Blue Rose [Severus Snape & OC]

ตอนที่ 6 : ปีหก กับการหักหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    7 ก.ค. 62


Blue Rose

บทที่ 6  ปีหก กับการหักหลัง



ฤดูร้อนที่หนาวยะเยือก

               การกลับไปฮอกวอตส์ปีนี้คงจะขรุขระเสียหน่อยสำหรับจอร์เจีย คิงสลีย์  เมื่อพ่อของเธอคิดว่าฮอกวอตส์อาจไม่ปลอดภัยมากพอก็เป็นได้ จอร์เจ็ตอยากให้ภรรยาและลูกสาวย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสในช่วงนี้ หรือที่ไหนก็ได้ที่ไกลจากเกาะอังกฤษให้มากที่สุด เพื่อพ้นจากโวลเดอมอร์ พ้นจากข่าวเรื่องอินเฟอไร (ซากศพเดินได้) มนุษย์หมาป่าและผู้คุมวิญญาณเพ่นพ่าน เริ่มมีคนหายตัวไปมากขึ้น ร้านรวงต่างๆที่ตรอกไดแอกอนยังเงียบสนิท จอร์เจียแอบได้ยินพ่อกับแม่โต้เถียงกัน และเธอที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงเขียนเล่าไปในจดหมายให้สเนป แต่คนใจร้ายคนนั้นก็ไม่เคยตอบจดหมายเธอ จนในที่สุดเด็กสาวก็เลิกเขียน

               “คุณลืมดัมเบิลดอร์ไปหรือเปล่า จอร์เจียจะปลอดภัยตราบใดที่เขายังอยู่ฮอกวอตส์” โรซาลินเถียงสามี

               “แต่ดัมเบิลดอร์น่ะ อ่อนแอลงมากแล้ว อย่างที่ผมบอก” จอร์เจ็ตให้เหตุผล “เขาจะกันฮอกวอตส์ได้ไม่นาน”

               “เซเวอรัสล่ะ?” ในที่สุดชื่อนั้นก็โผล่ขึ้นมา จอร์เจียยืนเงียบและตั้งใจฟัง “เขาสาบานไว้แล้ว สาบานไว้ว่าจะดูแลและปกป้องจอร์เจีย คุณก็รู้จักเขา...”

               “คุณต่างหากที่รู้จักเขา ไม่ใช่ผม” จอร์เจียรู้สึกได้ว่าเสียงของพ่อเธอตึงเครียดมากขึ้นกว่าเดิมอีก

               “จอร์เจียจะปลอดภัย ถ้าอยู่กับเซเวอรัส ฉันมั่นใจ” โรซาลินบอก และคำพูดนั้นทำให้จอร์เจียหัวใจพองโตอย่างไรไม่รู้ เพราะเธอก็มั่นใจเหมือนกัน เซเวอรัสสเนปจะปกป้องเธอ ตราบใดที่เขายังอยู่ เขาจะไม่ให้อะไรหรือใครทำอันตรายเธอแน่ ถึงแม้เขาจะแสดงออกอย่างเย็นชา ไร้หัวใจก็เถอะ

               “คุณไม่คิดหรือว่ามัน...” จอร์เจ็ตพูดเหมือนไม่สบอารมณ์ “ผมไม่มั่นใจว่า ผมอยากให้ลูกอยู่ใกล้เขา”

               “ทำไมคะ” โรซาลินถาม

               “ผมบอกไม่ถูก วิธีที่เขาปฏิบัติต่อแก” ตอนนี้เด็กสาวที่แอบฟังอยู่ยืนตัวแข็งทื่อ “คุณสังเกตลูกเราไหมในช่วงหลังนี่ แกไม่พูดไม่จา และเมื่อแกพูด ก็เป็นเรื่องของเขา แกจะพูดก็ต่อเมื่อคุณพูดถึงเขาขึ้นมา ผมไม่รู้ว่าแกเป็นอะไร แกเขียนจดหมายถึงใครสักคน และนั่งรอแต่นกฮูก บางครั้งแกทำหน้าเศร้า..”

               “จอร์เจียอาจจะเขียนถึงเควนตินก็ได้ คุณจำได้ไหม ลูกเคยเดทกับนักเรียนเดิร์มสแตรงก์ตอนปี่สี่”

               “แต่แกไม่เคยพูดถึงเควนตินอีกเลยนะ” จอร์เจ็ตเถียง

               “ให้ตายเถอะ จอร์เจ็ต นี่คุณกำลังพยายามจะพูดอะไร” โรซาลินร้อง “คุณคิดหรือว่า เซเวอรัส กับจอร์เจีย...”

               “เขาให้ของขวัญเธอนะ ลูกไม่ได้ชอบสีน้ำเงิน ของใช้แกเป็นสีแดง แกชอบสีแดง เพราะคลั่งไคล้กริฟฟินดอร์” จอร์เจ็ตบอก “แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นสีเขียวกับสีน้ำเงิน ผมสังเกตเห็น แกเอาแต่มองต้นกุหลาบของเซเวอรัส รองเท้า กับปากกาขนนกนั่น”

               “คุณคิดมากไปแล้ว” โรซาลินพูดเสียงเรียบ “เซเวอรัส ไม่มีทางทำอะไรเลยเถิดกับจอร์เจีย และอีกอย่างนะ ลูกสาวเราไม่ได้ปลื้มเขาเลย แกเกลียดเขา แกพูดถึงเขาทีไร ก็เอาแต่บ่นเท่านั้น พวกเขาอายุห่างกันยี่สิบปีนะ เซเวอรัสมองแกเหมือนลูกสาวคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”

               “ไม่รู้ล่ะ” จอร์เจ็ตพูดด้วยเสียงสะบัด “ผมไม่มีวันยอมให้เขาแตะต้องลูกสาวเราแน่”

               พ่อจะว่ายังไงนะ จอร์เจียนึก ถ้าพ่อรู้ว่าสเนปทำมากกว่าแตะไปแล้ว



############################



สเนป กับคาถาไร้เสียง

               อาจารย์สอนวิชาปรุงยาคนใหม่ ชื่อ ฮอเรซซลักฮอร์น และจอร์เจียไม่แน่ใจว่าชอบอาจารย์หรือไม่ อย่างแรกเลยเขาพยายามตีสนิทกับพวกนักเรียนที่เด่นดัง เพื่อสร้างสโมสรซลัก เขาเอาแต่พูดถึงนักเรียนคนสำคัญๆในอดีตที่มักจะให้ของขวัญต่างๆในแต่ละปี แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ เขาเป็นอาจารย์ที่สอนได้ดี และยอมรับนักเรียนที่สอบว.พ.ร.ส. ได้คะแนนระดับ เกินความคาดหมายให้เรียนต่อได้ในปีหกและเจ็ด จอร์เจียจึงต้องเรียนปรุงยาต่อไปโดยปริยาย สำหรับ สเนป พวกคุณอาจถาม ตอนนี้เขาได้สอนวิชาที่อยากสอนมาตลอดทั้งชีวิตแล้ว คือ ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

               จอร์เจีย แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ เดินตรงไปยังห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด พวกเขาต่างสงสัยว่าสเนปจะจัดการชั้นเรียนยังไง แฮร์รี่ออกความเห็นว่า ยังไงนั่นก็คือสเนป เขาคงไม่ใจดีแจกลูกอมแน่ๆ พวกเขาเลือกที่จะนั่งประมาณกลางห้อง ไม่อยากเสนอหน้ามากนัก ตั้งแต่กลับมา จอร์เจียยังไม่มีโอกาสได้อยู่กับเขาตามลำพังเลย ยังไม่ได้พูดคุย ยังไม่ได้ฟังเสียง และเมื่อเธอนั่งลง และสเนปก้าวเข้ามาในห้องเรียน เด็กสาวก็แทบจะกลั้นหายใจ เขายังคงเหมือนเดิม เมื่อครั้งที่เธอเจอเขาครั้งสุดท้าย ดวงตาที่เย็นชาไร้อารมณ์มองกลาดไปทั้งชั้นเรียน ไม่มีใครกล้าพูดคุยกัน

               “ศาสตร์มืด” สเนปกระซิบ เสียงของเขา ให้ตายเถอะ เสียงนั่น จอร์เจียรู้สึกขนลุก และหัวใจพองโตเมื่อได้ยิน ไม่ว่าเขาจะพูดว่าอะไรก็ตาม “มีมากมาย หลากหลาย และเป็นนิรันดร์ การต่อสู้กับศาสตร์มืด ก็เหมือนต่อสู้กับปีศาจหลายหัว หากหัวหนึ่งถูกทำลาย ก็จะมีหัวใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ ดุร้าย และฉลาดกว่าเดิม เธอกำลังต่อสู้กับสิ่งที่ไม่คงที่ มีการเปลี่ยนแปลง และทำลายให้สูญสลายไม่ได้”

               สเนปพูดถึงศาสตร์มืดอย่างเล้าประโลม รักใคร่ ประดุจเป็นสิ่งมีค่า มีชีวิต และเคลื่อนไหวได้อย่างไม่สิ้นสุด จอร์เจียแอบเห็นสีหน้าของแฮร์รี่ ที่จ้องเขม็งตาไม่กระพริบ ถ้าเพียงแต่แฮร์รี่จะได้เห็นสเนปแบบที่เธอเห็น เขาก็คงไม่เกลียดสเนปมากขนาดนี้หรอก (มั้ง) จากนั้นพวกเขาพูดคุยกันเรื่อง อินเฟอไร และความแตกต่างของมันกับวิญญาณ หลังจากนั้น พวกเขาก็ฝึกกันเป็นคู่ เพื่อหัดใช้คาถาไร้เสียง จอร์เจีย์ถูกจับคู่กับรอนที่พยายามมากจนหน้าเริ่มเป็นสีม่วง คาถาไร้เสียงยากกว่าการพ่นคาถาธรรมดาทั่วไป เพราะพวกเขาต้องใช้ความตั้งใจสูง มันมีประโยชน์ที่จะช่วยให้คู่ต่อสู้ไม่มีวันรู้ว่าเราจะร่ายคาถาอะไร

               “ยากชะมัด ฉันไม่มีวันทำได้แน่” รอนบ่น ซึ่งจอร์เจียเห็นด้วยทันที

               แล้วสเนปกับแฮร์รี่ก็มีเรื่องกันอีกจนได้ แฮร์รี่ถูกจับคู่กับมัลฟอย และสองคนนั้นไม่มีทางยืนถือไม้กายสิทธิ์พยายามฝึกนิ่งๆหรอก พวกเขาแอบร่ายคาถาออกมา สเนปผ่านไปพอดี “ฉันบอกให้เธอทำแบบไร้เสียงไง พอตเตอร์ ไม่ได้ยินหรือ”

