Blue Rose [Severus Snape & OC]

ตอนที่ 3 : ปีสาม กับความจริงที่เผยทีละนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    17 พ.ค. 62


Blue rose

บทที่ 3  ปีสาม กับความจริงที่เผยทีละนิด






31 กรกฏาคม ของขวัญที่ไม่คิดว่าจะได้

                    วันปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ จอร์เจียใช้เวลาอยู่ในสวนเป็นส่วนใหญ่ พ่อซื้อต้นไม้มาใหม่ และปล่อยให้เธอจัดการได้เต็มที่ ดังนั้นในวันที่ 30 กรกฎาคม หลังจากยืมนกฮูกของแม่ส่งของขวัญวันเกิดไปให้แฮร์รี่แล้ว เธอก็ออกมาอยู่ในสวน ขุดหลุม พรวนดิน ใส่พันธุ์พืชต่างๆลงไป เมื่อเสร็จจากผักสวนครัว เธอก็ไปจัดการกับแปลงดอกไม้ จอร์เจียทำงานจนถึงบ่าย แดดเริ่มร้อนมากจนทนไม่ไหว เธอจึงล่าถอยเข้าบ้านในสภาพเหงื่อโทรมกาย ใบหน้าเปื้อนดิน กางเกงขาย้วยๆเปื้อนสีน้ำตาลเต็มไปหมด เธอลากขาเข้าบ้าน รู้สึกอยากอาบน้ำเต็มแก่

               บริเวณโถงที่ใช้รับแขก โรซาลิน แม่ของเธอนั่งอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ได้อยู่คนเดียว ในบรรดาเพื่อนของแม่ทั้งหมดที่แวะเวียนมาเยี่ยมที่บ้านในวันธรรมดาๆแบบนี้ มักจะเป็นเพื่อนบ้านมักเกิ้ลที่ไม่รู้ว่าแม่เป็นแม่มด คนที่นั่งอยู่บนโซฟาเหนือความคาดหมายของจอร์เจียไปไกลโข และก็ทำให้เธอกลัวขึ้นมาด้วย ปีที่ผ่านมา เธอแย่สุดๆวิชาปรุงยา เธอตั้งใจที่จะไม่ใส่ใจทำข้อสอบ หรือปฎิบัติอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่สเนปยังทำกับเธออย่างไม่ยุติธรรม บางทีเขาอาจจะมาที่นี่ เพื่อรายงานว่าเธอแย่มากๆจนเหลือจะรับก็ได้

               “อ้าว จอร์เจีย มาพอดีเลย” แม่ของเธอหันมายิ้ม สำหรับผู้หญิงวัยสามสิบเอ็ดปี แม่ยังดูสาวและสวยอยู่ แต่ก็เริ่มท้วมขึ้นเล็กน้อยแล้ว เพราะหน้าที่แม่บ้าน และเขียนบทความลงนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์เป็นบางสัปดาห์เท่านั้น “ศาสตราจารย์สเนป เคยเป็นเพื่อนของแม่ สมัยเรียนแหนะ” แม่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังเลย “เขาผ่านมาแถวนี้ ก็เลยแวะมาทักทาย” จอร์เจียยืนนิ่ง ไม่คิดจะเอ่ยทักทายปราศรัย

               “หนูไปอาบน้ำนะคะแม่ เหม็นเหงื่อมากค่ะ” นั่นทำให้เธอมีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่ต้องนั่งร่วมวงสนทนาใดๆก็ตาม

               “เดี๋ยวสิ” โรซาลินเรียกไว้ “จะวันเกิดหนูแล้ว ศาสตราจารย์เอาของขวัญมาให้ด้วยนะ”

               ห๊ะ? หูฝาดเปล่าเนี่ย จอร์เจียตวัดสายตาไปมองสเนปอย่างไม่ไว้ใจเต็มที่ ของขวัญเนี่ยนะ? ยาพิษหรือเปล่า เขาคิดอะไรของเขา มีแผนอะไรไม่ทราบ สเนปไม่ได้สบตาเธอ แต่มองถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้าเขาเหมือนมันน่าสนใจมาก

               “แม่เคยเล่าให้เซเวอรัสฟังว่า หนูชอบทำสวน เขาก็เลยซื้อกุหลาบมาให้ลองปลูก” แม่หยิบกระถางต้นไม้ขึ้นมาให้เธอเห็น มีดอกกุหลาบบานอยู่หนึ่งดอก และเป็นสีน้ำเงิน จอร์เจียงุนงงเกินกว่าจะขยับขา เธอจับต้นชนปลายไม่ถูก โอเค ใช่ วันที่หนึ่ง สิงหาคม วันเกิดเธอ เธอได้ของขวัญจากพ่อแม่ หรือเพื่อนๆเป็นประจำอยู่แล้ว บางครั้งก็จากเพื่อนๆของพ่อกับแม่ด้วย แต่บรรดาเพื่อนทั้งหมด เธอไม่ยักรู้ว่าแม่สนิทกับสเนปด้วย แต่พอนึกย้อน พ่อกับแม่ก็พูดถึงสเนปบ่อย ตั้งแต่เธอยังไม่เข้าฮอกวอตส์ พวกเขาก็บอกว่า เธอโชคดีที่จะได้เรียนกับพ่อมดที่เก่งกาจมากๆอย่างนั้นอย่างนี้ สเนปเป็นอัจฉริยะเรื่องปรุงยา และคาถาต่างๆ เขาสอนได้ทุกวิชาด้วยซ้ำไป

               ยังไงก็เถอะ การโผล่มาที่บ้านเธอ พร้อมของขวัญวันเกิดเนี่ยนะ? มันขัดกับการกระทำที่เขาปฏิบัติต่อเธอมาตลอดสองปี ก็เหมือนอยู่ๆ สเนปนึกครึ้มใส่ชุดซานตาคลอสแล้วร้องเพลงจิงเกิลเบล นั่นแหละ

               “มาเอาไปสิจ๊ะ ขอบคุณศาสตราจารย์ด้วยนะ” แม่เสริมช่วงท้าย ส่งสายตาเชิงบังคับ จอร์เจียกระพริบตา งุนงง สงสัย อยากถามเต็มแก่ แต่คิดว่าคำพูดที่มีในหัวคงจะเผ็ดร้อนเกินไป ถ้าพูดต่อหน้าแม่ แม่ต้องเป็นลมแน่ๆ เด็กหญิงวัยสิบสามจึงแค่ขยับเข้าไปรับกระถางมาอุ้มไว้ “มันคงสวย ถ้าเอาไปตั้งที่ระเบียงห้องนอนลูกข้างบน”

