(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 2 : Mortal VS Immortal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    27 ธ.ค. 58

          ฉันร้องไห้ ฉันรู้ว่าน่าทุเรศที่ต้องยอมรับ แต่ฉันกำลังร้องไห้จริงๆ กับผ้าห่มที่ฉันติดมาด้วยจากอพาร์ทเมนต์ ฉันนอนคลุมโปงและร้องไห้ มันบ้ามากเลย ที่ฉันดันรู้สึกแย่ขนาดนี้ นี่เพิ่งจะผ่านไปสองวันเท่านั้น และโลกิก็ไม่ได้ทำอะไรฉันอีก ไม่ได้พูดอะไรอีก แค่นั่งอยู่เงียบๆในห้องนั้น ฉันได้ยินแค่เสียงเขาพลิกหน้ากระดาษ มันว่างเปล่าเหลือเกิน ห้องนั้นมันโหวงเหวงเกินกว่าที่ฉันจะรับได้ ผนังสี่ด้านก็เหมือนจะบีบเข้ามาเรื่อยๆ ฉันรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไม่รู้มาจากไหน ฉันไม่รู้ว่าเขามีพลังอำนาจอะไรบ้าง บางทีเขาอาจใช้พลังนั่นเพื่อทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตกนรกไปกับเขาด้วย

            ฉันร้องไห้จนหลับ และในความฝัน ฉันก็เห็นเขาในชุดเต็มยศ มีหมวกกับเขาสีทอง เขาช่างดูสง่างามราวกับเทพบุตรจากขุมนรก คทาของเขาชี้มาทางฉัน แล้วเขาก็เปล่งเสียงสั่งให้ฉันคุกเข่า ทำไมล่ะ? ทำไมฉันต้องคุกเข่าด้วย ฉันไม่ทำหรอก ฉันส่ายหน้าอย่างดื้อรั้น คทาของเขาเรืองแสง ดวงตาสีเขียววาววับด้วยความโกรธ สิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนสะดุ้งตื่นคือแสงเจิดจ้า ฉันแหลกละเอียดเป็นธุลี

            ฉันลุกขึ้นนั่งด้วยพร้อมเหงื่อโทรมกาย สภาพจิตใจของฉันกำลังดิ่งลงเหวมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหนื่อยหอบ หวาดกลัวและโดดเดี่ยว บางทีทั้งหมดนี่อาจเป็นความรู้สึกของเขาด้วยเช่นกัน โลกิ เทพแห่งการคดโกง ต้องติดอยู่ในห้องขังกลางหลุมมืด อยู่คนเดียวในนั้น ไม่มีใครให้พูดคุย ไม่มีใครทำดีด้วย ไม่มีได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน ไม่ต่างจากขุมนรก ฉันไม่รู้ว่าจะมีพ่อที่ไหนทำแบบนี้กับลูกได้ ถ้าไม่สมควรโดนจริงๆ ฉันรู้มาว่าเขาก่อเรื่องใหญ่มากเอาไว้ และเหตุการณ์ในนิวยอร์กก็เป็นฝีมือเขาด้วย เขานำทัพพวกนั้นมา ตั้งใจจะฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ ทำลายมนุษย์ทุกคน เพราะเขาชิงชังพี่ชายของตัวเอง อยากทำลายสิ่งที่พี่ชายหวงแหน ด้วยเหตุผลแค่นั้นเขาอาจฆ่าได้ถึงเจ็ดพันล้านชีวิต แค่คิด ฉันก็สั่นสะท้าน ฉันกำลังรับมือกับอาชญากรอวกาศที่ชั่วร้ายที่สุด

            ฉันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า วันที่สามของฉันเริ่มต้นเหมือนกับสองวันที่ผ่านมา แต่วันนี้ธอร์ไม่อยู่ เขากลับไปที่โลก ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าเดิมยังไงไม่รู้ ค่อยข้างจะคิดถึงรอยยิ้มเป็นมิตร และการรู้ว่าคนที่จัดการโลกิได้อยู่ในแอสการ์ดด้วย มันทำให้ฉันเบาใจ แต่ตอนนี้เขาไปเสียแล้ว คงอีกสักพักใหญ่กว่าเขาจะกลับ แต่ฉันก็ไม่เชิงว่าโดดเดี่ยวซะทีเดียว สหายของธอร์มานั่งกินอาหารกับฉัน วันนี้ฉันได้เจอซิฟเป็นครั้งแรก นักรบหญิงที่แข็งแกร่ง และสวยสะคราญอย่างไม่น่าเชื่อ เธอพูดจาเป็นมิตร ถึงจะมีแววถือตัวในดวงตาอยู่บ้างก็ตาม

            มื้อเช้าของฉันจบลง และต้องเดินไปยังคุกมืดของโลกิอีกครั้ง ฉันสูดลมหายใจเข้าปอด พยายามทำใจดีสู้เสือ สิ่งที่ฉันพบว่ารบกวนฉันมากที่สุด ก็คงเป็นเสน่ห์ของเขาที่มีล้นเหลือ และมีผลกระทบต่อฉันมากกว่าคนอื่นๆ คนในแอสการ์ดทุกคนมีเกราะป้องกันจากเสน่ห์ของโลกิเพราะต่างรู้ดีว่าเขาเป็นวายร้าย ที่น่าแปลกก็คือ ฉันก็รู้เหมือนกัน แต่ทำไมฉันไม่มีเกราะป้องกันแบบนั้นบ้าง ฉันยังหายใจกระตุกทุกครั้งที่เจอเขา

            วันนี้ฉันเอาหนังสือติดมือมาด้วย มันเป็นนวนิยายของออสการ์ ไวลด์ที่ชื่อ รูปภาพของโดเรียน เกร์ย อย่างน้อยเวลาอยู่ในห้องนั้น ฉันจะได้มีอย่างอื่นทำ ไม่ใช่เอาแต่ลอบมองเขาที่ดูสุขุมนุ่มลึกเวลาอ่านหนังสือ มองนิ้วเรียวยาวที่พลิกหน้ากระดาษ รับรู้ถึงจังหวะการหายใจแสนสม่ำเสมอของเขา และบางครั้งเมื่อเขามองมาอย่างไม่ตั้งใจ ฉันจะรู้สึกหายใจติดขัดเวลาเห็นดวงตาสีเขียวคู่นั้น

            งูพิษ! เขามันงูพิษ ที่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

            ฉันมาถึงหลุมมืด และเดินข้ามสะพานไปหาห้องขัง ฉันกัดริมฝีปากรวบรวมความกล้าแล้วเปิดประตู ห้องเปลี่ยนไป โต๊ะกลมและเก้าอี้ล้มระเนระนาด หนังสือหลายเล่มหล่นจากชั้นวาง และตรงกลางห้อง ถัดจากตู้หนังสืออกมา ร่างของเขานอนอยู่ที่นั่น จมกองเลือด!

            โอเค! ฉันประทับใจ แต่เล่นแบบนี้ มันดูถูกสติปัญญากันเกินไปหน่อยแล้ว ฉันหันหลังไปปิดประตู ล็อกอย่างแน่นหนาเหมือนทุกครั้ง เดินช้าๆไปหาร่างของเขา ว้าว จัดฉากได้ดีนี่ น่ากลัวดี บริเวณคอถูกมีดปาด เลือดไหลออกมาเป็นทาง

            คราวหลังช่วยหามุขที่เจ็บกว่านี้ได้ไหม ฉันพูดอย่างวางท่า

            เสียงหัวเราะของเขาดังลั่นห้อง ร่างที่พื้นหายไป เลือดเหือดแห้ง โต๊ะกับเก้าอี้ยังวางอย่างเป็นระเบียบอยู่ที่เดิม หนังสือก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่ฉันจะได้มองหาว่าเขาอยู่ไหน ฉันก็รู้สึกเสียววาบๆที่ด้านหลัง เขาล็อกตัวฉันอย่างแน่นหนา โลหะเย็นๆนาบอยู่บนคอฉัน

