[Larry] Hopeful For Today

ตอนที่ 6 : Larry : คนบาปในคราบนักบุญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

               'นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!!' เสียงของเด็กหนุ่มอ้วนกลมร่างหนากำลังเทขยะและเศษกระดาษกองเท่าภูเขาออกจากกระเป๋าสะพายด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างเก็บไว้ไม่อยู่


               'เฮ้ย ใจเย็นๆ ก่อนดิวะเคลตัน'


               ใช่...ไอ้หมอนั่นมันชื่อว่าเคลตัน มันเป็นเพื่อนสนิทคนแรกที่เรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นเพื่อนรัก ถึงแม้ว่าพวกเราจะพึ่งเป็นเพื่อนกันได้ไม่นานหลังจากที่เข้าเรียนในระดับไฮลสคูล


               แต่ก็คงไม่มีใครจะแทนที่มันได้...


               เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งเคลตันก็ทำให้คนที่ไม่มีใครอย่างเขาได้สัมผัสถึงความรู้สึกเหล่านั้น ความยินดีที่มีใครสักคนยอมรับเขา ความสุขกับการที่ได้เป็นคนสำคัญของใครสักคน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคนแรกและเพียงคนเดียวที่เขาเรียกว่าเพื่อนก็ได้


               แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องกลับพังทลายลง


               ก็เพราะนาย...ลูอิส


               'จะให้ใจเย็นได้ไง ไอ้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มันเกิดเองไม่ได้หรอกต้องมีไอ้หมาตาขาวที่ไหนแกล้งฉันแน่ เฮ้ย!! ใครทำก็กล้ารับหน่อยสิวะ!!' เพื่อนรักตัวอ้วนตะเบ็งเสียงดังสนั่นพร้อมกับตวัดสายตาอย่างเหวี่ยงๆ ใส่ทุกคนในห้องซึ่งทุกคนที่อยู่ในที่นั้นก็ต่างพากันหลบตาและเดินออกจากห้องไป เนื่องจากไม่อยากมีปัญหากับอันธพาลประจำห้อง


               'แล้วแกจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่คนอื่นทำไม กับอีแค่กระเป๋าใบเดียวเดี๋ยวแกเอาของฉันไปใช้ก่อนก็ได้ ใจเย็นๆ ก่อน' เมื่อได้ยินแฮร์รี่พูด เพื่อนรักตัวอ้วนก็เหล่ตามองน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยพร้อมกับค่อยๆ ดับอารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่ให้หายไป


               'พูดแล้วห้ามคืนคำนะเว้ย แล้วเลิกเรียนจะไปเที่ยวด้วยกันต่อมั้ย ฉันเจอร้านเจ๋งๆ ตรงหลังโรงเรียนด้วยว่ะ' เคลตันถามขึ้นอย่างยิ้มๆ


               'ไม่ได้ว่ะ วันนี้ฉันนัดกับเดน่าไว้แล้ว' เจ้าของผมหยิกสั้นยุ่งเหยิงพูดขึ้นพร้อมถอนหายใจเบาๆ มันก็ดีอยู่ที่เจ้าหล่อนชวนเขาไปเดทบ่อยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่เสียอย่างเดียวคือเวลาที่หญิงสาวเดินผ่านแหล่งช็อปปิ้งมีไร เขามักต้องเปลี่ยนสถานะจะแฟนหนุ่มเป็นเด็กถือของให้องค์หญิงของเขาทุกทีเนี่ยสิ


               แต่ถึงจะบ่นนั่นบ่นนี่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมหญิงสาวอยู่ดีเพราะกว่าทั้งสองจะพัฒนาความสัมพันธ์ได้ถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรกของความสัมพันธ์หลังจากตกลงคบหาดูใจกัน เดน่าก็มักจะตีตัวออกห่างอีกทั้งยังเวลาที่เขาเดินใกล้ๆ เธอก็มักจะทำท่ารังเกียจราวกับเขาเป็นขยะเปียกเหม็นเน่าอะไรสักอย่าง จนตัวเขาเองก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเธออยากจะคบกับเขาจริงๆ หรือเพราะถูกใครบังคับกันแน่ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีหลังจากที่ทั้งสองเปิดอกพูดคุยกัน


