(Fic Loki+OC) Always be mine

ตอนที่ 10 : Betray

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

Chapter 10 : Betray?

 

            ว่าไงนะ? ฉันร้องใส่โทรศัพท์ อย่างไม่เชื่อหู ขณะที่โลกิเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำในชุดที่พร้อมจะออกไปเดินเล่นรับลมด้านนอก เขาดูดีเชียวเวลาใส่กางเกงยีนกับเสื้อยืดสบายๆ แต่เอาไว้ก่อน ฉันมีเวลามองเขาอีกเยอะ ตอนนี้ฉันขอกรีดร้องดังๆ ทำไมเราต้องแต่งเป็นแมวคะ คุณสตาร์ค

            นี่แฟนซีปาร์ตี้นะ คุณโมเนตต้า ทุกคนต้องแต่งตามธีม และเป็นธีมสัตว์ นี่ผมอุตส่าห์เลือกอันง่ายที่สุดให้คุณกับเรนเดียร์เลยนะ แค่หูแมว กับหางแมว พวกคุณคงหาได้ในบ่ายวันนี้ เสียงของเขา ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังขบขัน และตั้งใจจะแกล้งกันชัดๆ

            แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะคะ?

            “แหม มันคงน่าเสียดาย โทนี่บอก แต่น้ำเสียงไม่เป็นอย่างนั้น ผมกำลังคิดว่าคุณกำลังทำทุกอย่างเพื่อให้เขาดูเป็นมิตรมากที่สุดซะอีก และนี่ก็เป็นคำเชิญของผม กับเหล่าอเวนเจอร์ซะด้วยนะ เขาจะดูเป็นมิตรมากขึ้นทันทีเลย ถ้าเขามาร่วมงาน และแต่งเป็นแมว ฉันกำลังพยายามอดทนอย่างที่สุด แต่เอาจริงๆเลยนะ ฉันก็อยากรู้ว่าถ้าผมยุ่งๆของโลกิมีหูแมวอยู่ข้างบนแล้วจะเป็นยังไง โอ๊ย ฉันคิดอะไรเนี่ย >,.<

            ฉันจะถามเขาดูก่อน ฉันพูดจบก็บอกลาวางสาย

            ใครทำเจ้าอารมณ์เสีย

            อ่านใจฉันทีสิ ฉันบอก คือ มันง่ายกว่าการจะพูดออกไปเยอะเลย ดวงตาสีเขียวของเขาก็เลยจ้องฉัน บทสนทนาเมื่อสักครู่ระหว่างฉันกับโทนี่ สตาร์คลอยกลับมาในความคิดอีกครั้ง

            แฟนซีปาร์ตี้คืออะไร? ทำไมข้าต้องใส่หูแมว แล้วแมวนี่อะไร? ดวงตาของเขาเย็นยะเยือกขึ้นทันที พอเขาพูดคำว่าแมว ฉันก็นึกภาพแมวในหัว และเขาก็คงจะเห็นมัน ดวงตาถึงได้เบิกกว้างขึ้น ฉันอุตส่าห์นึกภาพแมวสมัยเด็กแล้วนะ ไอ้แมวตัวผู้สุดกร่างในบ้าน สีดำทะมึน ตัวใหญ่ อย่างกะปีศาจ แต่มันไม่ได้ทำให้ดูเกรงขามขึ้นหรอก เนื่องจากมันเป็นแมว!

