(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 13 : Solution

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    9 ม.ค. 59

Always be mine

Chapter 13: Solution

 

            ฉันรักสแตรทฟอร์ด อะพอน เอวอน นี่พูดเลย ฉันรักมันมากอย่างที่สุด ช่างเป็นสถานที่สงบ สวยงาม เหมือนอยู่ในเทพนิยาย ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการท่องเที่ยวและเดินทอดน่องตามถนน คือ ฉันก็กังวลเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกิและจักรวาลที่อยู่เหนือฉันขึ้นไปหลายพันไมล์ แต่ในเมื่อฉันยังมีชีวิตอยู่ที่นี่ ดังนั้น ฉันควรมีความสุขกับชีวิตแทนที่จะนั่งกังวลกับเรื่องที่ฉันไม่รู้ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ฉันบอกโลกิแล้วว่าฉันอยากไปด้วย ฉันอยากไปทุกที่ ที่เขาจะไป แต่เขาไม่ให้ฉันไป แล้วก็มาโอดครวญกับฉันทีหลัง ใช่! เขาส่งกระแสจิตมา ส่งแบบข้ามระยะทางไกลน่าดู ซึ่งมันก็น่าประหลาดใจที่ฉันได้ยินเสียงเขาและติดต่อกับเขาได้

            แต่นี่เขาเงียบไปพักใหญ่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

            ฉันเดินไปตามทาง และหยุดนั่งริมแม่น้ำเอวอน มองต้นไม้สูงใหญ่ กับสะพานหินทอดยาว จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ที่นี่คล้ายแอสการ์ด สวยงามอย่างมีมนต์ขลัง ทำให้ฉันหวนนึกถึงเวลาที่ได้อาศัยอยู่ที่นั่น ราวกับฝันที่แสนยาวนาน ฉันยกมือกอดอก สายลมพัดเฉื่อยฉิวผ่านหน้าและเส้นผมของฉัน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอเวนเจอร์ไม่ชนะ? เท่าที่ฉันได้ฟัง ธานอสคนนั้นมีพลังมหาศาลกว่าโลกิหลายเท่า งานนี้จะมีใครบาดเจ็บหรือตายไหม? ฉันตัวสั่นเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น มือสองข้างยกมาไขว้ไว้ข้างหน้า ฉันไม่เคยสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้ามานานแล้ว ครั้งสุดท้ายคือตอนที่ฉันทำร้ายน้องชายตัวเอง ฉันนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ไขว้นิ้วไว้ด้วยกัน สวดอ้อนวอนตลอดสามชั่วโมงที่ยาวนาน แต่พระเจ้าก็หักหลังฉัน และทำให้ฉันกลายเป็นคนบาป

            แต่ครั้งนี้ ฉันไม่รู้จะทำอะไรได้ นอกจากวอนขอให้ปกป้องทุกคน ปกป้องคนที่ฉันรัก คนเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ ฉันไม่มีเขา ไม่ได้แล้ว เราต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ขณะที่ทุกคนเกลียดฉัน เขารักฉัน ทุกคนเกลียดเขา ฉันรักเขา

            พระเจ้า หากท่านฟังอยู่ ช่วยปกป้องอเวนเจอร์ด้วย ให้พวกเขาปลอดภัยกลับมาทุกคน และดูแลโลกิ แห่งแอสการ์ด ฉันรู้ว่าเขาชั่วร้าย และอาจเป็นปีศาจในสายตาท่าน แต่เขาเปลี่ยนแปลงแล้ว ทุกคนย่อมได้รับโอกาสที่สอง ได้โปรดปกป้องเขา อย่าพรากเขาไปจากฉันเลย

          ฉันลืมตามองสายน้ำเบื้องล่าง ผ่อนลมหายใจ แล้วก็ลุกขึ้นยืน ฉันน่าจะไปที่ร้านกาแฟเสียหน่อย เพื่อซื้อกาแฟร้อนสักแก้ว แล้วก็เดินเล่นต่อ ฉันปัดเศษฝุ่นออกจากกางเกงแล้วก็ยกมือกอดอกอีกครั้งขณะเดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ

