(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 16 : Good news, bad news

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    12 ม.ค. 59

Always be mine

Chapter 16: Good news, bad news

 

            สงบสุข ข้าไม่คิดว่าข้าจะรู้สึกเช่นนี้ได้ในตลอดอายุขัยอันยาวนานของข้าเอง ข้าได้รู้จักความสงบและความสุขแล้วในที่สุด ความรักของข้าที่มีต่อนางสะกดความละโมบ ความหยาบช้า และความทะเยอทะยานของข้าได้อย่างอยู่หมัด ข้าไม่ต้องการอะไรอีก แค่ได้อยู่อย่างนี้ไปทุกวัน

            กว่าข้าจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ ได้ตำแหน่งในแอสการ์ดคืน เป็นผู้ดูแลกองทัพทหารอีกครั้ง กลับมาเป็นเจ้าชายที่ทุกคนก้มศีรษะให้ และได้แต่งงานกับเมนา เมื่อนึกย้อนไป ข้าผ่านชีวิตมามากโขเลยทีเดียว มีเรื่องที่ได้เรียนรู้ ขบคิด วางแผนและลงมือทำ ตั้งแต่นาทีที่ข้าวางแผนขัดขวางงานสถาปนาเป็นกษัตริย์ของธอร์ ชีวิตข้าก็ปั่นป่วนวุ่นวาย เจ็บปวดสารพัดอย่าง จิตใจของข้าตกต่ำอย่างสุดขีด กลายเป็นปีศาจร้ายเช่นเดียวกับชาติกำเนิด ที่เป็นครึ่งยักษ์น้ำแข็ง แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยน เปลี่ยนอย่างง่ายดาย เมื่อธอร์เดินเข้ามาในห้องขัง พร้อมกับมนุษย์ผู้หญิงตัวเล็กกระจ้อยร่อย

            ข้าอ่านความคิดนาง ข้ารู้ว่านางหลงเสน่ห์ข้าเข้าให้แล้ว ซึ่งคงเป็นหนึ่งในล้านคนที่เจอธอร์แล้วไม่หลงเสน่ห์ ดันมาหลงข้าแทน ข้าเริ่มวางแผน ตั้งใจจะใช้ความรู้สึกของนางเพื่อให้ข้าได้ออกไป ข้าติดต่อกับอะมอร่าเสมอ นางกับข้ามีเป้าหมายเดียวกันคือกำจัดธอร์ ส่วนเรื่องเซ็กส์ก็เป็นผลพลอยได้ที่ต่างพอใจกันทั้งสองฝ่าย ข้าแสร้งทำเป็นใจร้ายแล้วก็เปลี่ยนเป็นใจดี เข้าฝัน สร้างความปั่นป่วนในจิตใจของเมนา ทำให้นางสับสน และครุ่นคิดถึงแต่เรื่องของข้าคนเดียว เพียงไม่นาน นางก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือ แต่ที่ข้าไม่คาดฝันเลยก็คือ ข้าดันไถลลงไปในหลุมที่เป็นคนขุดเสียเอง

            อาจเพราะแววตานั้นไม่เคยโกหก ความรู้สึกของนางเป็นของจริง ข้าที่ติดตามเฝ้าสังเกต ฟังเสียงความคิดของนางเสมอ ทำให้ข้ารู้ว่า ข้ามีอิทธิพลต่อจิตใจนางมากแค่ไหน ข้าเริ่มเพลิดเพลิน พึงใจ ที่ได้เห็นนางวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ข้าติดต่อหาอะมอร่าน้อยลง และสุดท้ายก็ยกเลิกแผนการทั้งหมด ความต้องการของข้าเปลี่ยนไป ไม่ใช่บัลลังก์แอสการ์ด ไม่ใช่ชีวิตของธอร์หรือโอดิน ไม่ใช่การรับใช้ธานอสและได้มีพลังเหนือใคร ข้าต้องการเมนา! ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ กอดเท่าไหร่ จูบเท่าไหร่ หรือลิ้มรสเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ นางไม่ต่างจากอาหารที่ข้าต้องกินทุกมื้อ ข้าทั้งหลงใหล มัวเมา และรักนางอย่างปักใจ ศรที่ข้าตั้งใจจะเล็งไปหานาง ให้นางกลายเป็นเหยื่อ มันพุ่งสวนทาง กลับมาหาข้าแทน 

