(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 17 : Jotunheim

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    13 ม.ค. 59

Always be mine

Chapter 17 : Jotunheim

 

            ฉันสับสน สิ่งที่ฉันจำได้ก็คือ ฉันกำลังเดินไปตามโถงทางเดินของพระราชวัง เพื่อไปห้องสมุด จากนั้นฉันก็หลงทางอย่างไม่คาดคิด ฉันเลี้ยวถูกทางแล้วอย่างแน่นอน ฉันมั่นใจ แต่ฉันกลับโผล่มาอยู่อีกส่วนของพระราชวังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วฉันก็วูบ วูบไปเฉยๆ หมดสติ พอตื่นอีกที ก็อยู่ที่นี่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหนาวเหน็บ หนาวจนฉันตัวสั่น ยกมือขึ้นลูบแขน เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นน้ำแข็ง พื้นที่ฉันนอนอยู่เป็นน้ำแข็ง ผนังเป็นน้ำแข็ง ประตูก็เป็นน้ำแข็ง

            ฉันหนาวจนขยับไม่ได้ ริมฝีปากแห้งแตก ปากฉันสั่น แล้วก็รับรู้ในนาทีต่อมาว่านี่ต้องไม่ใช่แอสการ์ดอย่างแน่นอน ฉันไม่เคยเห็นที่ไหนในแอสการ์ดเป็นแบบนี้ ฉันพยายามขยับร่างกายทีละส่วน กลัวว่าเนื้อจะแข็ง และหลุดออกจากร่างได้ ฉันเคยดูในสารคดีสมัยที่ฉันยังเป็นมนุษย์โลก ถ้าอากาศหนาวมากๆ และเราอยู่ในสภาพเช่นนั้น ร่างกายแข็งกลายเป็นน้ำแข็ง อาจทำให้นิ้วของเราหลุดออกมาก็ได้ถ้าดึงแรงๆ หรือถ้าผมกลายเป็นสะเก็ดน้ำแข็ง ก็อย่าพยายามดึงออก เพราะผมอาจหลุดออกไปทั้งหัว

            ฉันขยับนิ้วเท้า ขยับนิ้วมือ แล้วก็ค่อยๆงอขา ดันตัวเองขึ้นนั่ง พื้นน้ำแข็งเย็นเฉียบ ฉันเชื่อว่าตอนนี้ ปากฉันต้องม่วงแน่ๆ ถ้าฉันหนาวแบบนี้ แล้วลูกล่ะ? ลูกจะไม่แย่ไปด้วยหรือ? ฉันยกมือขึ้นลูบหน้าท้องตัวเอง การที่รับรู้ว่ามีอีกสิ่งมีชีวิตอยู่ด้วย เป็นเรื่องใหญ่มากที่สุดสำหรับฉันเลย และอยู่ๆ สัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่ล่ะมั้ง มันผุดในหัวฉันว่า ฉันจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไร ไม่ว่าจะความหนาว หรืออะไรก็ตาม ฉันจะไม่ยอมให้มันทำร้ายฉันกับลูกแน่ๆ

            ฉันเดินไปหาประตู ออกแรงผลัก ฉันคิดว่ามันจะน่าล็อกอยู่ เพราะฉันถูกจับมา แต่ก็ดันคิดผิด มันไม่ได้ล็อก ฉันเปิดประตูได้ และสิ่งที่เห็นด้านนอก ก็ทำให้ฉันตกตะลึง ฉันยืนอยู่บนระเบียงที่กว้างพอจะให้ยักษ์ตัวใหญ่ๆเดินผ่านได้ ทุกอย่างเป็นน้ำแข็ง และด้านนอกก็มีพายุหิมะตกอยู่ตลอดเวลา ฉันหายใจแรงด้วยความตื่นกลัว มีไอสีขาวพวยพุ่งออกจากปาก ฉันรู้แล้วว่าทำไมไม่ล็อกประตู เพราะว่ามันไม่จำเป็นเลย ฉันหนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว

            เป็นไปได้หรือไม่ ฉันกำลังยืนอยู่ที่ โยทันไฮม์ ??

