(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 15 : To Asgard

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    11 ม.ค. 59

Always be mine

Chapter 15: To Asgard

 

            ฉันทำใจลำบาก ก่อนหน้านี้ฉันไม่อยากจะมาที่นี่เลยสักนิด แต่พอจะจากไป ก็เริ่มทำใจลำบาก มันนานมากแล้วที่ฉันไม่ได้มีครอบครัว ไม่ได้รับการยอมรับมากมายขนาดนี้ แต่สุดท้าย ฉันก็ต้องไปอยู่ดี และมันทำใจยากขึ้นเมื่อฉันได้เห็นว่าพวกเขายังเก็บห้องนอนฉันไว้เหมือนเดิมทุกอย่าง เสื้อผ้าสมัยเด็ก ไม้ตีเทนนิสของฉันที่วางพิงตู้ บอร์ดปฏิทินและงานที่ต้องทำ บอร์ดคนในดวงใจ ที่ยังมีรูปลีอาร์นาโด ดิคาปริโอติดอยู่ ทุกอย่างเหมือนเดิมจนฉันใจหาย ผ้าปูเตียงก็เป็นลายลูกเทนนิส ฉันเลิกเล่นเทนนิสตั้งแต่จบมหาวิทยาลัย และจริงๆที่เลือกเล่นก็เพราะมันดูดีเวลาอยู่ในใบประวัติ

            ตลอดคืนนั้น โลกิกับพ่อนั่งอยู่ข้างล่าง และพ่อฉันกำลังพยายามเอาชนะเขาด้วยเหล้า ฉันไม่อยากจะขัดศรัทธาด้วยการไปบอกว่าโลกิกินเท่าไหร่ก็ไม่เมา ฉันปล่อยให้พวกเขาคุยกันแบบผู้ชายๆ แม่ของฉันเข้านอนแต่หัววัน  ส่วนฉันก็นั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องนอนกับมาเจอรี่ เธอเล่าเรื่องชีวิตของเธอให้ฟัง หลากหลายเรื่องราวตั้งแต่ฉันจากไป ทำให้ฉันคิดว่า ถ้าฉันยังอยู่ที่นี่ ถ้าฉันปรับความเข้าใจและลงรอยกับทุกคนได้ ฉันกับมาเจอรี่คงเป็นพี่น้องที่สนิทกลมเกลียวกันทีเดียว แต่ฉันก็ย้อนเวลาไม่ได้แล้ว ฉันมีเวลาแค่คืนนี้ เก็บเกี่ยวความอบอุ่นจากบ้าน ก่อนฉันจะจากไปตลอดกาล

            ฉันไม่ได้บอกพวกเขาเรื่องอายุขัยของฉัน ฉันตัดสินใจที่จะไม่บอกว่า เมื่อพวกเขาแก่และตาย ฉันจะยังไม่แก่ ยังไม่ตาย ฉันบอกแค่ว่าจะแต่งงาน และย้ายไปอยู่แอสการ์ด พวกเขาก็แปลกใจกันมาก พ่อทำหน้าเหมือนไม่อยากให้ฉันไป แต่แม่บอกว่าจะเคารพการตัดสินใจของฉัน ขอแค่ฉันแวะมาเยี่ยมบ้าง มาเจอรีก็ตื่นเต้นมากและถามฉันทุกอย่างเกี่ยวกับโลกิ เธอติดตามข่าวทุกอย่างของอเวนเจอร์และหน่วยชิลด์ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นงานอดิเรกของเธอไปแล้ว

            ฉันคุยกับเธอจนเกือบสว่าง แล้วก็เผลอหลับโดยเอาศีรษะพิงขอบหน้าต่าง ก่อนจะหลับนั้น ฉันยังคิดเลยว่า ฉันนี่โง่แท้ โง่ที่ทิ้งครอบครัวตัวเอง โง่ที่ทนทุกข์ทรมานอยู่หลายปีกับความว่างเปล่า และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันรักโลกิมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เขาทำให้ฉันรู้ว่า ครอบครัวจะยังรอฉัน ให้อภัยฉันเสมอ เช่นเดียวกับที่ฉันทำให้เขาก้าวผ่านปัญหาครอบครัวไปได้ ฉันกอดเข่าทั้งสองข้าง เอนศีรษะ หลับสักงีบอย่างเป็นสุข

