โรงเรียนศาสตร์มืดแห่งดาร์คแลนด์ (เปิดเทอม)

ตอนที่ 48 : ชั้นที่ 1 ชั้นศิลปินเดินดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ธ.ค. 59

ชั้นที่ 1 ชั้นศิลปินเดินดิน



สวัสดีเหล่า "ศิลปินเดินดิน"
หากเจ้าต้องการเป็นนักปราชญ์บัณฑิตผู้ทรงความรู้เเล้วไซร้
ที่ห้องเรียนนี้ เจ้าจะต้องเรียนรู้ัทักษศิลปะดาร์ค การเขียนกวี วรรณกรรม
วาดภาพ ร้องเพลง และดนตรี
ในชั้นเรียนนี้ หากเจ้าไม่เข้าใจอันใด สามารถถามได้ที่กล่องคอมเม้นด้านล่าง










ภารกิจ

ภารกิจ คือ สถานการณ์จำลอง เพื่อทดสอบทักษะของท่าน
ในชั้นนี้ มีภารกิจทั้งหมด 4 ภารกิจ ท่านจะภารกิจเหล่านี้หรือไม่ก็ได้
และเลือกทำกี่ภารกิจก็ได้
โดยคะเเนนจากภารกิจที่ท่านทำ จะช่วยในการสอบเพิ่มระดับของท่าน

และเมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้น ท่านจะไ้ด้รับรางวัล
ท่านสามารถเลือกทำ "ภารกิจ" ต่างๆดังนี้



ข้อควรระวัง
อนึ่ง ระว่างการเดินทางทำภารกิจของท่าน
ท่านอาจจะต้องแวะตามสถานที่ต่างๆ และจำเป็นต้องโพสคอมเม้น
เมื่อท่านโพสคอมเม้น  ไม่ว่าที่ใดก็ตามในดาร์คแลนด์
ให้แนบบัตรประ
นักเรียนศาสตร์มืดแห่งดาร์คแลนด์ด้้วยเสมอ
และผลการทำภารกิจของท่าน จะปรากฏที่หอพักของท่าน ทุกวันศุกร์




การสอบเลื่อนระดับ

หากท่านศึกษาบทเรียนในชั้นนี้จนถ่องแท้แล้ว กรุณาทำข้อสอบ
เพื่อสอบเพิ่มระดับ...เข้าสู่ ชั้นที่ 2 ชั้น "บัณฑิตต่ำต้อย"
หากท่านสอบผ่าน จะได้รับเหรียญตราให้เข้าเรียนในชั้นต่อไป


คลิกเพื่อทำข้อสอบเลื่อนระดับสู่ชั้นต่อไป





บทเรียนที่ 1 ศิลปินผู้เขียนกวี


สำหรับขั้นเรียนแรกเรามาเรื่องกวีนิพนธ์
มาทำความเข้าใจกันก่อน...

     กวีนิพนธ์ นั้นคือรูปแบบทางศิลปะที่มนุษย์ใช้ภาษา อนึ่งนั้นก็เพื่อประโยชน์ทางสุทรียะ เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ทั้งหลาย เรียกโดยรวมกว่า บทกวี  

คุณสมบัติพอสังเขปของกวีนิพนธ์ คือ เน้นการประพันธ์อย่างมีศิลปะโดยสื่อความหมายระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านโดย ใช้บทกวีเป็นสื่อกลาง ไม่ว่าจะด้วยตัวอักษร ถ้อยคำ จังหวะหรือลำนำเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการได้อย่างกว้างไกล ลึกซึ้ง

คุณสมบัติของกวีนิพนธ์จึงแตกต่างไปจากบทร้อยกรองที่เรามักยึดในการแต่งตามฉันทลักษณ์ ที่ทำให้ขาดอารมณ์และถูกจำกัดกรอบในการเขียน   

ความหมายของคำว่า ดาร์ค คือ การใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่หลงระเริงกับความสุข ไม่โหยหาความตาย ไม่หวาดกลัวความตาย แต่ ''การเข้าใจความตาย''  เพราะเมื่อเราเข้าใจมันแล้ว จะทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีค่า ทำให้เรามองความมืดที่เคยทำให้หวาดกลัว เป็นความมืดมิดที่ทำให้เราเข้าใจถึงธรรมชาติยามกลางคืนอันแสนสงบ

ดังนั้น...กวีดาร์ค คือ บทประพันธ์ที่แสดงให้ถึงความสงบของความตาย กวีที่แสดงให้เห็นธรรมชาติสีดำในยามไร้แสงสว่างที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวในสีดำ ที่สงบนิ่ง

การประพันธ์บทกวีนั้นต้องใช้อารมณ์เป็นตัวชักจูง อารมณ์และความรู้สึกของผู้อ่าน โดยผู้ประพันธ์ต้องใช้อารมณ์ของตนในการพรรณาบทกวีออกมา เพื่อให้ผู้อ่านรับรู้และสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของบทกวีนั้น ๆ

เอาล่ะ..เข้าใจความหมายของกวีดาร์คแล้วสินะ มารู้จักกับกลอนต่อเลยละกัน


กลอนสุภาพ
กลอนตัวแรก....น่าจะรู้จักกันดี...”กลอนสุภาพ”
กลอนสี่สุภาพ หรือที่เราเรียกกันย่อ ๆ ว่า “กลอนแปด”





กลอนสี่สุภาพ
กลอนตัวแรก....น่าจะรู้จักกันดี...”กลอนสี่สุภาพ”
กลอนสี่สุภาพ หรือที่เราเรียกกันย่อ ๆ ว่า “กลอนสี่”




 ตัวอย่างกลอนสี่แบบง่ายๆ
ดวงจันทร์วันเพ็ญ           ลอยเด่นบนฟ้า
แสงนวลเย็นตา                     พาใจหฤหรรษ์
ชักชวนเพื่อนยา                    มาเล่นร่วมกัน
เด็กน้อยสุขสันต์                    บันเทิงเริงใจ

กาพย์ยานี11

      



ยกตัวอย่างกาพย์ยานี ง่ายๆที่นักเรียนน่าจะเคยคุ้นหูมาบ้าง
วิชาเหมือนสินค้า        อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป        จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า        เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา        แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระยาง        สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป        อัชฌาสัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสือ        ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง        ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว        ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา        เป็นล้าต้าฟังดูลม
ขี้เกียจคือปลาร้าย        จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม        ยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามา        คือวิชาอันพิศมัย
จงหมั้นมั่นหมายใจ        อย่าได้คร้านการวิชาฯ



        การเขียนบทกวี เพียงแต่มีกรอบบังคับ มีคำจำกัด เราจึงต้องคิดหรือรู้สึกให้เป็นคำที่สั้น กระชับ แต่มีความหมายมาก ต้องลดทอนภาษาแบบเขียนบันทึกประจำวัน ให้เหลือคำสำคัญที่จะบรรจุลงแต่ละวรรคให้ได้  ตรงนี้ต้องใช้เวลาฝึกหัดบ่อย ๆ ขอเพียงอย่าเพิ่งเอางานเขียนชิ้นแรก ๆ ของเราไปเปรียบเทียบกับงานเขียนของผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะอย่าลืมว่าผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลายต่างก็ต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง เหมือนเรามาก่อนเช่นกัน


บทเรียนที่ 2 ศิลปินเรียงร้อยร้อยแก้ว


ร้อยแก้ว หรืองาน วรรณกรรม คือการเขียนเพื่่อเล่าเรื่อง มีหลากหลายรูปแบบ ทั้ง บทความ เรียงความ นวนิยาย นิทาน ฯลฯ ความพิเศษของงานวรรณกรรมคือไม่ถูกจำกัดด้วยกฏระเบียบของฉันลักษณ์ ผู้เขียนสามารถใส่จินตนาการได้อย่างลึกซึ้งจนเห็นภาพ ด้วยโวหารของตัวเอง

หากถามว่าจะทำเช่นไรจึงจะเขียนได้...ให้เริ่มต้นที่การเขียน...สิ่งในสิ่งที่ตนรู้จัก

ก่อนอื่น...เราอาจจะต้องหาเเรงบันดาลใจ ...สำหรับงานเขียนแนวดาร์ค ท่านสามารถหาแรงบันดาลใจได้จาก

1 จากดนตรีเเนว Neo-classic หรือ Dark-wave ซึ่งเป็นคนตรีเเนวดาร์คที่พัฒนาจากดนตรีคลาสสิค ผสมผสานกับเสียงสวดในโบสถ์ ในบรรยากาศที่เยือกเย็น เหมาะเเก่การนำมาเป็นเเรงบันดาลใจในการสร้างจินตนาการอย่างยิ่ง ตัวอย่างงวงดนตรีเเนวนี้ ได้แก่ Arcana, Nox Arcana,Dark Sanctuary

2. จากภาพวาดเเนวดาร์ค ศิลปะเเนวดาร์ค ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากที่จะทำให้นักศึกษเกิดจินตนาการ เพราะในภาพเหล่านั้นย่อมวาดเรื่องราวเเละสร้างเเรงบันดาลใจไม่รู้จบ ให้เกิดการตั้งคำถามต่างๆ

3. ชื่นชมสถานที่ เช่น อุทยาน ธรรมชาติ สถาปัตยกรรม รูปปั้น โบสถ์ ในสถานที่ต่างๆ ในยามสงบ เเล้วจินตนาการถึงเหตุการณ์ใดๆที่อาจเคยเกิดขึ้นในสถานที่เเห่งนั้น นึกภาพตนเองเป็นหญิงสาวที่พลัดหลงมา หรือ เพ้อว่าตนมองเห็นวิญญาณของใครสักคนกำลังรอคอยคนรักที่ประตูหน้าต่าง สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างเเรงบันดาลใจอย่างยิ่ง


การเป็นนักเขียนที่ดี จะต้องมี ความรู้สึกต่อเรื่องที่ตนถ่ายทอด งานเขียนที่ดีออกมาจากความรู้สึกของผู้เขียน ความรู้สึกอาจเกิดขึ้นโดยกระทันหันหลังจากไปกระทบบางสิ่งบางอย่าง ก่อเกิดแรงบันดาลใจ อาจรู้สึก เปี่ยมสุข เปี่ยมความหมาย หรือรู้สึกนิ่งลึกดิ่งจมในเหวหุบแห่งความเศร้า ฯลฯ

            วิธีการนำเสนอเนื้อหาของงานเขียนมีความเป็นศิลปะมากกว่าความเป็นศาสตร์ที่มี กฎเกณฑ์แน่นอนตายตัวเหมือนสูตรเคมี เคล็ดลับการเขียนที่อยากฝากไว้ก็คือ เขียนให้ตรงรู้สึก  นึกอีกภาพขึ้นเปรียบ  เรียบเรียงคมความคิด  ประดิษฐ์ถ้อยคำ เขียนให้ตรงความรู้สึก
          
  งานศิลปะทุกแขนงล้วนเป็นงานที่ใช้สื่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้สร้างไปยังผู้ เสพรับ ถ้าเราเคยเขียนบันทึก อนุทิน หรือเขียนอะไรเล่นตามใจอยากเขียน สังเกตไหมว่าคำเหล่านั้นใช้แทนความคิด ความรู้สึกของเราได้ดีในระดับหนึ่ง

การเขียน ควรเเสดงให้เห็นเป็น“รูปธรรม” ซึ่งจะให้ความรู้สึกได้คมชัดมากกว่าการกล่าวถึงนามธรรมอย่างเลื่อนลอย ซึ่งจะกระทบใจกระทบความรู้สึกของผู้อ่าน

นอกจากนี้ งานเขียนที่ดีควรจะบาดคมความคิดลงไปในความรับรู้ของผู้อ่าน ให้เก็บไปคิดใคร่ครวญ ตีความ ต่อยอดความคิดต่อไป







บทเรียนที่ 3 จิตรกรผู้ขยับพู่กัน

 บทจิตรกรขยับปลายพู่กัน..จารย์จะเน้นเรื่องศาสตร์ทางด้านศิลปะวาดภาพ
       
ก่อนอื่น....ขออธิบายก่อนเลยว่า คนทั่วไปมักคิดว่า “ศิลปะดาร์ค” กับ “ศิลปะแบบโกธิค” คืออย่างเดียวกัน ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าเข้าใจผิด เพราะ....

ศิลปะ แบบโกธิคเป็นศิลปะในช่วง12-15 มีศูนย์กลางที่ฝรั่งเศส คำว่า"กอธิค" เริ่มใช้ครั้งแรกโดยนักวิจารณ์ศิลปะสมัยสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาตอนปลายของ อิตาลี  โดยปัจจุบัน ศิลปะแบบโกธิคได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนทั่วไปเนื่องมาจากการแต่งกายแบบโก ธิคจำได้ติดตากว่าคือ ชุดฟูฟ่อง ใช้ลูกไม้ประดับให้ดูหรูหรา เน้นโทนสีเข้ม ๆ เป็นหลัก แต่...