               “ได้ยิน” แฮร์รี่พูดห้วนๆ

               “ได้ยิน ครับ” สเนปย้ำหางเสียง

               “ไม่จำเป็นต้องพูด ครับกับผมหรอก ศาสตราจารย์” แฮร์รี่สวนเข้าให้ ทั้งชั้นเรียนหยุดกึก สายตาทุกคู่จับจ้องไปทางสเนปกับแฮร์รี่ แล้วในที่สุด สเนปก็หักคะแนนกริฟฟินดอร์ และลงโทษกักบริเวณแฮร์รี่ด้วย อาจารย์ของพวกเขาอารมณ์ไม่ดีเสียแล้ว รอนกับจอร์เจียรีบหันเข้าหากัน พยายามฝึกต่อ

               “คิงสลีย์” สเนปเรียก และทำให้เธอสะดุ้ง “อย่ามัวแต่ยืนทื่อ ฝึกสิ”

               “ก็ฝึกอยู่ค่ะ” จอร์เจียพูดทันที เธอต้องแสดงละครบ้าง เพื่อให้ทั้งชั้นเรียนไม่ผิดสังเกต ยังไงเธอก็ต้องเป็นจอร์เจียผู้เกลียดสเนป และเถียงสเนปเก่งที่สุด “แต่อาจารย์ไม่บอกนี่คะ ว่าต้องทำยังไงบ้าง หนูก็เลยเอาแต่ยืนนี่แหละ”

               “อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ คิงสลีย์” สเนปพูดเสียงเย็น

               “หนูยังไม่ได้ทะลึ่งอะไรเลยค่ะ ถ้าหนูทะลึ่ง หนูคงล้อว่าอาจารย์จมูกเหมือนตะขอไปแล้วล่ะ หรือไม่ก็บอกให้อาจารย์ไปสระผมบ้าง” เธอพูดต่อ คราวนี้ทั้งชั้นเรียนอ้าปากค้าง แม้แต่เฮอร์ไมโอนี่ที่ฝึกอยู่กับเนวิลล์ยังพลาดท่าเพราะมัวแต่ฟังจอร์เจีย เนวิลล์ปลดอาวุธเฮอร์ไมโอนี่ได้ด้วยโชคล้วนๆ สเนปเดินตรงเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเด็กสาว จอร์เจียจ้องกลับ มีแววล้อเล่นเต้นระริกอยู่ในแววตา

               “กักบริเวณ คิงสลีย์ คืนนี้หนึ่งทุ่ม”  และนั่นแหละคือสิ่งที่จอร์เจียต้องการ

               จอร์เจียแทบจะรอให้ถึงคืนนี้ไม่ไหวแล้ว เมื่อเรียนครบทุกวิชา เด็กสาวก็รีบกินอาหารเย็น ทำการบ้านวิชาปรุงยาของซลักฮอร์นให้เสร็จ เมื่อใกล้ถึงเวลาหนึ่งทุ่ม แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ต่างมองเธออย่างเห็นใจที่ต้องถูกกักบริเวณตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียน สำหรับแฮร์รี่ที่ต้องถูกกักบริเวณนั้น สเนปนัดเขาไว้คืนวันศุกร์ จอร์เจียแสร้งทำหน้าเซ็งๆ แล้วก็ปีนผ่านช่องประตูห้องนั่งเล่นออกไป เธอเดินไปทางห้องพักครูของสเนป ซึ่งตอนนี้ไม่ได้อยู่ชั้นใต้ดินอีกต่อไปแล้ว เมื่อเขาได้มาสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เด็กสาวเคาะประตูเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากข้างใน จึงเปิดและก้าวเข้าไป

               สเนปจัดการตกแต่งห้องให้กลายเป็นสไตล์ของเขาเป็นที่เรียบร้อย คือทึบทึม มีขวดแก้วใส่สัตว์ดอง ผ้าม่านเป็นสีดำ แต่จอร์เจียไม่สนใจหรอก สายตาของเธอจดจ้องอยู่ที่บุคคลเดียว เด็กสาวก้าวเท้ายาวที่สุด และก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เธอก็กระโดดกอดเขาทันที สเนปชะงักไป แล้วแขนทั้งสองข้างก็รัดตัวเธอ

               “ลืมไปหรือเปล่า เธอมาเพื่อถูกกักบริเวณนะ” สเนปพูดเสียงเย็นชา แต่เขากลับเป็นคนที่ไม่ยอมปล่อยเธอ จนเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมอง

               “ทำไมอาจารย์ไม่ตอบจดหมายหนูคะ” จอร์เจียถาม เพิกเฉยต่อเรื่องกักบริเวณอย่างสิ้นเชิง

               “ฉันไม่อยากเสี่ยงให้พ่อแม่เธอสงสัย” สเนปตอบ ยกมือขึ้นเขี่ยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอให้พ้นจากหน้าผาก

               “แล้วที่ให้ของขวัญหนูเนี่ย พ่อกับแม่ไม่สงสัยเลยเนอะ” จอร์เจียว่า พลางยิ้มล้อเลียน แล้วก็หุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นเขาเม้มริมฝีปากจนบางเฉียบ “แล้ว... กักบริเวณ จะให้หนูทำอะไรคะ”

               “หึ” มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย “ฝึกคาถาไร้เสียงไง” เขาปล่อยตัวเธอ ก้าวถอยหลังออกไป พร้อมกับหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา “เร็วสิ จอร์เจีย ไม่อย่างนั้น ฉันอาจสาปเธอก่อนนะ” เด็กสาวถอนหายใจ แล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาบ้าง “เอาอย่างนี้ ให้มันน่าตื่นเต้นหน่อยดีไหม”

               “ยังไงคะ” จอร์เจียถาม

               “ถ้าเธอทำสำเร็จ และเสกคาถาได้โดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลย ฉันจะให้รางวัลเธอ” สเนปตอบ เสียงเรียบ

               “รางวัลอะไรคะ?” จอร์เจียถามอีก

               “ถ้าบอกก็ไม่สนุกสิ”

               จอร์เจียไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างเซเวอรัส สเนป จะมีมุมแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ และเอ่อ น่ารักหน่อยๆ การฝึกจึงเริ่มต้นขึ้น สเนปไม่เคยปรานีอยู่แล้ว ต่อให้เป็นจอร์เจียก็เถอะ เหงื่อผุดเต็มหน้าผากเธอ ขณะที่ยังพยายามอย่างยิ่งยวด สเนปก็เหมือนจะอ่านใจเธอได้ยังไงก็ไม่รู้ เขารู้ว่าเธอจะหลบไปทางไหน และคาถาของเขาก็ถูกตัวเธอทุกทีไป เด็กสาวโดนทั้งคาถาเต้นแท็ป (เท้าของเธอเต้นได้เอง) คาถาเริงรื่น (ทำให้เธอหัวเราะไม่หยุด) คาถาผื่นคัน (ข้อมือซ้ายเธอเป็นผื่นเลย!) จะเอารางวัลจากสเนป ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ เหมือนเธอมายืนเป็นเป้าซ้อมยิงคาถายังไงไม่รู้

               “พอละ หนูไม่เอาแล้ว” จอร์เจียโยนไม้กายสิทธิ์ไปบนเบาะ แล้วก็นั่งลงดื้อๆ หลังจากคาถาจี้เส้นทำให้เธอหัวเราะงอหายจนเจ็บซี่โครง เธอยกมือกอดอก ไม่ยอมมองหน้าอาจารย์

               “อดรางวัลนะ” สเนปบอก

               “ค่ะ” จอร์เจียพูดอย่างรับรู้ สเนปเดินเข้ามาหาเธอ นั่งลงด้านข้างๆ ขณะที่จอร์เจียก็ยังไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ดี สเนปขยับเข้าใกล้อีก เขายื่นมือเข้าไปจับคางของเธอ ดึงให้เชิดขึ้น เด็กสาวจ้องมองดวงตาของเขา เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว นิ้วของเขาเขี่ย ลูบไล้ แก้มของเธอ ผ่านริมฝีปากเต็มอิ่ม จอร์เจียต้องยอมรับว่า การลีลาเยอะของเขา ทำให้เธอตื่นเต้น หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำยิ่งกว่าเดิมอีก ในหัวเธอมีแต่คำสั่งที่ว่า จูบฉันสิ จูบฉันสิ

               “กลับหอเถอะ จอร์เจีย” สเนปบอก เขาประทับริมฝีปากบนหน้าผากของเธอ ค้างอย่างเนิ่นนาน

               “หนูไม่อยากกลับ” จอร์เจียพูดเบาๆ เขาไม่ปล่อยเธอ และเธอก็ไม่ปล่อยเขา เด็กสาวขยับเข้าไปหา วางศีรษะลงบนหน้าอกของเขา เธอได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้น “อยู่ที่นี่ได้ไหมคะ?” สเนปไม่ตอบ เขาก้มลงประทับรอยจูบแถวกระหม่อมเธอ โอบเธอไว้ทั้งตัว ขณะที่จอร์เจียหลับตาลง เธออยากอยู่อย่างนี้ มีแค่เขากับเธอ ไม่มีโวลเดอมอร์ ไม่มีงานสายลับสองหน้าของเขา ไม่มีพ่อกับแม่ที่คงไม่มีวันยอมรับกับความสัมพันธ์นี้แน่ ต่อให้พยายามอธิบายแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็มีวันนี้ คืนนี้ เวลานี้ เธอขออยู่แบบนี้ ตักตวงเวลา ก่อนที่มันจะหมดสิ้นไป



############################



งานเลี้ยงคริสมาสต์ของซลักฮอร์น

               “ฉันมาคิดดูนะ แฮร์รี่” จอร์เจียพูดขึ้น “ทำไมนายไม่ไปงานกับฉันล่ะ ในเมื่อนายก็คงไม่ได้ไปกับจินนี่ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็จะไปชวนคนอื่นเพื่อให้รอนหึง ฉันเองก็ไม่อยากไปชวนคนอื่นแล้วด้วย” พวกเขากำลังอยู่ในหอสมุด และพูดคุยกันเรื่องงานเลี้ยงของซลักฮอร์น เฮอร์ไมโอนี่เพิ่งเดินจากไปเพื่อปฏิบัติตามแผนการให้รอนหึง รอนเพิ่งจะตกลงคบกับลาเวนเดอร์ สองคนนั้นจูบกันแทบทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เฮอร์ไมโอนี่ไม่คิดจะมองหน้ารอนอีกต่อไป ส่วนแฮร์รี่ที่ตอนนี้ป๊อปปูลาร์มากขึ้น ก็เริ่มเป็นเป้าของสาวๆจากการวางยาเสน่ห์

               “ฉันกำลังคิดว่าจะไปชวนลูน่า” แฮร์รี่บอก “แต่ไปกับเธอดีกว่า จอร์เจีย”

               “เยี่ยม” จอร์เจียบอก “เออนี่ นายว่าจะมีการบ้านอะไรที่หินกว่ารายงานสองม้วนกระดาษของสเนปอีกไหม ฉันยังขาดอีกสามสิบเซนติเมตรแหน่ะ ให้ตายสิ ขอดูของนายได้ไหม?”