            สี่ชั่วโมงต่อมา ฉันตื่นเพราะมาเจอรี่เป็นคนปลุกให้ฉันไปอาบน้ำ วันนี้ฉันต้องเดินทางไปแอสการ์ดแล้ว และคงอยู่ที่นั่นอีกพักใหญ่ กว่าจะได้กลับมาเยี่ยมพวกเขาอีก แต่ฉันวางแผนในใจแล้วเรียบร้อยว่าจะต้องกลับมาแน่ ฉันอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อย เป็นชุดกระโปรง ฉันอยากดูดีหน่อยเวลาไปถึงแอสการ์ด แล้วฉันก็ลงไปข้างล่าง ได้กลิ่นอาหารเช้าลอยมาจากในครัว

            มานั่งสิ ลูก จะเอาอะไรดี เบคอน? ไข่ดาว? หรือซีเรียล? แม่ของฉันยืนอยู่หน้ากระทะ กำลังทอดไข่

            ไข่ดาวก็ได้ค่ะ แม่ ฉันตอบ แล้วก็เห็นโลกิกำลังทาเนยบนขนมปังปิ้งทุกแผ่น รู้จักทำตัวน่ารักช่วยงานบ้านเหมือนกันแฮะ ไม่อยากจะเชื่อ ภาพนี้ใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆนะ โยทันไฮม์ต้องอุ่นขึ้นแน่เลยวันนี้ พ่อล่ะคะ? ฉันเอ่ยถาม เมื่อไม่เห็นวี่แววของพ่อ

            ยังเมาอยู่เลยจ้ะ แม่ฉันตอบยิ้มๆ แล้วยื่นจานไข่ดาวให้ฉัน ก่อนจะหันไปหาโลกิ จริงๆแล้ว คุณดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เมาใช่ไหมคะ? แม่ฉันถามอย่างสงสัย

            ข้าไม่ใช่มนุษย์ นั่นเป็นแทนเหตุผลทุกอย่างได้

            กัปตันอเมริกาก็ดื่มเท่าไหร่ไม่เมาเหมือนกันค่ะ ฉันบอก การเผาผลาญเขาดีมาก

            แม่ฉันพยักหน้าอย่างสนใจ สักพักมาเจอรีก็เข้ามาร่วมวงอาหารเช้า เวลาผ่านไปพักใหญ่ พ่อก็เดินโซเซลงมา หน้าแดงแปร๊ด เอ่ยทักโลกิ แล้วกอดเขาอย่างสนิทสนม หัวเราะกันด้วย ไม่รู้ว่าเมื่อคืนคุยอะไรกันบ้าง แต่ท่าทางอาจจะถูกคอ เออ ก็แปลก โลกิถูกคอกับพ่อฉันได้ด้วย เขาคงอ่อนโยนมากขึ้นแล้วจริงๆ

            หลังอาหารเช้า ก็เป็นช่วงแห่งการร่ำลา แม่หลั่งน้ำตาเพราะฉันอีกครั้ง ฉันได้แต่ปลอบว่า อีกไม่นานฉันจะมาเยี่ยมอีก และฉันจะเฝ้าดูครอบครัวอยู่เสมอ ฉันมีแฮมดัล ผู้ดูแลประตูซึ่งสามารถมองเห็นทุกอย่าง ฉันจะไม่จากทุกคนไปไหนแน่ แต่สุดท้ายฉันก็อดหลั่งน้ำตาไม่ได้ แล้วฉันก็หลุดปากขอโทษเรื่อง มาร์คัส น้องชายของฉัน นั่นทำให้พ่อร้องไห้ มาเจอรี่ร้องไห้ ทุกคนกอดฉัน บอกฉันว่าฉันไม่ต้องโทษตัวเองอีกต่อไปแล้ว ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นบนบ่าของแม่ มีน้องสาวกอดอยู่ด้านหลัง และพ่อที่ตัวใหญ่สุดก็โอบพวกเราทั้งหมด

            อย่าลืมสัญญาล่ะ พ่อของฉันพูดกับโลกิ เขาพยักหน้า ทำสีหน้ามั่นใจ แววตาจริงจัง ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาสัญญาอะไร แต่จะเก็บไว้ถามทีหลัง แม่ฉันกอดโลกิด้วย มาเจอรีจับมือกับเขาพร้อมรอยยิ้ม