               ใช่... หลังจากที่เขาเกือบถูกหญิงสาวแสนสวยเปิดอกด้วยมีดทำครัวมาแล้ว


               'เฮ้ย แกโอเคมั้ยแฮซ'


               'ห้ะ!! โทษที ฉันแค่นึกถึงความยากลำบากในชีวิตที่ผ่านมานิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรมาก' แฮร์รี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเพื่อนรักตบเข้าที่ไหล่โดยไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะหันไปตอบเพื่อนรักของตน


               'แล้วมันเลวร้ายมากถึงขนาดต้องร้องไห้เลยเหรอวะ แต่เอาเถอะ เรื่องเที่ยวเอาไว้คราวหน้าก็ได้แต่แกห้ามเบี้ยวอีกนะเว้ย' เคลตันพูดพร้อมตบบ่าให้กำลังใจแฮร์รี่พร้อมกับเดินไปหาเพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ เพื่อที่จะไปเที่ยวกันต่อ


               เพื่อนรักทั้งสองต่างคนต่างเดินแยกย้ายไปหาคนรัก หาเพื่อนของตน โดยไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าครั้งนี้จะเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุยกันในสถานะแบบนี้...


 

               โครม!!


               เสียงถังขยะเหล็กเงาวาวที่ตั้งอยู่ในมุมอับระหว่างตึกออฟฟิศล้มครืนเสียงดังสนั่นด้วยแรงปะทะจากร่างใหญ่โตของชายคนหนึ่ง ชายหนุ่มร่างอ้วนใหญ่ที่ล้มลงรีบประคองตัวเองขึ้นมาด้วยสีหน้าหวาดหวั่นราวกับต้องการหนีบางสิ่งบางอย่าง สองมืออวบอ้วนพยุงร่างที่สะบักสะบอมของตนถอยหนีโดยไม่สนว่าสิ่งที่ตนกำลังถอยเข้าหาคือขยะสกปรกที่เต็มไปด้วยอาหารเหม็นเน่าจากห้องครัวของตึก


               'อย่าเข้ามา!! ก..แก' เสียงที่ตะโกนสลับกับอาการหอบร้องห้ามชายหนุ่มอีกคนที่กำลังสาวเท้าเข้ามาหาอย่างเนิบนาบ นัยน์ตาสีฟ้าขุ่นหรี่ตามองคนเบื้องล่างด้วยความเวทนา ร่างผอมบางที่ยืนอย่างเหนือกว่าลดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเหยื่อช้าๆ พร้อมกับดึงผ้าปิดปากที่ซ่อนเสี้ยวหน้าช่วงล่างลงมาจนเผยให้เห็นรอยยิ้มจางที่ประดับบนใบหน้า


               ‘โอ้โห ดูนั่นสิ...หมูอ้วนผู้ชื่นชอบขยะ หึ ชอบของฝากที่ฉันยัดใส่กระเป๋านายไหมล่ะรอยยิ้มแสยะที่เผยให้เห็นพร้อมกับคำพูดเชิงยั่วโมโหนั่นทำให้เคลตันนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าได้ในทันที


               ไอ้เลวเอ้ย!! แกเป็นใครกันแน่!!’ คนตัวอ้วนตะคอกถามกลับไปทั้งที่ยังหวาดกลัวอยู่เต็มอก ซึ่งคู่กรณีก็ได้แต่ยืนยิ้มขำกับท่าทางของเหยื่ออย่างสนุกสนาน


               'ชู่ว์... ไม่เอาสิ นายไม่เจ็บคอบ้างเหรอเคลตัน' นิ้วเรียวเล็กยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากตนเองประกอบท่าทางพร้อมยิ้มกว้างส่งให้อย่างเป็นกันเอง ทันทีที่เห็นรอยยิ้มนั้นใกล้ๆ ภาพของคนในอดีตที่เขาเคยเจอเพียงหนเดียวครั้งตอนไปเที่ยวบ้านเพื่อนรักหัวหยิกก็ผุดขึ้นมาในทันที