            ฉันรู้สึกแปลกๆโดยไม่มีสาเหตุ ขณะที่ฉันกำลังก้าวขาไปข้างหน้า เท้าฉันไม่อาจเหยียบพื้นได้ คิ้วของฉันมวดเข้าหากัน เริ่มจะตื่นตระหนก ตัวฉันลอยจากพื้น จริงๆนะ ฉันไม่ได้เพ้อไปเอง! ฉันกำลังลอยขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ ฉันร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น พยายามยึดกิ่งไม้ แต่ตัวฉันก็ยังลอย ภาพแม่น้ำ ทางเดินปูหิน และอาคารบ้านช่องที่เหมือนในโปสการ์ดเริ่มเลือนหาย ฉันกระพริบเร็วๆ ร่างหมุนเคว้งกลางอากาศ แสงสีมากมายเคลื่อนผ่านตัวไป ฉันกำลังเคลื่อนที่นั่นเอง เหมือนตอนเดินทางไปแอสการ์ดไม่มีผิด

            แล้วร่างฉันก็กระทบพื้น อาการวิงเวียนศีรษะเหมือนขึ้นรถไฟเหาะจู่โจมฉันทันที ร่างฉันทรุดลง ระหว่างที่กำลังปรับสายตาให้เข้าที่ เลิกหมุนเป็นวงกลม ฉันก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย เหมือนจะมีการต่อสู้เกิดขึ้น ฉันปรับสายตาเรียบร้อยก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ฉันกำลังอยู่ในวิหารสีขาว บัลลังก์ที่นั่งแปลกตา มันมีโครงกระดูกมนุษย์อยู่ข้างใต้ ให้ตายเถอะ! เกิดอะไรกับฉันเนี่ย ฉันอยู่ไหน?

            ฉันลุกขึ้นยืน วิ่งไปตามเสียงหนวกหูที่ได้ยิน แล้วฉันก็เห็นความชุลมุนวุ่นวาย อเวนเจอร์ครบทีม แต่ก็มีตัวประหลาดๆอยู่ด้วย ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง มีผู้ชายตัวใหญ่ร่างกายสีม่วงถูกมัดอยู่ ผู้ชาย หรือเอ่อ ไม่รู้สิ ร่างกายเขาแปลกๆ ดำๆเมื่อมๆหยุกหยุย เหมือนจะโปร่งแสง แล้วก็มีผู้ชายไว้หนวดยาวกว่าโทนี่ สตาร์คกับชุดคลุมที่เหมือนเคาท์แดร็คคูล่า เลยไปหน่อย ฉันก็เห็นโลกิ กำลังสู้!? อาฮะ สู้กับผู้ชายตัวแดง คนพวกนี้ใครกันเนี่ย? คนตัวแดงนั่นธานอสหรือเปล่า? ฉันควรยืนอยู่นี่ หรือเข้าไปดีล่ะ?

            เมนา? แล้วก็มีคนสังเกตเห็นฉัน กัปตันอเมริกาเรียกชื่อฉัน ทำให้ทุกคนหันขวับมามองพร้อมกัน ก็เสียงของเขาไม่ใช่เบาๆ

            เธอมาที่นี่ได้ไง? แบล็กวิโดว์มองฉันอย่างแปลกใจสุดขีด ฉันก็แปลกใจเหมือนกันแหละน่า แหม ฉันกำลังจะเดินไปซื้อกาแฟนะ ไม่ใช่มาท่องอวกาศ

            ไม่รู้ ฉันส่ายหน้าเร็วๆ

            คงเป็นเพราะเรนเดียร์ โทนี่ออกความเห็น

            โลกิหรอ? ฉันงงเข้าไปใหญ่ ตอนนี้โลกิหยุดสู้แล้ว และผู้ชายตัวแดงคนนั้นก็หยุด โลกิมองมาที่ฉัน เขาดูงุนงงไม่แตกต่างกับทุกคน

            นายคงบังเอิญคิดถึงล่ะสิ เธอถึงได้โผล่พรวดมาอยู่นี่ กัปตันอเมริกาหันไปพูดกับโลกิที่กำลังก้มลงมองมือของตนเอง ฉันสังเกตเห็นว่าเขาใส่ถุงมือสีเหลืองที่ฝังอัญมณี