ศิลปะแบบดาร์คคือ ความเรียบง่ายในความหวาดกลัว ชุดเรียบ ๆ เน้นสีเดียวเป็นหลัก ช่วงมากในจะอยู่ในศตวรรษที่ 14 และศตวรรษที่ 17 เล็กน้อย โดยศิลปะแบบดาร์คจะสะท้อนแนวคิดด้านลบ หรือด้านมืด ไปในเเนวทางเสียดสี และสะท้อนเเนวคิดทางจิตวิทยาด้านลบของมนุษย์ เช่น ความรู้สึกหวาดกลัว ความรู้สึกเพ้อฝัน ความรู้สึกหลอกตัวเอง ความรู้สึกรังเกียจ ทำให้ผู้ชมรู้สึก ลุ่มหลง คลั่งใคล้ งดงาม ชวนหลงใหล แต่ก็มีความน่าพรั่นพรึงเเละลึกลับบรรจุในภาพ

รู้แล้วใช่ไหมว่าศิลปะ แบบดาร์คเป็นแบบไหน...ตอนนี้จะเริ่มเรียนการวาดภาพและองค์ประกอบต่าง ๆ ก่อนที่จะวาดภาพได้ต้องรู้จัก”องค์ประกอบสี”ก่อน องค์ประกอบสีในการใช้สีในการวาดภาพดาร์ค ไม่จำกัดว่าต้องเป็นสีดำหมอง หรือมืดเท่านั้น ภาพที่สดใส สีสันฉูดฉาดก็อาจจะเป็นภาพดาร์คได้ ถ้าในเรื่องราวนั้น เต็มไปด้วยเเนวคิดของด้านดาร์ค
“องค์ประกอบสี” หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า “วงจรสี”



 

วงจรสี
เกิดจาก...สีขึ้นที่ 1 ประกอบด้วยสี แดง เหลือง และสีน้ำเงิน สีพวกนี้คือแม่สี เป็นสีที่ไม่สามารถเอาสีอื่นมาผสมกันเพื่อให้ได้สีนี้ เมื่อนำแม่สีทั้ง 3 มาผสมกัน ก็จะเกิดสีขึ้นมามากมาย ซึ่งประโยชน์ จากการที่เรานำสีมาผสมกันทำให้เรา สามารถสีต่าง ๆ มา ใช้ได้ตามพอใจ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่งดงาม ตามความพอใจขอผู้สร้าง สีที่เกิดจากการนำเอาแม่สีมาผสมกัน เกิดสีใหม่เมื่อนำมาจัดการเรียงอย่างเป็นระบบ รวมเรียกว่าวงจรสี

สีขั้นที่ 2 เกิดจากการนำเอาสีขั้นที่ 1 มาผสมในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน
ประกอบด้วยสีเขียว ส้ม ม่วง

สี ขั้นที่ 3 เกิดจากการนำเอาสีขั้นที่ 2 ผสมกับสีขั้นต้นที่อยู่ใกล้เคียงกันได้สีแตกต่างออกไป ได้แก่ สีเหลืองแกมเขียว น้ำเงินแกมม่วง แดงแกมม่วง แดงแกมส้ม
สีเหลืองแกมส้ม และสีน้ำเงินแกมเขียว

หลักการเลือกสี Color Combination
1.monochromatic คือการใช้สีเดียว เพื่อสร้างความแตกต่าง ด้วยระดับความมืด ความสว่างของสี (โมโนโทน)
2.triads คือการใช้สีตามสีที่อยู่ตัดกันใกล้เคียงกัน เพื่อให้เกิดความแตกต่างของสี อย่างชัดเจน ลดระดับของความเข้นได้
3.analogous การใช้สีตรงข้ามกัน สามารถช่วยเน้นความโดดเด่นได้ดี การใช้สีดำ หรือเทา เพื่อลดความรุนแรงของสี นอกจากนั้นการใช้สี 2 สีที่แตกต่างกันมาก จะทำให้มีความสำคัญเท่ากันดังนั้นจึงควรลดความเข้มของสีหนึ่งลง
5.split - complements การใช้สีผสม เป็นผสมผสานระหว่างสีโทนร้อนและเย็น โดยเริ่มจากการเลือกสีใดสีหนึ่งมาจับคู่กับอีก 2 สีในโทนสีตรงข้ามกัน
โอเค...เรียนกันมาสักพักแล้ว...เบรคหน่อย ให้เวลา 10 นาทีไปยืดเส้นยืดสายได้...กลับจะเรียนตอนเรื่อง”องค์ประกอบศิลป์”


องค์ประกอบศิลป์
        การจัดองค์ประกอบทางศิลปะ  เป็น หลักสำคัญสำหรับผู้สร้างสรรค์ และผู้ศึกษางานศิลปะ เนื่องจากผลงานศิลปะใด ๆ ก็ตาม ล้วนมีคุณค่าอยู่  2  ประการ คือ คุณค่าทางด้านรูปทรง และ คุณค่าทางด้านเรื่องราว คุณค่าทางด้านรูปทรง เกิดจากการนำเอา องค์ประกอบต่าง ๆ   ของ ศิลปะ อันได้แก่  เส้น  สี  แสงและเงา  รูปร่าง  รูปทรง  พื้นผิว  ฯลฯ มาจัดเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความงาม  ซึ่งแนวทางในการนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาจัดรวมกันนั้นเรียกว่า การจัดองค์ประกอบศิลป์ (Art Composition)
   
การจัดองค์ประกอบของศิลปะ มีหลักที่ควรคำนึง อยู่ 5 ประการ คือ

1.  สัดส่วน (Proportion)
         คือ  ความสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมระหว่างขนาดของ องค์ประกอบที่แตกต่างกัน ทั้งขนาดที่อยู่ในรูปทรงเดียวกันหรือระหว่างรูปทรง และรวมถึงความสัมพันธ์กลมกลืนระหว่างองค์ประกอบทั้งหลายด้วย     ความเหมาะสมของสัดส่วนอาจ พิจารณาจากคุณลักษณะดังต่อไปนี้
        1.1  สัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน จากรูปลักษณะตามธรรมชาต ของ คน สัตว์  พืช ซึ่งโดยทั่วไป ถือว่า สัดส่วนตามธรรมชาติ  จะมีความงามที่เหมาะสมที่สุด     หรือจากรูปลักษณะที่เป็นการ สร้างสรรค์ของมนุษย์
        1.2  สัดส่วนจากความรู้สึก    โดยที่ศิลปะนั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความงามของรูปทรงเพียง อย่างเดียว แต่ยังสร้างขึ้นเพื่อแสดงออกถึง  เนื้อหา เรื่องราว ความรู้สึกด้วย  สัดส่วนจะช่วย เน้นอารมณ์ ความรู้สึก ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และเรื่องราวที่ศิลปินต้องการ

2. ความสมดุล (Balance)
         ความสมดุล หรือ ดุลยภาพ หมายถึง น้ำหนักที่เท่ากันขององค์ประกอบ  ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งในทางศิลปะยังรวมถึงความประสานกลมกลืน ความพอเหมาะพอดีของ ส่วน ต่าง ๆ ในรูปทรงหนึ่ง หรืองานศิลปะชิ้นหนึ่ง การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ    ดุลยภาพในงานศิลปะ มี  2 ลักษณะ คือ
        1.1 ดุลยภาพแบบสมมาตร (Symmetry Balance) หรือ ความสมดุลแบบซ้ายขวาเหมือนกัน คือ การวางรูปทั้งสองข้างของแกนสมดุล    เป็นการสมดุลแบบธรรมชาติลักษณะแบบนี้ใน ทางศิลปะมีใช้น้อย ส่วนมากจะใช้ในลวดลายตกแต่ง ในงานสถาปัตยกรรมบางแบบ หรือ ในงานที่ต้องการดุลยภาพที่นิ่งและมั่นคงจริง ๆ
            1.2 ดุลยภาพแบบอสมมาตร (Asymmetry Balance) หรือ ความสมดุลแบบซ้ายขวาไม่เหมือนกัน มักเป็นการสมดุลที่เกิดจาการจัดใหม่ของมนุษย์   ซึ่งมีลักษณะที่ทางซ้ายและขวาจะไม่ เหมือนกันใช้องค์ประกอบที่ไม่เหมือนกัน  แต่มีความสมดุลกัน   อาจเป็นความสมดุลด้วย น้ำหนักขององค์ประกอบ หรือสมดุลด้วยความรู้สึกก็ได้  

3. จังหวะลีลา (Rhythm)
     จังหวะลีลา  หมายถึง  การเคลื่อนไหวที่เกิดจาการซ้ำกันขององค์ประกอบ เกิดจาก การซ้ำของหน่วย หรือการสลับกันของหน่วยกับช่องไฟ หรือเกิดจาก การเลื่อนไหลต่อเนื่องกันของเส้น สี รูปทรง หรือ น้ำหนัก รูปแบบๆ หนึ่ง อาจเรียกว่าแม่ลาย  การนำแม่ลายมาจัดวางซ้ำ ๆ กันทำ  ให้เกิดจังหวะและถ้าจัดจังหวะให้แตกต่างกันออกไป ก็จะเกิดลวดลายที่แตกต่างกันออกไปได้อย่างมากมาย  จังหวะที่น่าสนใจและมีชีวิต ได้แก่ การเคลื่อนไหวของ คน สัตว์  การเติบโตของพืช การเต้นรำเป็น  การเคลื่อนไหวของโครงสร้างที่ให้ความบันดาล ใจในการสร้างรูปทรงที่มีความหมาย

4. การเน้น (Emphasis)
       การเน้น เป็น  การกระทำให้เด่นเป็นพิเศษกว่าธรรมดา ในงานศิลปะจะต้องมี ส่วนใดส่วนหนึ่ง  หรือจุดใดจุดหนึ่ง ที่มีความสำคัญกว่าส่วนอื่น ๆ   เป็นประธานอยู่ ถ้าส่วนนั้นๆ อยู่ปะปนกับส่วนอื่น ๆ  และมีลักษณะเหมือน ๆ กัน  ก็อาจถูกกลืน หรือ ถูกส่วนอื่นๆ ที่มีความสำคัญน้อยกว่าบดบัง งานที่ไม่มีจุดสนใจ หรือประธาน  จะทำให้ดูน่าเบื่อ เหมือนกับลวดลายที่ถูกจัดวางซ้ำกัน ปราศจากความหมาย หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ การเน้นจุดสนใจสามารถทำได้  3  วิธี คือ   
4.1. การเน้นด้วยการใช้องค์ประกอบที่ตัดกัน (Emphasis by Contrast) สิ่งที่แปลกแตก ต่างไปจากส่วนอื่นๆ ของงาน จะเป็นจุดสนใจ ดังนั้น การใช้องค์ประกอบที่มีลักษณะ แตกต่าง หรือขัดแย้ง กับส่วนอื่น จะทำให้เกิดจุดสนใจขึ้นในผลงานได้ แต่ต้อง พิจารณาลักษณะความแตกต่างที่นำมาใช้ด้วยว่า ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันในส่วนรวม และทำให้เนื้อหาของงานเปลี่ยนไปหรือไม่  
  4.2. การเน้นด้วยการด้วยการอยู่โดดเดี่ยว (Emphasis by Isolation)  เมื่อสิ่งหนึ่งถูกแยก ออกไปจากส่วนอื่น ๆ ของภาพ หรือกลุ่มของมัน สิ่งนั้นก็จะเป็นจุดสนใจ   เพราะเมื่อ แยกออกไปแล้วก็จะเกิดความสำคัญขึ้นมา   ซึ่งเป็นผลจากความแตกต่าง    
 4. 3. การเน้นด้วยการจัดวางตำแหน่ง (Emphasis by Placement) เมื่อองค์ประกอบอื่น ๆ ชี้นำมายังจุดใด ๆ จุดนั้นก็จะเป็นจุดสนใจที่ถูกเน้นขึ้นมา  และการจัดวางตำแหน่งที่ เหมาะสม ก็สามารถทำให้จุดนั้นเป็นจุดสำคัญขึ้นมาได้เช่นกัน

5. เอกภาพ (Unity)
        หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขององค์ประกอบศิลป์ทั้งด้านรูปลักษณะและด้าน เนื้อหาเรื่องราว  เป็นการประสานหรือจัดระเบียบของส่วนต่าง ๆให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว การสร้างงานศิลปะ  คือ  การสร้างเอกภาพขึ้นจากความสับสน  ความยุ่งเหยิง  เป็นการจัดระเบียบ และดุลยภาพ ให้แก่สิ่งที่ขัดแย้งกันเพื่อให้รวมตัวกันได้ โดยการเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆให้สัมพันธ์กันเอกภาพของงานศิลปะ มีอยู่  2 ประการ คือ
       5.1เอกภาพของการแสดงออก หมายถึง การแสดงออกทีมีจุดมุ่งหมายเดียว แน่นอน และมี ความเรียบง่าย  
      5.2. เอกภาพของรูปทรง คือ การรวมตัวกันอย่างมีดุลยภาพ และมีระเบียบขององค์ประกอบ ทางศิลปะ เพื่อให้เกิดเป็นรูปทรงหนึ่ง ที่สามารถแสดงความคิดเห็นหรืออารมณ์ของศิลปิน ออกได้อย่างชัดเจน


พื้นฐานการเรียนทัศนศิลป์
ที่ต้องใช้ร่วมกับการจัดวางองค์ประกอบศิลป์แล้ว คือ
1.เส้น(line)
 ร่อง รอยที่เกิดจากเคลื่อนที่ของจุด  หรือถ้าเรานำจุดมาวางเรียงต่อ ๆ กันไป  ก็จะเกิดเป็นเส้นขึ้น  เส้นมีมิติเดียว  คือ  ความยาว ไม่มีความกว้าง ทำหน้าที่เป็นขอบเขต  ของที่ว่าง รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก  สี   ตลอดจนกลุ่มรูปทรงต่าง ๆ  รวมทั้งเป็นแกนหรือโครงสร้างของรูปร่างรูปทรง   เส้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะทุกชนิด สามารถให้ความหมาย แสดง  ความรู้สึก และอารมณ์ได้ด้วยตัวเอง และด้วยการสร้างเป็นรูปทรงต่าง ๆ ขึ้น  เส้นมี 2  ลักษณะคือ เส้นตรง   (Straight Line) และ เส้นโค้ง   (Curve Line)  เส้นทั้งสองชนิดนี้  เมื่อนำมาจัดวางในลักษณะต่าง ๆ กัน จะมีชื่อเรียกต่าง ๆ และให้ความหมาย ความรู้สึก  ที่แตกต่างกันอีกด้วย


2.สี(color)
  คือลักษณะของแสงที่ปรากฏแก่สายตาให้เห็นเป็นสี สีเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของงานศิลปะ และเป็นองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก อารมณ์ และจิตใจ ได้มากกว่าองค์ประกอบอื่นๆ ในชีวิตของมนุษย์มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสีต่าง ๆอย่างแยกไม่ออก โดยที่สีจะให้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น ใช้ในการจำแนกสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เห็นชัดเจน ใช้ในการจัดองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม กลมกลืน เช่น การแต่งกาย  การจัดตกแต่งบ้าน  ใช้ในการจัดกลุ่ม พวก คณะ ด้วยการใช้สีต่าง ๆ เช่น คณะสี  เครื่องแบบต่าง ๆ ใช้ในการสื่อความหมาย เป็นสัญลักษณ์ หรือใช้บอกเล่าเรื่องราว  ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อให้เกิดความสวยงาม สร้างบรรยากาศ  สมจริงและน่าสนใจ และเป็นองค์ประกอบในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์

3.รูปร่าง-รูปทรง(Shape & Form)
     รูปร่าง (Shape) คือ รูปแบน ๆ มี 2 มิติ มีความกว้างกับความยาว เช่น รูปวงกลม  รูปสามเหลี่ยม หรือ รูปอิสระ  ที่แสดงเนื้อที่ของผิวที่เป็นระนาบมากกว่าแสดงปริมาตรหรือมวล  
     รูปทรง (Form) คือ รูปที่ลักษณะเป็น 3 มิติ โดยนอกจากจะแสดงความกว้าง   ความยาวแล้ว ยังมีความลึก หรือความหนา นูน เช่น รูปทรงกลม  ทรงสามเหลี่ยม ทรงกระบอก เป็นต้น ให้ความรู้สึกมีปริมาตร  ความหนาแน่น มีมวลสาร ที่เกิดจากการใช้ ค่าน้ำหนัก หรือการจัดองค์ประกอบของรูปทรง หลายรูปรวมกัน  รูปร่างและรูปทรงที่มีอยู่ในงานศิลปะมี  3  ลักษณะ คือ        

รูป เรขาคณิต (Geometric Form) มีรูปที่แน่นอน มาตรฐาน สามารถวัดหรือ คำนวณได้ง่าย มีกฎเกณฑ์ เกิดจากการสร้างของมนุษย์ เช่น รูปสี่เหลี่ยม  รูปวงกลม รูปวงรี

รูปอินทรีย์ (Organic Form) เป็นรูปของสิ่งที่มีชีวิต หรือ คล้ายกับสิ่งมีชีวิต   ที่สามารถ  เจริญเติบโต  เคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนแปลงรูปได้  เช่น   รูปของคน  สัตว์  พืช   

