(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 11 : Taste

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    5 ม.ค. 59

Always be mine

Chapter 11: Taste

 

            ฉันลืมตา เห็นแสงอ่อนๆสีเหลืองที่ส่องเข้ามา คงเป็นแดดยามเช้า ฉันไม่รู้ว่าฉันหลับไปนานแค่ไหน และเกิดอะไรขึ้นบ้างขณะที่ฉันหลับอยู่ ฉันค่อยๆขยับลุกขึ้นนั่ง มึนหัวอย่างที่สุด จากนั้นก็มองไปรอบห้อง ฉันอยู่ในห้องพยาบาล แต่จะเป็นโรงพยาบาลไหน ฉันเองก็ไม่รู้ ฉันกำลังจะควานหาน้ำดื่มตอนที่มือไปสะดุดเข้ากับแขนของใครคนหนึ่ง ฉันหันไปมอง โลกินั่นเอง เขาฟุบหน้าอยู่กับเตียง กำลังหลับสนิท ฉันสับสน ทำไมเขาอยู่ที่นี่ เขาควรจะไปกับอะมอราของเขาแล้วสิ

            กลัว! ฉันรู้สึกกลัวจับใจขึ้นมาอีก หลังจากที่เลิกกลัวเขาไปพักใหญ่แล้ว แต่ครั้งนี้ฉันกลัวมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ฉันขยับลงจากเตียง อยากอยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด มันเจ็บปวดเกินไป ทุกอย่างที่ฉันเห็นและได้ยินระหว่างหลับ ทำให้เกิดหลุมดำใหญ่ๆกลางหน้าอกฉัน เป็นหลุมดำที่มืดมิดเศร้าหมองพอๆกับตอนที่ฉันเผลอฆ่าน้องชายตัวเอง พอๆกับตอนที่ฉันเลือกเดินจากบ้านและไม่เหลียวกลับไปมองอีก ฉันเจ็บปวดทุกก้าวที่ย่างเดิน ฉันกลัว กลัวว่าจะต้องเจ็บอีก และกลัวที่จะเชื่อใจเขา

            เขาขยับท่อนแขนที่ใช้วางรองศีรษะแล้วก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเขียวปรือๆเพราะเพิ่งตื่นนอน ใบหน้าแสดงถึงความอ่อนล้า

            เจ้ายังไม่ควรลุกจากเตียง เขาบอก

            ออกไป ฉันพูดเสียงแผ่วเบา

            อะไรนะ? โลกิกระพริบตา

            ออกไป ฉันพูดซ้ำอีกครั้ง

            เมนา เขาพูดด้วยเสียงที่อยากจะอธิบาย ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมเตียงตรงเข้ามา

            อย่า! อย่าเข้ามานะ ไอ้คนโกหก!” ฉันขยับถอยหลังจนชิดกำแพง ดวงตาร้อนผ่าว และมีน้ำตาคลอเบ้า ถอยไป อย่าเข้ามา อย่าแตะต้องตัวฉันอีก ฉันก็แค่โสเภณีมนุษย์นี่ แค่เครื่องมือ ฉันมันนังหน้าโง่ ฉันควบคุมน้ำตาไม่ได้ มันไหลพรากราวกับเขื่อนแตก ฆ่าฉันเลยสิ ใช้ประโยชน์จากฉันหมดแล้วนี่ ฆ่าฉันสิ ฆ่าฉันเลย!” ฉันตะโกนเสียงดังลั่น หอบหายใจถี่เร็ว ยังรู้สึกเจ็บแน่นที่หน้าอก บริเวณที่อะมอราทำร้ายฉัน

            เมนา ฟังข้า เขาขยับเข้ามาใกล้อีก ฉันกำลังจะเดินหนี แต่รู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างสิ้นเชิง เหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ทำไมฉันอ่อนแรงมากขนาดนี้ ขาแทบยืนไม่อยู่ ฉันต้องยกมือข้างหนึ่งดันกำแพงเป็นที่พยุง

