[Larry] Hopeful For Today

ตอนที่ 8 : Larry : ไม่เข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 เม.ย. 59

               หลังจากที่ออกเดินทางมายังแหล่งย่านการค้าใจกลางเมือง ตอนนี้พวกเขาทั้งสองก็นั่งอยู่ในรถมาเกือบจะสองชั่วโมงได้แล้ว ทั้งที่ตามปกติพวกเขาควรจะเดินทางถึงตั้งแต่ชั่วโมงก่อนแต่น่าเสียดายที่สัปดาห์นี้เป็นช่วงวันหยุดยาวจึงทำให้ถนนทุกเส้นทางติดขัดไปเสียหมด


               รถจะติดอะไรนักหนาวะ @#@%^&(&(&%$#!!!” คำสบถแสนหยาบคายที่หลุดออกมาจากศิลปินชื่อดังทำเอาผู้จัดการส่วนตัวที่ควบตำแหน่งพี่ชายแทบอยากจะลุกขึ้นไปตบปากสักทีให้เข็ด เสียแต่เกรงว่าถ้าเขาทำแบบนั้นลงไปคงจะเป็นเขาเองที่ลำบากเสียมากกว่า


               เฮ้ย!! ไอ้เวร ย้อนศรแล้วมาจอดแบบนี้ได้ไงวะ!!” สิ้นเสียงกรนด่าฝ่ามือแกร่งก็ทุบลงบนพวงมาลัยด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะบีบแตรรถระรัวจนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นไปทั่วท้องถนน ชวนให้ผู้คนที่กำลังเดินเข้าออกตามร้านค้าหันมามองกันอย่างสนใจ


               แฮร์รี่ใจเย็นก่อนสิ เราไปจอดตรงนั้นแทนก็ได้นี่นาลูอิสพูดกล่อมให้คนที่กำลังเดือดดาลลดระดับอารมณ์ลงมาพร้อมกับชี้ไปยังจุดจอดรถอีกจุดที่อยู่ตรงข้ามกับจุดจอดของรถคันที่ขับย้อนศรและถอยท้ายเข้าจอดอย่างหน้าไม่อายเมื่อครู่


               แล้วทำไมฉันต้องไปจอดที่อื่น!! ในเมื่อฉันขับมาถึงก่อนฉันก็ควรจะได้จอดตรงนั้น!!” เสียงตะคอกตะเบ็งออกมาอย่างมีน้ำโห ทำให้ร่างบางชะงักไปนิด


               แหะๆ นั่นสิเนอะ...เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสดใสหัวเราะอย่างฝืดๆ พลางยิ้มแหยออกมาเมื่อรู้ตัวว่าตนเองพูดจาไม่เข้าหูอีกฝ่ายเข้าให้อีกแล้ว


               “…” เมื่อเห็นท่าทางหงอยๆ ของอีกฝ่ายทำให้คนที่กำลังหงุดหงิดต้องหลับตาลงชั่วครู่พร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมาหนักๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียด ฝ่ามือหนาที่กำพวงมาลัยไว้แน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันค่อยๆ คลายมือออกอย่างหลวมๆ และหักพวงมาลัยไปจอดรถตรงตามจุดที่คนข้างกายได้บอกไว้


               จอดแล้ว พอใจรึยัง? เลิกทำหน้าแบบนั้นสักทีร่างแกร่งพูดขึ้นเสียงเข้มแต่ไม่ได้ขึ้นเสียงดังเหมือนเมื่อครู่ แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนมันจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นและยิ่งทำให้ร่างบางเงียบลงยิ่งกว่าเดิม


               ชิ!!” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป ร่างสูงก็รู้สึกกระวนกระวายหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก ลมที่ถูกพ่นออกมาอย่างแรงเล็ดรอดออกตามไรฟันจนเกิดเป็นเสียงขึ้นมาก่อนจะฟุบนอนลงบนพวงมาลัยโดยใช้ลำแขนแกร่งยกขึ้นมาเท้าคางตัวเองไว้พร้อมกับเหม่อมองข้างนอกไปเรื่อยๆ ด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นัก


               กุกกัก...กุกกัก


               ระหว่างที่หันไปมองข้างนอกกระจกพอหันกลับมาอีกทีร่างเล็กที่เคยอยู่ข้างกายก็หายไปเสียอย่างนั้น... คนตัวสูงที่กำลังตกใจรีบหันมองหาอีกฝ่ายไปมาอย่างลุกลี้ลุกลนจนน่ากลัวว่าคอจะหักเสียก่อน


               กุกกัก...กุกกัก


               เดี๋ยวนะ...


