โรงเรียนศาสตร์มืดแห่งดาร์คแลนด์ (เปิดเทอม)

ตอนที่ 58 : ดาดฟ้าเขาแหลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ธ.ค. 59

ดาดฟ้าเขาแหลม









ดาดฟ้าเขาแหลม
เป็นดาดฟ้าของหอคอยปราชญ์บัณฑิต หรือ หอคอยยูนิคอร์น บนดาดฟ้านี้ เป็นจะมีเจ้ายูนิคอร์นวิ่งเล่นอยู่เนืองๆ ชาวปราชญ์บัณฑิต มักมานั่งจิบชา ถกปรัชญากันอยู่บริเวณนี้








 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,441 ความคิดเห็น

  1. #10929 ^(ริว-Ryu)^ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 22:03
    หาปรัชญา ไม่มีสินะ
    ภารกิจ "ปรัชญาสาบสูญ"
    #10,929
    0
  2. #10808 Vanessa Sea (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 12:19
    ภารกิจ ร้อยเรียงดาว


    กลุ่มดาวปลา เป็นกลุ่มที่ไม่สะดุดตา หาได้ยาก แต่นักดาราศาสตร์อ้างถึงอยู่บ่อย ๆ เพราะในวันที่ 21 มีนาคม ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ปรากฏเข้ามาอยู่ในราศีนี้ ทางโหราศาสตร์สากล เขาถือว่าในวันที่ 21 มีนาคม ดวงอาทิตย์เริ่มยกเข้าสู่ราศีเมษ แต่ตามความจริง แล้วไม่ใช่ ในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เส้น Ecliptic ตัดกับเส้นศูนย์สูตร ท้องฟ้านั้น ดวงอาทิตย์เริ่มโคจรปรากฏเข้ามาอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวซึ่งเป็น หัวปลาคู่นี้ แล้วค่อย ๆ ปรากฏเคลื่อนไปทางทิศตะวันออก ในวันที่ 21 มีนาคม เป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นวันที่กลางวันและกลางคืนเท่ากัน จึงเป็นวันที่ น่าสนใจและควรจดจำ


    ตามนิยายดาวของกรีกกล่าวว่า วันหนึ่ง วินัส เทพธิดาแห่งความสวยงาม และบุตรของเธอคือ กามเทพ (Cupid) กำลังเดินเล่นอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำยูเฟรตีส (Euphrates) ทันใดนั้น มองเห็นไต้ฝุ่นยักษ์ผู้ดุร้ายกำลังเคลื่อนใกล้มา ทั้งวินัส และกามเทพ จึงรีบกระโดดลงไปนี้แม่น้ำ เพื่อหนียักษ์ร้ายนี้ โดยแปลงตัวเป็นปลา 2 ตัว เพื่อเป็นเครื่องหมายและระลึกถึงความโชคดีทีหนี้ภัยร้ายได้ Minerva จึงได้ นำปลา 2 ตัวนี้ไปไว้บนท้องฟ้า


    กลุ่มดาวนี้ แทนปลา 2 ตัว ผูกติดด้วยริบบิ้นที่หาง ชาวบาบิโล ชาวซีเรีย ชาวเปอร์เซีย ชาวตุรกี และชาวกรีก เห็นรูปดาวกลุ่มนี้ตรงกันหมดคือเห็นเป็นปลา 2 ตัว ผูกหางไว้ด้วยแถบริบบิ้นยาว และสัญลักษณ์แหนดาวกลุ่มนี้ ต่างก็ใช้ปลา เหมือนกัน


    นักโหราศาสตร์สากลถือว่ากลุ่มดาวปลา เป็นกลุ่มดาวแห่งความโชคร้าย ชาวอียิปต์สมัยโบราณถือว่าภาพปลาเป็นภาพที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง นักโหราศาสตร์สากลและคนไทยมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ คนไทยทั่วไปถือว่าปลาเป็นสัญลักษณ์แห่งการนำโชคเช่นตามร้านค้า รถเมล์ รถแท็กซี่ต่างก็มีรูปปลาตะเพียนแขวนไว้ เพื่อให้ทำมาค้าขึ้น รายได้ดี ส่วนอียิปต์และนักโหราศาสตร์สากลถือว่าปลาเป็นสัญญลักษณ์แห่งความอับโชค



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มีนาคม 2557 / 12:20
    #10,808
    0
  3. #10692 Estrella Tears (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 09:14
    บัตรนักศึกษา

    ภารกิจ "ร้อยเรียงดวงดาว"

    ดาวเหนือ

    ดาวเหนือ (Polaris หรือ Cynosura)เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวหมีเล็ก และอยู่ใกล้กับขั้วฟ้าเหนือ จึงปรากฏเหมือนอยู่นิ่งกับที่บนท้องฟ้า (แท้จริงเป็นภาวะชั่วคราวเท่านั้น เพราะแกนหมุนของโลกมีการส่าย)

    การหาดาวเหนือโดยใช้กลุ่มดาว
               กรณีที่ผู้สังเกตมีความชำนาญเรื่องกลุ่มดาว ก็สามารถใช้กลุ่มดาวบริเวณขั้วฟ้าเหนือช่วยหาได้ ซึ่งมีสองกลุ่มคือ


              1.ดาวหมีใหญ่ หรือ URSA MAJOR ใช้เป็นดาวนำทางได้ เพราะกลุ่มดาวหมีใหญ่ อยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่า และสังเกตง่ายกว่า โดยที่แนวของดาวสองดวงแรก จะชี้ไปที่ดาวโพลาลิสพอดี โดยห่างไปอีก 5 เท่าตัวของระยะห่างระหว่างดาวสองดวงที่ชี้ หรือ 25 องศาพอดี


    2. กลุ่มดาวคาสซิโอเปีย Cassiopia   คืนใดที่ไม่มีกลุ่มดาวหมีใหญ่ให้สังเกตุ คืนนั้นจะมีมีกลุ่มดาวคาสซิโอเปีย หรือกลุ่มดาวค้างคาวช่วยบอกตำแหน่งดาวเหนือแทนได้   เพราะ ursa major กับ cassiopia จะอยู่คนละฝากกับดาวโพลาลิส   โดยจุดกลางจะชี้ไปที่ดาวเหนือ ห่างประมาณ 25 องศาเช่นกัน

    #10,692
    0
  4. #10680 LnwLuCis_Noar[ดรากิออน] (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 16:49
    ภารกิจร้อยเรียงดวงดาว