            ใจเย็น โอเค้? ฉันรีบพูดก่อนจะมีคนสติแตกและบุกไปสตาร์คทาวเวอร์

            เจ้ากำลังคิดภาพข้าใส่หูนั่น กับ... หางด้วย

            เปล่านะ!” พระเจ้า ฉันคิดสิ ฉันจะอดไม่คิดภาพได้ยังไง โอเค จบแล้ว! ออกไปจากหัวฉันได้แล้ว หยุดนะ!” ฉันร้อง เมื่อดวงตาเขาเหมือนจะเจาะลึกเข้ามาอีก และฉันกำลังคิดอะไรที่มันเซ็กซี่กว่าหูแมวเยอะ

            ข้าไม่ไปงานนั่น

            เราเดินไปคุยไปดีกว่า ฉันยิ้ม พยายามทำให้บรรยากาศลดความตึงเครียด เดินไปจับมือเขาและลากออกจากห้อง คุณไม่รู้จักแมวหรอ? บนแอสการ์ดนี่เลี้ยงตัวอะไรกัน? พวกคุณมีสัตว์เลี้ยงไหม? เป็นมังกรหรือเปล่า ฉันกวนเขาด้วยคำถาม เขาจะได้เลิกคิดถึงเรื่องปาร์ตี้

            เจ้าจะให้ตอบคำถามไหนก่อน ทำไมชอบถามเป็นชุดแบบนี้ เขาโอบเอวฉัน ขณะที่เราเดินออกสู่แสงแดดยามสายของนิวยอร์ก

            ก็ฉันเป็นทนายความ งานของฉันคือตั้งคำถามให้จำเลยตอบ หรือไม่ก็เพราะมันเป็นนิสัยของฉันอยู่แล้วมั้ง ฉันยกมือโบกแท็กซี่ คุณอยากไปไหนก่อน

            ถิ่นเจ้า เจ้านำ ดังนั้นเมื่อเราก้าวขึ้นแท็กซี่ ฉันจึงบอกเขาว่าจะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิสแทน ซึ่งโชดีที่ตอนชิทอรี่บุก พิพิธภัณฑ์นี้เสียหายไม่มาก แค่ได้รับการสั่นสะเทือนนิดหน่อยเท่านั้น

            ฉันไม่เคยคิดเลย จริงๆนะ ใครจะคิดละ ว่าฉันจะได้เดินดูงานศิลปะกับ โลกิแห่งแอสการ์ด ถ้ามีคนมาบอกฉันเมื่อประมาณสองเดือนก่อน ฉันคงหาว่าคนๆนั้นบ้า คิดเรื่องเป็นตุเป็นตะ ฉันน่ะหรอ จะมีความรักกับอนุชาของธอร์ และฉันคงเชื่อไม่ได้แน่ ถ้าคนๆนั้นบอกด้วยว่า โลกิจะรักฉันกลับ ทั้งหมดนี่มันเหลือเชื่อสุดๆ

            เราใช้เวลามากพอดูกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โลกิมีท่าทางสนใจมากเป็นพิเศษ ส่วนฉันที่มาหลายรอบแล้ว จึงไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่นัก เมื่อชมศิลปะจนอิ่มหนำ ฉันพาเขาไปเซ็นทรัลปาร์ค เขาน่าจะชอบอยู่กับแสงแดดและหญ้าเขียวๆ หลังจากอุดอู้มานาน ฉันซื้อไอศกรีมวานิลลาให้เขาลองชิม จากนั้นก็เดินไปกินไป