               ระหว่างหันรีหันขวาเสียงบางสิ่งที่กำลังขยับเขยื้อนไปมาก็ดังให้ได้ยินอีกครั้งจนร่างสูงเริ่มเอะใจบางอย่าง สายตาคมกริบที่เอาแต่สอดส่ายในระดับความสูงของสายตาตัวเองค่อยๆ ลดระดับสายตาลงอย่างช้าๆ ก่อนจะพบกับก้อนกลมๆ ที่กำลังมุดหาของใต้ที่นั่งตัวเองอยู่


               เฮ้อ...เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายของน้องชายต่างสายเลือดทำให้คนที่กำลังมุดหาของใต้ที่นั่งเงยขึ้นมามองอย่างสงสัย ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองนัยน์ตาสีเขียวสวยของอีกฝ่ายกลับไปราวกับต้องการสื่อว่าเกิดอะไรขึ้น


               ทำไมนายถึงได้เตี้ยแบบนี้นะ


               ห้ะ...


               คำพูดที่หลุดออกมาโดยปราศจากความเกรงใจทำเอาคนอายุมากกว่าหน้าเหวอไปด้วยความช็อก


               นี่เราทำอะไรผิดอีกแล้วเหรอ...ริมฝีปากเรียวเล็กขมุบขมิบบ่นออกมาด้วยความน้อยใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปหยิบของที่ตัวเองรื้อไว้เมื่อครู่ขึ้นมาพร้อมกับยื่นให้คนตัวสูง


               นั่นอะไร?” คิ้วสีน้ำตาลเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัยพร้อมกับมองตลับกลมๆ ที่ผู้จัดการส่วนตัวยื่นมาให้

               ลูกอมไง แก้เจ็บคอคนตัวเล็กพูดออกมาพร้อมกับเทลูกอมและจัดแจงป้อนเข้าปากของแฮร์รี่ในทันที ริมฝีปากหนาของคนตัวสูงอ้าออกก่อนจะรับมาอมโดยอัตโนมัติจนเจ้าตัวเองยังรู้สึกแปลกใจ ทั้งที่สิ่งที่เขาควรทำคือผลักมันออกไปไม่ใช่เหรอ...แต่ครั้นจะคายออกปากก็ไม่ยอมเปิดเสียอย่างนั้น


               วันหลังไม่ตะเบ็งเนอะ คอมันสำคัญมากไม่ใช่เหรอรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาอย่างอ่อนโยนพร้อมกับคำพูดเตือนด้วยความเป็นห่วงของคนอายุมากกว่าทำให้ชายหนุ่มจอมเอาแต่ใจได้แต่พยักหน้าน้อยๆ เท่านั้น


               แล้วก็นี่ด้วย ใส่ไว้คนอื่นจะได้จำไม่ได้มือเรียวเล็กหยิบแว่นกันแดดสีชากรอบสีดำสนิทพร้อมกับหมวกแก๊ปสีกรมท่าขึ้นมาและเอี้ยวตัวไปสวมใส่ให้ศิลปินในความดูแลของตน ปลายนิ้วเรียวคู่สวยค่อยๆ บรรจงสวมแว่นให้อีกฝ่ายเพื่อปิดบังนัยน์ตาสีเขียวมรกตก่อนจะหันไปหยิบหมวกมาสวมให้


               ภายใต้กระจกแว่นสีชา ดวงตาสีเขียวจับจ้องทุกการกระทำของคนตัวเล็กกว่าด้วยความสับสนลึกๆ ในใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอยู่ดี หลังจากที่เตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินเที่ยวเล่นในย่านการค้าแล้ว ทั้งสองก็พากันลงมาจากรถและเริ่มเดินไปยังน้ำพุตรงใจกลางของย่านแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังก่อน


               แล้ววันนี้นายอยากจะมาซื้ออะไรเหรอ แฮร์รี่ร่างบางถามด้วยความสงสัยเพราะจะว่าไปเมื่อเช้านี้ตอนที่ถูกชวนเขาเองก็ลืมถามอีกฝ่ายไปเหมือนกัน


               เดี๋ยวก็รู้ร่างสูงพูดขึ้นเสียงเรียบก่อนจะออกเดินไปก่อนโดยไม่พูดอะไร


               บรรยากาศร้านค้าสองข้างทางเต็มไปผู้คนเดินเข้าออกอย่างขวักไขว่ไม่ขาดสาย ตลอดสองข้างทางก็มีร้านหลายประเภทมากมายตั้งสลับกันไปมาตั้งแต่ร้านขายของจำพวกแบรนราคาแพงหูฉี่ไปจนถึงพวกของโนเนมทั่วไป


               แต่มีหรือที่ในช่วงวันหยุดยาวจะได้เดินช็อปปิ้งอย่างสบายๆ เมื่อทั้งสองต้องเข้าไปเดินเบียดกับฝูงคนจำนวนมากที่มาเดินเที่ยวเล่นตามประสาคนว่างงานจนแทบจะเข้าไปรวมร่างกับคนแถวนั้นอยู่แล้ว