            ข้าต้องการมีนางตลอดไป แต่นั่นเป็นไปไม่ได้เลย นางอายุสั้นนัก แค่ชั่วชีวิตของนาง เทียบไม่ได้กับเวลาเป็นพันปีของข้า ลึกๆแล้วความจริงข้อนี้ทำข้าเจ็บปวด ข้าอยากให้นางกลายเป็นชาวแอสการ์ด เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาว และในที่สุด โอกาสก็มาหาข้าจนได้

            อะมอร่าปรากฏตัว สร้างความวุ่นวายให้ความสัมพันธ์ของข้ากับเมนาก็จริง แต่มันก็มีข้อดีอยู่ในนั้น ข้าเริ่มวางแผนอันตรายในหัว ยอมร่วมมือกับอเวนเจอร์และธอร์ เพื่อจัดการกับธานอส ข้ายอมรับหน้าที่เหยื่อล่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้ข้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดถุงมือนั่น ข้าเองคือคนที่ขอให้ธอร์ตามตัวอิเทอนิตี้มาให้ได้ โดยให้เหตุผลว่าผู้นั้นจะเป็นความหวังเดียว เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่เราจะชนะธานอส ธอร์เชื่อข้า และตามตัวอิเทอนิตี้มาได้จริงๆ

            ข้ารู้จัก ความบ้า ของธานอสเป็นอย่างดี และรู้จักความละโมบอย่างดีเช่นกัน เมื่อชายใดคิดว่าตนอยู่เหนือทุกอย่าง และพบว่ายังมีคนที่เหนือกว่าตนอีก ย่อมที่จะยอมไม่ได้ สิ่งที่ข้าใช้ก็มีเพียงการยั่วยุเท่านั้น ไม่จำเป็นที่ข้าต้องออกแรงให้เสียเวลา ถุงมือกลายเป็นของข้า และข้าก็ใช้มันเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของเมนา

            หญิงสาวที่นอนข้างๆเริ่มขยับตัว ทำให้ข้าหยุดคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วก้มลงมองศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีบลอนด์ เธอหลับอย่างสบายและปลอดภัยในอ้อมแขนของข้า ผ่านมาสองเดือนแล้วนับแต่วันแต่งงาน ไม่เคยมีคืนใด ที่ข้าจะไม่นอนอยู่เคียงข้างนาง เมนายังหลับตาพริ้ม แขนกับขายกมาก่ายตัวข้า ข้าคิดว่านางคงตื่นแล้ว แต่ด้วยความขี้เกียจ จึงยังไม่อยากลืมตา ข้าก้มหน้าลงหา เอาจมูกซุกๆกับแก้มยุ้ย ทำให้นางหัวเราะคิกคัก ใช่! อ่านไม่ผิดหรอก แก้มยุ้ย ตั้งแต่แต่งงาน เมนาที่มีความสุขมากขึ้น ก็เริ่มมีน้ำมีนวล ไม่ผอมแห้งอย่างแต่ก่อน และข้าคิดว่านางเหมือนจะมีพุงด้วย

            อรุณสวัสดิ์ ข้ากระซิบกับใบหูของนาง เปลือกตาของนางขยับเปิด ดวงตาสีฟ้ามองข้า แล้วนางก็ยิ้มบางๆ ยังซุกตัวนัวเนียไม่ห่าง