            บ้านเกิดของโลกิ ถ้าจะพูดกันตามจริง เขาก็เป็นเจ้าชายของที่นี่เช่นกัน เพราะเขาเป็นบุตรของลาฟฟี่ ราชันย์แห่งโยทันไฮม์ แต่หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับลาฟฟี่ คนที่นี่คงไม่มองว่าเขาเป็นเจ้าชายอีกแล้ว ฉันกำลังอยู่ในอันตราย ไม่ต้องสงสัยในข้อนี้เลย อย่างแรก อากาศที่นี่หนาวเหน็บมาก ฉันควรกลายเป็นน้ำแข็งไปตั้งนานแล้ว ด้วยพลังของฉัน ไม่น่าจะทนอยู่ได้ท่ามกลางพายุหิมะ แต่ที่ฉันยังขยับได้ น่าจะเป็นเพราะเด็กในท้อง เขาหรือเธอมีเชื้อสายของโลกิ เชื้อสายยักษ์น้ำแข็ง เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด จึงต้องแบ่งปันพลังของตนมาให้ฉัน

            ลูก กำลังพยายามช่วยแม่สินะ ใช่ไหม?

            ฉันยกแขนสองข้างโอบรอบหน้าท้องของตน แล้วค่อยๆรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างประหลาดแผ่ออกมา ลูกช่วยบอกแม่ได้ไหม? เราจะออกจากที่นี่ยังงไ? ฉันคิดอย่างไร้หนทาง แต่ก็เริ่มขยับเท้าเดิน ในเมื่อไม่มียักษ์น้ำแข็งตนไหนคอยเฝ้า ประตูก็ไม่ล็อก ฉันก็น่าจะมีสิทธิ์เดิน

            ตื่นแล้วหรอ? ยัยโสเภณีมนุษย์ เสียงผู้หญิงที่ค่อนข้างคุ้นหู ดังอย่างไม่มีสัญญาณบอกก่อน ฉันหันขวับไปมอง ก็เห็น อะมอร่า ยืนเฉิดฉายอยู่ท่ามกลางหิมะที่สาดเข้ามาบนระเบียง เธอสวมชุดสีเขียวที่มิดชิดมากขึ้นเพราะอากาศหนาว ท่อนบนเป็นเสื้อเฟอร์อย่างดี ขนสีเขียวทั่วตัว ส่วนด้านล่างเป็นกระโปรงยาว เธอสวมรองเท้าส้นแหลมสูงปรี๊ด ทำให้ตัวเธอสูงกว่าฉันมากอยู่

            เธอเป็นคนพาฉันมา ใช่ไหม?

            ฉลาดเหมือนกันนี่ อะมอร่าเลิกคิ้วมอง สะบัดผมบลอนด์ของเธอให้สยายออกไป ฉันแอบแช่งให้มีน้ำแข็งเกาะจับเป็นสะเก็ดๆ แล้วดึงออกไม่ได้

            ทำไม? ฉันถาม

            เจ้าไม่รู้หรือ? เธอย้อนฉัน

            ทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอก เขาจะไม่กลับมาหาเธอ ยิ่งถ้าฆ่าฉัน เขาจะยิ่งโกรธและเกลียดเธอ โดยเฉพาะถ้าฆ่าฉันตอนนี้ ตอนที่ฉันอุ้มท้องลูกของเขาอยู่

            เข้าใจผิดแล้ว นังหน้าโง่ เธอมองฉัน ดวงตาลุกวาวด้วยความโกรธ ข้าไม่ต้องการความรักโง่งมงายพวกนั้นหรอก สิ่งที่ข้าต้องการคือทำลายเขาต่างหาก

            จะใช้ฉันงั้นสิ? ฉันถามกลับ

            ใช่

            ถามหน่อยนะ ฉันเริ่ม ยกมือขึ้นกอดอก ฉันยังกลัวเธออยู่ แต่พยายามที่จะไม่รู้สึก เธอพาฉันมาที่นี่ได้ยังไง? เธอร่วมมือกับยักษ์น้ำแข็งได้ยังไง ฉันค่อนข้างทึ่งกับความสามารถเธอนะ ลิ้นของเธอคงเป็นสีเงินเหมือนกันแน่ๆ ถึงได้มาพูดคุยและหว่านล้อมยักษ์น้ำแข็งให้ร่วมมือกับเธอได้