รูปอิสระ (Free Form) เป็นรูปที่ไม่ใช่แบบเรขาคณิต หรือแบบอินทรีย์    แต่เกิดขึ้นอย่างอิสระ ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ซึ่งเป็นไปตามอิทธิพล   และการกระทำจากสิ่งแวดล้อม  เช่น รูปก้อนเมฆ  ก้อนหิน  หยดน้ำ ควัน   ซึ่งให้ความรู้สึกที่เคลื่อนไหว มีพลัง
รูปอิสระมักมีลักษณะ ขัดแย้งกับ รูปเรขาคณิต แต่กลมกลืน กับรูปอินทรีย์  ในขณะที่รูปอิสระอาจเกิดจากรูปเรขาคณิต   หรือรูปอินทรีย์ ที่ถูกกระทำ   จนมีรูปลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมจน   ไม่เหลือสภาพ เช่น รถยนต์ที่ถูกชนจนยับเยินทั้งคัน  เครื่องบินตก    ตอไม้ที่ถูกเผาทำลาย หรือซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยผุพัง   

 4.ค่าน้ำหนัก
       คือ   ค่าความอ่อนแก่ของบริเวณที่ถูกแสงสว่าง และบริเวณที่เป็นเงาของวัตถุหรือ ความอ่อน- ความเข้มของสีหนึ่ง ๆ หรือหลายสี เช่น สีแดง มีความเข้มกว่าสีชมพู   หรือ  สีแดงอ่อนกว่าสีน้ำเงิน  เป็นต้นนอกจากนี้ยังหมายถึงระดับความเข้มของแสงและระดับ ความมืดของเงา ซึ่งไล่เรียงจากมืดที่สุด (สีดำ)ไปจนถึงสว่างที่สุด (สีขาว) น้ำหนักที่อยู่ระหว่างกลางจะเป็นสีเทา ซึ่งมีตั้งแต่เทาแก่ที่สุด จนถึงเทาอ่อนที่สุด    การใช้ค่าน้ำหนักมีความสำคัญคือ  ให้ความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น หรือรูปทรงกับที่ว่าง ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว ให้ความรู้สึกเป็น 2 มิติ แก่รูปร่าง และความเป็น 3 มิติแก่รูปทรง ทำให้เกิดระยะความตื้น - ลึก และระยะไกล้ - ไกลของภาพ และ ทำให้เกิดความกลมกลืนประสานกันของภาพ

5.พื้นผิว  (Texture)
หมาย ถึง ลักษณะของบริเวณผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อสัมผัสแล้วสามารถ  รับรู้ได้ ว่ามีลักษณะอย่างไร ลักษณะที่สัมผัสได้ของพื้นผิว มี  2  ประเภท คือ   
     1. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยมือ หรือกายสัมผัส เป็นลักษณะพื้นผิวที่เป็นอยู่จริง ๆ ของ  ผิวหน้าของวัสดุนั้น ๆ   ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากงานประติมากรรม งานสถาปัตกรรม  และสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ
     2. พื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยสายตา จากการมองเห็นแต่ไม่ใช่ลักษณะที่แท้จริงของผิว  วัสดุนั้น ๆ เช่น การวาดภาพก้อนหินบนกระดาษ   จะให้ความรู้สึกเป็นก้อนหินแต่  มือสัมผัสเป็นกระดาษ  เป็นการสร้างพื้นผิวลวงตา  ให้สัมผัสได้ด้วยการมองเห็นเท่านั้น     จบเรื่องภาพวาดไปแล้ว....ใครไม่ฟัง ไม่เรียน จารย์ขอให้สอบเลื่อนไม่ผ่านล่ะกัน...






บทเรียนที่ 4 คีตกรและเสียงเพลง


คีตกวี คือ ผู้ประพันธ์ดนตรี...เป็นหนึ่งในกวีเช่นกัน แต่เป็นผู้แต่งเพลงที่จะต้องแต่งทั้งท่วงทำนองหลักและแนวประสานทั้งหมด เพื่อให้นักดนตรีไปบรรเลง อาจไม่จำเป็นต้องประพันธ์ดนตรีลงในแผ่นกระดาษเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นผู้บรรเลงบทประพันธ์นั้นเป็นครั้งแรก และใน ภายหลังมีผู้อื่นนำไปใช้บรรเลงตาม  โดยทั่วไปเราจะรู้จัก คีตกวี ในฐานะที่เป็น นักดนตรี แม้ว่าหลายท่านจะมีผลงานการ ประพันธ์ดนตรี มากกว่าผลงานการบรรเลงก็ตาม


การแต่งเพลงสักเพลงจำเป็นที่จะต้องใช้สิ่งเหล่านี้ในการแต่งเพลงให้เสร็จไปได้ด้วยดี

แนวเพลง
เป็นการจำแนกเพลงที่มีลักษณะ พื้นฐานต่าง ๆ ร่วมกันโดยอาจไม่ได้คำนึงถึงเกี่ยวกับด้านดนตรีอย่างเดียว (เช่น ที่มา ของเพลง และ เนื้อหาของเพลง)อาจพูดได้ว่า แนวเพลงนั้นพิจารณาจาก เทคนิค รูปแบบ บริบท ที่มา และเนื้อหาของเพลง เป็นต้น

แนวเพลงสามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่คราว ๆ ได้ดังนี้

Classic : ดนตรีบรรเลงที่แต่งโดยคีตกวี เช่นโมสาร์ท เบโธเฟน บาค จะแบ่งเป็นยุคๆครับ เช่นบาโรค คลาสสิค โรแมนติคอะไรประมาณนี้ครับ ยังสามารถแบ่งเป็นรูปแบบวงได้ด้วยครับ เช่นวงซิมโฟนี วงแชมเบอร์ วงสตริงควอเตท

Blues : ดนตรีที่เกิดจากทาสในอเมริกา มีหลายประเภทเช่นเดียวกันครับ เช่น Blues แบบชิคคาโก Blues Funk

Jazz : ดนตรีที่พัฒนามาจากดนตรี Blues โดยคนผิวขาวเอามาพัฒนา เน้นเรื่องอิมโพรไวท์ มีหลายประเภท เช่น Bossanova ,Swing Jazz, BeBob ,Fution Jazz,Acid Jazz เป็นต้น

Rock : ดนตรีที่เน้นความหนักแน่น พัฒนามาจาก Blues แล้วกลายเป็นร้อคแอนโรล ต่อมาแตกแขนงไปมากมาย เช่น Hardcore , Heavy , Death , Melodic ,Emo เป็นต้นครับ

NewAge : ดนตรีที่เน้นปรัชญา ใช้ซาวส์เลียนเสียงธรรมชาติ ฟังแล้วนึกถึงธรรมชาติ เช่น Kitaro,Enya,

Pop : ดนตรีป้อบปูล่าใช้ได้หลายความหมายครับ อย่างนึงก็คือ เพลงที่ฮิต มีคนชอบฟังเป็นจำนวนมาก อย่างเพลงของ The Beatle อีกความหมายก็คือแนวเพลงที่ไม่ซับซ้อนมาก เหมาะสำหรับฟังเล่นเรื่อยๆ

Hiphop (Rap): ดนตรีที่เน้นจังหวะ กับ การร้องอิมโพรไวท์ ไปด้วยกัน อย่าง Eminem , JayZ

Dance : ดนตรีที่เน้นจังหวะสำหรับเต้น นิยมเปิดในผับ หรือสถานบันเทิงทั้งหลายครับ

ดนตรีพื้นบ้าน : แต่ละประเทศจะมีดนตรีพื้นบ้าน อย่างดนตรีไทย สก้อตแลนด์ก็จะมีดนตรีสก้อตที่ใช้ปี่สก้อตเป็นเครื่องดนตรีหลักเป็นต้น

Electronic music : เป็นดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในการผลิตขึ้นมา โดยทั่วไปแล้วความโดดเด่นของดนตรีสามารถเกิดขึ้นโดยใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีเครื่องไฟฟ้า ตัวอย่างเช่นเสียงที่เกิดจาก Telharmonium, Hammond organ และกีตาร์ไฟฟ้า ส่วนดนตริอีเล็กทรอนิกส์แท้ ๆ สามารถใช้เครื่อง Theremin, เครื่องสังเคราะห์เสียง และคอมพิวเตอร์ ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนประกอบในดนตรีอาร์ตตะวันตก ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1960 และได้รับความนิยมในเวลาต่อมา ในปัจจุบันดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ใช้หลากหลายแนวเพลง ตั้งแต่ดนตรีอาร์ตทดลอง หรือดนตรีป็อป อย่างเช่น เพลงแดนซ์

การเขียนทำนอง
 
โดยทั่วไปทำนองเพลงจะแบ่งเป็น 4 ท่อน ท่อนละ 8 ห้อง ห้องละ 4 จังหวะ....จำไว้ง่าย ๆ เลยน่ะ 4 - 8 - 4 ท่องไว้ให้ดี ๆ น่ะ 4 - 8 - 4  ทำนองท่องที่ 1,2 และ 4จะเหมือนกัน ปลายท่อนที่1กับ2จะแตกต่างกันเล็กน้อย
ส่วนท่อน 3 ที่เราเรียกกันว่า"ท่อนฮุก".... จะแต่งใหม่มีทำนองแตกต่างจาก 3 ท่อนที่พูดไปข้างต้น

   การเขียนทำนอง ....ต้องมีพื้นฐานทางดนตรี...เพราะการเขียนทำนองต้องอาศัยพื้นฐานในการเขียนคอร์ดที่ถูกต้องตามหลักดนตรี..แล้วเรียบเรียงเป็นทำนองเพลง จากนั้นก็นำมาเคาะจังหวะตามที่กำหนดไว้ด้วยเครื่องดนตรี...เครื่องดรตรีนิยมใช้มาเคาะจังหวะกันมากที่สุด คือ เปียโนกับกีต้าร์  เคาะให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ...เพื่อไม่ให้ทำนองเพลงที่แต่งไว้เพี้ยน..พอใส่คำร้องเข้าไปแล้วจะไม่เพราะ เคาะเป็นจังหวะไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งเราจำเสียงได้ก็ค่อย ๆ ใส่คำร้องลงไปในเพลง...วิธีการแต่งแบบนี้เป็นวิธีการที่แต่งเพลงอออกมาได้เพราะที่สุด
       
ส่วนวิธีรองลงมา...

คือ เขียนทำนองก่อนแล้วใส่คอร์ด หรือไม่ก็เขียนทำนองและคอร์ดพร้อม ๆ กันแล้วค่อยเอาไปใส่คำร้อง...วิธีนี้ก็แต่งได้ดีกว่าวิธีแรก..แต่เรื่องความไพเราะของทำนองก็ยังอยู่เหมือนเดิม



โครงเรื่องของเพลง
และก่อนการเขียนเพลง..สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โครงเรื่องของเพลง หลักการมีอยู่ 2 อย่างคือ

1. ความหมายของเพลง ว่าเราจะให้สื่อความหมายอะไร บางทีการกำหนดหัวข้อหรือคิดถึงวลี คำ ประโยค บลาๆๆๆ เพื่ออธิบายหรือแสดงความรู้สึกในตอนนั้นก็อาจจะช่วยเรื่องแรงบันดาลใจได้ นะ

2. อารมณ์ เราจะแต่งให้คนฟังหรือคนที่เห็นเนื้อเพลงรู้สึกอย่างไร

คำร้องบทประพันธ์
ใช้หลักการแต่งคล้าย ๆ กับการแต่งกลอน กาพย์ แต่จะต่างตรงที่
1. เขียนถูกโน๊ต (ครบโน๊ต ไม่เพี๊ยน ไม่เหน่อ ถูกคำสั้น-ยาว) เราต้องเขียนให้ถูกโน๊ต ครบ โน๊ต ไม่เพี๊ยน และไม่เหน่อ เราควรจะให้ความเคารพเมโลดี้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรแก้เมโลดี้ ยกเว้นในบางกรณีที่เราสามารถเสนอความคิดเห็นเราได้ ว่าอยากให้เพิ่มหรือ ลดตรงไหน แต่ไม่ใช่ว่าจะตั้งหน้าตั้งตาจะแก้เมโลดี้อย่างเดียว 

การเขียนให้ครบโน๊ตก็คือ ในแต่ละท่อนมีกี่โน๊ต หรือมีเสียงอยู่กีครั้ง ก็ควรจะเขียนให้ได้ตามนั้น  เช่นในประโยคหนึ่งมี เมโลดี้อยู่ 7 ตัว เราก็ควรจะเขียนให้ได้เสียงในภาษา 7 เสียง หรือที่เรียกว่า 7 พยางค์  ทั้งนี้ต้องให้เสียงมันตรงกับเมโลดี้ด้วย ถึงใช้ได้ และที่สำคัญ ควรจะเขียนให้ร้องได้ สื่อสารได้เข้าใจ ไม่เพี๊ยนโน๊ต จนความหมายเปลี่ยนหรือ ประโยคฟังแล้วขำไปเลย ต้องระวังเรื่อง คำสั้น – ยาว เราต้องฟังเสียงโน๊ต โน๊ตบางตัวสั้น บางตัวยาว เราต้องเขียนให้ถูกตามนั้น จะช่วยให้เพลงฟังดู สบายหู และลื่นขึ้นเป็นกองเลย เช่น ข้าวเปล่า (ยาว-ยาว)  สปา (สั้น – ยาว)  กระตุก (สั้น – สั้น)

ถ้า เสียงเมโลดี้มัน สั้น – ยาว เราไปใส่คำว่า “ปวดท้อง” ซึ่งเป็นเสียง ยาว -ยาว  ก็ไม่ถูกต้อ แถมยังทำให้ร้องยากขึ้นด้วย

2. คิดคำจากเมโลดี้เด่นๆ  ต้องฟังเมโลดี้ในเพลง เสียงไหนที่มันสะดุดหูเรา เราชอบและเกิดไอเดีย เราสามารถเอาตรงนั้นมาขยายเป็นเพลงได้ เป็นอีกเทคนิคหนึ่ง ที่ช่วยให้เราแต่งเพลงง่ายขึ้น

3. คิดท่อน Hook ก่อน เป็นวิธีการที่ดีในการแต่งเพลงเพราะเมื่อเราแต่งท่อนHookได้แล้ว จะเกิดแรงในการเขียนเรื่องราวให้สอดคล้องกันทันที

4. ล้อคำ ล้อโน๊ต การล้อคำ ล้อโน๊ต จะทำให้เพลง สละสลวยจำง่ายขึ้น

5. เล่นคำ เป็นการเล่นเสียงตัวอักษรหรือคำที่เหมือนกัน

6. ใช้คำขัดแย้งกันมาเล่าเรื่อง  เป็นอีกเทคนิดหนึ่งที่ทำให้เพลงเราน่าสนใจมากขึ้น

7. ใช้สำนวน หรือการเปรียบเทียบ การใช้สำนวนเปรียบเทียบ ก็คือการที่เรา หาสำนวน หรือการเปรียบเทียบใส่ไว้ในประโยค ไม่ว่าจะเป็น ทั้งเรื่อง / ทั้งพล็อต ของมัน  หรือจะเป็นเฉพาะบางจุด ก็ถือว่าเป็นอีกทางหนึ่ง ที่หลุดออกจากเพลงเดิมๆ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจเพลงได้ง่านมากขึ้น เป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับเพลง

8. หาประโยคมีน้ำหนัก หรือประโยคเด็ดๆมาไว้ในเพลงบ้าง หรือประโยคเด็ดๆ มาสอดแทรกในเพลง  จะช่วยทำให้เพลงกินใจขึ้นเยอะ

9. เขียนเป็นธีม (Theme)  คือการเอาเรื่องราวมาใส่ในเพลง เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เพลงเราน่าสนใจ เช่นเพลงที่เกี่ยวกับความรักก็ ใช่ธีมแนวความรักเข้ามาเป็นตัวเพิ่มสเน่ห์กับเพลง

10. เขียนเป็นพล็อต (Plot) เขียนเป็นพล็อต หรือคิดเป็นพล็อต ก็คือการที่เราเขียนเรื่อง หรือสิ่งที่เราอยากจะเล่าก่อน โดยที่เราไม่คำนึงถึงความยาวหรือสิ่งใดๆเท่าไหร่แล้วเราค่อยมาดูใจความ  อาจจะเจอ “ของดี” และเราก็หยิบหรือเอาจุดนั้นมาเป็นเพลง

11. วางแผนการเล่าเรื่อง เป็นหัวใจสำคัญเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก เพลงถือเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่ง เมื่อเราสื่อสารในวงกว้างเพลงจึงควรจะเป็นเรื่องที่ทุกคน  หรือคนส่วนมากเข้าใจได้ ไม่ใช่ว่าเข้าใจอยู่เพียงคนเดียวหรือเข้าใจเพียงเฉพาะบางกลุ่ม ยกเว้นว่า เราทำเพลง หรือแต่งเพลงเพื่อฟังคนเดียว หรือเฉพาะกลุ่มนั้นๆ แต่ถ้าหากเราต้องการสื่อสารให้คนส่วนมากเข้าใจ การวางแผนการเล่าเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ


เครื่องดนตรี
เอาล่ะ มารู้จักกับอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราแต่งเพลงได้สำเร็จกันบ้าง..
เครื่องดนตรีคืออะไร? คือ อุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมา หรือปรับจากอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้งานสำหรับการ ผลิตเสียงดนตรี หรือสร้างเสียงสำหรับใช้ประกอบในการร้องรำทำเพลง อาจจะเป็นเพียง จังหวะธรมดาๆหรือจะเป็นทำนองไพเราะก็ว่ากันไป
โดยหลักการ แล้ว อุปกรณ์ใดก็ตามที่สามารถนำมาใช้ผลิตเสียงดนตรี ย่อมเรียกว่า เครื่องดนตรี ได้ทั้งสิ้น ผู้ที่ใช้เครื่องดนตรีนั้น เราเรียกว่า นักดนตรี
เครื่องดนตรีมีหลายชนิด ทั้งเครื่องสาย เครื่องตี เครื่องเป่า ฯลฯ และแน่นอนว่า เครื่องดนตรีต่างชนิดกันมันก็ต้องมีวิธีบรรเลงที่ต่างกันตามประเภทของมัน...หวังว่า นักเรียนของอาจารย์คงไม่มีใครเอาเครื่องตีไปเป่า เครื่องสีไปตีกลางจัตุรัสดาร์คหรอกนะ^^;;


จบบทเรียนขั้นที่ 1 แล้วน่ะ...หวังว่า..ทุกคนคงเอาไปใช่จริง ๆ กันนะ ขอให้โชคดีในการสอบเลื่อนขั้น เด็ก ๆ ที่น่ารัก






 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,441 ความคิดเห็น

  1. #6976 Darkki Ladydarkness (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 20:37
    เข้าห้องเรียน อ๊ะโห บทเรียนเยอะแยะเลย // อ่าน ๆๆ
    #6,976
    0
  2. #5999 back rose (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 17:53
    วิณญาณที่ถูกลืมจะถูกทิ้งตลอดกาลกลางสุสานแห่ววิณญาณ

    #5,999
    0
  3. #5803 ANTACH (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 19:59
     บัตรนักศึกษา
     
    การบ้านที่ส่ง

            ณ คุกมืดที่อยูาไกลสุดขอบโลก ปีศาจหนุ่มตนหนึ่งได้ถูกจองจำไว้ในชั้นใต้ดินที่ลึถที่สุด  แสงสว่างแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปได้  เขาพยายามขยับแขนซ้ายขวา ด้วยหวังจากก้นบึ้งของหัวใจว่าอยากออกจากที่แห่งนี้  แต่ยิ่งเคลื่อนไหวมากเท่าใดโซ่เส้นมหึมาที่ตรึงแขนขาเขาไว้นั้นก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ บาดแผลเหล่านั้นทำให้เข้าแสบจนแทบดิ้นทุรนทุราย  แต่ยิ่งเคลื่อนไหวก็ยิ่งทรมาน  หากแต่เหนือสิ่งอื่นใด ยามเมื่อลืมตาและหลับตาก็ไม่รับรู้ถึงความแตกต่าง  ยามเมื่อหันซ้ายและขวาแต่เห็นเพียงความมืดมิด  ยามเมื่อส่งเสียงเรียกขานกลับได้ยินเพียงเสียงสะท้อนของตนเองดังก้องจากผนังทั้งสี่ นั่นแหละที่น่าพรั่นพรึงยิ่งกว่า ความโดดเดี่ยวเมื่อต้องอยู่ตามลำพังช่างน่ากลัวยิ่ง  ในบางเวลาเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต  หยาดน้ำหยดน้อยๆก็ค่อยๆไหลรินออกจากดวงตา  เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ  เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องได้รับบาดแผลมากไปกว่าที่มีอยู่  มองตรงไปยังความมืดเบื้องหน้า  และหวังว่าสักวันฝันร้ายนี้จะจบเสียที
    #5,803
    0
  4. #5785 Smile:) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 12:41
     บัตรนักศึกษา: ........... .
    การบ้านที่ส่ง:...............
    สายหมอกเบาบางก่อตัวโอบล้อมร่างบางของหญิสาวนางนึง ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังเบื้องหน้าเหมือนกับกำลังค้นหาใครสักคนที่จะเข้ามาอยู่เคียงข้าง ในเวลาที่อ้างว้างเช่นนี้ เสียงกิ่งไม้กระทบกันตามแรงลม มันดังบาดเสียดสีกรีดลึกเข้ามาในหัวใจดวงน้อย กี่ราตรีที่ ร่างนี้ต้องเดียวดาย ความเหงาที่เหมือนดั่งสายหมอกรายล้อมร่างกายนี้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไป 'จะต้องทนทุกข์ กับความเหงาแบบนี้อีกนานเท่าไหร่ ใครกันที่มาร่ายคำสาปให้แก่ตัวข้า' เสียงที่แผ่วเบาเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง ฉับพลัน เสียงดนตรีก็ดังออกมาจากรัตติกาล เสียงดนตรีที่ไพเราะเกินพรรณา แต่กลับหาต้นตอและคนเล่นไม่ได้เสียที และ ทุกครั้งที่มันบรรเลง กลับเหมือนยิ่งเป็นการตอกย้ำความเจ็บช้ำให้แก่ ร่างบางนี้ เพราะ ถึงเสียงดนตรีจะไพเราะจับใจเพียงใด แต่มันก็แฝงไปด้วยความอ้างว้าง เดียวดาย เสียงนี้จะเล่นไปตลอดทั้งราตรีและจะเงียบลงเมื่อแสงตะวันสาดส่องลงมายังพื้นพิภพ พร้อมกับร่างบางที่สลายหายไปเป็นเถ้าธุลี
    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา...3551096..... ขอส่งการบ้านวิชา....วรรณกรรมดาร์ค.........
    ให้แก่อาจารย์......มายาโรส...........
    ในบทเรียนที่...4.เรื่อง.......การถ่ายทอดความรู้สึก............
    #5,785
    0
  5. #5722 ♥Presenta♥ [จันทร์] (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 19:28
    บัตรนักศึกษา: ............

     

    การบ้านที่ส่ง:..............
    .ให้นักศึกษาถ่ายทอดความรู้สึกของปีศาจที่อยู่ในความ เงียบเชียบ วังเวง และน่าหวั่นผวา

      
    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553741ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 4 เรื่อง การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก



                ณ ราตรีกาลอันมืดมิด แสงจันทร์ส่องรำไรพอให้เห็นปีศาจตนหนึ่ง ป่าช้ารกร้าง ต้นไม้ไหวตามแรงลมแผ่วเบา ในฤดูเหมันต์ที่เขาเกลียดที่สุด... ไร้เสียงอะไรทั้งนั้น ราวกับว่าทั้งโลกมีเพียงเขาอยู่บนโลกใบนี้อยู่ตนเดียว ปีศาจร้องโหยหวน น้ำตาไหลพรากราวกับใจจะขาด สายตาอาฆาตจับจ้องไปที่กระรอกน้อยที่อาจหาญมาชิดใกล้ปีศาจจนต้องถอยหนี ถ้าวันนั้นเขาไม่ทำผิดพลาดลงไป... เรื่องคงไม่เป็นเยี่ยงนี้ มือของปีศาจกำดอกกุหลาบสีดำไว้แน่น ดอกกุหลาบสีดำแสนสวยแต่เต็มไปด้วยหนามเปรียบเสมือนได้ดั่งกับตัวตนของปีศาจ ลมหายใจของเขาขาดเป็นห้วงๆ ด่ำดิ่งสู่อดีตที่ไม่อาจจะลบเลือนและแก้ไขมันได้... ปีศาจค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น ลมหายใจของเขารวยรินเหลือเกิน... บรรยากาศน่าวังเวง กุหลาบดำถูกมองด้วยสายตาอาฆาตของปีศาจ เลือดไหลนองเป็นทางราวกับสายธาร ปีศาจค่อยๆ หมดลมหายใจพร้อมๆ กับที่ดอกกุหลาบสีดำเริ่มโรยราแล้วปลิดกลีบของมันให้ปลิวไปตามสายลมเพื่อไว้อาลัยแก่เขา


    #5,722
    0
  6. #5711 ‘ ฿ l a c k $ t a Я ’ ☆ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 14:42
    บัตรนักศึกษา
    .
    การบ้านที่ส่ง

    " ยามราตรีอันมืดมิด แสงจากดวงจันทร์ริบหรี่ ปิศาจตนหนึ่งกลิ้งเกลือกอยู่ท่ามกลางหิมะอันเหน็บหนาว ทว่าปิศาจตนนั้นก็ไม่ได้มีหนาวเย็นหากแต่รู้สึกร้อนราวกับอยู่ในกองเพลิงที่กำลังแผดเผา ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย หิมะสีขาวโพลนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉาน เพลิงไฟแห่งความเคียดแค้นลุกโชนขึ้นในดวงตา เสียงกรีดร้องโหยหวนแสดงความเจ็บปวดดังกึกก้องกังวานไปทั่วบริเวณ สร้างความสะเทือนใจหากได้ยิน เลือดกระหน่ำไหลมาไม่หยุด มือกำแน่นดั่งกับต้องการระบายความเจ็บปวดรวดร้าว ลมหายใจรวยรินหากแต่เสียงกรีดร้องยังคงไม่หยุดระคนกับเสียงคร่ำครวญอย่างเศร้าโศกโศกา"

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553199 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 4 เรื่อง การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก

    #5,711
    0
  7. #5682 MoMoKunG (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 10:57
     บัตรนักศึกษา:

      

    การบ้านที่ส่ง :  

                น้ำตารินไหล เสียงร่ำไห้โหยหวนปริ่มจะขาดใจลอยตามลม มือที่ถูกล่ามกำจนจนเจ็บจนเล็บยาวจิกเขาเนื้อ ความหนักจากตุ้มเหล็ก ลากข้อเท้าและข้อมือให้ถ่วงลง เหล็กสนิมรั้งรูดผิวเนื้อจนถลอกและเลือดไหล ความเจ็บปวดทางร่างกายและความรวดร้าวในจิตใจกัดกินจิตวิญญาณ ดวงตาแดงก่ำมองลอดผมยายสยายยุ่งปิดหน้าไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะกรีดร้องออกมาทั้งน้ำตา แต่ไร้ผู้ใดยลยิน ร่างล้มลงกับพื้นหิน กัดริมฝีปากซีดจนห้อเลือด ส่งเสียงสะอื้นระทม มือกำทุบพื้นอย่างเศร้าโศกใจในโชคชะตา เหลียวแลรอบกายไร้วี่แววผู้สนใจ ก่อนดวงตาปิดลง ผ่อนคลายความตึงเครียด ปลดปล่อยอารมณ์ตรมทุกข์ มือกำแน่นคลายออก และเสียงสะอื้นไห้จะเงียบลง...ไปตลอดกาล

     

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 602125 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง

    ให้แก่ ศ.มายาโรส อันทรา

    ในบทเรียนที่ 4 เรื่อง การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 เมษายน 2555 / 11:04
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 29 เมษายน 2555 / 11:05
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 29 เมษายน 2555 / 11:10
    #5,682
    0
  8. #5588 macheer (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 19:17
     บัตรนักศึกษา



    การบ้านที่ส่ง ให้นักศึกษาถ่ายทอดความรู้สึกของปีศาจที่เศร้าโศรก ร่ำไห้ สะอึกสะอื้น


            ในราตรีอันมืดมิด  ยังมีแสงจันทร์สาดส่องอยู่ทั่วทุกบริเวณ  เผยให้เห็นร่างอิสตรีนางหนึ่งกำลังยืนสีไวโอลินอยู่บริเวณ
    หน้ากระจก บนหอคอยที่ไร้ซึ่งผู้คน  ท่วงทำนองดำเนินไปอย่างช้าๆ  เสียงเพลงให้อารมณ์ตามความรู้สึกของผู้บรรเลงมัน
    ใบหน้าขาวซีดมีรอยยิ้มบางประดับ  แต่ดวงดาของเธอกลับดูเหม่อลอย  ไม่นานรอยย้ิมจางนั้นค่อยๆจางลงไปอีก  น้ำตาสีชาด
    หลั่งออกมา  ตอนนั้นเองที่เสียงเพลงเริ่มเปลี่ยนไป  เสียงไวโอลินในตอนนี้ราวกับเสียงของหญิงสาวกรีดร้อง  จนกระทั่งสาย
    โวโอลินขาดผึง  เธอจึงกลับมาบรรเพลงทำนองช้าๆอีกครั้ง  ไม่นานเสียยงบรรเลงนั้นหยุดชะงักไป  เมื่อพระจันทร์เต็มดวงเริ่ม
    กลายเป็นสีเลือด  ยามแสงต้องร่างระหงส์  หญิงสาวได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของเธอเอง  พลังปีศาจทวีเพิ่มมากขึ้น
    แต่เธอกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรง จนไวโอลินหลุดจากมือของเธอไป  เธอทรุดตัวลง  และหลับตาพริ้ม น้ำตาสีชาดไหลอาบแก้มมากกว่าเดิม
    เสียงฮึมเพลงสลับกับเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นต่อจากการบรรเลงด้วยไวโอลินเมื่อก่อนหน้านี้  มันดังก้องไปทั่วหอคอย