               “ค่ะ” จอร์เจียพยักหน้า แล้วเธอก็จำได้ว่าแม่สั่งให้ขอบคุณ เด็กหญิงหันไปทางสเนปที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมองเธอแล้ว เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำเหมือนจะไปงานศพเช่นเคย ผมสีดำปรกใบหน้าด้านข้าง นัยน์ตาดำสนิทเหมือนถ้ำอันมืดหม่นมองเธอแบบที่เธอก็อ่านไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ขอบคุณค่ะ ศาสตราจารย์” แล้วเธอก็รีบออกจากห้องนั้นให้เร็วที่สุด รู้สึกแปลกๆ เหมือนใบหน้าจะร้อนผ่าว เด็กหญิงสะบัดศีรษะขณะวิ่งขึ้นบันได เธอสาบานกับตัวเองว่า จะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครที่ฮอกวอตส์ฟังเด็ดขาด ต่อให้เป็นเพื่อนซี้เธออย่างแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ก็ตาม

               เมื่อขึ้นไปถึงห้องนอน เด็กหญิงเปิดประตูกระจกระเบียง และตั้งกระถางกุหลาบไว้ด้านนอก จากจุดนี้ เธอสามารถมองเห็นมันได้ แม้จะนอนอยู่บนเตียงก็ตาม จอร์เจียทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง แม่พูดถูก มันเข้ากับระเบียงสีขาวของเธอ และดูสวย งดงาม หยิ่งยโส แต่แฝงด้วยความลึกลับอย่างมีเสน่ห์ ไม่ต่างจาก เจ้าของที่ให้มันเป็นของขวัญวันเกิดแก่เธอ



############################



วันที่ 1 กันยายน เรื่องไม่คาดฝัน

               จอร์เจียได้ยินข่าวเรื่องซิเรียส แบล็ก มาตลอดหน้าร้อนแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งเธอมาเจอกับแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่บนรถไฟ และแฮร์รี่เล่าให้ฟังว่า แบล็กหนีจากคุกอัซคาบันมาเพราะอยากจะตามล่าและฆ่าแฮร์รี่ซะ เท่าที่จอร์เจียรู้ ไม่เคยมีใครแหกคุกนั้นได้มาก่อน ผู้คุมของอัซคาบันเลวร้ายมาก เป็นสิ่งมีชีวิตต่ำช้า ที่ไม่มีใครอยากพูดถึงมัน แบล็กเป็นลูกน้องของสำคัญของโวลเดอมอร์ เขาโกรธแค้นแฮร์รี่ และเชื่อว่าถ้าแฮร์รี่ตาย โวลเดอมอร์จะหวนคืนสู่อำนาจ แค่ได้ยินก็ขนลุกแล้วจริงๆ

               การเดินทางไปฮอกวอตส์ไม่ค่อยจะราบรื่นนัก จอร์เจียไม่คาดหวังจะมีปีสงบสุขที่ฮอกวอตส์แล้วล่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และถ้าเธอมีเพื่อนรักเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอก็ไม่คาดหวังจะมีความสงบสุขหรอก เริ่มแรกเลยคือ มัลฟอย แครบ และกอยล์ เข้ามาหาเรื่องพวกเขาในช่วงบ่าย และก่อนที่จะมีการนองเลือด พวกนั้นก็ล่าถอยไปก่อน พวกเขาโชคดีที่นั่งตู้เดียวกับศาสตราจารย์ลูปิน อาจารย์สอนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่  เขาหลับตลอดทาง แต่เมื่อมัลฟอยรู้ว่าเป็นอาจารย์ ก็ไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องใต้จมูกตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอม

               ฝนเริ่มตกหนักมากขึ้น อากาศเย็นลง และการเดินทางก็ไม่ราบรื่นเป็นครั้งที่สอง เมื่อรถไฟหยุดกะทันหัน มีคนหรืออะไรบางอย่างมาขึ้นรถ จอร์เจียสัมผัสได้ว่ามันหนาวมาก หนาวเยือกจนถึงกระดูก สิ่งน่าสยองขวัญมาถึงตู้ที่นั่งของพวกเขา มันสวมผ้าคลุมศีรษะสีดำสนิท มือเหม็นเน่ายื่นออกมาเกาะขอบประตู มันผลักเปิดออก ทำท่าเหมือนมองไปรอบๆ จอร์เจียเห็นอะไรเลวร้ายหลายอย่างในความทรงจำ ที่เธอจะไม่มีวันเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด คนที่ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากสุดคือแฮร์รี่ เขาไถลลงพื้น เริ่มชัก แล้วก็เป็นลม จากนั้นศาสตราจารย์ลูปินก็ลุกขึ้นยืน

               “เราไม่ได้ซ่อนซิเรียส แบล็กไว้ใต้เสื้อคลุมหรอก” จอร์เจียได้ยินลูปินพูดอย่างนั้น แต่มันก็ไม่ยอมไป จนเขาร่ายคาภาบางอย่าง ส่งแสงสีเงินยวงจากปลายไม้กายสิทธิ์ พุ่งเข้าชนร่างสูงใหญ่ในผ้าคลุม จนมันออกไป บรรยากาศกลับคืนเป็นปกติอีกครั้ง ภาพเลวร้ายในความทรงจำหายไป อากาศกลับมาเย็นเพราะฝนด้านนอกตามปกติ

               พวกเขาช่วยกันปลุกแฮร์รี่ให้ตื่น และสิ่งแรกที่แฮร์รี่ถามคือเกิดอะไรขึ้น กับ นั่นมันตัวอะไร ลูปินบอกพวกเขาว่ามันคือ ผู้คุมวิญญาณ เป็นผู้คุมนักโทษที่อัซคาบัน ขึ้นมาบนรถไฟเพื่อตามหาซิเรียส แบล็ก

                    เด็กๆตัวเปียกโชกเมื่อต้องออกจากสถานีรถไฟ และไปขึ้นรถม้า แฮร์รี่ยังหน้าซีดและอาการดูไม่ค่อยดีนัก ขณะที่พวกเขารีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในปราสาทเพื่อจะได้อยู่ในที่แห้งๆอุ่นๆเสียที ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตรงรี่เข้ามาหาพวกเขา และเรียกแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ออกไป โดยบอกว่ามีธุระด่วนจะคุย

               “โอ้ มิสคิงสลีย์” มักกอนนากัลเรียกไว้ก่อนเธอจะเดินไปพร้อมกับรอน “ศาสตราจารย์สเนปอยากคุยกับเธอก่อนงานเลี้ยงจะเริ่ม เกี่ยวกับคะแนนวิชาปรุงยาเมื่อปีที่แล้ว เขารออยู่ในห้องข้างห้องโถงใหญ่นะ” แล้วมักกอนนากัลก็พาแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่แยกตัวไป ทิ้งให้จอร์เจียทำหน้าสยองขวัญ

