[Larry] Hopeful For Today

ตอนที่ 3 : Larry : ความเจ็บปวดของผู้เฝ้ามอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 59

               ปึ่ก!


               "!!!" ร่างโปร่งที่เผลอหลับไปขณะกำลังนึกย้อนถึงช่วงเวลาเก่าๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงที่กดลงมาบนบ่าของตนเอง หลังจากที่ลืมตาขึ้นมาดวงเนตรสีฟ้าขุ่นก็มองไปรอบๆ ห้องอย่างสำรวจก่อนจะสะดุดสายตาลงที่ก้อนขนสีน้ำตาลเข้มหยิกหยองที่หางตา


               "แฮร์รี่..." ทันทีที่เอื้อมมือไปสัมผัสก้อนขนนั้น คนตัวเล็กก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ทิ้งน้ำหนักลงบนตัวเขาคือใคร มือเรียวสวยลูบศีรษะคนข้างกายไปมาอย่างเอ็นดู พลางนึกถึงเรื่องที่ตัวเองฝันถึงความทรงจำในอดีตไปด้วย ดวงตากลมสีฟ้าซีดเหล่มองคนข้างกายก่อนจะหลับลงตาเพื่อซึมซับความรู้สึกที่ปลายนิ้วตนเองอย่างคิดถึง ถ้าหากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเมาแล้วหลับไปเขาคงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้แน่ๆ


               คงไม่มีวัน...


               หลังจากนั้นไม่นานลูอิสก็จัดแจงให้คนตัวสูงกว่าเปลี่ยนลงมานอนราบที่โซฟาโดยให้ศีรษะของอีกฝ่ายหนุนบนตักตัวเองไว้ ในเมื่อโอกาสแบบนี้ก็หาไม่ได้ง่ายๆ อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้ตักตวงความสุขเล็กๆ น้อยๆ เสียหน่อยแล้วกัน


               "แฮร์รี่...เมื่อกี้ฉันฝันด้วยแหละ ฝันถึงพวกเราตอนยังเด็ก...ตอนนั้นนายยังไม่สูงขนาดนี้เลย และผมนายก็ยังทั้งสั้นและหยิกมากกว่าตอนนี้ด้วย..." ปลายนิ้วเรียวลูบไล้เส้นผมหยิกที่บัดนี้ยาวจนไม่เหลือเค้าเดิม ก่อนจะไล่ลงมาที่ใบหน้าเรียวขาวของร่างสูงที่ไม่ได้มองใกล้ๆ แบบนี้มานานแล้ว


               "ส่วนฉันตอนนั้นก็ทั้งขี้แย..ทั้ง...ฮึ่ก..." ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งปวดร้าว ยิ่งพูดถึงก็ยิ่งตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ตอนนี้ของพวกเขาห่างเหินกันมากแค่ไหน


               "แฮซ...นายยังเกลียดฉันอยู่ไหม ฮึ่ก...ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ" คำถามที่พูดออกไปแม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางได้รับคำตอบกลับมา แต่ถึงกระนั้นก็คงดีกว่าหากต้องฟังความจริงที่เสียดแทงใจ


               "ขอโทษ..."


               หยาดน้ำใสไหลลงอาบที่แก้มนวลอย่างช้าๆ ก่อนจะหยดลงบนแก้มของคนที่เมามายไม่ได้สติ ลูอิสที่เห็นจึงรีบกลั้นน้ำตาเอาไว้และเช็ดมันออกให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จากนั้นร่างโปร่งจึงค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อเดินไปเอาหมอนและผ้าห่มมาให้คนตัวสูงที่ดูจากสภาพแล้วคงไม่สามารถย้ายไปนอนที่เตียงในห้องได้


               หลังจากที่เสียงฝีเท้าห่างไกลไปเรื่อยๆ ดวงตาสีเขียวก็ลืมขึ้นอย่างช้าๆ สติที่เลือนหายไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ถูกกระชากกลับมาตั้งแต่ถูกอีกคนลูบหัวไปมาอย่างเพลิดเพลิน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเลือกที่จะแกล้งหลับต่อ...


               ทำไมต้องทำแบบนั้น?