            หวานดีนะ เขาบอก ขณะตักไอศกรีมขึ้นมาอีกคำ ทำให้ฉันหัวเราะคิกคัก หัวเราะอะไร

            ก็มันตลกน่ะสิ ที่เห็นคุณกินไอศกรีม คุณไม่รู้หรอกว่ามันดูตลกแค่ไหน ฉันบอกเขา

            ข้าไม่เอาแล้ว เขาคงไม่ชอบถูกหัวเราะ ยื่นแก้วไอศกรีมคืนมาให้ฉัน

            กินต่อเถอะ ฉันไม่พูดแล้ว ฉันยังหัวเราะคิกคักชอบใจ

            งานปาร์ตี้อะไรนั่น เจ้าอยากไปหรือเปล่า เขาเปลี่ยนเรื่องคุย

            ฉันคิดว่า เราควรไป ฉันออกความเห็น คุณไม่ต้องแต่งแฟนซีตามโทนี่บอกก็ได้ เขาคงแค่อยากกวนประสาทเฉยๆ ที่ฉันอยากให้คุณไป เพราะมันจะทำให้โอดินรู้ว่า คุณเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ คุณเอ่อ เข้ากับพวกเขาได้ คือ ฉันหมายถึง ไม่ต้องขนาดสนิทชิดเชื้อ แต่ให้ดูเหมือนได้รับความวางใจ ฉันไม่อยากให้คุณต้องกลับเข้าไปอยู่ในคุกนั่นอีก ฉันขยับเข้าหา จับมือข้างหนึ่งของเขาไว้

            เจ้าทำหน้าเหมือนอยากให้จูบ เขายิ้มนิดๆที่มุมปาก ก้มหน้าลงมาหาและประทับริมฝีปากลงมาโดยฉันไม่ทันตั้งตัว รสชาติของไอศกรีมยังติดอยู่ที่ลิ้นของเขา ทำให้ฉันรับรู้รสชาติหวานมันจากนมไปด้วย ฉันจะมีวันเบื่อจูบของเขาได้ไหม ในเมื่อมันหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำตาลหรือน้ำผึ้งจากที่ไหน เขาค่อยๆถอนริมฝีปากอย่างเนิบช้า ฉันได้แต่ทอดถอนใจอย่างเสียดาย

            เรากลับอพาร์ทเมนต์กันดีไหม เขากระซิบ มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวฉัน และขยับต่ำลงจนเกือบถึงก้น ไอ้อาการแบบนี้ กับคำชวนแบบนั้น ฉันรู้เลยว่าเขากำลังหมายถึงอะไร แต่มันยังไม่ควรจะเกิดขึ้นตอนนี้ หรือหลังจากนี้ สักพักหนึ่ง

            เราต้องหาชุดไปงานนะ ฉันเอ่ยเตื่อนเขา ทั้งที่จริงแล้วเสียดาย ก็แหม ลองมาถูกจูบแบบนั้น โอบแบบนี้ กับคำพูดแบบนั้นดูบ้างไหมล่ะ? แล้วจะไม่ให้มีอารมณ์นิดๆได้ไง >,.< ฉันไม่ได้หื่นนะ เปล่าเลย!

            เฮ้อ โลกิถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ขณะถูกฉันลากให้เดินต่อ

            สองชั่วโมงต่อมา

            ฉันเลือกสูทสีดำ เชิ้ตสีขาว เนกไทสีดำ แต่ก็เอาผ้าพันคอสีเขียวติดมือมาด้วย เขาดูดีเวลาใส่สีดำและสีเขียว มันเป็นสีของเขา เสื้อผ้าผู้ชายไม่ใช่ปัญหาอะไรนักสำหรับงานกลางคืน แต่ชุดของผู้หญิงนี่สิ ฉันกำลังคิดว่าจะใส่สีดำ ให้ช่วยขับสีผิวกับสีผม แต่เขายืนกรานว่าให้ฉันหาชุดสีเขียว ฉันไม่เคยชอบเสื้อผ้าสีเขียวเลย จริงๆนะ ฉันกำลังจะเอ่ยปากเถียง ตอนที่เห็นเขาทำตาอ้อน ใช่! โลกิเนี่ยแหละ เทพวิบัติกำลังทำตาอ้อนฉัน เหมือนลูกแมว ให้ตายเถอะ!