               “เอาสิ” แฮร์รี่ผลักรายงานของเขาให้เธอดู

               “ลอกการบ้านเพื่อนหรือ มิสคิงสลีย์” เสียงเย็นเหมือนน้ำแข็งนั่น ทำให้เด็กทั้งสองสะดุ้งตัวแข็งทื่อ พวกเขาหันไปมองด้านหลัง และอาจารย์ที่พวกเขาชอบน้อยที่สุดก็ยืนอยู่ตรงนั้น

               “เปล่านะคะ อาจารย์” จอร์เจียร้อง

               “ศูนย์” สเนปบอกอย่างเย็นชา แล้วก็เดินสะบัดชายเสื้อคลุมจากไป

               “เขาเป็นผีหรือไง” แฮร์รี่สบถ “อย่างกับจะตามสิงเธองั้นแหละ จอร์เจีย”

               “เขาน่ะ ฝันร้าย สยดสยอง ของแท้เลย” ขอโทษนะคะอาจารย์ ที่ต้องว่าแรง

               งานเลี้ยงคริสมาสต์ของซลักฮอร์น คึกคัก อาหารอร่อย กว่าที่จอร์เจียคาดหมายไว้ เนื่องจากแฮร์รี่เป็นคนโปรดของซลักฮอร์น เขาจึงถูกดึงตัวไปคุยด้วยบ่อยๆ ทำให้จอร์เจียมีโอกาสเดินไปทักคนนั้นคนนี้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นทั่วงาน เฮอร์ไมโอนี่มางานกับคอร์แม็ก แม็กคลากเก้น ซึ่งมีมารยาทงามพอๆกับโทรล์นั่นแหละ ดูจากสีหน้าของเฮอร์ไมโอนี่แล้ว จอร์เจียคิดว่าเธอคงจะเข็ดไปอีกนาน และไม่อยากแก้เผ็ดรอน โดยใช้ผู้ชายแย่ๆอีก

               เรื่องน่าแปลกเกิดขึ้นประมาณเกือบสี่ทุ่ม เมื่อเดรโก มัลฟอยถูกลากเข้ามา และจะถูกทำโทษเพราะออกจากหอนอนโดยไม่ได้รับอนุญาต แฮร์รี่กับจอร์เจียสบตากัน ทั้งสองมีทฤษฎีตรงกันว่า มัลฟอยอาจเป็นผู้เสพความตายไปแล้ว แต่เฮอร์ไมโอนี่กับรอนไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้

               “ฉันแค่พยายามจะมางานเลี้ยง” มัลฟอยแก้ตัว ทำเป็นไม่สบอารมณ์ที่ถูกจับได้

               “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร คุณฟิลซ์” ซลักฮอร์นไกล่เกลี่ยกับภารโรงที่จับมัลฟอยเข้ามา “ผมไม่ว่าอะไรเด็กที่อยากจะมางานหรอก คุณมัลฟอย เชิญตามสบาย”

               “คงจะไม่ได้” สเนปเข้าร่วมวงสนทนา “คุณมัลฟอย ตามฉันมา”

               แฮร์รี่กับจอร์เจียมองหน้ากันอีกรอบ และด้วยความเป็นเพื่อนตลอดห้าปีจนเข้าปีที่หก ต่างคนต่างรู้แล้วว่าอีกคนกำลังคิดอะไร เด็กทั้งสองแอบย่องตามมัลฟอยกับสเนปออกไปทันที จอร์เจียไว้ใจสเนปอยู่แล้ว เธอเข้าใจดีว่าเขาเป็นสายลับสองหน้า และคงจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมัลฟอยแน่ๆ ถ้าเขาเป็นผู้เสพความตาย บางทีอาจได้รู้กันในคืนนี้ล่ะ

               แต่พวกเขาก็ไม่ได้อะไรมาก นอกจากความสงสัยมากกว่าเดิม มัลฟอยบอกว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น แต่สเนปก็เถียงว่า เขาได้ทำปฏิญาณไม่คืนคำไปแล้วว่าจะต้องช่วยมัลฟอยทุกอย่าง แฮร์รี่กับจอร์เจียคุยเรื่องนี้ไปตลอดทาง จอร์เจียอธิบายให้แฮร์รี่ฟังว่าปฏิญาณไม่คืนคำเป็นสิ่งที่ หากทำลงไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ และถ้าผิดคำปฏิญาณจะต้องตาย เมื่อแฮร์รี่เข้านอนไปแล้ว จอร์เจียที่ร้อนรนอยากได้คำตอบ ก็แอบออกจากหอกริฟฟินดอร์ และไปหาสเนปที่ห้องพักอาจารย์

               “จอร์เจีย นี่มันดึกแล้วนะ” สเนปเปิดประตูออกมารับเธอ เขาเหมือนกำลังจะเข้านอนแล้ว เพราะสวมกางเกงผ้ายาวกับเสื้อเชิ้ตนอนสีเข้ม มีเสื้อคลุมตัวหลวมสวมทับอีกที จอร์เจียไม่เคยเห็นเขาแต่งตัวสบายๆมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกเลย “เข้ามาก่อนที่จะใครจะเห็น” เขาดึงตัวเธอเข้าไป ห้องนอนของสเนปก็เหมือนห้องอื่นๆของเขานั่นแหละ เป็นสีดำ วอลเปเปอร์สีน้ำเงินเข้มเกือบดำ ผ้าม่านสีเขียวเข้ม เตียงนอนขนาดกะทัดรัดวางติดหน้าต่าง

               “มีเรื่องอะไร” เขาถามทันที หลังจากเปิดไฟตะเกียงที่ข้างหน้าต่าง

               “ปฏิญาณไม่คืนคำ... มัลฟอย... อาจารย์จะเล่าให้หนูฟังเมื่อไหร่” จอร์เจียยกมือกอดอก

               “เธอ” สเนปพูดช้าๆ “แอบฟังหรือ”

               “ค่ะ” จอร์เจียพยักหน้า “แฮร์รี่ก็ด้วย”

               “หึ” เขาพ่นลมทางจมูกอย่างไม่พอใจทันที “ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่ไปนั่งวิเคราะห์กับพอตเตอร์ซะละ คิงสลีย์ ฉันเชื่อว่าพอตเตอร์มีทฤษฎีน่าสนใจอยู่แล้ว”

               “อาจารย์คะ” จอร์เจียพยายามใจเย็น “หนูแค่เป็นห่วง หนูเป็นห่วงอาจารย์ไม่ได้หรือคะ แล้วมัลฟอย เขาเป็นผู้เสพความตายใช่ไหม”

               “ฉันไม่เล่าให้เธอฟัง เพราะมันไม่จำเป็นต้องเล่า เรื่องนี้เป็นงานของฉัน เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ฉัน ซึ่งเด็กอย่างเธอไม่เกี่ยว” สเนปพูดอย่างเฉยชา จอร์เจียรู้ว่าเธอควรจะชินกับคำพูดประเภทนี้ แต่ก็ชินไม่ลงจริงๆ

               “เด็กอย่างหนูไม่เคยเกี่ยวเลยสักเรื่องใช่ไหมคะ” จอร์เจียตัดพ้อ “อาจารย์ไม่เคยอธิบายอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้หนูสงสัย ปล่อยให้อยู่ในความมืด ปล่อยให้หนูเป็นห่วง แล้วก็ต้องรู้เรื่องอาจารย์จากคนอื่น เธอไม่ต้องรู้อะไรทั้งนั้น จอร์เจีย แค่เสนอหน้าอยู่ให้ฉันจูบฟรีๆก็พอ

               “เลิกพูดคำว่า จูบฟรีๆ สักทีเถอะ” สเนปพูดเหมือนรำคาญ

               “อาจารย์ไม่เคยบอกนี่คะว่ารู้สึกยังไงกับหนู แล้วจะให้คิดยังไงล่ะ?” จอร์เจียดันเรื่องนี้ขึ้นมาจนได้ เธอรู้ว่ากำลังทำตัวงี่เง่าเหมือนเด็กๆ แต่เขาไม่เคยบอกอะไรเธอจริงๆ ไม่เคยเลยแม้แต่อย่างเดียว

               “จอร์เจีย” เขาเรียกชื่อเธออย่างอ่อนใจ เดินเข้ามาใกล้มากขึ้น ยกมือจะคว้าตัวเธอ แต่จอร์เจียถอยหนี “ไม่เอาน่า จอร์เจีย มานี่เถอะ” เขายื่นมือรอเธอ

               “ไม่ได้ผลหรอกค่ะ” จอร์เจียส่ายหน้า “อาจารย์ชอบใช้วิธีนี้ ให้หนูลืมความตั้งใจ ถ้าอาจารย์ยังไม่ยอมอธิบาย หนูก็จะไปล่ะ” เธอหันหลัง เดินลิ่วไปหาประตู สเนปไวกว่า เขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอ สอดมือเข้ามาจากด้านหลัง กอดเธอไว้ แผ่นหลังของเด็กสาวแนบกับตัวเขา

               “อย่าไป” น้ำเสียงนั้นมีแววขอร้อง ใบหน้าของเขาคลอเคลียอยู่กับเส้นผมสีน้ำตาลหนานุ่ม ทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้แถวคอ “ไม่เข้าใจหรือ จอร์เจีย ฉันบอกอะไรเธอไม่ได้เพราะมันเป็นงานของฉัน เป็นความลับ ฉันบอกสิ่งที่ฉันรู้สึกต่อเธอไม่ได้ เพราะฉันยังไม่คู่ควรกับเธอ แต่ฉันสัญญา เมื่อทุกอย่างจบลง ฉันจะบอกเธอทุกอย่าง รอจนถึงวันนั้นได้ไหม” จอร์เจียไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี “อยู่กับฉันนะ”

               “ค่ะ อาจารย์” แล้วเธอก็พ่ายแพ้อีกรอบจนได้

               “อีกเรื่องนะ จอร์เจีย” สเนปกระซิบ “เวลาอยู่ด้วยกัน โปรดเรียกฉันว่า เซเวอรัส”




############################




 ฝึกหายตัว

               นักเรียนปีหกเริ่มเข้าเรียนวิธีการหายตัว หลายต่อหลายคนพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นระหว่างเดินไปห้องโถงใหญ่ เชมัสกับดีนเอาแต่พูดกันว่ามันจะดีแค่นั้นถ้าแค่ดีดนิ้วแล้วไปโผล่ยังสถานที่ที่ต้องการ รอนเองก็อยากมีโอกาสแก้แค้นเฟร็ดกับจอร์จที่ชอบหายตัวมาทำให้เขาตกใจ แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย ดูปกติกว่าคนอื่นๆเลยด้วยซ้ำ สำหรับจอร์เจีย เธอคิดว่าถ้าอย่างน้อย เธอทำได้แย่มากๆ คงจะมีสเนปช่วยฝึกฝนให้เองแหละ เธอเริ่มก้าวหน้าบ้างแล้วเรื่องคาถาไร้เสียง ตอนนี้เธอใช้คาถายกของได้โดยไม่ต้องพูดออกมา แต่พวกคำสาปต่างๆ หรือคาถาสูงๆอย่างคาถาผู้พิทักษ์ ยังต้องใช้เวลาอยู่