            อรุณสวิสดิ์ค่ะ เธอทำเสียงงัวเงีย ซุกใบหน้าด้านข้างเข้าหาซอกคอของข้า ริมฝีปากแตะแถวกรามเบาๆ ทำให้ข้าชักรู้สึกหมั่นเขี้ยว ข้าตวัดแขนโอบตัวนางแน่นๆ ซุกจมูกลงบนเส้นผม สูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากสมุนไพรที่ใช้สระผม ผิวหนังนุ่มเนียนของเธอก็ส่งกลิ่นหอมเช่นกัน คงเป็นเพราะน้ำที่อาบทุกวันโรยด้วยดอกไม้ ข้าฝังจมูก สูดกลิ่นกายหอมหวาน ใช้มือแหวกเสื้อของนางให้เปิดไหล่ ประทับริมฝีปากบนไหล่มน ขบกัดเบาๆ ถ้านางเป็นของกิน ข้าคงกินนางได้ทั้งตัว

            วันนี้มีฝึกซ้อมเดินทัพอีกหรือเปล่า เธอกระซิบถามเบาๆ

            มี ข้าตอบสั้น กำลังเพลินกับแถวไหปลาร้า และบริเวณเหนือเนินอกของนาง

            ก็ควรลุกได้แล้วสิ เธอใช้มือดันตัวข้า แต่ข้าไม่ยอมลุกออกไปง่ายๆหรอก ข้าล้วงมือใต้เสื้อ ถลกผ้าให้เปิดขึ้น ขยับศีรษะลงไปแถวหน้าท้อง มีรอยนูนๆที่หน้าท้องของเธอ ทำให้ข้าชะงักไป ข้าก็พอจะสังเกตอยู่บ้างว่าช่วงนี้น้ำหนักนางขึ้น เวลาโอบเอว ข้ารู้สึกได้ว่านางเหมือนจะมีพุง แต่รอยนูนบริเวณหน้าท้องนี่ดูแปลก

            เมนา ข้าเงยหน้าขึ้นหานาง ช่วงนี้ เจ้ามีอาการผิดปกติทางร่างกายหรือเปล่า?

            หือ? นางทำหน้างุนงง อ้าปากกำลังจะตอบ แต่ก็หุบปากลงอย่างครุ่นคิด ก็อ้วนขึ้น นางทำหน้างอ ผู้หญิงมักไม่ชอบเวลาตัวเองอ้วนขึ้น

            นอกจากนั้นล่ะ? ข้าซักอีก

            อืมมม นางค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ข้าลุกตาม ฉันเอ่อ... ฉันสงสัยมาสักพักล่ะ

            สงสัยอะไร ข้าเริ่มเป็นกังวล ปนๆตื่นเต้น

            ประจำเดือนฉันไม่มา เมนาหันมามองหน้าข้า มีแววตื่นตระหนกในน้ำเสียง  ผุดลุกจากเตียง เดินตรงดิ่งไปหากระจกเงาบานใหญ่ เมนาชอบใส่เสื้อผ้าแบบมนุษย์เวลานอน คือเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เป็นเรื่องที่ทำยังไงข้าก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ นางบอกว่ากระโปรงยาวๆใส่แค่ตอนกลางวันก็พอแล้ว เมนายืนหน้ากระจก มองตัวเอง ลูบหน้าท้อง

            โลกิ นางเรียกข้าเบาๆ หันมาหา พร้อมขมวดคิ้ว คือ ฉันก็ไม่แน่ใจ

            อาบน้ำแต่งตัวเถอะ ข้าจะตามหมอเอง ข้าบอกนางด้วยเสียงอ่อนโยนและใจเย็น เวลานางสติแตก ข้าต้องเป็นคนใจเย็น ข้าลุกจากเตียง ดึงนางเข้ามากอด ถ้ามันเป็นจริงก็วิเศษเลย ข้าบอกนางอย่างปลอบประโลม อันที่จริง ข้ากลัว ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่ใช่คนดีอะไรนัก และไม่คิดว่าจะทำได้ดี