               มานี่คนตัวสูงที่เดินนำอยู่ด้านหน้าพูดขึ้นเมื่อเห็นคนตัวเล็กกว่าเริ่มเดินตามเขาไม่ทันและกำลังจะโดนดูดหายไปในฝูงคน มือแกร่งเอื้อมไปคว้าแขนเรียวเล็กของพี่ชายตนและดึงให้เดินตามมาติดๆ ร่างเล็กของลูอิสที่ถูกดึงโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าถลาเซไปตามแรงจนชนเข้าไปแผ่นหลังแกร่งอย่างแรง


               อูย...จ..เจ็บเสียงครวญครางดังขึ้นอย่างเบาๆ มืออีกข้างที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระยกขึ้นมากุมลูบจมูกตัวเองไปมาขณะที่เท้าก็ก้าวสาวตามน้องชายตัวเองไปด้วย บางทีเขาก็สงสัยว่าทำไมส่วนแรกของร่างกายที่มักจะบาดเจ็บก่อนถึงได้เป็นจมูกเสมอ ถ้าวันใดจมูกของเขายุบหายเข้าไปในใบหน้าก็คงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่


               ...นัยน์ตาสีเขียวสดเหลือบมองคนด้านหลังตนผ่านเลนส์กระจกสีชา ลำขาสูงยาวก้าวให้ไวกว่าเดิมพร้อมกับกระชากคนตัวเล็กให้เดินไวขึ้นด้วย ทั้งสองคนเดินลัดเลาะตามถนนคนเดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในซอยๆ หนึ่งซึ่งเป็นซอยเล็กๆ ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นเลยแม้แต่น้อยโดยร้านส่วนมากที่มาเปิดจะเป็นพวกของโนเนมเสียส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก


               นั่งรอนี่เดี๋ยวนะหลังจากที่ลากร่างโปร่งมาจนถึงกลางซอยซึ่งมีการจัดบริเวณให้นั่งพักได้ แฮร์รี่ก็ดันให้คนอายุมากกว่านั่งลงบนม้านั่งสีขาวสะอาดก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มฝูงชนบริเวณถนนคนเดินสายหลักอีกครั้ง


               “…” ร่างโปร่งเล็กนั่งมองวิวโดยรอบระหว่างฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ แม้ว่าในใจลึกๆ จะแอบรู้สึกกลัวว่าจะโดนคนตัวสูงปล่อยทิ้งไว้ตรงนี้หรือเปล่า แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเขาก็คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากโบกรถกลับบ้านเอง


               “!!!” เมื่อนึกไปถึงเรื่องโดนปล่อยทิ้งเอาไว้ ลูอิสก็พึ่งนึกได้ว่าเขายังไม่ได้หยิบกระเป๋าเงินออกมาจากบ้านเลยเพราะตอนที่เข้าไปในบ้านก็มัวแต่คุยโทรศัพท์กับเดน่า แถมเท่าที่จำได้ในตอนแกล้งตบตักในรถ...กระเป๋ากางเกงของเขามันก็ว่างเปล่า


               มือเรียวสองข้างเริ่มล้วงควานหาเศษเงินที่น่าจะมีหลงมาในกระเป๋ากางเกงบ้าง และเหมือนโชคจะเข้าข้างเมื่อเขาเจอสิ่งแปลกปลอมบางอย่างกำลังกลิ้งเล่นอยู่ในกระเป๋าหลังของกางเกง


               อ๊ะ...นี่ไงเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าร้องขึ้นด้วยความดีใจเมื่อจับเจ้าสิ่งแปลกปลอมในกระเป๋านั้นได้ มือเรียวคู่สวยค่อยๆ ล้วงออกมาจากกระเป๋าช้าๆ อย่างระมัดระวังก่อนจะต้องหน้าซีดลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือ


               ไม่พอ...


               ภายในมือที่สั่นระริกมีเพียงเหรียญหนึ่งปอนด์เพียงเหรียญเดียวเท่านั้น อย่าว่าแต่โบกแท็กซี่เลยแม้แต่รถประจำทางเขาก็ยังขึ้นไม่ได้ด้วยซ้ำ!! หรือว่าเขาน่าจะลองเดินก้มหาเหรียญแถวนี้ดู...แต่ถ้าไม่เจอล่ะ? ถ้าอย่างนั้นเขาลองไปหาแถวน้ำพุดีไหมเผื่อว่าจะมีเหรียญที่คนโยนอธิษฐานจมอยู่ แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาต้องโดนมองไม่ดีและตราหน้าไม่ให้มาที่นี่อีกแน่เลย