            เดี๋ยวนะ อัญมณี? หรือว่านั่นมัน ฉันอ้าปากค้าง มองแต่ละคนเลิกลั่ก ใครก็ได้ ช่วยอธิบายที ขอสั้นๆได้ใจความด้วย ฉันร้อง รู้สึกประสาทๆ สติใกล้แตก

            ฉันอธิบายเอง ฉันเก่งเรื่องอธิบาย สไปเดอร์แมนพูดแทรก ขณะที่กัปตันอเมริกาทำท่าจะพูดกับฉัน คืออย่างนี้ เมนา แฟนเธอช่วยพวกเราทุกคนให้รอดตายด้วยการขโมยถุงมือจากธานอส ไอ้ตัวม่วงๆที่ถูกมัดอยู่นั่นคือไอ้เกรียนเจ้าของถุงมือ แต่ว่า หลังจากแฟนเธอได้ถุงมือ เขาดันไม่ยอมให้พวกเราเก็บถุงมือคืนมา และตั้งใจจะเก็บไว้เป็นของตัวเอง

            อะไรนะ!” ฉันถลึงตามองโลกิ นี่ตั้งใจจะทำอะไรไม่ทราบ? ตอบฉันนะ ฉันรู้ว่าคุณฟังอยู่ ฉันพูดในใจ

            ใจเย็นก่อน หวานใจ

          อย่ามา หวานใจกับฉัน! บอกเดี๋ยวนี้!!

          เฮ้อออ อีกแล้ว โทรจิตกันสองคนอีกแล้ว โทนี่กรอกตาไปมา แต่ฉันไม่สนใจ

            เอาถุงมือออก เดี๋ยวนี้เลย!! ฉันสั่งอย่างเฉียบขาด

            ยังไม่ได้

            หมายความว่าไง????? ฉันกัดริมฝีปาก ถลึงตาจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้าแล้ว

            คิดจะครองจักรวาลเลยสิคราวนี้ เรนเดียร์ โทนี่วิจารณ์ ฉันหันขวับมองโทนี่ อ้าปากกว้างกว่าเดิม หรือนั่นคือความตั้งใจของโลกิตั้งแต่แรกแล้ว แผนทุกอย่างของเขาก็เพื่อให้เขาได้ครอบครองถุงมือ!! โอ๊ย ให้ตาย ผู้ชายคนนี้ไม่ยอมทิ้งลายเลยจริงๆนะ ยังทำตัว สมเป็นเขาทุกหยาดหยดจริงๆ แล้วที่ลำบากสร้างความไว้วางใจแทบตาย นี่เพื่ออะไรยะ? กำลังจะกลายเป็นคนบ้า ฆ่าคนอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย???

            “น้องข้า ธอร์ก้าวออกมายืนประจันหน้ากับโลกิ เจ้าส่งถุงมือมาเถอะ จบเรื่องนี้ซะ

            ไม่ โลกิแสยะยิ้ม ข้ายังส่งให้ไม่ได้ จนกว่าจะได้ในสิ่งที่ข้าต้องการ

            แล้วอะไรล่ะ ที่เจ้าต้องการ ธอร์คำราม จักรวาลงั้นหรือ?

            โลกิไม่ตอบ เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเหมือนคิดวางแผนอะไรสักอย่างอยู่ในใจ นัยน์ตาสีเขียวเรืองวาบขณะมองมาทางฉัน อะไร? จะทำอะไรฉันอีกล่ะ? เท้าฉันก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ คือมันเป็นนิสัยฉันน่ะ ฉันมักจะก้าวถอยหลังเวลารู้สึกถึงอันตราย ถอยหลังหนึ่งก้าว ในรูปแบบเตรียมวิ่งหนี ฉันรักเขานะ เขาก็รักฉัน(คิดว่า คงจะอย่างนั้นแหละ อืม) แต่ฉันก็ยังไม่อาจวางใจได้อยู่ดี ความรัก กับ ความไว้ใจ บางทีในกรณีของฉันกับเขานี่ไปกันคนละเรื่องนะ

            ไม่ต้องกลัว ยืนนิ่งๆ เสียงเขาดังในความคิดฉัน แล้วฉันก็เลยยืนนิ่ง ความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นในร่างกายฉัน มีอะไรแปลกๆวิ่งขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้า จี๊ดไปทั้งตัว แต่เป็นความรู้สึกที่ช่างแสนพิเศษ อธิบายไม่ได้ แต่อุ่นสบาย สดใส เหมือนฉันเพิ่งได้คาเฟอีนจากกาแฟสักสิบแก้ว พลังล้นเหลือ ฉันไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับฉัน แต่หวังว่ามันจะไม่สร้างปัญหาอะไรหรอกนะ

