ศูนย์ความบันเทิงดาร์คแลนด์

ตอนที่ 39 : งาน: เทศกาลฮาโลวีนเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 พ.ค. 59

เทศกาลฮาโลวีนเลือด





ชื่องาน

เทศกาลฮาโลวีนเลือด

จัดระหว่างวันที่
31 ตุลาคม 2013

เนื่องในโอกาส
เทศกาลฮาโลวีนเลือด
ตำนานดาร์คลอร์ด เล่าว่าในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
ดาร์คลอร์ดจะส่งวิญญาณยมทูต ปีศาจ ซาตานจากนรก
มายังดาร์คแลนด์ เพื่อร่วมสังสรรค์กับชาวดาร์ค
ดังนั้นในวันนี้ของทุกปี ดาร์คแลนด์จะจัดเทศกาลฮาโลวีนเลือดขึ้น
เพื่อให้ชาวดาร์คได้สังสรรค์กับปีศาจจากนรก


ประธานจัดงาน
เลดี้บลูโรสแห่งการ์แลนด์

กติกา
ส่งบทความเกี่ยวกับตำนาน ความเชืื่อ หรือเรื่องราวหลอนๆ
มาที่คอมเม้นด้านล่าง
ประกาศผลวันที่ 31 ตุลาคม 2013
ซึ่งในวันนั้นจะมีการจัดเลี้ยง
โดยผู้ร่วมงานต้องแต่งกายเป็นภูติผีปีศาจ
มาร่วมดื่มกินอาหารพิซดารและเต้นรำใต้แสงจันทร์พร้อมกัน


รางวัล
นาฬิกาพกทองเหลือง 3 เรือน




ประกาศผลรางวัล
เรื่องเล่า ฆาตรกรที่วิปริตที่สุด  โดย I AM FANDI '
เรื่องเล่า เกาะแห่งตุ๊กตา โดย FAR Noii
เรื่องเล่า นัทสึมิ โดย เเม่มดผู้เลอโฉม









 

2,415 ความคิดเห็น

  1. #2180 I AM FANDI ' (@o-nat-za-o) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 00:00
    ลงนามรับรางวัล

    Herbione Fendi Brisket
    เฮอไบรโอนี่ เฟนดิ บริสเก็ต (I AM FANDI ')

    #2180
    0
  2. #2179 infinite-lovely (@nanny-inspirit) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 21:13

    แคทเธอรีน ไนท์ (Katherine Knight) (ค.ศ.1956 – ?)



    แคทเธอรีน ไนท์ สตรีชาวออสเตรเลียนคนแรกที่โดนโทษประหารชีวิตโดยไม่มีการอุทธรณ์ เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าสามีเธออย่างโหดมที่สุดเท่าที่โลกมีมา เธอเคยบดฟันปลอมของสามีเก่าคนหนึ่งของเธอจนแหลกละเอียด และปาดคอลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ของสามีอีกคนหนึ่งก่อนจะเชือดตาของเขาออก  แต่ที่ดังที่สุดคือคดีฆ่า นายจอห์น ชาร์ล โธมัส ไพรซ์ เมื่อนายไพรซ์ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อจะขอหย่ากับนางแคทเธอรีน จนนางแคทเธอรีนโกรธแค้นมาก เลยใช้มีดแล่เนื้อ แทงนายไพรซ์จนถึงแก่ความตาย เขาถูกแทงอย่างน้อย 37 ครั้ง ทั้งหน้าและหลัง และหลายแผลถูกแทงทะลุอวัยวะภายในที่สำคัญหลายแห่ง จากนั้นเธอก็ถลกหนังเขา แล้วแขวนหนังที่ถูกถลกไว้กับขอบประตูห้องนั่งเล่น ตัดหัวเขาออกแล้วใส่ในหม้อซุป อบส่วนสะโพกบั้นท้ายของเขา แล้วเตรียมน้ำเกรวี่และผักเพื่อเป็นเครื่องเคียงเนื้ออบ โดยอาหารมื้อพยาบาทนี้ถูกปรุงขึ้นเพื่อให้เด็กๆ ในบ้านกิน แต่โชคดีที่ตำรวจมาเจอก่อนที่เด็กๆจะกลับมาถึงบ้าน