            สุดท้ายฉันก็ต้องใส่ชุดเดรสสีเขียวเข้ม ปล่อยผมสีบลอนด์ยาวสยาย แต่ใช้เครื่องม้วนผม ม้วนเป็นช่อให้ปลายเส้นผมหยักศกนิดๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง เราทั้งคู่ก็แต่งตัวเสร็จ ฉันใช้มือลูบๆกระโปรงด้วยความเคยชิน รู้สึกแปลกนิดหน่อยที่ใส่สีเขียว แต่ก็น่าประหลาดที่มันดูเหมาะกับฉันอย่างเหลือเชื่อ ฉันหันไปหาโลกิที่กำลังยืนมองฉันอยู่ เขาเองก็ดูดี อันที่จริง ไม่ว่าจะใส่อะไร ชุดแบบแอสการด์ ชุดเต็มยศเตรียมออกศึก หรือแม้กระทั่งเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา เขาก็ดูช่างไร้ที่ติ

            โลกิเดินเข้ามาหาฉัน ยกมือขึ้นจับไหล่ ลากมาจนถึงแถวลำคอที่ว่างเปล่า เพียงครู่เดียวฉันก็รู้สึกถึงน้ำหนักแผ่วเบากดทับรอบคอ เมื่อก้มหน้าลงดู ฉันก็เห็นสร้อยเส้นเล็กจิ้วสีทองที่มีจี้เป็นมรกตสีเขียวน้ำงาม

            ของจริงหรือเปล่า? ฉันถามอย่างไม่มั่นใจขณะจับจี้เล็กๆไว้ในมือ

            จะเอาไปขายต่อหรือไง? เขาถามกลับอย่างเล่นลิ้น ฉันก็เลยช้อนตาค้อนเขาไปวงหนึ่ง ผู้หญิงของข้า ไม่ควรจะออกงานโดยไม่มีอัญมณีเลยสักชิ้น

            สวยมากเลยค่ะ ฉันมองพินิจมรกตเล็กตรงกลางที่ล้อมด้วยเพชร ช่างดูบอบบางเลอค่า

            มันเป็นของท่านแม่มาก่อน เขาคงจะหมายถึงฟริกกา

            เอ่อ ให้ฉันใส่จะดีหรอคะ? มันเป็นของดูต่างหน้าจากฟริกกาผู้ล่วงลับ อาจสูงค่าเกินกว่าที่จะอยู่บนลำคอของฉัน

            เจ้าเป็นผู้หญิงของข้า เมนา ถ้าไม่เหมาะกับเจ้า แล้วจะมีใครอีก

            ไม่รู้สิ ฉันนึกในใจ เงยหน้ามองเขาอย่างไม่มั่นใจนัก ฉันรักเขา แน่นอนอย่างที่สุด รักอย่างไม่มีทางเป็นอื่นได้อีก ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวอันตราย เป็นเทพวิบัติ เป็นจอมโกหกตัวพ่อ หรืออะไรก็ตาม ฉันก็รักเขาอยู่ดี แต่ปัญหาก็คือ ฉันคู่ควรกับเขาหรือเปล่า? ยังไงความเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่อาจหนีฉันพ้น อายุขัยแสนสั้นของฉันไม่อาจเทียบเท่ากับเวลายาวนานของเขา ฉันจะแก่ในอีกไม่กี่ปี แต่เขาจะหนุ่มไปอีกหลายร้อยปี

            แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรออกไป ฉันก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ฉันผละจากตัวเขาและรับสาย เป็นเสียงของโทนี่ สตาร์คบอกว่าจะส่งรถมารับ และจะถึงอพาร์ทเมนต์ของฉันในอีกไม่กี่นาที หลังจากวางสายได้ประมาณสิบนาที เสียงกริ่งก็ดังขึ้น มีคนกดกริ่งเรียกที่ด้านล่าง แสดงว่ารถคงมาถึงแล้ว

            ไปกันเถอะ ฉันแบมือให้โลกิ เขาสอดนิ้วเข้ามาในมือฉัน จากนั้นเราทั้งคู่ก็ออกไปพร้อมกัน

            งานปาร์ตี้ของโทนี่ สตาร์ค จะเรียกว่าแฟนซีก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก มันก็คงแฟนซีล่ะ เพราะทุกคนที่มาในงานล้วนเป็นฮีโร่ และใส่ชุดฮีโร่ของตัวเองทั้งนั้น ที่ว่าแต่งตัวเหมือนสัตว์ก็คงมีอยู่แค่สองคน แต่สองคนนั้นก็เป็นฮีโร่สายสัตว์อยู่แล้ว คือสไปเดอร์แมนกับฮอว์คอาย

