(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 18 : The Ice Thrones

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

Always be mine

Chapter 18: The Ice Thrones

 

            ฉันแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่เหล่าทหารยักษ์น้ำแข็งร้องตะโกนด้วยความตกใจ ราชาเฮลไบดิยืนนิ่งไม่ไหวติง ด้วยความไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี มีทหารใจกล้าตนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่าทั้งหมดนี่เป็นความผิดขององค์ราชา เขาชักศึกเข้าบ้าน ทำให้เกิดภัยพิบัติ พวกยักษ์น้ำแข็งรุมเข้าจับตัวอะมอร่า หล่อนพยายามสู้สุดใจ แต่ก็ถูกล็อกไว้ได้อยู่ดี มือและขากลายเป็นน้ำแข็ง หล่อนไม่อาจขยับมือใชเวทมนตร์ได้ และกำลังจะขาดใจตายด้วยความหนาวเหน็บ

            การทำลายล้างจากสะพานไบฟรอสจบสิ้นลงแล้วก็จริง แต่เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ ราชาเฮลไบดิกำลังถูกประณามจากทหารของตนเอง ทำให้ฉันได้เห็นว่า ตำแหน่งราชาของเขาเปราะบางแค่ไหน และสภาพการเมืองของที่นี่ก็เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ตามแต่คนส่วนใหญ่เห็นสมควร หรือตามแต่ความดีความชอบและพลังทางร่างกาย

            ฉันค่อยๆก้าวเท้าเดินหนี ระหว่างที่เกิดความชุลมุนวุ่นวาย เฮลไบดิไม่ใช่ราชาที่ดีเลยในสายตาของฉัน เขาควบคุมไม่ได้ และไม่อาจทำให้เกิดน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ราชานั้น นอกจากจะมีพลังกายที่แข็งแกร่ง ควรมีมันสมองด้วยไม่ใช่หรือ? อย่างโอดินแห่งแอสการ์ด เขาอาจบกพร่องในความเป็นพ่อ แต่หน้าที่ของราชา เขาทำให้ผู้คนยำเกรง เป็นหนึ่งเดียวกันได้

            สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ เฮลไบดิเริ่มตอบโต้ทหารฝ่ายตรงข้าม มีทหารบางส่วนที่เข้าข้างเขา ไม่อยากเชื่อเลยว่า แค่คำพูดของฉัน กับสถานการณ์ที่ฉันสร้างขึ้น จะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ มันคือสงครามการเมืองดีๆนี่เอง พวกเขาโต้เถียงกัน สาดอารมณ์ และจบลงด้วยการชักดาบเข้าห้ำหั่น ฉันรีบหลบในซอกน้ำแข็ง ไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย หวังว่าจะไม่มียักษ์ตนไหนเห็นฉัน

            พวกเขาช่างป่าเถื่อนสิ้นดี บางที ความรุนแรงในนิสัยของโลกิอาจถูกสืบทอดมาจากตระกูลฝั่งนี้ การต่อสู้ในพระราชวังดำเนินไปอย่างดุเดือด แล้วฉันก็เห็นอะมอร่าหลุดจากการจับกุม ฉันกัดริมฝีปากแน่น หล่อนกำลังจะหนีแล้ว! นั่นเป็นเรื่องที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้น คนอย่างหล่อนอาจทำความเสียหายให้กับฉันและโลกิอีกก็เป็นได้ ฉันอยากจัดการแบบถอนรากถอนโคน แต่ฉันไม่มีพลังอะไรที่จะทำได้ เวทมนตร์ก็เคยฝึกแบบงูๆปลาๆ ฉันเพิ่งอยู่แอสการ์ดได้สองเดือนนะ จะให้เก่งเวทมนตร์สู้เจ้าหล่อนคงไม่ไหว