    กลุ่มดาวจระเข้หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่(Ursa major)
    กลุ่มดาวจระเข้หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่ ทางยุโรปเรียกกลุ่มดาวนี้ว่ากระบวยใหญ่หรือ Big dipper แต่กลุ่มประเทศทางเหนือเรียกว่า กลุ่มดาวหมีใหญ่ ประกอบด้วยดาวฤกษ์ใหญ่ 7 ดวงโดย 4 ดวงแรกเป็น ตัวจระเข้หรือตัวหมีส่วนอีก 3 ดวงที่เหลือเป็นหาง ดาวจระเข้จะเห็นในช่วงตอนหัวค่ำของเดือนกุมภาพันธ์ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะอยู่สูงจากขอบฟ้าทิศเหนือประมาณ45 องศา ตอนเที่ยงคืนและจะหาย ไปทางขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลาใกล้รุ่ง
    ลักษณะการขึ้นและตกของกลุ่มดาวจระเข้จะแตกต่างกัน โดยขณะขึ้นจะเอาส่วนหัวขึ้นมาก่อนและใน 
    ขณะตกส่วนหัวก็จะตกลงไปก่อนเช่นกัน กลุ่มดาวจระเข้มีประโยชน์สำหรับนำมาหาดาวเหนือได้โดยลากเส้น ตรงจากดาวดวงที่ 2 ไปยังดาวดวงที่ 1 ดังรูป 61 แล้วต่อเลยออกไปประมาณ 5 เท่าครึ่งของระยะระหว่างดาว 1 และดาว2 จะพบดาวเหนืออยู่ตรงหางของกลุ่มดาวหมีเล็กและเป็นดาวที่สว่างกว่าดาวทุก ดวงในกลุ่มนี้ ดาวเหนือมีความสำคัญในการกำหนดทิศของการเดินทางในสมัยโบราณ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มีนาคม 2557 / 16:50
    #10,680
    0
  5. #10657 Saisho (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 18:20

    กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)

    กลุ่มดาวในราศีที่ 3 หรือกลุ่มดาวราศีมิถุน คือ กลุ่มดาวคนคู่ ดาวกลุ่มนี้มีดาวดวง สว่างสุกใส 2 ดวง เป็นสังเกต คือ ดาว Pollux และ Castor ดาว 2 ดวงนี้ เป็นจุด สะดุดตาหาได้ง่าย อยู่ใกล้ ๆ กลุ่มดาววัว เหนือกลุ่มดาวนายพรานใหญ่ขึ้นมาทาง ทิศตะวันออกของกลุ่มดาวสารถี กลุ่มดาวคนคู่จะเห็นอยู่กลางท้องฟ้าเมื่อเวลา 3 ทุ่มในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ของทุกปี

    ดาวฤกษ์พอลลักซ์และแคสเตอร์นี้ คนโบราณโดยทั่วไปถือว่าเป็นดาวคู่แฝด คือชาวอาหรับเห็นเป็นนกยูง 2 ตัว ชาวอียิปต์เห็นเป็นต้นไม้ใหญ่ 2 ต้น ชาวฮินดูเห็นเป็นเทพเจ้า 2 องค์

    ตามนิยายดาวของกรีก Castor และ Pollux เป็นบุตรชายของเทพบิดาพฤหัสดี (จูปีเตอร์) และพระเลดา (Leda) Castor เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับม้า Pollux เป็นนักมวยและนายทหารที่มีชื่อเสียง ชาวโรมันถือว่าดาวฤกษ์ Castor และ Pollux เป็รสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ชาวเรือถือว่าเป็นเทพเจ้าที่ช่วยให้พ้นภัยทะเล แต่นักดาราศาสตร์เห็นดาวฤกษ์ Castor เป็นคู่ ( 2 ดวง ) ที่สวยงามที่สุดและ ใหญ่ที่สุด ดาวฤกษ์ Pollux เป็นดาวคู่สาม (มี 3 ดวงหมุนรอบซึ่งกันและกัน ) วันที่ 180-20 ตุลาคม ของทุกปี จะมีฝูงอุกกาบาตวิ่งมาชนโลกเป็นกลุ่ม ๆ คือเราจะเห็นดาวตกหรือผีพุ่งไต้ตกลงมาเป็นกลุ่ม ๆ จากปลายเท้าของกลุ่มดาว คนคู่นี้ ในวันที่ 10 -12 ธันวาคม กลุ่มดาวตกจะสังเกตได้มาก มาจากทางส่วนหัว ของกลุ่มดาวคนคู่นี้ ดาวฤกษ์ Castor และ Pollux เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมาก อยู่ห่างจากโลกเพียง 47 และ 31 ปีแสงตามลำดับ

    #10,657
    0
  6. #10642 PangPond YHSM (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 18:38

    ภารกิจ ร้อยเรียงดวงดาว

    กลุ่มดาวคนคู่เป็นกลุ่มดาวจักรราศีลำดับที่สาม (นับจากราศีเมษ) เห็นได้ชัดตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง พฤษภาคม เป็นดาวสำคัญของนักเดินเรือ เพราะเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีมิถุน นับเป็นเครื่องหมายของการสิ้นสุดพายุฤดูหนาว เรือออกทะเลได้ บนเรือมักจะมีรูปปั้นและหิ้งบูชาเทพสององค์นี้ เพื่ออธิษฐานให้เดินทางได้ราบรื่น ปราศจากอุปสรรคทั้งปวง ในท่าเรือต่างๆ สมัยโบราณ ก็ยังมีรูปปั้นของเทพทั้งสองนี้ ที่สองฝั่งปากทางออกสู่ทะเล

    เมื่อ 6,000-4,000 ปีก่อนคริสตกาล ดวงอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีมิถุนในช่วงวสันตวิษุวัต (21 มีนาคม) ราศีนี้จึงมีความสำคัญทั้งทางปฏิทินและทางลัทธิบูชา และในยุคดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นการเกษตร ที่ต้องการปฏิทินที่แม่นยำสูง ในคัมภีร์โบราณอันเก่าแก่ มักวาดรูปเด็กทารกสองคน เป็นสัญลักษณ์ของราศีนี้

    ดาวคัสเตอร์นั้นเป็นดาวสีขาว ส่วนพอลลักซ์เป็นดาวสีเหลือง ดาวสองดวงนี้อยู่ห่างกันประมาณ 4.5 องศา นอกจากนี้ในกลุ่มดาวคนคู่ ยังมีดาวความสว่างน้อยอีกหลายดวง เช่น "ดาวอัลเฮนา" (γ Gem), "ดาวอาซาบ" (δ Gem) เป็นต้น และใกล้ๆ นั้นมีดาราจักรชื่อ M35

    ชาวอาหรับเรียกดาวเด่นทั้งสองดวงนี้ว่าดาวฝาแฝดเช่นกัน และยังเรียกว่าดาวนกยูงสองตัวด้วย ส่วนชาวอียิปต์ถือว่าดวงสองดวงนี้คือเทพโฮรุส เป็นเทพเจ้าแห่งดวงตะวัน นับเป็นความเชื่อเก่าแก่มาก ขณะที่ชาวเอสกิโมถือว่าดาวสองดวงนี้เป็นเสาหลักของกระท่อมอิกลูของตน ที่ทำด้วยก้อนน้ำแข็ง

    ในตำราดาราศาสตร์ของอินเดีย ระบุถึงนักษัตรที่ห้า ว่า "ปุนรวรสุ" หรือผู้ประเสริฐทั้งสอง ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของนางอทิติ เทพีแห่งห้องฟ้า ซึ่งนางเป็นมารดาของอาทิตย์ทั้ง 12 องค์ที่เวียนกันมาปรากฏในแต่ละเดือน (แต่ละองค์มีชื่อต่างๆกัน) กำหนดของตำนานนี้ อาจเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อราศีมิถุนเริ่มเป็นเครื่องหมายของวสันตวิษุวัต