            หือ? ผู้ชายที่ใส่ชุดเหมือนเคาท์แดรคคูล่า หรี่ตาลงมองฉัน

            เกิดอะไรขึ้นหรือ ดร.สแตรนจ์ ธอร์หันไปถาม แสดงว่าผู้ชายชุดแดรคคูล่าสีแดงแปร๊ดคนนี้คือดร.สแตรนจ์ผู้โด่งดังนี่เอง ฉันเคยได้ยินชื่อเขามาบ้างตอนอยู่แอสการ์ด แต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่

            มวลสารของเธอเปลี่ยนไป ดร.พูด

            โลกิ เจ้าทำอะไร? ธอร์หันไปหาโลกิ

            ข้าเปลี่ยนแปลงความจริงนิดหน่อย โลกิยิ้มกว้าง มันช่างดูไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย

            เธอมีอายุขัยเทียบเท่ากับชาวแอสการ์ดแล้ว และมีพลังทางกายเทียบเท่ากับแอสการ์เดี้ยนคนหนึ่ง ดร. อธิบาย โลกิเพิ่งใช้อัญมณีเปลี่ยนแปลงความจริงเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของเธอ จบคำพูดของดร. ฉันก็เห็นแบล็กวิโดว์กระพริบตาปริบๆ ขอบคุณที่ช่วยกระพริบตาแปลกใจแทนฉัน เพราะตอนนี้ฉันเบิกตากว้าง กระพริบแทบไม่ได้ กำลังอึ้งทึ่งสุดขีด

            ถ้านั่นคือสิ่งที่นายต้องการ ก็ได้ไปแล้วนะ ส่งถุงมือมา เรนเดียร์ จะได้ไม่ต้องนองเลือดกันอีกรอบ โทนี่บอก น้ำเสียงกวนประสาท

            ข้าอยากให้พวกเจ้าตายอีกสักรอบ เพื่อความสะใจส่วนตัว โลกิยักคิ้ว

            โลกิ พอได้แล้ว ธอร์เอ่ยปราม

            ทำไม ข้าต้องพอล่ะ? โลกิแสยะยิ้ม ตอนนี้จักรวาลอยู่ใต้เท้าข้าแล้ว บัลลังก์แห่งจักรวาลจะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว เดอะฮัคคำรามเสียงดังใส่โลกิ ฉันสังเกตเห็นว่าเขาสะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ อย่าเข้ามาเชียว ไอ้ยักษ์เขียว ข้าส่งเจ้าไปอยู่อีกฟากของจักรวาลได้สบายๆ

            น้องข้า ธอร์เรียกเขา ถ้าเจ้าไม่แคร์พวกเรา ทำไมเจ้าต้องใช้ถุงมือย้อนเวลา เพื่อคืนชีวิตให้ทุกคนด้วย เจ้าแค่กำลังถืออีโก้ต่างหาก

            เจ้าหมายความว่าไง? โลกิกัดฟันถาม

            สิ่งที่เจ้าต้องการที่สุด เจ้าได้ไปแล้ว นั่นคืออายุขัยที่ยืนยาวมากขึ้นของเมนา ตอนนี้เจ้าไม่รู้ว่าอยากได้อะไรอีกแล้ว จริงไหม?

            ผิดแล้ว พี่ข้า โลกิส่ายหน้า ข้ายังมีสิ่งที่อยากได้อีกเยอะมาก ข้าอยากให้โอดินตาย อยากให้แม่คืนชีพ และอยากให้เจ้าระเห็จไปอยู่สุดขอบจักรวาลพร้อมทั้งอเวนเจอร์ของเจ้า อยากฆ่ายักษ์น้ำแข็งให้หมดทุกตน