               อาจารย์ที่สอนหายตัวเป็นพ่อมดแก่ๆจากกระทรวงเวทมนตร์ ที่เลกเชอร์พวกเขาก่อนว่ามีอะไรบ้างที่สำคัญสำหรับการหายตัว ฟังดูแล้วก็น่ากลัวเรื่องค้างครึ่ง คืออาการที่ หายตัวไม่สำเร็จ แล้วมีอวัยวะบางส่วนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

               พวกเขาต้องฝึกหายตัวเข้าไปในวงกลมที่อยู่ห่างไปหนึ่งเมตร ในรอบแรกนั้นมีหลายคนทำตลกมาก คือหมุนตัวแล้วกระโดดไปโผล่ในห่วง แถมยังทำหน้าดีใจคิดว่าตัวเองทำสำเร็จ จอร์เจียลองหมุนแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอคิดว่าจะให้เธอมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะหายตัวไปปรากฏได้นั้น ต้องมีตัวล่อที่ดีกว่าแค่ห่วงกลมๆ ตัวล่อที่น่าดึงดูด น่าสนใจ มีเสน่ห์ อย่างชายวัยสามสิบหก ในชุดสีดำทั้งตัว ที่กำลังยืนดูการฝึกอยู่ห่างออกไป เด็กสาวหน้าแดงขึ้นมาเมื่อนึกถึงเขา จากนั้นเธอก็ได้ยินสัญญาณให้ฝึกอีกที

               ยังไม่มีใครทำได้ในวันนี้ แม้แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ก้าวหน้ามากนัก พ่อมดจากกระทรวงบอกว่า พวกเขาจะสามารถทำได้ดีขึ้นในครั้งต่อๆไป

               “ทำไมนายไปอยู่หลังมัลฟอยล่ะ แฮร์รี่” รอนถาม เมื่อพวกเขากำลังกินอาหารเย็น

               แฮร์รี่ลดเสียงลง โน้มตัวลงมา “ฉันได้ยินมัลฟอยพูดอะไรบางอย่างกับแครบและกอยล์ พวกเขากำลังเฝ้า และซ่อมอะไรบางอย่างอยู่ ฉันว่ามันต้องซ่อนอยู่ในห้องต้องประสงค์”

               “แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่เริ่ม “ฉันไม่เห็นด้วยหรอกนะที่เธอจะหมกมุ่นกับเรื่องของมัลฟอย”

               “แล้วเรื่องที่งานเลี้ยงคริสมาสต์ล่ะ เฮอร์ไมโอนี่” จอร์เจียพูดขึ้น “ฉันพนันกินไข่ด็อกซี่เลย เขาเป็นผู้เสพความตาย และกำลังวางแผนอะไรไม่ดีๆแน่นอนที่สุด” จอร์เจียมั่นใจมากในเรื่องนี้ แม้สเนปจะไม่บอกอะไรเธอเลยก็ตาม แต่ถ้าสายลับสองหน้าอย่างเขาช่วยเหลือมัลฟอยอยู่ล่ะก็ สิ่งที่มัลฟอยทำอยู่อาจเป็นคำสั่งจากจอมมารจริงๆ

               “พ่อเธอมีความคิดเห็นเรื่องนี้ยังไงล่ะ จอร์เจีย” รอนถาม

               “ก็...” จอร์เจียกำลังจะตอบ แต่ลาเวนเดอร์ บราวน์เดินเข้ามาก่อน แทรกกลางระหว่างจอร์เจียกับรอน และเริ่มต้นจูบรอนทันที มือไม้ไหลไปทั่วเหมือนปลาหมึก เฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามหน้าชาขึ้นมาเลย

               “ขอโทษนะ ขอตัวไปอ้วกก่อน” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเย็น ลุกขึ้น และเดินจากไปทันที

               “ฉันจะไปดูแผนที่ตัวกวนหน่อย เผื่อจะเจอมัลฟอย” แฮร์รี่บอก

               “เดี๋ยว แฮร์รี่” จอร์เจียเรียกไว้ “ฉันขอยืมหนังสือปรุงยาของเจ้าชายเลือดผสมหน่อยสิ อยากได้เคล็ดลับไว้เขียนรายงานส่งซลักฮอร์น”  แฮร์รี่รับคำ หยิบหนังสือปรุงยาออกจากกระเป๋า หนังสือเล่มนี้เป็นของใครไม่รู้ที่ใช้ชื่อว่า เจ้าชายเลือดผสม และมีแต่ลายดินสอเขียนโน้ตไว้เต็ม เคล็ดลับต่างๆมากมายที่ดีกว่าหนังสือเรียนของพวกเขาเสียอีก จอร์เจียไม่มีปัญหาเรื่องการอ่านลายมือขยุกขยุย เธอจึงเป็นคนเดียวที่ยืมแฮร์รี่อ่านได้

               เด็กสาวนอนอ่านหนังสือที่หอนอนนักเรียนหญิง และเขียนสิ่งที่เธอคิดว่าน่าจะเพิ่มคะแนนให้รายงานได้ลงไป เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอมองนาฬิกา เกือบสองทุ่มแล้ว เธอควรออกไปเสียที เด็กสาวเดินเลี่ยงคนอื่นๆในห้องนั่งเล่นรวม ยังไม่เห็นเงาของแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ ปีนี้เป็นปีที่พวกเขาไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเท่าไหร่ แฮร์รี่หมกมุ่นเรื่องมัลฟอย และเขาต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมกับดัมเบิลดอร์ (ซึ่งส่วนใหญ่ดัมเบิลดอร์พาแฮร์รี่ไปดูความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับอดีตของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่เล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟังทั้งหมด และจอร์เจียก็สาบานไว้ว่าจะไม่เล่าให้ใครฟังต่อ) รอนหมกมุ่นกับการจูบลาเวนเดอร์ และแทบจะไม่สนใจพวกเขา ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ที่ไม่อยากเห็นรอนกับลาเวนเดอร์ ก็หมกตัวอยู่ในห้องสมุด จอร์เจียจึงมีโอกาสแอบออกไปข้างนอก และพบสเนป โดยที่เพื่อนๆไม่สงสัยว่าเธอหายไปไหน

               ในช่วงนี้ เขาน่าจะยังอยู่ที่ห้องทำงาน นั่งตรวจการบ้าน หรือเตรียมการสอนสำหรับวันต่อไป เด็กสาวเคาะประตูก่อน และรอให้ได้ยินเสียงอนุญาตจึงเปิดเข้าไป เป็นอย่างที่เธอคาด เขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มีกองม้วนกระดาษของนักเรียนวางอยู่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ปากกาขนนกปาดไปมา วงกลมประโยคที่ไม่เข้าท่า และให้คะแนนที่มุมกระดาษ

               “ไม่สะดวกหรือเปล่าคะ” จอร์เจียถามก่อน

               “รอก่อน” สเนปบอก ไม่ได้เงยหน้ามองเธอ เหมือนเขากำลังตั้งใจมากเสียจนไม่อยากละสายตาไป จอร์เจียนั่งที่เก้าอี้ยาวบุนวมสีดำ ลอบมองเขาอย่างเพลิดเพลิน ดวงตาสีดำจดจ่อกับงานตรงหน้า ไม่วอกแวว แม้ว่าเธอจะนั่งอยู่ตรงนี้ก็ตาม เธอนั่งรอประมาณสิบนาทีได้ เขาก็วางปากกาขนนกลง จัดม้วนกระดาษงานของนักเรียนลงตระกร้าแยกเป็นชั้นปี

               “จอร์เจีย” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอกระโดดผลุงจากเก้าอี้ วิ่งเข้าหา และโดยไม่บอกล่วงหน้า เธอเหวี่ยงแขนโอบรอบคอเขา เขย่งปลายเท้า จูบเขาที่ริมฝีปาก เขาชะงักครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบสนอง มือข้างหนึ่งด้านหลังเอวของเธอ ดันร่างเธอให้แนบชิดมากขึ้น จอร์เจียรู้สึกซาบซ่านไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จูบของเขาเหมือนจะล้างความคิดถึง ล้างความอดกลั้นที่เธอมีมาตลอดทั้งวันได้

               “ฉันเห็นเธอวันนี้” สเนปพูดหลังจากถอนริมฝีปาก และคลายอ้อมแขนออกหลวมๆ “การหายตัวเป็นเรื่องสำคัญ เธอควรตั้งใจ ไม่ใช่เอาแต่มองฉัน”

               “มันยากนี่คะ” จอร์เจียยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้ามีเซเวอรัสอยู่ในห้องด้วย หนูจะไม่มองได้ไง”

               “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไม่ไปปรากฏตัวในการเรียนหายตัวคราวหน้า” สเนปบอกทางแก้ไขของเขาเอง

               “ตามใจค่ะ ศาสตราจารย์” จอร์เจียพูดประชดๆอย่างไม่จริงจังนัก “หนูมีอะไรจะอวดนะ” เธอออกห่างจากตัวเขา “หนูว่าน่าจะลองดู คิดว่าคงทำได้แล้ว” เธอหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา “ถ้าหนูเสกผู้พิทักษ์ได้ โดยไม่ร่ายคาถาให้ได้ยิน เซเวอรัสจะให้อะไรคะ? อืม... ตอบคำถามหนูหนึ่งข้อดีไหม?”