               'แก..ไอ้เด็กโสโครกที่อยู่บ้านแฮ--- อ๊ากกกก' คำพูดที่ยังถูกร้อยเรียงไม่ทันจบขาดหายไประหว่างทาง และปิดท้ายด้วยเสียงโหยหวนอย่างทรมานจากมือที่ถูกเหยียบอย่างแรงจนแทบจะแนบไปเป็นเนื้อเดียวกับพื้น ร่างอ้วนที่นอนเบียดกับถังขยะคุดคู้ด่วยความเจ็บปวดพร้อมกับเงยหน้ามองคนที่ยิ้มให้ตนอย่างแค้นเคือง


               'ระวังปากหน่อยเคลตัน ฉันไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงสักเท่าไหร่นะ' คำพูดที่เอ่ยเตือนพร้อมทั้งกับรอยยิ้มที่ยังไม่หุบลง เช่นเดียวกับแววตาที่หมายจะเอาชีวิตก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


               'เผยธาตุแท้ออกมาแล้วเหรอไง...แกนี่มันพวกสวมหน้ากากเก่งเหมือนที่แฮซบอกเลยนะ' เสียงลมหายใจที่กอบโกยเข้าสู่ปอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดดังสลับกับคำพูดจิกกัด และผลที่ได้รับมันก็คุ้มค่าเมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบไป ฝ่ามือเรียวของร่างผอมโปร่งกำเข้าหากันแน่นจนมีเลือดไหลซึมออกมา ก่อนที่ร่างเล็กนั้นจะยันตัวขึ้นมาจากพื้นอย่างเงียบๆ


               'แทงใจดำสินะ แกมันก็แค่ขยะที่ชอบเรียกร้องความสนใจ นั่นสิ ก็แกไม่เคยมีนี่ ไม่เคยมีใครที่รักแก' เมื่อเห็นอีกฝ่ายที่ยืนขึ้นเงียบไปเคลตันจึงพูดซ้ำเติมต่อทันที เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาตกอยู่ในสภาพนี้เพราะคนตรงหน้านี้ได้ แฮร์รี่เคยเล่าให้เขาฟังว่าตนไม่ชอบพี่บุญธรรมตัวเองมากแค่ไหน ถึงเขาจะเออออไปตามเพื่อนรักแต่เขาก็ไม่เคยเชื่อเพราะคิดว่าเจ้าเพื่อนหัวหยิกแค่อิจฉาพี่ชายแสนดีคนนี้เท่านั้น


               แต่สิ่งที่เขาคิดไว้มันผิด


            คนตรงหน้าเขามันก็แค่ปีศาจในชุดนักบุญเท่านั้น!!


               ตอนนี้เขากำลังถือไพ่เหนือว่า เขาต้องรีบหาทางหนีและจัดการกับหมอนี่... อย่างน้อยๆ ก็ต้องกลับออกไปประจานสิ่งที่คนตรงหน้าทำไว้กับเขาให้ได้


               'เราสองคนไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ถ้าแกยอมล้มเลิกฉันจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครก็ได้นะ'


               แต่แค่ตอนนี้นะไอ้โง่


               เคลตันลอบคิดในใจขณะกำลังยื่นข้อเสนอ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัวเลยว่าสิ่งที่ตัวเองคิดทั้งหมดนั้นแสดงผ่านออกมาทางแววตาของตนชัดจนปิดไม่มิด


               ผัวะ!!!


               'อ๊ากกกกก!!! เจ็บ!! หัว...หัวฉันนน' เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังลั่นจะน่ากลัวว่าเส้นเสียงของคนตัวอ้วนจะขาดผึงเสียก่อน ร่างอ้วนท้วมสั่นคลอนไปตามความเจ็บจากมือที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายหลังจากที่โดนร่างบางตรงหน้าเตะเข้าที่หัวอย่างแรงจนหัวนั้นแทบจะหลุด