จากนั้นข้าจะเป็นราชาแห่งแอสการ์ด และเมนาเป็นราชินีของข้า

            นั่นน่ารักนะ ฉันหมายถึงประโยคสุดท้าย แต่ที่เหลือน่ะไม่น่ารักเท่าไหร่ ธอร์กำลังมองสบตาฉัน เหมือนจะขอให้ช่วยสนับสนุนอะไรบางอย่าง ตอนนี้ทุกคนต่างรู้กันว่าไม่อาจสู้โลกิได้ตราบใดที่เขายังใส่ถุงมือนั้น สู้ไปก็ตายเปล่า และโลกิอาจไม่ใจดีปลุกชีพให้เป็นครั้งที่สอง เรื่องที่เขาอุตส่าห์ย้อนเวลาเพื่อคืนชีพให้ทุกคนนั่นน่าทึ่งอยู่นะ ฉันไม่คาดคิดว่าเขาอย่างเขาจะทำ เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ที่เขายังทำตัวร้ายกาจอยู่นี่อาจเป็นอีโก้อย่างที่ธอร์ว่าก็ได้ เสือย่อมชอบไว้ลาย งูพิษย่อมไม่ยอมเชื่องง่ายๆ เขาไม่อยากกลายเป็นงูเขียวน่ะสิ

            ธอร์กำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากฉันจริงๆ นี่เขากำลังคิดว่าฉันเป็นแม่โลกิหรือไง? เอาละ ก็ได้ ฉันจะลองดู ยังไงฉันก็เป็นทนาย ลิ้นฉันก็เป็นเงินเหมือนกัน

            ฉันจะไม่เป็นราชินีคุณ ถ้าได้มาด้วยถุงมืองี่เง่านั่น ฉันเริ่ม ยกมือขึ้นกอดอก วางมาดเหมือนช่วงแรกๆที่เจอเขา พยายามดึงความมั่นใจในเวลานั้นออกมา คิดซะว่ายืนอยู่ในศาลและต่อรองกับฝ่ายตรงข้ามละกัน

            ข้าก็จะบังคับใจเจ้า ให้ยอมอยู่ดี เขาบอก ข้ามี Mind Gem ข้าควบคุมจิตใจได้ทุกคน

            ถ้าอย่างนั้น... ฉันเดินตรงเข้าไป ทีละก้าว คุณจะไม่มีวันได้หัวใจฉันจริงๆเลย นี่ฉันใจดีนะ อุตส่าห์ยอมสื่อสารทางจิต เพื่อรักษาหน้าเขา เผื่อบางทีอาจจะมีประโยคน่าอายๆหลุดออกมา

            สุดท้าย เจ้าก็ต้องยอมอยู่เคียงข้างข้าอยู่ดี เจ้าทนห่างข้าไม่ได้หรอก เขาเถียงอย่างดื้อรั้น

            ธอร์ ฉันถามอะไรหน่อยสิ ฉันเดินเข้าไปหาธอร์ ขวักมือให้เขาก้มหน้าลงมา แล้วกระซิบกับเขาเบาๆ โอดินยินดีต้อนรับเขากลับแอสการ์ดในฐานะลูกชายไหม? ให้เขาเป็นเจ้าชายแห่งแอสการ์ดไหม?

            ถ้าเขาบอกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของเขาในวันนี้ เขาย่อมได้สิทธิ์นั้นจากพ่อข้า ยังไงท่านพ่อก็เลี้ยงดูเขามา ธอร์กระซิบตอบ เสียงแผ่วเบามาก และเนื่องจากนี่เป็นการกระซิบกันเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน เราสองคนจึงอยู่ใกล้กันมาก อย่างมากที่สุด

            อีกข้อนะ ไอ้เรื่องอายุขัยเนี่ย เอ่อ ถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ โลกิอายุประมาณเท่าไหร่? ฉันอยากรู้น่ะ จะได้รู้ไว้ว่ากำลังรับมือกับคนอายุช่วงไหน มันมีหลักจิตวิทยาจัดการสำหรับช่วงอายุที่ต่างกันนะ

            เอ่อ ข้าคิดว่า น่าจะประมาณ ธอร์ทำหน้าเหมือนกำลังคิดเลข สิบเจ็ดหรือไม่ก็สิบแปด อายุเขาห่างจากข้าพอดู น่าจะประมาณนั้น

            วัยรุ่น!!! นี่แฟนฉันเป็นวัยรุ่นปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมหรอเนี่ย? ขอพาราสองเม็ดนะหลังเสร็จงานนี้ ไม่น่าล่ะ เขาเป็นเด็กมีปัญหา หนีออกจากบ้านนี่เอง ปัดโธ่เอ๊ย ฉันไม่ค่อยมีลูกความอายุเท่านี้ด้วยสิ ฉันชอบดูแลคดีหย่าร้าง แต่ก็เจอเด็กบ้านแตกมาหลายคน

            โลกิ ฟังอยู่ไหม? ฉันเรียกเขา ขยับตัวออกห่างธอร์และเดินเข้าไปหาโลกิ

            เจ้าวางแผนอะไรกับพี่ข้า?