            จริงหรอ? เมนาเงยหน้ามองข้า เม้มริมฝีปาก ฉันนึกว่าคุณจะ ไม่ชอบใจเสียอีก

            ข้าแต่งงานกับเจ้านะ ไม่ช้าก็เร็วเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี ข้าบอกกับนาง เจ้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ข้าจะให้คนใช้ไปตามหมอ นางพยักหน้าหงึกหงักแล้วก็เดินแยกตัวออกไปทำตามที่ข้าบอก ข้าเดินมุ่งไปหาประตู ร้องเรียกหาสาวใช้สักคน แล้วสั่งให้ไปตามหมอ

            ข่าวดี หรือ ข่าวร้าย ข้าแยกแยะไม่ได้ แต่รู้ว่าสักวัน ยังไงก็ต้องมาถึง ดีใจ หรือ หงุดหงิด อันนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน อารมณ์ความรู้สึกผสมปนเปกันอยู่ โอดินและลาฟฟี่ บิดาทั้งสอง ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นบิดาที่ดี แล้วแบบไหนถึงจะดี ข้าไม่เคยมีตัวอย่างเลย แล้วใจข้าก็กระหวัดไปนึกถึงช่วงเวลาสั้นๆที่เดินทางไปโลกมนุษย์กับเมนา และพบกับครอบครัวของนาง ข้าจำบุรุษตัวอ้วน หน้าตาใจดีคนนั้นได้ติดตา เขาชวนข้าดื่มเหล้าจนเมามาย บังคับให้ข้าสัญญา

            สัญญากับฉัน ไอ้หนุ่มเขาพูดแบบนี้ เมนาเป็นเด็กน่าสงสาร ลูกสาวฉันมันไม่เคยลืมอดีต มันโทษว่าเป็นความผิดของมัน และมันก็เป็นความผิดฉันด้วย ฉันอ่อนแอเกินไป เจ็บปวดกับเรื่องลูกชายมากเกินไป ก็เลยไปลงกับเมนา ไม่พูดกับมัน ไม่มองหน้ามันเป็นเดือนๆ มันก็เลยตีตัวออกห่าง แล้วก็ทำเรื่องร้ายกาจมากมายทั้งที่บ้าน และที่โรงเรียน ตลอดชีวิต มันโดดเดี่ยวอ้างว้างมาพอแล้ว ถ้าคิดจะรักล่ะก็ รักให้ตลอด อย่าบังอาจทอดทิ้งลูกสาวฉัน เพราะฉันไม่สนหรอกว่าแกเป็นใคร จะเป็นเทพมาจากไหน แต่ทำลูกสาวฉันร้องไห้ ฉันตามแกได้ถึงสวรรค์ยันนรกแน่

            ถ้าคิดจะรัก รักให้ตลอด คำพูดนั้นฝังอยู่ในใจของข้าตั้งแต่กลับจากโลก ใช่ ข้าจะรักนางเสมอ รักไม่ว่าจะเกิดอะไร และจะรักอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในร่างกายของนางเช่นกัน หนึ่งชีวิตที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า

            เมนาเดินออกจากห้องน้ำ สวมชุดกระโปรงสีน้ำทะเลยาวกรอมเท้า ผมบลอนด์มัดเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ข้ากำลังพูดบางอย่างกับนาง ก็พอดีกับที่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน ข้าเอ่ยอนุญาตให้เข้ามา หมอชราแห่งแอสการ์ด ทำความเคารพข้า และหันไปทำเคารพกับเมนา เขาบอกให้นางนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นก็เริ่มจับชีพจร ใช้เครื่องมือแปลกๆวางบนหน้าท้องของนางเบาๆ หลับตาฟังเสียง

            เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเอ่ยถามอย่างร้อนใจ

            ท่านหญิงเมนา ตั้งครรภ์ได้เจ็ดอาทิตย์แล้วขอรับ

            ตึก! หัวใจของข้ากระตุกอย่างไม่รู้สาเหตุ มันเต้นแรงจนกระแทกซี่โครง ข้าเหลือบมองเมนา และเห็นหญิงสาวหน้าซีดเผือด ทำไมล่ะ? ทำไมนางไม่ดีใจเหมือนข้า