            แล้วฉันก็จากมา จากบ้านอีกครั้ง ฉันพาโลกิไปสวนสาธารณะกว้างๆ เพื่อเรียกแฮมดัลให้เปิดไบฟรอส ฉันไม่อยากให้เปิดไบฟรอสหน้าบ้าน เพราะจะทำให้เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็เกิดคำถามต่างๆนานาที่พ่อแม่ฉันคงขี้เกียจตอบ โลกิตะโกนขึ้นฟ้า เรียกแฮมดัล ฉันเดินไปประชิดตัวและโอบเขาไว้แน่นๆ แสงสีฟ้าทองส่องลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ราวกับแสงจากสวรรค์ ฉันกับโลกิถูกแสงนั้นดูดขึ้นด้วยความเร็วยิ่งกว่าเครื่องบินเจ็ต ยังไงฉันก็ไม่ชอบการเดินทางแบบนี้อยู่ดี เวียนหัวจะเป็นลม

            ยินดีต้อนรับสู่แอสการ์ด ฉันได้ยินเสียงแฮมดัล และรู้สึกว่าเท้าเหยียบบนพื้นที่มั่นคงอีกครั้ง

            แฮมดัล ฉันยิ้มบางๆ ยังจับตัวโลกิไว้เป็นที่พยุง บอกแล้วไง ฉันมึนหัว

            ดีใจที่เจอ เมนา ท่านเช่นกัน โลกิ แฮมดัลพูดอย่างสุภาพ ข้าเชื่อว่าตอนนี้ กษัตริย์โอดิน และธอร์กำลังรอท่านทั้งสองอยู่ในพระราชวัง พวกเขาส่งม้ามาให้ท่านทั้งสอง เตรียมรอรับอยู่แล้ว

            ม้าหรอ?!!! พูดเล่นน่า ให้ขี่ม้าไปเนี่ยนะ

            บัลธาซาร์!” โลกิพูดเหมือนจะดีใจ ทำให้ฉันหันไปมองว่าเขาเรียกใคร ปรากฏว่าไม่ใช่ ใครแต่เป็น มันบัลธาซาร์คือม้าตัวสีดำมะเมื่อม ขนแวววาว มีอานสีเขียวเข้มเหมือนชุดของโลกิอยู่ด้านบน แสดงว่าเป็นม้าของเขา มันกำลังดุนจมูกซุกไซ้เข้าไปที่ข้างแก้มของโลกิ ส่งเสียง ฮี้ ฮี้ เบาๆอย่างดีใจ แสดงว่ามันไม่ได้เจอเจ้านายมานานมากแล้ว

            เมนา มารู้จักบัลธาซาร์สิ เขาดึงมือฉันเข้าไปใกล้ม้า คือ ฉันไม่ก็ไม่ได้อะไรนะ แต่มันตัวใหญ่ แถมสีดำ ดูๆน่ากลัวๆยังไงไม่รู้ ดวงตาใหญ่ของมันก็มองฉันอย่างแปลกหน้า บัลธาซาร์ นี่เมนานะ คนที่ข้ารัก ทำดีกับนางด้วยนะ มันยังมองฉันอย่างไม่ไว้ใจ เมนา มาลูบมันสิ มันจะได้จำกลิ่น ฉันขยับเท้าเข้าไปหามัน กล้าๆกลัวๆ ฉันเคยแตะม้าที่ไหนเล่า!

            ไม่ต้องกลัว มันเหมือนข้านั่นแหละ เขาบอก โดยไม่รู้เลยว่าเพราะเหมือนเขา มันถึงน่ากลัว ฉันยื่นมือออกไปอย่างเก้ๆกังๆ มันก็เอาแต่จ้องฉันอย่างหยั่งเชิง เหมือนเจ้านายมันไม่มีผิด ดีนะตามันสีน้ำตาลไม่ใช่สีเขียว ฉันแตะบริเวณเหนือจมูกของมัน ขนสีดำลื่นนุ่มกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ทำให้ฉันนึกถึงเส้นผมของโลกิเลย ริมฝีปากของฉันเริ่มคลี่ยิ้ม แล้วฉันก็ลูบจมูกของมัน