            หล่อนเริ่มร่ายเวท ฉันเห็นแสงสีเหลืองเริ่มปรากฏรอบตัว แต่ในขณะนั้นเอง ฉันก็เห็นแสงสีขาวขนาดใหญ่ส่องลงมาจากฟ้า ฉันจำได้ว่านั่นเป็นแสงจากไบฟรอส กำลังมีคนจากแอสการ์ดลงมา แสงจ้ามากจนฉันหลับตาหนี เมื่อความจ้าหายไปแล้ว ฉันลืมตาอีกครั้ง และเห็นโลกิอยู่ตรงนั้น เขาสวมชุดเต็มยศ สวมหมวกสีทองมีเขาแหลม กับชุดเกราะ ฉันหายใจกระตุกไปเล็กน้อย ยังไงเสน่ห์ของเขาก็มีอิทธิพลต่อฉันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย

            เขาคว้าตัวอะมอร่า สะกัดการร่ายเวทของเธอ เขาพูดอะไรบางอย่าง ด้วยสีหน้าและแววตาชั่วร้าย เต็มไปด้วยความโกรธ แล้วฉันก็เห็นแสงสีขาวส่องลงมาอีกครั้ง คราวนี้ตรงมาที่ร่างของอะมอร่า แล้วเธอก็ลอยขึ้นไป ปากก็ตะโกนกรีดร้อง ด่าทอ สาปแช่ง

            เมนา หวานใจ เจ้าอยู่ไหน

            ฉันอยู่นี่  ฉันตอบเขาในความคิด ลุกขึ้นยืนและออกจากซอกน้ำแข็ง ดวงตาสีเขียวของเขาจ้องมาที่ฉัน

            ซ่อนอยู่ตรงนั้นก่อน ข้าจะใช้เวทพราง ไม่ให้ใครหาเจ้าเจอ และจะทำให้เจ้าอุ่นขึ้นด้วย สิ้นคำ เขาก็ร่ายเวท ฉันเห็นเกราะบางๆสีเขียวขึ้นปกคลุมตัวฉัน อากาศอบอุ่นขึ้นมาทันใด ราวกับว่าฉันและพายุหิมะภายนอกไม่อยู่ในสถานที่เดียวกัน 

            โลกิ จะทำอะไร เราแค่กลับบ้าน ไม่ได้หรอ?

            ข้าต้องยุติความบาดหมางที่นี่ เป็นบัญชาของโอดิน ไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่เป็นอะไร

            ฉันกัดริมฝีปาก ไม่แน่ใจในข้อนั้นเลย ก็ใช่ที่เขามีเชื้อสายยักษ์น้ำแข็ง แต่ว่าเขาเป็นที่รังเกียจของคนที่นี่ เขาเป็นผู้ทรยศต่อสายเลือด หลอกล่อ ใช้ และสังหารพ่อของตนเพื่อได้รับการยอมรับในแอสการ์ด ไม่ใช่อุปนิสัยที่ดีของชาวโยทันไฮม์แน่ๆ ถึงพวกเขาจะป่าเถื่อนอยู่ก็ตามทีเถอะ

            ชาวโยทันไฮม์!” โลกิตะโกนก้อง เสียงเขาดังกังวาน และอาจดังไปจนถึงสวรรค์ ยักษ์น้ำแข็งทุกตนหยุดการต่อสู้

            เจ้า!” เฮลไบดิชี้หน้าโลกิ และเทพวิบัติก็ค้อมศีรษะอย่างสวยงาม

            ข้าเคารพแด่ท่าน ราชาเฮลไบดิแห่งโยทันไฮม์ ถ้าท่านยังดำรงตำแหน่งราชาอยู่นะ ท้ายประโยค โลกิเหมือนจะกวนประสาทนิดๆ

            มัน มันนั่นแหละ ที่เปิดสะพานไบฟรอส จะระเบิดดาวเราทั้งดวง เฮลไบดิพูดเสียงดังลั่น ดวงตาสีแดงลุกวาว ยักษ์น้ำแข็งตนอื่นหันมองโลกิ จากสีหน้าที่ฉันสังเกต พวกเขาโกรธเคือง