            ปล่อย!” ฉันพยายามไม่กลัวและเสียงไม่สั่น ขณะเริ่มตั้งคำถาม เขาไปเอาอาวุธอย่างมีดเล็กๆนี่มาจากไหน มันกดลึกลงไปในผิวหนัง เริ่มบาดฉันนิดๆ รู้สึกเจ็บๆแสบๆ เลือดต้องไหลแน่

            เปิดประตูให้ข้า เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง

            ไม่!” ฉันปฏิเสธโดยไม่ต้องหยุดคิด

            ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ตาย แรงกดของมีดมากขึ้น ฉันเจ็บจนน้ำตาคลอ แต่จะยอมแพ้ไม่ได้

            แล้วจะยังไงต่อ? ฉันเอ่ยถาม เสียงเริ่มสั่น ฉันตาย แล้วคุณจะได้ออกไปหรอ? ฆ่าฉันจะมีความหมายอะไร คุณอาจจะได้รับโทษหนักกว่าเดิม คราวนี้คุณอาจไม่มีใครมาอยู่เป็นเพื่อนอีกแล้ว ต้องเน่าตายในนี้ หรือไม่ก็อยู่ไปจนกว่ากาลจะแตกดับ พวกคุณอายุห้าพันปีนี่ เป็นเวลาที่ยาวนานอยู่นะ ถ้าจะต้องติดที่นี่ตลอดไป ตอนนั้นคุณจะอยู่ในสภาพไหนล่ะ? เหมือนราชสีห์ที่อยู่ในสวนสัตว์ ตาของมันจะอ่อนแสงลงเรื่อยๆ คุณก็จะเป็นอย่างนั้น คุณจะไม่ชินกับอิสรภาพอีกต่อไป อยากเป็นแบบนั้นหรอ? ก่อนที่จะฆ่าฉัน ลองฟังข้อตกลงของฉันก่อนดีกว่าไหม?

            เขาหัวเราะอยู่ข้างหู ทำให้ขนบนหลังคอลุกชัน หัวใจของฉันเริ่มเต้นผิดจังหวะ มันใกล้ชิดเกินไปแล้ว ถึงแม้เขาจะเอามีดจ่อคอฉันอยู่ก็เถอะ นี่ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย? เป็นพวกมาโซคิส ชอบความรุนแรงหรือไง! แต่ก็นับว่าวาทะของฉันใช้ได้ผล เขาลดมีดลงและปล่อยตัวฉันให้เป็นอิสระ ฉันยกมือขึ้นแตะแผล มีเลือดติดมือฉันออกมา

            ใช้ได้นี่ มนุษย์ โลกิจ้องฉัน ดวงตาสีเขียววาววับอย่างสนใจ ข้อตกลงอะไรล่ะที่เจ้าจะเสนอข้า

            รู้ไหม อันดับแรก คุณควรรู้จักให้เกียรติฉันซะบ้าง ฉันไม่ชอบวิธีที่คุณเรียกฉัน

            ทำไมล่ะ? มันเป็นเรื่องจริง เจ้าคือมนุษย์ โลกิเอียงศีรษะน้อยๆ รอยยิ้มกวนประสทเล็กๆที่มุมปาก

            ถ้าเขาเรียกฉันว่า Human ก็ว่าไปอย่าง แต่ทุกครั้งเขาใช้คำว่า Mortal ทั้งสองคำก็หมายถึงมนุษย์นั่นแหละ แต่คำหลังมันออกแนวเหยียดหยามว่า มนุษย์อย่างพวกเราเป็นพวกที่ตายได้ อายุสั้น ประมาณนั้น ซึ่งไม่ค่อยให้เกียรติกันเท่าไหร่สำหรับฉันนะ และถึงจะเป็น Mortal แต่ฉันก็มีชื่อ

            แล้วคุณล่ะ? เป็นอะไร คิดว่าตัวเองเป็นอมตชน (Immortal) หรือไง ฉันถาม อายุห้าพันปี ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีวันตายเสียหน่อย สุดท้าย เราก็ต่างเป็นมนุษย์ (Mortal) ด้วยกันทั้งนั้น เกิดและดับตามธรรมชาติ คุณไม่ได้อยู่เห็นถึงเวลาที่จักรวาลแตกดับหรอกนะ