            ใครก็ได้ มีพลังพิลึกๆน่ะ ช่วยให้ฉันได้ยินเสียงโทรจิตสองคนนี้ได้ไหม? โทนี่พูดอย่างอดรนทนไม่ไหว

            นั่นสิ เห็นด้วยเลย สไปเดอร์แมนพูด ตอนนี้เขานั่งอยู่กับพื้นอย่างสบายอารมณ์ ทำท่าเหมือนกำลังดูหนังชีวิตเรื่องหนึ่ง หนังจะสนุกได้ไง ถ้าคนดูไม่ได้ยินเสียงพูดเนี่ย นั่นไงว่าแล้ว หมอนี่กำลังคิดว่าดูหนังอยู่

            หุบปากเถอะ เดอะฮัคคำราม ไม่อยากถูกรบกวนสมาธิ รายนี้ก็นั่งดูเหมือนกัน คงจะเมื่อย นี่ทุกคนเห็นว่าฉันกำลังเล่นหนังให้ดูใช่ไหม แม้กระทั่งพวกตัวประหลาดๆที่ฉันไม่รู้จักก็ด้วย ตัวหยุกหยุยกับตัวสีแดงน่ะ ก็เหมือนจะยืนดูเฉยๆ ไม่คิดจะทำอะไรแล้ว

            ไม่ได้วางแผนอะไร ฉันตอบคำถามของโลกิ พยายามไม่ใส่ใจว่ามีคนจำนวนหนึ่งกำลังลุ้นกับฉันอยู่

          ข้าไม่เชื่อ เขาส่ายหน้า

            เรากลับบ้านกันเถอะ ฉันใช้ไม้อ่อน เด็กมีปัญหาแบบนี้ ต้องใช้ไม้อ่อน กลับบ้านกันเถอะนะ ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป คุณไม่ต้องพยายามเอาชนะใครอีกแล้ว เพื่อให้รู้สึกว่าคุณเป็นคนสำคัญ ไม่ต้องสู้อีกแล้ว ไม่ต้องครองจักรวาล มันกว้างใหญ่เกินไป ใหญ่จนน่าเหงา คุณจะอยู่ได้ยังไง ในที่กว้างใหญ่แบบนั้น

            ฉันเดินเข้าไปจนถึงตัวเขา ยกมือขึ้นจับแก้มของเขาและลูบไล้เบาๆ เขาผ่อนลมหายใจใส่ฝ่ามือของฉัน และแล้ว ฉันก็เข้าใจ เข้าใจทั้งหมดทั้งมวลที่เขารู้สึก เหตุผลทั้งหมดที่เขามี ตั้งแต่ครั้งแรกเริ่มที่ฆ่าลาฟฟี่ พ่อของตนเอง ยักษ์น้ำแข็งคือตราบาปในชีวิตเขา เขาถูกเลี้ยงดูว่าวันหนึ่งเขาอาจจะได้เป็นราชา แต่ความจริงก็ตบหน้าเขาอย่างจัง เขาเป็นราชาแห่งแอสการ์ดไม่ได้ เพราะเป็นยักษ์น้ำแข็ง โอดินไม่มีวันยอมให้เขาเป็นราชา เขาทั้งโกรธ อิจฉาริษยาพี่ชาย ผิดหวัง แค้นเคือง เขาก็เลยวางแผน หัวสมองเขาถนัดแต่เรื่องวางแผน เป็นเรื่องเดียวที่เขาทำได้ดี