               เขาทำท่าเหมือนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้” สเนปพยักหน้า “แต่ ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับงานของฉัน หรืออดีตของฉัน”

               “ค่ะๆ” จอร์เจียกลอกตา แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสมาธิให้มั่น เธอนึกถึงความทรงจำที่มีความสุขหลายอย่างพร้อมๆกัน เช่น งานเลี้ยงวันเกิดของแฮร์รี่ที่จัดพร้อมกับเธอเมื่อปีก่อน วันที่สเนปให้ของขวัญชิ้นแรกกับเธอ จากนั้นเด็กสาวนึกถึงคาถาในใจ ให้มันดังก้องอยู่ในความคิด แล้วตอนนั้นเอง ที่แสงสีเงินยวงระเบิดออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ มีรูปร่างเป็นสิงโตตัวผู้ ตัวใหญ่ มันสะบัดแผงคออย่างไว้ท่า ทำท่าคำราม แล้ววิ่งออกนอกหน้าต่างไป

               จอร์เจียหันไปหาสเนป ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่อีกแล้ว และถ้าเธอตาไม่ฝาด ริมฝีปากของเขาก็เหมือนจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ นิดเดียว ก่อนมันจะกลายเป็นเส้นตรงตามเดิม

               “หนูถามได้ยังคะ?” จอร์เจียเลิกคิ้วมอง สเนปพยักหน้าอนุญาต “อืม... ไม่เกี่ยวกับงาน ไม่เกี่ยวกับอดีต งั้นเป็นอะไรพื้นๆแล้วกันค่ะ ผู้พิทักษ์ของเซเวอรัส คืออะไรคะ?” แล้วเหมือนกับว่า นั่นเป็นคำถามต้องห้ามอย่างไรก็ไม่ทราบ เครื่องหน้าของสเนปเย็นชาลงกว่าเดิม สีระเรื่อใดก็ตามที่ก่อนหน้านี้มี ซีดลงจนแทบจะเป็นสีกระดาษ “เซเวอรัสคะ ถ้า... ถ้าตอบไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนะคะ” จอร์เจียไม่อยากเสี่ยงหาเรื่องทะเลาะ เธอไม่ชอบเลยถ้าต้องทะเลาะกับเขา โดยเฉพาะวันที่มีแต่เรื่องดีๆแบบนี้

               แต่เขากลับเดินเข้ามา ก้มลงจูบเธอเบาๆที่ริมฝีปากหนึ่งครั้ง ก่อนจะหยิบไม้กายสิทธิ์และร่ายคาถาเสกผู้พิทักษ์ แสงสีเงินกลายรูปร่างเป็นกวางสาวแสนสวย มันกระโดดไปมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสลายหายไป

               “สัญญากับฉัน” สเนปเน้นเสียงหนัก “อย่าบอกใครเรื่องนี้”

               “หนูพูดเรื่องเซเวอรัสกับใครไม่ได้อยู่แล้วค่ะ” จอร์เจียบอก “แต่ ทำไมล่ะคะ? หนูคิดว่า ผู้พิทักษ์ของอาจารย์น่าจะเป็นอะไรที่น่าเกรงขามกว่านี้เสียอีก”

               “มันเคยเป็นสิงโตตัวเมีย ตอนที่ฉันเสกมันครั้งแรกตอนอายุสิบสอง” สเนปบอก

               “ผู้พิทักษ์เปลี่ยนรูปแบบหรือคะ เหมือนของท็องส์ ผู้พิทักษ์เธอกลายเป็นหมาตัวใหญ่” จอร์เจียพูดถึงนิมฟาดอร่า ท็องส์ สมาชิกคนหนึ่งของภาคีนกฟินิกซ์ ที่แฮร์รี่กับเพื่อนๆของเธอสงสัยว่า ท็องส์น่าจะชอบกับซิเรียสอยู่ เมื่อซิเรียสตาย ผู้พิทักษ์เธอจึงเปลี่ยนเป็นแบบเดียวกับซิเรียส นี่แสดงว่า อาจจะเกิดอะไรขึ้นกับสเนป หรือ (เธอไม่อยากยอมรับเลย) เขาอาจจะเคยมีความรัก แล้วผิดหวัง ผู้พิทักษ์จึงเปลี่ยนรูป จอร์เจียรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เพราะเธอรู้ว่า ถึงถามไป สเนป คงยังไม่ยอมบอก

               “เมื่อถึงเวลา จอร์เจีย ฉันจะเล่าให้เธอฟัง ฉันสัญญา” สเนปพูดกับเธออย่างอ่อนโยน จอร์เจียมองเขาแล้วพยักหน้า จากนั้นเธอก็นึกขึ้นมาได้ สเนปบอกว่าผู้พิทักษ์ของเขาเคยเป็นสิงโตตัวเมีย ขณะที่ของเธอเป็นสิงโตตัวผู้

               “สิงโต? ถ้าอย่างนั้นผู้พิทักษ์ของเซเวอรัสกับของหนูก็...”

               “เหมือนกัน” สเนปต่อให้ “เธอรู้ความหมายของมันไหม”

               จอร์เจียหน้าแดงขึ้นมาทันที และนั่นคงเป็นคำตอบอย่างดีให้เขาแล้ว เพราะเขาดึงตัวเธอเข้าไปกอดอย่างเนิ่นนาน ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอะไรอีก  ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ที่สอนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ เคยทำนายทายทักเธอไว้ตอนปีสามว่า เนื้อคู่ของเธอจะแก่กว่าหลายปี อาจารย์คงไม่ได้มั่ว เดาสุ่ม หรือแค่จะทำให้เธอหัวเสีย จอร์เจียใจเต้นแรง เรื่องผู้พิทักษ์นี้เหมือนย้ำให้คำพยากรณ์นั่นเป็นจริงมากขึ้น ในนาทีหนึ่งเธอรู้สึกยินดี แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ ทรีลอว์นีย์เคยบอกเธอว่า อาจเป็นความรักที่ไม่สมหวัง หรือต้องเจ็บปวด

               ไม่เป็นไรหรอก จอร์เจียบอกตัวเอง จะต้องเจ็บแค่ไหน ก็ไม่เป็นไร เธอยินดี




############################




ผู้ได้ยินคำพยากรณ์

               แฮร์รี่กับจอร์เจียเดินเตร็ดแตร่อยู่แถวชั้นเจ็ด เพื่อหาร่องรอยของห้องต้องประสงค์ที่มัลฟอยเข้าไปใช้เพื่อทำอะไรสักอย่าง พวกเขาพยายามคิดหัวแทบแตก พยายามหาคำพูดอะไรก็ได้ที่ทำให้ห้องยอมปรากฏออกมา และแม้แต่วันนี้ แฮร์รี่มีนัดกับดัมเบิลดอร์ แต่พวกเขายังอุตส่าห์แวะชั้นเจ็ด ระหว่างที่กำลังเดินนั้นเอง พวกเขาได้ยินเฮดังลั่น เหมือนกลุ่มคนกำลังดีใจอย่างมาก ได้ยินเสียงพลั่ก เหมือนมีคนถูกเตะกระเด็นออกมา แล้วพวกเขาก็เจอศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์

               อาจารย์สอนพยากรณ์ศาสตร์ท่าทางเหมือนกำลังเมาเหล้าเชอร์รี่ และน่าจะหาที่ซ่อนขวดเหล้าในมือ แต่ดันไปปะกับพวกมัลฟอยเข้าก่อน และไม่ว่าเสียงเฮดังสนั่นจะมีเหตุผลใด จอร์เจียกับแฮร์รี่ก็ไม่ชอบเอาเสียเลย เหมือนพวกเขากำลังดีใจที่ปฏิบัติงานลุล่วงแล้ว ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์บ่นยกใหญ่ เป็นเคราะห์กรรมของแฮร์รี่กับจอร์เจียที่สะบัดเธอไม่หลุด เธอไม่ยอมหยุดพูดเสียที ทำไปทำมา ก็พูดถึงดัมเบิลดอร์ กับวันที่เธอสัมภาษณ์งานที่ร้านหัวหมู แฮร์รี่เคยเล่าให้จอร์เจียฟังว่า คำพยากรณ์เกี่ยวกับตัวเขา ที่ว่าเขาจะเป็นผู้ทำให้โวลเดอมอร์หมดอำนาจนั้น มาจากทรีลอว์นีย์ในวันสัมภาษณ์งานกับดัมเบิลดอร์นี่แหละ

               “ฉันยังจำได้อยู่เลย วันสัมภาษณ์ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเชียว แต่ก็ถูกขัดจังหวะ โดยเซเวอรัส สเนป...” จอร์เจียกับแฮร์รี่หูผึ่งขึ้นมาพร้อมกัน

               “อะไรนะครับ” แฮร์รี่ถาม

               “ฉันกำลังทำนายให้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ฟังอยู่ดีๆ แล้วก็มีเสียงกระแทกประตู คนขายเหล้าหิ้วตัวเซเวอรัสออกไป เขาแก้ตัวว่าแค่จะมาหาอะไรดื่ม แต่ฉันไม่เชื่อหรอก เขามาแอบฟังน่ะสิ...”

               “เขาได้ยินที่อาจารย์คุยกับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์หรือคะ” จอร์เจียเบิกตากว้าง

               “ใช่น่ะสิ” ทรีลอว์นีย์ตอบ และบ่นยาวเป็นวา จอร์เจียกับแฮร์รี่ไม่ได้ฟังแล้ว เด็กสาวสังเกตเห็นเพื่อนสนิทกำหมัดแน่น

               “เราขอตัวก่อนนะคะ ศาสตราจารย์” จอร์เจียพูดเร็วๆ เธอคว้าแขนแฮร์รี่ ดึงให้เดินตาม

               “สเนป” แฮร์รี่แทบจะตะโกนเมื่อพวกเขาอยู่ตามลำพังบนระเบียงทางเดิน “เขาเป็นคนบอกโวลเดอมอร์เรื่องคำทำนายแน่ๆ ฉันมั่นใจเลย แล้วดัมเบิลดอร์ยังไว้ใจเขา”

               “แฮร์รี่” จอร์เจียพูดเสียงปะเหลาะ “บางที...”

               “ไม่มี บางทีหรอก จอร์เจีย” แฮร์รี่แทบจะระเบิด “เขาส่งพ่อแม่ฉันให้โวลเดอมอร์!!

               “แฮร์รี่ หางหนอนต่างหากที่เป็นคน...”