            ต่อจากนี้ ฉันต้องทำยังไงคะ เธอถามหมอ

            ระหว่างที่หมอแนะนำการปฏิบัติตัวคร่าวๆนั้น ข้าฟังไปด้วย ฟังอย่างตั้งใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเขว แล้วเริ่มฟังความคิดเมนา ทำไมนางหน้าซีด ทำไมทำท่าเหมือนโลกถล่มลงมาวันนี้ เขาใช้พลังของข้า แอบเข้าไปในกระแสจิต และตั้งใจฟัง แยกโสตประสาทเป็นสองส่วน

            ฉันท้อง ! พระจ้า จะบ้าตาย ฉันเนี่ยนะ เป็นแม่คน โอเค ฉันรู้ เขาพูดถูก ไม่ช้าก็เร็ว ฉันกับเขาก็ต้องมีลูกด้วยกันสักคน แต่ว่า... โอ๊ย ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจ ฉัน ฉันยังไม่พร้อม ฉันดีไม่พอ ใจเย็นไม่พอ แล้ว.. เขาล่ะ? เขาคิดยังไง คนอย่างเขาไม่น่าเหมือนคนที่อยากจะมีลูกเลย เขากำลังเสียใจอยู่แน่ๆ กำลังหงุดหงิด ให้ตายสิ ให้ตาย ที่แอสการ์ดคงไม่นิยมทำแท้งด้วยสิ!

          เมนา!” ข้าเสียงดัง ทำให้เมนาและหมอสะดุ้งพร้อมกัน หมอ ออกไปก่อน ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับภรรยาของข้า หมอชรา ผมขาวไปทั้งหัวรีบขยับออกห่างจากเมนา ถวายความเคารพ แล้วเดินเร็วๆออกจากห้องไป ทันทีที่ประตูปิด และข้าอยู่กับนางแค่สองคน ข้าก็เริ่ม เจ้ากำลังคิดอะไร?

            ปะ เปล่า นางก้มหน้าหลบสายตา

            เจ้ากำลังคิดว่าข้าเสียใจและหงุดหงิดในเรื่องนี้ ใช่ไหม? ข้าพยายามสะกดน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่บรรยากาศมันก็กดดันอยู่ดี เจ้าไม่อยากมีลูกกับข้าใช่ไหม?

            คือ ไม่... ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เธอพูดอุบอิบ โอเค ก็ได้ ใช่!” แล้วก็ยอมรับหน้าตาเฉย ฉันกลัว ฉันประสาทกิน แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันไม่อยากมีลูกกับคุณนะ ฉันต้องอยากสิ แต่ว่า โอ๊ย ฉันไม่รู้ต้องทำยังไง มันน่ากลัว ฉันกลัว ฉันไม่เคยท้องมาก่อนนะ!”

            เคยก็แปลกล่ะ ข้าว่า

            ฉันไม่ได้กำลังตลกนะ โลกิ เมนาทำหน้างอง้ำ

            ข้าก็ไม่ได้บอกว่าที่เจ้าพูดมันตลก ข้าเดินเข้าไปหานาง คุกเข่าลงตรงหน้า คว้ามือทั้งสองมาเกาะกุมไว้ เรื่องนี้กะทันหันเกินไปหน่อย เจ้าถึงได้รู้สึกกลัว ข้าเองก็กลัว ข้าไม่คิดว่าจะเป็นพ่อที่ดีได้

            ฉันก็เป็นแม่ที่ดีไม่ได้หรอก ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเริ่มแดงๆ เหมือนจะร้องไห้

            เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ข้าจับมือนางแน่นๆ ลูบไล้นิ้วแต่ละนิ้วอย่างแผ่วเบา เหมือนทุกครั้ง ข้ายกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบศีรษะของนาง เลื่อนมาจนถึงแก้ม แผ่ความอบอุ่นไปให้ นางผ่อนลมหายใจ แล้วก็มีหยดน้ำตาร่วงใส่มือข้า ข้าจะดูแลเจ้าเอง จะดูแลเจ้าเสมอ นางพยักหน้ารับรู้ ข้าโอบกอดนาง รู้สึกถึงหยาดน้ำตาหยดลงบนเสื้อของข้า