               “ให้ตาย คะแนนเธอแย่มากขนาดนั้นเลยหรอ?” รอนถาม ทำหน้าตกใจ

               “ก็แย่อยู่” จอร์เจียพยักหน้า

               “ระวังหน่อยล่ะ เขาต้องหาเรื่องกักบริเวณเธออีกแน่” รอนเตือน

               “โอเค แล้วเจอกันที่งานเลี้ยงเลยนะ” จอร์เจียบอกกับรอนที่พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเดินแยกกันไป จอร์เจียยังไม่ได้พูด ถาม หรือสื่อสารอะไรถึงเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม เธอไม่พูดถึงกุหลาบสีน้ำเงินที่ห้องเลย และไม่ต้องการให้ใครมาเตือนความจำด้วย เธอหวังว่าสเนปจะทำเหมือนกัน คือไม่พูดถึงมัน

ห้องว่างๆข้างห้องโถงใหญ่คือห้องเดียวกับที่เธอเคยเข้ามาตอนปีหนึ่ง มักกอนนากัลพาพวกปีหนึ่งมารวมกันก่อนจะเริ่มการคัดสรรเข้าบ้าน สเนปยืนรอเธออยู่แล้ว แขนสองข้างกอดอก ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์เช่นทุกครั้ง นัยน์ตาสีดำเคลื่อนมาหยุดที่เธอ

“อาจารย์มักกอนนากัลบอกว่า อาจารย์อยากคุยเรื่องคะแนน” เด็กหญิงพูด แล้วรีบเสริมว่า “หรอคะ?” เพื่อให้ดูอ่อนโยนลง ไม่ห้วนจนดูก้าวร้าว

“ใช่” สเนปตอบรับ เสียงเย็น “ปรากฏว่าคุณพ่อของคุณค่อนข้างจะกังวลว่าความทะเยอทะยานของเขาที่อยากจะให้ลูกสาวเป็นมือปราบมาร อาจมีอุปสรรค ถ้าคุณได้คะแนนวิชาปรุงยาแย่ขนาดนี้ตั้งแต่ปีสอง และนั่นทำให้เขากับแม่ของเธอขอร้องฉันเป็นการส่วนตัว” โอ๊ย เธอไม่อยากจะเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป “ดังนั้นปีนี้ เธอจะต้องพบฉันสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อเรียนและฝึกฝนเพิ่มเติม ถ้าคะแนนปีนี้ของเธอดีขึ้น ไปจนถึงปีห้า เรื่องอาชีพมือปราบมารก็ไม่น่ามีปัญหา”

“อาจารย์ไม่จำเป็นต้องทำหรอกค่ะ” จอร์เจียพูดทันที “อาจารย์ทำเป็นบอกพ่อกับแม่ไปก็ได้ว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว หนูก็จะบอกแบบนั้นด้วย หนูไม่ต้องการเป็นมือปราบมารอะไรทั้งนั้น”

“ฉันไม่สามารถทำแบบนั้น มิสคิงสลีย์” สเนปบอก

“อาจารย์เกลียดขี้หน้าหนู คงทนเจอหนูมากกว่าในชั่วโมงเรียนไม่ไหวหรอกค่ะ หนูก็เหมือนกัน” เธอบอกเป็นนัยว่าเธอก็เกลียดเขา

“อ้อ” สเนปร้องเบาๆ ริมฝีปากเริ่มยกขึ้นอย่างเย้ยหยันอีกแล้ว “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องทนหน่อยล่ะ ทุกคืนวันพฤหัส มิสคิงสลีย์ เวลาหนึ่งทุ่มตรงถึงสามทุ่ม”

“สองชั่วโมงหรอคะ?” จอร์เจียอ้าปากค้าง เวลาถูกกักบริเวณมักจะแค่ชั่วโมงเดียวต่อวัน และนั่นก็สุดแสนจะนรกสำหรับเธอแล้ว ที่ต้องทนอยู่ห้องเดียวกับสเนปตามลำพัง

“ใช่ สองชั่วโมง” สเนปพูดเหมือนสะใจ “ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น แม่เธอติดต่อกับฉันตลอด คิงสลีย์ ถ้าเธอขี้เกียจ หรือขาดเรียน ฉันบอกเธอได้เลยว่า แม่ของเธอจะหัวเสียแน่ เธอคงรู้นะว่ามันจะเป็นยังไง”

“มีความสุขมากใช่ไหมคะที่ขู่กันแบบนี้” เธอถามตรงๆ กำหมัดแน่นข้างลำตัว

“ฉันไม่ได้ขู่” สเนปพูดเสียงเย็นหนักกว่าเดิมอีก “แต่ในฐานะอาจารย์ ฉันเป็นห่วงอนาคตของลูกศิษย์ ไม่ได้เสียหายอะไรนี่” อย่างสเนปหรือจะห่วงอนาคตของเธอ อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก “เธอควรจะไปงานเลี้ยงเปิดเทอม การคัดสรรกำลังจะจบอยู่แล้ว”

“ค่ะ อาจารย์” เธอตอบรับด้วยเสียงเน้นหนัก

“มิสคิงสลีย์” สเนปเรียกเธอไว้อีก

“มีอะไรอีกคะ” เธอพูดอย่างรำคาญ

“อย่าบอกใครเรื่องกุหลาบนั่น”



############################



เรียนเสริมกับสเนป

               อารมณ์ของศาสตราจารย์สเนปคงไม่อาจบูดไปได้มากกว่านี้แล้ว เนื่องจากชั้นเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของลูปินที่ผ่านมานั้น พวกเขาเรียนเรื่องบ็อกการ์ต (มันจะเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งที่เรากลัวที่สุด) ลูปินให้เนวิลล์ (ซึ่งกลัวสเนปที่สุด) เปลี่ยนบ็อกการ์ต (ที่กลายร่างเป็นสเนป) สวมชุดกระโปรงสีเขียวของคุณย่า ถือกระเป๋าใบใหญ่สีแดง และสวมหมวกที่มีซากอีแร้งติดอยู่ด้านบน ทั้งชั้นฮากลิ้ง และเนื่องจากมันเป็นความลับสุดๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใดๆที่ทั้งโรงเรียนจะรู้ในเวลาอันรวดเร็ว สเนปไล่บี้เนวิลล์หนักกว่าที่เคย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลิกไล่ทุบจอร์เจียให้บี้แบนในชั่วโมงปรุงยา และเรียนเสริมปรุงยา

               คืนวันพฤหัสบดี เป็นคืนที่จอร์เจียเกลียดที่สุดในชีวิต นอกจากเธอจะต้องทนเรียนปรุงยาอยู่แล้วในชั้นปกติ แต่ต้องไปเจอเขาถึงสองชั่วโมงในเวลาหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม สเนปไม่ได้ใจดีมากขึ้นเลย เขายังปฏิบัติต่อเธออย่าง... ไม่ยุติธรรม ไม่น่ารัก และน่าเตะแรงๆสักป้าบ จอร์เจียเคยนึกอยู่ช่วงหนึ่งหลังจากได้รับของขวัญจากเขา เธอนึกว่าบางทีเขาอาจเปลี่ยนไป เขาอาจใจดีกับเธอมากขึ้น แต่ก็เห็นกันได้ชัดว่าเธอฝันไปเองแท้ๆเชียว