    #2179
    0
  3. วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 18:04
    ดีจังๆ ผลงานน่าสนใจเยอะเเยะเลย ตื่นเต้นๆ //มองผลงานของพวกนั้น
    #2178
    0
  4. #2177 I AM FANDI ' (@o-nat-za-o) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 23:23
    ฆาตกรที่วิปริตที่สุด


     
    นี้คือหนึ่งในสุดยอดคดีปริศนาที่ไขยังไม่ออก การฆาตกรรมหญิงบ้ามากรัก ฉายา เดอะ แบล็ค ดาห์เลีย แสนสยดสยองทำไมฆาตกรถึงลงมืออย่างโหดมกับเธอถึงปานนี้ มันใช่การกระทำของ " คนหรือปีศาจกันแน่ "
     



     







    ตอนสาย ๆ วันที่ 15 มกราคม 1947 ถนนนอร์ตัน สวนสาธารณะไลเมิร์ต ชานเมืองลอสแอนเจลีส สหรัฐอเมริกาเบ็ตตี้ เบอร์ซิงเกอร์ แม่บ้านกำลังพาลูกสาวตัวน้อยแอนนี่เดินไปซ่อมรองเท้าของแก ที่สุดถนนนอร์ตัน ใกล้ๆ นี้เอง เมื่อเดินผ่านสวนสาธารณะแอนนี่ลูกสาวตัวน้อยเหลือบไปเห็นของบางอย่างข้างทางเข้า
    "มันเป็นร่างขาวโพลน นอนอยู่บริเวณบริเวณหญ้าที่ขึ้นรก มันเหมือนตุ๊กตาตัวโต ๆ ที่ชำรุด"

                สองแม่ลูกเข้าไปใกล้ตัวความอยากรู้อยากเห็นว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่เมื่อเธอเข้าไปดูใกล้ๆ เผยความจริงเธอถึงกับช็อก เพราะร่างนั้นไม่ใช้หุ่นแต่เป็นศพของผู้หญิงเปลือยโล่งโจ้ง ถูกหั่นบั่นเอวจนร่างขาดจากกันเป็นสองท่อนอย่างประณีต ราวกับอาวุธที่ใช้เป็นมีดหั่นเนื้อที่คมกริบ เอวเธอจึงขาดออก รอยแผลเรียบไม่มีเนื้อเยื่อหรือเอ็นขาดกะรุ่งกะริ่ง แม้ร่างแยกออกเป็นสองท่อน ใบหน้าของเธอยังดูยิ้ม นัยน์ตาเปิดอยู่ครึ่ง ปากเผยยิ้มน้อย ๆ และมุมปากเหยียดออกทั้งสองข้าง อย่างสยดสยอง ส่วนท่องล่างก็สยองไม่แพ้ท่อนบน ด้วยมันเปลือยเปล่าและวิตถารที่สุดคือกระจุกเศษไม้ใบหญ้าที่ช่องเพศจนเปิดอ้าช่างน่าสะอิดสะเอียนอย่างยิ่ง

     


    จากการชันสูตรศพว่า ในกระเพาะมีอุจจาระอยู่เต็มกระเพาะของเธอซึ่งคนร้ายน่าจะให้เธอกินมันเข้าไป อีกทั้งที่ทวารหนักมีเศษเนื้อจากต้นขาอ่อนของเธอเองยัดอยู่ในทวารหนัก และเศษหญ้าและดินที่ยัดใว้ในอวัยวะเพศของเธอ ฆาตกรหั่นตอนเธอยังมีชีวิตและยัดตรงช่องทวารเลยเชียวล่ะ



    ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 1947 หนังสือพิมพ์ทุกฉบับวิจารณ์วิเคราะห์ (ได้อย่างแม่นยำ) ว่าตำรวจนี้ไม่สามารถปิดคดีได้ตลอดกาล ถึงแม้ในเวลาต่อมาฆาตกรจะส่งห่อของขวัญที่มีของใช้ผู้ตายไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้อความกำกับบอกด้วยน่ะว่าตนเป็นคนฆ่า แต่ตำรวจก็ไม่สามารถสืบได้อยู่ดีว่าใครคือฆาตกร ทำไมถึงลงมือกับเหยื่อได้โหดเ***้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้ และปัจจุบันแฟ้มคดีนี้ก็ยังอยู่ในแผนกฆาตกรรมของตำรวจนครลอสแอนเจลีส อเมริกา จนถึงปัจจุบัน