            พาเรากลับวังนะ บัลธาซาร์ โลกิพูดกับม้า แล้วเขาก็โยนตัวขึ้นไปนั่งหลังมัน เอ่อ แล้วฉันล่ะ? ประเด็นคือ จะให้ฉันเดินไปหรอ ขึ้นมา เมนา เขาพูด แล้วใช้แขนข้างเดียวช้อนร่างฉันอย่างง่ายดาย ไม่น่าเชื่อว่ารูปร่างที่ไม่ได้ใหญ่บึกบึนอย่างเขา จะช้อนร่างผู้หญิงขึ้นหลังม้าได้ ตอนนี้ฉันนั่งพาดอยู่บนหลังบัลธาซาร์ อยู่หน้าโลกิ เมื่อมือทั้งสองข้างของเขาจับสายบังเหียน ฉันก็ถูกตรึงอยู่ตรงกลาง

            บัลธาซาร์พาเราออกจากบริเวณสะพานสายรุ้ง เข้าไปในตัวเมือง และเราก็เริ่มตกเป็นเป้าสายตา ผู้คนตามท้องถนนต่างมองมาที่เรา แต่ที่แปลกก็คือ พวกเขาน่าจะกลัวโลกิ หรือไม่ก็แสดงความรังเกียจทางสีหน้า แต่ทุกคนกลับยิ้ม ก้มศีรษะน้อยๆอย่างเคารพเขาในฐานะเจ้าชาย

            เอ่อ โลกิ ฟังอยู่ไหม? ฉันส่งเสียงในใจเรียกเขา

            ข้าฟังอยู่

          พวกเขา มองเรา แล้วยิ้ม ฉันบอก หน้าเริ่มร้อนผ่าวๆ ก็แหม ดูฉันสิ ฉันอยู่บนหลังม้ากับผู้ชายนะ มันเหมือนเจ้าหญิงดิสนีย์ยังไงไม่รู้ -////-

            วีรกรรมเจ้าคงแพร่สะพัดไปทั่วแอสการ์ดแล้ว

          วีรกรรมฉัน? วีรกรรมอะไร? ฉันหลบสายตาผู้คนบนถนนทันที มองแต่เสื้อของโลกิ

            ธานอส ถุงมือ เจ้าทำให้ข้ายอมคืนถุงมือ เจ้าทำให้ข้ากลายเป็นคนใช้ได้มากขึ้น เจ้าเป็นคนรักข้า เจ้าเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่เอาชนะใจข้าได้ ทั้งหมดนี้ วีรกรรมเจ้า หวานใจ

          โอ๊ยยยยยย ฉันหน้าแดง ยกมือกุมขมับ แล้วก็ได้ยินเสียงพ่นลมดังพรืดเหมือนหัวเราะเบาๆจากโลกิ ทำไมทางไปพระราชวังมันไกลจัง หรือบัลธาซาร์แกเดินชมนกชมไม้ทอดน่องเนี่ย ห๊ะ!

            ในที่สุดก็ถึงวัง ฉันเก้ๆกังๆมากตอนจะลงจากหลังม้า และต้องมีทหารนายหนึ่งมาช่วยพยุง ยิ่งทำให้หน้าอายเข้าไปใหญ่ ถ้าจะอยู่ที่นี่ ฉันต้องหัดขี่ม้าใช่ไหม? นี่มันยุคนิยายเจน ออสเตนชัดๆ ฉันย้อนเวลาไปอยู่สมัยนั้นหรือเปล่า? ทำไมมนุษย์ต่างดาวอย่างแอสการ์ด ไม่พัฒนาเทคโนโลยี จะได้ประดิษฐ์รถ อ้อ ลืมไป พวกเขาเน้นพัฒนาเวทมนตร์ เฮ้อ กุมขมับๆ  

            โลกิพาฉันไปที่ท้องพระโรง ซึ่งกษัตริย์โอดินและธอร์รออยู่ในนั้น ฉันเอ่ยทักโอดินก่อน และคุกเข่าลงตามแบบโลกิ จะว่าไป ฉันเคยเจอโอดินมาแล้วสองครั้ง และทั้งสองครั้ง ฉันไม่เคยคุกเข่าถวายคำนับอะไรเลย นี่ฉันดูเป็นคนหยาบคายหรือเปล่านี่? แต่ฉันว่า ฉันเคยถอนสายบัวให้อยู่ครั้งหนึ่งนะ ถ้าจำไม่ผิด

            ข้าได้ยิน ความดีความชอบของเจ้า โลกิ บุตรแห่งโอดิน กษัตริย์กล่าว และการเรียกโลกิแบบนั้น แอบทำฉันฟินเบาๆ เขายอมรับแล้ว เขายอมรับให้โลกิเป็นลูกอีกครั้ง