            เมนา กลับไปนอนที่เตียงก่อน โลกิขยับเข้ามาจะช่วยฉัน

            อย่า!” ฉันไม่อยากให้เขาแตะตัวฉัน ไม่อยากได้ยินคำลวงอะไรอีก ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ!” นั่นเป็นคำโกหกคำโต เธออยากกอดเขา เธอโหยหามัน แต่ก็โกรธและเสียใจเกินกว่าจะทำได้

            เจ้าต้องฟังข้าอธิบาย

            ฉันยกมือปิดหู ล้มตัวลงนั่งงอเข่าพิงกำแพง หลบหน้าจากเขา ฉันรู้สึกตัวหดเล็กลงเหมือนเป็นแค่เด็กตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวปีศาจจากในตู้เสื้อผ้า โลกิเดินเข้ามาและอุ้มฉันขึ้นทั้งตัวอย่างง่ายดายราวกับฉันเป็นปุยนุ่นและเขาแทบไม่จำเป็นต้องออกแรง ฉันไม่มีแรงจะดิ้น ไม่มีแรงจะทำอะไรเลย ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากๆอยู่อย่างนั้น เขาวางฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ฉันขวานหาผ้าห่มยกขึ้นคลุมทั้งตัว หลบอยู่ในนั้น

            เจ้ากำลังเข้าใจข้าผิดอย่างมหันต์ โลกิพูด

            ออกไป!” ฉันตะโกนเสียงแหลมและสั่นน้อยๆจากแรงสะอื้น ฉันไม่ฟัง ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้ คุณมันชั่วร้าย อย่าแตะต้องฉันอีก ฉันกำผ้าห่มแน่นในมือ รู้สึกเจ็บปวดเหลือจะกล่าว

            หันมาฟังข้า เมนา อย่าให้ข้าโมโห!” โลกิดึงผ้าห่มออกจากตัวฉันอย่างแรง และกระชากให้ฉันนอนหงาย เผชิญหน้ากับเขา ฉันพยายามจะดิ้น พยายามใช้แรงที่มีขยับข้อมือให้หลุด แต่เขาแรงเยอะกว่าและจับแน่นเหมือนคีมหนีบ ฉันเริ่มเจ็บบริเวณข้อมือที่เขาบีบแน่น

            ปล่อย! อย่าจับฉัน!” ฉันกรีดร้อง พยายามดิ้น เริ่มใช้ขาถีบเขาที่กลางลำตัว ทำให้เขาปล่อยแขนฉันแล้วมาจับขาแทน เขาลากตัวฉันเข้าไปให้ตัวเขาอยู่ระหว่างขาฉัน จากนั้นก็ขึ้นคร่อมร่างฉัน กดตัวฉันให้นอนราบ ล็อคแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ฉันรู้สึกหมดทางสู้โดยสิ้นเชิง นี่ฉันจะต้องเป็นทาสเขาไปตลอดหรือไง จะทนอย่างนี้ไปจนกว่าเขาจะพอใจหรือ?

            เขามองหน้าฉัน ดวงตาสีเขียวจ้องฉัน มีแววกังวลอยู่ในนั้น เขาจะกังวลอะไรอีกล่ะ? เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วนี่ เขาได้ออกจากคุกแอสการ์ด เป็นอิสระ และตอนนี้จะทำอะไรก็ทำได้อย่างที่ต้องการ จะบุกโลกอีกไหมล่ะ? เอาเลยสิ ฆ่าพวกเราให้หมดเลย นั่นเป็นสิ่งที่เขาอยากทำนี่ ฉันโง่เอง โง่มาตั้งแต่ต้น นี่จะเป็นเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดที่สุดในชีวิต พลาดที่หลงเชื่อเทพแห่งการโกหก และดันรักเขาเสียด้วย!