        เอฟบีไอได้ทำการวิเคราะห์ฆาตกรรายนี้ว่า น่าจะเป็นชายผิวขาว สันโดษ อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว รักความสะอาดแบบผิดมนุษย์ประมาณว่าโรคจิต เขาอาจมีประวัติอยู่ในแฟ้มคดีตำรวจนี้แล้วก็ได้และคงมีประสบการณ์ในการตัด หั่น และชำแหละสัตว์ขนาดใหญ่ๆ เช่นหมู วัว จึงอาจทำอาชีพเป็นคนขายเนื้อ หรือไม่ก็พรานล่าสัตว์
    "แบล็ค ดาห์เลีย" ไปเจอะเจอฆาตกรแบนนี้ที่ไหนหรือ? คงจะเป็นในบาร์ที่ไหนสักแห่งน่ะ เธอคงให้ท่าเขาแล้วก็กลับปฏิเสธ เมื่อเขามีอารมณ์กลัดมันสุดขีด เธอดัดสะดิ้งไม่ยอมให้เขาร่วมเพศด้วย มันเลยหน้ามืด หมั่นไส้สุดๆ โกรธแค้นจนอยากขยี้ตายคามือ และต้องอย่างทารุณแบบนี้แหละ ดูจากสภาพศพแล้วคิดดูก็แล้วกัน ว่ามันมีนิสัยแบบไหน หนึ่งคือการทรมานแบบเอาปลายมีดกรีดเนื้อตรงขาอ่อนใกล้กับอวัยวะเพศ แล้วเอาปลายมีดเซาะควักเนื้อแดงๆ ออกมาเป็นก้อนๆ แล้วยัดเข้าไปในทวาร เป็นใครก็แหกปากร้องสุดชีวิตแน่ๆ นี่ไม่นับการถูกบังคับกินอึก้อนเบ้อเริ่มนะ








     

    การทรมานไม่ให้ชาวบ้านได้ยินเสียงกรีดร้องสยองโหยหวนได้ต้องทำในชั้นใต้ดินหรือไม่ก็กลางทะเลทรายไกลผู้ไกลคนเท่านั้น! หลังจากฆ่าฆาตกรยังนำศพของเธอไปอาบน้ำสระผม ขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดขึ้นเงา...เลือดในศพไม่มีเหลือสักหยด แล้วยังไม่หนำใจ ยังตัดกลางลำตัวเธอจนขาดเป็นสองท่อน...เพราะอะไรเหรอ......คงเนื่องจากความซาดิสต์ และด้วยความจำเป็นทีต้องยัดในกระเป๋าเดินทางก็ได้ แต่ยากที่สุดในการเดาเหตุผลคือ ทำไมฆาตกรถึงเอาศพเธอไปทิ้งในที่เสี่ยงต่อการถูกพบด้วย ในริมถนนนอร์ตันนั้นบางที่จิตสำนึกบางส่วนของฆาตกรอาจอยากถูกให้ตัวเองถูกจับได้!

               

     ศพถูกวางไว้ที่กลางแจ้ง มองเห็นได้ง่าย และท่าศพก็สยดสยอง เพราะท่อนล่างเปลือยเปล่านั้นนอนถ่างขาอ้าซ่า ท่อนบนยกแขนขึ้นเหนือหัว ปากถูกฉีกให้มีลักษณะกำลังยิ้มๆ...เป็นศพที่อยู่ในท่าเชิญชวนให้ร่วมเพศ ส่วนการที่ฆาตกรส่งหลักฐาน ซึ่งเป็นข้าวของผู้ตายของเบธมาให้สื่อมวลชน แสดงว่าตัวเองอยากดัง อยากให้หนังสือพิมพ์ประโคมข่าวที่เป็นผลงานของมันให้รู้กันทั่วโลก แต่การที่มันล้างทุกอย่างด้วยเบนซิน ก็แปลว่าแม้จะหลงใหลใฝ่ฝันว่าเป็นฆาตกรละดับชาติ อยากมีชื่อในประวัติศาสตร์อาชญากรรมแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากถูกจับเข้าคุกหรือไม่ต้องการให้ตำรวจสืบหาเบาะแสมาถึงตัวมันได้....!