               จอร์เจียถูกสั่งให้ท่องชื่อเห็ดราและประโยชน์ใช้สอยของมัน และวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะทดสอบความรู้ของเธอ บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกสมองว่างโล่งมีแต่อากาศ เหมือนในเพลงประจำโรงเรียนไม่มีผิด แม้หัวเราจะมีแต่อากาศ หรือผงปักษาชาติ และซากแมลงวันเธอล่ะอยากจะให้สเนปทำตามเพลงโรงเรียนในท่อนที่ร้องว่า ครูทำดีที่สุดแล้วก็ปลง ที่เหลือเป็นหน้าที่เรานักเรียนอยากจะบอกเหลือเกินว่าปลงๆกับเธอบ้างเถอะ ปล่อยเธอไปเถอะ เธอทำได้แค่นี้แหละ อย่าไล่บี้กันนักเลย เธอจะแบนเป็นจิ้งจกถูกประตูหนีบอยู่แล้ว

               “พร้อมไหม มิสคิงสลีย์” สเนปถามเธอ ทั้งคู่นั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีโต๊ะทำงานวางกั้น

               “คงงั้นค่ะ” จอร์เจียยักไหล่“อาจารย์คะ ก่อนจะเริ่ม หนูถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” และโดยไม่รอให้อนุญาต เด็กหญิงโพล่งถามออกไปเลย “ได้ยินมาว่าอาจารย์ไม่เคยสอนเสริมให้ใคร ไม่ว่าจะกรณีไหน แต่ทำไมต้องสอนเสริมให้หนูล่ะคะ แม่อาจเป็นเพื่อนกับอาจารย์ แต่ว่า..”

               สเนปขัดเธอด้วยการยิงคำถามแรกเรื่องเห็ดรา เขาไม่ยอมตอบคำถามเธอ และจอร์เจียคิดว่าตัวเองน่าจะตาฝาดที่เห็นแก้มของเขาขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย พวกเขาใช้เวลาทั้งหมดครึ่งชั่วโมงในการทดสอบเรื่องเห็ดราแบบปากเปล่า จอร์เจียคิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ เธอลืมไปชนิดของเห็ดไปสี่ห้าอย่าง คิดว่าน่าจะตอบเรื่องการนำไปใช้ผิดสองสามอย่างด้วย แต่สเนปจะหวังให้เธอจำทุกอย่างที่อ่านได้ยังไง เธอไม่ใช่เฮอร์ไมโอนี่นะ

               “วันนี้เราจะทบทวนเรื่องน้ำยาหดตัว” สเนปพูดขึ้น “เตรียมเครื่องปรุงทุกอย่างภายในยี่สิบนาที” เมื่อเขาพูดจบ ก็ใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะที่นาฬิกาทรายเป็นการจับเวลา จอร์เจียพุ่งตัวเร็วจี๋ไปที่ตู้เก็บเครื่องปรุง เธอหยิบรากเดซี่ ลูกชิฟเวลฟริก และส่วนผสมอีกหลายอย่างออกมา เธอเริ่มมีเหงื่อผุดออกจากไรผมแถวหน้าผากด้วยความตึงเครียด ขณะหยิบมีดขึ้นหั่นรากเดซี่ให้เท่ากัน เด็กหญิงจำได้ว่าสเนปย้ำนักย้ำหนาในชั้นเรียนว่าต้องหั่นให้สวยงามเท่ากันแป๊ะ เมื่อจบจากรากเดซี่ เธอก็ปอกเปลือกลูกชิฟเวลฟริกอย่างระมัดระวัง จอร์เจียทำหน้าขยะแขยงเล็กน้อยเมื่อต้องหยิบกิ้งกือขึ้นมาหั่น

               “ไม่ต้องทำหน้าตาโอเว่อร์ มันตายแล้ว” สเนปพูด ท่าทางเขาจะจดจ่อกับทุกการเคลื่อนไหวของเธอ

               “ก็หนูไม่ชอบสัตว์เลื้อยคลาน” จอร์เจียบอก

               “เธอทำสวนออกบ่อย น่าจะชินกับพวกนี้นี่” สเนปว่า

               “แต่มันไม่ต้องหยิบขึ้นมานี่คะ” เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเริ่มตั้งหม้อใหญ่บนเตาไฟ ใส่รากเดซี่ลงไปก่อน จอร์เจียหยิบทัพพีขึ้นมา “เอ่อ อาจารย์คะ ต้องคนตามเข็ม หรือทวนเข็มคะ”

               “คิดเอาสิ”

               อ้อ ดีจ้ะ จอร์เจียปาดเหงื่อ เธอตัดสินใจหมุนตามเข็ม เมื่อเขาไม่ได้ว่าอะไร ก็แสดงว่าทำถูก เธอใส่ส่วนผสมที่เหลือลงไป แต่เมื่อมาถึง น้ำจากปลิง เด็กหญิงจำไม่ได้จริงๆว่าต้องใส่กี่หยด “อาจารย์คะ ขอร้องล่ะค่ะ น้ำจากปลิงต้องใส่กี่หยดคะ?” ดวงตาสีน้ำตาลของเธอเงยขึ้นสบเขาที่จ้องเธออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว “หนึ่ง หรือ สอง หนูไม่แน่ใจ ขอร้องนะคะ ช่วยบอกเถอะ”

               “เธอนี่มีความจำเท่าไก่งวงหรือไง” สเนปว่าอย่างสบประมาท

               “แล้วอาจารย์จะช่วยบอกไหมละคะ หนูอยากได้น้ำยาสีเขียวสวยๆ ถูกต้องตามมาตรฐาน” จอร์เจียถาม หน้าใสซื่อ ไม่มีเจตนาจะกวนประสาทแต่อย่างใด

               “หนึ่งหยด” สุดท้ายเขาก็ยอมตอบ แล้วก็หลบสายตาเธอ เสมองลงมาที่หม้อใหญ่ของเธอแทน จอร์เจียเหยาะน้ำจากปลิงลงไปหนึ่งหยด เธอเร่งไฟขึ้นอีกเล็กน้อย “อย่า!” สเนปร้องทันที “นี่ฉันต้องบอกกี่ครั้งว่าให้ใช้ไฟอ่อนๆ” ร่างสูงตรงรี่เข้ามายืนข้างเธอ หมุนปรับเตาให้อุณหภูมิต่ำลง “เธอได้ทบทวนตำราเรียนของเธอบ้างไหม จอร์เจีย”