               คิดว่าฉันไม่รู้ความคิดเลวๆ แกหรือยังไง ฉันรู้มาตลอดนั่นแหละ ไม่ว่าจะตอนที่แกเข้ามาตีสนิทกับน้องชายฉันเพื่อต้องการอะไรหรือจะเป็นตอนนี้ที่แกคิดจะหนีเอาตัวรอดแล้วเอาเรื่องทั้งหมด...รอยยิ้มหยันมองคนเบื้องล่างอย่างสมเพชก่อนจะละคำพูดสุดท้ายไว้เพื่อรอจังหวะบางอย่าง


               ‘…’ เมื่อไม่ได้ยินพี่ชายของเพื่อนรักพูดอะไรต่อเคลตันที่กุมหัวตัวเองจึงเผยอขึ้นมามองอย่างกลัวๆ ซึ่งเขาก็พึ่งจะเข้าใจว่าความขี้สงสัยสามารถฆ่าคนได้จริงๆ


               ‘ไปฟ้องแฮซ..’ ทันทีที่เห็นคนที่นอนแทบเท้าตัวเองเงยหน้าขึ้นมาหาตน ร่างโปร่งก็พูดขึ้นต่อทันที


               เพียงเสี้ยวนาทีที่คำพูดนั้นจบลงพร้อมกับรอยยิ้มที่จางหายไป ขาข้างเดียวที่เคยเสยหัวคนตัวอ้วนก็ถูกยกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับถีบเตะคนที่นอนที่พื้นไปมาอย่างแค้นเคือง เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกละเลงลงบนร่างเพื่อนรักจอมปลอมของน้องชายอย่างไร้เมตตา สายตาสีฟ้าที่แสนอบอุ่นถูกความโกรธเข้าครอบงำจนเหลือเพียงความว่างเปล่า


               ช่วงเวลาแห่งความทรมานผ่านไปอย้างช้าๆ และเป็นเวลานานมาก จากท้องนภาสีฟ้าสดใสกลับค่อยๆ ถูกแสงอาทิตย์สาดทาทับด้วยสีแดงฉาน เช่นเดียวกับร่างชายหนุ่มอ้วนท้วมที่นอนจมกองเลือดสีแดงสด ร่างที่บอบช้ำจากการถูกเตะต่อยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างช้าๆ ราวกับว่าใกล้จะขาดใจเสียแล้ว สายตาที่เคยอวดเก่งในตอนนี้กลับรู้สึกหวาดหวั่นคนเบื้องหน้า แต่ถึงจะหวาดกลัวเพียงไรก็ไม่อาจร้องขอความเมตตาหรือความช่วยเหลือจากผู้ใดได้ เพราะถึงจะตะโกนร้องขอไปแค่ไหนก็คงไม่มีใครได้ยินและหากเลือกที่จะตะโกนออกไปสุดท้ายแล้วจุดหมายที่รอนั้นก็คงไปพ้นความตายเป็นแน่


               นัยน์ตาสีฟ้าสดที่คั่งไปด้วยเลือดจากการถูกเตะต่อยมองคนที่กำลังจะเดินจากไปอย่างไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับจดจำข้อความที่ได้รับมาอย่างฝังใจ


               นายมีสิทธิ์เลือกได้เสมอว่าจะอยู่ให้ห่างจากอันตรายหรือเลือกที่จะเผชิญหน้า ถ้านายต้องการแก้แค้นก็เชิญบอกคนที่นายอยากบอก ฉันจะไม่ห้าม แต่จำใส่หัวแกไว้ด้วยว่าไม่ว่าฉันจะเข้าคุกหรือถูกฝังทั้งเป็น...


               ‘ฉันก็จะตามมาฆ่า ถ้าแกยังคิดแตะต้องแฮร์รี่


               น้ำเสียงที่เย็นเยียบพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดพร้อมกับส่งยิ้มของนักบุญไปให้อย่างทุกที แต่เคลตันรู้ดีว่ารอยยิ้มที่เขาเห็นนั้นแค่หน้ากาก... และแน่นอน เขาจะไม่มีทางยุ่งกับปีศาจตนนี้อีกเป็นแน่


               ไม่มีวัน

 

