(จบแล้ว) In Haze :: ในสายหมอก (Yaoi)

ตอนที่ 6 : SPACIAL PART : ดินสอกระต่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 เม.ย. 55

 Special part I

 

....มันเป็นเรื่องตอนที่ผมอายุ 12

 

วันนั้นฝนตกหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ แน่นอนว่ารถติดยาวแน่นเต็มถนนทั่วกรุงเทพฯ ผมนั่งอ่านหนังสือแบบฝึกหัดหลังจากเลิกเรียนพิเศษระหว่างรอคนของที่บ้านมารับเหมือนทุกที แต่วันนี้...คงต้องรอนานหน่อย

“น้องนับ วันนี้เรียนวิชาอะไรมาคะ?

พี่มดที่นั่งอยู่ตรงเคาท์เตอร์ถามขึ้น ผมละสายตาจากหนังสือแล้วยิ้มให้พี่เขา

“คณิตครับ” ผมตอบเสร็จก็หันกลับมาสนใจหนังสือในมือต่อ พี่มดเองก็ไม่ได้ถามอะไร ผมหยิบดินสอจากในกระเป๋ามาขีดเขียนคำตอบใส่แบบฝึกหัดคร่าเวลา สงสัยวันนี้คงต้องรอถึงสามทุ่มเลยล่ะมั้ง

 

........

“นี่...”

........

“นี่....”

ผมหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นคนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งทำหน้าหงออยู่ข้างๆ ผมตกใจนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะเสียงเรียกที่มากระซิบอยู่ข้างๆ แต่เป็นเพราะตากลมๆสีออกฟ้ากับผมสีน้ำตาลอ่อนประบ่านั่นต่างหาก

 

....หวา...ฝรั่งหรอ..พูดภาษาไทยได้ไหมเนี่ย?

“นี่...นายว่างอยู่หรือเปล่าน่ะ ?” พอได้ยินอีกฝ่ายพ่นภาษาไทยคล่องปร๋อออกมาผมก็ถอนหายใจโล่งอก

“ทำไมล่ะ ?

พอผมถามแบบนั้น เธอก็เม้มปากแล้วทำหน้าลำบากใจ แก้มใสๆออกสีเลือดฝาดมากขึ้น

 

.....น่ารักจัง...

ผมสะบัดหัว ยัยนี่เป็นใครก็ไม่รู้นี่นา แม่สั่งไว้ด้วยว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า พอเธอไม่ตอบ ผมก็เลยหันไปสนใจหนังสือแบบฝึกหัดต่อ

“เดี๋ยวซี่...นาย...” ไม่พูดเปล่า มือเล็กๆนั่นดึงชายเสื้อผมกระตุกสองสามที ผมขมวดคิ้ว อะไรของเธอนะ

“มีอะไรล่ะ ?

ยัยนั่นทำแก้มป่องอมลมแล้วตอบ

“เรา..เราลืมดินสอไว้บนห้องชั้น 4 ”

......

“แล้วไงล่ะ ?” ผมถาม เธอทำหน้าหงอเหมือนตอนที่มานั่งข้างๆตอนแรก ตากลมๆคลอด้วยน้ำใสๆ

“แล้ว...แล้วพี่มดปิดไฟชั้นบนหมดแล้ว..เรา...เรา...”

หล่อนเบ้ปาก เหมือนจะกลั้นน้ำตาไม่ได้อีก

“จะไปเอาใช่หรือเปล่า ไม่ต้องร้องไห้ เด็กผู้หญิงเวลาร้องไห้ขี้เหร่จะตาย” ผมบอก ปิดหนังสือในมือเก็บลงกระเป๋า เห็นดังนั้นเธอก็ยิ้มกว้างจนตาหยี

 

....ตึก...

พอเห็นเธอยิ้ม หัวใจผมก็เต้นผิดปรกติไปหนึ่งจังหวะ ทำไมกันนะ.... ไม่ได้ทันคิดต่อ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นยืนจูงมือผมไปทางบันได แต่ดูท่าไฟชั้นบนจะปิดหมดแล้วอย่างที่เธอว่าจริงๆ ผมหันไปทางเคาท์เตอร์แต่พี่มดไม่อยู่เสียแล้ว

“ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ” มือเล็กๆกระตุกมือผมเบาๆ ดูท่าเธอคงจะเด็กกว่าผมสักปีสองปีได้ เพราะเพื่อนผมตัวสูงกว่านี้กันทั้งนั้น ผมจับมือเธอแน่น รู้สึกกลัวเหมือนกัน แต่ผมเป็นผู้ชาย...แม่บอกว่าผู้ชายต้องดูแลผู้หญิงนี่นา

“อืม ชั้นสี่ใช่ไหม ? เมื่อกี้เธอเรียนห้องไหน”

4C

 

....ดันเรียนห้องด้านในสุดเลยซะด้วยสิ

ถึงจะหวั่นๆ แต่ผมก็สัญญากับเธอไว้แล้ว เราจูงมือกันขึ้นบันได เพราะไฟบันไดยังเปิดอยู่ทางเดินเลยไม่มืดมาก แต่พอถึงชั้นสามหล่อนก็เกาะแขนผมแน่น

 

“นาย...เมื่อกี้เราเห็นอะไรไม่รู้..”