               คำถามที่สะท้อนดังในหัวถามหาคำตอบเพื่อหาเหตุผลกับการกระทำไร้สาระของตัวเอง หากแต่สิ่งที่ตอบกลับมานั้นกลับเหลือเพียงแค่ความว่างเปล่า เพราะมันไม่มีคำตอบมาตั้งแต่แรกแล้วหรือเป็นเพราะตัวเขาที่ไม่เข้าใจในเหตุผลนั้นกันแน่นะ

               "ขอโทษงั้นเหรอ...ถึงนายจะพูดคำนั้นออกมามากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้หรอกลูอิส"


               ไม่ช่วยเปลี่ยนอะไรได้


            และคงไม่มีทางเปลี่ยน

 


               "อ้าว ลุกขึ้นไหวแล้วเหรอแฮซ" เจ้าของดวงตาสีฟ้าหม่นถามขึ้นเมื่อเห็นคนตัวสูงลุกขึ้นมานั่งและกำลังนวดขมับตัวเอง อ้อมแขนเรียวบางหอบหมอนและผ้านวมผืนใหญ่เดินเข้ามาหาอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล ก่อนที่ความซวยจะโถมเข้ามาซ้ำซ้อนเพราะเท้าเจ้ากรรมดันเผลอไปเหยียบชายผ้าห่มที่ลากห้อยลงมาตามพื้นโดยไม่ทันระวัง ร่างโปร่งจึงลื่นล้มถลาไปหาคนหัวหยิกที่กำลังนั่งนิ่งบนโซฟาอย่างไม่ได้ตั้งใจ


               ปึ่ก!!


               เสียงกระแทกล้มดังขึ้น และถ้าหากเรื่องราวเป็นเหมือนอย่างในหนังโรแมนติกที่ลูอิสเคยแอบดูสมัยเด็กก็คงต้องเป็นภาพที่ตัวเขาล้มลงไปบนอกอุ่นๆ ของอีกฝ่ายไม่ก็ประกบจูบกันอย่างพอเหมาะพอดี แต่ช่างน่าเสียดายที่โลกที่เขาอยู่คือโลกในชีวิตจริง ร่างโปร่งล้มหัวคะมำกระแทกกับโซฟาอย่างแรงโดยไร้ซึ่งสิ่งใดรองรับ ในขณะที่คนตัวสูงสไลด์ก้นหลบไปอีกด้านของโซฟาได้ทัน หันมามองเขาด้วยสายตานิ่งๆ แกมสมเพช


               "เล่นบ้าอะไรของนาย ถ้าเมื่อกี้ฉันหลบไม่ทันแล้วเจ็บตัวขึ้นมา นายจะรับผิดชอบไหวไหม" คนตัวโตพูดพลางเอาเท้าสะกิดคนที่ล้มแน่นิ่งไปอย่างหยาบคาย


               " อึ่ก...ท..โทษที นายไม่เป็นอะไรใช่มั้ย" อาการเจ็บที่แล่นผ่านไปทั่วทั้งบริเวณใบหน้าทำให้คนตัวเล็กพูดอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาดีๆ และถามอาการอีกฝ่ายไปด้วย เพราะที่แฮร์รี่พูดมันก็ไม่ผิดเสียทั้งหมด ถ้าหากคนตัวโตเกิดบาดเจ็บจนไม่สามารถไปถ่ายรูปขึ้นปกอัลบั้มใหม่ได้เขาคงชดใช้ค่าเสียหายพวกนั้นไม่ไหวแน่นอน


               "พูดเป็นแต่คำนี้สินะ 'ขอโทษ' 'ฉันขอโทษ' เอาแต่พูดโดยไม่คิดจะทำอะไรให้ดีขึ้น น่ารังเกียจเป็นบ้า อยากรู้จริงว่าใครเป็นคนคิดให้เอาคนแบบนายมาเป็นผู้จัดการฉันกัน..." แววตาสีเขียวสดมองคนที่นั่งก้มหน้างุดไม่ยอมเถียงอะไรอย่างเหยียดๆ


               "จริงสิ...ฉันลืมไป นายมีคนหนุนหลังอยู่นี่ หึ...ขนาดฉันเป็นลูกในไส้เขายังไม่สนใจฉันเท่าไอ้เด็กข้างถนนอย่างนายเลย" พอพูดมาถึงตรงนี้กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกปวดหนึบ ทั้งที่ตั้งใจจะพูดเหยียดทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายแท้ๆ แต่ทำไมกลับเป็นเขาที่เป็นฝ่ายหัวเสียและรู้สึกเหมือนกำลังจะพ่ายแพ้เสียเอง


               "ไม่มีปากรึไง" ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก จนกลายเป็นตัวเขาที่เริ่มรู้สึกว่าโดนอีกฝ่ายเหยียดหยามอยู่