            ข้าไม่มีเวลาตอบคำถามเจ้า นังมนุษย์ เธอพูด แล้วใช้เวทมนตร์รวบตัวฉัน เดินมาได้แล้ว บทสนทนาระหว่างเราจบลงแล้ว ข้าว่าตอนนี้ เจ้าน่าจะอยากพบญาติของสุดที่รักเจ้าอีกคนหนึ่งนะ เธอพูดอย่างมีเลศนัย และแฝงด้วยความสะใจ แสงสีเขียวเหลืองรัดรอบตัวฉันเหมือนเชือกเส้นใหญ่ แล้วเธอก็ลากให้ฉันเดินตาม

            ฉันคิดว่าตัวเองน่าจะอยู่ในพระราชวัง เพราะมันมีโถงทางเดินที่กว้างใหญ่ มียักษ์น้ำแข็งหลายตนเดินผ่านไป แต่ดูเหมือนพวกเขาจะคุ้นชินกับอะมอร่าดีอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจอะไรนักนอกจากเหลียวมองแค่ครั้งสองครั้ง ฉันเพิ่งเคยได้เห็นยักษ์น้ำแข็งเป็นครั้งแรก และรู้ว่าโลกิมีสายเลือดครึ่งหนึ่งของเผ่าพันธ์ุนี้ ฉันรู้ว่าพวกเขาจะต้องดูเหมือนปีศาจ ทั้งที่รู้และทำใจได้ แต่ก็ยังอดสะพรึงกลัวไม่ได้อยู่ดี หิวกายพวกนั้นดูหยาบกระด้างเป็นสีฟ้าเข้ม แตกต่างจากผิวกายของมนุษย์และชาวแอสการ์ดโดยสิ้นเชิง ดวงตาของพวกเขาเป็นสีแดงฉานแลดูดุร้าย ร่างกายสูงใหญ่ พวกเขาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น บางคนเปลือยท่อนบน และมีเพียงผ้าพันบางๆช่วงล่าง เหมือนชุดของทาร์ซาน

            ฉันถูกลากมาจนถึง ส่วนที่น่าจะเป็นท้องพระโรง เพราะด้านหน้า ฉันเห็นว่ามีเก้าอี้สูงใหญ่ คล้ายบัลลังก์อยู่ด้วย ด้านหลังเก้าอี้มีแสงเรืองๆสีฟ้าจากน้ำแข็งที่ขึ้นรูปเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ฉันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เมื่อเห็นชายร่างสูงใหญ่ กายสีฟ้าเข้ม มีเขาสีดำ นั่งอยู่บนบัลลังก์ นั่นคงเป็นราชาแห่งโยทันไฮม์

            ราชันเฮลไบดิ อะมอร่าก้มศีรษะด้วยความนอบน้อมเคารพ นี่คือนักโทษของท่านเจ้าค่ะ เธอผลักฉันออกไปให้ยืนอยู่ใกล้บัลลังก์

            เขาจะทำทุกอย่างเพื่อนางแน่นะ อะมอร่า เฮลไบดิถาม พลางจ้องฉันด้วยดวงตามุ่งร้าย

            ยิ่งกว่าทุกอย่างเจ้าค่ะ โดยเฉพาะตอนนี้ อะมอร่าพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ ถ้าข้าดูไม่ผิด นางกำลังตั้งครรภ์

            ไม่! พวกนั้นจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้! ฉันกรีดร้องในใจ แค่ตัวฉันถูกจับมาที่นี่ก็แย่พอแล้ว พวกมันตั้งใจใช้ฉันล่อโลกิมา และตอนนี้อาจใช้ลูกฉันด้วย ฉันกัดริมฝีปาก ความกลัวแล่นขึ้นมาจับใจ มันจะทำอะไรกับฉันก็ได้ ทำได้ทุกอย่าง แต่จะต้องไม่ใช่กับลูกฉัน!!!