            ใจเย็นก่อนทุกท่าน โลกิพูดอย่างใจเย็น แล้วฉันก็เห็นสีผิวของเขาเริ่มเปลี่ยนทีละน้อย นี่ฉันกำลังจะได้เห็นเขาในรูปแบบยักษ์น้ำแข็ง!! “ยังไงข้าก็มีเชื้อสายจากราชาลาฟฟี่ และเป็นอนุชาของท่าน เฮลไบดิ จะต้อนรับข้าแบบนี้จริงหรือ? นี่ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีที่ลักพาเมียข้ามาเลยนะ ถ้าข้าลักพาเมียเจ้าบ้าง เจ้าจะโกรธหรือเปล่า พี่ข้า สีผิวเขากลายเป็นสีฟ้า ไม่ใช่สีฟ้าเข้มสนิทแบบพวกนั้น แต่เป็นฟ้าที่อ่อนกว่า เกือบๆเทา และมันช่างสวยงาม เสื้อผ้าเขาเปลี่ยนไป ชุดเกราะแบบแอสการ์ดหายไป กลายเป็นการแต่งตัวแบบชาวโยทันไฮม์ ที่เปลือยท่อนบน มีผ้าคล้ายกระโปรงแบบสก็อตปิดช่วงล่าง แต่เขาก็อุตส่าห์มีชุดคลุมขนเฟอร์สีดำพันรอบไหล่ทั้งสองข้างอย่างมีสไตล์ บนศีรษะมีเขาสีดำงอกออกมาจากขมับ และฉันสังเกตว่าเขามีเครื่องประดับด้วย รอบใบหูมีใบไม้สีเขียวเป็นพวง และสร้อยทองคำเส้นเล็กจิ๋วกับอัญมณีสีเขียวเจิดจรัส

            เป็น ยักษ์น้ำแข็ง ที่น่าหลงใหลที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยเห็นมา ราวกับเป็นเทพ เอ้อ เขาก็เป็นเทพอยู่ครึ่งหนึ่งนี่น่ะ ช่างเป็นการผสมผสานที่ลงตัวอะไรขนาดนี้ ถ้าฉันรู้ว่าแปลงเป็นยักษ์ แล้วหล่อลากตับแบบนี้นะ >,.< รบเร้าให้แปลงตั้งนานแล้ว เอ่อ นี่ฉันคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย? เป็นเพราะฮอร์โมนคนตั้งครรภ์มั้ง

ฉันสะบัดศีรษะ ไล่ความคิดที่ดูหื่นๆออกไป มีสมาธิหน่อยเมนา ถ้าเขารอดจากการทำตัวปากดีตอนนี้ไปได้ เดี๋ยวก็จะได้เห็นบ่อยๆเอง ถ้าเขายอมน่ะนะ ซึ่งฉันว่า เขาคงไม่ค่อยยอมหรอก ยังไง ยักษ์น้ำแข็งก็เป็นตราบาปในชีวิตเขา

เอาละ อย่างที่ข้าพูดไป ข้ามาที่นี่ก็เพียงเพื่อ ทวงเมียข้าคืน นางอยู่ไหน? ส่งตัวนางมา แล้วจะไม่มีใครเจ็บดีไหม?

เดี๋ยวนะ! เขากำลังทำอะไรเนี่ย ฉันก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง เขาวางแผนอะไรอีกไม่ทราบ???