               "ตกลงไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย..." คำถามที่ถูกเมินไปถูกนำกลับมาถามซ้ำอีกครั้งโดยคนคนเดิม บางครั้งการที่เราไม่โต้ตอบอะไรกลับไปมันอาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า เพราะอย่างน้อย...ก็อาจทำให้อีกคนไม่หาเรื่องมาด่าเขามากกว่านี้


               "มีตามองก็น่าจะรู้นะ" คำพูดเหน็บแนมหลุดออกมาจากคนตัวสูงอีกครั้งซึ่งลูอิสก็ทำเมินๆ ไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคนตัวโตอย่างสำรวจทั้งที่มีมือกุมบริเวณจมูกตนเองเอาไว้แน่น


               "อืม...ดีนะที่แผลไม่มี งั้นนายก็รีบขึ้นไปพักเถอะ พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำนะ" แม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะดังอู้อี้แต่ก็สามารถจับใจความสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้ ร่างสูงจ้องคนที่เอาแต่กุมหน้าเขม็งด้วยความสงสัย


               "ต้องสำออยแกล้งเจ็บนานขนาดนั้นเลย?" คำพูดทำร้ายจิตใจที่ดังออกมา ทำให้อารมณ์ของร่างบางที่ราบเรียบมาตลอดเริ่มคุกรุ่นขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าขุ่นวาวโรจน์ด้วยความเคืองจากคำพูดที่เหน็บแนมไม่เลิกมาสักพักแล้วแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะกดความรู้สึกนี้ลงไป


               "...เลือดมันไหล กลัวจะหยดลงบนพื้นเลยจับไว้ ถ้าหายแฮงค์แล้วก็ขึ้นไปพักข้างบนล่ะกัน นอนตรงนี้เดี๋ยวก็ปวดหลังพอดี" ลูอิสผ่อนลมหายใจหนักๆ ก่อนจะทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อไปล้างเลือดกำเดาที่ไหลออกมา


               "ไปไหน" เสียงที่ไล่ตามหลังมาก่อนจะตามด้วยสัมผัสที่ข้อมือเรียวทำให้คนตัวเล็กชะงักก่อนจะหันมามองอย่างงุนงง


               "ล้างเลือด"


               "ทำไมไม่ทำให้มันหยุดแล้วค่อยไปล้างทีเดียว" ไม่พูดเปล่ามือหนายังดึงคนที่กำลังยืนอยู่ให้กลับมานั่งลงข้างตัวเองที่โซฟา พร้อมกับดึงมือเรียวของลูอิสที่กุมที่จมูกแน่นอยู่ออกอย่างช้าๆ


               "อ๊ะ...เดี๋ยวมันเลอะ...อือ" เสียงอุทานต่อว่าเงียบลงเมื่อรู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบที่ปลายจมูก หลังจากที่ดึงมือคนตัวเตี้ยออกแฮร์รี่ก็เอื้อมมือของตนมาบีบที่จมูกของคนตัวเล็กแทนเบาๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าที่วางไว้หลังโซฟาออกมา


               "เอาอันนี้รองไว้แล้วอย่าเงยหน้า เดี๋ยวเลือดไหลลงคอ.." พอพูดจบร่างสูงก็เดินหายไปในครัวทันที แต่ไม่นานนักก็ก็กลับมาพร้อมผ้าห่อน้ำแข็งและเดินเข้ามาประคบให้เงียบๆ


               "..." ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองคนที่เบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่คอยประคบน้ำแข็งให้ตนเงียบๆ เขารู้ดีว่าถ้าหากพูดอะไรออกไปร่างสูงต้องเดินหนีเข้าห้องไปเป็นแน่ เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกที่จะนั่งมองอยู่ห่างๆ ไม่ให้อีกคนรู้สึกตัว...


               เฝ้ามองจากที่ไกลๆ


               เหมือนอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา...