            ปากดี!” เขามองตรงมา แววตาฉายความโกรธ

            ฉันก็แค่ ต้องการได้รับเกียรติอย่างเท่าเทียมจากคุณ ฉันพูดอย่างไม่เกรงกลัว

            ข้าจะให้ก็ต่อเมื่อข้าเห็นว่าเจ้าควรได้รับมัน มนุษย์ (Mortal)” เขาเน้นคำนั้นชัดๆ ให้ฉันรู้ว่าฉันเป็นแค่มดใต้ฝ่าเท้า ก็คอยดูไปแล้วกัน! ฉันคิดอย่างดื้อรั้น รอดูมดตัวนี้ว่ามันจะทำอะไรราชสีห์ได้บ้าง ข้อตกลงของเจ้า คืออะไร?

            อย่าทำร้ายฉัน อย่าฆ่าฉัน อย่าแตะต้องตัวฉัน ให้เกียรติฉัน และเรียกชื่อฉันอย่างถูกต้อง แล้วฉันจะพาคุณออกไปจากที่นี่ อย่างน้อยก็ไม่อยู่ในที่ห้องน่าหดหู่ขนาดนี้ และฉันอาจทำได้ถึงขนาดขอร้องให้คุณได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่หนึ่งด้วยซ้ำ คุณคิดถึงมัน ใช่ไหมล่ะ? แสงแดด ท้องฟ้า สายลม

            “หึๆ มดอย่างเจ้าจะต่อรองกับโอดินอย่างนั้นหรือ ข้าล่ะอยากเห็น โลกิพูดอย่างไม่เชื่อเลยสักนิดเดียว

            คุณเองก็ปล่อยให้มดอย่างฉันได้ต่อรองอยู่เหมือนกันนี่ ไม่อย่างนั้น คุณปาดคอฉันก็จบแล้วจริงไหม? คิดว่าคุณเป็นคนเดียวหรือไง ที่มีฉายาว่าลิ้นเงิน ฉันมองเขาอย่างท้าทาย จากประโยคของฉันเรียกเสียงหัวเราะของเขาได้อีกครั้ง

            ข้าต้องยอมรับ วาทะเจ้า ทำให้ข้าเพลิดเพลิน

            นั่นเป็นคำชม อย่างน้อยสายตานั่นก็ไม่โกหก แล้วทำไมฉันต้องหน้าร้อนผะผ่าวด้วยเนี่ย ถ้าว่ากันตามจริงคำชมแบบนั้น ฉันไม่ควรดีใจด้วยซ้ำ การทำให้เทพแห่งการคดโกงเพลิดเพลิน ก็แสดงว่าฉันต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ ฉันกัดริมฝีปาก บรรยากาศชักน่าอึดอัด เขาเอาแต่จ้องฉัน ส่งสายตาแบบนั้นโลมเลียกันอยู่ได้ ฉันจะหายใจไม่ออกแล้วนะ

            ฉันขอใช้อ่างน้ำคุณได้ไหม? ฉันต้องล้างแผล ฉันตัดสินใจเฉไฉไปเรื่องอื่น

            ตามสบาย

            คุณเอามีดมาจากไหน ถามจริง ฉันถาม ขณะเดินไปทางอ่างล้างมือหน้าห้องน้ำ

            ตอนที่คนใช้ยกอาหารมา มันเป็นมีดปอกผลไม้ที่ดันลืมพกติดตัวเข้ามาด้วย โลกิตอบด้วยท่าทางสบายๆ ขณะที่ฉันวักน้ำล้างแผลที่คอ แผลไม่ลึกมากก็จริง แต่ควรใส่ยา หรือทำอะไรกับมันสักอย่าง เจ็บมากเลยหรือไง เสียงเย็นชาดังมาจากเขา