               จอร์เจีย? เขาเรียกเธอด้วยชื่อต้นอีกแล้ว เหมือนเขาจะเผลอเรียกเวลาไม่ระวังตัว หรือไม่ก็ตอนโกรธมากๆ (ซึ่งมักจะเป็นอย่างหลังมากกว่า) เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างพิจารณาแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาตัวสูง ผอม แต่ก็ไม่ได้ผอมมากจนดูเหมือนไม่มีมัดกล้ามอะไรเลย จมูกงองุ้มเล็กน้อย ผิวขาวจัดจนดูซีดไป คงเป็นเพราะเขาหมกอยู่แต่กับตำรา ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่เหมือนเธอ ที่ผิวเป็นสีน้ำตาลอ่อนเนื่องจากอยู่ในสวนมากไปมาตั้งแต่เด็ก เลยจากสันจมูกขึ้นไป ก็เป็นดวงตาคู่นั้น เย็นชา หยิ่งยโส และเย้ยหยันอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเธอจินตนาการไม่ออกว่า สเนปตอนเด็กๆนี่จะเป็นยังไงกันหนอ เท่าที่ได้ยินมา คือเขาไม่ถูกกับพ่อแฮร์รี่อย่างรุนแรง เหมือนแฮร์รี่ไม่ถูกกับมัลฟอย สเนปจะเลวร้ายแบบนี้ตั้งแต่เด็กเลยหรือนี่

               “มองอะไร” เขาหันขวับมาหาเธอ

               “เปล๊า” จอร์เจียพูดเสียงสูง หันกลับมาดูน้ำยาของเธอ ตอนนี้มีสีเขียวใส “ว้าว หนูทำได้แฮะ ขอบคุณค่ะ อาจารย์” แล้วเธอก็เผลอตัว เงยหน้า ยิ้มกว้างเห็นฟันหน้าครบทุกซี่

               สเนปเหมือนจะอึ้งอะไรสักอย่างไปครู่หนึ่ง “ถ้าฉันไม่คอยบอก มันคงเป็นสีส้มเหมือนของลองบัตท่อมไปแล้ว” เขาหมายถึงเนวิลล์ ที่ทำอะไรสักอย่างตอนฝึกปรุงยาตัวนี้ แล้วมันกลายเป็นสีส้ม

               “เอาน่า หนูว่าน่าจะได้สักแปดคะแนนนะรอบนี้” เธอยกมือกอดอก มองน้ำยาในหม้ออย่างภูมิใจ

               “หก” สเนปพูดเรียบๆ

               “แต่หนูหั่นรากเดซี่สวยนะ ลูกชิฟเวลฟริกก็สมบูรณ์แบบ หั่นกิ้งกือเป็นท่อนเท่ากันด้วย จำได้อีกต่างหากว่าต้องคนตามเข็มนาฬิกา พลาดแค่อย่างเดียวเอง เรื่องน้ำจากปลิง แปดเถอะ อาจารย์” เธอยิ้มอีกที

               “ออกไปได้แล้ว” สเนปกล่าวไล่

               “ก็ได้ค่ะ” จอร์เจียพูดอย่างเซ็งๆ เธอหยิบกระเป๋ามาสะพาย แล้วก็เดินออกจากห้องไป  



############################



ความโกรธของสเนป

               ช่วงฮาโลวีนและคริสมาสต์ที่ผ่านมาไม่ดีเท่าไหร่ วันฮาโลวีน ซิเรียส แบล็กบุกเข้ามาในปราสาท ทำลายภาพเหมือนตรงทางเข้าหอกริฟฟินดอร์ ทำให้ทั้งโรงเรียนต้องไปนอนรวมกันที่ห้องโถงใหญ่ ระหว่างที่มีการค้นปราสาท แต่แบล็กก็หนีไปได้ และช่วยคริสมาสต์ แฮร์รี่ค้นพบความจริงระหว่างที่แอบออกไปฮอกมีดส์โดยใช้แผนที่ตัวกวน พวกเขาทั้งสี่คนรู้คำตอบเรื่องซิเรียส แบล็ก ปรากฏว่าเขาเคยเป็นเพื่อนสนิทของเจมส์ พอตเตอร์ และเขาหักหลังเจมส์ ขายเพื่อนให้โวลเดอมอร์ แบล็กนี่เองที่เป็นต้นเหตุให้โวลเดอมอร์หาครอบครัวพอตเตอร์จนเจอและฆ่าทิ้ง เท่านั้นยังไม่พอ แบล็กยังฆ่าเพื่อนสนิทอีกคนของเจมส์ คือปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ระเบิดทิ้งพร้อมกับมักเกิ้ลอีกสิบสามคน โดยชิ้นส่วนของปีเตอร์ที่ทางการพบ มีเพียงนิ้วหนึ่งนิ้วเท่านั้น

               เวลาผ่านไปเกือบเดือน แบล็กบุกเข้ามาในปราสาทอีกครั้ง คราวนี้เข้าไปในหอกริฟฟินดอร์ได้ เพราะเนวิลล์ทำกระดาษจดรหัสผ่านเข้าหอตกไว้ที่ไหนสักแห่ง แบล็กคงเก็บไปได้ และอ่านรหัสผ่านกับรูปภาพหน้าประตู เขาเข้าไปถึงหอนอนชาย ถือมีดแหวกผ้าม่าน แต่ดันไปผิดที่ เขาไปที่เตียงของรอนแทน รอนสะดุ้งตื่นและร้องลั่น มีการค้นทั่วปราสาทอีกหน แต่แบล็กก็หนีไปได้อีกครั้ง

               เรื่องราวยิ่งวุ่นวายมากขึ้นในคืนวันพฤหัสบดีกลางเดือนกุมภาพันธ์ จอร์เจียกลับจากเรียนปรุงยาเสริมในสภาพเหนื่อยสมองอย่างที่สุด เมื่อถูกสั่งให้สอบปากเปล่า บอกวิธีปรุงยาหลายต่อหลายอย่าง เธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมสีแดงที่ห้องนั่งเล่นรวม รีบทำการบ้านวิชาสมุนไพรศาสตร์ ประวัติศาสตร์เวทมนตร์ และเขียนเรียงความวิชาปรุงยาด้วย (สเนปผู้ใจหิน สั่งให้เขียนสองม้วนกระดาษ) เธอทำงานเสร็จเกือบตอนเที่ยงคืน กำลังจะผล็อยหลับอยู่แล้ว แต่ได้ยินเสียงกุกกัก พร้อมกับฝีเท้า

               “แฮร์รี่หรือ?” เธอลองเรียกดู และเห็นแฮร์รี่เลิกผ้าคลุมล่องหนขึ้น

               “จอร์เจีย?” เขาเรียกเบาๆ “ทำไมยังไม่นอนล่ะ”

               “ฉันทำการบ้าน และฉันอยากถามนายอย่างนั้นมากกว่า นี่นายจะไปไหน” จอร์เจียถาม

               “ฉันเจออะไรแปลกๆในแผนที่ตัวกวน มาดูสิ” แฮร์รี่บอก จอร์เจียรีบลุกไปและดูแผนที่ของเขา มันมีรายชื่อของทุกคนที่อยู่ในฮอกวอตส์ บอกตำแหน่งว่าพวกเขาอยู่ตรงไหนกันบ้าง “ดูตรงนี้สิ” แฮร์รี่ชี้ไปที่จุดเล็กจุดหนึ่ง มันแปลกอย่างเขาว่า เพราะจุดนั้นมีชื่อ ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ กำกับอยู่ เพ็ตติกรูว์จะมาโผล่ได้ไง ในเมื่อตายไปแล้ว

