไปอยู่ดี มันจะยิ่งทำให้เขาชั่วร้ายมากขึ้นถ้าขังเขาไว้ ก็เหมือนสุนัขนั่นแหละค่ะ ตัวไหนก็ตามที่โดนล่ามโซ่จะเป็นตัวที่ดุมากขึ้นเรื่อยๆเสมอ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ฉันจะคอยบันทึกพฤติกรรมเขาเอง ฉันเป็นทนายที่ผ่านการเรียนจิตวิทยามาเยอะ ฉันทำเรื่องนี้ได้ และฉันบอกได้ว่าเมื่อไหร่เขาจะขึ้นมาบนนี้ โดยไม่เป็นอันตราย แค่ให้เขาได้พักผ่อนและสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง แล้วเขาจะรู้สึกขอบคุณต่อท่านนะคะ โปรดแสดงความรักต่อเขาสักนิดเถอะค่ะ

            โอดินเงียบไปครู่ใหญ่ หลังจากฉันพูดจบ เสียงของโลกิก็เงียบไปแล้วเหมือนกัน ขอบคุณพระเจ้า! ทำไมเขาต้องเปลืองพลังงานมาคอยตามความคิดฉันด้วยเนี่ย ไปหาฉันแม้กระทั่งตอนฉันหลับ

            ข้าจะเก็บเรื่องนี้ไปคิดดู คุณโมเนตต้า ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น

            เขาไม่เห็นด้วยหรอก ไม่มีวัน เจ้าเปลืองน้ำลายเปล่า ลงมาได้แล้ว!’ โลกิบอกกับฉันผ่านความคิด ฉันขี้เกียจจะเถียงเขา ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป

            ได้โปรดนะคะ ช่วยคิดดู ฉันคิดว่ามันอาจได้ผล ฉันหว่านล้อมเขาได้

            ลงมา! มนุษย์ อย่าให้ข้าต้องสั่งอีกครั้งโอ๊ย นี่ก็กวนประสาทจริง เดี๋ยวลงไปน่า ฉันกล่าวลาโอดิน เขาย้ำกับฉันอีกครั้งว่าจะคิดข้อเสนอนี้ให้ดีก่อน

            ฉันกำลังลงไปแล้ว โอเคไหม? เลิกตามเสียที เดี๋ยวฉันก็หาว่าคุณคิดถึงฉันหรอก ฉันคิดดังๆในหัว หวังว่าเขาจะได้ยิน จะได้เลิกตาม และไม่ต้องตามอีกเลยก็ได้ ฉันปวดประสาท ฉันเดินลงไปถึงห้องของเขาด้วยสภาพหน้าบูดบึ้ง และเมื่อเข้าไปในห้อง ก็เห็นคนหน้าบูดยิ่งกว่าฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้ รอฉันหน้าประตูเลยทีเดียว เอาละ วันแห่งความน่ากลัวเริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว วันนี้ฉันจะโดนอะไรล่ะ? บิดแขนฉันไหม? ไม่เอานะ มันเจ็บ

            ธุระอะไรของเจ้า ถึงต้องมาสาธยายเรื่องความคิดข้า โลกิพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            ฉันช่วยคุณอยู่นะ ถ้าเผื่อไม่ได้สังเกต ก็สังเกตได้ละ ฉันโต้ตอบอย่างปากดี

            ข้าไม่ได้ขอ

            เมื่อคืนคุณก็รุกล้ำความเป็นส่วนตัวฉันเหมือนกัน คุณแอบดูความฝันของฉัน แล้วยังเรียกฉันแบบนั้นอีกแล้วนะ You mewling quim เลิกใช้คำพวกนี้ว่าฉันซะทีเถอะ ฉันไม่ได้ขอให้คุณเข้ามาสักหน่อย

