Blue Rose [Severus Snape & OC]

ตอนที่ 2 : ปีสองสุดสยอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    17 พ.ค. 62

Blue rose

บทที่ 2  ปีสองสุดสยอง


วันที่ 1 กันยายน

               ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนไวเหมือนโกหก จอร์เจียตั้งหน้าตั้งตารอเทอมใหม่อย่างใจจดจ่อ โรซาลิน และจอร์เจ็ต (แม่กับพ่อของเธอ) อนุญาตให้เธอไปค้างที่บ้านรอนได้ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนกลับฮอกวอตส์  แฮร์รี่ก็อยู่ที่นั่นด้วย จอร์เจียต้องนอนที่ห้องของจินนี่ เด็กหญิงกำลังจะต้องไปเรียนที่ฮอกวอตส์ปีนี้แล้ว การคุยกับจินนี่ก็สนุกดี บางครั้งเธอดูขี้อายไปหน่อย และแอบชอบแฮร์รี่มากๆ จอร์เจียบอกตามตรงเลยว่า เธอแอบเชียร์ให้แฮร์รี่ชอบจินนี่เหมือนกัน แต่มันคงยากหน่อย เพราะจินนี่มักทำให้แฮร์รี่อึดอัดมากกว่า เด็กหญิงไม่เคยกล้าสบตาแฮร์รี่ พูดคุย หรือแม้แต่จะทักทาย เจอหน้าแฮร์รี่ ก็ต้องหน้าแดงไปจนถึงใบหูแล้ว

               ในชั่วโมงสุดท้ายที่บ้านโพรงกระต่ายของรอนค่อนข้างวุ่นวาย พวกเขาทุกคนต่างรีบยกหีบของตนลงมาข้างล่าง ยัดมันใส่ไว้ในรถเสกคาถาของคุณวีสลีย์ที่ทำให้มันลอยได้ และมีพื้นที่กว้างขวางพอสำหรับคนทั้งหมดจะนั่งไปด้วยกัน พร้อมกับหีบมากกว่าสิบใบ

               สถานีคิงคอร์ส คนเยอะและวุ่นวายอย่างเคย พวกพี่ๆของรอนเร่งรีบผ่านแผงกั้นชานชาลาเข้าไปก่อน ตามด้วยคุณและคุณนายวีสลีย์พาจินนี่เข้าไป แฮร์รี่กับรอนอยู่หน้าจอร์เจีย และวิ่งไป แต่ว่า พลั่ก! พวกเขาผ่านแผงกั้นไม่ได้

               “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” จอร์เจียอุทาน เธอรี่ตรงเข้าไป ช่วยรอนเก็บหีบขึ้นรถเข็น แล้วช่วยแฮร์รี่หิ้วกรงเฮ็ดวิก พวกมักเกิ้ลมองมาทางพวกเขากันใหญ่

               “ทำไมแผงกั้นถึงปิดแบบนี้ล่ะ” แฮร์รี่ว่า ยกมือขึ้นตบๆแผงกั้น เหมือนมันน่าจะดูดตัวเขาเข้าไปได้ “รถไฟออกเวลาสิบเอ็ดโมงตรงนี่ เราตกรถแล้ว” แฮร์รี่ร้องอย่างเสียขวัญ

               “ถ้าแบบนี้ พ่อกับแม่ อาจจะกลับออกมาไม่ได้นะ” รอนพูดขึ้น

               “เราน่าจะกลับไปรอที่รถนะ” แฮร์รี่เสนอ

               “รถหรอ?” รอนพูดอย่างได้ความคิด

               จริงๆแล้ว จอร์เจียอยากจะเสนอวิธีที่ง่ายกว่า และเสี่ยงน้อยกว่า รอนกับแฮร์รี่ตัดสินใจจะขับรถบินไปฮอกวอตส์ ขณะที่จอร์เจียอยากเสนอให้แฮร์รี่ส่งจดหมายให้เฮ็ดวิกคาบไป บอกอาจารย์ที่ฮอกวอตส์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ความซุกซนของเธอ ทำให้จอร์เจียปิดปากเงียบ แล้วร่วมหัวจมท้ายดีกว่า เธอก็อยากลองนั่งรถบินได้นานๆสักครั้ง มันคงสนุกตื่นเต้นกว่านั่งรถไฟไปโรงเรียนตั้งเยอะ

                    การเดินทางสนุกตื่นเต้นแปลกใหม่ดีอยู่หรอก แต่เด็กๆก็ยิ้มไม่ออกเมื่อมาถึงฮอกวอตส์ เริ่มแรกเลย รถดันควบคุมไม่อยู่ และพุ่งไปชนต้นวิลโลว์จอมหวด จอร์เจียโดนหนามของมันข่วนเอาที่แขน ไม้กายสิทธิ์ของรอนก็หัก จากนั้นรถก็พุ่งลงพื้น ดีดตัวพวกเขาออกจากเบาะนั่ง ส่วนตัวรถ มันควบคุมตัวเอง ลุยเข้าไปในป่าต้องห้าม เด็กทั้งสามหิ้วสัมภาระทั้งหมดไปรวมกับของคนอื่นๆ และยืนเมียงมองอยู่หน้าห้องโถงใหญ่ที่กำลังมีการคัดสรรกันอยู่

               “สเนปไปไหนล่ะ?” แฮร์รี่ถามอย่างอยากรู้ขึ้นมา “เขาไม่อยู่ที่งานเลี้ยงแฮะ”

               “บางทีเขาอาจจะป่วย” รอนบอกอย่างมีความหวัง

               “เขาอาจจะท้องเสีย” จอร์เจียพูดบ้าง

               “หรือบางที เขาอาจจะลาออกไปแล้ว” แฮร์รี่ว่า “เพราะว่าเขาพลาดตำแหน่งอาจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอีกรอบ”