    ว่ากันว่าทั้งสองเป็นฝาแฝดระหว่าง Caster และ Pollux เป็นบุตรของเทพเจ้า.มีมารดา คือ Leda ผู้เป็นมเหสีของกษัตริย์ Tyndareus แห่งเมือง Sparta ซึ่งนางได้ให้กำเนิดบุตร เป็นไข่ 2 ใบ ใบแรก ระหว่างนางกับกษัตริย์ Tyndareus กลายเป็น Helen of Troy ส่วนอีกใบ กับเทพเจ้า Zeus ในร่างของหงส์ ซึ่งไข่ใบที่สองกลายเป็น Caster และ Pollux โดยทั้งคู่ เทพเจ้า Poseidon ให้เป็นสมาชิก และผู้พิทักษ์เรืออาร์โก ของกัปตันเจสัน ทั้งสอง จะยืนเหนือกระโดงเสาของเรืออาร์โก กลุ่มดาวคนคู่ เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สามของกลุ่มดาวจักรราศี อยู่ในแนวสุริยวิถี ทงด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของกลุ่มดาวนายพราน เป็นดาวฤกษ์สุกสว่างที่สังเกตง่าย และอยู่ใกล้กัน 2 ดวง คือ ดาวคาสเตอร์ และดาวพอลลักซ์ ดาวทั้งสองอยู่ในตำแหน่งศีรษะของคนคู่ และเท้าของคนคู่อยู่บนทางช้างเผือก. เมืองไทยเห็นกลุ่มดาวคนคู่ เรียงกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปร่างคล้ายโลงศพเลยเรียกกลุ่มดาวนี้ว่า "กลุ่มดาวโลงศพ" และเห็นดาวสามดวงที่อยู่ตรงด้านข้างโลงเหมือน นกกาที่มาเกาะโลงอยู่จีงเรียกกลุ่มดาวนั้นว่า "กลุ่มดาวกา" เราสามารถเห็นกลุ่มดาวคนคู่ ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ราวเที่ยงคืนของเดือนมกราคม
     

     

    #10,642
    0
  7. #10627 ^(ริว-Ryu)^ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 20:37
    ภารกิจ "ร้อยเรียงดวงดาว"

    โอ้ดวงดาวส่องแสงพราวเสน่ห์
    เรืองแสงระยิบระยิบเต็มนภา
    สุดมือเอื่อมไคว่คว้ามาครอบครอง
    แม้อยากได้ไว้ครอบครองก็สิ้นหวังเอ่ย

    กลุ่มดาวสิงโต (Leo)



    กลุ่มดาวในราศีที่ 5 หรือ กลุ่มดาวราศีสิงห์ คือ กลุ่มดาว สิงห์โตดาวกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มดาวที่คนรู้จักดีที่สุดและสะดุดตาที่สุดอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มดาวราศีสิงห์ เป็นกลุ่มดาวที่เก่าแก่ที่สุดตามที่ได้มีการบันทึกมา ดาวกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับ ดวงอาทิตย์อย่างใกล้ชิด นับแต่แรกเกิดระบบสุริยะ ฉะนั้นทางโหราศาสตร์ เขาจึงกำหนดให้ดวงอาทิตย์เป็นเจ้าของราศีสิงห์นี้ กลุ่มดาวสิงห์โต เป็นกลุ่มดาวที่บอกฤดูกาลได้เมื่อจะเริ่มหน้าร้อนของฝรั่ง คือ ปลายเดือนมิถุนายน กลุ่มดาวสิงโตจะอย่างท้องฟ้าตั้งแต่เริ่มมืด กลุ่มดาวสิงโต จะอยู่กลางท้องฟ้าตรงศีรษะเมื่อเวลา 3 ทุ่ม (21.00 น.) ในวันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี
    ชาวอียิปต์โบราณบูชาดาวกลุ่มนี้เพราะอุทกภัยจากแม่น้ำไนล์ เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์เข้ามาอยู่ในกลุ่มดาวราศีนี้ บางท่านจึงสันนิษฐานว่า ตัวสฟิงส์ (Sphing) ของอียิปต์ส่วนหัวคื่อหญิงพรหมจารีย์ (ราศีกันย์ )ส่วนตัวคือสิงห์โต (ราศีสิงห์)


    #10,627
    0
  8. #10619 ท้องนภาที่อ่อนโยน (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 15:09
    บัตรนักศึกษา

    ภารกิจ ร้อยเรียงดวงดาว
    ราศีพิจิก กลุ่มดาวแมงป่อง

    กลุ่มดาวแมงป่องตั้งแต่หัวถึงหาง จะยาวประมาณ 35 องศา รูปแมงป่องบนฟ้าจึงเป็นรูป ใหญ่ เวลาขึ้นจะเห็นหัวขึ้นก่อนทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้ประมาณ 20 องศา กลางตัวขึ้นเฉียงไปทางใต้มากกว่านี้ ดาวดวง ที่ 9 ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้พร้อมส่วนหางทั้งหมด ขณะนั้นดาวที่เรียงเป็นรูปแมงป่องจะอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ เอาหัวขึ้นหางลงตั้งฉากกับขอบฟ้า เมื่อกลุ่มดาวแมงป่องเคลื่อนสูงขึ้นไปอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงไป ทางใต้ 67.5 องศา (ทิศกึ่งกลางระหว่างทิศตะวันออกเฉียงใต้กับทิศใต้) หัวแมงป่องจะอยู่สูงเป็นมุมเงยประมาณ 50 องศา ในขณะที่ปลายร่าง ของหางอยู่สูงเป็นมุมเงยประมาณ 15 องศา เมื่อเวลาผ่านไปหัวแมงป่องจะขึ้นไปสูงสุดเหนือ ทิศใต้ประมาณ 55 องศาก่อน ตามด้วยกลางลำตัว ซึ่งจะอยู่วูงสุดประมาณ 35 องศา ส่วนหางจะผ่านเมริเดียนหลังสุดโดย อยู่สูงประมาณ 30 องศา รูปร่างของกลุ่มดาวแมงป่องขณะกลางตัวผ่านเมริเดียนจะเป็นดังนี้คือ หัวเอียงไปทางทิศ ตะวันตกอยู่ที่มุมเงย 45 องศา หางเอียงไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อยอยู่ที่มุมเงย 30 องสา เมื่อกลางลำตัวแมงป่องไปอยู่ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แมงป่องจะขนานกับขอบฟ้าอยู่สูงเป็นมุมเงย 15 องศา เมื่อถึงเวลาลับขอบฟ้าหัวจะตกก่อนทาง ทิศตะวันตกเฉียงไปทาง ใต้ประมาณ 20 องศา ส่วนหางจะตกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หลังหัวประมาณ 1 ชั่วโมง ใน ประเทศไทยจะเห็นกลุ่มดาว แมงป่องชัดเจน เพราะรูปแมงป่องปรากฏอยู่เหนือขอบฟ้านานอย่างน้อย 7 ชั่วโมงครึ่ง และ เมื่ออยู่สูงสุดหัวแมงป่อง จะอยู่เหนือทิศใต้เกือบ 55 องศา

    แนวทางการขึ้นตกจะคงที่ตลอด เมื่อกลุ่มดาวแมงป่องขึ้นและปรากฏรูปครบทุกส่วนจะเห็นลำตัวตั้งฉากกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยกลางลำตัวจะอยู่สูง เป็นมุมเงย 15 องศา