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 678150 ขอส่งการบ้านวิชา วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์   มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 4 เรื่อง  การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 เมษายน 2555 / 21:20
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 27 เมษายน 2555 / 21:15
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 28 เมษายน 2555 / 12:06
    #5,588
    0
  9. #5428 ++นัง(แอน)นี่++ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 12:30
     

    บัตรนักศึกษา: . ...........
    การบ้านที่ส่ง:...............เมฆหมอกแห่งความมืดปกคลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณของอาคารใหญ่ที่ตั้งเด่นตระง่า เย้ยแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมายังพื้นพิภพ บรรยากาศที่เยือกเย็นส่งผลให้เหล่านักเรียนต้องสวมเครื่องแบบที่หนา และ ให้ความอบอุ่น มิเช่นนั้นอาจจะไม่เป็นอันเรียน เพราะ ถูกรบกวนด้วยบรรยากาศที่หนาวสั่นนี้ได้แน่

    ภายในห้องเรียนที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆเนื่องจากอยู่ในช่วงปิดเทอม โต๊ะ เก้าอี้ที่ปราศจากการใช้งาน ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีเพียงโต๊ะตัวสุดท้ายเท่านั้นที่ถูกจัดออกมาภายนอกแถว เก้าอี้ที่น่าจะสงบนิ่ง กลับโยก และ เลื่อนได้เองราวกับมี บางสิ่งบังคับมันอยู่ ถัดจากห้องเรียนที่น่าพิศวง คือ ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ที่ปิดการใช้งาน เนื่องจากอุบัติเหตุในอดีต เครื่องมือเครื่องใช้เต็มไปด้วยฝุ่นเกรอะกรัง ยกเว้น หุ่นกายวิภาคเท่านั้น ที่สะอาดใหม่เอี่ยม เหมือนเพิ่งแกะ บ่งบอกว่าถูกปัดกวาดเช็ดถูเป็นอย่างดี แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนเช็ด?? ในเมื่อห้องนั้นถูกล็อกประตูอย่างแน่นหนา ปริศนามากมายในโรงเรียนนี้ต่างเฝ้ารอว่าจะมีใครมาพิสูจน์ แล้วคุณไม่คิดอยากจะร่วมพิสูจน์หน่อยหรือ??


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา...3551096..... ขอส่งการบ้านวิชา....วรรณกรรมดาร์ค.........
    ให้แก่อาจารย์...มายาโรส..............
    ในบทเรียนที่.3...เรื่อง.....เทคนิคการสร้างฉากดาร์คขั้นสูง..............

    #5,428
    0
  10. #5414 ANTACH (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 09:03
     บัตรนักศึกษา :
     
    การบ้านที่ส่ง :

              ราตรีอันมืดมิดค่อยๆเยื้องย่างมาอย่างช้าๆ  แปรสภาพห้องเรียนธรรมดาที่เคยสดใสในยามทิวาให้กลับกลายเสมือนหนึ่งรังของปีศาจร้าย  สายลมที่พัดกระทบหน้าต่างส่งเสียงหวีดหวิวดั่งเสียงกรีดร้องของเหล่าอสุรกาย  ต่างร่วมขับร้องท่วงทำนองแห่งความเกลียดชัง  ราวกับไม่ปรารถนาให้แสงสว่างมาเยือนอีกครั้ง  โต๊ะและเก้าอี้ที่ปราศจากการดูแลรักษานอนระเนระนาดอยู่บนพื้นห้อง  ส่งรังสีอำมผิดและแผ่ความอาฆาตออกมาเป็นพักๆ  รวมถึงความโหยหา  จากเบื้องลึกของหัวใจ  ความฝันที่อยากจะมีใครสักคนคอยช่วยดูแล  แค่เพียงจับตั้งเข้าที่เดิมก็เพียงพอ  แต่มันช่างเลือนลางยิ่ง  ชิ้นส่วนเศษซากขยะที่กระจัดกระจายกันตามซอกและมุมต่างๆพร้อมใจกันส่งกลิ่นเหม็นเน่า  เปรียบเหมือนลมหายใจแห่งความตายที่ฉุดดึงเหนี่ยวรั้งและเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง  นามอธรรมและรูปธรรม จากบวกสู่ตรงข้าม  จากดีสู่เลว  ความสุขสู่ความเศร้า กระดานหน้าห้องที่เคยขาวสะอาดในตอนเช้าก่อนเริ่มเรียน  บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของการขีดเขียนจากหลากผู้หลายคน  ตัวหนังสือที่ถูกสร้างขึ้นอย่างไร้ความรับผิดชอบช่างดูคล้ายสายโลหิตที่ถูกสาดใส่กระดานก็ไม่ปาน  แม้เมื่อตะวันแย้มยิ้มทักทายในรุ่งอรุณใหม่  ความรู้สึกต่างๆที่อัดแน่นอยู่ภายในห้องเรียนแห่งนี้จะเบาบางลง  แต่มันจะไม่มีวันหายไป  ตราบเท่าที่โรงเรียนแห่งนี้ ... ยังเปิดอยู่



    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 1553173  ขอส่งการบ้านวิชา  วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่ อ.มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 3 เรื่อง  เทคนิคการสร้างวฉากดาร์คขั้นสูง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 เมษายน 2555 / 09:10
    #5,414
    0
  11. #5336 MoMoKunG (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 เมษายน 2555 / 21:20
     บัตรนักศึกษา:

      

    การบ้านที่ส่ง

                แสงจันทร์สาดลอดเมฆหมอกสีหม่น ที่อึงอลปกคลุมอยู่รอบอาณาบริเวณของสถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นโรงเรียน หลังจากพายุฝนตกหนักเริ่มซาลง จนตกเพียงพร่ำๆ ลมหวีดหวิวพัดกรีดกรายเล่นล้อไปกับเสียงแกรกๆของใบไม้แห้งกรอบสีน้ำตาล ต้นไม้แห้งแล้งมีแต่กิ่งก้านไร้ใบเขียวโยกไหวตามแรงลม อากาศหนาวเย็นยะเยือกลอยอยู่ในบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว เมฆสีดำทะมึนปกคลุมทั่วท้องฟ้ายามราตรี กลิ่นสาบสางคละเคล้าไปกับเสียงนกแสกและนกกาที่บินอยู่เหนือตึกเรียนทรงยุโรปอันเก่าแก่คร่ำครึที่ทอดยาวเรียงกัน หลังสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่รกร้างจนกอหญ้าเติบโตรกร้าง กระเบื้องหลังคาสกปรกกลายเป็นสีฟ้าอมม่วงเมื่อต้องแสงจันทร์ เถาไอวี่แน่นหนาลามเลียไปทั่วตัวอาคารที่ทำจากหินอ่อนที่มีจุดดำเป็นจ้ำ มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากวงกบหน้าต่างไม้ดังเป็นระยะจากลมที่พัดไปมาเบาๆ รั้วสีเงินวาววับปิดสนิท แต่กระนั้นก็พร้อมต้อนรับเหล่าบุคคลที่ปราถนาจะเข้ามาภายใน หลังจากที่เมฆหมอกจางหายและแสงจันทร์สาดส่อง

     

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 602125 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง

    ให้แก่ ศ.มายาโรส อันทรา

    ในบทเรียนที่ 3 เรื่อง เทคนิคการสร้างฉากดาร์คขั้นสูง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 เมษายน 2555 / 21:27
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 20 เมษายน 2555 / 21:28
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 21 เมษายน 2555 / 09:27
    แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 21 เมษายน 2555 / 09:56
    แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 21 เมษายน 2555 / 10:07
    #5,336
    0
  12. #5166 ‘ ฿ l a c k $ t a Я ’ ☆ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 16:27
    บัตรนักศึกษา
     
    การบ้านที่ส่ง

    ในยามราตรีอันมืดมน.. ท้องฟ้าสีทะมึนบ่งบอกให้รับรู้ได้ถึงสภาพอากาศในตอนนี้ เสียงลมพัดมาเป็นช่วงๆ ระคนกับเสียงของสายฝนและฟ้าร้อง ต้นไม้ไหวโยกไปตามแรงลม ให้บรรยากาศวังเวง เบื้องหน้านั้นเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง โรงเรียนนี้มีความวิจิตรงดงามหากแต่แฝงความลึกลับน่าสะพรึ่นพรึง รั้วโรงเรียนเหมือนรู้สึกได้ถึงผู้มาเยือน เปิดอ้าต้อนรับให้ก้าวเข้าไปในโรงเรียนแห่งนี้และเมื่อก้าวเข้าไปรั้วประตูก็จะถูกปิดลงออย่างช้าๆ ภายในโรงเรียนมีอาคารขนาดใหญ่ สวยงาม.. ดูหรูหรา หากแต่ขาดการบูรณะซ่อมแซม ทำให้มีรอยร้าวและชำรุดในบางส่วน สองเท้าของผู้มาเยือนยังคงย่ำกรายเข้าไปในอาคารแห่งนั้น กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งลอยมา จนอดไม่ได้ที่จะปิดจมูกเพื่อไม่รับกลิ่มอันไม่พิศมัยนั่น เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว ประตูปิดเองสร้างความหวาดผวาอย่างยิ่ง ความกลัวเริ่มทวีคูณรุนแรงขึ้นจนหยุดไม่ได้ หากแต่สองเท้าก็ยังคงก้าวเดินต่อไป จากห้องเรียนตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นดาดฟ้าไปแล้ว แต่ผู้มาเยือนก็ยังคงก้าวต่อไปอย่างหยุดไม่ได้ จนพลาดพลั้งตกลงไปพบจุดจบของชีวิต พร้อมกับสายฝนที่หยุดโปรยปรายทันทีเมื่่อเธอจากไป...

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553199 ขอส่งการบ้านวิชา วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 3 เรื่อง  ทคนิคการสร้างฉากดาร์คขั้นสูง


    #5,166
    0
  13. #5158 macheer (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 14:36
     บัตรนักศึกษา



    การบ้านที่ส่งให้นักศึกษาพรรณนา "ฉากโรงเรียน" ให้เป็นฉากดาร์ค ความยาว 10 บรรทัด


          ณ ที่ตั้ง อดีตโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง  บรรยากาศโดยรอบบริเวณนั้นบริสุทธิ์  แลดูสดชื่น  เพราะเต็มไปด้วยร่มไม้  พฤกษานานาชนิดเรียงรายกันอย่างสวยงาม  กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาในยามลมพัด  ประกอบกับท้องนภาสีฟ้าคราม  ทำให้ภาพข้างหน้านี้ชวนตรึงตายิ่งนัก  ลึกเข้าไป ภายในโรงเรียนมีตึกอาคารหรูหราแปลกตา  แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันงานด้านสถาปัตยกรรมและประติมากรรมอันไร้ที่ติ  บรรดาครูผู้สอนและนักเรียน  เดินสวนกันไปมา  สถานที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวามาก  ทว่าเพียงเวลาไม่นาน  ภาพที่ชวนให้ตรึงตานั้นกลับถูกแปรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพความเป็นจริงของมัน ไร้ซึ่งมายา  ไร้ซึ่งภาพลวงตา  บรรยากาศที่แรกเริ่มดูสดใส บัดนี้ท้องฟ้าหลายเป้นสีเทา มันเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันสลับกับเสียงลมที่พัดเอื่อยๆ ช่วยเพิ่มความวังเวงได้เป้นอย่างดี  ตึกอาคารที่สวยงามบัดนี้มีรอยราวรุนแรงปรากฏให้เห้นอย่างชัดเจน  ซากปรักหักพังกระจัดกระจายไปทั่ว  สนามหญ้าสีเขียวถูกย้อมด้วยเลือดของร่างไร้วิญญาณที่นอนเกลื่อนกลาดในบริบทที่ต่างกันไปทั่วบริเวณโรงเรียน  ไม่นานก็ปรากฎสายฟ้าฟาด  หมอกที่หนาขึ้นกับอากาศที่เย็นลงจนน่าตกใจ   อาจทำให้หลายๆคนสงสัย  ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโรงเรียนแห่งนี้ 

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 678150 ขอส่งการบ้านวิชา วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์   มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 3 เรื่อง  ทคนิคการสร้างฉากดาร์คขั้นสูง


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 เมษายน 2555 / 21:48
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 18 เมษายน 2555 / 21:45
    #5,158
    0
  14. วันที่ 17 เมษายน 2555 / 22:04
    บัตรนักศึกษา: ............

     

    การบ้านที่ส่ง:...............
    ให้นักศึกษาพรรณนา "ฉากโรงเรียน" ให้เป็นฉากดาร์ค ความยาว 10 บรรทัด

                    ในยามราตรีอันหมองหม่น... ฟ้าร้องครืนๆ ดั่งเสียงคำราม ที่นี่โรงเรียนซึ่งมีแต่ความลึกลับ... หัวใจเต้นรัวเร็วทุกย่างก้าว... กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาตามลม เสียงเพลงที่ฟังแล้วช่างเศร้าโศกแว่วมาแต่ไกล... ชิงช้าสีสนิมแกว่งไกวไปมา มีเงาสีดำทอดยาวผ่านชิงช้า... เสียงเหล็กเสียดสีฟังแล้วเสียวแปลบ ดวงไฟที่เคยส่องสว่างตลอดเวลา... กลับวิบวับได้ดั่งแสงวิญญาณเคลื่อนไหว ทันใดนั้นหยาดน้ำฟ้าก็โปรยลงมา รู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง... เสียงตึกตักดังขึ้นเป็นจังหวะ ต้นไม้ไหวโยกไปตามแรงลมที่รุนแรง ตึกที่ทรุดโทรมตั้งตะหง่านอย่างน่าสะพรึงกลัว... มองไปรอบๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสบางอย่าง... อดีตที่ทำให้โรงเรียนแห่งนี้ต้องร้างไป... ทันใดนั้นราวกับว่าได้ยินเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบของเด็กสาว ฟังแล้วช่างเศร้าหมอง วิญญาณที่ยังคงแรงอาฆาตได้ส่งคำวิงวอนมา... วิญญาณเด็กสาวกรีดร้องโหยหวน เมื่อนึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวด มันควรจะจบได้แล้ว... แล้วปรากฏกายวิญญาณหญิงสาวที่เป็นผู้พิทักษ์ ณ โรงเรียนนี้ เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างไม่รู้จบ... แล้วก็ต้องมีฝ่ายที่พ่ายแพ้... วิญญาณเด็กสาวกรีดร้องอย่างโหยหวนอีกครั้งหลังจากที่ได้ต่อสู้กับวิญญาณหญิงสาวที่รักโรงเรียนแสนลึกลับนี้มาก... เธอทิ้งกลีบกุหลาบสีดำหม่นหมองกระจายไปทั่ว... พร้อมกับหยาดฝนที่หยุดโปรยปรายทันทีที่เธอจากไป...