เฮลไบดิหันมองรอบตัว ไม่มีใครหาฉันเจอหรอก ในเมื่อฉันถูกพรางตาอยู่ตรงนี้

 

ข้าไม่เห็นนางมาสักพักแล้วนะท่าน ทหารคนหนึ่งพูดกับเฮลไบดิ

            นางวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้วล่ะสิ ก็ขี้ขลาดเหมือนสามีนั่นแหละ เฮลไบดิพูดปัดความรับผิดชอบ

            ขี้ขลาด? โลกิทวนคำ ดวงตาสีแดงราวกับทับทิมหรี่ลง ผู้หญิงท้อง ที่ยืนต่อปากต่อคำกับเจ้า ไม่หลบสายตาสักนิด แถมยังทำให้พวกเจ้าทะเลาะกันได้ขนาดนี้ ขี้ขลาดหรอ? ผู้หญิงของข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่ เจ้าก็รู้อยู่เต็มอก ทีนี้ บอกมาซะที นางอยู่ไหน? เขาเน้นเสียงหนักที่คำถาม

            ข้าไม่รู้ เฮลไบดิตอบ พวกยักษ์น้ำแข็งเริ่มกระสับกระส่าย โลกิเชิดหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีแดงวาบแสงขึ้นอย่างไม่พอใจ โอ๊ย พ่อนักแสดงรางวัลออสการ์ เอาไปเลย รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมแห่งปี

            ถ้าเช่นนั้น พี่ข้า ข้าคงมีเหตุผลมากพอ ที่จะฆ่าท่าน สิ้นประโยคนั้น ทหารของเฮลไบดิชี้ดาบตรงมาทางโลกิ แต่ทหารฝ่ายตรงข้ามนั้นแอบยิ้ม จุ๊ๆ โลกิยกนิ้วชี้เรียวยาวขึ้นแตะริมฝีปาก ข้าสังเกตเห็นว่า ไม่ใช่ทหารทุกคนที่พร้อมจะปกป้องท่านนะ องค์ราชา นี่ท่านสู้ท่านพ่อของเราไม่ได้เลยสิ พี่ข้า ราชาลาฟฟี่เป็นหนึ่งเดียวของโยทัน แล้วท่านเป็นอะไร ท่านทำให้เกิดความแตกแยกอย่างนั้นหรือ?

            ใช่เลย ใครๆก็มองออก ฉันพูดกับตัวเองในใจ ถ้ากษัตริย์ได้หัวใจของข้าราชบริพารทั้งหมด จะไม่มีทางแบ่งแยกเป็นสองฝ่ายชัดเจนเช่นนี้แน่

            ข้าคือ ผู้แข็งแกร่งที่สุดของโยทันไฮม์ เจ้าอย่าได้บังอาจ!” เฮลไบดิคำรามก้อง

            หรอ? โลกิเลิกคิ้วมอง ถ้าท่านคือผู้แข็งแกร่งสุดของโยทันไฮม์ ข้าขอท้าท่าน องค์ราชาแห่งบัลลังก์น้ำแข็ง สู้กับข้า ตัวต่อตัว

            ไม่ โลกิ นี่คิดจะทำอะไร?

          ข้าไม่เป็นไร เมนา

          ไม่ ที่รัก ไม่ ขอร้อง กลับบ้านเถอะ นะ ฉันจะบอกโอดินเอง ฉันจะ...

          เมนา เชื่อใจข้า

          เชื่อใจหรอ? ฉันรักเขานะ แต่ไม่มีวันเชื่อเขาแน่ ก็เขาเป็นเทพมุสา สับปลับ เจ้าเล่ห์เพทุบาย นั่นหมายความว่า ฉันรู้สึกทุกอย่างต่อเขาได้ แต่เชื่อเขาไม่ได้

            ฉันท้องอยู่นะ ฉันต้องการคุณ

          นั่นเป็นข้ออ้างที่เยี่ยมมาก เมนา แต่ข้าหยุดไม่ได้ ข้าต้องจัดการเรื่องนี้

          อ้อ จริงสิ ข้าต้องมีเหตุผลในการต่อสู้ ถึงจะท้ากษัตริย์ได้ โลกิหยุดพูดแล้วครุ่นคิด หรือจะพูดให้ถูก ทำท่าเหมือนกำลังคิด เหตุผลของข้า หนึ่ง เจ้าลักพาตัวเมียข้ากับลูกในท้อง และไม่ยอมคืนให้ข้า สอง ข้ามีเชื้อสายของลาฟฟี่ ราชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโยทันไฮม์ และเล็งเห็นว่า ราชาเฮลไบดิกำลังปกครองอย่างมิชอบ ข้ามีสิทธิ์ในฐานะเชื้อสายคนหนึ่ง มีสิทธิ์ที่จะเอาชนะเจ้าให้ได้ ผู้แข็งแกร่งที่สุดในโยทันไฮม์ และถ้าข้าชนะ บัลลังก์น้ำแข็งจะเป็นของข้า