            แต่ข้าก็ช่วยให้เจ้านอนหลับได้ไม่ใช่หรือไง ดวงตาสีเขียวเริ่มฉายความเจ้าเล่ห์อีกแล้ว คราวนี้เหมือนจะยั่วเย้านิดๆ ขอร้องล่ะ อย่ามองฉันแบบนั้น แววตาแบบนั้นมันเซ็กซี่เกินไป ฉันทนไม่ไหว เข้าใจไหม บางทีฉันก็อยากควักลูกตาเขาออกมาเสียเลย แต่ต้องยอมรับ เขาทำให้ฉันกลับไปหลับได้จริงๆ ไม่รู้ทำไม ฉันรู้สึกสงบพอได้ยินเสียงเขาดังเข้ามาในหัว มันบ้ามากเลย ฉันไม่ได้อยากรู้สึกอะไรแบบนี้

            งูพิษ! เขามันสุดยอดแห่งงูพิษเลย และมันยิ่งแย่ที่เขาเข้ามาอยู่ในความคิดฉันได้ เขาอาจรู้หมดแล้วว่าฉันรู้สึกยังไง เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา ฉันหน้าแดง ร้อนผ่าว อยากเอาหน้ามุดดินหนีไปสุดขอบแอสการ์ดเลย เขากำลังมองฉันอยู่ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัยแอบแฝง ทำให้หัวใจฉันยิ่งเต้นแรง ฉันต้องบ้าแน่เลย นึกดูแล้วกัน มีผู้หญิงสติดีที่ไหนจะชอบผู้ชายแบบนี้ ต่อให้หล่อลากตับไตไส้พุงและมีสำเนียงอังกฤษก็เถอะ

            มนุษย์ เขาเรียกฉัน เจ้าไปนั่งตรงนั้นที เขาชี้มือไปทางเตียง

            อะไรนะ? จะให้ฉันไปทำอะไรตรงนั้น ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวตามสเต็ปการป้องกันตัว

            เจ้ากำลังคิดอะไร ด้วยความสูงของเขา ทำให้เวลานั่ง ใบหน้าของเขาก็จะอยู่ระดับต่ำกว่าใบหน้าฉันนิดเดียว และตอนนี้เขากำลังยื่นหน้าขึ้นมา แววตาทะเล้น ให้ตาย! ทะเล้นใส่ฉันเนี่ยนะ

            ให้ฉันนั่งตรงนั้นทำไม นั่นมันพื้นที่คุณ จริงๆนะ ห้องนี้แบ่งขอบเขตชัดเจนมาก ที่ของฉันคือบริเวณประตู ส่วนของเขาคือทางฝั่งเตียงกับผนังเก็บหนังสือ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรก และฉันไม่อยากเปลี่ยนมันหรอก ฉันชอบตรงประตูเพราะหนีง่ายดี

            วันนี้ ข้าอยากจะนั่งตรงนี้ โลกิพูดอย่างเอาแต่ใจ เหมือนเขากำลังแกล้งฉัน และสนุกกับมันมากด้วย เจ้าไปนั่งตรงนั้น มีปัญหาหรือไง มนุษย์ เขาเน้นคำว่ามนุษย์ใส่ฉันอีกแล้ว

            ฉันไม่นั่งเตียงเด็ดขาด ไม่มีวัน ฉันลากเก้าอี้อีกตัวที่เหลืออยู่มาบริเวณกึ่งกลางห้อง แล้วนั่งลง มองหน้าเขาอย่างท้าทายนิดๆ ฉันจะนั่งตรงนี้แล้วทำไม เทพ ขอเน้นคำว่าเทพหนักๆเลยนะ

            เมื่อวานฉันลืมหนังสือไว้ คุณเห็นมันไหม ชื่อเรื่อง รูปภาพของโดเรียน เกร์ย เนื่องจากเมื่อวานเกิดเรื่องเยอะแยะ ฉันก็ลืมนึกถึงหนังสือของฉันไปเลย เพิ่งจะมาคิดออกเอาตอนนี้ โลกิหันมามองฉัน ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มแปลกๆ

            เห็น

            อยู่ไหนล่ะ ขอคืนได้ไหม?