               “หางหนอนแค่ปลายเหตุนะ” แฮร์รี่ตวาด จนจอร์เจียเงียบไป “เขาได้ยินคำทำนาย ถ้าเขาหุบปากซะ โวลเดอมอร์ไม่มีทางรู้ และเรื่องก็ไม่มีทางเกิดขึ้น หางหนอนจะไม่มีโอกาสแม้แต่นิดเดียวที่จะหักหลังพ่อกับแม่ฉัน แล้วนี่เธออยู่ข้างสเนปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน จอร์เจีย”

               “ฉันแค่...” จอร์เจียเริ่ม แต่ก็พูดต่อไม่ได้

                    “ฉันจะไปถามดัมเบิลดอร์เรื่องนี้” แฮร์รี่พูดเป็นการสรุป แล้วเดินไปเหมือนพายุพัด

               จอร์เจียรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้เลย เธอรู้ว่าสเนปเคยเป็นผู้เสพความตาย เขาเป็นทาสรับใช้ของโวลเดอมอร์ และตั้งใจจะดำรงอยู่ในศาสตร์มืด แต่ก่อนที่โวลเดอมอร์จะพ่ายแพ้ต่อแฮร์รี่ เขาก็เปลี่ยนข้าง และเสี่ยงชีวิตตัวเองเป็นสายลับให้กับดัมเบิลดอร์แทน นั่นคือสิ่งที่ทุกคนได้ยิน ดัมเบิลดอร์ไว้ใจสเนป นั่นคือสาเหตุที่พวกเขาที่เหลือควรไว้ใจด้วย เมื่อโวลเดอมอร์กลับมา สเนปก็กลายเป็นสายลับสองหน้า ทำงานให้โวลเดอมอร์ แต่ก็ทำงานให้ดัมเบิลดอร์ด้วย คำถามก็คือ ตอนนี้เขาอยู่ฝ่ายไหนก็แน่ จอร์เจียสะบัดศีรษะ นั่นคือสเนปนะ เขาอาจไม่น่ารักในสายตาคนอื่น แต่เขาพิสูจน์ตัวเองกับเธอแล้ว เขาไม่มีทางหักหลังดัมเบิลดอร์แน่นอน เธอมั่นใจ

               ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่เด็กสาวก็ยังไม่ค่อยสบายใจ แทนที่จะตรงกลับหอ เธอเลือกจะไปพบเขาที่ห้องพักโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า

               “ฉันคิดว่าเธอเป็นคนบอกเองว่าเราไม่ควรแอบเจอกันมากกว่าสัปดาห์ละสามครั้ง เพื่อความปลอดภัยของเราเอง” สเนป พูดขณะที่ปล่อยให้เธอแทรกตัวเข้าไปในห้องของเขา “ให้ฉันเดานะ มีเรื่องอะไรกวนใจเธออีกแล้วใช่ไหม” เขาสังเกตเห็นได้จากสีหน้าของเธอแทบจะทันที จอร์เจียเงยหน้าขึ้นมอง และเธอก็เพิ่งเห็นว่า สเนปเหมือนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผมของเขายังเปียกอยู่เล็กน้อย เธอได้กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นลาเวนเดอร์ ใบหน้าของเขากำลังผ่อนคลาย

               “หนูเจอศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์” จอร์เจียเริ่ม “เธอเล่าให้ฟังว่า เซเวอรัสได้ยินคำพยากรณ์ในวันที่เธอสัมภาษณ์งาน” สีหน้าผ่อนคลายของสเนปเลือนหายไปอย่างช้าๆ กรามขบกันแน่น

               “มีใครอยู่กับเธออีกหรือเปล่า” เสียงของเขาเย็นยะเยือกจนทำให้เธอขนลุก

               “เอ่อ... แฮร์รี่ค่ะ” จอร์เจียตอบตามความจริง เขามีท่าทางหัวเสียขึ้นมาทันที

               “เรื่องมันผ่านไปแล้ว และฉันไม่อยากพูดถึงมัน ถ้าเธอจะมา เพื่อเรื่องนี้ ฉันคงต้องขอให้เธอออกไป” เขาชี้มือไปทางประตู จอร์เจียเคยถูกเขาไล่หลายครั้ง แต่หลังจากความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้งขึ้น เขาก็ไม่เคยไล่เธอ นอกจากจะถึงเวลาต้องออกไปจริงๆ

               “เซเวอรัสคะ” จอร์เจียเรียก

               “ฉันเคยบอกเธอว่าไง?” สเนปถามอย่างเน้นเสียง

               “ห้ามถามเรื่องงาน ห้ามถามเรื่องอดีต” จอร์เจียบอกอย่างน้อยใจ “แล้วก็ห้ามถามเรื่องอนาคตด้วยใช่ไหมคะ” เธอเสริมขึ้นมา มองเขาอย่างท้าทาย “เซเวอรัส บอกให้หนูรอ แต่เมื่อไหร่คะ? ทำไมล่ะ หนูไว้ใจไม่ได้หรอ หนูยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองหรือคะ ไม่มีใครรู้เรื่องเราทั้งนั้น นั่นยังไม่พอหรือคะ อาจารย์คิดว่ามันยากสำหรับหนูขนาดไหน ที่ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เมื่อไหร่จะยอมเปิดใจ ให้หนูรับรู้อดีตของอาจารย์ซะที ยิ่งนานไป หนูก็เริ่มรู้เรื่องจากคนอื่น แล้วทำให้หนูสงสัยในตัวอาจารย์มากขึ้น อาจารย์ส่งพ่อแม่แฮร์รี่ให้โวลเดอมอร์นะ!

               “ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้” สเนปขึ้นเสียง

               “ทำไมคะ” จอร์เจียคาดคั้น “ทำไมพูดไม่ได้ มันคือเรื่องจริงใช่ไหม หลังจากได้ยินคำพยากรณ์ อาจารย์คงรอแทบไม่ไหว เพื่อรีบไปหาโวลเดอมอร์ เขาตบรางวัลอะไรให้อาจารย์ล่ะคะ”

               “จอร์เจีย!!” สเนปตวาด เด็กสาวสะดุ้ง เธอกัดริมฝีปาก แต่ไม่ยอมหยุด

               “หนูอยากรู้ความจริงค่ะ เซเวอรัสคะ บอกหนูเถอะ อย่างน้อยให้หนูไม่ต้องทรมานแบบนี้ได้ไหม หนูจะแน่ใจได้ยังไงว่าตอนนี้อาจารย์ยังอยู่ข้างเรา” คำกล่าวหานั้นรุนแรงไปมากกว่าที่เธอตั้งใจเอาไว้ และกว่าเธอจะรู้ว่าไม่เคยพูดออกไปแบบนั้น ก็สายเสียแล้ว ใบหน้าเย็นชาของเขาตึงเครียด ดวงตาแสดงความโกรธชัดเจน

               “ออกไป” สเนปไล่

               “ไม่ค่ะ” จอร์เจียยืนยัน “หนูไม่ไปจนกว่าอาจารย์จะยอมบอกหนู”

               “ฉันบอกแล้วนะ เวลาอยู่ด้วยกัน อย่าเรียกว่า อาจารย์”

               “ทำไมคะ” จอร์เจียถามคำเดิม ตอนนี้คำว่า ทำไมคงจะทำเขารำคาญน่าดู “คำว่า อาจารย์ มันแสลงหูมากสินะคะ อาจารย์ไม่ควรเดทกับนักเรียน หรือมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับนักเรียนนี่นะ”

               “เธอเป็นคนขอเรื่องนี้เอง” สเนปมองเธอ สายตาไม่อาจน่ากลัวไปได้มากกว่านั้นอีกแล้ว “เธอเดินเข้ามาหาฉันเอง ยั่วฉัน แต่ก็อ่อยคนอื่นไปทั่วเหมือนกัน”

               “อะไรนะ!!!” จอร์เจียแผดเสียง เรื่องนี้ชักไปกันใหญ่แล้ว “หนูไม่เคยอ่อยใคร ยั่วก็ไม่เคย”

                “เควนติน เด็กเดิร์มสแตรงก์” สเนปพูดชื่อนั้นขึ้นมา “แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้ถูกเลือก เด็กชายผู้รอดชีวิตที่แสนสูงส่ง เธอชอบขลุกกับไอ้เด็กพอตเตอร์นี่ ฉันจะรู้ได้ยังไง ว่าเกิดอะไรขึ้นลับหลังฉันบ้าง เธอไม่เคยยั่วงั้นหรือ? แล้วจะอธิบายเรื่องที่เธอชอบหาเรื่องให้ถูกกักบริเวณว่ายังไง อธิบายเรื่องตอนสิ้นปีห้าของเธอสิ จอร์เจีย ใครกันล่ะ สารภาพรักกับฉัน บอกว่าเห็นฉันเวลาส่องกระจกแห่งแอริเซด”

               จอร์เจียรู้สึกเจ็บเหมือนเพิ่งถูกตบหน้าดังฉาดใหญ่ เขาคิดกับเธอแบบนี้เองหรือ นี่คือทั้งหมดที่เขาคิดใช่ไหม เด็กสาวคิดกลับไปกลับมาอย่างสับสนงุนงง และเจ็บปวด เขาคิดว่าเธอชอบอ่อยผู้ชาย? เธอกำมือแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ แต่เธอกลั้นไม่อยู่ น้ำตาหยดลงมาจากดวงตาของเธอช้าๆ ไหลผ่านแก้มลงไป เธอจ้องเขาเขม็ง วันนี้มีเรื่องที่ทำให้เธอผิดหวังในตัวเขาสองเรื่องใหญ่ๆด้วยกัน อย่างแรกคือเรื่องที่เขาส่งพ่อแม่แฮร์รี่ให้โวลเดอมอร์ อย่างที่สองคือคำพูดร้ายกาจที่เขามีต่อเธอ หรือคิดต่อเธอ

               “จอร์เจีย” เสียงเรียกของเขาอ่อนลง สีหน้าแสดงออกว่ารู้สึกผิดทันทีที่เห็นน้ำตาของเธอ

               “หนูขอโทษที่ยั่วอาจารย์” จอร์เจียพูดเสียงสั่น “หนูขอโทษที่เอาแต่ถาม ขอโทษที่ยุ่งเรื่องของอาจารย์ จะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา หันหลังอย่างรวดเร็วไปทางประตู

               “จอร์เจีย!” สเนปเรียกเธอ แต่เด็กสาวไม่หยุดเดิน จนเธอได้ยินเสียงเขาร่ายคาถา และร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้น เธอขัดขืนคาถาไม่ได้ และถูกดึงไปหาเขาอีก

               “ปล่อยหนู” เธอกรีดร้อง หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา แต่เขาไวกว่าและร่ายคาถาปลดอาวุธ ยึดไม้กายสิทธิ์ของเธอไป “เอาไม้หนูคืนมานะ”

               “ไม่” สเนปตอบ

               “เอาไม้หนูคืนมา” เธอย้ำอีกครั้ง เสียงดังขึ้น “หนูจะไม่เล่นเกมกับอาจารย์แล้ว หนูจะไม่ทนแล้วด้วยเหมือนกัน หนูทนความลับไม่ไหวแล้ว หนูทนกับการถูกปิดบังไม่ให้รับรู้ไม่ได้ ยิ่งอาจารย์ไม่บอก หนูก็ยิ่งอยากรู้ หนูยิ่งต้องการคำตอบ หนูไม่สนแล้วว่าอาจารย์จะเป็นผู้เสพความตาย หรือจะเป็นคนฝ่ายเรา หนูไม่อยากยุ่งกับอาจารย์อีกแล้ว!