            ลองบ้างไหม? ฉันหันไปถาม สีหน้าจริงจัง เขายักไหล่พร้อมยิ้มกวนประสาทให้เป็นของตอบแทน ยังไงก็เถอะ ฉันขอมีดนั่นด้วย คุณไม่ควรจะมีอาวุธไว้ในมือ

            ทำไมข้าต้องให้

            ก็เพราะฉันสั่งน่ะสิ คุณเป็นนักโทษ ฉันเป็นผู้คุม ไม่ชัดอีกหรือไง ฉันยืนประจันหน้ากับเขา อันที่จริงฉันกลัวนะ ไม่ใช่ไม่รู้สึกกลัว เขาตัวสูงกว่า พละกำลังมากกว่า และเขาไม่ใช่คนมีเมตตา จากคำพูดนั้นของฉัน ทำให้เพลิงสีเขียวลุกวาบในดวงตาของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบความรู้สึกเป็นรองใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นมนุษย์ โลกิก้าวเท้าเข้ามาหาฉัน เพียงสามก้าว เขาก็ยืนประชิดตัว ขณะฉันถอยหลังติดขอบอ่างล้างหน้า

            คราวนี้มันไม่ใช่การล็อกจากด้านหลัง แต่มันคือการประชิดแบบเผชิญหน้า ทำให้ฉันสั่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ฉัน... อยากจะพูดคำว่าขอโทษ แต่ฉันก็ปากหนัก ถือทิฐิ เกินกว่าจะพูด ถ้าพูดออกไป ฉันจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ ฉันจะยอมแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด

            ข้าเป็นนักโทษของเจ้าอย่างนั้นหรือ? น้ำเสียงเขาเย็นยะเยือก นิ้วเรียวของเขาเลื่อนขึ้นมาที่คอฉัน มันควรจะมีไออุ่นแบบที่คนส่วนใหญ่มี แต่มือของเขาเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ฉันถูกบังคับให้ไม่อาจหลบสายตา และจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวลึกล้ำราวกับมรกต มือของเขาบีบหนักขึ้นเรื่อยๆ  ฉันหายใจไม่ออก มือสองข้างยกขึ้นพยายามดันตัวเขาออกไป ฉันรู้สึกหนาวไปทั้งร่าง และเริ่มส่งสายตาอ้อนวอนต่อเขาอย่างไม่มีทางเลือก อึดอัดทรมาน ฉันยกมือขึ้นวางบนมือเขา พยายามแกะออก น้ำตาคลออยู่เต็มเบ้าตาและเริ่มไหลลง อาบแก้ม สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนเลยสักนิด เคลือบด้วยความเย็นชา และมีแววพึงพอใจในดวงตาเมื่อเห็นฉันร้องไห้

            เขาคลายมือออก และสะบัดฉันให้ล้มลงกับพื้น อยู่แทบเท้า ที่ๆฉันควรจะอยู่สำหรับเขา ฉันไอคอกแค่ก สูดอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว รู้สึกพ่ายแพ้หมดรูป

            เจ้ากล้าดียังไง!” โลกิคำราม พูดเหมือนข้าเป็นรองเจ้า ฝุ่นธุลีเช่นเจ้าไม่มีหน้ามาเทียบข้า สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ! ก็แค่นังใจเสาะ! (You mewling quim!)”  

            “พอที!” ฉันร้องออกมา ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน เพราะแบบนี้ไงล่ะ เพราะแบบนี้ถึงไม่มีใครรักคุณ ไม่มีใครอภัยให้คุณ พวกเขาจะขังคุณอยู่ที่นี่จนตาย และต่อให้คุณตาย ก็จะไม่มีใครร้องไห้ พวกเขาจะยินดี โลกทั้งเก้าจะยินดีที่ยักษ์น้ำแข็งอัปลักษณ์ชั่วร้ายสิ้นไปได้เสียที!”