            เจ้ากำลังเข้าใจผิด เขาพูดกับฉันในความคิด

            ออกไปจากหัวฉัน อย่ามาอ่านความคิดฉันอีก คุณไม่มีสิทธิ์!” ฉันพูดเสียงกระด้าง ยังพยายามที่จะดิ้นออกจากการเกาะกุม แต่เขากดน้ำหนักลงมา ทำให้ฉันเจ็บและดิ้นไม่ได้

            ข้าไม่ได้ทรยศเจ้า เมนา!” เขาพูดเสียงดัง จนแทบจะเป็นตะโกน

            ฉันไม่เชื่อ ฉันเห็นอะไรมามากพอแล้ว คุณพูดว่าไงนะ... ฉันหยุดหายใจ อ้อ ใช่ ฉันมันนังหน้าโง่ แล้วคุณทำอะไรอีกล่ะกับอะมอร่าของคุณ ยอดรักของคุณ ราชินีของคุณ ฉันเห็นหมดแล้ว เซ็กส์กับฉันก็เหมือนเซ็กส์เด็กๆสินะ มันไม่ถึงใจเหมือนราชินีของคุณหรอก คงชอบผู้หญิงผมบลอนด์งั้นสิ หล่อนก็บลอนด์ ฉันก็บลอนด์ เหอะ! ฉันนี่โง่จริงๆเลย ออกไป! ออกไปจากชีวิตฉัน!”

            ก่อนที่โลกิจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องพยาบาลของฉันก็เปิด ฉันมองลอดใต้วงแขนเขาออกไป และเห็นสตีฟ โรเจอร์ยกถาดอาหารเข้ามา ชายหนุ่มหน้าแดงเมื่อเห็นฉันกับโลกิอยู่บนเตียงในสภาพที่เขาคร่อมฉัน

            ให้เธอกินอาหาร และกินยาด้วยนะ สตีฟพูดเร็วๆ รีบวางอาหารไว้ที่โต๊ะ

            สตีฟ!” ฉันเรียก พยายามจะขอความช่วยเหลือ

            ออกไปได้แล้ว นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของข้ากับนาง โลกิพูดเสียงเข้ม

            อย่าลืมให้เธอกินยาแล้วกัน สตีฟพูด ทำหน้าลังเลว่าควรช่วยฉันหรือไม่ แต่เมื่อเขาหันไปมองสีหน้าโลกิ เขาก็ทำหน้าเหมือน เรื่องผัวเมีย สตีฟจะไม่ยุ่งแล้วเขาก็ออกไปพร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ

            คิดว่าจะมีใครช่วยเจ้าได้หรือ? โลกิหันมาพูดกับฉัน ทุกคนรู้ว่าข้ากับเจ้าเป็นอะไรกัน และตอนนี้ความรู้ข้าก็เป็นความหวังเดียวที่จะช่วยโลกใบนี้ให้รอด พวกเขาไม่วุ่นวายกับข้าแน่นอน ไม่ว่าข้าจะทำอะไรกับเจ้า ดวงตาของเขาแลดูอันตราย และฉันไม่เข้าใจว่า ความรู้ที่จะช่วยโลกให้รอดที่เขาพูดถึงหมายความว่ายังไง

            จะเอาอะไรจากฉันอีก คุณได้ไปทุกอย่างแล้ว ปล่อยฉันซะที!” ฉันร้อง

            ข้ารักเจ้า ข้าเคยบอกไปแล้ว ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง? โลกิพูดอย่างอ่อนใจ เขาปล่อยมือทั้งสองข้างของฉัน เลื่อนมือมาทาบอยู่บนลำคอ ฉันรู้สึกอุ่นวาบและมีน้ำหนักถ่วง สร้อยเส้นเล็กบอบบางที่เขาให้ฉันเมื่อคืนกลับมาอยู่บนลำคอของฉันอีกครั้ง

            ฉันไม่เชื่อ!” ฉันพูดอย่างดื้อรั้น และกระทำการที่อาจทำให้ความโกรธเขาปะทุ ฉันกระชากสร้อยเส้นนั้นอย่างแรงด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ฉันมี ที่ฉันกอบกู้มาได้ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเสียใจและผิดหวัง ฉันกระชากมันจนขาด ดวงตาของฉันมองเขาอย่างท้าทาย แข็งกร้าว ฉันจะไม่ยอม! และไม่สนว่านั่นเป็นของดูต่างหน้าแม่ของเขา ในเมื่อเขาทำฉันเจ็บ ฉันก็ทำได้เหมือนกัน

            “เจ้า! นังมนุษย์!” นานแล้วที่เขาไม่ได้ใช้ ‘You mewling quim’ เรียกฉัน เจ้าบังอาจ!”