ผมตัวแข็งทื่อ

“ยัยบ้า! ห้ามพูดเรื่องแบบนั้นนะ” ผมดุ เธอกอดแขนผมแน่นแถมยังเอาหน้ามาซุกตรงไหล่อีกด้วย เพราะอย่างนี้หรือเปล่านะ แม่เลยบอกว่า...ผู้ชายต้องดูแลผู้หญิง...

ผมลูบผมสีอ่อนนั่นเบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวก็ได้ดินสอแล้ว” พอผมพูดแบบนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาผม นัยน์ตาสีอ่อนเหมือนลูกแก้วไหวระริก เธอเหมือนตุ๊กตาที่น้องของผมชอบเล่น

“ไปกันเถอะ” ผมบอกแล้วดึงเธอขึ้นบันไดต่อ พอก้าวขึ้นมาได้ไม่กี่ขั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากห้องเรียนชั้น 3 ที่พวกเราเพิ่งผ่านมา

 

.....ครืด...ครืด...

.....เสียงคนลากเก้าอี้

ตอนนี้เนี่ยนะ!!

 

สติผมแตกกระเจิง คว้ามือยัยตัวเล็กวิ่งปรู๊ดเดียวขึ้นถึงชั้นสี่ห้องC เพราะตรงนี้มืดมาก ผมเลยมองไม่เห็นหน้าหล่อน

“เมื่อกี้เสียงอะไรน่ะ ฮือ...ไม่เอาแล้ว..ฮือ...เรากลัว...”

เธอร้องไห้ออกมาพร้อมกับดึงแขนผม ผมใช้มือปิดปากเธอ

“อย่าเสียงดัง เดี๋ยวไอ้ตัวอะไรไม่รู้มันก็ตามมาหรอก”

ไม่ใช่ว่าผมไม่กลัว ผมน่ะโคตรกลัวเลย แต่ผมเป็นผู้ชาย...ฮือ...ที่จริงผมก็อยากร้องไห้เหมือนกันนะ....

“เข้าไปเอาดินสอเธอสิ เร็วๆ!” ผมกระซิบ เปิดประตู้กระจกแล้วดันเธอเข้าไปในห้อง ยัยนี่ตัวแข็งทื่อไม่ยอมก้าวขาแม้แต่ข้างเดียว

“ไม่อาวว ว...เรากลัว...นาย..นายไปกับเรานะ”

.....จะว่าไป ถ้าให้ยัยนี่เข้าไป ผมก็ต้องอยู่คนเดียวเหมือนกัน

“อืม งั้นก็ไปด้วยกันนี่แหละ”

เราสองคนจูงมือกัน สัมผัสที่มืออุ่นชื้นเพราะเหงื่อ ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดกลัว ยัยตัวเล็กเดินช้า ก้าวขาเก้ๆกังๆจนผมต้องคอยจูง

“ตอนเรียนเธอนั่งตรงไหน ?” ผมกระซิบถาม หล่อนเงียบแล้วก็ส่ายหน้า

“เรานั่งหน้าๆ ตอนนี้มันมืด เราจำไมได้”

ให้ตายสิ...ผมได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ แล้วค่อยๆจูงเธอไปแถวที่นั่งด้านหน้าห้อง เสียงฝนตกยังคงดังอยู่ด้านนอก พวกเราปัดมือไปตามโต๊ะ หวังว่าจะเจอด้ามดินสอของหล่อนบนโต๊ะใดโต๊ะหนึ่ง

“อ๊ะ!” ผมตกใจเมื่อเหยียบเข้ากับบางอย่าง พอก้มลงไปมองเลยรู้ว่ามันเป็นดินสอกดนั่นเอง

“ยัยตัวเล็ก อันนี้ใช่หรือเปล่า?” ผมหยิบมันขึ้นมาชูให้เธอดู หล่อนเอาไปจับๆแล้วก็หัวเราะเบาๆ

“อันนี้แหละๆๆ”

 

…….เปรี้ยง !!!

“ว๊ากก ก...”

เราสองคนกระโดดโผกอดกันแน่น เสียงฝ่าผ่าดังลั่นทำให้ขวัญหนีดีฝ่อ ยัยตัวเล็กตัวสั่นแล้วเริ่มสะอื้นร้องไห้ ผมตีหลังปลอบเธอเบาๆ

“ไม่เป็นไรๆ แค่ฟ้าร้องเองนะ”

เธอยังไม่หยุดร้อง มือทั้งสองข้างดึงแขนเสื้อผมไว้แน่น อืม...ทำยังไงดีนะ...