               “รีบไปดูกันเถอะ ก่อนจะหายไป แฮร์รี่” จอร์เจียบอกอย่างตื่นเต้นปนสงสัย

               พวกเขาออกไปเดินท่อมๆในปราสาท แฮร์รี่ใช้คาถาลูมอสเพื่อจุดแสงสว่างที่ปลายไม้กายสิทธิ์ เด็กทั้งสองก้มลงดูแผนที่สลับกับทางเดินตลอด พวกเขาเดินอ้อมเลี้ยวหัวมุม  แฮร์รี่ขยับไม้กายสิทธิ์ไปมา พวกเขาควรจะอยู่ใกล้เพ็ตติกรูว์มากแล้ว จุดบนแผนที่เคลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ แต่พวกเขาก็ไม่เจออะไรเลย จนกระทั่งจุดนั่นเคลื่อนผ่านพวกเขาไป ก็มีแต่เพียงความว่างเปล่า แฮร์รี่กับจอร์เจียมองหน้ากัน ก่อนที่จะได้ปรึกษาหารือ พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเสียก่อน

               “แผนลวงสำเร็จแล้ว” แฮร์รี่รีบเอาไม้กายสิทธิ์เคาะแผนที่เพื่อให้มันกลายเป็นเศษกระดาษเปล่าๆเก่าๆตามเดิม “น็อกซ์” เขาร่ายคาถาให้ไม้หยุดส่องแสงสว่างด้วย

               แต่แล้วแสงสว่างก็มาจากด้านหลังพวกเขา “คุณพอตเตอร์ คุณคิงสลีย์” สเนปยืนอยู่ตรงนั้น “พวกคุณออกมาทำอะไรดึกๆกลางปราสาทไม่ทราบ ที่นัดพบแปลกๆนะ ออกมาหาจุดสวีทกันหรือไง”

               “เปล่าค่ะ คือเรา...” จอร์เจียเงียบปาก เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงโดยไม่พูดเรื่องแผนที่ตัวกวน

               “อะไร?” สเนปมองหน้าเธอ

               “เรา...” เป็นครั้งแรกที่เธอนึกข้อแก้ตัวไม่ออก

               “มันคงตื่นเต้นสำหรับเธอสองคนใช่ไหม ที่จะออกมาทำอะไรกันบนทางเดินกลางดึกเช่นนี้” สเนปดูเหมือนจะน่ากลัวขึ้นเป็นสามเท่าจากปกติ

               “เปล่านะครับ เราไม่ได้ทำอะไร” แฮร์รี่รีบโต้เถียง

               “ใช่ค่ะ เราแค่เดินเล่น” จอร์เจียบอกทันที “อาจารย์คิดได้ยังไงว่าเราจะทำ...” เธอมองเขาอย่างโกรธๆ

               “ล้วงของในกระเป๋าออกมาคุณพอตเตอร์” สเนปชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่กระเป๋าเสื้อด้านหน้าของแฮร์รี่ “ล้วงออกมา” แฮร์รี่จำใจหยิบแผนที่ตัวกวนออกมา สเนปคว้ามันไป ชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่กระดาษ “จงเผยความลับออกมา” ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ฉัน ศาสตราจารย์เซเวอรัส สเนป จงเผยความลับเดี๋ยวนี้” จอร์เจียสังเกตเห็นว่ากระดาษมีรอยหมึกเกิดขึ้น “อ่านซิ” เขายื่นกระดาษมาให้จอร์เจีย

               วินาทีแรกที่เด็กหญิงเห็นข้อความ เธอก็ชะงักไป ไม่กล้าที่จะอ่าน แต่สเนปสั่งเธออีกรอบ ทำให้เธอต้องยอมอ่าน “นายจันทร์เจ้าขอกล่าวคำชมเชยแด่ศาสตราจารย์สเนป และขอร้องให้เขาเอาจมูกอันใหญ่ผิดปกตินั้นไปจากกิจของผู้อื่น” แผนที่ไม่ได้หยุดแค่นั้น ข้อความใหม่ขึ้นมาอีก และจอร์เจียก็อ่าน “นายเขาแหลมเห็นด้วย และใคร่ขอเสริมว่า ศาสตราจารย์สเนปเป็นจอมจุ้นผู้น่าเกลียด นายเท้าปุยใคร่ขอแสดงความประหลาดใจวา คนปัญญาอ่อนแบบนั้นมาเป็นอาจารย์ได้อย่างไร”

               จริงๆยังมีคำสบประมาทของนายหางหนอนอีกคน แต่จอร์เจียกลัวเกินกว่าจะอ่านต่อ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา รู้สึกแย่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สเนปคว้ากระดาษนั่นไป เขายังไม่ทันจะได้พูดอะไร อีกบุคคลหนึ่งก็เดินเข้ามาพบเสียก่อน ศาสตราจารย์ลูปินนั่นเอง

               “คุณมาพอดี” สเนปหันไปหาลูปิน “ผมเพิ่งยึดของจากพอตเตอร์ คุณเชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์มืดที่สุดในโรงเรียนแล้วนี่ ของนี่มันต้องมีมนตร์ดำอยู่แน่” ลูปินก้มลงมองแผนที่ แล้วมองแฮร์รี่ สีหน้าประหลาดใจ “ว่าไง ลูปิน”

               “ไม่หรอก เซเวอรัส” ลูปินพูด “นี่มันดูเหมือนของเล่นจากร้านตลกซองโก้ สบประมาทใครก็ตามที่พยายามจะอ่านมันน่ะ แฮร์รี่ เพื่อนเธอคงซื้อมาฝากใช่ไหม”

               “ใช่ครับ” แฮร์รี่ตอบอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะโกหก

                    สเนปทำท่าจะฉวยแผนที่ไปจากมือลูปิน แต่เขาหลบ “แต่ยังไงซะ ผมจะขอเก็บไว้ก่อน” ลูปินบอก “เผื่อมันจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ ก็อย่างที่คุณพูดล่ะ เซเวอรัส มันเป็นงานที่ผมถนัด อ้อ แฮร์รี่ จอร์เจีย เธอสองคนตามครูมาหน่อย” แฮร์รี่รีบเดินทันที แต่จอร์เจียรีรอ เธอเงยหน้าขึ้นมองสเนป แต่เขาไม่มองเธอเลยด้วยซ้ำ เขาสะบัดผ้าคลุม ดับไฟที่ปลายไม้กายสิทธิ์ เดินจากไป เหมือนเธอไม่มีตัวตนในสายตาเขาอีกต่อไป