 


               'กำลังทำอะไรอยู่น่ะแฮซ?' เสียงทักจากทางด้านหลังดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังนั่งหลบหลังพุ่มไม้สะดุ้งเฮือกและหันมามองตามเสียงด้วยความรู้สึกโกรธเคือง


               'นายจะทักหาอะไร มีตาก็หัดมองบ้างสิ' คำพูดไร้สัมมาคารวะที่ไม่น่าหลุดออกมาจากปากเด็กผู้มีอายุน้อยกว่าดังขึ้นแบบเบาๆ ราวกับไม่ต้องการให้ใครสักคนได้ยิน


               'แค่ถามทำไมนายต้องหงุดหงิดขนาดนั้นด้วย' ลูอิสตอบกลับไปแบบเนือยๆ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นั้นที่บ้าน อีกคนก็เริ่มเปลี่ยนไป...ทุกครั้งที่พูดคุยก็แทบไม่มีครั้งไหนเลยที่คนอายุน้อยกว่าจะพูดกับเขาดีๆ


               'นายแอบชอบเดน่าเหรอ?' เสียงใสถามขึ้นหลังจากมานั่งหลบข้างๆ คนหัวหยิกพร้อมกับทอดสายตามองไปในทิศเดียวกันกับอีกคนที่กำลังจ้องมองเด็กสาวในชุดเดรสสีชมพูอ่อน


               '...อย่ามายุ่งได้ไหม' ใบหน้าขาวเนียนที่ขึ้นริ้วสีแดงอ่อนฉายชัดบนใบหน้าเป็นคำตอบให้กับลูอิสเป็นอย่างดี คนอายุมากกว่ายิ้มจางๆ ให้กับน้องชายในนามตัวเองก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปหาเด็กสาวที่กำลังยืนรอใครบางคนอยู่ ส่วนแฮร์รี่ก็มองคนที่เดินออกไปด้วยความงุนงงแต่สุดท้ายก็ยังเลือกที่จะหลบซ่อนในพุ่มไม้ต่อ


               'ฮาย~ เดน่า' เสียงหวานใสทักทายหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนออกไปอย่างคุ้นเคย


               'ลูอี ฉันกำลังรอนายอยู่เลย' เดน่าที่หันมาตามเสียงก็ยิ้มกว้างทันที เมื่อเห็นคนที่นัดไว้ตลอดทั้งวันกำลังเดินมาหา


               'โทษที ฉันพึ่งช่วยทำงานที่บ้านเสร็จน่ะ' ลูอิสพูดบอกเหตุผลกลับไปซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้าตอบกลับมาเหมือนว่าเข้าใจเหตุผลของอีกฝ่ายดี


               'เอ่อ..ลูอี ฉันมีเรื่องจะคุย..' เด็กสาวในชุดเดรสสวยยืนบิดเล็กน้อยอย่างเขินอายพร้อมกับพูดเสียงหวานออกมาอย่างแผ่วๆ ใบหน้าเนียนใสที่ถูกด้วยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ แบบพอเหมาะขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด


               'ฉันก็เหมือนกัน ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อยน่ะ' ยังไม่ทันหญิงสาวจะพูดจบลูอิสก็พูดขึ้นแทรกมาทันที ทำให้เดน่าเม้มปากด้วยความน้อยใจแต่เธอก็ไม่ได้พูดว่าอะไรลูอิสออกมาแม้แต่น้อย


               'งั้นนายบอกธุระของนายมาก่อนก็ได้' หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ลังเลเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอยากให้ตัวเองช่วยเหลือ


               'ขอบคุณนะเดน่า...ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่...' คนตัวสูงกว่าโน้มไปหาหญิงสาวก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของสาวน้อยเบาๆ แฮร์รี่ที่แอบหลบตรงพุ่มไม้ชะเง้อมองอย่างสงสัยว่าสองคนนั้นพูดคุยอะไรกัน แม้ใจแทบอยากจะออกไปถามด้วยตัวเองแต่ก็ต้องอดกลั้นไว้เพราะเกรงว่าหญิงสาวที่ตนหมายปองจะเกลียดขี้หน้าตัวเองตั้งแต่แรกเจอ


               'ห้ะ!!! นายพูดบ้าอะไรของนาย นายล้อเล่นใช่มั้ย ให้ตายเถอะ!!' หลังจากที่ฟังเนื้อความทั้งหมดแล้ว เด็กสาวก็เบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อสิ่งที่อีกคนกระซิบบอก


               'ฉันเคยล้อเล่นเหรอเดน่า' ลูอิสพูดพลางเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดบอกออกไป


               'แต่ฉันไม่อยากทำ!! แล้วก็ไม่มีวันจะทำด้วย!!' หญิงสาวพูดตอกกลับมาเสียงแหลมพร้อมกระทืบรองเท้าผ้าใบหนังสีขาวสะอาดด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก


               'ก็แล้วแต่เธอนะ... ฉันก็เสนอข้อตกลงดีๆ ไว้ให้แล้ว ถ้าเธอไม่ทำฉันก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่แล้วล่ะ' เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้ายกไหล่เล็กน้อยแล้วทำท่าจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดีสาวน้อยที่กำลังหัวเสียอยู่


               'ลูอี้!!!!' หญิงสาวหวีดร้องหนักกว่าเก่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทีแบบนั้นใส่ ส่วนอีกคนที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ยังคงเฝ้ามองทุกอย่างอยู่เงียบๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม


               'ฉันพึ่งรู้ว่านายเป็นผู้ชายแบบนี้นะลูอิส' หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งเช่นเดียวกับดวงตาสีเฮเซลกลมโตที่ตวัดมองอย่างก้าวร้าว


               'เดน่า... ไม่ใช่ฉันไม่รู้ว่าเธอนัดฉันมาวันนี้ทำไมแต่สิ่งที่ฉันบอกไปมันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ มันไม่มีสิ่งไหนที่ได้มาฟรีๆ โดยไม่ต้องจ่ายอะไรหรอกนะ'


               ใช่


            ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ...


               'โอเค... ฉันยอมตกลงก็ได้แต่เชื่อเถอะลูอิส นายต้องรีบแจ้นมายกเลิกข้อตกลงนี้แน่!!' หญิงสาวพูดพลางยิ้มแสยะก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปยังจุดหมายต่อไป ตามข้อตกลงที่ได้ทำพันธะกันไว้เรียบร้อยแล้ว


               'แล้วนายจะเลิกซ่อนได้หรือยัง!! ออกมาเดี๋ยวนี้เลย ฉันไม่มีเวลาให้นายมาแอบส่องฉันทั้งวันหรอกนะ!!' เสียงตะโกนกร้าวดังสนั่นก่อนจะตามด้วยร่างของเด็กสาวก้าวเข้าไปกระชากคนที่แอบหลังพุ่มไม้ออกมาอย่างแรงจนร่างของแฮร์รี่แทบปลิว


               ‘ด...เดี๋ยว นี่มันอะไรกัน...นัยน์ตาสีเขียวเบิกโพลงพลางหันไปมองหญิงสาวที่เดินลากตัวเองอย่างตื่นตกใจ


               ไปเดทไงย่ะ!!’ หญิงสาวพูดเสียงแข็งใส่โดยไม่แม้แต่จะหันมามองคนที่ตัวเองกำลังจะพาไปเดทเลยด้วยซ้ำ หากมองจากคนภายนอกที่ไม่รู้เรื่องอะไร ภาพตรงหน้าก็คงไม่ต่างกับเด็กสาวมัธยมกำลังฉุดเด็กประถมข้างบ้านไปทำมิดีมิร้ายเป็นแน่ ยิ่งคิดถึงภาพนี้ก็ยิ่งทำให้เดน่าเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเดิมด้วยความอายโดยหวังว่าเดทครั้งนี้จะจบลงไวที่สุด


               ‘ด..เดท!! เธอพูดจริงเหรอ...ม..ไม่ได้แกล้งหลอกฉันใช่ไหมใบหน้าขาวสะบัดไปมาราวกับไม่อยากเชื่อหูตัวเอง


               ตกใจอะไรนักหนา ก็นายชอบฉันอยู่ไม่ใช่เหรอไง!!’ หญิงสาวพูดบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะลากเด็กหนุ่มหายไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาสีฟ้าขุ่นที่จ้องมองและอมยิ้มอย่างเงียบๆ


               แม้ว่าการเดทครั้งนี้จะเป็นการจัดฉากเพื่อแลกกับข้อเสนอบางอย่างก็ตาม แต่สิ่งที่ต้องแลกไปนั้นจะไปสำคัญอะไรต่อให้ต้องแลกมากกว่าข้อตกลงนั้นเขาก็ยินดีที่จะแลก ขอเพียงแค่คนสำคัญของเขามีความสุขก็พอแล้ว


               แต่บางทีพวกคุณรู้อะไรไหม...


               คนเราน่ะมันเชื่ออะไรไม่ได้หรอก...