            ใช่ ฉันบังอาจ ฉันตวาดเสียงดัง

            ได้! ในเมื่อเจ้าไม่ฟังที่ข้าจะพูด ข้าก็จะไม่พูด!” แววตาสีเขียววาววาบด้วยความโกรธ เขาจับข้อมือสองข้างของฉันไว้ด้านบน มืออีกข้างกระชากเสื้อฉันขาดเป็นริ้ว ฉันพยายามดิ้น แต่เขากดน้ำหนักลงมา เรี่ยวแรงมหาศาลเหนือมนุษย์ ทำให้ฉันขยับไม่ได้เลย เขาใช้ผ้าจากเสื้อของฉันมามัดมือของฉันเอาไว้ ฉันกรีดร้อง ขัดขืน ก่นด่า น้ำตาไหลพราก ฉันรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น รู้ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร และฉันไม่อยากยอม ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ฉันกัดริมฝีปาก รู้สึกสิ้นหวัง และกำลังส่งสายตาขอร้อง ที่เขาไม่คิดจะใส่ใจ

            โลกิดึงกางเกงของฉันลงอย่างแรง ตอนนี้ฉันเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา และครั้งนี้ไม่ใช่ด้วยความเต็มใจ และเขาก็ไม่ได้ทำด้วยความรักหรืออ่อนโยนเหมือนอย่างครั้งก่อน เขาโกรธ ต้องการเอาชนะ และย้ำให้ฉันรู้ว่าฉันเป็นทาส เป็นแค่ทาสที่เขาจะทำอะไรก็ได้ น้ำตาฉันไหลอาบแก้ม ฉันนอนตัวแข็งทื่อ ในเมื่อเขาอยากทำ ได้! ฉันจะปล่อยให้ทำ แต่ฉันจะไม่สนองตอบอะไรทั้งนั้น

            เขาก้มหน้าลงเหนือตัวฉัน ใช้ลิ้นซุกไซ้ไปบนซอกคอ ไล่ไปจนใบหูที่เคยทำฉันจั๊กจี้หัวเราะคิกคัก เขาขบใบหูฉันเบาๆอย่างหยอกเย้า พยายามให้ฉันสนองตอบ แต่ฉันนิ่งอยู่เช่นนั้น เขาไม่ยอมแพ้ พยายามกระตุ้นให้ฉันรู้สึก ใช่ ฉันรู้สึก ฉันยังเป็นคน แต่ฉันเจ็บปวดเกินไปที่จะเกิดความรู้สึกหฤหรรษ์ ในหัวฉันมีแต่ภาพเขาอยู่กับอะมอร่า และมันก็ทำให้ฉันร้องไห้ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ในหูฉันได้ยินแต่คำพูดร้ายกาจของเขาและอะมอร่า มันเป็นฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนฉันไป

            ริมฝีปากเขาไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องและสะดือของฉัน  ฉันหันขวับมองเขา และเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย เขากำลังใช้วิธีสุดท้ายเพื่อกระตุ้นฉัน 

            อย่า!” ฉันร้อง ปิดบังความอ้อนวอนในน้ำเสียงไว้ไม่ได้

            ทำไมล่ะ เมนา? เสียงของเขาเย็นชา เจ้าหลงใหลข้าไม่ใช่หรือ?