            ลูก ข้ากำลังจะมีลูก

            พ่อ ข้ากำลังจะเป็นพ่อคน

            และข้าไม่รู้ว่า ลูกจะเป็นอย่างไร ในเมื่อข้ามีเลือดยักษ์น้ำแข็งอยู่ในตัว เมนามีเลือดมนุษย์ แต่ก็มีเลือดเทพผสมแล้ว เพราะข้าเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของนาง ข้าไม่อาจจินตนาการได้ว่า ลูกจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหนกันแน่ ข้าอยากจะอยู่กับนางตลอดทั้งวัน แต่ก็คงทำไม่ได้ ข้ามีงานสำคัญรออยู่ในวันนี้ การซ้อมเดินทัพวันแรกของเหล่าทหารแห่งแอสการ์ด ข้าจะต้องเข้าไปดูแลควบคุม

            เมนา ข้ากระซิบเรียกนางที่ยังวางใบหน้าบนไหล่ข้า ข้าต้องไปคุมทัพ นางได้ยินดังนั้น ก็ดีดตัวขึ้นทันที รีบเช็ดคราบน้ำตาบนแก้ม

            ค่ะ โอเคค่ะ นางพยักหน้าหงึกหงัก

            ข้าจะกำชับทุกคนดูแลเจ้าเป็นพิเศษ เรื่องหัดขี่ม้าก็หยุดไปก่อน อย่าเพิ่งทำอะไรพิสดารมาก เข้าใจใช่ไหม? ข้าถามเสียงจริงจัง นางพยักหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็ขยับเข้าไปหาและจูบนางอย่างหนักแน่น

            ข้าไม่อยากจากมาเลย ข้าเอาแต่คิดอย่างนี้ตลอดทางจากห้องไปถึงโรงอาหารของพวกทหาร ร่วมกินข้าวเช้ากับนักรบที่ยิ่งใหญ่แห่งแอสการ์ดทั้งสี่คน ที่ตอนนี้กลับมาเป็นเพื่อนข้าเหมือนเดิมแล้วก็คือ ซิฟ โวลสแต็ก โฮกัน และแฟนดรัล  ข้าหลีกเลี่ยงที่จะยังไม่บอกข่าวเมนา เพราะอาจทำให้ตัวข้าเองรู้สึกไขว้เขว เมื่ออาหารเช้าหมดเกลี้ยง เราทั้งห้าก็ออกสู่สนามใหญ่หลังพระราชวัง นักรับทั้งสี่มีกองเป็นของตนเอง ส่วนข้าทำหน้าที่เป็นแม่ทัพใหญ่ ซึ่งอันที่จริง เป็นรักษาการแทนแม่ทัพใหญ่ เพราะธอร์ต่างหากที่ดำรงตำแหน่งนี้ ข้าก็มีกองของข้าเองเหมือนกัน แต่เป็นกองสอดแนม มีหน้าที่สืบข่าวโดยเฉพาะ จะไม่ค่อยได้ร่วมรบในทัพใหญ่นัก

            ก่อนเริ่มจะต้องมีการทำพิธีก่อน ซึ่งกษัตริย์โอดินมาเป็นประธานในพิธีเฉกเช่นทุกปี มีการเป่าแตรเขาสัตว์ พวกทหารกระทืบเท้าอย่างแข็งขัน โอดินกล่าวปราศรัยเล็กๆ จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของข้า เนื่องจากข้าต้องมีสมาธิ คอยเลือกธงส่งสัญญาณ และจดจำความผิดพลาดและข้อดีของแต่ละกองไว้ในหัว ข้าจึงไม่มีพื้นที่มากพอจะส่งกระแสจิตติดตามเมนา ข้าได้แต่หวังว่านางจะรู้สึกดีขึ้นแล้ว