            เขาฆ่าลาฟฟี่ และจะทำลายเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็ง เพราะต้องกำจัดมลทินในตัวให้หมดไป เขาอยากเป็นแอสการ์ดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ อยากได้ความนับถือ ความเคารพบูชา ความรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจจากทุกคน เขาฆ่าลาฟฟี่ต่อหน้าฟริกกา เพื่อให้เธอเชื่อใจเขา ฟริกกาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เพราะเธอรักเขา เป็นคนเดียวเท่านั้นที่เขาจะไม่มีวันทำร้าย และเมื่อเธอตาย หัวใจของเขาหวิ่งแหว่งอีกครั้ง

            เขาบุกโลก ก็เพราะต้องการทำร้ายจิตใจพี่ชาย เขาได้แต่คิดว่า ถ้าไม่มีธอร์สักคน เขาก็จะเป็นราชาได้ เขาบุกโลก เพราะอยากปกครองมัน อยากได้ความนับหน้าถือตา ความเกรงขาม จากมนุษย์ อยากได้สถานที่ที่จะเป็นของเขาโดยแท้จริง แต่เขาก็พลาดอีก

            ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกจับกลับแอสการ์ด ถูกขัง ถูกรังเกียจเดียดฉันท์โดยพ่อที่เลี้ยงเขามา เขาไม่เหลืออะไร นอกจากโกรธ แค้น เกลียด จนกระทั่งเขาเจอฉัน ฉันที่หลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ฉันทำให้เขารู้สึกมีความหมายอีกครั้ง ฉันนี่เอง คือกุญแจแก้ปัญหาของเขาได้

            ฉันรักคุณ ฉันกระซิบเสียงแผ่ว น้ำตาหยาดไหลลงมาที่แก้ม คุณไม่ต้องหาความรัก หาสถานที่ที่จะเป็นของคุณอีกแล้ว คุณจะได้จากฉันทั้งหมด รัก เชื่อใจ เกรงขาม เคารพนับถือ ฉันเป็นของคุณ คุณเป็นของฉัน ไม่ต้องมีอะไรอีกแล้ว ไม่ต้องแล้ว ฉันจะอยู่กับคุณจนตายจาก

            เขาผ่อนลมหายใจใส่ฝ่ามือของฉันอีก เป็นลมหายใจที่ค่อนข้างผ่อนคลาย เขาหลับตาลงเหมือนกำลังซึมซับไออุ่นจากมือของฉันไปสู่แก้มของเขา

            อย่าไปจากข้าเด็ดขาด เขาสั่ง

            ไปก็โง่สิ เป็นเจ้าหญิงแอสการ์ด สบายจะตาย ฉันยักไหล่น้อยๆ

            ขอถุงมือให้ฉันได้ไหม? ฉันขยับมืออีกข้างไปหามือของเขา โลกิไม่ได้ขัดขืนอะไร ปล่อยให้ฉันถอดถุงมือเจ้าปัญหาออกจากเขาอย่างนิ่มนวล






Writer's Talk

อย่างที่เคยบอกไปค่ะ เรื่องนี้ฉันเขียนไว้ 2 ปี แล้ว แต่เพิ่งอยากเอามาลง

เมื่อฉันกลับมาอ่านอีกรอบ ฉันก็รู้สึกว่า "เมื่อสองปีก่อน ฉันเป็นคนน้ำเน่า ขนาดนี้เลยหรือนี่" 

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #209 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:42
    เชื่องมาก 5555555
    #209
    0
  2. #193 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:29

    ไม่ได้โกหกอีกใช่มั้ย?

    #193
    0
  3. #161 PCMulan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:56
    น่ารักมาๆเลยค่ะ
    #161
    0
  4. #122 PongpangBkck (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:11
    โอ๊ยน่ารักมากกกกอ่ฟวใแรไนดาำเ ใจบางเด้อ แงงงง ;///////;
    #122
    0
  5. #105 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:06
    โอ้ยยยยย เขินเด้อออ
    #105
    0
  6. #78 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 14:35
    เพราะรักเมนาสินะ
    #78
    0
  7. #62 Lukpare Klinsub (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 19:45
    หนูว่าไม่น้ำเน่านะคะ อ่านแล้วรู้สึกลึกซึ้งกินใจดีออก บรรยายได้ดี ชอบค่ะ^w^
    #62
    0
  8. #23 Alonè misticismo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 09:34
    เชื่อ เมนาคนเดียวสินะ อีโก้สูงสะจริง
    #23
    0