            เขาพุ่งเข้ามา แต่ฉันไวกว่า ฉันรีบวิ่งไปที่เตียง คว้ามีดปอกผลไม้และถือชี้ไปทางเขา ฉันรู้ว่าแค่มีดเอาชนะเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันทำให้เขาเจ็บได้ และฉันทำแน่ จะไม่เสียใจเลยด้วยถ้าพลาดพลั้งทำเขาตาย เขาหยุดอยู่ที่ปลายมีดของฉัน ยิ้มอย่างพอใจที่ฉันพยายามต่อสู้ เขาคงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นราชสีห์ที่กำลังวิ่งไล่จับหนูนา ฉันเห็นความสนุกในแววตาที่เหี้ยมเกรียมนั้น เขาเกินกว่าจะเยียวยา เกินกว่าจะทำให้เชื่อง เป็นเหมือนสัตว์ป่าที่มีพิษสงร้ายแรง

            เจ้าไม่กล้าหรอก โลกิพูดด้วยเสียงแผ่วเบา เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เจ้าจะทำร้ายข้าจริงหรือ เจ้าไม่สงสารข้าเลยหรือ เสียงของเขานุ่มทุ้มอ่อนหวาน แววตาเปลี่ยนไป ใสแจ๋วแลดูบริสุทธิ์ ให้ตายสิ นี่มันภาพมายา ฉันเชื่อมันไม่ได้เด็ดขาด ข้าทำเจ้าเจ็บใช่ไหม สาวน้อย นิ้วเรียวยาวขยับขึ้นมาแตะที่ลำคอฉัน ลากผ่านแผลมีดบาด ส่งมีดให้ข้าเถอะ ส่งมาให้เทพของเจ้า นิ้วของเขาเริ่มลากผ่านแก้ม คราวนี้ทิ้งไออุ่นซาบซ่านไว้ทั่วร่าง โอ๊ย จะบ้าตาย! นี่ใช่ไหม ความสามารถลิ้นเงินของเขา การประจบประแจงที่เขาสุดแสนจะถนัด จนบางทีฉันเริ่มสงสัยว่าแบบไหนคือตัวตนของเขากันแน่

            เจ้าหลงเสน่ห์ข้า ใช่หรือไม่ สาวน้อย ริมฝีปากเขากระซิบอยู่ข้างหูฉัน และฉันไม่อยากยอมรับเลยว่าเขาพูดถูก ฉันก็เหมือนเนยที่เขากำไว้ในมือ ละลายแหลกเหลวได้อย่างง่ายดาย มือที่กำมีดของฉันเริ่มไม่มั่นคง ฉันจะรับมือกับเขาได้ยังไง รับมือกับเสน่ห์ล้นเหลือนี่ได้ยังไงกัน ทำไมไม่มีใครเคยบอกฉันนะว่า โลกิแห่งแอสการ์ดทั้งหล่อเหลา และมีสำเนียงอังกฤษน่าฟังขนาดนี้ ฉันแพ้ผู้ชายแบบนี้ทุกที

            เจ้าไม่อยากเป็นราชินีของข้าหรือ เสียงของเขาเหมือนเสียงดนตรี เป็นเสียงผู้ชายที่ไพเราะที่สุดเลย แล้วยังสำเนียงแบบนั้นอีก จังหวะการพูดของเขา การทอดถอนหายใจ ทิ้งไออุ่นไว้บนติ่งหู มือที่จับอยู่ข้างแก้ม นิ้วที่สอดไปใต้เส้นผมของฉัน ทั้งหมดนี้ทำให้ฉันแทบยืนไม่อยู่ ข้าสัญญา ราชินีของข้า เปิดประตูให้ข้านะ

            นั่นคือทั้งหมดที่เขาต้องการ! ฉันให้ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด ฉันยกมีดขึ้นปาดผ่านข้อมือเขาอย่างแรง ด้วยความตกใจทำให้เขาปล่อยฉันเป็นอิสระ ฉันวิ่งหนีออกมาไปยืนชิดอยู่กับบานประตู เตรียมพร้อมที่พุ่งออกไปทุกเมื่อ ฉันคงปาดมีดลึกทีเดียว เลือดหยดลงจากข้อมือเขาเป็นทาง เลือดกำลังทะลักไหลอย่างน่ากลัว นี่ฉันปาดลึกไปหรือเปล่า? โดนเส้นเลือดใหญ่หรือ?