            ฉันขอโทษ ขอโทษเรื่องสร้อย ได้โปรด ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอโทษ ฉันพูดทั้งน้ำตา

            ข้าบอกเจ้า ให้ฟังข้า! ฟังข้าอธิบาย แต่เจ้าก็ดื้อนัก ดื้อด้านอย่างที่สุด เจ้าได้ทำสิ่งที่ข้าไม่อาจอภัยไปแล้ว เจ้าทำลายของล้ำค่าที่สุดในชีวิตข้า เขาพูดอย่างโกรธจริงๆ ฉันกำลังจะถูกทำโทษด้วยโทสะของเขา ภูมิใจเถอะ มนุษย์ ข้าไม่เคยทำโทษใครด้วยวิธีนี้หรอก ข้าสงวนไว้ให้เจ้าคนเดียว

            ฉันเกลียดคุณ ฉันตะโกน ได้ยินไหม? ฉันเกลียดคุณที่สุดเลย คุณเคยเห็นใจฉันบ้างไหม? เคยสนบ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไง อยู่ๆคนรักคุณก็โผล่มา พูดจาแบบนั้น ทำร้ายฉัน แล้วก็ให้ฉันดูสิ่งที่ทำร้ายจิตใจฉันที่สุด จะให้ฉันทำยังไง? ฉันจะเชื่อคุณได้ไง ฉันพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น

            ข้าก็บอกว่าให้ฟังข้าอธิบาย โลกิกัดฟันอย่างสะกดอารมณ์โกรธ เขาสะบัดตัวออกจากร่างฉันอย่างอารมณ์เสีย ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ข้าจะอยู่ตรงนี้ต่อไหม? ถ้าข้าตกลงไปกับอะมอร่า

            ใครจะรู้ล่ะ คุณมันเจ้าแผนการนี่ ฉันยังไม่วายปากดี ทั้งทีอยู่ในสภาพนี้ และเมื่อเขาปล่อยฉันแล้ว ฉันก็รีบลุกขึ้นนั่ง พยายามใช้ปากแกะผ้าที่มัดมือออก

          เจ้าแยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ได้หรือไง เมนา!”

            คุณลองมาเจออย่างฉันบ้างไหมล่ะ! ลองเห็นภาพฉันนอนกับโทนี่ สตาร์ค หรือสตีฟ หรือ ช่างเหอะ ลองบ้างไหม? คุณจะใจเย็นพอไหม? จะไม่รู้สึกเหมือนโดนทรยศไหม ให้ฉันพูดด้วยไหมว่า โลกิก็แค่เด็กขาดความอบอุ่นที่พยายามเรียกร้องความสนใจจากพ่อ หรือ ฉันก็แค่หลอกเล่นกับความรู้สึกเขา เพราะฉันอยากให้เขาโดนอเวนเจอร์กุดหัวน่ะ ลองมาเจอบ้างไหม!!!  ฉันตะโกนลั่น ฉันก็ไฟ เขาก็ไฟ เราต่างอารมณ์รุนแรงด้วยกันทั้งคู่ ฉันแกะผ้าที่มือออกจนได้และหยิบผ้าห่มมาพันตัว

            ข้ารู้ว่าเจ้าโมโห โกรธ สับสน แต่คิดบ้างสิ เมนา อเวนเจอร์จะยอมให้ข้าอยู่นี่ไหม ถ้าข้าไม่ใช่คนขออยู่เอง ข้าเพิ่งหักหลังธานอส ตัวชั่วร้ายที่สุดในอวกาศ ข้าทำนี่เพราะใครล่ะ เขาหันกลับมาหาฉัน  น้ำเสียงอ่อนลงเยอะมาก เขาถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

            ธานอส? ฉันทวนคำ

            ครั้งแรกที่ข้าบุกโลก โลกิพูด กองทัพที่ข้าได้รับมาจากธานอส ข้าทำงานให้เขามาพักใหญ่ และข้าล้มเหลว การล้มเหลวควรทำให้เขาตามหาข้าและฆ่าข้าตาย แต่เขายุ่งอยู่กับการรวบรวมอัญมณีแห่งจักรวาล ตอนนี้เขาได้ครบแล้ว เขาจะเก่งกาจที่สุดในจักรวาล อะมอร่าไม่รู้ว่าข้าเปลี่ยนไปแล้ว ก็เลยบุกมาหาข้า เพื่อบอกข่าวว่าธานอสพร้อมทำสงคราม และต้องการตัวข้ากลับไป

            แล้ว?

            เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าไม่ไป โลกิวกกลับเข้าประเด็นเดิม ถ้าเจ้ายอมให้อธิบายตั้งแต่แรก ข้าก็ไม่ต้องทำร้ายเจ้าแบบนี้หรอก เขาเหมือนจะบ่นๆในใจ และต้องการให้ฉันได้ยิน

            ก็ฉันโมโหอยู่นี่ ฉันเถียง หน้าแดง อับอาย ไม่สิ ฉันไม่ควรอาย เขาต่างหากล่ะควรละอายแก่ใจ

            โชคดีที่ข้าไม่ได้เอาสร้อยจริงมาให้เจ้ารอบนี้ โลกิพูดอย่างอดทน เขามองไปที่ซากสร้อยซึ่งขาดจากกัน มันค่อยๆสลายหายไป ฉันอ้าปากค้าง นี่เขากล้าเอาสร้อยปลอมมาหลอกฉันหรอ? ช่างเถอะ! ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ทำลายของดูต่างหน้าแม่เขา

            เมนา เขาเรียกฉันเบาๆ

            อะไร? ฉันถามเสียงห้วน

            เลิกโกรธข้าเถอะ เขาขยับเข้ามา นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน อะมอร่า เป็นผู้หญิงที่ข้าเล่นด้วยก่อนเจอเจ้า และข้ามีจุดประสงค์ที่ยอมเล่นกับนาง นางโกรธแค้นธอร์ที่ไม่รับรัก ทำให้นางอดเป็นราชินี นางกับข้ามีศัตรูคนเดียวกันในตอนนั้น ข้าร่วมมือกับนาง มันก็แค่...

            ร่วมมือ แล้วก็ร่วมเตียงด้วยสินะ ฉันพ่นลมทางจมูก

            ข้าแก้ไขอดีตไม่ได้ เขาพูดอย่างสงบ

            ฉันรู้ แต่ฉันก็ยังรู้สึกเจ็บหนึบๆอยู่ดี มันไม่สามารถหายไปได้ง่ายๆเลย

            ถ้าข้ารอด หรือเราทั้งหมดรอดจากธานอส เจ้าจะเป็นอนาคตหนึ่งเดียวที่ข้าอยากมี เขาพูดอย่างจริงจัง ดวงตาสีเขียวแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ มือใหญ่ของเขาลูบผ่านเส้นผมฉัน วางอยู่ที่ท้ายทอย โน้มใบหน้าฉันเข้าไปใกล้ หน้าผากของเราชิดใกล้ ฉันหลับตาลง

            ธานอส ให้ฉันเห็นได้ไหม? ฉันส่งคำถามให้เขาภายในจิตใจ และฉันรู้ว่าเขาจะต้องได้ยิน เขาฟังความคิดของฉันเสมอ ถึงฉันจะบอกว่าไม่ให้ฟังก็เถอะ ไม่เคยเคารพสิทธิส่วนบุคคลของฉันหรอก

            อย่าเลย นั่นเป็นคำตอบของเขา

            คุณกับอเวนเจอร์จะร่วมมือกันใช่ไหม? ธานอสจะบุกโลกหรือเปล่า? เขาร้ายกาจมากหรอ?

            ถามเป็นชุดอีกแล้ว เขาตอบกลับมาในกระแสจิต

            ตอบเถอะน่า

            ใช่ ใช่ และใช่ ใช่ทั้งสามครั้ง สำหรับสามคำถาม

            มันอันตรายมากใช่ไหม? คุณไม่ไปไหนได้หรือเปล่า? เรามีสิทธิ์ชนะแค่ไหน? คุณต้องสู้จริงๆหรอ ฉันยังหลับตาอยู่ รับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่จากหน้าผากของเขา

            ใช่ ไม่ได้ ไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซนต์ ข้าเลือกข้างไปแล้ว ถอยหลังกลับไม่ได้

            ฉันไปด้วยนะ ให้ฉันไปด้วย ฉันขยับเข้าหาเขา ควานหามือเขา และเขาก็จับมือฉันอย่างรู้หน้าที่