     

    #2177
    0
  5. วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 13:26
    "พึ่งทำเสร็จเลยนะ" ว่างเอาไว้
    http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1039669
    #2175
    0
  6. #2173 FAR Noii (@aries) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 13:06
    La Isla de las Muñecas: Teshuilo Lake, Mexico
    เกาะแห่งตุ๊กตา สร้างขึ้นโดย Don Julian Santana ซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ ถึง 50 ปี จนปี 2001
    เขาได้แขวนตุ๊กตาที่พังแล้ว ตุ๊กตาพิการบนต้นไม้ของเกาะนี้
    แม้ว่าอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่เบื้อหลังของเรื่องนี้กลับหวาน ถึงแม้เรื่องเล่าจะมีหลายเวอร์ชั่น 
    แต่ก็มาจากไอเดียหนึ่งที่ว่าดอน จูเลี่ยน อุทิศตุ๊กตานี้ให้กับความกล้าของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งจมน้ำในคลอง
    บ้างก็ว่าเขาแค่อยากจะให้ผีเพื่อนเขามีตุ๊กตาเล่น

     สถานที่เที่ยวด้านมืดอันเป็นที่จดจำของโลก La Isla de la Munecas เป็นชื่อภาษาสเปน หมายถึง เกาะตุ๊กตา แต่ดูจากภาพแล้ว น่าจะเรียกให้ถูกว่า เกาะตุ๊กตาผี ตั้งอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก สร้างสรรค์โดย Don Julian Santana ผู้สันโดษและแยกตัวออกจากโลกภายนอกเป็นเวลา 55 ปี เพื่อทุ่มเทแรงกายในการสร้างดินแดนชวนจิตตกแห่งนี้

    เชื่อกันว่าแรงบันดาลใจในการสร้าง เกาะตุ๊กตาผี ของ Don Julian Santana นั้นเพื่อบูชาวิญญาณเด็กหญิงซึ่งจมน้ำตายในคลอง แต่เหตุผลมาจากอะไรคงไม่สำคัญเท่า เขาได้เปลี่ยนเกาะธรรมดาๆ ให้กลายเป็น เกาะเขย่าขวัญ ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนเหมือนจะถูกจับจ้องจากทุกสายตาของบรรดาตุ๊กตาผีที่สิงอยู่บนเกาะ ชวนขนลุก!










    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ตุลาคม 2556 / 13:11
    #2173
    0
  7. #2168 เเม่มดผู้เลอโฉม (@taanda) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 20:00
    "นัทสึมิ"ฆาตกรที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์



    ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ.2004 เกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญขึ้นที่เมืองซาเซโบ นางาซกิ ประเทศญี่ปุ่น
    เมื่อเด็กหญิงนัทสึมิ ซึจิ อายุ 12 ปี ฆ่าเพื่อนหญิงร่วมชั้นเรียนของเธอโดยการปาดคอด้วยมีดคัตเตอร์
    และกรีดหลังมือเพื่อนจนเห็นกระดูก คดีนี้ถูกตั้งชื่อว่า "คดีเชือดซาเซโบ (Sasebo Slashing)"

    คดีฆาตกรรมดังกล่าวเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ และถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วยประเด็นที่น่าแปลกใจว่า เหตุใด
    เด็กนักเรียนประถม 6 ที่มีอายุเพียง 12 ปี จึงได้โหดมถึงขนาดฆ่าเพื่อนของตนเอง แถมยังเดินกลับเข้า
    ห้องเรียนด้วยเสื้อผ้าเปื้อนเลือดอย่างไม่สะทกสะท้าน พร้อมทั้งยิ้มให้กับกล้องของเพื่อน ๆ และครู ที่
    พยายามถ่ายรูปของเธอเอาไว้ (ภายหลังรูปถ่ายของเธอหลังเกิดเหตุถูกตำรวจยึดไปทั้งหมด)