############################



เดือนมิถุนายน กับความจริงที่เปิดเผย

                    เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางกลับจากกระท่อมแฮกริด หลังจากพวกเขาไปปลอบใจแฮกริดเรื่องฮิปโปกริฟฟ์ของเขาที่จะต้องถูกประหารในข้อหาทำร้ายนักเรียน (มัลฟอย ยอดยี้งี่เง่าที่ไม่ยอมฟังแฮกริดว่าควรปฏิบัติตัวยังไง ไปสบประมาทฮิปโปกริฟฟ์เข้า มันจึงข่วนเอา) ระหว่างที่เดินกลับมานั่นเอง สแครบเบอร์ หนูของรอนกัดมือรอนอย่างแรงและหนีไป รอนวิ่งตามไปจนถึงต้นวิลโลว์จอมหวด และถูกหมาตัวใหญ่สีดำลากเข้าไปในโพรงตรงโคนต้นไม้ จอร์เจีย แฮร์รี่ และเฮอร์ไมโอนี่จึงตามรอนกับหมาตัวนั้นไป ปรากฏว่ามันเป็นทางลับ นำไปสู่เพิงโหยหวน บ้านที่ผีดุที่สุดในอังกฤษ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านฮอกส์มีด

               หมาตัวใหญ่ที่ลากรอนมานั้น ปรากฏว่าคือซิเรียส แบล็ก พวกเขาค้นพบความจริงที่น่าตกใจกว่านั้นอีก ศาสตราจารย์ลูปินเป็นเพื่อนรักกับแบล็ก และแบล็กก็บอกว่า ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ยังไม่ตาย แต่แปลงร่างเป็นหนู ก่อนจะระเบิดคนทั้งถนนทิ้ง และโยนความผิดให้แบล็ก ปีเตอร์คือคนที่ทรยศพ่อกับแม่ของแฮร์รี่ต่างหาก

               ระหว่างที่กำลังสับสนงุนงง เซเวอรัส สเนปก็โผล่เข้ามา พร้อมร่ายคาถา เอกซ์เปลลิอาร์มัส ทำให้ไม้กายสิทธิ์ในมือของแบล็กลอยหวือออกไป

               “อา ซิเรียส แบล็ก ในที่สุด ฉันก็เป็นคนที่จับแกได้” สเนปพูดอย่างเหี้ยมเกรียม

               “เซเวอรัส” ลูปินจะก้าวเข้าไป แต่สเนปหันไม้กายสิทธิ์ไปขู่

               “ฉันบอกดัมเบิลดอร์มาตลอดว่าแกต้องคอยช่วยเขาเข้าไปในปราสาท ลูปิน และนี่คือหลักฐาน” สเนปส่งเสียงขู่

               “ฉลาดมากสเนป” แบล็กพูดขึ้นอย่างประชดประชัน “เป็นอีกครั้งแล้วสินะที่แกทำให้เราประหลาดใจถึงสติปัญญาอันเฉลียดฉลาด แต่ไม่ได้เรื่องของแก” สเนปก้าวขึ้นมา กดปลายไม้กายสิทธิ์ลึกลงไปที่คอของแบล็ก

               “ซิเรียส ขอล่ะ” ลูปินพยายามห้ามปราม

               “ไม่ได้หรอก รีมัส คนมันบ้า ปัญญาอ่อนนี่น่า” แบล็กต่อว่าสเนป

               “ฉันอยากรู้แกจะปากดีอย่างนี้ได้อีกไหม ถ้าเผชิญหน้ากับจุมพิตผู้คุมวิญญาณ ฉันได้ยินว่ามันสุดที่จะทนเวลาที่เห็น” สเนปกำลังพูดถึงบทลงโทษที่รุนแรงและน่ากลัวที่สุด คือผู้คุมวิญญาณดูดเอาวิญญาณของพ่อมดหรือแม่มดออกไป ใครก็ตามที่โดน จะยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีวิญญาณ เหมือนเป็นแค่เปลือกหอยกลวงๆที่ตัวหอยออกไปแล้วชั่วนิรันดร์ ไม่มีทางเยียวยา

               จอร์เจียรู้สึกได้ว่าแฮร์รี่ขยับ สอดมืออ้อมเอวเธอมา และหยิบไม้กายสิทธิ์ของเธอจากกระเป๋ากางเกงยีน แฮร์รี่ทำท่าเหมือนจะชี้ไปที่แบล็ก แต่ก็เปลี่ยนเป็นตะโกนดังลั่นใส่สเนปว่า เอ็กซ์เปลลิอาร์มัส ร่างของสเนปถูกคาถากระแทกลอยหวือไปชนผนังด้านหลัง ไม้กายสิทธิ์หลุดจากมือ

               “แฮร์รี่!!” เฮอร์ไมโอนี่ร้อง “เธอทำร้ายอาจารย์นะ

“บอกผมเรื่องปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์” แฮร์รี่ไม่สนใจ เขาชี้ไม้กายสิทธิ์ไปหาแบล็ก

               แล้วในที่สุดพวกเขาก็ได้รู้ความจริง พ่อของแฮร์รี่ แบล็ก ลูปิน และสเนปเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันที่ฮอกวอตส์ สเนปเกลียดพ่อของแฮร์รี่มาก พวกเขาไม่เคยถูกกันเลย สเนปสงสัยว่าลูปินหายไปไหนทุกเดือน ก็เลยแอบตามลงมาที่เพิงโหยหวน ตอนที่ลูปินกำลังกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าพอดี เจมส์ พอตเตอร์ลงมาช่วยไว้ได้ทัน ก่อนที่สเนปจะได้รับอันตราย และนั่นเป็นสิ่งที่สเนปรับไม่ได้มากที่สุด คือได้รับการช่วยเหลือจากคนที่เขาเกลียด ส่วนปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ที่ขายเพื่อนให้โวลเดอมอร์นั้น ถูกซิเรียสไล่ต้อนจนมุมหลังจากพ่อกับแม่แฮร์รี่ตายได้ไม่กี่วัน เพ็ตติกรูว์ตั้งใจหนีความผิด ตัดนิ้วตัวเองออกหนึ่งนิ้ว ระเบิดคนทั้งถนน ก่อนจะกลายร่างเป็นหนู วิ่งลงท่อหายไป ดังนั้นซิเรียส แบล็ก จึงกลายเป็นแพะรับบาปมาตลอดสิบสองปี

               พวกเขาตัดสินใจจะส่งตัวเพ็ตติกรูว์ที่ตอนนี้กลับร่างมาเป็นคนแล้วไปให้ผู้คุมวิญญาณ แต่เมื่อออกจากต้นวิลโลว์จอมหวดนั่นเอง ลูปินที่เป็นมนุษย์หมาป่า ก็กลายร่างเป็นหมาป่าเพราะคืนนี้จันทร์เต็มดวง แผนการที่วางไว้ล้มไม่เป็นท่า เพ็ตติกรูว์เปลี่ยนร่างเป็นหนูและวิ่งหายไปไหนความมืด พวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