            ไม่ได้

            ฉันรวบตัวเขา กอดแน่น และจูบที่ริมฝีปากอย่างโหยหา เป็นฝ่ายบุกรุกเข้าไปในริมฝีปากของเขาก่อน ตวัดลิ้นของเขา ละเลียดหาอย่างร้อนแรง ใช่! ฉันกำลังเป็นฝ่ายรุก แล้วยังไงล่ะ? ฉันผลักเขานอนลงและนอนทับบนตัวเขา ริมฝีปากยังไม่แยกจากกัน มืออุ่นของเขาทาบทับอยู่บนแผ่นหลัง พยายามดึงผ้าห่มที่พันรอบตัวฉันออก ฉันผละออกไปครู่หนึ่ง ดึงผ้าห่มออกจากตัว และกลับมาเปลือยเปล่าอีกครั้ง ฉันปรารถนาเขา ต้องการเขา มากกว่าอะไรทั้งหมดในตอนนี้

            หึง! ใช่ เรื่องนี้ด้วย ฉันหึงมากเลย ในหัวฉันยังมีแต่ภาพอะมอร่า และยัยนั่นก็เป็นผู้หญิงสวยเซ็กซี่ชนิดที่ฉันทาบไม่ติด ธานอสจะบุกโลก ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าเรื่องนี้เลยจริงๆ โอเค ฉันรู้ว่า ฉันเว่อร์ไปหน่อย คือธานอสมันก็เรื่องใหญ่กว่า แต่อย่าเพิ่งคิดถึงมันตอนนี้เลย โอเค้? ฉันทนไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่ที่เซ็นทรัลปาร์ค และขอบอกอีกครั้ง ฉันไม่ได้หื่น ทั้งหมดนี่ แค่สถานการณ์พาไป ฉันเปล่าเลย เข้าใจไหม?

            เลิกคิดวุ่นวายเถอะ โลกิรวบตัวฉันลงมา ขยับขึ้นไปอยู่ด้านบน แล้วจูบฉัน 




Writer's talk 

จริงๆ ฉันตัดออกหลายฉากเลยค่ะ ส่วนใหญ่คือฉาก "นั้น" แหละ

เดี๋ยวโดนแบน ฮ่าฮ่า เอาไปแค่นี้ละกันนะ ทุกคน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #191 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:04

    ไม่รู้จะเชื่อน่ยดีไหมโลกิ

    #191
    0
  2. #159 PCMulan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:42
    มีแผนไรอีกป่ะเนี่ย ข้าไม่สามารถเชื่ออะไรเจ้าได้อีกแล้วโลกิ ToT
    #159
    0
  3. #158 PCMulan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:35
    มีแผนไรอีกป่ะเนี่ย ข้าไม่สามารถเชื่ออะไรเจ้าได้อีกแล้วโลกิ แงงงงง
    #158
    0
  4. #121 PongpangBkck (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:51
    คือจะมีแผนอะไรอีกมั้ย เชื่อใจโลกิไม่ลงตอนนี้ ให้มันผ่านไปก่อนเนอะ555555555
    #121
    0
  5. #103 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:50
    กิจะมีแผนอะไรอีกมั้ยยยย
    #103
    0
  6. #76 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 14:09
    โลกิลงโทษนางเอกได้โหดจัง
    #76
    0
  7. #17 Alonè misticismo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 07:07
    หึงโหด น่ากลัวจริงๆ ไรต์แต่งสนุกมากค่ะ ดึงคาแรคเตอร์ของในหนังออกมาดีมากเหมือนมากค่ะ อ่านไปนึกว่าดูอยู่เลยเนี่ย
    #17
    0
  8. #16 Onosaka Michiko (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 22:38
    เฮือก! สะพรึงแป๊บนะ#20 วิผ่านไป เมนาหึงโหด น่ากลัวอ่ะ ยิ่งกว่าพายุเข้าอีก QAQ
    นี่สตีฟ...บางเรื่องเผือกบ้างก็ดีนะ--//โดนเก็บ
    #16
    0