 

.....จุ๊บ...

ผมจูบตรงหน้าผากเธอเหมือนที่ทำกับน้องสาวบ่อยๆ ได้ผลแฮะ...เธอนิ่งสนิทเลย

“ไป...เรากลับลงไปข้างล่างกัน”

“อะ..อื้อ อ -///-”

พอหล่อนตอบรับ ผมเลยจูงเธอหันหลังกลับไปทางประตู ทันทีที่หันไป เราสองคนก็เห็นในสิ่งที่ไม่คาดคิด เงาร่างสูงดำทะมึนยืนขวางอยู่ที่ประตู ตาสีขาวโพลนจ้องมาที่พวกเราเขม็ง

 

“....นั่น...ครายยย ย....”

 

“อ๊ากกก กก ก กก !!!!!

ผมร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

 

....ผู้ชายต้องดูแลผู้หญิง....ผู้ชายต้องดูแลผู้หญิง.....

 

ผมท่องมันในใจ แล้วชิงเป็นลมตัดหน้ายัยตัวเล็กข้างๆทันที.....

 

………………………………..

………………………

…………….

 

“น้องนับ....น้องนับคะ ?

ผมลืมตาขึ้นปรือปรอย แสงที่แยงนัยน์ตาทำให้ต้องหลับแล้วลืมใหม่ พี่มดอยู่ข้างหน้าผม ผมสะดุ้งตัวลุกขึ้น

 

“พี่มด ! ผี! มีผีที่ชั้น 4!

พี่มดนิ่งอึ้ง ก่อนจะกอดผมแล้วหัวเราะลั่น

“โถ...น้องนับ ไม่มีผีที่ไหนหรอกค่ะ นั่นพี่มดเอง พี่ไปไล่เก็บพวกของที่เด็กๆทิ้งไว้ พอไปถึงชั้นสี่ก็เจอพวกเราพอดี ขอโทษนะจ๊ะ...พี่ไม่ได้ตั้งใจแกล้งเราเลย”

พี่มดลูบหัวผมเบาๆ ยิ้มสดใสให้ ผมนิ่งไปสักพักให้สมองทำความเข้าใจเรื่องราวก่อนจะร้องถามออกมา

 

“แล้วเธอล่ะครับ ?

พี่มดยิ้ม

“ถ้าหมายถึงน้องไอล่ะก็ เพิ่งกลับไปเมื่อกี้เองจ้ะ คุณน้ามารับไปแล้ว อ้อ! ก่อนไป น้องไอฝากนี่ไว้ให้เราด้วยนะ”

พี่มดหันไปหยิบของบนโต๊ะมายื่นให้ผม มันเป็นแท่งดินสิกดสีฟ้าตรงหัวกดเป็นรูปหน้ากระต่าย แต่หูมันหักไปข้างหนึ่ง ถ้าผมเดาไม่ผิด...คงเป็นเพราะผมเหยียบมันเข้านั่นแหละ...

“เธอไม่เอาแล้วหรอครับ ? ผมอุตส่าห์ไปช่วยเอามาเชียวนะ”

พี่มดยิ้มหวาน

“ใครบอกล่ะจ้ะ น้องไอเขารักแท่งนี้มากเลยน้า เขาบอกว่าให้น้องนับแทนคำขอบคุณจ้ะ”

ผมยิ้ม นึกถึงยัยตัวเล็ก

“ที่สำคัญ ก่อนไป...น้องไอเขาจุ๊บหน้าผากเราด้วยนะ บอกว่าให้คืน...”

 

.....ตึก..ตึก...ตึก.....

คราวนี้....ผมว่า...หัวใจผมเต้นผิดไปหลายจังหวะเลย.....

 

“แล้วที่สำคัญ น้องนับ อย่าหาว่าพี่มดอย่างนู้นอย่างนี้เลย แต่น้องไอน่ะ...เป็นเด็กผู้ชายนะจ๊ะ...”

 

 

ผมสะดุ้งตื่น ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเผลอหลับคาโซฟาไปตั้งแต่เมื่อไหร่

.....แล้วทำไม...ถึงฝันถึงเรื่องนั้นนะ

ผมยิ้ม นึกถึงใครบางคนในความทรงจำ ยัยดินสอกระต่าย ไม่สิ...เจ้านั่นมันผู้ชายต่างหากล่ะ คิดแล้วก็รู้สึกขำตัวเองขึ้นมา ผมขยี้ตาแล้วหาวหวอด

“หา!? อะไรนะ ตึกปิดแล้วหรอ ได้ไงกัน งานมันต้องส่งพรุ่งนี้นะ !?