               แต่ก่อนที่คนตัวเล็กจะคิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านี้ก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นที่สัมผัสบริเวณหลังคอตน


               นายกำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่น่ะเจ้าของผมหยิกยาวพูดขึ้นก่อนจะเดินอ้อมเก้าอี้ตัวยาวสีขาวมานั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กที่ทำหน้ามึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


               เอ้า ดื่มซะแฮร์รี่พูดพร้อมกับโยนขวดน้ำเปล่าแช่เย็นที่เอาไปแกล้งแนบหลังคอคนตัวเล็กเมื่อครู่ให้ แต่ดูเหมือนความสูงจะต่างกันเกินไปจึงทำให้ขวดน้ำนั้นลอยสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ร่างโปร่งที่ยังตกใจไม่หายได้แต่แหงนหน้ามองตามขวดที่ลอยละลิ่วอยู่บนอากาศ...และกว่าจะรู้ตัว


               ปึ่ก!!


            ขวดน้ำที่ลอยอยู่เมื่อครู่ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงทิ้งดิ่งลงมาสู่เบื้องล่างและฟาดลงบนจมูกได้รูปของลูอิสอย่างพอเหมาะพอดีแถมยังกระแทกเด้งลงจอดลงบนตักเขาอย่างเหมาะเจาะราวกับต้องการเยาะเย้ย ทำเอาลูอิสที่กำลังมึนงงได้สติกลับมาทันที มือเรียวบางยกลูบจมูกตัวเองไปมาอีกครั้งเป็นรอบที่สองของวันด้วยอาการเจ็บแปลบอยู่เนืองๆ


               หึหึหึเสียงหัวเราะกลั้นขำที่แว่วมาตามสายลมทำให้ลูอิสหันไปมองที่มาของเสียงซึ่งจะเป็นใครไม่ได้นอกจากน้องชายในนามของเขานั่นเอง แต่เมื่อหันกลับไปอีกฝ่ายก็หุบยิ้มไปเสียแล้ว


               แฮร์รี่...เมื่อกี้นายหัวเราะเหรอลูอิสถามขึ้นมาอย่างเสียดายเพราะจะว่าไปมันก็นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มของร่างสูง แต่บางทีอาจจะมีแค่เขาคนเดียว...ที่ไม่ได้เห็นมันมานานมากแล้ว


               ...ไปกันต่อเถอะร่างสูงมองข้ามคำถามนั้นไปก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังร้านขายของร้านหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตรงที่พวกเขานั่งมากนัก ลูอิสที่เห็นจึงรีบลุกตามไปอย่างรวดเร็ว


               ทันทีที่เข้าไปในร้าน คนตัวเล็กก็เดินสำรวจรอบร้านอย่างสนใจ เครื่องประดับมากมายถูกแขวนประดับอยู่ทั่วกำแพงร้านและส่วนใหญ่มักจะเป็นเครื่องประดับทำด้วยมือทั้งนั้น


               โห...นัยน์ตาสีฟ้าใสเป็นประกายวาววับขณะเกาะตู้กระจกที่เต็มไปด้วยสร้อยคอจี้สีสนิม แฮร์รี่ที่เดินนำเข้าไปก่อนหันมามองคนตัวเล็กที่ทำท่าตื่นเต้นเป็นเด็กๆ แล้วส่ายหัวไปมาเล็กน้อยอย่างเหนื่อยใจ


               อายุเยอะจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็ก จ้องซะขนาดนั้นมีเงินซื้อไหมล่ะ?ร่างแกร่งพูดจิกกัดออกมาอย่างเคยชิน คนตัวเล็กเอี้ยวหันไปสบตามองเล็กน้อยก่อนจะหันมาจ้องเครื่องประดับในตู้เหมือนเดิม


               อ้าว...สวัสดีครับคุณแฮร์รี่ ไม่เจอกันเสียนานเลยนะครับเมื่อร่างสูงหันไปตามเสียงเรียกก็พบกับชายหนุ่มเอเชียแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันราวกับเอาเศษผ้าหลายๆ ผืนมาเย็บต่อกันโผล่ออกมาจากหลังร้านและเดินเข้ามาหาเขา


               “ช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยน่ะครับแฮร์รี่ตอบกลับไปอย่างคุ้นเคย


               ผมพอเข้าใจครับ แล้วไม่ทราบว่าสนใจเครื่องประดับชิ้นไหนเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวผมลดราคาให้เจ้าของร้านหนุ่มผิวสีแทนตอบกลับไปอย่างเป็นมิตรพร้อมกับเสนอลดราคาให้โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องขอ เพราะแน่นอนสำหรับลูกค้าประจำระดับวีไอพีอย่างแฮร์รี่ที่มาซื้อเครื่องประดับร้านเขาบ่อยเสียจนแทบจะมีสะสมครบทุกแบบอยู่แล้วจะไม่ให้บริการเป็นพิเศษได้อย่างไร