            ทัพของซิฟและโฮกัน มีระเบียบวินัย แต่เมื่อทหารทั้งสองฝ่ายปะทะกัน และฝ่ายของซิฟกำลังแพ้ นางมีท่าทีลังเลว่าจะสั่งถอยทัพดีหรือไม่ และด้วยความดื้อรั้น ทำให้นางตัดสินใจตั้งหลักสู้ แม้จะไม่มีทางชนะได้ ขบวนแถวของโฮกันค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพมากกว่า ข้าพยายามจดจำหน้าทหารในหน่วยของซิฟไว้ เพื่อไปบอกนางทีหลัง ว่าแต่ละคนมีดีอะไร และน่าจะอยู่ตรงส่วนไหนของทัพ แต่ข้าก็ต้องชื่นชมในใจอันเด็ดเดี่ยวของซิฟ ที่ยินดีจะแพ้อย่างไว้ลาย ทั้งที่นางเป็นผู้หญิง กลับมีจิตใจแข็งแกร่งมากกว่าบุรุษบางคนเสียอีก

            แล้วก็มาถึงคราวทัพของโวลสแต็กและแฟนดรัล โวลสแต็กเป็นคนมุทะลุใจร้อน กองทัพของเขาก็มีวิธีบุกแบบนั้น ดาหน้าเข้าไป ฟาดฟัน ทำให้ทหารหลายนายของแฟนดรัลพ่ายไป แต่แฟนดรัลนั้นเป็นคนใจเย็น และรู้จักวางแผน ถึงกำลังของทหารจะสู้ไม่ได้ แต่เขามีวิธีการที่ทำให้ทัพของตนไม่เสียกำลังพลมากจนเกินไปก่อนจะยกธงขาว

            ข้าจดจำข้อดีและข้อจำกัดทุกอย่างไว้ในหัว เพราะเมื่อพิธีเสร็จสิ้นข้าต้องเป็นคนให้คำแนะนำ ทหารแต่ละคนบาดเจ็บกันละเล็กน้อยตามประสาการซ้อมรบ พวกเขาต่างแยกตัวพักกินข้าว กลางลานมีการแสดงของชาววัง ถือเป็นการพักครึ่ง และบันเทิงใจเหล่าทหาร

            ช่วงบ่ายเป็นการอภิปรายถึงสิ่งที่ทำไปในวันนี้ ให้ทุกคนคิดทบทวนถึงข้อบกพร่องของตนและแนวทางการพัฒนา รวมถึงข้อดีด้วย จะมีโอกาสพัฒนาขึ้นได้อย่างไร จากนั้นโอดินก็กล่าวปิดงานและให้กำลังใจเหล่าทหาร ข้าต้องพาแม่ทัพทั้งสี่ร่วมประชุมกับโอดินเป็นการส่วนตัว ในการประชุมเบื้องหลัง คือการช่วยกันวิจารณ์ข้อดีข้อเสีย จุดบกพร่องที่เกิดขึ้นในแต่ละทัพ หลังจากข้าชี้ให้เห็นถึงปัญหาแล้ว โอดินก็จะให้คำแนะนำ ทั้งหมดนี้อาจฟังดูน่าเบื่อ และไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับแอสการ์ดเลย ที่ต้องมีฝึกซ้อมใหญ่ทุกปี แต่เพราะอะไรก็ไม่แน่ไม่นอน ความสัมพันธ์ของเก้าอาณาจักร บางครั้งก็ลงรอย บางครั้งก็ไม่ ดังนั้นแอสการ์ดจึงต้องฝึกทหารให้เรียนรู้ และตื่นตัวอยู่เสมอ

            หัวสมองของข้าเหนื่อยล้าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ แต่ข้าก็ยังอ้อยอิ่งไปคนสุดท้ายเพราะต้องบอกเรื่องเมนากับโอดิน

            เจ้าควรไปพักได้แล้ว ลูกข้า โอดินบอก ขณะลุกจากเก้าอี้

            ข้ามีเรื่องต้องบอกท่านก่อน ข้าประสานมือสองข้างไว้ด้านหน้า

            ว่ามา

            ข้าเพิ่งรู้เมื่อเช้า เมนาตั้งครรภ์ได้เจ็ดอาทิตย์แล้ว ท่านพ่อ เมื่อข้าพูดจบ ข้าก็เห็นแววตายินดีของโอดิน แต่เนื่องจากเขาคือโอดิน เขาไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรมากมายนัก ไม่ว่าจะยินดีหรือเสียใจ