เสียงใครบางคนดังลั่นอยู่ด้านนอก เจ้าเด็กซื่อบื้อของผมกำลังคุยโทรศัพท์อย่างลนลาน ไม่รู้มีเรื่องอะไรเหมือนกัน ไอหมอกหันมาทางผมแล้วก็คุยโทรศัพท์ต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายแล้วเดินมานั่งข้างๆ

“ผมทำให้พี่ตื่นหรอ ?” เจ้าเด็กดื้อทำหน้าหงอ ดูแล้วน่าแกล้งชะมัด ผมยิ้ม ลูบผมอีกฝ่ายแผ่วเบา

“ป่าวหรอก ฉันตื่นเอง ว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?

ไอหมอกทำหน้ายุ่ง เดี๋ยวเม้มปาก เดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็ทำแก้มป่อง ผมรู้สึกคุ้นๆกับกิริยาน่ารักน่าชังแบบนี้ชะมัด

“ป้างลืมเอกสารงานกลุ่มไว้ที่ตึกคณะน่ะครับ งานยังไม่เสร็จต้องทำต่อแล้วส่งพรุ่งนี้ด้วย”

“แล้ว ?” ผมถาม ใช้นิ้วม้วนผมสีน้ำตาลอ่อนเล่น นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาหันมามองสบ

“พี่นับ...ไปเอาเป็นเพื่อนหน่อยนะ มันมืดแล้ว...ผม..ผม...”

ผมหัวเราะ ดึงแก้มนุ่มๆนั่นเสียทีหนึ่ง ยังไงผมก็ไม่ปล่อยให้เจ้าตัวดีไปคนเดียวอยู่แล้วแน่นอน

“เอาสิ”

ไอหมอกยิ้มกว้างแล้วรีบโทรกลับไปหาป้างเพื่อขอเบอร์ยามตึกคณะ เจ้าตัวหันมาทางผมอีกครั้ง

“พี่นับ ยืมปากกาหน่อยครับ จะจดเบอร์”

“อยู่ในกล่องเก็บเครื่องเขียนในลิ้นชักน่ะ” พอผมพูดจบ ไอหมอกก็พยักหน้าหงึกๆแล้วเดินไปที่โต๊ะหนังสือ รื้อๆกล่องก่อนจะนิ่งชะงัก เจ้าตัวดีคุยโทรศัพท์อีกแปบหนึ่งก็จดเบอร์ลงกระดาษแล้ววางสาย ไอหมอกหยิบปากกาติดมือเดินกลับมาทางโซฟา

“พี่นับ...” ร่างเล็กเรียกผมเบาๆ นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาฉายแววสับสนจนน่าประหลาดใจ แถมแก้มใสก็แดงเรื่อ เจ้าตัวไม่ยอมพูดอะไรต่อเอาแต่เม้มปากจนผมสงสัย

“อะไรครับ ?

ไอหมอกไม่ตอบ เจ้าตัวชูของในมือให้ผมดู

 

.....ดินสอกดสีฟ้ารูปหน้ากระต่ายหูหัก

.....ไอ้ของที่เขาเพิ่งฝันถึงเมื่อกี้นี้....

 

“พี่นับ...ตอนเด็กๆเคยเรียนพิเศษที่ไอคิวสมาร์ทหรือเปล่าครับ...”

 

...ตึก...ตึก...ตึก...ตึก...ตึก

ผมนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

“หรือว่า....”

 

 

- Special End -

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

480 ความคิดเห็น

  1. #476 +R.a.i.n+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 01:16
    กรี๊ดดดดดดดดดด สเปเชี่ยลได้น่ารักสวดดด -////-
    #476
    0
  2. #468 หนูแพนด้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 00:03
    คุคริอิอิที่รัก^^
    #468
    0
  3. #465 หมูกระต่ายของแทยอง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 11:20
     กรี๊ดดดดดดรักแรกพบหรอเนี่ย 555+แหมจายเต้นมะหยุดเลยอ่ะ
    #465
    0
  4. #463 เดซี่สีเงิน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 13:19
    ว้าว มีของแทนใจด้วย แถมมีจุ๊บคืน
    เอ้าถ้าพี่นับจูบ แล้วน้องไอจะจูบคืนป่าว >o<

    ที่แท้ก็แอบชอบกันมาตั้งแต่เด็กสินะ ^-^
    แต่ตอนเด็กๆ ไอหมอกคงเหมือนผู้หญิงมากใช่มั้ย
    พี่นับเลยมึนและเพ้อเข้าใจผิดไปเลย 555

    ไปหาดินสอกระต่ายดีกว่า เผื่อจะเจอเนื้อคู่
    แต่เอะ เรามีแต่ดินสอหักและพังทั้งนั้น
    โธ่ เนื้อคู่ฉันไปแล้ว T^T

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 ตุลาคม 2554 / 13:20
    #463
    0