            ฉันแทบหยุดหายใจเมื่อได้ยินสิ่งนั้น เขาจะเป็นกษัตริย์! จะเป็นราชาของที่นี่ คิดบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย? ฉันแทบอยากจะกรีดร้อง เอาล่ะ ฉันต้องหยุดมัน ต้องหยุดเรื่องนี้

            โลกิ นี่ไม่ตลกนะ จะกลับเป็นเหมือนเดิมอีกหรือไง คุณกลับมาโลภมากอีกแล้วหรอ?

          เมนา ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด ข้าจะอธิบายทีหลัง

          ไม่ หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันจะกลับบ้าน โลกิ กลับบ้านเถอะ บ้านของเรา

          ไม่ได้ ข้าเสียใจ เมนา

          ไม่มีประโยชน์แล้ว ฉันทำอะไรไม่ได้ พวกยักษ์น้ำแข็งเริ่มกระทืบเท้า พวกเขาชอบการต่อสู้อยู่แล้วเป็นทุนเดิม และต้องการจะเห็นเพื่อความตื่นเต้น ด้วยความที่เป็นราชา จะสูญเสียซึ่งเกียรติไม่ได้ เฮลไบดิจำต้องเดินลงจากเขตบัลลังก์ของตน  รับคำท้า

            เจ้ารนหาที่แล้ว เฮลไบดิบอกพลางแสยะยิ้ม ฉันไม่อยากเห็นด้วยหรอกนะ แต่มันจริงอย่างที่เขาพูด เฮลไบดิสูงกว่าโลกิเกือบครึ่งหนึ่ง พลังกายก็มากกว่า และที่เขาได้เป็นราชาก็เพราะ เขาเก่งที่สุดในเรื่องต่อสู้ ขณะที่โลกิ คือ ฉันไม่ได้ว่านะ ฉันก็อยากเข้าข้างสามีตัวเอง แต่ เขาเก่งเรื่องคิดและวางแผน ไม่ใช่ลงสนามไปสู้เองขนาดนี้ แถมเป็นการต่อสู้แบบตัวๆ ต่อหน้าพยานไม่รู้กี่คน จะใช้เล่ห์กลมากนักก็คงไม่ได้

            รนหาที่

          ให้กำลังใจข้าหน่อยไม่ได้หรือไง เขาตอบกลับมาอย่างตัดพ้อ

          แพ้ได้ แต่อย่าตายแล้วกัน ฉันไม่อยากเป็นม่ายลูกติด หาสามีใหม่ยาก  

            เจ้าชักใจร้ายเหมือนข้า มากขึ้นทุกที หวังว่าลูกเราจะไม่ร้ายเหมือนเรานะ เขายังมีอารมณ์ติดตลกใส่ฉัน แต่ฉันไม่ตลกด้วย และไม่คิดว่าลูกเราจะนิสัยดีนักหรอก ในเมื่อพ่อเป็นแบบนี้ มีแม่เป็นแบบฉัน เอาเถอะ เด็กอยู่ในพุงฉัน เป็นปีศาจน้อยแน่นอน