               “หรือบางทีเขาอาจจะถูกไล่ออก” จอร์เจียพูด แล้วรอนก็ช่วยเสริม “เพราะทุกคนเกลียดเขา”

               “หรือบางที” เสียงเยียบเย็นดังอยู่เหนือหัวเด็กทั้งสามคน “เขาอาจจะอยากรู้ว่าทำไมเธอสามคนไม่มากับรถไฟพร้อมเด็กคนอื่นๆ” เด็กทั้งสามคนตัวแข็งทื่อ ขณะหันไปช้าๆ เผชิญหน้ากับอาจารย์ที่พวกเขาไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ สเนปมองพวกเขาทีละคนที่ตอนนี้หน้าถอดสีชัดเจน “ตามฉันมา” แฮร์รี่ รอน และจอร์เจียลอบมองสบตากัน ระหว่างทางเดินลงคุกใต้ดิน ซึ่งมีห้องทำงานของสเนปอยู่นั้น เหมือนพวกเขาเดินลงสู่ปากนรกยังไงก็ไม่รู้

               “เข้าไปข้างใน” สเนปบอก แล้วก็เป็นไปตามคาด สเนปเทศน์พวกเขาเสียยาว “มีมักเกิ้ลไม่น้อยกว่าสิบสองคนที่เห็นพวกเธอ รถไฟไม่ดีพอสำหรับแฮร์รี่ พอตเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ และจอร์เจีย คิงสลีย์ ทายาทมือปราบมารหัวกะทิ สินะ พวกเธออยากเปิดตัวให้อลังการอย่างโง่เง่าที่สุด”

               “ไม่ใช่นะคะ” จอร์เจียเถียงทันที “อาจารย์ฟังเรา...”

               “เงียบนะ” สเนปเอ็ด “คุณวีสลีย์ พ่อของเธออยู่กองการใช้สิ่งประดิษฐ์มักเกิ้ลในทางที่ผิด ไม่ใช่หรือ โถ ลูกชายเขาเองแท้ๆ น่าขายหน้าไหมล่ะ เธอสร้างความเสียหายให้กับกฎหมายปกปิดความลับ และทำให้ต้นวิลโลว์เก่าแก่มีค่าต้องเสียหายด้วย”

               “ต้นไม้นั่นทำเราเสียหายมากกว่าฮะ” รอนโพล่งขึ้นมา และได้รับสายตาเยียบเย็นน่ากลัว เหมือนสเนปพร้อมจะสาปเขาให้กลายเป็นยุง และจับบี้ซะ

               “อาจารย์คะ” จอร์เจียพูดอย่างอดทน ดูเหมือนมีเธอคนเดียวที่ยังยืนกรานจะต่อล้อต่อเถียง บอกเหตุผลกับคนไม่ฟังเหตุผลให้ได้ “แผงกั้นที่สถานีคิงคอร์สมัน...”

               “ถ้าเธอขัดฉันอีกคำเดียวล่ะก็ คุณคิงสลีย์ ฉันจะให้เธอขึ้นรถไฟกลับบ้านไปเลย พร้อมกับเพื่อนๆผู้อวดดีของเธอ” สเนปชะโงกหน้าข้ามโต๊ะทำงานมา แววตาโกรธขึงน่ากลัว จนจอร์เจียย่นคอแทบจะติดกับคาง

               “ทำอย่างนั้นไม่ได้” แล้วพระผู้ช่วยชีวิตก็เข้ามา ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กับมักกอนนากัล “ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์ เซเวอรัส เธอจะตัดสินใจถึงบทลงโทษเด็กทั้งสามคนเอง”

               “แต่ขอให้รู้นะ พวกเธอทั้งสามคน” มักกอนนากัลพูดขึ้น “สิ่งที่ทำลงไปนั้นร้ายแรงมาก ถ้าผ่านแผงกั้นไม่ได้ เธอก็ควรส่งนกฮูกมาหาเราสิ เธอมีนกฮูกไม่ใช่หรือพอตเตอร์” อาจารย์หันไปทางแฮร์รี่ ที่กำลังทำหน้าบ่งบอกว่า เพิ่งนึกขึ้นได้ “พวกเธอจะต้องถูกทำโทษกักบริเวณ และ...”

               “อาจารย์คะ นี่ยังไม่เปิดเทอม กริฟฟินดอร์ยังไม่ควรเสียคะแนนนะคะ” จอร์เจียพูดทันที

               “ฉันจะไม่หักคะแนนกริฟฟินดอร์” มักกอนนากัลบอก เด็กๆถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่จอร์เจียบอกได้เลย จากการแอบมองหน้าสเนป เขาอยากหักคะแนนใจจะขาด และจอร์เจียพอจะมองอนาคตออกเลยว่า เธอต้องถูกกักบริเวณกับใคร

               แหม วันแรกที่กลับมา ก็โดนดีแล้วไหมล่ะ?



               ############################


เดือนกันยายน  กักบริเวณกับสเนป(อีกแล้ว)

               จอร์เจียยอมแลกทุกอย่างเลย กับแฮร์รี่หรือรอนก็ได้ แฮร์รี่ต้องไปช่วยศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ตตอบจดหมายแฟนคลับ ส่วนรอนไปช่วยฟิลช์ ภารโรงขัดถ้วยรางวัลที่ห้องรางวัลของฮอกวอตส์ สำหรับการลงโทษกักบริเวณ ส่วนเธอ คงไม่ต้องเสียเวลาทายกันนะ เธอต้องไปช่วยสเนปขัดหม้อใหญ่ที่ใช้ปรุงยา พวกเขาต่างบ่นเหมือนหมีกินผึ้งตลอดทางไปกินอาหารเย็น และเนื่องจากเกิดเรื่องที่สนามควิดดิชเมื่อเช้า ทำให้ทุกอย่างแย่ไปมากกว่าเดิม