            ฉันเหน็บมีดไว้ที่กางเกงด้านหลัง แล้วรีบวิ่งเข้าไปดู ใช้ชายเสื้อกดแผลของเขาไว้ ไม่ไหวแฮะ ต้องตามหมอสถานเดียว

            ฉันจะไปตามหมอ เสียงของฉันสั่น และกำลังจะร้องไห้อีกรอบ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำขนาดนั้น กดนี่ไว้ก่อนนะ ฉันจับมืออีกข้างของเขาขึ้นมาให้กดแผลของเขาเอาไว้ ฉันแกะกระดุมถอดเชิ้ตตัวนอกออก เหลือแต่เสื้อยืดแขนกุดด้านใน เอาเสื้อกดไว้นะ โอเคไหม

            เดี๋ยว!” เขาเรียก แต่ฉันไม่ได้หยุดฟัง

            ฉันรีบวิ่งกลับไปที่ประตู วางมือทาบตรงขอบและมันก็เปิดให้ ฉันวิ่งอย่างเร็วสุดชีวิต เมื่อเจอชาววังคนแรกก็รีบถามทันทีว่าจะตามหมอได้ที่ไหน ฉันร้อนรนพูดตะกุกตะกักด้วยความกลัว ระหว่างที่ฉันออกมานี่ เขาอาจจะเลือดไหลหมดตัวก็ได้

            เกิดอะไรขึ้น ซิฟเดินมาเจอฉันพอดี

            ซิฟ ช่วยด้วย โลกิ!”

            เขาทำอะไรเจ้า? ซิฟมองที่ลำคอของฉัน

            ไม่ใช่เขาทำ ฉันต่างหาก! ฉันเอามีดปาดข้อมือเขา มันอาจโดนเส้นเลือดใหญ่ หรือ... หรือตอนนี้อาจเลือดหมดตัวก็ได้

            เมนา ซิฟเรียกฉันอย่างใจเย็น เขาไม่เป็นไรหรอก

            แต่ว่า... ฉันเถียง รู้สึกงุนงง

            เมนา เขาไม่ใช่มนุษย์นะ พวกเราไม่เหมือนมนุษย์ ตอนนี้แผลเขาอาจหายแล้วก็ได้

            อะไรนะ! สติฉันกลับมาทันที ฉันลืมไปเลยว่านี่คือแอสการ์ด และโลกิก็เป็นลูกครึ่งยักษ์น้ำแข็งด้วย แผลแค่นั้นคงไม่ทำให้เขาเจ็บได้นาน

            ตอนออกมา เจ้าล็อกประตูดีหรือเปล่า? ซิฟถามฉัน และทำให้ฉันเริ่มทบทวนความจำ

            เวรแล้ว!” ฉันไม่ได้ล็อกประตู      




........................................................................................................................................................................................

ไม่ได้เล่นเด็กดีมาเกือบเจ็ดปีได้มั้ง 

กลับมาลงนิยายอีกก็รู้สึกแปลกๆ แถมอะไรหลายอย่างในการลงนิยาย ก็เปลี่ยนไปเยอะ ไม่ชินเหมือนกัน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #182 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:37

    เกือบหลงแล้วไมล่ะ555

    #182
    0
  2. #152 PCMulan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 20:10
    โอ๊ย เวร โลกิมันร้าย 5555
    #152
    0
  3. #115 PongpangBkck (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:42
    ซวย55555555 เมนาหลงกลจนได้ โลกินี่นะ! ใจแข็งหน่อยเมนารู้กก
    #115
    0
  4. #94 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:27
    ซวยแล้ว555555
    #94
    0
  5. #68 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 20:10
    ซวยแล้ว
    #68
    0
  6. #52 I am Muzik (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:37
    ซวยแล้วเมนา
    #52
    0
  7. #43 Fleur-Phoenix (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 15:41
    เวรแล้ววว
    #43
    0
  8. #42 Fleur-Phoenix (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 15:40
    เวรแล้ววว
    #42
    0