            หากท่านจะเรียกข้า บุตรแห่งลาฟฟี่ ข้าก็ยินดี โลกิบอก

            เจ้าเป็นลูกข้า และจะเป็นเสมอ โอดินลุกจากบัลลังก์ มองตรงมาที่เราสองคน เจ้าทำความดีความชอบ และพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเจ้าได้เปลี่ยนไป เจ้าช่วยเหลือผู้สูงส่งแห่งจักรวาลในการขัดขวางธานอสและถุงมืออินฟินิตี้กอนเลท และด้วยสติปัญญา เจ้าใช้ถุงมือเพื่อคืนชีพเหล่าผู้กล้าที่ตาย ด้วยความดีนี้ ข้า กษัตริย์โอดินแห่งแอสการ์ด ขอแต่งตั้งให้เจ้ากลับมาเป็น เจ้าชายแห่งแอสการ์ด และทำหน้าที่เช่นเดิม แต่ ถ้าหากเจ้า คิดหักหลัง ทรยศ และสร้างปัญหาอีกครั้งล่ะก็ จะไม่มีโอกาสที่สองสำหรับเจ้าอีก ข้าจะไม่เนรเทศเจ้า แต่จะขังเจ้าไว้ และไม่ให้เจ้าพบเมนาของเจ้าอีก

            ฉันชำเลืองมองโลกิทันที ได้แต่หวัง หวังอย่างสุดใจ ว่าตอนนี้เขาคือคนใหม่ และฉันได้เปลี่ยนเขาแล้วจริงๆ ใช่! มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เขาพิสูจน์ตัวเองแล้ว

            น้องข้า ธอร์เข้ามา พยุงโลกิกับฉันให้ลุกยืน ข้าดีใจเหลือเกิน ที่เจ้ากลับมา ธอร์กอดโลกิเร็วๆ แล้วหันมาหาฉัน เมนา โมเนตต้า ข้าเป็นหนี้เจ้าแล้ว ไม่รู้จะตอบแทนได้อย่างไร

            เป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งให้ข้ากับนางแล้วกัน โลกิไม่ได้มีแววพูดเล่นในน้ำเสียง

            หือ? ธอร์เลิกคิ้วมอง นี่จะบอกว่า เจ้าสองคน? ฉันหน้าแดงอีกแล้ว รู้สึกเหมือนหน้าร้อนจนจะทอดไข่ดาวได้เลย ท่านพ่อ แอสการ์ดกำลังมีข่าวดี ธอร์หันไปหาโอดินอย่างรวดเร็ว

            ข้าก็หวังให้เจ้าทำให้ทุกอย่างถูกต้องตามประเพณี โอดินบอก ข้าไม่พูด ไม่กล่าวถึง ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำผิดประเพณีอะไรไปบ้าง จนกว่าจะถึงวันงาน เจ้าสองคนต้องแยกห้องกัน ทำให้ถูกตามประเพณี เข้าใจไหม

 

            สมองฉันขาวโพลน ไม่คิดว่าทุกอย่างจะดำเนินไปเร็วอย่างนี้ ทันทีที่มาถึง ฉันก็ถูกจับแต่งงานโดยไม่ทันตั้งตัว คือ มันก็มีเวลาให้เตรียมตัวนั่นแหละ แต่ไม่คิดว่าหัวข้อจะถูกยกขึ้นมาทันที

            ตลอดหนึ่งสัปดาห์ ทั้งวังแอสการ์ดเต็มไปด้วยความรื่นเริง รวมถึงชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกก็เช่นกัน ตอนนี้ไม่ว่าฉันจะไปไหน จะต้องมีเด็กๆวิ่งมาหาฉัน เอาดอกไม้มาให้ ขอจับเส้นผมฉัน ฉันกลายเป็นคนดังไปแล้ว จริงๆฉันก็ไม่ได้ชอบเด็ก แบบว่า รำคาญเลยด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ทำหยาบคายใส่เด็กๆที่นี่ไม่ได้ ต้องเล่นไปตามน้ำ ฉันมีผู้ติดตามหนึ่งคน เป็นสาวใช้ในวังชาวแอสการ์ด ชื่อ อวาลอน เธอนอบน้อมถ่อมตน สดใส แต่ก็ซุ่มซ่าม เป็นบุคลิกที่ทำให้ฉันถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว ผมของเธอสีแดงหยิกๆฟูๆ ซึ่งเธอก็มัดรวบเป็นมวย แต่มันก็ชอบหลุดรุ่ยออกมาเคลียไหล่เป็นประจำ ไม่ว่าฉันจะไปไหน เธอก็จะตามฉันไป และฉันอยากได้อะไร เธอก็จะหามาให้ เธอแทบจะอาบน้ำให้ฉันด้วยซ้ำในวันแรกที่เธอมารับใช้ แต่ฉันก็บอกไปว่า ฉันอาบน้ำเองได้ เปลี่ยนเสื้อผ้าเองได้ด้วย แค่จัดเสื้อผ้าให้ฉันก็พอ