               มัลฟอยเรียกเฮอร์ไมโอนี่ว่า เลือดสีโคลน เป็นคำสบประมาทหยาบคายที่สุด รอนถึงกับพยายามเสกให้มัลฟอยกินทาก แต่ไม้กายสิทธิ์ที่หักของรอน ทำให้คาถาตีกลับใส่ตัวเขาเอง ตอนนี้เขายังอาเจียนเป็นทากอยู่เลย จอร์เจียโมโหมาก ทนไม่ไหวที่มัลฟอยหัวเราะเยาะพวกเขา เธอก็เลยต่อยหน้ามัลฟอยไป และเชื่อไหม ในบรรดาอาจารย์ที่จะโผล่มาเห็นฉากนี้เข้า ก็ไม่ใช่ใครอื่นหรอก สเนป ไงล่ะ จอร์เจียทำให้บ้านกริฟฟินดอร์เสียไปยี่สิบแต้ม และต้องถูกกักบริเวณเพิ่มอีกสองวัน ตอนนี้อารมณ์เธอบูดเน่า พอๆกับหนังหน้าสเนปนั่นล่ะ

               หลังอาหารเย็น จอร์เจียต้องลงไปคุกใต้ดินตามลำพัง รู้สึกเท้าหนักทุกย่างก้าวที่เดิน ยิ่งตอนเคาะประตู เธอรู้สึกเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เธอเกลียดสเนป เกลียดแบบไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยายได้ และเธอรู้ อาจจะแน่ใจมากด้วยซ้ำ ว่าสเนปก็เหม็นหน้าเธอเหมือนกัน ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างที่ไม่อาจรู้ได้

               สเนปอยู่ที่โต๊ะทำงานตอนที่เธอเดินเข้าไป เขากำลังอ่านหนังสืออยู่ อย่างที่ชอบทำเป็นประจำ คราวนี้เป็นหนังสือน่าเบื่อชื่อ การศึกษาและเปรียบเทียบเห็ดราร้อยชนิด ใครอยากจะศึกษาเรื่องเห็ดรานอกจากคนน่าเบื่อ ดวงตาสีดำของเขาเลื่อนจากหนังสือมาหยุดที่หน้าเธอ ซึ่งจอร์เจียรู้ว่าตอนนี้หน้าเธอหงิกงอไม่รับแขกอย่างมาก

               “หม้อใหญ่อยู่ตรงนั้น จัดการให้สะอาดทั้งหมดด้วย มิสคิงสลีย์” สเนปชี้มือไปทางมุมห้องที่มีอุปกรณ์ขัดเตรียมไว้พร้อม แน่นอนว่าห้ามใช้เวทมนตร์

               “อาจารย์คะ” จอร์เจียพูดขึ้น “ทำไมอาจารย์เกลียดหนูคะ” ก่อนที่จะหยุดได้ทัน ด้วยอารมณ์โกรธกึ่งหงุดหงิด ทำให้เธอโพล่งถามออกไปอย่างไม่คิด สเนปเหมือนจะอึ้งไปที่ได้ยินคำถามนั้น จอร์เจียเตรียมตัวรับผลที่เลวร้ายของคำถามก้าวก่ายของเธอแล้ว แต่เธออยากรู้มากกว่าจะกลัว มันต้องมีเหตุสิ สเนปเกลียดแฮร์รี่ เพราะเกลียดพ่อของแฮร์รี่ แล้วเธอนี่เล่า พ่อแม่เธอก็ไม่เคยทำอะไรเขานี่ เท่าที่ไปถามพ่อกับแม่มาน่ะ พวกเขาออกจะชื่นชมสเนปมากด้วยซ้ำ ว่าเป็นพ่อมดที่เก่งกาจ ทั้งทางด้านปรุงยาและคาถาต่างๆ ลูกโชคดีนะที่มีอาจารย์เก่งๆ เอาเถอะ เธอขี้เกียจเถียงพ่อกับแม่ ก็เลยสงบปากไว้

               “เริ่มงานของเธอได้แล้ว คิงสลีย์” สเนปไม่ยอมตอบคำถาม สั่งให้เธอเริ่มทำงานแทน

               “อาจารย์คะ...” จอร์เจียอึดอัดเกินกว่าจะทนต่อไปได้ “เพราะหนูเป็นกริฟฟินดอร์หรอคะ?”

               “ฉันบอกให้เธอเริ่มงาน” สเนปพูดช้าๆ ชัดๆ

               “เพราะหนูอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ใช่ไหมคะ แต่ก็มีเด็กกริฟฟินดอร์ตั้งหลายคนในชั้นปี ทำไมอาจารย์ต้องเพ่งเล็งหนูเป็นพิเศษทุกครั้งล่ะคะ อย่างตอนนี้ หนูก็ต้องถูกกักบริเวณกับอาจารย์ แทนที่จะเป็นอาจารย์คนอื่น เวลาเรียนปรุงยา หนูถูกหักคะแนนแทบทุกครั้ง ทั้งที่หนูก็ทำดีแล้ว อย่างตอนปีหนึ่ง ที่เราทำน้ำยา...”

               “จอร์เจีย!