    เดือนที่มองไม่เห็นกลุ่มดาวแมงป่อง คือเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เพราะขึ้นและตกพร้อม ๆ กับดวงอาทิตย์ ส่วนเดือน อื่น ๆ จะเห็นยาวนานไม่เท่ากัน

    นิทานดวงดาว

    นายพรานชื่อว่าโอริออน (Orion) ออกตัวว่าตนเป็นผู้ที่เก่งกาจกว่าใคร จนทำให้เหล่าเทพเกิดไม่พอใจ โดยเฉพาะเทพีไกอา (Gaia) รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงเรียกแมงป่องตัวหนึ่งมา ให้ไปจัดการกับโอริออนเสีย แมงป่องจึงใช้พิษที่หางของมันแทงโอริออนถึงแก่ความตาย จึงถูกยกให้กลายเป็นหมู่ดาวเพื่อเป็นเกียรติแก่มัน ส่วนโอริออนนั้นก็กลายเป็นหมู่ดาวโอริออนด้วยการร้องขอเทพีอัลเตมิส ว่ากันว่าแม้จะกลายเป็นดาวแล้วโอริออนก็ยังคงกลัวแมงป่องอยู่ โดยกลุ่มดาวโอริออนจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มดาวแมงป่อง และจะไม่ปรากฏให้เห็นจนกว่ากลุ่มดาวราศีพิจิกจะลับขอบฟ้าไป

    #10,619
    0
  9. #8284 Darkki Ladydarkness (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 12:38





    ภารกิจ "ร้อยเรียงดวงดาว"
    สำหรับขั้นที่ 2 สายปราชญ์บัณฑิต




     กลุ่มดาวสิงโต ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 9 ดวง ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวราศีสิงห์ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม ถึง 17 กันยายน เป็นกลุ่มดาวที่สังเกตได้ง่ายบนฟ้า เพราะมีดาวฤกษ์ดวงใหญ่สีน้ำเงินขาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ 1 ดวง อยู่ตรงบริเวณหน้าอกของสิงโต เรียกว่า ดาวเรกิวลุส ( REGULUS ) หรือ ดาวหัวใจสิงห์ มีความสว่างถึง 1.35 และ ตรงปลายหางของสิงโตจะมีดาวฤกษ์สว่างสีขาวอีก 1 ดวง เรียกว่า ดาวหางสิงห์ ( DENEBOLA ) มีความสว่าง 2.14 ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 นั้น ดวงจันทร์จะปรากฏเต็มดวงบริเวณหัวของสิงโต ที่เรียกว่า มาฆฤกษ์

    กลุ่มดาวสิงโต เป็นกลุ่มดาวอันดับที่ห้าของกลุ่มดาวจักรราศี เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ในแนวสุริยวิถีที่สังเกต และจดจำได้ง่ายโดยรูปสิงโตของกลุ่มดาวสิงโต จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ดาวในส่วนหัวของสิงโตจะเรียงกันเป็นรูปเครื่องหมายคำถามกลับด้าน(Reversed Question Mark) โดยมีดาวฤกษ์สุกสว่างคือ ดาวเรกูลัส ซึ่งจะอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของสิงโต จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวหัวใจสิงห์ มีดาวที่สำคัญดังนี้ Regulus or Cor Leonic ดาวหัวใจสิงห์ (ดาวเรกูลัส) เป็นดาวฤกษ์สีน้ำเงิน-ขาวที่อยู่บนแนวสุริยวิถี มีความสว่างประมาณ 1.35 เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างเป็นอันดับ 21 ของท้องฟ้าตอนกลางคืน อยู่ห่างจากโลกประมาณ 77 ปีแสง ชื่อดาว Regulus หมายถึง หัวใจสิงห์ เป็นดาวหนึ่งในสี่ของดาวราชาทั้งสี่ (The Four Royal Stars) ซึ่งประกอบด้วย ดาวหัวใจสิงห์ ดาวตาวัว ดาวปาริชาต และดาวโฟมาออท ซึ่งแต่ละดวงจะแบ่งเส้นรอบวงท้องฟ้าออกเป็น 4 ส่วน โดยอยู่ห่างพอๆกันประมาณครึ่งท้องฟ้า (90 องศาทำให้เรามองเห็นดาวราชาอย่างน้อย คู่เสมอ นอกจากนี้ดาวหัวใจสิงห์เป็นดาวคู่โดยโคจรรอบดาวฤกษ์อีกดวงซึ่งกันและกันพอมองเห็นได้ด้วยกล้องสองตา Denebola ดาวเดเนบโบลา มีความสว่างประมาณ 2.14 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 36 ปีแสง ชื่อดาว หมายถึง หางสิงโต (The lion's tail) ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหางสิงโตพอดีโดยดาว Denebola เป็นดาวคู่เช่นกันแต่ไม่สามารถเห็นดาวคู่ได้ด้วยกล้องดูดาวขนาดเล็ก  Algieba  ดาวอัลจีบา เป็นดาวคู่ มีความสว่างประมาณ 2.2 และ 3.47 สามารถเห็นดาวคู่ได้ด้วยกล้องดูดาวขนาดเล็กอยู่ห่างจากโลกประมาณ 126 ปีแสงโคจรรอบซึ่งกันและกันโดยใช้เวลาประมาณ 620 ปีต่อรอบ ชื่อดาวหมายถึง หน้าผาก (The Forehead) แต่จริงๆแล้วอยู่ในตำแหน่งคอของสิงโต นอกจากนี้เราสามารถเห็นฝนดาวตกสิงโต (Leonid Meteor Shower) ได้ตรงตำแหน่งประมาณ 2 องศาไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของดาวดวงนี้โดยจะเห็นมากสุดทุก 33 ปีโดยครั้งล่าสุดเมื่อปี พ..2542 (..1999) Adhafera ดาวแอดฮาเฟอรา เป็นดาวคู่เช่นกันอยู่ห่างจากโลกประมาณ 260 ปีแสงโดยที่อีกดวงมีความสว่างประมาณ พอมองเห็นดาวคู่ได้ด้วยกล้องสองตา M95  M96 M105 - The Galaxy M95 และ M96 เป็นกาแลกซีแบบกังหัน (Spiral Galaxy) ส่วนM105 เป็นกาแลกซีแบบทรงกลม (Elliptical Galaxy) กล้องสองตา อยู่ห่างจากดาวหัวใจสิงห์ ไปทางตะวันออก ประมาณ 9 องศาอยู่ห่างจากโลกประมาณ 30 ล้านปีแสง จากกาแลกซีทางช้างเผือกมีความสว่างประมาณ 9.7, 9.2 และ 9.3 ตามลำดับ

    นิทานดาว สิงโต เป็นราชาหรือเจ้าแห่งสัตว์ป่าของโลก ออกล่าเหยื่อรบกวนชาวบ้าน จึงถูกฆ่าโดยเฮอร์คิวลิส (Hercules) แต่เนื่องจากสิงโตตัวนี้ มีหนังหนาและเหนียว ฟันแทงไม่เข้า จึงถูกเฮอร์คิวลิสฆ่า โดยล็อคคอด้วยมือเปล่า (Headlock) จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ถลกหนัง โดยใช้เล็บของสิงโตเอง จากนั้น ก็เอาหนังมาทำเครื่องแต่งกาย และเกราะ ทำให้เฮอร์คิวลิสดูน่าเกรงขาม จากนั้น Selene เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ได้นำสิงโตขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวจักราศี โดยที่สิงโตจะวิ่งหนีเฮอร์คิวลิสตลอดเวลา โดยสิงโตอยู่สูงสุดบนท้องฟ้า ในขณะที่เฮอร์คิวลิสกำลังขึ้น และตกในขณะที่เฮอร์คิวลิส อยู่สูงสุดบนท้องฟ้าเสมอ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 เมษายน 2556 / 12:39
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 18 เมษายน 2556 / 12:40
    #8,284
    0
  10. #8191 ~ เลดี้บลูโรส ~ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 20:58
    หมดเขตทำภารกิจนี้
    #8,191
    0
  11. #8108 มิกิเนะมิกิ(DarkVampier) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 00:31





    กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

    ( AQUARIUS )

    ราศีกุมภ์

                    กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เป็นกลุ่มดาวจักรราศีที่อยู่ทางซีกฟ้าด้านใต้ อยู่ถัดจากกลุ่มดาวมกรไปทางทิศตะวันออก ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์แสงริบหรี่อย่างน้อย 13 ดวงมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ดวงอาทิตย์จะผ่านกลุ่มดาวนี้ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 13 มีนาคมปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานประมาณ 10 ชั่วโมง

    กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สิบเอ็ดของกลุ่มดาวจักรราศีเป็นกลุ่มดาวที่ค่อนข้างหายาก เนื่องจากไม่มีดาวฤกษ์ดวงใด ในกลุ่มที่มีความสว่างปรากฏสว่างกว่า 2.9 เลย คนโบราณเห็นเป็นรูปคนแบกหม้อน้ำกำลังเทน้ำลงในแม่น้ำ Fluvius Aquarii ซึ่งหมายถึง The River of Aquarius ซึ่งสายน้ำจะไหล ผ่านกลุ่มดาวปลาทางใต้ (Piscis Austrinus) ที่มีดาวฤกษ์สุกสว่างคือ ดาวโฟมาลออท (Fomalhaut) ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้าประมาณเที่ยงคืนของปลายเดือนสิงหาคม ต้นเดือนกันยายน มีดาวที่สำคัญ ดังนี้ Sadalmelik เป็นดาวฤกษ์สีเหลือง มีความสว่างประมาณ 2.96 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 756 ปีแสง อยู่ในตำแหน่งไหล่ขวาของคนแบกหม้อน้ำ ชื่อดาว มาจากภาษาอารบิก หมายถึง ดาวโชคดีของกษัตริย์ (the Lucky Stats of the King) Sadalsuud เป็นดาวฤกษ์สีเหลือง มีความสว่างประมาณ 2.91 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 612 ปีแสง อยู่ในตำแหน่งไหล่ซ้าย ของคนแบกหม้อน้ำ ชื่อดาว มาจากภาษาอารบิก หมายถึง โชคดีที่สุดของความโชคดี (the Luckiest of the Lucky) NGC7293 - The Helix Nebula เป็นเนบิวลาดวงดาว (Planetary Nebula) ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ของเราที่สุดมีความสว่างประมาณ 6 มองเห็นได้ด้วยกล้องสองตาโดยจะมีขนาดราวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์ ห่างจากโลกประมาณ 300 ปีแสง

    นิทานดาว ชาวบาบิโลเนียนโบราณ ประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตศักราช มองเห็นเป็นรูปหม้อน้ำ ที่มีน้ำล้นออกมา และแทนด้วยสัญลักษณ์ ของคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius) ซึ่งในเดือนที่ 11 ของชาวบาบิโลเนียน (หรือระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) จะเป็นช่วงที่ฝนตกหนักในรอบปี ส่วนชาวอียิปต์โบราณ เห็นเป็นรูปเทพเจ้า Hapi ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นผู้ให้น้ำ เพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์โลก

     

     


    #8,108
    0
  12. #7974 alone de soul (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 12:37


    กลุ่มดาวหญิงสาวพรหมจารี

    ( VIRGO )

    ราศีกันย์

    กลุ่มดาวหญิงสาวพรหมจารี เป็นกลุ่มดาวจักรราศีที่ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านระหว่างวันที่ 17 กันยายน ถึง วันที่ 1 พฤศจิกายน ถือว่าเป็นกลุ่มดาวจักรราศีที่ดวงอาทิตย์ใช้เวลาเคลื่อนที่ผ่านนานที่สุด คือ 46 วัน รองลงมาคือ กลุ่มดาววัว 39 วัน ประกอบด้วยดาวฤกษ์เรียงต่อกันอย่างน้อย 11 ดวง มีกลุ่มดาวที่สว่างมากอยู่ 6 ดวงเรียงกันเป็นรูปตัววาย ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด คือ ดาวสไปก้า ( SPICA ) เป็นดาวฤกษ์สีขาวเหลือง มีหมายถึง รวงข้าวสาลีที่หญิงสาวถือไว้ในมีซ้าย มีความสว่าง 0.97 และอยู่ใต้เส้นสุริยะวิถีเล็กน้อย เมื่อถึงวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ดวงจันทร์จะตรงกับดาวสไปก้าพอดี จึงเรียกว่า จิตรฤกษ์