               ขอดูเรื่อยๆ ก่อนนะครับ ผมว่าคุณปิแอร์ไปรับแขกคนนั้นก่อนก็ได้นะครับร่างสูงตอบกลับไปพร้อมกับยกยิ้มมุมปากด้วยความนึกสนุกไปด้วย ในตอนนั้นที่เขาเดินกลับมาจากการซื้อน้ำเขาก็ได้แอบมองร่างบางค้นหาเงินในกระเป๋ากางเกงอยู่พักหนึ่งและทราบดีว่าเวลานี้คนตรงหน้าไม่ได้เอากระเป๋าเงินมาด้วย


               เด็กขี้โกหกก็ต้องโดนสั่งสอน


               งั้นผมขอตัวสักครู่นะครับเจ้าของร้านได้ยินดังนั้นจึงโค้งให้กับแฮร์รี่เล็กน้อยและเดินไปหาลูกค้าอีกคนที่กำลังเกาะกระจกตู้เครื่องประดับของเขาอยู่ในทันที


               สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าสนใจเครื่องประดับชิ้นไหนเหรอครับปิแอร์ที่ไม่ทราบว่าลูอิสมากับลูกค้าประจำของตนและกำลังถูกลูกค้าวีไอพีกลั่นแกล้งอยู่ได้เข้าไปทักทายตามปกติ ร่างบางที่เอาแต่จ้องภายในตู้กระจกจนไม่ทันได้ฟังบทสนทนาของแฮร์รี่กับคุณเจ้าของร้านเมื่อครู่จึงเงยหน้าขึ้นมาอย่างงงๆ ดวงตากลมโตสีฟ้าใสมองคนที่เข้ามาทักทายอย่างละเอียดก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นการแต่งตัวที่ค่อนข้างจะแปลกของบุคคลแปลกหน้า


               สวัสดีครับผมชื่อปิแอร์เป็นเจ้าของร้านนี้เองครับเมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของลูกค้า ชายหนุ่มผมยาวสีดำขลิบจึงเอ่ยปากแนะนำตัวก่อน


               อ่อ ครับ ผมชื่อลูอิส...ถึงจะแนะนำตัวตอบกลับไปเป็นมารยาทแต่สายตาก็ยังไม่ยอมละความสนใจไปจากการแต่งตัวที่ค่อนข้างแหวกแนวของชายหนุ่มเอเชียคนนี้อยู่ดี


               เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสนใจอะไรในตัวผมหรือเปล่าครับ?” คำถามที่ชวนให้คิดลึกทำให้ลูอิสรีบดึงสติตัวเองกลับมาและเปลี่ยนมาสบตาคู่สนทนาของตนแทนที่จะเอาแต่จ้องการแต่งกายของอีกฝ่ายแบบก่อนหน้านี้ในทันที


               ข...ขอโทษครับเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยรีบกล่าวขอโทษพลางเกาหัวไปมาอย่างขัดเขินเมื่อทราบว่าตนเองคงเผลอทำเรื่องเสียมารยาทเข้าให้แล้ว ปิแอร์ที่เห็นท่าทางนั้นก็อมยิ้มน้อยๆ ด้วยความเอ็นดู


               ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจเพราะผมก็แต่งตัวค่อนข้าง เอ่อ...เขาเรียกว่าอะไรนะ แปลก?” ปิแอร์พูดอย่างช้าๆ พลางนึกศัพท์ภายในหัวตัวเองไปด้วยทำให้ลูอิสพอเดาได้ว่าคนๆ นี้คงไม่ใช่คนที่นี่แน่นอน


               ไม่หรอกครับ ผมว่ามันก็ดูเท่ไปอีกแบบนะครับลูอิสพูดพร้อมกับยิ้มตอบกลับไป ชายหนุ่มเจ้าของร้านที่ได้ยินก็ยกมือขึ้นมาเกาจมูกตัวเองน้อยๆ ด้วยความเขินอาย ทั้งสองต่างพูดคุยกันอย่างสนุกปากจนลืมไปว่าภายในร้านไม่ได้มีพวกเขาเพียงแค่สองคน นัยน์ตาสีเขียวมรกตจับจ้องภาพบุคคลทั้งสองตรงหน้าด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก


               ไม่ชอบใจ?