            ข้ายินดีกับเจ้าด้วย แอสการ์ดก็ยินดีเช่นกัน เจ้าควรติดต่อหาพี่ชาย เขาคงอยากจะ... อยู่ๆโอดินก็หยุดพูด เหมือนรู้สึกได้ถึงบางอย่าง

            ท่านพ่อ? ข้าเรียก

            ยักษ์น้ำแข็ง นั่นเป็นคำเดียวที่ออกจากปากโอดิน เขามองข้า แววตาหวาดระแวงครู่เดียวแล้วก็หายไป กลายเป็นความตกใจ อะไรที่ทำให้กษัตริย์แห่งแอสการ์ดตกใจได้? โลกิ เมนาอยู่ที่ไหน?

            ยักษ์น้ำแข็งและ เมนาอยู่ที่ไหน?แค่หนึ่งคำกับหนึ่งประโยคนี้ก็ทำให้ข้าขนลุก เรียกทหารรวมตัว! โลกิ ติดต่อเมนา เดี๋ยวนี้!” โอดินรีบรุดออกจากห้อง ข้าได้ยินเสียงเขาเรียกทหาร แล้วก็มีเสียงฝีเท้านับสิบกำลังวิ่งไป

            เมนา เมนา ได้ยินหรือเปล่า? ข้ารีบทำตามที่โอดินบอก ส่งกระแสจิตออกไป แต่ว่า... ไม่จริง! ข้าหานางไม่เจอ! ข้าเข้าไปในจิตใจของนางไม่ได้

            เมนา เจ้าอยู่ไหน ที่รัก ตอบข้าสิ ว่างเปล่า ข้ารับรู้ได้แต่เพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ข้าเย็นยะเยือกไปทั้งตัว ไม่เคยมีใครที่ข้าจะตามหาไม่เจอ ข้าได้ยินเสียงของทุกคนถ้าอยากได้ยิน ข้าตามหานางเจอเสมอ และมีกรณีเดียวเท่านั้น ที่ข้าแทรกแซงจิตใจคนที่ข้าต้องการไม่ได้ มีกรณีเดียว ที่ข้ารู้สึกเพียงความว่างเปล่ากลับมา จะเป็นอย่างนี้ก็ต่อเมื่อ คนๆนั้น...

            ตายไปแล้ว

           






Writer's Talk

อีก สี่ ตอน จะจบแล้วค่ะ ฉันไม่ค่อยเขียนอะไรเกินยี่สิบตอนเท่าไหร่ ฮ่าฮ่า 

ถ้าคิดถึงกัน ก็แวะไปอ่านเรื่องอื่นๆได้นะคะ ตอนนี้กำลังเขียนฟิคเชอร์ล็อคอยู่ค่ะ 


            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #196 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:58

    หน่านิ!!!!

    #196
    0
  2. #164 PCMulan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 16:12
    ลุ้นๆ เกิดอะไขึ้นเนี่ยยยย
    #164
    0
  3. #108 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:40
    โอ้ยยยลุ้นนน
    #108
    0
  4. #81 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:18
    ไม่นะๆๆๆๆ ไม่ตายหรอก
    #81
    0
  5. #32 Alonè misticismo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 08:38
    ไรท์ รีบมาต่อนะคะ เมนายังไม่ตายหรอก ยังไม่ตาย
    #32
    0
  6. #31 Onosaka Michiko (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 21:55
    ม่ายยยยย เมนายังไม่ตายเชื่อสิ!! ไรท์มาติเร็วๆนะคะิตอนนี้กำลังมัน!!
    #31
    0
  7. #30 13778 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 21:50
    ถึงจุดสำคัญแล้วสิ ต่อๆกำลังมัน
    #30
    0