    กลุ่มดาวหญิงสาว หรือกลุ่มดาวหญิงสาวพรหมจารี เป็นกลุ่มดาวอันดับที่หกของกลุ่มดาวจักรราศี มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากกลุ่มดาวงูไฮดรา (Hydra) กลุ่มดาวหญิงสาว อยู่ทางซีกฟ้าใต้ มีลำตัวทอดยาวขนานไปตามแนวสุริยวิถี (อยู่ด้านเหนือของสุริยะวิถี) มีดาวฤกษ์สุกสว่าง คือ ดาวรวงข้าว เป็นดาวฤกษ์ที่เห็นได้เด่นชัดและหาได้ง่าย โดยกลุ่มดาวหญิงสาว จะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของเดือนเมษายน มีดาวที่สำคัญ ดังนี้ Spica ดาวรวงข้าว หรือดาวสไปกา เป็นดาวแปรแสง มีความสว่างระหว่าง 0.97-1.04 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 262 ปีแสง ดาวรวงข้าว อยู่ในตำแหน่งก้านของรวงข้าว ที่หญิงสาวถือไว้ด้วยมือซ้าย คำว่า Spica มาจากภาษาอารบิก หมายถึง ไม่สามารถสู้ได้ (Defenceless or unarmed one) เนื่องจากไม่มีดาวฤกษ์ที่สว่างใดใกล้เคียงบริเวณนั้นและถ้ามองไปตามแนวสุริยวิถีจะพบว่า ดาวรวงข้าวจะอยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่าง ดาวหัวใจสิงห์ และดาวปาริชาตโดยห่างไปประมาณ 50 องศา Zavijava ดาวซานิซจาวา เป็นดาวฤกษ์สีเหลืองมีความสว่างประมาณ 3.8 ปัจจุบันจุด Autumnal Equnix ก็อยู่ใกล้กับดาวดวงนี้มากที่สุด Porrima ดาวพอร์ริมา เป็นดาวคู่ มีความสว่างรวมประมาณ 2.76 สามารถเห็นทั้งคู่ได้ด้วยกล้องดูดาวหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กทั้งคู่มีความสว่างประมาณ 3.5 ทั้งสองดวง โคจรรอบซึ่งกันและกัน ใช้เวลาประมาณ 169 ปีต่อรอบอยู่ห่างจากโลกประมาณ 39 ปีแสง ชื่อดาว พอร์ริมา เป็นชื่อเทพธิดาแห่งการทำนาย ในสมัยโรมัน (the Roman Goddess of Prophecy) ดาวดวงนี้ มีอีกชื่อหนึ่งว่า Carmenta Auva เป็นดาวฤกษ์ยักษ์สีแดง มีความสว่างประมาณ 3.38 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 202 ปีแสง มีอีกชื่อหนึ่งว่า Minalava Vindemiatrix ดาววินดามิอาทริกซ์ มีความสว่างประมาณ 2.83 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 102 ปีแสง อยู่ในตำแหน่งแขนขวาของหญิงสาว ชื่อดาวมาจากภาษาละติน หมายถึง ผู้เก็บเกี่ยวต้นองุ่น (The femaie grape-gatherer) ซึ่งในอดีต ดาวดวงนี้เป็นสัญญาณบอกถึง การเข้าสู่ฤดูการทำไวน์นั่นเอง The Virgo Cluster of Galaxies กระจุกกาแล็กซีในกลุ่มดาวหญิงสาวเป็นกระจุกดาวที่มีกาแล็กซีจำนวนมาก ในกลุ่มดาวหญิงสาว อยู่ในบริเวณศีรษะของหญิงสาว ระหว่างกลุ่มดาวผมของเบเรนิซ (Coma Berenices) และกลุ่มดาวนกกา (Corvus) ห่างจากโลกโดยเฉลี่ยประมาณ 65 ปีแสง มีความสว่างระหว่างช่วง 8.6-11.9 ได้แก่ M49, M58, M59, M60, M61, M84, M86, M87, M89, M90, M104 เป็นต้น M87 - The Virgo A Galaxy มีชื่อว่า The Virgo A Galaxy มีความสว่างประมาณ 8.6 เป็นกาแล็กซีแบบทรงกลม (The Elliptical Galaxy) ประเภท E0 ที่สว่างที่สุด ในกลุ่มดาวหญิงสาว อยู่ระหว่างแนวต่อระหว่าง กลุ่มดาวหญิงสาว และกลุ่มดาวผมของเบเรนิซ (Coma Berenices) และจะมีกาแล็กซี และกระจุกดาวทรงกลมมากมาย รอบๆบริเวณนี้ M104 - The Sombrero Galaxy เป็นกาแล็กซีที่มีความสว่าง อยู่ในอันดับต้นๆ ของกลุ่มดาวหญิงสาวเป็นกาแล็กซีแบบมีแขน (Spiral Galaxy) ประเภท Sa ถ้ากล้องโทรทรรศน์ มีกำลังขยายพอ จะเห็นเป็นแถบดำ คาดอยู่กลางกาแล็กซีนี้ อยู่ระหว่างแนวต่อระหว่าง กลุ่มดาวหญิงสาว และกลุ่มดาวนกกา (Corvus)

    นิทานดาว เทพธิดาแอสเตรีย เป็นลูกสาวของจูปิเตอร์และเทมิส เธอลงมาจากสวรรค์ พร้อมน้องสาวชื่อว่า พูดิซิเตรีย ทั้งคู่ไร้เดียงสา ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เทพธิดาแอสเตรีย เป็นเทพธิดาแห่งความยุติธรรม เธอปรารถนาให้โลกร่มเย็น ไม่เบียดเบียนกันและกัน แต่มนุษย์กลับรบราฆ่าฟันกัน ขโมยข้าวของ กดขี่ข่มเหง เธอทนไม่ได้จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่า จนในที่สุด ต้องหนีกลับสวรรค์ โดยจะปรากฏให้เห็นเฉพาะ คนที่รักและใฝ่หาสันติภาพ กับความยุติธรรมเท่านั้น และเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ เธอจึงบดรวงข้าว แล้วหว่านเมล็ดข้าว ไปรอบฟ้า กลายเป็นทางช้างเผือกที่สวยงาม ร่มเย็น และสันติสุข

    #7,974
    0
  13. #7941 Laila Cullen(misaki) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 13:38
    บัตรนักเรียน

    กลุ่มดาวปลาคู่

    (PISCES )

    ราศีมีน

                    กลุ่มดาวปลาคู่ เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ทางเหนือของเส้นศูนย์สูตรฟ้า ปลาตัวหนึ่งอยู่ถัดจากสี่เหลี่ยมของกลุ่มดาวม้ามีปีกไปทางใต้ อีกตัวหนึ่งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยดาวฤกษ์แสงริบหรี่อย่างน้อย 15 ดวง ดวงที่ 1 ถึง 6 เป็นปลาตัวแรก และ ดวงที่ 14 ถึง 15 เป็นปลาตัวที่ 2 ดวงอาทิตย์จะผ่านกลุ่มดาวนี้ระหว่างวันที่ 13 มีนาคม ถึง 19 เมษายน ดวงอาทิตย์จะอยู่บนเส้นศูนย์สูตรฟ้าในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวปลาคู่ วันนี้จะเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงจุดตะวันออกพอดี และ ตกตรงจุดตะวันตกพอดี เรียกว่า วันอิควินอกซ์ ( EQUINOX ) ซึ่งกลางวันจะยาวนานเท่ากับกลางคืน กลุ่มดาวปลาคู่จะปรากฏอยู่บนฟ้านานราว 9 ชั่วโมง




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 เมษายน 2556 / 13:38
    #7,941
    0
  14. #7893 Astrea S. Merliver (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 15:11


    ภารกิจ"ร้อยเรียงดวงดาว"
    กลุ่มดาวคันชั่ง



                 กลุ่มดาวคันชั่ง หรือ กลุ่มดาวราศีตุลย์ จะเห็นอยู่ตรงศีรษะเวลา 3 ทุ่ม ในวันที่ 20 มิถุนายน จะเห็นอยู่จนถึงต้นเดือนตุลาคน คือในตอนต้นเดือนตุลาคม พอมืดจะ เห็นกลุ่มดาวนี้เกือบตก ในเดือนมกราคม จะเริ่มเห็นทางขอบฟ้าทิศตะวันออก ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น

                     กลุ่มดาวในราศีที่ 7 หรือ กลุ่มดาวราศีตุลย์ (ดุลย์) คือ กลุ่มดาวคันชั่ง กลุ่มดาวนี้สังเกตได้ง่ายมีรูปคล้าย ๆ สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน อยู่ทาง ทิศตะวันตกของกลุ่มดาวแมงป่อง ในสมัย 2,000 ปีก่อน นักดาราศาสตร์ถือว่า ดวงอาทิตย์ปรากฏโคจรเข้ามาอยู่ในกลุ่มดาวราศีตุลย์ ในวันที่ 23 กันยายน ซึ่งในวันนี้กลางวันกับกลางคืนเท่ากันพอดี และดวงอาทิตย์ขึ้นที่จุดทิศตะวันออก ตกที่จุดทิศตะวันตก โคจรผ่านกลางท้องฟ้าพอดี กลุ่มดาวนี้จึงแทนความ เสมอภาคแห่งท้องฟ้า ในปัจจุบันนี้ ดวงอาทิตย์จะปรากฏโคจร เข้ามาใน กลุ่มดาวราศีตุลย์ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้เนื่องจากการส่ายของโลก ดังได้ อธิบายไว้แล้ว แต่การเกิดกลางวันกลางคืนเท่ากันก็ยังคงเป็นวันที่ 23 กันยายน ตามเดิม