            เฮลไบดิ ก้มลงมองฉัน ดวงตาสีแดงหรี่ลง ไล่มองตั้งแต่ศีรษะจนหยุดที่หน้าท้องของฉัน ริมฝีปากเขาแสยะยิ้มอย่างพอใจ ชั่วร้าย และเต็มไปด้วยแผนการ

            เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? เฮลไบดิถามฉัน

            ราชาแห่งโยทันไฮม์ ฉันตอบ ควบคุมไม่ให้เสียงสั่น

            ก็ใช่ เขาพยักหน้า แต่นอกจากข้าเป็นราชา ข้ากับสามีเจ้ามีอะไรใกล้ชิดกันมากกว่านั้นอีก ฉันกระพริบตามองเขา นี่เขากำลังหมายความว่าไง? โลกิ ไอ้คนทรยศต่อสายเลือด คือผู้สังหารพ่อข้า อดีตราชาแห่งโยทันไฮม์ผู้เกรียงไกร เฮลไบดิเฉลย

            ริมฝีปากฉันอ้าออกน้อยๆอย่างไม่อยากเชื่อ ฉันกำลังเจอปัญหาครอบครัวโลกิอีกแล้วสินะเนี่ย แต่คราวนี้เป็นครอบครัวฝั่งยักษ์น้ำแข็ง แสดงว่าเฮลไบดิจะต้องเป็นพี่ชายของโลกิ! พี่ชายที่สืบทอดเชื้อสายเดียวกันมา พี่ชายแท้ๆ มีพ่อคนเดียวกัน แต่อย่างว่างั้นงี้นะ หน้าตาต่างกันลิบลับเลย

            แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน? ฉันทำใจกล้าถามออกไป

            โลกิ สังหารพ่อข้า ข้าก็จะสังหาร เมียกับลูกของมัน 

            นั่นคือชะตาของฉันที่นี่ ต้องตาย! และคือชะตาของโลกิ เขาต้องสูญเสียฉัน เพราะเขาคือคนทรยศต่อสายเลือด

            เขาไม่สนหรอก ฉันกำลังหาวิธีต่อรอง หรืออะไรก็ได้ที่จะยืดชีวิตฉันออกไป เขาไม่เอาชีวิตของเขามาทิ้งเพื่อฉันแน่ คุณเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ได้รักฉัน อย่างที่แสดงออกต่อหน้าทุกคน อะมอร่าเข้าใจผิด เขาใช้ฉันเพื่อให้ได้รับการยอมรับในแอสการ์ดต่างหาก ฉันรักเขาก็จริง แต่เขาไม่ได้รักฉัน

            มันโกหกเจ้าค่ะ อะมอร่าพูดแทรกทันที

            ฉันไม่ได้โกหก ฉันพูดอย่างใจเย็น เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ยังไงฉันก็เป็นทนายมาก่อนนะยะ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร เขาคือโลกินะ ทั้งหมดที่เขาทำ ก็เพื่อตัวเขาเองเสมอ เขาจะไม่เอาชีวิตมาทิ้งเพื่อฉันแน่ ฉันขอเดานะว่า คุณบอกเขาไปล่ะสิว่าถ้าอยากได้ตัวฉันคืน ให้เขามาตามลำพัง จะบอกให้นะว่าเป็นไปไม่ได้หรอก คนสับปลับแบบเขา เชื่อได้เลยว่ายังไงก็ต้องสับปลับ ตอนนี้เขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพในแอสการ์ด คุณกระตุกหนวดเสือเข้าแล้วล่ะ เขาอยากทำลายที่นี่มีตลอด และคุณก็เพิ่งจะทำให้เขามี ข้ออ้างที่จะทำสมใจอยาก