               “พอตเตอร์! คิงสลีย์! อยู่นี่เอง” สเนปได้สติแล้ว และตามพวกเขามา จับตัวเด็กทั้งสี่ไว้ ลูปินในร่างหมาป่าคำรามก้อง สเนปหันไป เอาตัวเข้าบังเด็ก กางแขนออกทั้งสองข้าง จอร์เจียอยู่ชิดติดแผ่นหลังของเขามากที่สุด เด็กหญิงยกมือขึ้นกำเสื้อคลุมของสเนปไว้ เธอกลัวจับใจ ร่างหมาป่าของลูปินตัวสูงใหญ่เหนือศีรษะพวกเขา แล้วทันใดซิเรียสก็แปลงร่างเป็นหมาสีดำ กระโดดเข้าใส่ลูปิน ช่วยให้เขาละสายตาไปจากพวกเด็กๆ

               “ซิเรียส” แฮร์รี่ตะโกน เมื่อซิเรียสกับลูปินสู้กัน และออกห่างไปมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครทันได้คว้าตัวเขาไว้ เขาวิ่งตามทั้งลูปินและแบล็กไป

               “พอตเตอร์ กลับมานี่” สเนปคว้าตัวแฮร์รี่ไว้ไม่ทัน

               “แฮร์รี่!” จอร์เจียร้องเรียก เธอกำลังจะวิ่งตาม แต่สเนปคว้าแขนของเธอ จับเอาไว้แน่น ดึงให้กลับมา และไม่ยอมปล่อยมือด้วย “อาจารย์คะ แต่แฮร์รี่...”

               “พวกเธอกลับไปที่ปราสาทซะ” สเนปไล่

               “แต่ว่าแฮร์รี่ กับซิเรียส...” จอร์เจียจะเถียง

               “จอร์เจีย! พาเพื่อนๆของเธอไปที่ปราสาทซะ ไปหามาดอมพอมฟรีย์ แล้วไปหาดัมเบิลดอร์ เดี๋ยวนี้” สเนปออกคำสั่ง

               “แล้วอาจารย์ล่ะคะ” จอร์เจียถาม เธอรู้สึกว่าดวงตาชักจะร้อนผ่าว สเนปไม่ตอบ เขาหันหน้าหนีเธอ “อาจารย์จะไปไหน” เขาไม่ยอมตอบ แต่ออกวิ่งไปทางที่ซิเรียส แฮร์รี่ และลูปินไป “อาจารย์!” เด็กหญิงรู้สึกเคว้งทันทีเมื่อสเนปทิ้งเธอเอาไว้

               “จอร์เจีย เราต้องกลับไปปราสาทนะ ขาของรอน...” เฮอร์ไมโอนี่บอก เธอพยุงรอนที่ขาเป็นแผลเหวอะ

               “แต่ว่า ศาสตราจารย์สเนป...”

               “เขาเป็นอาจารย์นะ เขาไม่เป็นไรหรอก เขาเก่งกว่าเราตั้งเยอะ” เฮอร์ไมโอนี่บอก

               พวกเธอช่วยกันพยุงรอนมาถึงปราสาท เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นมากมาย จอร์เจียถูกบังคับให้เย็บแผลที่ถูกหนามของต้นวิลโลว์จอมหวด และเมื่อสเนปมาถึงห้องพยาบาลพร้อมกับร่างที่สลบไสลของแฮร์รี่ จอร์เจียกับเฮอร์ไมโอนี่ก็กระโดดลงจากเตียง ยิงคำถามมากมายใส่สเนปทันที แต่เพราะเขาคือสเนป เขาไม่ยอมบอกอะไรพวกเธอ แต่รีบเร่งฝีเท้าออกจากห้องพยาบาลไป เด็กหญิงทั้งสองคนเอาหูแนบประตู แอบฟังที่ดัมเบิลดอร์ สเนป และรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คุยกัน พวกเขาจะมอบจุมพิตผู้คุมวิญญาณให้ซีเรียส จอร์เจียโกรธขึ้งขึ้นมาทันที สเนปเป็นยอดยี้งี่เง่าที่สุดเลย ให้ตายสิ ถ้าเพียงแต่เขาจะยอมฟังความจริง

               สักพักแฮร์รี่ก็ฟื้น เด็กหญิงทั้งสองละล่ำละลักบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วดัมเบิลดอร์ก็เข้ามา แฮร์รี่รีบเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง แต่ดัมเบิลดอร์บอกว่า จะไม่มีใครเชื่อคำพูดของเด็กอายุสิบสามนัก แต่พวกเขาสามารถช่วยซิเรียสได้ ด้วยการใช้เครื่องย้อนเวลาที่เฮอร์ไมโอนี่ใช้เข้าเรียนวิชาต่างๆมาตลอดเทอม

               เอาเป็นว่า พวกเขาสามารถช่วยซิเรียสไว้ได้ อย่างน้อยก็ยังรอดชีวิต และหนีไปกับฮิปโปกริฟฟ์ของแฮกริด แต่คนทั้งโลกเวทมนตร์ก็ยังเข้าใจผิดในตัวซิเรียสอยู่ดี ค่ำคืนนั้นจบลงด้วยความเหนื่อยอ่อน จอร์เจีย แฮร์รี่ และเฮอร์ไมโอนี่ต่างล้มลงนอนบนเตียงห้องพยาบาล รอนหลับใหลไปนานแล้ว จอร์เจียยังลืมตาอยู่สักพัก และได้ยินเสียงสวบสาบเหมือนมีใครเดินเข้ามา เด็กหญิงแกล้งหลับตาปี๋ รู้สึกว่าคนๆนั้นมาหยุดอยู่ที่เตียงของเธอ

               คนๆนั้นเอื้อมมือลงมาที่ศีรษะ จับเส้นผมของเธอไปทัดหูให้เบาๆ สัมผัสอ้อยอิ่งอยู่แถวไรผมตรงขมับของเธอ จอร์เจียกลั้นหายใจ เธอรู้สึกอุ่นวาบอย่างประหลาดกับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น แต่แล้วมันก็จบลง มือนั้นหดกลับไป คนๆนั้นเดินจากไป และเด็กหญิงแอบลืมตาขึ้นมอง แม้จะมืดมาก แต่เธอก็จำเงาของเขาได้

               เซเวอรัส สเนปเพิ่งจะเข้ามาลูบศีรษะของเธอหรือนี่






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #15 jjjj77127 (@jjjj77127) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:38
    น่ารักมาก ๆ เลยยยยย

    เขินนน
    #15
    0
  2. #14 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 03:50
    กรี้ดดด ฉันฟินน อยากโดนป๋าลูบหัวมั่งอ่ะT^T
    #14
    0
  3. #12 TaTar_Wannakarn (@guitar643922) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 14:24
    ฮันแน่ ชอบเขาก็ไม่บอก
    #12
    0
  4. #10 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 02:36
    โง้ย เขินนนนนนนน ห่วงก็บอกว่าห่วงงงง
    #10
    0
  5. #8 carray (@kannicha-p) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 19:45

    >//////////< มีซัมติงนะเนี่ยป๋าเนป อยากอ่านต่อแล้ววววว

    #8
    0