            หลังจากที่ลูอิสเดินจากไปทิ้งให้อดีตเพื่อนรักน้องชายต่างสายเลือดนอนสลบอยู่อย่างนั้น ก็มีพนักงานคนครัวของตึกออกมาพบและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ถึงแม้ว่าภายหลังจะมีการสืบหาผู้กระทำก็กลับไม่พบข้อมูลใดๆ เพราะไม่ว่าใครจะมาซักถามอะไรเคลตันก็เลือกที่จะไม่เปิดปากพูดบอกสิ่งใด


               ทำไมนายเข้าโรงพยาบาลถึงไม่โทรมาหาฉันเลยวะเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลหยิกยาวถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักของตนเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยความคับข้องใจ เพราะเขาเองก็พึ่งรู้จากปากเพื่อนคนอื่นเรื่องนี้เมื่อเช้าเหมือนกันทั้งที่เขาเป็นเพื่อนสนิทของเคลตันแต่ทำไมเขากลับไม่รู้อะไรเลย


               ...เคลตันไม่พูดตอบกลับอะไรและคุ้ยหาของในกระเป๋าต่อราวกับว่าไม่ต้องการตอบคำถามนั้น เมื่อเห็นดังนั้นคิ้วสีน้ำตาลของแฮร์รี่จึงขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย


               ‘เออใช่ กระเป๋าใบใหม่ตามที่สัญญา ฉันเอามาให้แล้วนะ ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าปีนี้แกได้ไหมวะ แค่ใบเดียวทำฉันจนไปเลยว่ะ ฮ่าๆแฮร์รี่พูดขึ้นมาติดตลกพลางหยิบถุงใส่กระเป๋าหนังใหม่เอี่ยมที่เขาพึ่งซื้อโดยใช้เงินเก็บของตัวเองออกมาพร้อมกับยื่นให้เพื่อนรักตน


 

               พลั่ก!!


               เสียงกระเป๋าหนังราคาแพงถูกอัดลงกับพื้นอย่างแรงซึ่งเรียกเสียงจากคนในห้องได้เป็นอย่างดี ทุกคนต่างให้ความสนใจสองคู่ซี้ที่กำลังยืนนิ่งเงียบอย่างสงสัย


               เลิกทำตัวเป็นคนดีได้ไหมวะ น่ารำคาญเป็นบ้าน้ำเสียงที่ถูกกดเค้นออกมาเล็ดรอดตามไรฟันของหนุ่มอ้วนทำให้แฮร์รี่หน้าเสียไปนิด


               แกเป็นอะไรไป ทำไมวันนี้แกแปลกๆ..มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะบ่าเพื่อนรักถูกปัดออกอย่างแรงอย่างไม่ไยดี ทำให้บรรยากาศที่แสนอึดอัดยิ่งแย่ลงกว่าเดิม


               ฉันปกติดีว่ะแต่ฉันเริ่มรำคาญความโง่ของแกก็เท่านั้น แกคิดว่าฉันอยากเป็นเพื่อนแกงั้นเหรอ เหอะ!! ถ้าแกเป็นเพื่อนฉันคงไม่รีดไถแกจนตัวแห้งแบบนี้ทุกวันหรอก


               ‘แกมันก็แค่กระเป๋าเงินเดินได้คนตัวอ้วนพูดเน้นเสียงอย่างจงใจพร้อมกับยิ้มเยาะออกมาแบบสะใจ ทุกคนที่เฝ้ามองเหตุการณ์เหล่านั้นต่างเริ่มกระซิบกระซาบจนเริ่มเกิดเป็นเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ


               ที่นี้เลิกยุ่งกับฉันสักทีเหอะ ฉันเกลียดพวกโง่ที่ไม่รู้จักคิดแบบแกระเบิดลูกใหญ่ถูกทิ้งลงกลางใจของเด็กไร้เพื่อน... หัวใจถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความสุขที่เคยเข้าใจว่าตัวเองนั้นมีโอกาสได้รับถูกเหยียบซ้ำจนกลายเป็นฝุ่นผง