               มือแกร่งยกขึ้นมาเสยผมตัวเองแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกอึดอัดขนาดนี้ด้วย...มันก็แค่ภาพไอ้เด็กข้างถนนไปเจ๊าะแจ๊ะกับเจ้าคนขายสร้อยไม่ใช่เหรอ


               ถึงแม้ภายในใจลึกๆ แทบอยากจะกระโจนเข้าไปกระชากทั้งสองคนให้แยกออกจากกันมากสักเพียงไหนแต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้เขาไม่สามารถเดินเข้าไปและแสดงการกระทำแบบนั้นได้ และนี่ก็อาจเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่เขาไม่สามารถให้อภัยคนตัวเล็กนี้ได้...ไม่อาจลดความเกลียดชังที่ทับถมในใจได้


               เพราะศักดิ์ศรี?


               แหม ชมผมขนาดนี้ผมก็เขินสิครับ แล้วคุณลูอิสชอบเส้นไหนเป็นพิเศษไหมครับเดี๋ยวผมลดให้ปิแอร์พูดพร้อมกับยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นลักยิ้มบริเวญแก้มที่บุ๋มลงไปทั้งสองข้าง


               ที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนใจดีถึงขั้นมาลดให้ลูกค้าทุกคนพร่ำเพรื่อ แต่การที่เขาตัดสินใจลดราคาให้ร่างบางก็ไม่ใช่เพราะความเสน่หาแต่อย่างใด ถ้าให้เรียกตามภาษาคนทั่วไปก็อาจเรียกได้ว่า ถูกชะตา


               “อ...เอ่อ ก็มีอยู่นะครับแต่ว่าไว้โอกาสหน้าดีกว่าร่างเล็กพูดอย่างตะกุกตะกักเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าตอนนี้ตัวเองไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้โกหกเรื่องที่มีสร้อยเส้นหนึ่งทีถูกใจเขาเพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะซื้อก็แค่นั้น


               เอ๋?” ปิแอร์เลิกคิ้วสีปีกกาของตนด้วยความสงสัยเพราะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ลูอิสพูดสักเท่าไหร่ แฮร์รี่ที่ลอบมองเหตุการณ์อยู่ยกยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของคนตัวเล็ก


               นายใช้ศัพท์ยากไปนะลูอิส ไม่มีเงินก็พูดบอกเขาไปชัดๆ สิเจ้าของผมหยิกยาวหุ่นดีสไตล์นายแบบเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะพร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัดราวกับต้องการหักหน้าเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าอย่างจงใจ ดวงตาสีเขียวมรกตคมกริบตวัดไปมองคนที่ยืนนิ่งไปอย่างนึกสนุก


               ...ดวงตากลมสีฟ้าใสทอดสายตาไปที่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งนิ่งๆ ก่อนจะละสายตากลับมาหาน้องชายผู้เหย่อหยิ่งและยิ้มกว้างออกมาเหมือนกับทุกครั้ง


               ตามนั้นแหละครับคุณปิแอร์ ทั้งตัวผมมีแค่ปอนด์เดียวเอง แหะๆ แฮร์รี่เดี๋ยวฉันไปนั่งรอข้างนอกนะ นายค่อยๆ เลือกไปก็ได้รอยยิ้มที่ยิ้มกว้างชวนให้หัวใจคนตัวสูงที่หมายมั่นจะทำร้ายจิตใจคนอื่นกลับเจ็บเสียเอง ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงมองคนที่เดินออกไปจากร้านอย่างเงียบๆ ด้วยความไม่เข้าใจ


               ทำไมถึงไม่โกรธ?


            ทำไมถึงต้องยิ้มให้เขาทุกครั้ง...


               ทำไมไม่พูดหรือต่อว่าอะไรเขาเลย...


            ทำไมต้องดีกับคนแบบเขาถึงขนาดนั้น...


               คุณแฮร์รี่เสียงเรียกชื่อตนเองที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาททำให้คนตัวสูงตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิดของตนเอง มือหนาที่ยื่นเข้ามาจ่อหน้าของแฮร์รี่โดยไม่ทันรู้ตัวทำให้ร่างแกร่งผงะถอยไปเล็กน้อยและเพ่งสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ด้วยความสงสัย


               ฝากเอาไปให้คุณลูอิสทีครับ เจ้าของผมสีดำขลิบพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มส่งให้


               ให้? ทำไมคุณต้องเอาไปให้เขาด้วยแฮร์รี่พูดถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวกว่าปกติ ดวงตาสีเขียวสดวาววับไปด้วยประกายของความไม่พอใจ แต่ถึงแม้จะถูกมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรปิแอร์ก็ยังยิ้มออกมาเช่นเดิม