            ยักษ์น้ำแข็งขยับตั้งเป็นแถววงกลม เว้นพื้นที่ตรงกลางสำหรับการประลอง เฮ้อ ฉันไม่อยากดูฉากนี้เลยจริงๆ เวลาเขาเจ็บ ฉันก็เจ็บไปด้วย เขาเข้าใจเรื่องนี้บ้างไหม แล้วให้คนท้องมานั่งดูภาพสะเทือนใจแบบนี้มันจะดีหรือไง อาจส่งผลต่อลูกก็ได้ ฉันควรหลับตาดีไหม? โอ๊ย ไม่ ไม่เอา อะไรจะเกิดก็ช่างเถอะ โอเค ฉันรับได้ ฉันสูดลมหายใจเข้า มองตรงไปยังลานประลองกลางท้องพระโรง

            โลกิถือดาบเล่มยาวมั่นในมือ ฉันไม่เคยเห็นเขาฟันดาบมาก่อน เขาไม่ใช่สายบู๊เลย เฮลไบดิยิ้มเยาะกับความเล็กกระจ้อยร่อยของโลกิเมื่อยืนต่อหน้าเขา ดาบของเฮลไบดิใหญ่กว่า มีน้ำหนักมากกว่า หลายเท่า เห็นกันชัดๆว่า การต่อสู้นี้ โลกิเสียเปรียบทุกทาง

            เขาต้องมีแผน ใช่ไหม? ที่รัก บอกที ว่าคุณมีแผน

          ข้ามีแผน

          นั่นอาจทำให้สบายใจขึ้น ครู่หนึ่ง แต่หลังจากเห็นเฮลไบดิฟาดดาบใส่เต็มๆ ถึงโลกิจะรับได้ แต่ก็ทำเอาเข่าทรุด เฮลไบดิบุกอย่างบ้าคลั่ง เหมือนราชสีห์คำราม ขณะที่โลกิกลายเป็นลูกแกะ ได้แต่ตั้งรับ และถอยร่นเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังหนี ฉันกัดริมฝีปาก ไม่สบายใจเอาซะเลย

            ฉึบ! แต่ละฉึบที่ได้ยิน ทำให้ใจฉันกระตุก คมดาบฟาดผ่านหัวไหล่ของเขา ทำเอาเสื้อขนเฟอร์แสนสวยขาด โลกิฉีกเสื้อทิ้งอย่างไม่ไยดี ตั้งดาบขึ้นอีกครั้ง ฉันเห็นดวงตาสีแดงของเขา เริ่มฉายความไม่มั่นใจออกมาแล้ว ไหนบอกมีแผนไง ไอ้คนบ้าเอ๊ย ไอ้เทพกระจอก! จะมาสิ้นท่าเพราะราชาโง่ๆคนหนึ่ง นี่ฉันไม่ยอมนะ บอกเลย ไม่ยอมแน่ๆ

            ใจเย็นไว้ หวานใจ ข้าบอกว่ามีแผน

          ยังมีอารมณ์มาส่งกระแสจิตให้ฉันอีกนะ เชื่อเขาเลย ฉันกัดริมฝีปาก ไม่ยอมตอบอะไร

            เมนา  ข้าบอกแล้ว เชื่อข้า

          นั่นแหละ แย่สุด ฉันจะเชื่อเทพมุสาได้ไง?

          เขาไม่ได้ตอบอะไรต่อ เพราะกำลังเข้าขั้นวิกฤต ถูกจับขาแล้วเหวี่ยงทุ่ม น่าจะเจ็บโขเหมือนกัน นี่ฉันต้องจัดงานศพให้เขาเปล่าเนี่ย? ไม่นะ ไม่เอา ไม่คิด นี่ไม่ตลก เมนา อย่าคิดเป็นเรื่องเล่นๆ ฉันจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเขา ฉันมาที่นี่เพราะเขา ตอนนี้ฉันไม่ใช่มนุษย์แล้วด้วย อายุขัยฉันยาวนาน นั่นหมายความว่า ฉันจะทนต่อไปเป็นพันปี ถ้าเขาตาย ฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฉันไม่อาจหาใครที่เหมือนเขาได้อีกแล้ว แบบเขามีหนึ่งเดียวเท่านั้นในจักรวาลนี้ หนึ่งเดียวที่ฉันจะรักได้