            ไม่

            เขาตอบอย่างเอาแต่ใจอย่างที่สุด และจากน้ำเสียงเฉียบขาดนั่น ทำให้ฉันรู้เลยว่าคงไม่ได้คืนแล้วแน่ เอาละ ฉันไม่ยอมหรอกนะ นั่นหนังสือเล่มโปรดฉัน และเป็นเวอร์ชั่นภาษาเยอรมันที่ฉันได้เป็นของขวัญจากย่า ซึ่งตอนนั้นฉันเเปดขวบ และฉันก็อยากจะกลับไปถามย่ามากเลยว่า คิดยังไงให้หนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องเซ็กส์กับคำสาปแก่เด็กแปดขวบ ไม่น่าล่ะ แม่ฉันถึงไม่พอใจตอนนั้น ยังไงก็เถอะ ฉันรักมัน และฉันจะไม่ยอมให้เขาเก็บไว้ เล่มอื่นได้ แต่ต้องไม่ใช่เล่มนี้

            ฉันขอคืน

            ไม่

            เหตุผลล่ะ?

            ไม่มี เขาเงยหน้ามองฉัน ยิ้มยียวน

            โอเค ต้องการอะไรจากฉัน? อยากได้อะไรแลกเปลี่ยน ถึงจะคืนไอ้หนังสือบ้านั่นมา ฉันเริ่มจะโกรธ ถ้าอยากเล่นเกมจิตวิทยากับฉัน ช่วยทำกับของอย่างอื่นที่ไม่ใช่หนังสือเล่มนั้น

            ไม่มี ข้าไม่อยากได้อะไรจากเจ้าทั้งนั้น

            โลกิ!” ฉันพูดเสียงเย็น และนั่นทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ โอเค ได้ ไม่ต้องคืน ถ้าอย่างนั้น... ฉันมองไปที่ข้างเตียงของเขา ตรงนั้นมีหีบใบหนึ่งวางอยู่ และฉันเคยเห็นเขานำรูปภาพที่วาดเสร็จแล้วใส่หีบไว้ ฉันลุกขึ้นยืน รับรู้ได้ถึงสายตาของเขาที่มองตามฉัน เด็กมีปัญหาเอ๊ย คิดจะเล่นเกมจิตวิทยากับฉัน ยังเร็วไปร้อยปี! ฉันเกือบจะถึงหีบแล้ว ตอนที่เขาวิ่งปราดเข้ามาบังฉันไว้ เขาหน้าบูดเป็นครั้งที่สองของวัน ทำให้ดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจเข้าไปใหญ่

            คืนมาสิ ฉันพูดแล้วแบมือ

            ข้าขออ่านก่อน แล้วจะคืนให้ ไปนั่งเฉยๆเลย

            โอเค ฉันหมุนตัวกลับ ถือว่าวันนี้ เขาดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ไม่รู้เพราะอะไร แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่โกรธฉันที่ยั่วโมโหเสียขนาดนี้ ถ้าเป็นเขาในเมื่อวาน คงจับฉันบีบคอ หรือจับทุ่มหลังแอ่นไปแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะอะไร แต่ฉันโล่งใจ และชอบการเปลี่ยนแปลงนี้         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #183 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:58

    พัฒนาการดีขึ้น

    #183
    0
  2. #153 PCMulan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 20:26
    งืออออ เจ้าเด็กน้อยน่ารักจริงๆ >\\\\\<
    #153
    0
  3. #116 PongpangBkck (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:56
    เด็กน้อยมากกกก น่าร้ากกกกแง ;/////;
    #116
    0
  4. #112 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:23
    ขอบคุณค่ะ#อ่านไปขำไป... น่ารัก
    #112
    0
  5. #95 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:40
    กิเจ้าเด็กน้อยยยย อยากอ่านเรื่องเซ็กส์หรอออ555
    #95
    0
  6. #84 ฺB.lin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 17:18
    น่ารักกกกกก
    #84
    0
  7. #69 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 20:47
    เด็กน้อยโลกิ น่ารัก
    #69
    0
  8. #53 I am Muzik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:46
    น่ารักกกก
    #53
    1
    • #53-1 Silver-Sky(จากตอนที่ 3)
      6 มีนาคม 2559 / 21:48
      ดีใจที่ชอบนะคะ
      #53-1
  9. #44 Fleur-Phoenix (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 15:54
    มันจะน่ารักไปไหมมมมมมมมม
    #44
    0