               “งั้นหรือ?” เขาถามเสียงเย็น โยนไม้กายสิทธิ์ทั้งสองอันทิ้ง จอร์เจียขยับทันที เธอจะไปคว้าไม้ แต่เขารวบตัวเธออย่างรวดเร็วและง่ายดาย เธอเพิ่งสำนึกตอนนี้เองว่าเขาแรงเยอะกว่าและรวดเร็วกว่าขนาดไหน “อย่าพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของเธอจอร์เจีย เราต่างรู้ดีว่าเธอต้องการฉัน” เขากระซิบอยู่ข้างหู ทำให้ขนบนหลังคอเธอลุกซู่ และก่อนที่จอร์เจียจะมีโอกาสได้เถียง เขาก็จัดการปิดปากเธอด้วยริมฝีปากร้อนเร่าของเขา สเนปไม่เคยจูบเธอแบบนี้มาก่อน เขามักจะนุ่มนวล อ่อนโยน ไม่รุกรานจนเธอรับไม่ทัน แต่ครั้งนี้ เขาบดเบียดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงเหมือนไร้ซึ่งความอดกลั้นใดๆ เขาจับกรามของเธอ บังคับให้เธอเปิดปาก รับลิ้นของเขาที่สอดเข้ามาหาอย่างรุกรานโดยไม่ได้รับอนุญาต จอร์เจียรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ร่างของเธออ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขน ถ้าเขาไม่ตระกรองกอดรัดเธอเอาไว้ล่ะก็ เธอคงจะทรุดลงล้มกับพื้นไปแล้ว ลิ้นของเขาสำรวจทั่ว ดูดกลืน ดื่มด่ำ ร้อนรน ร่างของเธอถูกดันสนิทแนบ เสื้อผ้าของพวกเขาเสียดสีกัน เธอรับรู้ถึงกล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งมากขึ้นเรื่อยๆ เขาหยุด ถอนริมฝีปากเพื่อให้เธอได้หายใจหนึ่งเฮือก แล้วก็บดขยี้ลงมาอีก จอร์เจียไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน เธอทำอะไรไม่ได้เลย

                    “เซเวอรัส” จอร์เจียกระซิบเสียงหอบ มือของเธอกำแน่นจนเสื้อเขาขยุ้มเป็นก้อน เธอไม่เคยถูกจูบแบบนี้ เด็กสาวมองสบตาเขา และเห็นความปรารถนาลุกโชนภายใต้แววตาที่มักจะมีแต่ความเย็นชา

               “อาจารย์คะ” จอร์เจียเรียกเขา เธอตัวสั่น รู้สึกกลัวขึ้นมา

               “เงียบๆ” เขาสั่งด้วยเสียงกระซิบ           

 “หนูรักเซเวอรัส” เธอตัดสินใจบอก เขามองหน้าเธอ เหมือนจะรู้สึกขอบคุณ ซึ้งใจ หรืออะไรก็ตามแต่ เขาจูบหน้าผากเธอและแช่ค้างไว้เนิ่นนาน

               “ฉันรักเธอ”

              




############################




คนทรยศ

               ช่วงใกล้ปิดภาคเรียน มักมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเสมอ จอร์เจีย คิงสลีย์คิดว่าเธอเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้แล้ว ช่วงที่กำลังคิดอยู่เลยว่าปีนี้จะมาในรูปแบบไหน แฮร์รี่ก็เล่าให้พวกเขาฟังว่า ดัมเบิลดอร์พบที่ซ่อนฮอครักซ์ (ที่เก็บวิญญาณของโวลเดอมอร์) และจะพาแฮร์รี่ไปด้วยในคืนนี้ ซึ่งจอร์เจีย รอน และเฮอร์ไมโอนี่ไม่สามารถตามไปได้ พวกเขาจึงจำเป็นต้องรอฟังข่าวที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียว

               ทั้งสามคนขอให้แฮร์รี่โชคดี ก่อนเขาจะออกไปพบดัมเบิลดอร์ตามนัด ไม่มีใครมีอารมณ์จะอ่านหนังสือทบทวนวิชาที่ต้องสอบต่อ เฮอร์ไมโอนี่ปิดหนังสือเป็นคนแรก และเริ่มพูดถึงทฤษฎีต่างๆของเธอว่าฮอร์ครักซ์น่าจะอยู่ที่ไหน รอนตั้งใจฟังเต็มที่ (รอนกับลาเวนเดอร์เลิกกันแล้ว และตอนนี้ความสัมพันธ์กับเฮอร์ไมโอนี่กำลังคืบหน้า) จอร์เจียแทบไม่ได้ฟังเลย จิดใจเธอล่องลอยไปหาเซเวอรัส สเนป กับความสัมพันธ์ลับๆที่พวกเขามีร่วมกัน เธอไม่อาจบอกใครได้ เสี่ยงไม่ได้ ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทอย่างแฮร์รี่ รอน หรือเฮอร์ไมโอนี่ อีกอย่างเพื่อนๆของเธอก็เกลียดสเนปเข้าเส้นด้วย

               แต่มันคงจะดีมากเลยทีเดียว ถ้าเธอสามารถเล่าเรื่องของเขาให้ใครสักคนฟังได้ ถ้าเธอสามารถปรึกษาเรื่องของเขากับเพื่อนๆ เด็กสาวต้องอดทน อดกลั้น และยอมอึดอัดอยู่กับตัวเองคนเดียวทุกครั้งที่เธอกับเซเวอรัสทะเลาะกัน แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะ พวกเขาก็มีทางออกทุกที ทางออกอย่างเลี่ยงๆ ที่ไม่เคยจัดการปัญหาได้ เซ็กส์เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีเซ็กส์ พวกเขาจะลืมความบาดหมางไปเอง

               เธอนึกภาพไม่ออกว่าจะเป็นยังไง ถ้าเธอกับเซเวอรัสจูงมือกันเข้าบ้าน และบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ พ่ออาจจะโกรธจนท้าดวลกับเขาเลยก็ได้ แม่อาจจะกรีดร้องเสียงแหลม และด่าทอ แม่ไว้ใจเซเวอรัส สเนป เพราะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ค่อนข้างสนิทกัน นับถือสเนปว่าเป็นคนเก่งมีความสามารถสูง แม่คงเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ทีเดียว ถ้ารู้ว่าเซเวอรัสล่อลวงและหลับนอนกับลูกสาว และถ้าสมมติ เธอเกิดหันหลังให้พ่อกับแม่เพื่อสเนป เพื่อจะได้อยู่กับเขา โลกใบนี้ก็คงไม่ร่วมยินดีเท่าใดนัก เพื่อนๆของเธอคงทั้งตกใจ หวาดหวั่น และอาจคิดว่าสเนปทำยาเสน่ห์ใส่เธอ สเนปเองก็อาจมีปัญหากับโรงเรียน เพราะเขาดันมารักกับนักเรียนนี่น่า ใครๆก็ต้องดูออกว่าพวกเขาเจอกันและรักกันตั้งแต่จอร์เจียยังเป็นนักเรียนในชั้นเรียนของเขา เรื่องเก่าๆจะถูกยกขึ้นมา สาเหตุที่เธอถูกกักบริเวณกับเขาบ่อย เพราะเขาคงตั้งใจจะล่อลวงเธอ

                    พวกเขาแยกย้ายกันขึ้นหอนอนเมื่อเวลามาถึงประมาณสี่ทุ่ม จอร์เจียไม่คิดจะออกไปไหนในวันนี้ เธอเข้านอนเร็วกว่าปกติทุกวัน แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่น เมื่อเฮอร์ไมโอนี่เป็นคนปลุก

               “เกิดอะ...”

               “ผู้เสพความตาย” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างหวาดกลัว จอร์เจียสะบัดผ้าห่มออก และลุกขึ้นจากเตียงทันที ดวงตาทั้งสองข้างแสบไปหมดเพราะนอนไม่พอ

               “แฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์ล่ะ?” จอร์เจียถาม ขณะวิ่งตามเฮอร์ไมโอนี่ลงไปสมทบกับ รอน จินนี่ และเนวิลล์

               “ยังไม่รู้เลย” เฮอร์ไมโอนี่บอก

               “แล้วพวกนายรู้ได้ไงว่ามีผู้เสพความตาย” จอร์เจียถามทันที

               “ลูน่าส่งข้อความมาทางเหรียญให้ฉัน” เนวิลล์บอก ชูเหรียญเกลเลียนปลอมที่พวกเขาทำขึ้นใช้ตั้งแต่ตอนปีห้า สำหรับบอกการนัดพบแอบเรียนคาถาต่างๆกับแฮร์รี่ “ลูน่าเห็นพวกนั้นเข้ามา เธอชอบเตร็ดเตร่ตอนกลางคืนน่ะ”

               “เราจะทำไงดี” รอนถาม

               “ออกไปช่วยลูน่าก่อน แล้วค่อยคิดต่อ” จินนี่ตอบให้ และเป็นคนแรกที่พุ่งไปทางประตู เด็กๆที่เหลือวิ่งตามไปทันที อยู่ๆจอร์เจียก็นึกถึงเสียงเฮดังลั่นที่เธอได้ยินจากห้องต้องประสงค์ ไม่ว่ามัลฟอยจะซ่อนอะไรไว้ในนั้น มันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องวันนี้ก็ได้

               ลูน่าไม่ได้เพ้อไปเอง มีผู้เสพความตายบุกเข้ามาจริงๆ พวกเขาปะทะกับมัลฟอยบนระเบียงทางเดิน แต่มัลฟอยปาผงความมืดจากเปรู ทำให้ทางเดินมืดไปหมด เขาถือมือแห่งความรุ่งโรจน์ซึ่งส่องแสงให้เฉพาะคนถือเท่านั้น กว่าผงความมืดจะหมดฤทธิ์ มัลฟอยกับพรรคพวกก็หายไปแล้ว

               “นายว่าผู้เสพความตายจะมาที่นี่ทำไมกัน” รอนถาม

               “ฆ่าแฮร์รี่” จอร์เจียตอบทันที

               “หรือไม่ก็ดัมเบิลดอร์” เฮอร์ไมโอนี่เสริม

               “ฉันไปจะที่ห้องทำงานดัมเบิลดอร์ เผื่อเขากับแฮร์รี่จะอยู่ที่นั่น” จินนี่บอก และชวนเนวิลล์ไปด้วย

               “ป่านนี้พวกอาจารย์คงตื่นกันหมดแล้วล่ะ ต้องมีเสียงต่อสู้ให้ได้ยินแน่” และไม่ทันขาดคำของรอน พวกเขาได้ยินเสียงร่ายคาถากึกก้อง เหมือนจะเป็นเสียงของมักกอนนากัล เด็กๆวิ่งเร็วจี๋ไปดู ไม่ใช่แค่มักกอนนากัล แต่พวกภาคีนกฟินิกซ์ อย่างลูปิน ท็องส์ และจอร์เจ็ตก็มา

               “จอร์เจีย หลบไปซะ” จอร์เจ็ตตะโกนบอกลูกสาว พวกผู้เสพความตายขนมาจากไหนกันไม่รู้ต่างมากมาย เด็กหมอบตัวให้ต่ำ เพื่อหลบหลีกคำสาปที่พุ่งจากทุกทิศทาง