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553741
    ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 3 เรื่อง เทคนิคการสร้างฉากดาร์คขั้นสูง
    #5,137
    0
  15. #4821 Anthea Ann Belliammort (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 22:06
     บัตรนักศึกษา: ...... ......
    การบ้านที่ส่ง:...............

    1 ชีวิตความเป็นอยู่  : เกล เด็กสาวอาภัพที่บังเอิญพ่อ ไปหมด ทิ้งไว้แต่เพียงทรัพย์สมบัติมากมายให้เธอครอบครอง และ ด้วยความโลภของญาติที่ต้องการทรัพย์สมบัติ จึงแสร้งมาทำดีกับท่าน แต่จริงๆแล้วมันคือกลอุบาย พวกเขาต่างวางแผนที่จะปลิดชีพเธอตลอดเวลา

    2. สภาพจิตใจอุปนิสัย : ในตอนแรกเธอเป็นเด็กเรียบร้อย ร่าเริงแจ่มใส แต่เมื่อเธอรู้ความจริงทุกอย่างว่า ญาติที่แสนดีของเธอนั้น จริงๆแล้วต้องการจะฆ่าเธอตลอดเวลา จากที่ร่าเริงแจ่มใส จึงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา และ ตายด้านในทันที

    3. เสียงเพรียกสู่การผจญภัย : ญาติของเธอสุดจะทนและความโลภก็ครอบงำถึงขีดสุด จึงวางแผนวางยาและ นำเธอไปฆ่าในป่า แต่เพราะ เธอรู้ตัวก่อนจึงแอบคายยาทิ้ง แล้วแกล้งสลบ พวกญาติหลงกล จึงเอาเธอไปทิ้งที่ป่าต้องสาบ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกอมนุษย์ โจรป่า นักโทษค่าหัว และ สัตว์ร้าย

    4. การก้าวข้ามจากโลกเดิม : จากที่เคยเป็นคุณหนูสบายๆในคฤหาสน์ แต่เพราะโดนทรยศถูกนำมาทิ้งในป่าต้องสาบ แต่โชคดีได้ฝูงโจรช่วยไว้ จากที่เคยสบายๆ เธอต้องทำงานบ้านเพื่อตอบแทนที่พวกโจรช่วย

    5. ความปรารถนา : หลังจากที่มาอยู่กับพวกโจร ชีวิตเธอลำบากมาก และ แน่นอนสิ่งที่เธอต้องการคือทรัพย์สมบัติของเธอ และ เสียงกรีดร้องอย่างทรมานของพวกญาติๆ

    6. อุปสรรคในชีวิต : เกลยังเป็นทาสของโจรทำอะไรก็ลำบาก พร้อมทั้งพวกญาติๆก็บอกคนอื่นๆว่าเธอตายแล้ว

    7. ความทดท้อ : ระบบยามบ้านเธอหนาแน่นมาก และ อีกอย่างไม่มีใครเชื่อว่าเธอมีชีวิตพร้อมทั้งขับไสไล่ส่งเธอโดยนึกว่าเธอเป็นตัวปลอม เธอจึงท้อใจเป็นอย่างมาก 

    8. สิ่งที่ได้เรียนรู้ : เกลได้รุ้จักมนุษย์ และ ธาตุแท้ของคนมากยิ่งขึ้น 

    9. รางวัลแห่งความพยายาม :  เธอได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดคืนมา

    10. ภูมิหลัง : เพราะตลอดเวลาเกลถูกเลี้ยงดูอย่างดีจึงไม่รู้จักธาตุแท้ของมนุษย์ ทำให้เธอโดนหลอกได้อย่างง่ายดาย

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา...3551096..... ขอส่งการบ้านวิชา...วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง..........
    ให้แก่อาจารย์.....มายาโรส............
    ในบทเรียนที่.2...เรื่อง...เทคนิดการสร้างตัวละครดาร์คขั้นสูง................
    #4,821
    0
  16. #4596 MoMoKunG (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 14:52
     บัตรนักศึกษา:


    การบ้านที่ส่ง:

    ชื่อตัวละคร : มาเรียน ลินซ์

    ชีวิตความเป็นอยู่  : มาเรียนอาศัยอยู่ในบ้านเก่าหลังเล็กๆโทรมๆ กับแม่เลี้ยงผู้เสียสติที่มักทุบตี และดุด่าต่อว่าเธออยู่ทุกวัน คนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่าเธอเป็นบ้าเหมือนแม่ของเธอ จึงพากันรังเกียจและไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย

    สภาพจิตใจอุปนิสัย : เก็บกด ตายด้าน ปล่อยตัว ไม่ดูแลตนเอง โลกส่วนตัวสูง มองโลกในแง่ร้าย หวาดกลัว เก็บตัว สภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนนิสัยเช่นนี้ ทั้งจากการทุบตีจากผู้เป็นแม่เลี้ยง การหมกตัวอยู่แค่ในบ้าน

    เสียงเพรียกสู่การผจญภัย : วันหนึ่งขณะที่เธอทำความสะอาดห้องของเธอ อยู่ๆกระจกทรงยาวข้างโต๊ะเครื่องแป้ง ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสด มาเรียนยืนจ้องอยู่กระจกนั้น ภาพในกระจกไม่ใช่มาเรียนวัย 40 แต่เป็นภาพมาเรียนตอนอายุ 20 เธอหลงใหลในรูปมายานั่น

    การก้าวข้ามจากโลกเดิม : เธอลูบกระจกที่สะท้อนภาพเธอในวัยสาวที่สวยสะพรั่ง แต่แล้วมือเธอก็หลุดผลุบเข้าไปและดูดเธอเข้าไปอีกมิติหนึ่ง

    ความปรารถนา : เธอต้องการเป็นสาวสวยอีกครั้ง ต้องการให้หนุ่มๆในหมู่บ้านหันมาสนใจ ต้องการคนรักเคียงข้างกาย ในมิติแห่งกระจกนั้นสนองให้เธอทุกอย่าง เธอเป็นสาวรุ่นที่สวยที่สุด มีสามีที่ร่ำรวย อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ที่สวยงาม เป็นชีวิตที่เธอปรารถนามาตลอด และไม่คิดกลับไปโลกปกติอีก

    อุปสรรคในชีวิต : เธอกลับไปโลกปกติไม่ได้ เพราะกระจกเงาที่เป็นตัวกลางนั้นร้าวไปทั่ว สะท้อนภาพเธอแตกเป็นหลายภาพ ในขณะผู้คนในโลกของเธอเริ่มแก่ชรา สาวสวย หนุ่มหล่อ รวมทั้งสามีของเธอ กลายเป็นคนแก่หลังค่อมที่ไร้เสน่ห์ดึงดูด ป่วย และเริ่มเสียชีวิตไปทีละคนๆ ยกเว้นมาเรียนที่สวยสะพรั่ง จนกระทั่งทุกคนเสียชีวิตไปหมด  เหลือเพียงเธอที่ไม่พบใครในโลกของเธออีกอีก

    ความทดท้อ :  เธอเริ่มท้อใจ เป็นห่วงแม่เลี้ยงที่เสียสติของเธอ  จึงคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้ากระจกทรงยาวที่ร้าวไปทั่วทั้งบานนั้น ขอให้เธอได้กลับไปยังโลกปกติอีกครั้ง เธอไม่เอาอีกแล้ว ความสวยงามที่ต้องแลกมาด้วยการอยู่ตัวคนเดียวในโลก ไร้เพื่อน ไร้คนรู้จัก แล้วกระจกบานนั้นก็แตกออก เศษกระจกพุ่งเข้าใส่ร่างเธอ บาดใบหน้าที่เยาว์วัย บาดแขนขาที่เต่งตึง เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วสลบไป

    สิ่งที่ได้เรียนรู้ : มาเรียนได้เรียนรู้ว่า ชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งไม่จีรัง รูปร่างหน้าตาภายนอก แม้สดสวย หรือหล่อเหลา ก็ต้องมีวันร่วงโรย  

    รางวัลแห่งความพยายาม :  มาเรียนได้กลับมายังโลกปกติอีกครั้ง พยายามดูแลตนเองให้ดูดีสมวัย แต่ไม่แยแสต่อร่องรอยแห่งการมีอายุมาก เธอยอมรับในสิ่งนั้น และพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับมันอย่างเต็มใจ เมื่อแม่เลี้ยงของเธอเสียชีวิต เธอตัดสินใจขายบ้าน นำเงินก้อนนั้นรวมกับเงินเก็บ แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ลอนดอน พบรักกับพ่อหม้ายที่อายุน้อยกว่าตน 5 ปี แต่อายุมิใช่อุปสรรค พวกเขาแต่งงานกันไม่กี่เดือนหลังจากนั้น

    ภูมิหลัง : มาเรียนเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกอุปถัมภ์โดยครอบครัวฐานะปานกลางครอบครัวหนึ่ง หลังจากที่พ่อเลี้ยงเสียชีวิต แม่เลี้ยงของมาเรียนก็ตรอมใจจนเสียสติ แน่นอนว่าเธอมักดุด่า และทุบตีมาเรียนอยู่เสมอ และมาเรียนก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้เก็บกดไว้ในใจ และกลายเป็นพวกโลกส่วนตัวสูง มองโลกในแง่ร้ายในที่สุด


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 602125 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่ ศ.มายาโรส อันทรา

    ในบทเรียนที่ 2 เรื่อง เทคนิคการสร้างตัวละครดาร์คขั้นสูง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2555 / 14:57
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 5 เมษายน 2555 / 15:00
    #4,596
    0
  17. #4595 macheer (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 14:02
     
    บัตรนักศึกษา



    การบ้านที่ส่ง : ให้นักศึกษาออกแบบตัวละครดาร์คมา 1 ตัว
                                โดยอธิบายให้ชัดเจนตามองค์ประกอบทั้ง 10


    1 ชีวิตความเป็นอยู่  :  
    การวางตัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวละคร เนื่องจากคีย์มีสายเลือดของปีศาจ
    จึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์  คีย์กับพี่ชายใช้ชีวิตอยู่ในร่างเดียวกัน
    จึงทำให่บางครั้งเกิดความวุ่นวายในชีวิตของเขา  


    2. สภาพจิตใจอุปนิสัย :
    คีย์มีลักษณะคล้ายคนสองบุคลิค เข้าถึงได้ยาก หากไม่มีเรื่องกวนใจ
    เขาจะดูเป็นคนที่อบอุ่น แต่หากทำให้เขาโกรธ ผู้เป็นพี่ชายจะเป็นผู้ควบคุมร่างๆนี้

    3. เสียงเพรียกสู่การผจญภัย :
    คีย์อยู่กับพ่อที่โลกแห่งปีศาจเมื่อรู้ความจริงจากพี่เลี้ยงว่าแม่และน้องสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ที่โลกมนุษย์
    จึงทำให้เขาหาทางออกจากโลกปีศาจ เพื่อตามหาผู้เป็นแม่และน้องสาว


    4. การก้าวข้ามจากโลกเดิม : 
    เมื่อคีย์มายังโลกมนุษย์ เขาได้พบว่า ที่นี่ไม่เหมือนกับที่ที่เขาเคยอยู่ มันต่างกันโดยสิ้นเชิง
    คีย์จึงต้องพยามเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเขา
    โดยเฉพาะการมาของพี่ชายที่กระทัน  

    5. ความปรารถนา : 
    ความปรารถนาของเขาอาจแลกมาด้วยเหตุการณ์รประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหมือนที่พ่อของเขา
    เคยทำ คือ พบรักกับหญิงสาวที่โลกมนุษย์  เขาคิดจะทำให้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์ 
    แต่เป็นเรื่องที่เสียง เพราะ ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ เขาอาจจะจบชีวิตลงพร้อมกับพี่ชายในร่างเดียวกัน
    โดยที่ยังไม่ได้รับผิดชอบภาระหน้าที่ ณ โลกปีศาจ


    6. อุปสรรคในชีวิต : 
    เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างรับผิดชอบภาระหน้าที่ ณ โลกปีศาจ
    กับการอยู่ที่โลกมนูษย์ ทางออกของปัญหา ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ทางเดียว
    แต่เขายังไม่ค้นพบทางที่ 3 ทางที่จะทำให้เขาได้ทำในสิ่งที่ต้องการจะทำทั้งสองอย่าง

    7. ความทดท้อ : 
    คีย์สับสัน ในช่วงที่เขาอ่อนแอ และมีอารมณ์ไม่มั่นคง ผู้เป็นพี่ชายที่อยู่ในร่างเดียวกันกับเขา
    จะสามารถควบคุมการกระทำและคำพูดของร่างนี้ได้  ทำให้มีช่วงหนึ่งที่เขาต้องห่าง
    กับแม่และคนรัก เพราะความเข้าใจผิด


    8. สิ่งที่ได้เรียนรู้ : 
    ความกล้าที่จะตัดสินใจ  การหาทางออกของปัญหาตามคำแนะนำของผู้เป็นแม่ 
    คำพูด กำลังใจจากเด็กตัวเล็กๆ น้องสาวของเขา
    ความรักและความอบอุ่นที่เขาได้รับ ทำให้เขามีแรงบันดาลใจ


    9. รางวัลแห่งความพยายาม :  
    คีย์ได้ในสิ่งที่ปรารถนา เขาสามารถแยกร่างกับพี่ชายที่อยู่ในร่างเดียวกันกับเขาได้
    พี่ชายของเขา กลับไปทำหน้าที่ ณ โลกแห่งปีศาจ สำเร็จได้ด้วยดี
    ส่วนตัวเขาเอง  ก็ใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้อย่างมีความสุข


    10. ภูมิหลัง :
    คีย์ไม่ได้อยากฆ่าคน จริงอยู่ที่คีย์เป็นปีศาจ แต่ยังคงมีสายเลือดของมนุษย์
    ที่ได้รับจากผู้เป็นแม่ จึงทำให้เขามีจิตใจที่อ่อนโยน  แต่กลิ่นคาวเลือดของคนที่ต้อง
    มาตายเพราะเขา ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ



    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 678150 ขอส่งการบ้านวิชา วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์   มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 2 เรื่อง  ทคนิคการสร้างตัวละครดาร์คขั้นสูง





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 เมษายน 2555 / 18:34
    #4,595
    0
  18. #4372 Chankraprib2517 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 09:42
    บัตรนักศึกษา: ............