               เด็กหญิงสะดุ้ง อาจารย์ไม่เคยเรียกชื่อต้นของเธอมาก่อน สเนปลุกขึ้นยืน และเดินเข้ามาจนห่างจากเธอเพียงสองก้าว จอร์เจียเพิ่งรู้สึกว่าเขาตัวสูงกว่าเธอแค่ไหน เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนแคระไปเลย เธอเริ่มกลัว แต่ก็ไม่ยอมเลิกสบตาที่เย็นชาคู่นั้น เธอต้องการคำตอบ

               “ขัดหม้อนั่นซะ ก่อนที่ฉันจะเพิ่มโทษกักบริเวณของเธอ” สเนปขู่ดูเหมือนเขาพร้อมจะสาปให้เธอมีเขางอกออกมาจากหัวได้เลย สีหน้าเหี้ยมเกรียมบอกเป็นนัยอยู่แล้วว่า อาจไม่จบแค่การกักบริเวณ เด็กหญิงคิดว่าต่อให้เธอพยายามเท่าใด เขาก็คงไม่ยอมบอกแน่ๆ เธอจึงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รักษาระยะห่าง

               “ค่ะ อาจารย์” เธอพูดด้วยเสียงเย็นชาเช่นกัน แล้วนั่งลงข้างกองหม้อใหญ่ที่ก้นกลายเป็นสีดำจากการใช้งานมาโชกโชน เธอนึกภาพไม่ออกจริงๆว่าต้องขัดเท่าไหร่ หม้อทองเหลืองจะดีเหมือนใหม่ สเนปกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน และเริ่มเปิดหนังสืออ่านอีกครั้งเหมือนเรื่องเมื่อสักครู่ไม่ได้เกิดขึ้น



############################



วันฮาโลวีน

               จอร์เจียรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ร่วมงานเลี้ยงฮาโลวีนที่ฮอกวอตส์ปีนี้ เพราะแฮร์รี่ดันไปสัญญากับนิกหัวเกือบขาด ผีประจำบ้านกริฟฟินดอร์ว่าจะไปงานเลี้ยงวันตาย เธอได้ข่าวว่าดัมเบิลดอร์จ้างโครงกระดูกเต้นระบำมาด้วยในปีนี้ ย้อนคิดแล้วก็เสียดายไม่หาย แต่ยังไงก็เถอะ นี่คือฮอกวอตส์ เรื่องตื่นเต้นมีมาตลอดอยู่แล้ว พวกเขาไม่ค่อยมีความสุขกับงานเลี้ยงวันตายของนิกเสียเท่าไหร่ มีแต่กลุ่มผีโปร่งแสงเดินไปมา อาหารเน่าเหม็น มีหนอนชอนไช (พวกเขาเก็บอาหารให้เน่า เพื่อให้รสชาติมันเข้มข้นขึ้น เพราะจริงๆแล้วพวกผีก็กินไม่ได้หรอกนะ แค่ต้องลอยผ่านอาหารเอาเท่านั้น) อากาศก็หนาวเย็นผิดปกติจนเด็กๆขาแข็งแทบก้าวไม่ออก เฮอร์ไมโอนี่ก็ดันมีเรื่องกับเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ ผีเด็กผู้หญิงที่สิงในห้องน้ำด้วย

               พวกเขาจึงออกจากงานเลี้ยงก่อนเวลาอันควร และระหว่างที่เดินไปห้องโถง เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงโค้งสุดท้ายนั้น แฮร์รี่ก็เกิดได้ยินเสียงไร้ที่มาจากกำแพง ที่พูดซ้ำๆว่า ฆ่า มาหาฉัน มาให้ฉันฆ่าแก จอร์เจีย รอน และเฮอร์ไมโอนี่วิ่งตามแฮร์รี่ไปจนถึงบริเวณทางเดินที่มีน้ำนองอยู่เต็ม เพราะเมอร์เทิลชอบดราม่าแล้วเปิดก๊อกทุกตัวให้ท่วมทั้งชั้น

               “ดูนั่นสิ” จอร์เจียเห็นก่อนเป็นคนแรก ตัวอักษรสีแดงที่เหมือนจะเขียนด้วยเลือดเรืองแสงอยู่บนกำแพงเป็นข้อความว่า ห้องแห่งความลับถูกเปิดออกแล้ว เหล่าศัตรูของทายาทจงระวัง และเลยขึ้นไปนั้น คุณนายนอริส แมวของภารโรงถูกแขวนอยู่กับคบไฟ ตัวแข็งทื่อ

               “คุณนายนอริส เกิดอะไรขึ้นกับมันน่ะ” แฮร์รี่ขยับเข้าไป เพื่อดูใกล้ๆ

               “เราไปจากตรงนี้เถอะ แฮร์รี่ เราไม่ควรอยู่แถวนี้” รอนมองกำแพงที่เขียนด้วยเลือดอย่างหวาดๆ

               “มันถูกเขียนด้วยเลือดนี่น่า” เฮอร์ไมโอนี่ย่นจมูกอย่างขยะแขยง

               “ไปกันดีกว่า แฮร์รี่” จอร์เจียเห็นด้วยกับรอนเต็มที่ เธอไม่อยากเสี่ยงให้พวกเขามีเรื่องอีก แต่ก็ไม่ทันแล้ว งานเลี้ยงฮาโลวีนที่ห้องโถงเพิ่งจบลง นักเรียนเกือบครึ่งโรงเรียนต้องเดินผ่านทางนี้กลับหอสลิธีริน และกริฟฟินดอร์ พวกเขาชะงักกลางทาง และเดรโก มัลฟอยที่เห็นตัวอักษรบนกำแพงก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า...

               “เหล่าศัตรูของทายาทจงระวัง แกเป็นรายต่อไป เลือดสีโคลน” คำว่าเลือดสีโคลน มัลฟอยจงใจหันมาหาเฮอร์ไมโอนี่

               หลังจากนั้นก็วุ่นวายกันเล็กน้อย ฟิลช์ เจ้าของแมว มาเจอพวกเขาเข้า และโวยวายยกใหญ่ คิดว่าแฮร์รี่เป็นคนสาปแมวของเขา จนดัมเบิลดอร์มาหยุดไว้ได้ และให้พวกเขาทั้งหมดไปคุยกันที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ต

               “เสียดายที่ผมไม่อยู่ด้วย ตอนเกิดเรื่อง” ล็อกฮาร์ตพูดอย่างอวดตัว “ผมรู้คาถาที่จะช่วยแมวได้” สเนปกับมักกอนนากัลที่จอร์เจียไม่เคยเห็นว่าจะมีความคิดอะไรตรงกัน กำลังมองล็อกฮาร์ตด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นเหมือนอยากจะพูดใส่หน้าเต็มแก่ว่า แน่ใจหรอ คนอย่างนายเนี่ยนะ?