               แกคิดว่าฉันอยากเป็นเพื่อนแกงั้นเหรอ


               อือ... ฉันเคยคิด


            แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคิด


            ทำไมตัวเขาถึงไม่มีใครมองเห็นบ้างนะ ใครสักคนที่อยากจะเป็นเพื่อนของเขา ไม่ว่าใครต่างก็เข้ามาเพื่อเอาบางสิ่งไปจากเขาเสมอ ทั้งพ่อ แม่ เงิน ความเชื่อใจ ความไว้ใจ ความรัก ทุกสิ่งถูกแย่งชิงไปจนหมด เขาจะมีสิทธิ์ที่จะได้เก็บอะไรไว้บ้างหรือเปล่านะ จะมีสิทธิ์ได้รับความสุขเหมือนอย่างคนอื่นบ้างไหม


               เพราะผมเป็นเด็กไม่ดีถึงไม่มีใครรักใช่ไหม


            หรือเพราะว่าตัวผมนั้นถูกสาปไว้...


            คำสาปกำหนดให้ผมนั้นต้องโดดเดี่ยว...ไปชั่วชีวิต


               .

               .

               .

               ใช่... เขาเคยคิดแบบนั้นจนกระทั่งได้ยินบทสนทนาที่ไม่ควรจะได้ยินเข้า


               หึ นายนี่เล่นละครเก่งมาก ฉันนี่นับถือจริงๆเสียงทุ้มออกหวานดังขึ้นในห้องเรียนชั้นสองของอาคารพร้อมกับเสียงตบมือเชิงประชดประชัน แม้ว่าการพูดคุยครั้งนี้จะไม่ได้เสียงดังอะไรมาก แต่มันก็ดังมากพอให้คนที่ลอบฟังอยู่ชั้นล่างด้านนอกได้ยิน


               ฉันทำตามที่ต้องการแล้วนะ นายก็ต้องทำตามสัญญาด้วยเสียงอันแสนคุ้นเคยของเพื่อนรักดังขึ้นทำให้แฮร์รี่ตัวเย็นเยียบไปในทันที...


               เคลตันคุยกับใคร...


               แน่นอน นี่คือเงินปลอบขวัญที่นายเรียกร้อง... หวังว่านายจะรักษาสัญญาให้ได้ตลอดนะ เคลตันรอยยิ้มจากบุคคลปริศนาเผยออกมาให้คนตัวอ้วนได้เห็นซึ่งเรียกอาการขนลุกให้เคลตันได้ไม่ยาก


               เออๆ ผมบอกจะเลิกยุ่งกับแฮซก็เลิก วันหลังมาคุยแบบนี้ก่อนก็ได้ ไม่ต้องมาดักฆ่ากันแบบเมื่อสองวันก่อนหรอกเคลตันพูดแกมประชดออกมาอย่างลืมตัวก่อนจะรีบสงบปากสงบคำเมื่อเห็นแววตาคมกริบของอีกฝ่าย


               ‘ไม่ได้หรอก... ถ้าจะทำให้สัตว์มันจำก็ต้องลงมือให้มันเข้าใจ...


               ‘และนายก็คงเข้าใจแล้วนะ...


               ‘แฮซมีแค่ฉันก็พอแล้ว...รอยยิ้มน่าขนลุกชวนให้เคลตันผวาอย่างไม่มีสาเหตุ ยิ่งอยู่ใกล้คนตรงหน้านานเท่าไหร่เคลตันก็ยิ่งรับรู้ว่าคนคนนี้อันตรายแค่ไหน


               แฮร์รี่ที่ดักฟังรู้สึกสังหรณ์ใจเกี่ยวกับคู่สนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นตัวการที่ทำให้เคลตันออกห่างจากเขา ร่างสูงตัดสินรีบวิ่งเข้าอาคารเพื่อไปยังชั้นสองหาตัวต้นเหตุของเรื่องแปลกๆ ทั้งหมด


 

               ครืด...


               ทันทีที่เลื่อนประตูออก เจ้าของผมหยิกก็นิ่งอึ้งตกใจเพราะเจอเข้ากับพี่ต่างสายเลือดของตนเองเข้าโดยบังเอิญ


               ลูอิส ทำไมนายมาอยู่ที่นี่แฮร์รี่ถามขึ้นมาเสียงเข้มทันทีพร้อมกับพยายามสอดส่องสายตาไปทั่วทั้งห้องเพื่อหาตัวเคลตันแต่ก็กลับพบแต่เพียงห้องที่ว่างเปล่า แต่เขามั่นใจว่าเสียงปริศนานั้นใช่คนตรงหน้าเขาแน่


               ‘เอ่อ... ฉันแค่ได้ยินเสียงแปลกๆ เหมือนคนคุยกันเลยมาดูน่ะเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มส่งให้


               โกหก...