            บอกแล้วไง ว่าให้แต่งแฟนซี โทนี่เป็นคนแรกที่เดินเข้ามาทัก หรือพูดให้ถูกคือ เป็นหน่วยกล้าตายต่างหาก คนอื่นเอาแต่มองห่างๆ พลางตัดสินใจไม่ถูกว่าควรนับให้โลกิเป็นมิตรดีหรือไม่

            นี่ก็แฟนซีค่ะ ฉันตอบ

            อธิบายซิ คุณโมเนตต้า โทนี่รอฟังอย่างตั้งใจ

            เขาแต่งเป็นคนธรรมดา เพราะจริงๆแล้วเขาเป็นเทพ ส่วนฉัน เอ่อ... นั่นสิ ฉันเป็นอะไร?

            เลดี้โลกิ โลกิตอบแทนให้ พลางยกมือโอบเอวฉัน แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเต็มที่

            ไม่ต้องสงสัยเลย โทนี่พูดเหมือนจะหมั่นไส้เล็กๆ ฉันหน้าแดงร้อนฉ่า เอาละ เข้ามาเถอะ ทั้งสองคน อยากกิน อยากดื่ม เต็มที่เลยนะ แล้วโทนี่ก็เดินจากไป

            ฉันรู้สึกเคว้งหน่อยๆ ถ้าฉันมาคนเดียวในสถานการณ์แบบนี้ล่ะก็ ฉันคงเดินไปทั่วห้อง ขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น กรี๊ดใส่หน้าแอนท์แมน หรือไม่ก็กระโดดกอดกัปตันอเมริกา แต่เผอิญฉันมากับโลกิ จะทำเรื่องแบบนั้นก็คงไม่ได้ และฉันว่าเขาก็คงเกร็งอยู่เหมือนกันที่ต้องมายืนในห้องนี้ เขาอาจจะรู้สึกเหมือนเป็นคนนอก ไม่เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้เลย ฉันมองรอบห้อง แอนท์แมนกับเดอะวาสป์อยู่ข้างกันเสมอ กัปตันอเมริกากำลังคุยอย่างออกรสกับแบล็กวิโดว์และฮอว์คอาย บรูซ แบนเนอร์คุยกับสไปเดอร์แมน โทนี่กำลังคุยกับธอร์ ... ในที่สุดก็เจอคนที่น่าพาโลกิไปหาได้แล้ว

            ฉันพาเขาเดินข้ามห้องไปท่ามกลางสายตาฉงนสงสัยและหวาดระแวงหลายคู่ ฉันได้แต่ตะโกนบอกเขาในใจว่าให้พยายาม พร้อมทั้งบอกขอโทษอย่างรู้สึกผิดด้วยที่ลากเขามาอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้

            น้องข้า ธอร์ฉีกยิ้มกว้าง เมนา ยินดีที่เจอเจ้าที่นี่นะ ทั้งสองคนเลย

            ค่ะ ฉันพยักหน้า โลกิกำลังบีบมือฉันแน่น

            ทำเพื่อฉัน นะ นะคะ ฉันบอกเขาในใจ หวังว่าเขาจะได้ยิน ให้โอดินเชื่อ ให้ธอร์เชื่อ ฉันไม่อยากให้คุณไปอยู่ในคุกอีก ได้โปรด ฉันรักคุณ

            พี่ข้า โลกิยอมพูดในที่สุด ธอร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดึงตัวน้องชายเข้าไปกอดและตบหลังแบบผู้ชายๆ โลกิตบหลังตอบก่อนจะปล่อย