               พวกอาจารย์คุยกันไปคุยกันมา ฟิลช์ยังโวยวายว่าต้องเป็นฝีมือแฮร์รี่ และตอนนั้นเองที่สเนปก้าวขึ้นมาด้านหน้า เพื่อพูดกับดัมเบิลดอร์ “บางที คุณพอตเตอร์และเพื่อนๆอาจจะอยู่ผิดที่ผิดเวลา” สิ้นคำพูดนั้น จอร์เจียเงยหน้าขึ้นสบตาสเนปทันควัน คนอย่างสเนปจะพูดแก้แทนพวกเขาหรอ? นัยน์ตาสีดำของเขาหยุดที่หน้าของจอร์เจียครู่หนึ่ง เด็กหญิงสังเกตเห็นริมฝีปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่ออย่างน่าตบสักป้าบ “แต่เรามีเหตุการณ์แวดล้อมที่น่าสงสัย ผมไม่เห็นคุณพอตเตอร์และเพื่อนๆอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ตลอดงานเลี้ยงฮาโลวีน” ช่างสังเกตจริงนะ จอร์เจียคิดอย่างหมั่นไส้ เห็นได้ชัดว่าเขาหมกมุ่นกับพวกแฮร์รี่ จับตาแทบจะทุกฝีก้าว ขอให้มีโอกาสลงโทษพวกเขาเถอะ

               “เราอยู่ที่งานเลี้ยงวันตายค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ชิงพูดทันที

               “มีผีเป็นร้อยๆอยู่ที่นั่น พวกเขาเป็นพยานให้เราได้” รอนบอก

               “แต่ทำไมไม่กลับไปสมทบกับคนอื่นๆที่ห้องโถงล่ะ” สเนปถาม หรี่ตามองอย่างสงสัย

               “เพราะเราจะกลับไปที่หอนอนน่ะสิคะ” จอร์เจียเถียงเสียงแข็งกร้าว สบตาสเนปโดยไม่หลบ

               “โดยไม่กินอาหารเย็นหรอ?” สเนปถามต่อ เลิกคิ้วมอง พินิจหาความพิรุธบนใบหน้าของจอร์เจีย

               “เราไม่หิวค่ะ” จอร์เจียตอบทันที ทั้งที่ท้องเธอ และเพื่อนร้องโครกคราก แต่เธอจะไม่ยอมให้สเนปหาเรื่องพวกเขาได้หรอกรอบนี้ อีกอย่างพวกเขาไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย

               “ยังถือว่าน่าสงสัยอยู่ดีครับ อาจารย์ใหญ่” สเนปบอก

               “แต่ก็ถือว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าผิด เซเวอรัส” ดัมเบิลดอร์บอก “อีกอย่าง คำสาปนี้อยู่เหนือกว่าที่ระดับเด็กปีสองจะทำได้ คุณเคยพูดเองไม่ใช่หรือว่า คุณพอตเตอร์และเพื่อนๆไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย” ดัมเบิลดอร์มองสเนปลอดผ่านแว่นตารูปจันทร์ครึ่งเสี้ยว “เอาละ คิดว่าคงเหนื่อยมาพอแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก อาร์กัส” ดัมเบิลดอร์หันไปพูดกับฟิลช์ “มาดามสเปราต์ได้ต้นแมนแดรกมา เมื่อมันโตพอ เราจะตัดมาทำยาซึ่งช่วยถอนคำสาปได้ ส่วนพวกเธอสี่คน ไปพักผ่อนเสียเถอะ”



############################



ต้นเดือนพฤศจิกายน

               ทั้งโรงเรียนคุยกันแต่เรื่อง ทายาทแห่งสลิธีริน ซึ่งกลับมาฮอกวอตส์เพื่อล้างบางลูกมักเกิ้ลให้หมดจากโรงเรียน ทั้งหมดอยู่ภายใต้ความกลัว ยิ่งหลังจากคอลิน ครีฟวีย์เด็กปีหนึ่งถูกสาปแข็งเป็นหินทั้งตัว เรื่องก็เลวร้ายลงไปอีก พวกเขาสงสัยเดรโก มัลฟอยว่าอาจเป็นทายาทของสลิธีริน และลูเซียส (พ่อของเดรโก) เคยเปิดห้องแห่งความลับมาก่อน ด้วยเหตุนี้ เฮอร์ไมโอนี่ ผู้ที่ฉลาดที่สุดในบรรดาพวกเขาจึงคิดวิธีหาความจริงจากมัลฟอย โดยการปรุงน้ำยาสรรพรส ที่จะช่วยพวกเขาเปลี่ยนเป็นเด็กสลิธีรินได้สี่คน แล้วเข้าไปถามมัลฟอยด้วยตนเอง แต่ติดปัญหาเล็กๆ (ประชด) คือเครื่องปรุงบางส่วน พวกเขาต้องขโมยจากสเนป

               “ฉันจะเป็นคนทำเอง” เฮอร์ไมโอนี่บอก “ถ้าพวกเธอถูกจับได้ว่าก่อเรื่องอีก ต้องถูกไล่ออกแน่ แต่ฉันไม่มีประวัติมาก่อน น่าจะดีกว่า พวกเธอแค่ต้องทำยังไงก็ได้ ให้ชั้นเรียนวุ่นวายพอที่ฉันจะแอบเข้าไปค้นตู้เก็บของสเนป”

               “เหอะๆ” จอร์เจียหัวเราะแห้งๆ สร้างความวุ่นวายในชั้นเรียนสเนป ก็เหมือนแอบร้องจ๊ะเอ๋ใส่แม้ดอาย มูดดี้ (มือปราบมารสุดโหด อดีตหัวหน้าของพ่อเธอ)