               จอร์เจียคลาดกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่อย่างตั้งใจ เธอต้องหาเซเวอรัสให้เจอ แต่ขณะที่วิ่งออกไปนั้น เธอก็เห็นกลุ่มผู้เสพความตายเพิ่งลงมาจากทางไปหอดูดาว เดรโก มัลฟอย  เบลลาทริกซ์ เลสแตรงก์ กับอีกสองคนที่เธอไม่รู้จัก และคนที่ตามมาสุดท้ายคือสเนป จอร์เจียไม่กล้าที่จะเข้าไป บางทีเขาอาจปฎิบัติภารกิจสายลับของเขาอยู่ แล้วเธอก็เห็นแฮร์รี่ไล่ตามลงมา พยายามยิงคาถาใส่สเนป นั่นทำให้จอร์เจียออกจากมุมทางเดิน

               “แฮร์รี่” เด็กสาวเรียก แต่แฮร์รี่เหมือนจะไม่ได้ยิน เขาไล่สเนป ตะโกนก้องไปตลอดทางว่า แกฆ่าเขากับ ไอ้คนทรยศจอร์เจียรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งจับขั้วหัวใจขึ้นมา ทำไมแฮร์รี่ไล่ล่าสเนปกับผู้เสพความตายตามลำพัง ดัมเบิลดอร์ไปไหน? ดัมเบิลดอร์ไม่มีทางยอมให้แฮร์รี่เสี่ยงแบบนี้ แล้วทำไมสเนปถึงร่ายคาถาโต้ตอบแฮร์รี่ พวกเขามาถึงด้านนอกแล้ว บนสนามหญ้าโล่งหน้าอาคาร

               “เซ็กตัมเซมปร้า” แฮร์รี่ตะโกนก้อง เขาค้นพบคาถาอันตรายนั้นในหนังสือของเจ้าชายเลือดผสม แต่ถูกสเนปสกัดได้ และสะกดนิ่งเข้าอีก  จนล้มลงนอนแน่นิ่งกับพื้น สเนปเดินเข้ามาหยุดอยู่เหนือร่างของแฮร์รี่

               “เธอกล้าดียังไง พอตเตอร์” สเนปคำราม “เธอจะใช้คาถาของฉัน สู้กับฉันอย่างนั้นหรือ” จอร์เจียหยุดฝีเท้า “ใช่ ฉันคือเจ้าชายเลือดผสม”

               “สตูเปฟาย!” จอร์เจียตะโกนลั่น คาถาสะกดนิ่งของเธอบินหวือตรงเข้าร่างสเนปทันที เขาถูกดีดกระเด็นออกไป น่าจะเจ็บมากอยู่ “แฮร์รี่ ลุกเร็ว” เด็กสาววิ่งเข้าไปอยู่ข้างเขา พยุงเขาให้ลุกขึ้นยืน

               “เอกซ์เปลลิอาร์มัส” สเนปร่ายคาถาปลดอาวุธ ไม้กายสิทธิ์ของเธอกระเด็นหลุดจากมือ “โอ้ สวัสดี ยาหยี”

               “เกิดอะไรขึ้น” จอร์เจียถามเน้นเสียง

               “เขาฆ่าดัมเบิลดอร์” แฮร์รี่พูดลอดไรฟันที่ขบกันแน่น ชี้มือไปทางสเนป “เขาทรยศดัมเบิลดอร์ ทรยศเราทั้งหมด”

               “อะไรนะ” จอร์เจียคิดว่าเธอคงกลายเป็นหินไปแล้ว หัวใจเธอหล่นวูบ

               “ได้ยินไม่ผิดหรอก จอร์เจีย หวานใจของฉัน” สเนปพูดเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลย “มาสิ ไปกับฉันเถอะ แล้วเราจะอยู่ด้วยกันไงล่ะ อย่างที่เธอต้องการมาตลอด จอมมารจะต้อนรับเธออย่างอบอุ่นในฐานะคนรักของวีรบุรุษที่สังหารอัลบัส ดัมเบิลดอร์”

               “ไม่” จอร์เจียส่ายหัว “อาจารย์ล้อเล่นใช่ไหม” เธอรู้สึกได้ว่าแฮร์รี่กำลังขยับตัวไปหาไม้กายสิทธิ์ที่หล่นพื้น

               “สตูเปฟาย” สเนปสะกดนิ่งแฮร์รี่อีกรอบ ร่างของเขากระเด็นออกไปจากวง “มาเถอะ จอร์เจีย ไปกับฉัน”

               “ไม่” จอร์เจียคิดว่าเธอกำลังจะร้องไห้แน่ๆ ความรู้สึกหลายอย่างระเบิดออกมาภายในเวลาเดียวกัน เธอถูกหลอก หลอกลวงมาโดยตลอด

               “ก็ตามใจเธอ” สเนปพูดอย่างใจร้าย “จะบอกอะไรให้นะ จอร์เจีย คิงสลีย์ ที่ผ่านมาฉันต้องขอบคุณเธอมาก ฉันสนุกมากที่มีเธอ เธอเป็นเด็กที่หลอกง่ายที่สุด ตั้งแต่ที่ฉันเคยเจอมา” เขาสะบัดชายเสื้อคลุม

               มีเสียงป๊อบเกิดขึ้นเบาๆ แล้วเขาก็หายตัวไป

               ในอนาคต หากจะมีช่วงเวลาใดที่โหดร้ายที่สุด จอร์เจีย คิงสลีย์จะนึกถึงช่วงเวลานี้เอาไว้ เพราะมันไม่อาจโหดร้ายไปได้มากกว่านี้แล้ว เธอรู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดจากร่าง ความสับสนยังวนเวียนอยู่ ความเจ็บปวดบาดลึกลงไปจนถึงกระดูก จนถึงหัวใจที่กำลังเต้นอย่างร้าวระบม หัวเข่าของเธอร้องอุทธรณ์ แล้วมันก็ทรุดลงกระแทกพื้นหญ้า เธอไม่มีค่าเลย ไม่มี เธอเป็นเพียงตุ๊กตาที่เขาเอาไว้เชยชม เอาไว้ปั่นหัวเล่น เอาไว้ชักใย เมื่อถึงเวลา ก็เบื่อ และ ทิ้งขว้าง

               เธอถูก ทรยศ หักหลัง อย่างทารุณ สาหัสสากรรจ์ เกินกว่าเด็กผู้หญิงอายุสิบหกคนหนึ่งสมควรจะเจอ 











เขียนไว้แค่ 7 ตอนเองค่ะ

แถมยังไม่จบด้วย

จะเขียนต่อไหม ให้คุกกี้ทำนายกัน 5555+  //อนุญาตให้ถีบคนเขียนได้ 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #63 Khanom_zaa (@nattachai091) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 06:44
    รอเธออยู่นาจาาาาา ป๋าทำไว้เจ็บมากกก พูดตรงตรงงงง อยากอ่านต่อออ ป๋าาาา เอาจริงดิ ป๋าจะหักอกน้อง หรือป๋าจะต้องตายย หรือที่ป๋าทำงี้เพราะป๋ารู้ว่าป๋าต้องตายเลยทำให้เกลียดไปเลยไรงี้? หรือแสดงละครเพราะมีพวกผู้เสพความตายอยู่ ป๋าาาาาา รอวันที่ไรท์อัพนะจ๊ะะะะ จุ๊บบบบ
    #63
    0
  2. #61 ป่าสีน้ำเงิน (@kamontip-123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 04:08

    แงงง ได้โปรดเขียนต่อนะคะ ทุกอย่างในเรื่องนี้มันดีมากเลยค่ะ ทั้งความสมเหตุสมผล การใช้​ภาษาในการบรรยาย หวังว่าจะได้อ่านตอนต่อไปนะคะ
    #61
    0
  3. #58 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 15:18
    จอร์เจียดูง่ายมาก แค่เค้าจูบก็ลืมความผิดหวังที่เค้าทำกับพ่อแม่แฮร์รี่และพูดดูถูกตัวเองไปหมดแล้ว แต่ถ้าสเนปทำทุกอย่างเพื่อให้จอร์เจียปลอดภัยคงน่าสงสารแย่
    #58
    0
  4. #55 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 23:18
    ไรท์ต้องเขียนต่อให้จบน้าา เราชอบเรื่องนี้มากเลยย มันสนุกแบบหน่วงหัวใจอ่ะ แงงง ป๋าเนปแค่แกล้งทำใช่มั้ยยย
    #55
    0
  5. #54 Diamond-18 (@Diamond-18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:05
    จุกๆไปเลย
    #54
    0
  6. #53 LazyLion (@guitar643922) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 22:16
    โอ้ย เพิ่งรู้เลยค่ะ ว่าตัวเองชอบฉากดราม่า รู้เพราะเรื่องนี้เลย โอ้ยยยยย ตายลิ้ววววว
    น้องเข้มแข็งไว้เชื่อใจเซเวอร์รัส! เชื่อในตัวอาจารย์หัวมันเยิ้ม!
    #53
    0
  7. #51 jjjj77127 (@jjjj77127) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 17:24
    เขียนต่อค่ะสนุกมาก แต่ป๋าเนปหลอกน้องจริงหรอ
    #51
    0
  8. #50 aqua74 (@mim401157) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 09:42
    เขียนต่อเถอะนะคะๆๆๆๆๆ​ มันดีมากๆดลยค่ะไรท์​ เขียนดีทุกเรื่องเลย
    #50
    0
  9. #49 Laneishen (@Laneishen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 01:05

    มันดีมาก ขอบคุณนะค่ะ
    #49
    0
  10. #48 Severus... (@Nut_thayapron) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 21:31

    เขียนต่อน้าาาา
    #48
    0
  11. #47 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 19:56
    ป๋าเนป คุณหลอกน้องได้นะว่าไม่ได้รักน้อง แต่หลอกหัวใจตัวเองไม่ได้หรอก สุดท้ายคุณก็เลือกที่จะเป็นผู้ร้าย เลือกที่จะรับบทนี้เพื่อปกป้องคนที่คุณรักอีกครั้ง จิตใจของคุณจะบอบช้ำแค่ไหนกันนะ..
    #เขียนต่อค่ะ
    #47
    1
    • #47-1 pottoqq (@napxatsxrn) (จากตอนที่ 6)
      8 กรกฎาคม 2562 / 06:18
      ใช่เลยค่ะ
      #47-1
  12. #46 MagNeSium. (@NaphatJunkantod) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 19:27
    เขียนต่อเถอะค่ะ สนุกมากชอบๆๆๆๆๆ
    #46
    0
  13. #45 pottoqq (@napxatsxrn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 19:18

    ฮื่ออออออออออ ยังไงกันแน่เนี่ย TT // รออ่านตอนหน้าอยู่นะคะไรท์ สู้ๆนะคะ
    #45
    0
  14. #44 zomweeri (@zomweeri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 19:03

    เขียนต่อนะคะ
    #44
    0
  15. #43 Mimaimai (@Mimaimai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 18:43
    เชียร์ให้เขียนต่อนะคะTwT
    #43
    0
  16. #42 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 18:31
    งืออออ สนุกแต่ก็เจ็บปวด เชียร์ให้เขียนต่อค่ะ ชอบบบบบบ
    #42
    0