     

    การบ้านที่ส่ง:

    ชื่อตัวละคร: เฮลด้า เออร์มานซ์

    ชีวิตความเป็นอยู่: เป็นเด็กกำพร้าที่ยากจน ถูกชาวบ้านรุมดูถูกเรื่องแม่เป็นประจำ

    สภาพจิตใจอุปนิสัย: เป็นคนที่มีความเย็นชา และความเครียดมากเกินไป แต่ลึกๆ ในใจช่างอ่อนไหว

    เสียงเพรียกสู่การผจญภัย: ระหว่างที่เฮลด้าไปนั่งเล่นที่ลานกว้างของหมู่บ้าน ก็ได้เห็นผู้ชายชื่อว่าเดวิลเดินมาหาเธอ เธอสะกิดเด็กแถวนั้นให้ดู แต่ทุกคนกลับไม่สนใจ (และไม่มีใครมองเห็น) เดวิลแนะนำตัวแล้วพาเธอเดินทางออกไปจากหมู่บ้าน

    การก้าวข้ามจากโลกเดิม: เดวิลพาเฮลด้าข้ามไปสู่หมู่บ้านที่ห่างไกลจากเดิมพอสมควร แล้วเดินทางไปบ้านของเจ้าพ่อเฉิน

    ความปรารถนา: เฮลด้าต้องการแก้แค้นเจ้าพ่อเฉินอย่างมาก ที่ทำร้ายแม่ของตนเอง และทำให้ตนเองต้องเจ็บปวด

    อุปสรรคในชีวิต: เดวิลมาทำดีกับเธอ ด้วย รัก จนบางครั้งเฮลด้าเกือบใจอ่อนเมื่อเขากล่อมให้เธอเลิกแก้แค้น (เฮลด้าเล่าเรื่องให้เดวิลฟัง เพื่อหวังได้เขามาเป็นพวก) แต่ลึกๆ เธอก็กลัวจะเป็นเหมือนแม่ เช่นกันกับเจ้าพ่อเฉินที่เธอรู้สึกว่าเหมือนพ่อคนหนึ่ง

    ความทดท้อ: เฮลด้าสับสนในตนเองมาก เพราะเจ้าพ่อเฉินเป็นคนดี ท่าทางปกติ ดูแลเธอทุกอย่าง แต่เธอยังไม่ลืมที่สิ่งเธอได้รับฟังมาจากพ่อ และข่าวลือต่างๆ นานาจากชาวบ้าน จนถึงขั้นร้องไห้เฮลด้าแลดูมีความทุกข์มาก เธอจะฆ่าเขาดีมั้ย...

    สิ่งที่ได้เรียนรู้: เฮลด้าได้เรียนรู้ว่าการให้อภัยเป็นสิ่งที่ดี แล้วความแค้นก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย รังแต่จะทำให้เกิดทุกข์ ไม่ควรอดีตมาปิดกั้นหัวใจจนไม่ยอมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่า รัก แล้วด้วย จากที่เป็นคนเย็นชาเลยเริ่มมีความร่าเริงขึ้นมาบ้าง

    รางวัลแห่งความพยายาม: เฮลด้าตัดสินใจที่จะฆ่า โดยการวางยาพิษใส่ถ้วยน้ำชา ขณะที่เธอกำลังเดินเล่น ก็เห็นเจ้าพ่อเฉินที่เข้าไปในห้องเก็บของพร้อมกับเดวิล เธอสงสัยจึงสะกดรอยตาม จึงได้ยินเรื่องทุกอย่างว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเช่นไร เฮลด้าเข้าไปนั้นแล้วสารภาพผิด พร้อมขอโทษ เจ้าพ่อก็ให้อภัยแล้วทั้งก็โอบกอดกันอย่างมีความสุขที่ความแค้นจบลงเสียที... หลังจากนั้นเดวิลก็ได้สารภาพรักกับเฮลด้า เฮลด้าก็ตอบรับแล้วทั้งสามก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในคฤหาสน์หลังนี้

    ภูมิหลัง: เมื่อ 18 ปีก่อน เจ้าพ่อที่เมามากได้บุกเข้าไปข่มขืนคนรับใช้ที่ชื่อเฮร่า หลังจากนั้น เจ้าพ่อเฉินได้ขอโทษ พร่ำบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ปรากฏว่าเธอท้อง! ซึ่งลูกในนั้นคือเฮลด้า ทีนี้เรื่องรู้ถึงหูของภรรยาของเจ้าพ่อก็ไม่ยอม ไล่เธอออกจากบ้าน เจ้าพ่อเฉินไม่ยอมให้ออก ภรรยายอมแต่ให้ได้ถึงแค่เฮร่าคลอดลูกแล้ว เมื่อเธอคลอดลูกเสร็จก็ออกมาจากที่นั่น เฮร่าระเหเร่ร่อนไปเรื่อย จนในที่สุดก็มาหยุดที่หมู่บ้านนี้ เธออาศัยอยู่กับสามีคนใหม่แล้วขอร้องให้สมอ้างว่าเป็นพ่อของเฮลด้า เขาก็ยอม ต่อมาเรื่องก็หลุดไปถึงหูชาวบ้านจนได้ แม่และเฮลด้าจึงถูกเขาครหานินทา เฮร่าเครียดจนทนไม่ไหวจึงฆ่าตัวตายตอนเฮลด้าอายุ 3 ขวบ พอเฮลด้าอายุได้ 10 ขวบพ่อก็ตายด้วยโรคหัวใจ ส่วนเดวิลเป็นผู้ชายสายเลือดปีศาจที่เจ้าพ่อเก็บมาเป็นคนรับใช้ ปัจจุบันอายุ 24 ปี


    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553741
    ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 2 เรื่อง เทคนิคการสร้างตัวละครดาร์คขั้นสูง
    #4,372
    0
  19. #4353 ‘ ฿ l a c k $ t a Я ’ ☆ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 00:31
    บัตรนักศึกษา

    การบ้านที่ส่ง

    ชื่อตัวละคร : เซฟีร่า มิคาร์ลัส เรซ

    1 ชีวิตความเป็นอยู่ : เป็นที่รังเกียจของสังคม ไม่มีใครยอมรับเนื่องจากเป็นสายเลือดปิศาจ อาศัยอยู่ตัวคนเดียวในคฤหาสน์ที่เธอใช้เวทมนตร์ทำให้แลดูเหมือนใหม่
    2. สภาพจิตใจอุปนิสัย : เซฟีร่าเป็นคนที่ยึดติดเกินไป เธอต้องการแก้แค้นเด็กชายที่กลั่นแกล้งเธอจนชาวบ้านต้องเผาคฤหาสน์เพื่อฆ่าตระกูลของเธอ !!!

    3. เสียงเพรียกสู่การผจญภัย : เซฟีร่าได้เจอกับชายแปลกหน้าท่าทางลึกลับคนหนึ่งที่สวนกุหลาบหน้าคฤหาสน์ เขาบอกกับเธอว่าเขาสามารถช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสายเลือดปิศาจที่เธอไม่ต้องการได้ หากเธอไปกับเขา ด้วยความแปลกใจ ที่ชายคนนี้รู้สิ่งที่เธอต้องการมาทั้งชีวิตจึงได้ตามเข้าไป
    4. การก้าวข้ามจากโลกเดิม : เธอได้ไปในสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอไม่คุ้นตา ชายลึกลับพาเธอไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ เขาช่างลึกลับและไม่เหมือนใครที่เธอเคยพบ เขาช่างดีจริงๆ เธอรู้สึกคล้ายกับตัวเองฝันไป หากแต่ว่า.. ความฝันนี้ก็เป็นฝันที่สบายและมีความสุขมาก
    5. ความปรารถนา : เซฟีร่าต้องการให้ตราสายเลือดปิศาจนี้ออกไปจากตัวเธอเสียที เธอต้องการให้ใครสักคนยอมรับในตัวเธอ เธอคงจะมีความสุขไม่น้อย..
    6. อุปสรรคในชีวิต : ชายลึกลับเผยตัว เขามีหน้าตาคล้ายกับเด็กชายที่เคยกลั่นแกล้งเธอเมื่อก่อน หากแต่เขามีอุปนิสัยที่แตกต่าง แตกต่างมากจนเธอตกใจ เขาทำให้เธอเกิดความรู้สึกดีๆให้แทนที่จะเคียดแค้นทำให้เธอสับสนในตัวเอง ปัญหาคือ วันนี้เป็นวันเกิดเธอและเธอตัดสินใจที่จะฆ่าเขา !
    7. ความทดท้อ : เซฟีร่าสับสนในตัวเองเป็นอย่างมาก เธอไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรระหว่างจะฆ่าเขาทิ้งไปซะ เพราะเขาเคยกลั่นแกล้งเธอจนทำให้ครอบครัวของเธอต้องตายหรือจะไม่ฆ่าเขา เพราะในตอนนี้เขาก็เป็นคนที่เธอมีความรู้สึกดีๆให้หลังจากที่เขาหยิบยื่นน้ำใจให้เธอ
    8.สิ่งที่ได้เรียนรู้: เธอได้เรียนรู้ว่า การเคียดแค้นไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขเลย หากแต่เป็นการให้อภัยต่างหาก นอกจากนี้เธอยังได้รู้จักกับสิ่งดีๆที่เรียกว่า ความรัก อีกด้วย
    9. รางวัลแห่งความพยายาม : สุดท้าย.. เธอตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าเขา จนเวลาล่วงเลยจนเกือบถึงเที่ยงคืนเธอได้สารภาพรักกับเขาและบอกว่าจะยกโทษให้เขาที่เคยกลั่นแกล้งเธอเมื่อก่อนและเขาก็ได้บอกกับเธอว่าเขาเป็นน้องชายของคนที่เคยแกล้งเธอ พี่ชายของเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้ตระกูลของเธอตาย และพี่ชายของเขาก็ได้ตายไปนานแล้ว ส่วนตัวเขาเองก็หลงรักเธอตั้งแต่แรกพบ หลงรักมานานแต่ไม่มีโอกาศได้คุยกับเธอเลยจึงต้องหลอกเธอว่าสามารถช่วยเธอได้ แต่เธอก็เชื่อและมากับเขา ถึงจะเป็นเวลาไม่นานนักแต่เขาก็มีความสุขมาก เธอเองก็เช่นกัน เธอให้อภัยเขาและดีใจที่เธอไม่ฆ่าเขาเสียแต่ทีแรก..
    เขาและเธอโอบกอดกันอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเศร้าเสียใจ เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนร่างบางๆของเธอก็ค่อยๆหายไป แต่สำหรับทั้งสองแล้ว การที่ได้อยู่กับคนที่เรารักแม่เวลาจะน้อยเพียงใด เวลานั้นก็เป็นเวลาที่มีความสุขมากแล้ว

    10. ภูมิหลัง : เซฟีร่าเป็นสายเลือดปิศาจ สายเลือดที่เธอต้องสืบทอดมันมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในวันเกิดของเธอทุกๆปี เธอจะต่อง ฆ่า ใครก็ได้สักคน หาไม่ฆ่าใครสักคนภายในเที่ยงคืน เธอก็จะตายเสียเอง... เรื่องที่เธอเป็นสายเลือดปิศาจถูกแพร่ไปสู่ชาวบ้านด้วยเด็กชายคนหนึ่งที่ชอบกลั่นแกล้งเธอตลอดเวลา ส่งผลให้ชาวบ้านเผาคฤหาสน์ของเธอ ครอบครัวของเธอจึงตายทั้งเป็น เหลือเธอมีชีวิตรอดเพียงคนเดียว เธอจึงใช้เวทมนตร์ทำให้คฤหาสน์ยังดูเหมือนใหม่อยู่จนถึงปัจจุบัน

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553199 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 2 เรื่อง เทคนิคการสร้างตัวละครดาร์คขั้นสูง

    #4,353
    0
  20. #4348 ‘ ฿ l a c k $ t a Я ’ ☆ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 23:48
     บัตรนักศึกษา
     
    การบ้านที่ส่ง
    วรรณกรรมเรื่อง คืนเลือด ( What the Night Know )
    ผู้เขียน : ดีน คูนท์ซ
    วรรณกรรมเรื่อง 'คืนเลือด' นั้น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งนามว่า จอห์น คัลวินโน เมื่อยี่สิบปีก่อน ชายคนนี้ได้สังหารฆาตกรที่บุกเข้ามาในบ้านและจบชีวิตพ่อ แม่และน้องสาวทั้งสองของเขาอย่างโหดม ยิ่งน้องสาวทั้งสองของเขาแล้ว ไม่เพียงแต่ถูกฆ่าเท่านั้น ยังถูกข่มขืนและทรมานทารุณอย่างผิดมนุษย์มนา  
    ฆาตกรต่อเนื่องที่สังหารครอบครัวเคราะห์ร้ายไปแล้วนั้น คือ อัลตัน เทอร์เนอร์ แบล็กวู้ด ตายไปแล้วซึ่งจอห์นเป็นคนยิงจนใบหน้าของมันจนมีสภาพที่แทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำ... ยี่สิบปีต่อมา จอห์นได้กเป็นตำรวจสืบสวนคดีฆาตกรรมฝีมือดี เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ มีลูกชายและลูกสาวสองคนที่แสนน่ารัก ตะกอนขุ่นข้นในใจเขาเหมือนจะหายไปหมดแล้ว แต่คดีฆาตกรรมที่เหมือนกับเมื่อยี่สิบปีที่แล้วอย่างไม่ผิดเพี้ยนก็เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง บิลลี่ ลูคัส เด็กชายวัยสิบสี่ปี ฆ่าทุกคนในครอบครัวและจัดการกับศพได้เหมือนกับที่แบล็กวู้ดทำทุกประการ แต่สิ่งที่ทำให้จอห์นหวั่นใจที่สุดคือ บิลลี่พูดประโยคเดียวกับที่แบล็กวู้ดพูดกับเขาก่อนตาย ประโยคนั้น.. เป็นประโยคที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอด และมีเพียงเขากับมันเท่านั้นที่รู้ จอห์นไม่ทันรู้ตัวว่าเขาได้พาอะไรบางอย่างเข้ามาอยู่ในใจกลางครอบครัวแล้ว ไม่รู้เลยว่าบ้านไม่ได้เป็นของเขาคนเดียวอีกต่อไป !!
    วรรณกรรมเรื่อง ' คืนเลือด ' นั้น มีความเป็นวรรณกรรมแนวดาร์คที่แฝงไปด้วยการกล่าวถึงเรื่องราวอันลึกลับ เป็นวรรณกรรมที่ให้ความหลากหลายในความเป็นวรรณกรรมดาร์คและวรรณกรรมสืบสวน ลี้ลับได้อย่างลงตัว โดยเนื้อหาที่สื่อถึงความดาร์คก็มีดังต่อไปนี้...
    1. ความรุนแรง อย่างเช่นตอนที่แบล็ควู้ดบุกมาฆาตกรรมครอบครัวของจอห์นและยังข่มขืน ทารุณน้องสาวทั้งสองของจอห์นอย่างผิดมนุษย์มนา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ในจิตใจของมนุษย์ก็มีด้านมืดอยู่
    2. เสียดสีสังคม วรรณกรรมเรื่องนี้สะท้อนความรุนแรงในสังคม ซึ่งการสะท้อนความรุนแรงนี้เป็นการทีผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นสังคมในปัจจุบัน
    3. เนื้อหาสื่อถึงความลึกลับลี้ลับ น่าพิศวง วรรณกรรมเรื่องนี้มีเนื้อหาสื่อให้เห็นถึงความลี้ลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่บิลลี่ได้ก่อคดีฆาตกรรมเหมือนกับแบล็ควู้ดเมื่อยี่สิบปีที่แล้วและได้พูดประโยคหนึ่งกับแบล็ควู้ดซึ่งมีแค่เขาและแบล็ควู้ดที่รู้เท่านั้น