    เรื่องราวนี้จบลงไม่ได้ง่าย ๆ เมื่อมีใครบางคนได้โพสต์ภาพถ่ายใบหน้าของเด็กหญิงลงบนเว็บไซต์ชื่อดังของญี่ปุ่น
    โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แต่แทนที่สังคมจะออกมาประณามเด็กหญิงฆาตกรในด้านลบ
    กลับกลายเป็นกระแสในทางบวก เพราะมีผู้คนจำนวนมากพากันขนานนามเธอว่า "ฆาตกรที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์"
    พร้อมตั้งชื่อเล่นให้เธอว่า "เนวาดา-ตัน" (NEVADA คือตัวอักษรที่สกรีนบนเสื้อของเธอวันที่ทำฆาตกรรม
    ส่วน Tan แผลงมาจากคำว่า จัง ซึ่งเป็นคำเรียกต่อท้ายเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ)

    หลังจากนั้นก็มีทั้นการ์ตูน ตุ๊กตา คอสเพลย์ เกมคอมพิวเตอร์ มาสคอต และอื่น ๆ อีกมายมายของเนวาดา-ตัน ออกมา
    พวกนักร้องถึงกับเอามาตั้งเป็นชื่อวงดนตรีอยู่ระยะหนึ่ง ราวกับเธอได้กลายเป็นไอดอลของคนญี่ปุ่นเลยมีเดียว
    ภาพที่ติดตาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเธอ คือภาพเด็กหญิงในชุดเปื้อนเลือด ถือมีดคัตเตอร์อยู่ในมือ...



    [ชุดคอสเพลย์เนวาดา-ตัน]
    นัทสึมิ เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1992 เป็นเด็กที่มีหน้าตาน่ารัก มีความกระตือรือร้นสูง เป็นนักเรียนดีเด่น และฉลาดมาก
    จากการทดสอบไอคิว ปรากฏว่าเธอมีไอคิวสูงถึง 140 เข้าขั้นอัจฉริยะ เธอชอบเล่นบาสเก็ตบอล ดูภาพยนต์ และ
    เล่นอินเทอร์เน็ต เธอมีเพื่อนสนิทร่วมชั้นเรียนคนหนึ่งชื่อซาโตมิ มิทาไร ชีวิตของเธอดูปกติดีทุกอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม
    มีผู้สังเกตว่าเธอค่อนข้างมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และชอบเก็บตัว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการดูภาพยนต์ที่มีเนื้อหารุนแรง



    ภาพยนต์เรื่องที่เธอชอบเป็นพิเศษคือ "Battle Royale" (อันนี้เจ้าของกระทู้ก็ชอบดูนะก่อนๆอ่ะ สนุกดีเอ่อหรือว่าเราจะ...)
    เนื้อหาประมาณว่า มีคนกลุ่มหนึ่งถูกนำไปปล่อยเกาะ ทุกคนจะถูกสวมใส่ปลอกคอที่จะระเบิดหลังจากเวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง
    มีวิธีเดียวที่จะหยุดระเบิดนั้นได้คือการฆ่ากันเอง ผู้ที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้ายคือผู้ที่รอดตายเพียงหนึ่งเดียว
    เธอหลงใหลภาพยนต์เรื่องนี้มากถึงกับวาดภาพในวิชาศิลปะ เป็นภาพของตนเองคือหนึ่งในตัวละคร
    และเป็นผู้ชนะในขณะที่คนอื่นตายหมด

    ในปีนั้นเธอถูกครอบครัวสั่งให้เลิกเล่นบาสเก็ตบอล และออกจากชมรมกีฬา เพราะผลการเรียนตกลงเล็กน้อย สำหรับ
    ชาวญี่ปุ่นถือว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง เธอจึงเริ่มดูภาพยนต์มากขึ้น และระบายความเครียดด้วยการ
    เล่นอินเทอร์เน็ต ให้เวลาว่างในการเขียนนิยาย และไดอารี่ นอกจากนี้ยังพบว่าเธอชอบเข้าชมเว็บไซต์ที่มี
    เนื้อหารุนแรงสยองขวัญที่ถูกห้ามสำหรับเด็กมากมาย(แมร่งนิสัยเหมือนตูเรยอ่ะแต่ยกเว้นข้อสุดท้ายนะ)



    เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2004 เมื่อซาโตมิ เพื่อนของเธอเขียนคอมเม้นท์ลงในเว็บบอร์ดของนัทสึมิ
    เป็นเชิงล้อเล่นว่า "หนัก" ซึ่งหมายถึงเธอนั้นอ้วนเกินไป เป็นเหตุให้นัทสึมิไม่พอใจและถือว่านั่นเป็นคำหยาบคาย
    ดูหมิ่น เรื่องเล็ก ๆ นี้ก่อให้เกิดการโต้ตอบถกเถียงกัน เป็นจุดเริ่มต้นให้นัทสึมิคิดฆ่าซาโตมิขึ้นมา

    วันที่ 28 พฤษภาคม นัทสึมิเขียนในไดอารี่ ถึงวิธีฆ่าที่ตนจะเลือกใช้สามแบบคือ ใช้มีดคัตเตอร์ ใช้ที่เจาะน้ำแข็ง
    หรือไม่ก็บีบคอ พร้อมเขียนว่า "ฉันอยากจะฆ่ามันวันนี้แหละ แต่ทำไม่ได้"

    วันที่ 29 พฤษภาคม นัทสึมิ พยายามยื่นข้อเสนอให้ซาโตมิ เขียนคำขอโทษตน แต่ซาโตมิไม่ยอม กลับตอบเธอว่า "อวดเก่ง"
    แม้นัทสึมิจะทำการลบคอมเม้นท์ทิ้ง แต่ซาโตมิก็เขียนขึ้นมาใหม่อีกหลายครั้ง จนในที่สุดนัทสึมิก็
    ตอบโต้ด้วยคำว่า "แกหายไปจากโลกนี้ซะเถอะ!"

    วันที่ 31 พฤษภาคม นัทสึมิ เขียนไดอารี่ว่า "วันพรุ่งนี้ ฉันตัดสินใจจะฆ่ามันด้วยมีดคัตเตอร์"



    วันที่ 1 มิถุนายน นัทสึมิ มาเรียนตามปกติ เธอได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับเพื่อน ๆ และครูในโรงเรียน ตัวเธอสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินเข้ม
    สกรีนคำว่า "NEVADA" ยืนถ่ายรูปใกล้กับซาโตมิ (เด็กใส่แว่นตา) ด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งคู่

    ตอนพักกลางวัน นัทสึมิเรียกซาโตมิเข้าไปในห้องเรียนว่างเปล่าห้องหนึ่งที่ชั้นสาม สั่งให้นั่งเก้าอี้ ปิดม่าน จากนั้นก็
    พูดกับซาโตมิว่า "ฉันจะฆ่าเธอ" แต่ซาโตมิก็ไม่หนี ด้วยไม่คิดว่านัทสึมิจะกล้าทำจริง ๆ และไม่คิดว่าเรื่องราว
    ขัดแย้งล้อเล่นในอินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ อีกทั้งนัทสึมิเองก็เป็นเด็กไม่ค่อยแสดงออกมากนัก
    แม้จะมีนิสัยก้าวร้าวรุนแรงอยู่บ้างก็ตาม




    นัทสึมิดึงแว่นตาออกจากหน้าของเพื่อน แล้วใช้มือข้างหนึ่งปิดตาซาโตมิไว้ ก่อนที่จะใช้มีดคัตเตอร์เชือดคอเป็นรอยยาว 10 เซนติเมตร
    ลึกถึง 10 เซนติเมตร ตัดหลอดลมขาด จากนั้นกรีดที่หลังมือของซาโตมิลึกจนเห็นกระดูก ซาโตมิทรุดลงหมดสติทันที
    เพราะเสียเลือดมาก นัทสึมิรอประมาณ 15 นาที จนคิดว่าเพื่อนตายสนิทแล้วจึงออกจากที่เกิดเหตุ