            มันโกหก โกหกเจ้าค่ะ โลกิรักมัน รักมันมากด้วย เขาจะมาที่นี่ตามลำพังอย่างที่ท่านต้องการแน่ อะมอร่าเถียง ฉันเห็นความวูบไหวลังเลใจในดวงตาสีแดงของเฮลไบดิ ฉันว่าหมอนี่ไม่ฉลาดเท่าไหร่หรอก อาจจะได้เป็นราชาเพราะกำลังกายเยอะสุดหรือไม่ก็สืบเชื้อสายโดยตรงจากลาฟฟี่ ก็เลยมีคนเคารพ ดีนะที่โลกิมีเชื้อสายนี่แค่ครึ่งเดียว เขาก็เลยฉลาดกว่าหลายขุม ฉันก็ด้วย ฉันฉลาดกว่าพวกนี้ ถ้าพูดดีๆ ฉันก็ชนะเกมนี้ได้

            คุณอาจจะยังไม่รู้ ฉันพูดต่อ อะมอร่ากับโลกิเคยมีความสัมพันธ์ลับต่อกัน สัมพันธ์ลึกซึ้ง   ซึ่งฉันไม่อยากพูดถึงรายละเอียดหรอกนะ เธอจงรักภักดีต่อเขา และตอนนี้ก็อาจจะยังจงรักภักดีอยู่ก็ได้ ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาสมคบคิดกันวางแผนเรื่องนี้หรือเปล่า ฉันอาจถูกหลอกใช้ก็ได้ จริงด้วย ฉันเริ่มงึมงำกับตัวเอง เหมือนเพิ่งคิดอะไรออก งานนี้ต้องเล่นละครกันมากหน่อย

            เจ้าหมายความว่าไง มนุษย์ เฮลไบดิเริ่มสนใจในสิ่งที่ฉันจะพูดต่อ

            ฉันอาจถูกหลอกใช้ในเรื่องนี้เหมือนกับคุณ ฉันพูดต่อ ดวงตารื้นน้ำตานิดๆให้ดูสมจริง ไม่อยากเชื่อเลย เขาใช้ได้แม้กระทั่งลูกในท้องของฉัน ลูกเขาเอง

            เลิกคร่ำครวญแล้วบอกข้า!” เฮลไบดิคำราม

            ตลอดชีวิตเขา เขาต้องการทำศึกกับโยทันไฮม์มาตลอด แต่ไม่เคยมีข้ออ้างสมเหตุสมผลเลย เสียงฉันสั่นอย่างเสแสร้ง สงสัยฉันจะได้รับความสามารถจากโลกิมาเยอะแล้วล่ะ หรือไม่อาจจะเป็นเพราะลูกเขานั่งอยู่ในพุงฉัน เขาร่วมมือกับอะมอร่า ใช้อะมอร่ามาหลอกล่อคุณ ให้คุณลักพาตัวฉันมา เขาต้องการให้คุณฆ่าฉันกับลูกในท้อง เพื่อเปิดฉากสงคราม!” ฉันทรุดลงนั่งกับพื้น เหมือนหมดแรง นี่ถ้าฉันเป็นดาราฮอลลีวูด ต้องได้ออสการ์แน่ พูดเลย!! “ถ้าคุณฆ่าฉัน เขาก็จะมีข้ออ้าง โอดินเองก็จะไม่ทนกับเรื่องนี้แน่ เขาจะต้องยอมให้โลกินำทัพมาที่นี่ คุณก็รู้ถึงความร้ายกาจของโอดิน

            หึๆ เฮลไบดิหัวเราะ ก็ดีสิ

            ห๊าาาา!!!! ฉันเงยหน้าขวับขึ้นมองราชาแห่งโยทันไฮม์ เขาลุกจากบัลลังก์ ยืนขึ้นเต็มความสูง

            ข้าหวังให้พวกมันยกทัพมาที่นี่ เฮลไบดิพูดอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ข้ากระหายที่จะสังหารและบดขยี้ทหารของแอสการ์ด ถ้าแผนการของโลกิเป็นเช่นนั้นจริง มันก็เข้าทางข้าพอดี ขอบใจ เจ้ามนุษย์หน้าโง่ ที่ชี้ช่องทางอันแสนน่าอภิรมย์ให้ข้า ตอนนี้ สิ่งที่ข้าต้องทำก็แค่ ฆ่าเจ้าให้ตาย