               ชั้นเรียนปรุงยาในบ่ายวันหนึ่งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พวกเขากำลังทำน้ำยาบวมเป่งกันอยู่ ใครก็ตามที่โดนน้ำยาเข้าไป ร่างกายจุดนั้นจะบวมขึ้น จอร์เจียไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ไอ้น้ำยาแบบนี้จะมีประโยชน์อะไรไม่ทราบ แต่เธอไม่กล้าถามสเนปหรอก จอร์เจียไม่ได้สนใจจะทำตามสูตรซักเท่าไหร่ สเนปเดินผ่านเธอสองรอบแล้ว และมีคำพูดเจ็บแสบกับน้ำยาในหม้อของเธอที่ตอนนี้เหนียวหนืดเหมือนกาวเหม็นๆ ส่งกลิ่นร้ายกาจอีกต่างหาก

               “สีดำหรือ คิงสลีย์?” สเนปถาม ใช้ทัพพีแงะๆน้ำยาของเธอ “นี่มีอะไรผ่านกะโหลกหนาๆของเธอเข้าไปบ้างไหม หรือสมองนิ่มปัญญาอ่อน อ่านหนังสือไม่ออก ถึงไม่ทำตามคำสั่งในหนังสือเลยสักข้อ”

               “ก็อาจารย์ไม่ได้สอนวิธีหั่นฝักนี่ค่ะ หนูใส่ฝักไม่ทันตามเวลา อาจารย์น่าจะบอกก่อนว่าทุบเอาแล้วได้น้ำเยอะกว่า พอใส่ไม่ทัน มันก็เป็นสีตามที่อาจารย์เห็นนี่ล่ะค่ะ แล้วจะให้หนูทำยังไงล่ะคะ?” จอร์เจียต้องพยายามต่อล้อต่อเถียงไปให้ได้นานสุด เพื่อกันไม่ให้สเนปเห็นว่าแฮร์รี่กำลังจุดดอกไม้ไฟใต้โต๊ะ และเล็งไปที่หม้อใหญ่ของกอยล์ (ลูกน้องคนหนึ่งมัลฟอย)

               “หักกริฟฟินดอร์สิบคะแนน มิส...” สเนปยังพูดไม่ทันจบ เพราะแฮร์รี่ทำสำเร็จตามแผนแล้ว หม้อใหญ่ของกอยล์ระเบิดเพราะดอกไม้ไฟ น้ำยาตัวพองโดนหน้าเขาเต็มๆ และกระเด็นใส่เด็กสลิธีรินส่วนใหญ่ด้วย จอร์เจียทนไม่ไหว ปล่อยฮา ออกมา และนั่นทำให้เธอได้ตาเขียวปั๊ดของสเนปเป็นของขวัญ ชั้นเรียนวุ่นวายทันทีตามที่คาดเอาไว้ เด็กๆร้องโอดโอยขณะที่บางส่วนของร่างกายเริ่มพองเท่าลูกฟักทอง

               “เงียบๆ” สเนปตะโกน “คนที่ถูกน้ำยาเข้าแถวที่หน้าชั้นเพื่อรับยาถอน”

               จอร์เจียมีความสุขชะมัดเมื่อเห็นมัลฟอยมีจมูกบวมเป่งเท่าลูกแตงโม เธอกับรอนหัวเราะงอหายอยู่หลังหม้อใหญ่ ขณะที่สเนปมองมาทางพวกเขาอย่างคาดโทษ แต่สเนปไม่มีหลักฐานอยู่แล้วว่าใครทำ เพราะเขามัวแต่ดุด่าเธออยู่ไงล่ะ ก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์จุดดอกไม้ไฟใต้จมูกโตๆของเขาเลย ยิ่งน่ายินดีไปมากกว่านั้นอีก เมื่อเธอเห็นเฮอร์ไมโอนี่กลับมาอยู่หลังหม้อของเธอแล้ว เสื้อคลุมด้านหน้าโป่งขึ้นเล็กน้อย แสดงว่าภารกิจลุล่วง



############################



เดือนมิถุนายน อะไรๆก็เลวร้ายมากขึ้น

               เดรโก มัลฟอยไม่ใช่ทายาทสลิธีริน เฮอร์ไมโอนี่ถูกทำร้าย และนอนแข็งเป็นหินอยู่ในห้องพยาบาล พวกเขาทั้งสามคนรู้สึกเศร้าใจ หมดหวังนิดหน่อย แฮร์รี่พบสมุดบันทึกของทอม ริดเดิ้ลคนที่จับทายาทสลิธีรินได้เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว แต่คนที่เขาจับได้คือแฮกริด ซึ่งเด็กๆไม่เชื่อเด็ดขาดว่าแฮกริดจะเป็นทายาทสลิธีริน หรือเป็นคนเปิดห้องแห่งความลับ ด้วยเหตุนี้ในคืนหนึ่ง จอร์เจีย แฮร์รี่และรอนจึงมุดอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนและลงไปที่กระท่อมแฮกริดเพื่อถามความจริง พวกเขาโชคไม่ดีนัก รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ดันมาจับตัวแฮกริดไปอัซคาบัน และบอกข่าวร้ายว่าคณะกรรมการโรงเรียนขอให้ดัมเบิลดอร์หลีกทางไปซะ ก่อนแฮกริดจะไป เขาทิ้งเบาะแสไว้ว่า จงตามแมงมุมไปไม่มีใครในพวกเขาที่เข้าใจในคำสั่งนี้