     

                    ชาวฮีบรูสมัยโบราณ และพวกอริยกะในมัธยมประเทศ (ตอนกลางของประเทศ อินเดีย) เรียกกลุ่มดาวราศีตุลย์แทนความเสอมภาคแห่งท้องฟ้าหรือสรรค์

     

                    ชาวกรีก รวมกลุ่มดาวคันชั่งกับกลุ่มดาวแมงป่องเข้าด้วยกัน คือ เขาเห็นกลุ่ม ดาวคันชั่งซึ่งมี 4 ดวงนี้เป็นรอยเท่าของแมงป่อง ในเวลาต่อมาชาวกรีกได้เปลี่ยน ความเชื่อถือใหม่ โดยเห็นกลุ่มดาวนี้แทน Mochus ผู้ประดิษฐ์เครื่องชั่งตวงวัด

     

                         ชื่อ ตุลย์” (Libra ) ของกลุ่มดาวนี้ ใช้ตามอย่างชาวโรมัน ในสมัยยูเลียสซีซาร์ คือชาวโรมันถือว่ากลุ่มดาวราศีตุลย์ เป็นกลุ่มดาวที่แทนคันชั่งของเทพธิดา Astrea (กลุ่มดาวหญิงพรหมจารีย์) ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความยุติธรรมและ เป็นผู้กำหนดชะตาของมนุษย์

     

                         


    #7,893
    0
  15. #7811 macheer (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 01:10
    บัตรนักศึกษา



    ภารกิจ : ร้องเรียงดวงดาว



    กลุ่มดาวแมงป่อง



    กลุ่มดาวแมงป่อง (กลุ่มดาวราศีพิกจิ)  ปรากฏอยู่ทางตะวันตกของกลุ่มดาวคนยิงธนู
    ป็นกลุ่มดาวทางซีกฟ้าด้านใต้ ซึ่งดวงอาทิตย์จะโคจรผ่านระหว่างวันที่ 23 ถึง 30 พฤศจิกายน
    กลุ่มดาวแมงป่องประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 15 ดวง โดยดวงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเป็นดาวฤกษ์สีแดง ชื่อ แอนทาเรส ( ANTARES ) แปลว่า คู่แข่งของดาวอังคาร เป็นดาวแปรแสงแฝดคู่ขนาดยักษ์ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 700 เท่าของดวงอาทิตย์ 

     



    #7,811
    0
  16. #7713 I AM FANDI ' (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 16:55
    ภารกิจ "ร้อยเรียงดวงดาว"
    สำหรับขั้นที่ 2 สายปราชญ์บัณฑิต

     

    กล่าวถึงดาวอันที่ส่องแสงสดใส
    คนส่วนใหญ่ว่าไว้เป็นดาวศุกร์
    ดวงดาวสวยส่องแววไม่เป็นทุกข์
    แต่ช่วยปลุกความรักอันยิ่งใหญ่
     
    เป็นดาวแห่งเทพีอันชื่อก้อง
    ที่พวกพ้องนั้นปลื้มอยู่ในใจ
    นั้นก็พากันมาแถลงไข
    ว่าถึงใยใดเล่าดวงดาวเอย..



       ดาวศุกร์ (Venus)
    เป็นดาวที่สุกสว่างที่สุดบนท้องฟ้า โดยมีความสว่างเป็นรองเพียงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เท่านั้น ผู้คนในสมัยโบราณจึงเชื่อว่าดาวศุกร์เป็นเทพธิดาแห่งความรัก ชาวไทยสังเกตดาวศุกร์มาช้านานเช่นกัน สังเกตได้จากการเรียกดาวศุกร์ที่ปรากฏในเวลาเช้าว่า ดาวประกายพรึก และเรียกดาวศุกร์ที่ปรากฏในเวลาพลบค่ำว่า ดาวประจำเมือง ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้เรียกมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วทั้งสองคือดาวดวงเดียวกัน
         ดาวศุกร์โคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ออกมาเป็นอันดับที่สองถัดจากดาวพุธ ที่ระยะห่างเฉลี่ย 110 ล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ ระยะเวลา 1 ปีของดาวศุกร์เป็นเวลาประมาณ 224 วันของโลก
         มีคำกล่าวว่าดาวศุกร์เป็น “ดาวน้องสาวของโลก” เนื่องจากดาวศุกร์มีลักษณะทางกายภาพหลายประการคล้ายคลึงกับโลกของเรา กล่าวคือ ขนาดและมวลของดาวศุกร์น้อยกว่าโลกเพียงเล็กน้อย อีกทั้งดาวศุกร์ยังเป็นดาวเคราะห์ที่มีวงโคจรอยู่ใกล้โลกมากที่สุด โดยที่จุดที่อยู่ใกล้ที่สุดจะอยู่ห่างไปเพียง 40 ล้านกิโลเมตร นอกจากนี้พื้นผิวของดาวศุกร์มีภูเขาไฟระเบิด และมีการเปลี่ยนแปลงของเปลือกดาวอยู่จนถึงปัจจุบันเช่นเดียวกับโลก ต่างจากดาวเคราะห์แข็งดวงอื่น ๆ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาในระดับผิดดาวมาเป็นเวลานานแล้ว
     
    บรรยากาศของดาวศุกร์
          ดาวศุกร์ส่องสว่างมากเพราะมีชั้นบรรยากาศที่ประกอบด้วยเมฆหนาทึบ ทำให้สะท้อนแสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี แต่เมฆหน้าทึบนี้ก็เป็นอุปสรรค์ในการสังเกตพื้นผิวดาวจากโลก ในช่วงก่อนทศวรรษ 1960 นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าใต้ชั้นเมฆหนาทึบนั้นอาจจะเป็นผิวดาวที่มีน้ำและชีวิตในลักษณะเดียวกับโลกก็เป็นได้ ในเวลานั้นการสำรวจพื้นผิวดาวศุกร์ทำได้โดยใช้เรดาร์เท่านั้น เพราะมีเพียงเรดาร์ที่สามารถส่องทะลุชั้นเมฆหนาแน่นได้ แต่เรดาร์ก็มีความละเอียดต่ำมาก จึงใช้สำรวจภูมิประเทศได้แต่เพียงหยาบ ๆ ต่อมาในปี ค.ศ. 1962 ประเทศสหรัฐอเมริกาส่งนายอวกาศลำแรกไปสำรวจดาวศุกร์ คือ ยานมารีเนอร์ 2 (Mariner 2) และในปี ค.ศ.1975 ประเทศรัสเซียก็ส่งยานเวเนอรา 7 (Venera 2) ลงไปจอดบนผิวดาวได้เป็นครั้งแรก ข้อมูลจากยานเวเนอราทำให้นักดาราศาสตร์ทราบความจริงว่า พื้นผิวดาวศุกร์ที่เคยคาดว่าเหมาะสมกับการดำรงชีพเช่นเดียวกับโลกกับกลายเป็นพื้นผิวที่ไม่ต่างจากลักษณะของขุมนรกในจินตนาการ
         พื้นผิวของดาวศุกร์มีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 464 องศาเซลเซียส (737 เคลวิน) ซึ่งร้อนพอที่จะหลอมตะกั่วได้ และมีความดันสูงถึง 92 เท่าของความดันบรรยากาศโลก ซึ่งเทียบได้กับความดันของน้ำได้ทะเลที่ความลึกถึง 900 เมตร บรรยากาศเกือบทั้งหมดประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (96.5%) และมีก๊าซไนโตรเจนปะปนอยู่เป็นส่วนน้อย (3.5%) ผิดดาวศุกร์มีภูเขาไฟระเบิดและธารลาวาไหลอยู่ทั่วไป
         ดาวศุกร์มีลีกษณะการหมุนรอบตัวเองที่แปลกกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ คือ หมุนรอบตัวเองช้ามาก วันหนึ่งของดาวศุกร์มีความยาว 243 วันของโลก ดาวศุกร์จึงเป็นดาวที่เวลา 1 วัน นานกว่า 1 ปี นอกจากนี้ดาวศุกร์ยังหมุนรอบตัวเองตามเข็มนาฬิกา ซึ่งกลับข้างกับดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ที่หมุนทวนเข็มนาฬิกา
          ดาวศุกร์แทบไม่มีสนามแม่เหล็กอยู่เลย คาดว่าน่าจะมาจากสาเหตุที่ดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองช้ามาก ผลอีกประการหนึ่งของการที่ดาวศุกร์หมุนรอบตัวเองช้า คือพื้นผิวดาวศุกร์มีลมพัดเพียงเอื่อย ๆ เท่านั้น ทำให้พื้นผิวดาวยิ่งร้อนระอุขึ้นไปอีก
    การสังเกตดาวศุกร์
     