               ทันทีที่เห็นรอยยิ้มนั้นแฮร์รี่ก็รับรู้ได้ในทันที ความแค้นเคืองก่อขึ้นภายในใจอย่างไม่อาจให้อภัย ทำไมคนตรงหน้าต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องพยายามพังชีวิตของเขา!!


               นายต้องการอะไร!! ทำไมนายต้องแย่งทุกอย่างที่เป็นของฉันไปทั้งหมด!!’ ร่างสูงโพล่งออกมาเสียงดังด้วยร่างที่สั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ ลูอิสมองคนตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมากว่าเดิม


               ฉันไม่เคยแย่งอะไรไปและไม่เคยคิดจะแย่ง... แล้วก็กลับบ้านได้แล้วนะน้องชาย มันเย็นมากแล้ว...มือเรียวยกขึ้นมาลูบหัวคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มจางก่อนจะเดินจากไป


               แฮร์รี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับต้องการดับอารมณ์ที่คุกรุ่นภายในใจ... แต่เขาก็เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปมันเสียเวลาเปล่าทั้งนั้น เพราะความแค้นเคืองที่เขามีต่อร่างโปร่งตอนนี้มันเกิดกว่าขีดจำกัดที่เขารับไหวแล้ว


               ต้องอีกสักกี่ครั้งนายถึงจะพอใจลูอิส นายต้องหักหลังความเชื่อใจของฉันไปอีกกี่ครั้ง...


               เมื่อครั้งวัยเด็กเขาเคยคิดว่าลูอิสไม่ได้ตั้งใจพังทุกอย่างของเขาแต่เป็นเพราะตัวเขาเองที่มันแย่ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเสียเท่าไหร่ทุกอย่างก็ยิ่งชัดเจนว่าสิ่งที่อีกฝ่ายมอบให้เขานั้นมีเพียงแค่คำโกหกและการหักหลัง...แม้แต่ความเชื่อใจที่เหลือเพียงน้อยนิดของเขาอีกฝ่ายก็ยังหักหลังมันได้ลง


            ทุกอย่างมันเกิดมามากเกินพอแล้ว


            ฉันสูญเสียสิ่งสำคัญมามากแล้ว


            ฉันจะไม่มีวันให้นายทำลายอะไรในชีวิตของฉันไปมากกว่านี้


               คำสาบานที่กล่าวขึ้นมาในห้องที่เงียบงันสะท้อนดังก้องไปทั่วบริเวณราวกับต้องการให้ทุกสิ่งในที่นั้นเป็นพยานและดูเหมือนจะเป็นอย่างที่เขาต้องการเพราะคำสาบานนั้น...ได้ถูกรับฟังไว้แล้ว


               ความต้องการนั้นฉันรับไว้แล้วนะ แฮร์รี่รอยยิ้มจางที่ให้ไว้ก่อนเดินจากออกมายังคงถูกวาดประดับไว้เช่นเดิม รอยยิ้มที่สั่นระริกไปด้วยความเจ็บปวด...

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาต่อให้แล้วน้าา ขอโทษที่ช้านะคะ

ในเว็บอีกไม่เกิน 3 ตอนจะจบแล้วซึ่งตามสัญญาที่กล่าวไว้ในีรอบพรีว่าจะตัดแบบไม่ให้ค้าง

แต่ถ้าใครอยากอ่านต่อก็ช่วยอุดหนุนหน่อยน้า

อย่าลืมเม้นติชมได้นะคะ กำลังใจจากทุกท่านคืออาหารหลักของเร็น

รักนักอ่านทุกคนนน


**Edit 16/3/59 รีไรท์แก้บางสำนวน แก้คำผิดก่อนที่จะนำไปรวมเล่ม**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น