            ทีนี้รู้แล้วใช่ไหม คราวหน้าอยากได้อะไรจากข้าจะอ้อนยังไง? โลกิส่งกระแสจิตเข้ามาถาม ฉันเงยหน้ามองเขา ที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์มองฉัน บอกรักข้าไง แต่ถ้าขอเรื่องใหญ่กว่านี้ ก็ต้องอ้อนมากกว่านี้นะ ดวงตาสีเขียวแวบวับเต็มไปด้วยเลศนัย

            สองคนนี้คุยผ่านโทรจิตกันอยู่หรือไง โทนี่พูดแทรก คงจะลอบสังเกตมาสักพักแล้ว พอได้แล้ว ผมจะพาคุณไปแนะนำให้ทุกคนรู้จักเมนา จะมาด้วยก็ได้นะ เรนเดียร์   

            ครึ่งชั่วโมงต่อจากนั้น ทั้งฉันและโลกิเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้เล็กๆสำหรับเหล่าอเวนเจอร์ ฉันตื่นเต้นมากที่ได้คุยกับพวกเขาหมดทุกคนเลย และคนที่ฉันชอบมากที่สุดคงหนีไม่พ้นกัปตันอเมริกา เขาช่างสุภาพอ่อนน้อม ใจดี และดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุดในบรรดาทั้งหมด ระหว่างที่ฉันกำลังสบายใจ มีความสุข ตื่นเต้น อิ่มเอิบกับค่ำคืนนี้ มีคนที่ฉันรักอยู่ข้างๆ และเขากำลังทำได้ดี กำลังเข้ากับทุกคนได้ และจะต้องได้รับความเชื่อใจ ฉันยิ้มให้เขา เขายิ้มให้ฉัน และฉันคิด ณ ขณะนี้ ไม่มีอะไรมาทำลายความสุขของฉันได้แน่นอน

            ตูม!

            ฝุ่นตลบทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง โลกิกดตัวฉันให้หมอบกับพื้นตามสัญชาตญาณ เพดานด้านหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงถล่มตามแรงระเบิด เหล่าอเวนเจอร์ต้องใช้เวลาสักครู่ถึงยืนขึ้นมาและทุกคนก็อยู่ในสภาพมึนงง โลกิพยุงตัวฉันขึ้นและดึงให้เดินไปอยู่หลังสุด ดวงตาของฉันจ้องมองไปที่จุดเพดานถล่ม และเห็นแสงสีเขียวส่องวาบลงมา ภายในแสงนั้น ฉันเห็นคน รูปร่างสวยแบบผู้หญิง

            แสงหายไป และปรากฏร่างเธอชัดเจนแก่สายตา ผมบลอนด์ สวมชุดรัดรูปสีเขียว เน้นให้อกและสะโพกผายอย่างน่าอิจฉา เธอมีความเซ็กซี่ร้ายกาจอยู่ในตัว ดวงตาเจ้าเล่ห์ ดูเหมือนใครบางคนอย่างน่าประหลาด

            อะมอรา? โลกิกระซิบออกมาอย่างแปลกใจ

            มายคิง ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้น

            เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ธอร์เป็นคนเอ่ยถาม ทำให้ฉันเดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นคนจากแอสการ์ด

            ถอยไปซะ อเวนเจอร์หน้าโง่ อะมอราสั่ง มายคิง ข้ามาหาท่านแล้ว ธานอสให้อภัยท่าน และพร้อมจะรับท่านกลับ เธอกำลังพูดกับโลกิ ฉันบอกได้จากสายตาของเธอ ฆ่าคนพวกนี้ด้วยกันเถอะ มายคิง แล้วครองแอสการ์ดของท่าน ให้ข้าเป็นราชินีท่าน อย่างที่ท่านเคยสัญญา

            อะไรนะ! ราชินี? สัญญา?