               ผมเห็นว่าเขาถูกใจสร้อยเส้นนี้มากผมก็เลยอยากให้เขา...ผมรู้สึกถูกใจเขาครับคำพูดแสนเถรตรงทำให้อารมณ์ที่เริ่มเดือดนั้นระเบิดปะทุออกมาได้อย่างง่ายดาย มือเรียวหนาของศิลปินหนุ่มชื่อดังกระชากสร้อยคอที่มีจี้รูปใบเมเปิ้ลห้อยอยู่ออกมาจากมืออีกฝ่ายอย่างแรงก่อนจะควักเงินที่ซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาและวางกระแทกลงกับตู้กระจกอย่างแรงจนเกิดเป็นเสียงดัง


               ผมมีปัญญาซื้อให้คนของผมเองได้!!” คำพูดที่พูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำทำให้ชายหนุ่มเอเชียผิวสียกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับคว้าไหล่ของลูกค้าประจำที่กำลังเดือดจัดไว้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปเสียก่อน


               ผมต้องขอโทษด้วยหากผมสื่อสารอะไรออกไปไม่ชัด...ผมแค่ต้องการจะบอกว่าผมถูกใจนิสัยของเขาและหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ปิแอร์พูดอธิบายออกมาอย่างช้าๆ ด้วยความที่เขาไม่ใช่คนพื้นเพของทางฝั่งนี้จึงไม่ค่อยถนัดการใช้ภาษาอังกฤษเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้อ่อนภาษามากถึงขั้นสื่อสารออกไปผิดๆ เช่นกัน ถ้าจะพูดให้ชัดเจนขึ้นอีกก็คงเป็นเพราะ...เขาจงใจ?


               “แต่ทำไมคุณถึงต้องร้อนรนขนาดนั้นด้วย คุณแฮร์รี่ผู้ถูกถามได้แต่ยืนนิ่งไม่ตอบอะไร ภายในหัวมีเพียงคำถามของชายหนุ่มเอเชียวนเวียนอยู่ในหัว


               “ถ้าตอบไม่ได้ผมก็อยากให้คุณลองไปคิดดู...เพราะสิ่งใดก็ตามที่เราได้ทำมันลงไปแล้วเราจะไม่มีทางแก้ไขมันได้อีกนะครับแม้จะอยู่ท่ามกลางความสับสนแต่ถึงกระนั้นก็ยังน่าแปลกใจที่ร่างสูงเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มเอเชียคนนี้ต้องการจะบอกได้เป็นอย่างดี


               และผมพูดจริงว่าคุณควรเอาเครื่องประดับชิ้นนี้ไปให้เขา เพราะผมรู้สึกว่ามันมีความหมายต่อเขามาก...ตั้งแต่เดินเข้ามากับคุณเขาก็มองแต่มันไม่ใช่เหรอครับปิแอร์พูดออกมาด้วยความจริงใจเพราะตั้งแต่เขาเดินกลับเข้ามาในร้าน เขาก็เห็นร่างบางจ้องมองมันด้วยแววตาเป็นประกายวาววับโดยไม่แม้แต่ที่จะละสายตาจากมันเพียงเสี้ยววินาที...


               เขาว่ากันว่าเครื่องประดับสามารถสะท้อนถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกภายในใจเราได้ การที่คนเราต้องตาหรือถูกใจเครื่องประดับสักชิ้นตั้งแต่เพียงแรกเห็นแสดงว่าเครื่องประดับชิ้นนั้นต้องมีบางสิ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในอดีต อดีตที่อาจจะเป็นเหมือนแสงสว่างช่วยปลอบประโลมจิตใจหรืออาจจะเป็นได้แม้แต่อดีตอันแสนเจ็บปวด


               หลังจากฟังปิแอร์พูดจบแฮร์รี่ก็กล่าวคำขอโทษถึงความเข้าใจผิดนั้นไปแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามหรือพูดอะไรนอกเหนือจากนั้นอีก ทันทีที่ปลายเท้าย่างก้าวออกมาจากร้าน สายตาคมกริบก็สอดส่ายหาคนตัวเล็กที่เดินหนีออกมาก่อนและไม่นานสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างผอมบางที่กำลังนั่งเหม่อมองต้นไม้อยู่


            ต้นเมเปิ้ล...


               นายชอบต้นเมเปิ้ลเหรอแฮร์รี่เดินเข้าไปหาพร้อมเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีฟ้าประกายสดใสหันเหความสนใจจากต้นไม้สีส้มอ่อนมาหาน้องชายต่างสายเลือดและหลุบต่ำลงมองพื้นเล็กน้อย


               ฉันแค่ชอบตอนมันผลัดใบน่ะ...ไม่มีอะไรหรอก นายเลือกสร้อยเสร็จแล้วเหรอคนตัวเล็กถามขึ้นพร้อมกับมองถุงใส่เครื่องประดับที่คนอายุน้อยกว่าถือมาด้วยความสนใจ ริมฝีปากหนาของคนตัวโตเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังต้องการเค้นความกล้าเพื่อจะทำบางสิ่ง ลำแขนแกร่งพยายามยื่นถุงไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ แต่เหมือนกับเรี่ยวแรงทั้งหมดที่พยายามดันออกไปไม่มีผลเลยแม้แต่น้อย...แขนของเขายังคงอยู่ข้างลำตัวเหมือนเดิม