               แฮร์รี่ยืนยันว่าพวกเขาต้องทำตามคำแนะนำของแฮกริด และมันเป็นอะไรที่แย่ที่สุดในชีวิตของจอร์เจียเลย พวกเขาได้รู้ความจริงจากอาราก๊อก แมงมุมยักษ์ที่แฮกริดเลี้ยงไว้ในป่าต้องห้าม แฮกริดไม่เคยเปิดห้องแห่งความลับ เขาบริสุทธิ์ และถูกใส่ร้ายมาตลอด เด็กทั้งสามคนเกือบหนีไม่รอดจากฝูงแมงมุม ถ้าไม่ได้รถยนต์เหาะได้ ปรากฏว่ามันยังอยู่ มันคงแล่นอย่างสบายใจในป่ามาพักใหญ่แล้ว ก็ยังดีที่มันกลับมาช่วยพวกเขาได้ทัน ก่อนจะกลายเป็นอาหารของแมงมุม

               พวกเขาไปเยี่ยมเฮอร์ไมโอนี่ที่ห้องพยาบาล และแฮร์รี่พบว่าในมือของเฮอร์ไมโอนี่มีกระดาษถูกขยำกำอยู่ เขาดึงกระดาษออกมา และค้นพบคำตอบในที่สุด

               “ตัวนี้แหละรอน ที่อยู่ในห้องแห่งความลับ” แฮร์รี่บอก

               รอนกับจอร์เจียก้มหน้าลงอ่านกระดาษที่หยิบออกจากมือเฮอร์ไมโอนี่พร้อมกัน สรุปแล้วมันคือบาซิลิสก์ งูใหญ่ยักษ์ ที่แค่สบตา ก็ทำให้ตายได้แล้ว แต่เหยื่อทุกคนในรอบนี้ไม่มีใครสบตากับมันตรงๆ อย่างแมวก็มองเห็นเงาของมันในน้ำ เฮอร์ไมโอนี่ก็มีกระจกในมือ คอลิน ครีฟวีย์มองเห็นมันผ่านเลนส์กล้อง พวกเขาจึงแค่ตัวแข็งเป็นหินไปเท่านั้น แฮร์รี่ได้ยินเสียงประหลาดในกำแพง เพราะเขาเข้าใจภาษาของงู เจ้าบาซิลิสก์เคลื่อนไหวไปตามท่อน้ำทั่วฮอกวอตส์

               “เดี๋ยวก่อนนะ” จอร์เจียพูดขึ้น “แฮร์รี่ นายบอกว่า ริดเดิ้ลบอกนายว่า ห้าสิบปีก่อน พวกเขาเจอศพเด็กผู้หญิงในห้องน้ำ”

               “แล้วถ้า...” แฮร์รี่นึกออกทันทีว่าจอร์เจียจะพูดอะไร “ถ้าเธอไม่เคยจากมันไปล่ะ”

               “เมอร์เทิล จอมคร่ำครวญหรอ?” รอนอ้าปากค้าง “นายคงไม่คิดว่า  ห้องน้ำที่เมอร์เทิลสิงอยู่ เป็นทางเข้าห้องแห่งความลับใช่ไหม?”

               จอร์เจียมั่นใจแล้วล่ะว่าต้องใช่แน่ ทุกหลักฐานชี้ไปทางเดียวกัน พวกเขาวิ่งเร็วจี๋คิดว่าจะไปบอกพวกอาจารย์เรื่องการค้นพบครั้งที่ยิ่งใหญ่นี้ แต่ไม่มีอาจารย์อยู่ที่ห้องพักครูเลยสักคน แล้วระหว่างที่คิดว่าจะทำอะไรกันต่อดี ก็มีเสียงประกาศของมักกอนนากัลดังไปทั่วปราสาท

               “นักเรียนทุกคน ขอให้กลับหอพักของตนโดยด่วน ขอย้ำทุกคน”

               “ให้ตาย” จอร์เจียอุทาน “คงไม่ใช่มีการทำร้ายอีกรายนะ”

               “ไปกันเถอะ หาพวกอาจารย์ให้เจอ” แฮร์รี่ดึงเพื่อนทั้งสองคนให้ตามไป พวกเขาไปที่กำแพงซึ่งยังมีคราบเลือดเขียนอยู่ พวกอาจารย์ยืนรวมกันอยู่ที่นั่น เด็กทั้งสามคนแอบอยู่ที่มุมทางเดินและฟังการสนทนาอย่างใจจดจ่อ

               “เกิดขึ้นอีกแล้ว คราวนี้ทายาทแห่งสลิธีรินเอาตัวเธอไปในห้องแห่งความลับ” มักกอนนากัลพูดเสียงสั่น

               “โครงกระดูกของเธอจะนอนอยู่ในห้องนั้นชั่วนิรันดร์” มาดามสเปราต์อ่านข้อความที่มีเพิ่มขึ้นมาบนกำแพง “ใครกัน มิเนอร์ว่า เด็กนักเรียนคนไหน”

               “จินนี่ วีสลีย์”

               น้องสาวของรอน!!



                ############################



เดือนมิถุนายน หลังผ่านเรื่องร้าย

               เอาเป็นว่า ขอเล่าข้ามๆไปเลยแล้วกันนะ จอร์เจีย แฮร์รี่ รอน และล็อกฮาร์ต (ซึ่งไม่เต็มใจนัก) ไปที่ห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ คือทางเข้าห้องแห่งความลับจริงๆ ระหว่างที่ลงไปนั้นเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ล็อกฮาร์ตพยายามลบความทรงจำพวกเขา เพื่อจะได้กลับขึ้นไปอย่างวีรบุรุษ เล่าเรื่องตลกว่ามาช่วยจินนี่ไม่ทัน ส่วนรอน แฮร์รี่และจอร์เจียสติแตกเมื่อเห็นร่างแหลกเหลวของจินนี่ แต่เขาดันใช้ไม้กายสิทธิ์ของรอน ซึ่งแน่นอนว่าคาถาตีกลับ และเขาก็ความจำเสื่อมไปเลย แฮร์รี่ต้องเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์อีกครั้ง ทอม ริดเดิ้ลก็คือโวลเดอมอร์นั่นเอง เป็นเจ้าของสมุดบันทึก และครอบงำจินนี่ให้ทำร้ายนักเรียนเหล่านั้น รวมถึงเขียนหนังสือจากเลือดบนกำแพง แฮร์รี่เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ และบาซิลิสก์ แน่นอนว่าเขารอดมาได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหนังสือถึงเล่มเจ็ดได้หรอกนะ

               ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี เด็กทั้งสามคนได้รับรางวัลสำหรับทำคุณความดีพิเศษให้โรงเรียน มาดามสเปราต์จัดการตัดรากเมนเดรกไปให้สเนปปรุงยา ระหว่างที่รอนไปส่งนกฮูกปล่อยตัวแฮกริด แฮร์รี่อยู่ในห้องทำงานดัมเบิลดอร์เพื่อคุยต่อ จอร์เจียได้รับอนุญาตให้ไปห้องพยาบาล จัดการแผลที่ถูกหินหล่นใส่ เมื่อเด็กหญิงไปถึงห้องพยาบาล เธอก็เจอสเนปที่กำลังช่วยพวกที่ถูกสาปให้คืนดังเดิม มาดามพอมฟรีย์รี่ตรงมาหาจอร์เจีย ให้เธอนั่งลงที่เตียงหนึ่ง แล้วก็ทำแผลให้เธอ

               ทุกคนฟื้นคืนกลับมา เฮอร์ไมโอนี่ยังดูงุนงงและต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จอร์เจียที่ดีใจมากไปหน่อย ตรงเข้าไปกอดเฮอร์ไมโอนี่แน่น และละล่ำละลักเล่าทุกอย่างให้ฟัง เฮอร์ไมโอนี่ดีใจที่พวกเขาแก้ปริศนากันได้

               “ฉันอยากจะอ้วก” สเนปที่ทนหมั่นไส้ไม่ได้ เดินโฉบมาและพูดจาถากถาง “ถ้าสบายดีแล้ว ก็ไปให้พ้นๆหน้าฉันซะ มิสเกรนเจอร์ มิสคิงสลีย์ ฉันยังต้องช่วยคนอื่นอีก ต้องการสมาธิ”

               “ก็ไม่คิดจะอยู่นานหรอกค่ะ บรรยากาศในนี้ก็ใช่ว่าจะดีนี่คะ” จอร์เจียพูดถากๆกลับ

               “จอร์เจีย” เฮอร์ไมโอนี่บีบแขนเธอ แล้วรีบลากเพื่อนให้ออกจากห้องพยาบาล ก่อนที่สเนปจะหาเรื่องหักคะแนนกริฟฟินดอร์ “เธอจะทำตัวเป็นเด็กดีหน่อยไม่ได้หรือไงนะ”

               “โธ่ เฮอร์ไมโอนี่ ก็ดูเขาสิ” จอร์เจียร้องเมื่อพวกเธอออกมาที่โถงทางเดินแล้ว

               “เขาก็แค่...” เฮอร์ไมโอนี่เหมือนจะหาคำพูดไม่ถูก “ก็แค่ ไม่น่ารักน่ะ แต่เขาก็เป็นคนดีนี่น่า เขาเคยช่วยแฮร์รี่นะ และเขาก็เป็นอาจารย์ด้วย ยังไงเราก็ต้องเคารพเขา”

               “เธอเคารพไปคนเดียวเถอะ” จอร์เจียสั่นหัวดิกๆ “เขาพยายามหาเรื่องฉันทุกรอบ อย่างเมี่อกี้ไง ฉันคุยกับเธอ แล้วเขาก็แทรกเข้ามา หาเรื่องกันชัดๆ ฉันเข้าใจที่เขาเกลียดหน้าแฮร์รี่นะ เพราะเขาเกลียดพ่อแฮร์รี่มากๆ แต่กับฉันเนี่ย ฉันไปทำอะไรไม่ทราบ เขาจ้องจะเล่นงานตลอด โผล่ไปทุกที่ที่ฉันไป คือแบบ... ไม่สังเกตหรอ เฮอร์ไมโอนี่ เขาโผล่มาทุกทีที่พวกเรากำลังตกที่นั่งลำบากน่ะ และต้องหาเรื่องกักบริเวณฉันได้ทุกรอบ นี่มือฉันหงิกหมดแล้ว ทั้งคัดลายมือบ้างล่ะ ขัดหม้อ เลือกหนอน ขัดพื้นห้องทำงานเขาอีกล่ะ อ้อ ฉันไม่เคยลืมที่มือฉันพองหรอกนะ”

               “บางทีถ้าเธอทำตัวน่ารัก..”เฮอร์ไมโอนี่พยายามแนะนำ

               “ตอนปีหนึ่ง ฉันก็น่ารักใสซื่อนะ แต่เขาก็หาเรื่องฉันตั้งแต่แรก” จอร์เจียบอก “ไม่เอาแล้ว ฉันไม่อยากพูดเรื่องสเนป ไปหารอนกับแฮร์รี่กันดีกว่า” จอร์เจียเดินนำหน้าไปเล็กน้อย เฮอร์ไมโอนี่รั้งท้าย สมองครุ่นคิดสงสัย มันก็จริงอย่างที่จอร์เจียพูด สเนปต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับจอร์เจีย






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #13 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 03:35
    จอร์เจีย ที่หาเรื่องกักบริเวณ ก็เพราะป๋าเนปอยากอยู่ด้วยงาย~ อร้ายย>\\<
    #13
    0
  2. #11 TaTar_Wannakarn (@guitar643922) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:15
    เขาชอบกันค่ะ55555555555
    #11
    0
  3. #9 เอเซียนาจา (@natchita-s) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 02:16
    สงสารจอร์เจีย55555 ทำอะไรก็ผิดด หรือสเนปจะแกล้งเพราะชอบ? ปากแข็งงี้555 รอติดตามค่าา สนุกกก
    #9
    0