            ก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครนะ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่คนดี สไปเดอร์แมนเกาคาง

            คนดี คงไม่พังปาร์ตี้คนอื่นหรอก แอนท์แมนออกความเห็น และไม่พูดว่าฆ่าด้วย

            จะสู้กับเรางั้นหรอ? สาวน้อย บรูซ แบนเนอร์กลายร่างเป็นเดอะฮัคตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

            พวกเจ้า อย่า!” ธอร์กำลังร้องเตือน แต่ไม่ทันแล้ว

            สไปเดอร์แมน แอนท์แมน และเดอะฮัค พุ่งเข้าใส่อะมอรา เธอปาดมือเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ทั้งสามคนติดอยู่ในวงกลมแสงสีเขียว ไอรอนแมนเริ่มยิงกระสุนออกจากฝ่ามือ แต่ก็ไม่ถูกตัวเธอเลยสักนัด เธอมีเกราะแสงป้องกัน อะมอราเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ฉันกับโลกิ เธอไม่ได้มองฉันด้วยซ้ำ ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่แต่ที่โลกิ เธอคุกเข่าลงตรงหน้าเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพบูชา

            ข้ามาหาท่านแล้ว กษัตริย์ของข้า ยอดรักของข้า

            ยอดรักหรอ! ฉันชักจะฉุนขึ้นจมูกแล้วนะ

            โปรดมากับข้า ฆ่าพวกมันให้หมดทุก... เธอชะงักไปตรงท้ายประโยค เพราะดวงตาเหลือบมาเห็นฉัน แสงไฟสีเขียวลุกพรึ่บในดวงตาของเธอเมื่อเลื่อนลงมาเห็นมือฉันที่จับโลกิไว้แน่น เธอผุดลุกขึ้นยืน ฉันยังไม่ทันจะได้หลบหรือหนีไปไหน แสงสีเขียวของเธอปะทะฉันอย่างแรง ฉันเจ็บจุกที่หน้าอก และกระเด็นไปกระแทกผนัง

            เมนา!”

            ฉันได้ยินเสียงธอร์เรียกชื่อ และภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนหมดสติก็คืออเวนเจอร์ที่ยังขยับตัวได้ ต่างตรงเข้าจู่โจมเธอ ฉันจุกแน่น เจ็บจนปวดหนึบไปหมด ดาวนับล้านดวงบินวนอยู่เหนือหัว ก่อนที่ดวงตาของฉันจะปิด

 

            ข้ามาหาท่านแล้ว กษัตริย์ของข้า ยอดรักของข้า

            เสียงนั้นพูดดังซ้ำๆอยู่ในหัวฉัน สร้างความปวดหนึบในใจอย่างรุนแรง ผู้หญิงคนนั้น ผมบลอนด์เหมือนฉันเลย เธอเรียกโลกิของฉันว่ายอดรัก เธอบอกว่าเธอจะเป็นราชินีเคียงข้างเขา เธอบอกว่าเขาได้ให้สัญญาต่อเธอ ฉันเริ่มเห็นภาพ ภาพบางอย่างที่น่าจะเป็นความทรงจำของอะมอรา

            ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวทาบทับอยู่บนร่างโลกิ พวกเขาจูบกันอย่างดูดดื่ม ร่วมรักกันอย่างร้อนแรง ฉันได้แต่ยืนดู ในความทรงจำของเธอ ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดู

            นังโสเภณีมนุษย์ หล่อนก็แค่เครื่องมือของเขา เพื่อที่เขาจะออกจากคุกนั่นได้เสียงของเธอดังก้องในหัวฉัน เหมือนเธอกำลังใช้โทรโข่งพูดอยู่ข้างหู ฉันยังยืนอยู่หน้าเตียง เห็นผู้ชายที่ฉันรักนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับเธอ เสียงครางกระเส่าอย่างเป็นสุขของเขาดังแทรกเข้ามา ต่อให้ฉันปิดหู ฉันก็ยังได้ยิน

            เขาไม่ได้รักหล่อนหรอก ฉันต่างหากอะมอรายังพูดต่อไปในหัวฉัน ฉันคืออดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเขา ฉันจะเป็นราชินีของเขาตราบชั่วนิรันดร์ ไม่เหมือนแก นังอายุสั้น