            ฉันเริ่มแต่งตัวแบบแอสการ์ด ทำทรงผมแบบชาวแอสการ์ด เรียนรู้ที่จะหัวเราะ และใช้ชีวิตตามวิถีที่ไม่มีเทคโนโลยีอย่างบนโลก ฉันไม่ค่อยมีโอกาสเจอโลกินัก เขาเริ่มกลับไปรับหน้าที่การงานเหมือนแต่ก่อนที่เขาจะก่อเรื่องให้ตัวเองถูกขังคุก ฉันเจอเขาแค่สองครั้งต่อวัน คือตอนเช้าบนโต๊ะอาหาร และตอนเย็นหลังจากเขากลับจากกรมทหาร เขาจะเดินมาส่งฉันที่ห้องนอนทุกวัน ยืนอ้อยอิ่ง จูบฉัน ถอนหายใจ และบอกจำนวนวันที่เหลืออยู่ ก่อนถึงงานแต่ง

            จาก เจ็ดวัน เหลือ หก ห้า สี่ สาม สอง และหนึ่ง พรุ่งนี้... ฉันจะต้องเดินเข้าพิธีในท้องพระโรง มีกษัตริย์โอดินเป็นพยานในการแต่งงานกิตติมศักดิ์ ฉันศึกษาพิธีการ และซ้อมพิธีกับโลกิแล้วเรียบร้อยก็จริง แต่ทั้งหมดนี่ทำให้ฉันประสาทนิดๆ อวาลอนนำตัวสาวใช้มาเพิ่มอีกหกคน เพื่อ ขัดสีฉวีวรรณคือแบบ ช้าไปแล้วล่ะ ที่จะมาขัดสีฉวีวรรณฉันก่อนเข้าหอ ในเมื่อฉันกับโลกิ ก็นะ... ละไว้ในฐานที่ทุกคนเข้าใจ แต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ขัดขืน ต้องอาบน้ำแร่แช่น้ำนม และก็ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย บ่นกระปอดกระแปดในใจ โลกิก็หัวเราะฉัน เพราะแม้จะทำงานหรือว่าฝึกทหารอยู่ เขาก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลาอันมีค่า มาฟังความคิดฉันได้ตลอด

            คงเห็นความคิดสะเปะสะปะของฉันเป็นเรื่องบังเทิง -*-

            คืนก่อนถึงวันงาน หลังจากฉันถูกขบวนการ ขัดสีฉวีวรรณจนอวาลอนรู้สึกพอใจแล้ว เธอก็นำชุดแต่งงานมาแขวนไว้ในห้อง ให้ฉันนอนดู อยากจะบอกเหลือเกินว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงจ๋าาาา ประเภทว่าเพ้อฝันกับงานแต่ง ฉันไม่ตื่นเต้นกับงานแต่งเพราะฉันอยากแต่ง ฉันตื่นเต้นเพราะพิธีการมันศักดิ์สิทธิ์ก็เท่านั้น แต่ชุดแต่งงานมันก็สวยจริงๆ สีขาวบริสุทธิ์ ผ้าพลิ้วไหว กระโปรงไม่ได้พองฟูน่ารำคาญเหมือนชุดบัลเลต์ ผ้าทิ้งตัวลงด้านล่าง เวลาใส่จะแนบลำตัวฉันอย่างพอดี จุดเดียวเท่านั้นที่กระโปรงน่าหวาดเสียว ก็คือมันทอดตัวยาวไปด้านหลัง ทำให้เวลาเดิน ฉันอาจสะดุดล้มก็ได้