    เธอเดินเข้าชั้นเรียนตามปกติด้วยเสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด สร้างความตกใจให้แก่ครูและเพื่อนเป็นอย่างมาก ครูประจำชั้น
    รีบแจ้งตำรวจทันที หลายคนพยายามถ่ายรูปเธอ และเธอก็หันมายิ้มหวานให้กล้อง ส่วนร่างของซาโตมิถูกพบโดยครู
    ตรวจพบว่าเธอยังหายใจรวยรินจึงรีบพาส่งโรงพยาบาลแต่สายเกินไปเสียแล้ว เธอเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน

    เมื่อตำรวจมาถึงและควบคุมตัวนัทสึมิ เด็กหญิงก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วพูดว่า "ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ" เธอฟูมฟายอยู่ใน
    สถานีตำรวจทั้งคืนและไม่ยอมกินอะไร หลังจากที่เธอสงบลงก็ได้ให้ปากคำว่า เธอฆ่าผู้ตายเพราะผู้ตายเขียนข้อความใส่ร้าย
    ด่าทอเธอในอินเทอร์เน็ต "เธอเขียนเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับฉันหลายครั้ง ฉันไม่ชอบ จึงเรียกเธอมาและลงมือเชือดคอ
    ฉันยังประหลาดใจว่าทำไมฉันจึงทำสิ่งนั้น และฉันอยากขอโทษ..." นี่คือคำสารภาพของเธอ



    [ซาโตมิ เหยื่อผู้ถูกเชือด]
    นัทสึมิถูกส่งตัวให้จิตแพทย์และนักจิตวิทยาเด็กเพื่อตรวจสอบอาการทางจิต เพราะหลายคนเชื่อว่าเธอน่าจะป่วยเป็นโรค
    แยกตัวจากสังคม เพราะเธอไม่ชอบสุงสิงพูดคุยกับใคร แต่ผลการตรวจพบว่าเธอมีสุขภาพจิตสมบูรณ์ดี
    ไม่มีความผิดปกติใด ๆ ศาลจึงตัดสินให้เธอมีความผิดจริงในข้อหาก่อคดีฆาตกรรม

    จากคดีนี้ทำให้หลายคนออกมากล่าวโทษสื่ออินเทอร์เน็ต และมีมาตรการให้มีการอบรมสั่งสอนมารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต
    แก่เยาวชนชาวญี่ปุ่นอย่างเข้มงวด แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องแบบนี้มันยากที่จะห้ามปรามได้ เพราะการติดต่อสื่อสาร
    ทางอินเทอร์เน็ตนั้นไม่เห็นหน้ากัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างขาดความเกรงใจต่อกัน ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอยู่บ่อยครั้ง

    จากรายงานล่าสุดเกี่ยวกับนัทสึมิระบุว่า เธอยังคงถูกคุมขังอยู่ในโรงเรียนดัดสันดานที่เมืองโตชิกิ
    และจะมีกำหนดพ้นโทษในปี ค.ศ.2013 ซึ่งเธอจะมีอายุครบ 20 ปีพอดี...

    เพิ่มเติมอีกทีนะค่ะ



    รูปถ่ายงานศพของ ซาโตมิ สรุปแล้วคนที่ถ่ายรูปข้างๆนัทสึมิก็คือซาโตมิจร๊าไม่ใช่เสื้อฟ้านะค่ะ

    อีกรูปค่ะ ทะเลาะกันก็ยังถ่ายรูปข้างกันตั้งสองรูป


    (เเง T^T ขอโทษนะคะพอดีลงรูปไม่ได้ หากสนใจเพิ่มเติมเชิญดูรูปได้ที่ http://board.postjung.com/595567.html )

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ตุลาคม 2556 / 20:02
    #2168
    0
  8. #2167 oOBenzOo (@benzsuiza) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 20:00
    http://my.dek-d.com/benzsuiza/writer/view.php?id=1031986 เพิ่งแต่งเสร็จเมื่อเช้าง่ะ มี 2 ตอนแล้วจบ
    #2167
    0