            “ออกไป ได้โปรด! ออกไป!” ฉันตะโกน ยกมืปิดหู ปิดตา แต่เมื่อฉันปิดตา ฉันก็เห็นอีกภาพหนึ่ง โลกิของฉันนั่งอยู่บนบัลลังก์ และอะมอรานั่งอยู่บนตักเขา แขนสองข้างยกขึ้นโอบรอคอเขา ลิ้นของเธอเริ่มซุกซนอยู่บนซอกคอของเขา เขายิ้มอย่างพึงใจ ปล่อยให้เธอลิ้มรสเขาตามใจชอบ

            มันไม่จริง นี่ไม่ใช่เรื่องจริง ฉันหลับตา ปิดหู พูดกับตัวเอง

            มันคือเรื่องจริง นังหน้าโง่! ลืมตาเดี๋ยวนี้!’ อะมอราตะคอก และบังคับฉันให้ลืมตา ฉันกลับเข้ามาสู่อีกความทรงจำ ฉันเห็นเธอคนเดียว และเธอกำลังยืนอยู่หน้ากระจก ในกระจกนั้นปรากฏภาพโลกิ ดูซะให้เต็มตาว่าเขาเคยพูดกับฉัน เกี่ยวกับเธอไว้ยังไง ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเขา หล่อนก็แค่ของเล่นยามว่าง เซ็กส์ของหล่อนก็น่าขำ ความไร้เดียงสาของหล่อน ไม่ถึงใจเขาหรอก!’

            อย่ากังวลไป อะมอราโลกิพูดกับเธอผ่านทางกระจก ฉันยืนดู ได้ยินชัดทุกคำ ธอร์ส่งผู้หญิงมิดการ์ดเข้ามาดูแลข้า นังนี่หลงเสน่ห์ข้าตั้งแต่แรกเห็น คงง่ายที่จะหลอกใช้ อีกไม่นานหรอก อะมอราของข้า ข้าจะกลับไปอยู่ข้างเจ้า

            ฉันขยับไม่ได้ ฉันนิ่งแข็งเป็นหินไปแล้ว ทั้งหมดที่ผ่านมา เขาแค่หลอกใช้ฉัน ทุกอย่างเป็นแผนการเพื่อที่เขาจะได้ออกจากคุก แผนการที่เขาจะได้มาโลก แล้วเขาก็จะสร้างปัญหาอีก

            เขาหลอกใช้ฉัน

            เขาโกหกฉัน

            เขาไม่เคยรักฉันเลย  

             





Writer's Talk

ฉันไม่ชอบสีเขียวค่ะ แต่เกิดวันพุธ ชีวิตก็เลยวนเวียนกับสีเขียวบ่อยๆ

เขาว่ากันว่า "สีเขียว" คือ ตัวแทนของความริษยาค่ะ

ในภาษาอังกฤษ มีคำว่า Green Eyes หมายถึงอิจฉาตาร้อน ด้วยนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

225 ความคิดเห็น

  1. #190 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:56

    สงสารน้อวเมนาอ่าา แงงๆทำไหมถึงทำแบบนี้ได้โลกิ

    #190
    0
  2. #157 PCMulan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:19
    ใจสลายจริงๆด้วย ฮือออออ
    #157
    0
  3. #102 เอเซียนาจา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:43
    ชั้นเกลียดเธออะมอราาาาา
    #102
    0
  4. #75 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 12:41
    ทำไมทำร้ายแปบบนี่
    #75
    0
  5. #61 Lukpare Klinsub (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 17:49
    ดูดู้ดู ดูเธอทำ..ทำไมถึงทำกับเมนาได้~
    ปล.ว้าวความรู้ใหม่ค่ะ ส่วนตัวก็ไม่ชอบสีเขียวเหมือนกันค่ะ555
    #61
    0
  6. #15 Onosaka Michiko (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 17:50
    โอ๊ะโอว~ งานช้างเข้าแล้วไง...
    #15
    0