            เมนา ได้ยินไหม? โลกิส่งเสียงเรียกฉัน

            ได้ยิน

          เจ้ากำลังทำอะไร

          ก็อ่านเอาสิ ฉันพูดอย่างกวนประสาท

            ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงอย่างเจ้า จะยืนชื่นชมชุดแต่งงานด้วย เขามีแววล้อเลียนในน้ำเสียง

            มีคนเอามาแขวนในห้อง ฉันก็ต้องดูน่ะสิ ฉันตอบอย่างไว้ตัว

            เมนา ทำเสียงแบบนั้นอีกแล้ว

            หือ? ฉันเดินจากบริเวณที่แขวนชุด แล้วกลับมาทิ้งตัวนอนบนเตียง คลี่ผ้าห่มออกคลุมจนถึงคาง รอคอยให้เขาตอบกลับมา

            นอนได้แล้ว  ฉันก็นึกว่าเขาจะพูดเรื่องสำคัญอะไรเสียอีก เงียบไปตั้งนาน

            มาเข้าฝันฉันทีสิ ก็ แหม ฉันคิดถึงเขา โอเค้? แล้วในฝันน่ะ มันไม่ผิดประเพณีนะ >,.<

            หลับสิ เขากระซิบเสียงนุ่ม

            ฉันหลับตา ฉันคงเป็นคนเดียวในจักรวาลที่อยากให้เทพแห่งความวิบัติมาเข้าฝัน คงเป็นคนเดียวในจักรวาลที่รู้สึกว่าการเจอเขาในฝันนั้นไม่ใช่ฝันร้าย และเป็นคนเดียวในจักรวาลด้วยที่อยากจะเป็นผู้หญิงของเขาตลอดไป ตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่สบตา การหลงเสน่ห์แต่แรกเห็น อาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีสำหรับความรัก แต่มันก็เป็นไปแล้ว ฉันรักเขา และอยากจะอยู่กับเขาเสมอ ไม่ว่าตื่นหรือหลับ 






Writer's Talk

เมื่อสองปีก่อน ฉันชอบโลกิมากๆเลยค่ะ ของใช้ทุกอย่างตอนนั้นต้องเป็นสีเขียวหมดเลย ทั้งที่ฉันไม่ได้ชอบสีเขียวนะ ฮ่าฮ่า

ตอนนี้ของใช้หลายอย่างก็ยังเป็นสีเขียวค่ะ เพราะฉันชอบ สลิธีริน กับ เดรโก มัลฟอย และ โวลเดอมอร์ ด้วย

ฉันมักจะชอบ "ตัวร้าย" ทุกทีเลย  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #195 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:49

    อ้าไรท์เคมีเดียวกันนี้!!!

    #195
    0
  2. #163 PCMulan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:26
    ช่วงแรกเมื่อพูดถึงครอบครัวเราแอบมีน้ำตาซึมด้วยค่ะ เป็นประเด็นที่อ่อนไหวมากๆสำหรับเรา ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ^^
    #163
    0
  3. #124 PongpangBkck (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:34
    ไรท์เตอออออออร์!!! รักสลิธีรินและเดรโกเหมือนกันเลยค่ะ!! โอ๊ยดีใจมากๆ เจอเพื่อนร่วมบ้านแร้ว555555555 แล้วยังชอบโลกิเหมือนกันด้วยนะเนี่ย สุดยอด5555555
    #124
    0
  4. #107 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:32
    ผญมักชอบผู้ชายแบดบอยค่ะ55555
    #107
    0
  5. #80 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:07
    น่ารักอ่ะ
    #80
    0
  6. #29 13778 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 21:47
    สเปคเดียวกันเลย เริ่มจากชอบความเป็นสลิธีริน ในที่สุดก็หลงรักเดรโก มัลฟอย และ เซเวอรัส รวมท่านลอร์ด

    แต่ก็ไม่พ้นโลกิอีกคน นี่ฉันชอบพวกงูๆทั้งหลายจริง
    #29
    0
  7. #28 Nuparty (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 21:31
    ชอบโวลเดอร์มอลเหมือนกันเลยค่ะไรท์^^
    #28
    0
  8. #27 Onosaka Michiko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 19:09
    ไม่ได้มาอ่านซักพัก...มาทีเจอฉากขอแต่งงาน อรั๊ย!!! ขอแต่งงานสไตล์โลกิ (?)
    นี่ๆส่งการ์ดเชิญเราด้วยสิ #มโนก่อนแพร๊บ
    สู้ๆนะคะไรต์ เป็นกำลังใจให้
    #27
    0