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4553199 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 1 เรื่อง วรรณกรรมแนวดาร์ค

    #4,348
    0
  21. #4300 ANTACH (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 14:16
     บัตรนักศึกษา :
     
    การบ้านที่ส่ง :

    จีอาร์ส :
    1. ชีวิตความเป็นอยู่ : เดินทางเร่ร่อนไปทั่วทุกแห่งหนเนื่องจากไม่มีที่ใดยอมรับในตัวตนของเขา
    2. สภาพจิตใจอุปนิสัย : เป็นโรคขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใครในระดับที่ไม่มีใครจะสามารถทัดเทียมได้
    3. เสียงเพรียกสู่การผจญภัย : ระหว่างการเดินทางพบเจอสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดจึงไล่ตามไป
    4. การก้าวข้ามจากโลกเดิม : ระหว่างวิ่งตกจากหน้าผา และตื่นขึ้นมาพบกับหมู่บ้านที่ต่างจากที่อื่น เพราะที่นี่นั้นอยู่ในหุบเขาลึก และไม่มีผู้ใดที่รังเกียจเขาเลย
    5. ความปรารถนา : ต้องการจะเปลี่ยนแปลงตนเอง อยากจะยิ้มตอบผู้ที่มอบให้ อยากกล้าที่จะยอมรับกับสิ่งที่เรียกว่า ความสุข ซึ่งไม่เคยได้สัมผัสเลยในชีวิต
    6.อุปสรรคในชีวิต : สุดท้ายความลับเรื่องตัวตนของเขาก็แตก ทำให้เริ่มถูกรังเกียจอีกครั้ง
    7. ความทดท้อ : เนื่องจากเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขานั้นอยากจะมีควมสุข เมื่อต้องพบเจอกับความผิดหวังอีกครั้งทำให้เขาได้พบกับความรู้สึกอีกประเภท เพราะแต่เดิมเขาไม่เคยรู้จักความสุข จึงทำให้ไม่รู้จักสิ่งนี้ไไปด้วย แต่เพราะเหตุการณ์นี้เองทำให้เขาได้รู้ว่า ความเศร้า นั้นเป็นเช่นไร
    8. สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ในท้ายที่สุด เขาได้เรียนรู้จากการทบทวนเรื่องต่างๆว่า หากยังมีความหวัง อะไรก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น
    9. รางวัลจากความพยายาม : หลังจากที่เขาพยายามอย่างยากลำบากในการใช้สิ่งที่เขามีหรือก็คือสิ่งที่ผู้คนต่างรังเกียจและหวาดกลัวในการช่วยเหลือผู้อื่น เขาก็ประสบความสำเร็จในการที่ทำให้ผู้อื่นยอมรับและเริ่มเปปิดใจให้กับตัวเขา
    10. ภูมิหลัง : ตั้งแต่เกิด ตัวของเขานั้นถุกผนึกด้วยพลังของปีศาจร้ายที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยมีมา และข่าวเรื่องนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง จึงเป็นสาเหตุที่ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ไม่มีใครกล้าที่จะพูดคุยหรือยอมรับในตัวตนของเขาเลย

    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 1553173 ขอส่งการบ้านวิชา วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 2 เรื่อง เทคนิคการสร้างตัวละครดาร์คขั้นสูง
    #4,300
    0
  22. #4276 ANTACH (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 23:45
     บัตรนักศึกษา :
     
    การบ้านที่ส่ง : กล่องปริศนา โดย complicated

    เนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้กล่าวถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีความคิดอ่านค่อนข้างไกลกว่าคนทั่วๆไปแต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับคดีปริศนาโดยเริ่มตั้งแต่อยู่ๆก็มีศพอยู่ในห้องของตนเอง การหายตัวไปของพ่อ แม่ คนรัก และท้ายที่สุดคือการต้องเผชิญหน้ากับองค์กรก่อการร้ายที่มีผู้บงการเป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง

    สำหรับผมแล้วเนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้อาจดูเผินๆเหมือนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนทั่วๆไป มีการแก้ปริิศนาต่างๆ ตามลำดับ ปิดท้ายด้วยการแก้ปริศนาทั้งหมดและจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งอย่างนิยายทั่วๆไป แต่ในความธรรมดาของมันกลับแฝงความดาร์คไว้อยู่

    ประการแรกเลยก็คือผู้ที่เป็นเสมือนตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้นั้นเป็นเพียงเด็กอายุเพียง 15 ปี แต่กลับสามารถก่อให้เกิดอาชญการรมได้มากมายหลายคดี วึ่งทำให้เกิดคำถามที่ว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กคนนี้นั้นมีความคิดที่ผิดแผกไปจากผู้อื่นเกิดจากอะไร การอบรมเลี้ยงดู? ความคิดที่แปลกแยกแต่เกิด? หรือเพราะความผิดปกติของสมองกันแน่

    ประการที่สอง เรื่องนี้หากจะบอกว่าจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งก็คงจะบอกได้ไม่เต็มปาก เพราะถึงแม้พระเอกจะได้พ่อและคนรักกลับคืนมา แต่ก็ต้องเสียแม่ซึ่งสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องลูกซึ่งก็คือพระเอกเอาไว้ในตอนจบ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้อ่านเป็นอย่างมาก เพราะคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเนื้อเรื่องจะเกิดการหักมุมแบบนี้ในตอนสุดท้าย

    ประการที่สาม การบรรยายฉากการตายต่างๆของนิยายเรื่องนี้นั้นสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีจนทำให้เห็นเป็นภาพที่น่าสยดสยองไปด้วยในช่วงเวลาที่อ่าน เกิดเป็นภาพติดตาที่เมื่อนึกถึงนิยายเรื่องนี้ทีไรจะทำให้บรรดาภาพเหล่านั้นวนเวียนกลับมาอยู่ในหัวเสมอๆ

    และประการสุดท้าย นิยายเรื่องนี้ใช้เด็กซึ่งเป็นตัวร้ายถ่ายทอดคำพูดในตอนจบที่มีเนื้อหาเป็นการเสียดสีและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำของผู้ใหญ่ในยุคสมัยปัจจุบัน เขาได้บรรยายถึงความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ แม้จะเป็นความคิดที่ใช้วิธีการผิดแผกไปจากที่ควรจะเป็น แต่โดยสาระและเนื้อหาแล้วต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผิดซะทีเดียว

    #4,276
    0
  23. #4259 ~ บลูโรส ~ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 19:49
    ข้าพเจ้าศาสตราจารย์ มายาโรส อันทรา
    ขอตรวจการบ้านวิชา ศาสตร์วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง  บทเรียนที่ 1 เรื่องแนวคิดวรรณกรรมดาร์คขั้นสูง
    โดยให้คะเเนนดังนี้..............

    4553199 เลเนซิส ดิ เอลมาร์ได้คะเเนน 0 เหตุผล ไม่ส่งการบ้าน
    4554267 ซาเร รามิรร์ได้คะเเนน 10 เหตุผล ละเอียด ครบถ้วน ชัดเจนดีมาก
    3551096 โรซาลิน โรซี่ บอร์เจียได้คะเเนน 10 เหตุผล ละเอียด ครบถ้วน ชัดเจนดีมาก
    678150 คีย์ฟาร์ ดาร์ค โอดิสซี่ได้คะเเนน 10 เหตุผล ละเอียด ครบถ้วน ชัดเจนดี
    602125 เมนนา เมอร์ติริสได้คะเเนน 10 เหตุผล ละเอียด ครบถ้วน ชัดเจนดีมาก
    1553173 แอนทัช ดี ซีสฟูลได้คะเเนน
    4553741 ฟรีเซนต้า มองโกเทลได้คะเเนน. 10 เหตุผล ละเอียด ครบถ้วน ชัดเจนดีมาก
    #4,259
    0
  24. #4196 MoMoKunG (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 19:18
     บัตรนักศึกษา:

     
    การบ้านที่ส่ง:

    Dreamland สวนสนุกแดนนรก

     

                นวนิยายเรื่องนี้ เป็นแนวสยองขวัญ โดยเนื้อเรื่องหลักเกิดขึ้นในสวนสนุกร้าง สะท้อนถึงความคับแค้นของตัวละครหลักตัวหนึ่ง ซึ่งวัยเด็กเขาถูกเพื่อนโรงเรียนใหม่แกล้งจนพิการ หลายปีต่อมาเขาจึงวางแผนให้เพื่อนที่เขาเกลียดทั้งหมด มาพบกันที่สวนสนุกร้างและปิดตาย โดยซ่อนอาวุธไว้ครบจำนวนคนตามจุดต่างๆ แล้วให้ทั้งหมดฆ่ากันเอง ผู้รอดชีวิตหนึ่งคนเท่านั้นจึงจะได้ออกไป

                เมื่อสถานการณ์บีบคั้น ไม่ว่าใครก็อยากรอดต่างก็พยายามหาทางออกจากสวนสนุก บางคนก็พยายามตามหาตัวการ บางคนก็แยกไปเป็นคู่ แต่บางคนกลับแสดงสัญชาตญาณด้านมืด เมื่อได้อาวุธก็ไล่ฆ่าคนอื่นๆ แม้แต่คู่รักในเรื่อง แม้จะหนีไปด้วยกัน แต่ฝ่ายชายกลับวางยาหญิงสาว เพื่อจะได้มีชีวิตรอด แต่สุดท้ายก็ถูกฝ่ายหญิงลงมือฆ่าเสียเอง เป็นบททดสอบความรักที่ไม่ยั่งยืนได้อย่างดีแท้

    เนื้อเรื่องอีกส่วน ก็กล่าวถึงอีกตัวละครหนึ่ง ที่สัญชาตญาณดิบครอบงำอย่างเต็มที่ ไล่ฆ่าคนที่พบเจออย่างไม่ไว้หน้า ไม่ว่าคนๆนั้น จะเป็นเพื่อนฝูงที่คบหากันมาหลายปีก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม นวนิยายเรื่องนี้ ก็เน้นสื่อถึงอารมณ์ด้านมืดของมนุษย์ เมื่อถูกบีบคั้นจากสิ่งรอบข้างมากๆ ก็อาจแสดงอารมณ์ด้านนั้นออกมา และทำในสิ่งที่เลวร้ายและผิดต่อศีลธรรมอย่างการฆ่าคน ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นเพื่อนฝูงหรือคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกินก็ตาม รวมถึงการแสดงออกถึงความแค้นฝังใจมานับสิบปีของตัวละครหลักข้างต้น บ่งบอกว่าใครทำอะไรกับใครไว้ ก็ต้องได้รับผลอย่างนั้น

     
    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 602125 ขอส่งการบ้านวิชา ศาสตร์วรรรกรรมดาร์คขั้นสูง
    ให้แก่ ศ.มายาโรส อันทรา
    ในบทเรียนที่ 1 เรื่อง วรรณกรรมดาร์ค

    #4,196
    0
  25. #4134 Mine of Me (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 02:04
    บัตรนักศึกษา:
     


    การบ้านที่ส่ง:

    THE CHILD แด่ เด็กชายผู้ล่วงลับ

    เป็นนิยายที่กระผมเคยไปอ่านมา



               เนื้อเรื่่องของนิยายเรื่องนี้ถูกดำเนินไปโดยเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งฝันประหลาดไปถึงเด็กชายเล็กๆคนหนึ่งที่ถูกฆ่าตายในหมู่บ้านอันห่างไกลในชนบท และนำศพไปใส่ไว้ในห่อผ้าด้วยการหักแขนหักขาขดรวมกันไว้ ....ตรงจุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตกต่ำและจิตใจอันดำมืดของมนุษย์ ความโหดร้าย โหดเหี้-ยม อัมหิต การฆ่าใครสักคนก็ถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมากแล้ว แต่นี่ถึงกับฆ่าเด็ก ซึ่งเป็นตัวแทนของความใสสะอาด บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ทั้งลักษณะการปกปิดศพก็ยังโหดร้ายทารุนเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก แม้ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงได้ปลิดชีวิตดวงน้อยๆนี้ หากแต่แค่นี้ก็ถือว่าเลวร้ายมากพอแล้ว เพราะเด็กเล็กๆคนหนึ่งที่ต้องการแค่ความรักและการเอาใจใส่ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ คงไม่สามารถทำอันตรายอะไรแก่คุณได้หรอก
             
              และมีอยู่ตอนหนึ่งในเนื้อเรื่องดังกล่าวที่ผู้ดำเนินเรื่องได้พบกับเด็กน้อยในฝัน เด็กน้อยถูกทิ้งให้อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงสองคนโดยที่พ่อแม่ไปทำงาน ....จุดนี้ทั้งสะท้อนและเสียดสีถึงสังคมปัจจุบัน ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักทิ้งลูกไว้โดนคำนึงถึงแต่งาน ทำให้ลูกขาดความรักความอยอุ่น และเป็นปัญหาสังคมตามมา

              มีตอนหนึ่งที่ได้บรรยายไว้ว่าตามหมู่บ้านที่ห่างไกลนั้นไม่มีพวกโจรขโมยให้ต้องกลัว ....ต่างกับสังคมปัจจุบันที่หาความสงบไม่ได้ เผลอเป็นหาย และไม่มีทางได้คืน เป็นการเปรียบเทียบสังคมเมืองกัสังคมชนบทอย่างเห็นภาพได้ชัดเจน เสียดสีอย่างลึกซึ้ง อาจคิดได้ว่า ผู้แต่งต้องการจะสื่อให้เห็นว่า คนที่มีฐานนะด้อยกว่าไม่ได้หมายความว่าเขาจะต่ำกว่าเรา บางครั้งเขาก็มีศักดิ์ศรีมีปัญญาหากินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปเที่ยวลักขโมยของใครกิน ต่างกับคนเมืองที่คิดว่าตัวสูงส่ง ยังต้องลักเอาของคนอื่นมากิน


              และในเนื้อเรื่องส่วนต่อมา เป็นช่วงที่ผู้ดำเนินเรื่องตื่นขึ้นจากฝันมีการทำบุญกรวดน้ำให้แก่วิญญาณของเด็กน้อย แต่เด้กน้อยไม่รับ ...แสดงถึงจิตด้านลบและความอาคาดแค้นที่มีต่อผู้ให้

              อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความคิดจากส่วนหนึ่งของข้พเจ้า ความมืดมิดและโสมมของมนุษย์นั้นยังมีอีกมากมาย



    - - จบการอภิปราย - -



    ข้าพเจ้ารหัสนักศึกษา 4554267 ขอส่งการบ้านวิชา วรรณกรรมดาร์คขั้นสูง 
    ให้แก่อาจารย์ มายาโรส อันทรา 
    ในบทเรียนที่..1..เรื่อง วรรณกรรมแนวดาร์ค 



    #4,134
    0