            โลกิตะเกียกตะกายหยิบดาบ ยืนขึ้นได้อีกครั้ง ฉันเห็นแววมุ่งมั่นในสีหน้าของเขา และเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กๆที่มุมปากด้วย เขาดูเหมือนไม่เจ็บไม่คัน จากการโดนทุ่มเลย เดี๋ยวก่อนนะ! ทำไมยังดูสบายๆได้ขนาดนั้น ทั้งที่ต้องรับน้ำหนักมหาศาลจากดาบของเฮลไบดิไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

            ภาพมายา!! โลกิกำลังใช้ภาพมายา เป็นไปได้ไหมเนี่ย? ไม่อย่างนั้น เขาต้องดูแบบว่า สะบักสะบอมบ้างสิ แต่นี่ยังดูแบบ ... เป็นเทพไม่เปลี่ยน

            โลกิเริ่มเคลื่อนไหว โต้กลับอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการต่อสู้กินเวลายาวนานมากแล้ว และฝ่ายออกแรงมาตลอดคือเฮลไบดิ ทำให้ราชาแห่งโยทันเริ่มที่จะเคลื่อนไหวช้าลง นี่แสดงว่า โลกิเริ่มจับทางได้แล้ว และใช้เวลาที่ผ่านมา ในการหาช่องโหว่ของคู่ต่อสู้ เหอะๆ เขานี่ช่าง ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผนจริงๆสินะ ฉันผ่อนลมหายใจ ถ้าตอนนี้ใช้ภาพมายาอยู่ บวกกับรู้แล้วด้วยว่าจุดอ่อนของอีกฝ่ายคืออะไร ก็แค่ต้องรอเวลาเท่านั้น

            โลกิขยับดาบตีวงลอดใต้แขนที่เปิดกว้างของเฮลไบดิ เฉือนเอาเนื้อของอีกฝ่าย เลือดไหลซึมออกมาจากสีข้าง อีกฝ่ายตัวใหญ่กว่า เคลื่อนไหวช้ากว่า และเพลงดาบก็เหมือนพายุไซโคลนที่รุนแรง โบกสะพัดจนเกินไป ไม่นิ่งสงบและคงที่เหมือนอย่างของโลกิ ฝ่ายนั้นแค่ดาหน้า และใช้กำลังเพียงอย่างเดียว ขณะที่โลกิไม่มีทางเหนื่อย และจับทางทุกอย่างได้หมดแล้ว

            ฉันไม่จำเป็นต้องดูการต่อสู้ที่เหลือ ก็เดาได้ แต่ตอนนี้ที่สงสัยก็คือ เขาฉลาดขนาดนี้ ทำไมตอนนั้นพลาดท่าให้อเวนเจอร์กันนะ หรือตอนนั้น ความมั่นใจเกินตัวบังตา คนเรามักพลาด เวลาที่คิดว่าชนะแน่

            เฮลไบดิ ถูกดาบของโลกิแทงทะลุกะเพราะอาหาร ร่างใหญ่ล้มลง พร้อมกับเสียงโห่ร้องของยักษ์น้ำแข็งที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ฉันเพิ่งสังเกตว่ามียักษ์มาเพิ่มเป็นจำนวนมาก ท้องพระโรงแออัด พวกยักษ์เบียดเสียดกันเพื่อดูการประลองมาตลอด เสียงโห่ร้องดังมาก และแล้วพวกเขาก็หุบปากเงียบเชียบ เมื่อโลกิยืดตัวเต็มความสูงเหนือร่างของเฮลไบดิ พวกยักษ์ทรุดเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่ง ก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม

            โลกิฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย ฉันเกลียดยิ้มแบบนั้น แต่ก็รักมันด้วย ช่างฉันเถอะ อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับเขา ฉันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่หรอก ตอนนี้โลกิคงเลิกใช้ภาพมายาแล้ว ฉันเห็นแสงเรืองๆรอบตัวเขาแวบหนึ่ง แล้วเสื้อผ้าเขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เสื้อสีดำขนเฟอร์เว่อร์ๆนั่นน่ะ ใส่แล้วดูเป็นคุณชายมาก

            โลกิเดินขึ้นบันไดหน้าเก้าอี้บัลลังก์ ทั้งท้องพระโรงยังเงียบกริบ เขาหยุดฝีเท้าหน้าเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ทำจากน้ำแข็งและสลักลวดลายวิจิตร เขาหันขวับมามองทุกคน จากนั้นก็นั่งลง นับแต่นี้ เขาคือ

            King Of The Ice Thrones

 




Writer's Talk

วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายกับฉันค่ะ ฉันเดินร้องไห้ตลอดทางกลับบ้าน 

และพอกลับถึงบ้านเมื่อกี้เอง ฉันก็ได้ข่าวว่า Alan Rickman เสียชีวิตแล้ว

ฉันเขียนฟิคของสเนปเก็บเอาไว้ด้วย แต่ยังไม่เคยลงที่ไหน ฉันชอบเขามากๆเลย 

ฉันกำลังจะหยุดร้องไห้แล้วนะ แต่พอรู้ข่าว น้ำตาก็ระเบิดออกมาอีก

อลัน ริคแมนเคยพูดว่า "When I'm 80 years old and sitting on my rocking chair, I'll read Harry Potter. And my family will say to me After All This Time? and I will say, ALWAYS"  "เมื่อผมอายุแปดสิบนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก ผมจะอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ และเมื่อครอบครัวมาถามผมว่า ยังอ่านอยู่อีกหรือ? ผมจะตอบว่า ตลอดไป" 

โอ๊ยยย ไม่ไหวแล้วค่ะ ไปกอดหมอนแป๊บ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #198 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:19

    ยังคถ.เรื่องของเขาอยู่เลย แงงๆ

    #198
    0
  2. #128 TaTar_Wannakarn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 20:18
    จนถึงตอนนี้คิดว่า อลัน เป็นคนที่แสดงเก่งมากๆ ยังรัก Alan Rickman ในบทบาทสเนปเสมอและจะรักเขา Alway ค่ะ...
    #128
    0
  3. #109 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:55
    ตอนนี้เราก็ยังคิดถึงบทบาทสเนปอยู่เลยค่ะ ชอบมาก ร้องไห้ตลอดที่ดูเลยย
    #109
    0
  4. #37 Alonè misticismo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 09:45
    ไรท์ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ ยังไงเขาก็จะอยู่ในใจของเราตลอดไปค่ะ แต่ทำไมคนดีๆถึงชอบจากไปเร็วกันจังนะ
    #37
    0
  5. #36 Nuparty (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 22:16
    ไรท์ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ ถ้าวันไหนไรท์ร้องไห้ก็นึกถึงว่ายังมีพวกเราชาวนักอ่านนิยายของไรท์อยู่ข้างๆนะคะ เพราะเราจะเป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอนะคะถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกันเลยก็เถอะ เมื่อไหร่ไรท์มีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็ต้อง"เข้มแข็ง" แล้วก้าวข้ามมันไปให้ได้นะคะ แล้วก็เราก็รู้สึกใจหายเหมือนกันค่ะว่า Alan Rickman จะจากไปเร็วขนาดนี้T-T ก็อย่างที่หลายๆคนได้พูดเอาไว้น่ะค่ะว่า "เขาเล่นบทของสเนปได้เข้าถึงจริงๆสามารถทำให้เราเกลียดเขาและเสียน้ำตาให้กับเขามากที่สุดด้วย" (สำหรับเรารักเขามาก//กำ) แต่ถึงเขาจะจากไปแล้วแต่ยังไงพวกเราจะรักเขา "ตลอดไป"
    #36
    0