         ดาวศุกร์สังเกตได้ง่ายเพราะสว่างมาก โดยจะปรากฏอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับดาวพุธ เนื่องจากทั้งสองเป็นดาวเคราะห์วงในเหมือนกัน ดาวศุกร์มีวงโคจรที่ใหญ่กว่าดาวพุธ จึงปรากฏอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดได้ถึง 46 องศา เราจึงสามารถสังเกตดาวศุกร์ได้ในช่วงเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น หรือ 3 ชั่วโมงหลังดวงอาทิตย์ตกเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าดาวศุกร์ปรากฏอยู่ทางด้านตะวันออกหรือตะวันตกของดวงอาทิตย์ สังเกตว่าดาวศุกร์จะไม่เคยปรากฏให้เห็นอยู่กลางท้องฟ้า หรือปรากฏให้เห็นในเวลาดึก ๆ เลย
     
    ข้อควรรู้
     

    -      อโฟรไดท์เป็นเทวีที่ชาวกรีกและโรมันโบราณถือว่าเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของมนุษย์มาก ที่สุด เนื่องจากเจ้าแม่เป็นเทวีครองความรักและความงาม และความงามกับความรักก็เป็นสิ่งที่จับใจคนมากกว่าเรื่องอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้เจ้าแม่จึงมักเป็นที่เทิดทูนและกล่าวขวัญในวิจิตรศิลป์และวรรณคดีต่าง ๆ 
    เทวีอโฟร์ไดที่มีต้นเมอร์เทิลเป็นพฤกษาประจำองค์ สัตว์เลี้ยงของเจ้าแม่เป็นนก บ้างว่าเป็นนกเขา นกกระจอกบ้าง หงส์บ้าง ตามแต่กวีคนไหนจะชอบใจยกให้เป็น สัญลักษณ์ของเทวีแห่งความงามและความรัก

    -      ดาวศุกร์นี้ เป็นดาวประจำราศี พฤษภ (พฤษภาคม) และ ราศีตุลย์ (ตุลาคม) ธาตุดิน

    -      สิ่งทีบูชาสำหรับดาวศุกร์หรือผู้ที่เกิดวันศุกร์ หรือ เมื่อศุกร์เสวยอายุ ศุกร์แทรกเสาร์ ให้บูชาพระพุทธรูปปางรำพึง แล้วสวดด้วยคาถาบทขัดธชัคคสูตร การสวดต้องให้ได้ 21 จบ ตามกำลังของดาวศุกร์ที่มีอยู่ 21

     

    บัตรนักเรียน
    #7,713
    0
  17. #7426 S.L.Black (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 22:29
    นั่งมองยูนิคอร์นด้วยท่าทางมึนๆ
    #7,426
    0
  18. #6627 alone de soul (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 16:03
    ขอขี่หลังหน่อยนะเจ้ายูนิคอร์น//โดดขี่หลังยูนิคอร์นเล่น
    #6,627
    0
  19. #6374 nuttyandthebeast (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 11:09
    ฮ้าาาาาาาาาาาาา สดชื่นนนนน#ขึ้นมาสูดอากาศ
    #6,374
    0
  20. #5859 MoMoKunG (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 20:50
    ได้เลยท่านบลู
    #5,859
    0
  21. #5858 ~ บลูโรส ~ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 20:48
    ไม่ได้จ้า ไม่อย่างงั้นอาจารย์จะดูบรรยากาศได้ยังไงอ่า =w=
    #5,858
    0
  22. #5857 MoMoKunG (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 20:23
    การพูดคุย ข้าทำเป็นกล่องแชตได้ไหมท่านบลู - -
    #5,857
    0
  23. #5805 MoMoKunG (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:34

    บัตรนักศึกษา:

     

    การบ้านที่ส่ง :  งานเลี้ยง Dark-duation Party Times  สังสรรค์วัน(ใกล้)เรียนจบ


    บัตรเชิญ:

    Dark-duation Party Times สังสรรค์วัน(ใกล้)เรียนจบ
    Dark-duation Party Times สังสรรค์วัน(ใกล้)เรียนจบ

    แนวคิดหลัก  : งานเลี้ยงสังสรรค์ก่อนจบการศึกษา

    ธีมงาน : สังสรรค์เช่นเพื่อนสนิท แต่งไปรเวทตามสะดวก แต่ถูกกาละเทศะ

    อาหาร : เน้นอาหารยุโรป เป็นจานเดียว แต่ก็มีบุฟเฟ่ต์นานาชาติ แบ่งเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย จานหลักและของหวาน

    เครื่องดื่ม : ไวน์ น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ค็อกเทล

    บทเพลงประกอบ : เพลงช้าและเพลงเร็ว แบบ Backing Soundtrack

    วัน-เวลา : 3 พฤษภาคม พ.ศ.2555 เวลา 10.00 - 21.00 น.

     

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 602125 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์อาหารดาร์คขั้นสูง

    ให้แก่ ศ.บลูโรสแห่งดาร์คแลนด์

    ในบทเรียนที่ 4 เรื่อง ปาร์ตี้ชาวดาร์ค



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:41
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:39
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 1 พฤษภาคม 2555 / 20:41
    แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 3 พฤษภาคม 2555 / 09:16
    #5,805
    0
  24. #5777 MoMoKunG (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 09:29
    ท่านบลูขอเวลาให้ข้าหน่อยนะ ๆ งานเลี้ยงข้าเกิดในวันที่3-4นี้แหละ
    #5,777
    0
  25. #5769 macheer (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 22:27
     รู้สึกรักท่านศาสตราจารย์ผู้สอนเป็นพิเศษ
    #5,769
    0