            เวรล่ะสิ นี่ฉันดันไปชี้โพรงให้กระรอกงั้นหรอ? เวรเอ๊ย เมนา จะทำยังไงดี แทนที่จะยืดอายุตัวเอง ดันไปบั่นทอนอายุให้มันสั้นลงเสียแล้ว โอ๊ย อยากจะบ้า คิดสิ เมนา ถ้าโยทันกับแอสการ์ดสู้กันจริง ใครจะชนะ ใช่ ส่วนใหญ่แล้วเป็นแอสการ์ด ฉันเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มาเยอะแยะ แอสการ์ดไม่เคยพ่ายใคร พวกเขาชนะเสมอ อะไรล่ะ? อะไรที่ทำให้พวกเขาชนะ กำลังพล โอดิน พลังเวทมนต์ โอ๊ย ใช้ไม่ได้ ของแบบนี้มันต้องเห็นด้วยตาถึงจะเชื่อ ฉันยกแม่น้ำทั้งห้ามาพูดก็ไม่เท่าเห็นด้วยตาหรอก

            เดี๋ยวก่อนนะ แล้วฉันก็ฉุกคิดขึ้นได้ แต่การจะทำอย่างนั้น ฉันต้องติดต่อโลกิให้ได้ก่อน โลกิ ได้โปรด ได้ยินฉันหรือเปล่า ตอบฉันด้วย เดี๋ยวนี้ ขอร้องล่ะ ที่รัก

            ไบฟรอส ฉันพูดขึ้นมา ต้องล่อความสนใจของเฮลไบดิออกไปก่อน

            หือ?

            ครั้งล่าสุดที่โลกิจะกำจัดพวกคุณ เขาใช้อะไร จำได้หรือเปล่า? ฉันถาม โลกิ ที่รัก ได้ยินไหม? ตอบฉันด้วย นี่เป็นทางรอดเดียวของฉัน เขากำลังจะฆ่าฉันแล้ว ฆ่าฉัน ฆ่าลูกของเรา

            เขาใช้สะพานไบฟรอส ฉันตอบให้ คุณคงยังไม่ความจำเสื่อมใช่ไหม? ราชาเฮลไบดิ เหตุการณ์ครั้งนั้นเกือบทำลายดาวนี้ทั้งดวง ล้างเผ่าพันธุ์คุณได้ในชั่วพริบตา อะไรจะรับประกันล่ะว่า เขาจะไม่ทำเรื่องนี้อีก ในเมื่อเขาเคยทำได้มาแล้วครั้งหนึ่ง

            เมนา? นั่นเจ้าใช่ไหม? เจ้าอยู่ที่โยทันไฮม์ใช่หรือเปล่า? โอ๊ยยย ขอบคุณสวรรค์ โลกิได้ยินฉันแล้ว

            ใช่ ฟังนะ โลกิ ฉันมีเวลาไม่มาก คุณต้องทำตามที่ฉันบอก ใช้ไบฟรอสเหมือนตอนนั้น ตอนที่คุณจะทำลายโยทันไฮม์ จำได้ไหม?

          อะไรนะ? เขาร้องเสียงหลง

            ฉันไม่มีเวลาอธิบาย ไม่ต้องถึงขนาดทำลายดาวทั้งดวง แค่ขู่พี่ชายคุณเท่านั้นแหละ ราชาเฮลไบดิน่ะ พี่ชายคนละแม่ของคุณ เขาต้องการสงคราม และจะฆ่าฉันเพื่อเปิดฉากสงคราม ฉันไม่น่าชี้โพรงให้กระรอกเลยจริงๆ ยัยโง่เอ๊ย ช่างมันก่อนเถอะ คุณต้องทำให้เขาเห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องยกทัพมา คุณก็ทำลายเขาได้ และฉันจะบอกเขา ว่าให้ปล่อยฉันไป แลกกับการปล่อยดาวดวงนี้ ฉันอยากให้คุณฟังทุกอย่างที่ฉันพูดกับเฮลไบดิด้วย โอเคไหม อย่าขาดการติดต่อเด็ดขาด

          ได้ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก

          คอยดูให้ดี ราชาเฮลไบดิ ในอีกไม่กี่นาทีนี้ สงครามที่คุณต้องการ จะทำลายคุณเอง ฉันพูดกับเฮลไบดิ แต่ มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ถ้าคุณแค่ ปล่อยฉัน และพาฉันกลับบ้าน

            ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาด เฮลไบดิคำราม

            ฉันรู้ ฉันพยักหน้า แต่คุณเป็นราชา คุณต้องคิดให้ดีก่อนนะ จริงไหม? คุณจะเสี่ยงให้ดาวถูกทำลาย ให้เผ่าพันธุ์ถูกทำลาย ประวัติศาสตร์จดจำว่าคุณเป็นราชาที่โง่ที่สุดอย่างนั้นหรือ โง่ที่เชื่อฟังลูกกระจ๊อกของโลกิอย่างยัยอะมอร่า เรื่องนี้มันไม่จำเป็นเลยสักนิด ทำไมคุณจะต้องโกรธแค้นเขา ในเมื่อตอนนี้คุณก็ได้นั่งบัลลังก์แห่งโยทันไฮม์ ถ้าลาฟฟี่ไม่สิ้น คุณจะได้นั่งหรือคะ?

            ท่านคะ อย่าไปฟังมัน อะมอร่าเริ่มส่งเสียงแหลม ไม่พอใจ ยัยนั่นคงดิ้นพราดๆอยู่ภายในแล้วสิ คิดจะทำร้ายฉันกับลูก หรือทำลายโลกิน่ะ ยังเร็วไปพันปีเว้ย

            โลกิ เดี๋ยวนี้ค่ะ ต้องกระตุ้นให้เขาเห็น ฉันส่งกระแสจิตบอก

            ระหว่างที่เฮลไบดิกำลังครุ่นคิดสองจิตสองใจ ลำแสงสีขาวขนาดใหญ่ก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าในที่ไกลลิบ ห่างจากพระราชวังไปเป็นพันไมล์ แต่ก็เห็นได้ชัดเจนเพราะขนาดใหญ่และสว่างจ้า จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดตูมตาม แสงนั้นกำลังผ่าผืนดินออกเป็นเสี่ยง

            ฉันหันไปมองเฮลไบดิ และจากดวงตาสีแดงของเขา ฉันสรุปได้ว่า เกมนี้ ฉันคือผู้ชนะ โดยไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องมีฉากต่อสู้วุ่นวายใดๆด้วย J   






Writer's Talk

เมนา เป็นคาแรกเตอร์ที่ส่วนคล้ายตัวฉันเองด้วยนะคะ 

ส่วนที่คล้าย คือ ความคิดในใจ ทั้งหลายค่ะ ประมาณว่า คิดอะไรไม่รู้ตลอดเวลา อย่างที่โลกิเคยพูดว่า หยุดคิดไร้สาระได้ไหม

แต่เรื่องหน้าตานี่ ไม่มีอะไรคล้ายฉันเลยค่ะ เศร้าจัง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #197 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:07

    หนูฉลาดเกมโกงมากลูก

    #197
    0
  2. #165 PCMulan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 16:22
    ฉลาดจริงๆค่ะ ลิ้นเงินได้ใจ 5555
    #165
    0
  3. #125 PongpangBkck (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:02
    เมนานี่แบบ โอ๊ย ชั้นรักนาง55555555 เข้าใจและที่ได้คู่กับโลกิ ศีลเสมอกันจริงๆ ความเจ้าเล่ห์นี้ โอ๊ย555555555
    #125
    0
  4. #92 Kino (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 23:42
    เมนานี่สมเป็นเมียโลกิ มีความศิลเสมอกัน555
    #92
    0
  5. #82 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:31
    นางเอกนี่เก่งจริงๆ
    #82
    0
  6. #35 Alonè misticismo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 08:18
    สุดยอดดดด เก่งมากอ่ะ ยกนิ้วให้เลย
    #35
    0
  7. #34 13778 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 22:05
    นี่สิ ถึงเป็นภรรยาโลกิได้ ต้องเจ๋ง
    #34
    0
  8. #33 Onosaka Michiko (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 21:11
    เมนาสุดยอดดด~#ยกนิ้วให้ แก้ไขสถานะการณ์ได้ดีมากเลย
    #33
    0