               ถ้านายซื้อไปให้เดน่า...เธอคงดีใจมากๆ เลยเพียงเสี้ยวนาทีความพยายามทั้งหมดก็ขาดสะบั้นลงไปในทันที มือที่ถือถุงเครื่องประดับชักกลับมาก่อนจะตัดสินใจยัดใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงตัวเก่งเช่นเดิม


               เขาหลงลืมไปได้อย่างไรนะ?


               ตอนนี้เขาเป็นแฟนของเดน่า


            แล้วเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่...


               ทำไมเขาต้องมาใส่ใจคนที่เขาเกลียดด้วย...


               แล้วทำไมเขาถึงต้องมารู้สึกหึงหวงคนที่ไม่มีค่าอะไรต่อเขาเลย...


               นั่นสินะ ถ้าเดน่าชอบก็คงดีเสียงที่มีแต่ความแข็งกร้าวกลับแผ่วและเบาโหวงจนผิดสังเกต สุดท้ายแล้วสิ่งที่มีอิทธิพลต่อศิลปินหนุ่มคนนี้มากที่สุดก็คงไม่พ้นศักดิ์ศรีอันน่าภาคภูมิใจที่ติดฝั่งแน่นภายในตัวเขายิ่งกว่าคราบหมากฝรั่งแห้งกรังบนเสื้อเสียอีก...และทุกครั้งดูเหมือนว่าศักดิ์ศรีนี้มันจะสามารถหยุดยั้งทุกการกระทำอันไร้สาระของเขาได้เสมอหรือแม้แต่สรรหาคำตอบมาอธิบายเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่าทำไมเขาถึงไม่ควรสงสารหรือเห็นใจคนตรงหน้าได้ตลอด


               แต่ทั้งที่ควรจะปล่อยผ่านไปเหมือนทุกทีครั้งนี้กลับรู้สึกอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว...


               เบื่อ... เขาเบื่อแล้วกับการปล่อยทิ้งปัญหาจนมันสั่งสมมานานขนาดนี้จนสุดท้ายทุกสิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียด... ใช่ เขาเกลียดอีกฝ่ายเพราะอีกฝ่ายทำลายทุกสิ่งในชีวิตของเขาแต่ถึงกระนั้นก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เข้าใจ


               ลูอิสทำทั้งหมดไปเพื่ออะไร?


               ถึงแม้ภายในใจจะเกลียดชังสักแค่ไหนแต่เขาก็ต้องการทราบเหตุผลนั้น ต้องการหาหลักฐานบางอย่างมาสนับสนุนว่าความเกลียดที่เขามีคือของจริงและเป็นสิ่งที่เขาควรจะรู้สึก...


               ดูเหมือนว่ามันคงจะถึงเวลาที่เขาควรได้รับคำตอบแล้วเช่นกัน


               ลูอิส...ความกล้าหาญที่มักจะมีอย่างเหลือเฟือในสายตาของคนอื่น ในความเป็นจริงแล้วเขามีมันอยู่น้อยมากต่างหากเพราะถ้าหากเขามีมันมากขนาดนั้น เขาคงจะเค้นคำตอบจากอีกฝ่ายได้นานแล้ว


               หือ?” นัยน์ตาสีฟ้าสดใสหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนที่เอื้อนเอ่ยชื่อของเขาออกมาโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง


               มีบางสิ่งที่ค้างคาใจฉันมาตลอด...และฉันก็คิดว่าฉันสมควรจะได้รู้…” คำพูดที่ถูกเว้นว่างหายไปสร้างความฉงนให้กับคนที่เฝ้ารออยู่ไม่น้อย ลมหายใจของคนผมหยิกยาวถูกสูดเข้าไปอย่างแรงเพื่อเรียกความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะตัดสินใจพูดออกไป


               ทำไมนายถึงต้องทำลายชีวิตฉัน?”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พอมามองแล้วแบบตัดอะไรของมัน5555

เร็นจะทยอยลงให้แต่อาจจะช้าหน่อย ถ้าใครไม่อยากรอ

หรือไม่อยากขาดตอน

อยากมีไว้เก็บก็ช่วยอุดหนุนด้วยน้า ตอนนี้สินค้าพร้อมส่งแล้ว

ในเล่มพิเศษจะมีตอนพิเศษลับที่ไม่ลงในเว็บตอนนึงด้วยนะคะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น