 


               อย่าเอาแต่เหม่อสิ เลือดหยุดแล้วก็ไปล้างหน้าสักที เหม็นกลิ่นเลือดชะมัด...ลูอิสสะดุ้งไปนิดเมื่อได้ยินเสียงทุ้มแทรกเข้ามากลางความคิดของเขา สายตาเรียวฟ้าซีดช้อนขึ้นมองคนตัวสูงที่ตอนนี้กำลังนั่งจ้องมาทางเขาอย่างหงุดหงิด


               อือ ขอบคุณนะ นายก็ไปพักผ่อนได้แล้วล่ะคำพูดที่บอกออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางประดับบนใบหน้า รอยยิ้มที่มอบไปทั้งที่เข้าใจดีว่าตัวเองนั้นคงไม่มีวันได้รับกลับมาแต่ก็ยังเลือกที่จะมอบให้อย่างเต็มใจ เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้รับความสุขจากรอยยิ้มของอีกฝ่ายมามากจนเกินพอแล้ว


               ถึงแม้ว่าสุดท้ายคนที่ได้รับรอยยิ้มนั้นจะไม่ใช่ตัวเขาเองก็ตาม...


               แต่เขาก็มีความสุขเพราะคนสำคัญของเขามีความสุข...

 


               กริ๊ง...กริ๊งงง


               คิ้วสีน้ำตาลเข้มของคนตัวสูงขมวดเข้าหากันมุ่นเมื่อทราบว่าเสียงนั้นคือเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองแต่เขากลับหามันไม่เจอเสียทีเนี่ยสิ ร่างสูงเดินวนไปวนมารอบห้องจนมือถือเงียบและดังขึ้นมาใหม่เกือบสามรอบได้ และในครั้งที่สามนี้เองในที่สุดเขาก็หามันเจอ


               ฮัลโหล เดน่า…” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ มือหนาก็รีบเอามือถือออกห่างหูตัวเองทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวีดแหลมจากปลายสาย


               “โทษที...ฉันมัวแต่หาโทรศัพท์อยู่น่ะ ใจเย็นหน่อยสิ...ฉันไม่ได้จริงจังกับผู้หญิงพวกนั้นสักหน่อยคำพูดแก้ตัวที่ดังออกมาเนืองๆ เรียกความสนใจจากร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้เป็นอย่างดี ลูอิสพยายามจะเอี้ยวหูฟังแต่ช่างน่าเสียดายที่เสียงปลายสายมันเบาจนเขาแทบไม่ได้ยิน


               “โอเค งั้นตามนั้นก็ได้ถ้าทำให้เธอสบายใจขึ้นร่างสูงพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา


               “ได้แน่นอนครับที่รัก...ครับ ผมก็รักคุณ


               ทั้งคำพูดหวานที่พรั่งพรูออกมา ทั้งน้ำเสียงโทนนุ่มที่ตอบรับขานกลับไปทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โซฟานั่งนิ่งไป หัวใจภายในอกถูกเสียดแทงจนเจ็บลึก...มันปวดจนชาด้านไปหมด บางทีนี่อาจจะเป็นความแตกต่างระหว่างคนที่ถูกรักกับคนที่ถูกเกลียดสินะ ทั้งการกระทำ ทั้งความรู้สึกที่มอบให้กัน ทุกอย่างนั้นมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว


               ลูอิส ปลายเดือนนี้ฉันขอลาพักร้อนนะ เดน่ากับฉันจะต้องไปหาสถานที่จัดงานหมั้นแฮร์รี่หันมาพูดบอกสั้นๆ หลังจากที่วางมือถือกับคนรักตัวเองไปแล้ว


               และเพียงเสี้ยววินาทีที่คำพูดของคนตัวสูงจบลง ราวกับทุกอย่างนั้นได้สลายหายไปต่อหน้าต่อตา ภาพตรงหน้านั้นมืดบอดไปเสียทั้งหมด ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่สามารถควมคุมอะไรได้เลย


               ไม่ได้นะ!!”


               น้ำเสียงแข็งที่โพล่งออกมาดังสนั่นจนแม้แต่เจ้าตัวเองยังตกใจในความแข็งกร้าวของน้ำเสียงนั้น หัวใจดวงน้อยที่บีบรัดจากความเจ็บปวดในตอนแรกเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้ มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้แน่นก่อนจะวิ่งหนีขึ้นไปบนห้องอย่างรวดเร็ว


               ปึง!!


               ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท ร่างโปร่งก็ทรุดลงกับพื้นตามไปติดๆ ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดนั้นถูกดูดหายไป มือไม้สองข้างสั่นระริกอย่างไม่มีสาเหตุ ตอนนั้นเขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ถึงโพล่งเสียงแข็งแบบนั้นออกไป แต่ถึงจะมาคิดได้ตอนนี้มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว


               ทำไงดี...


               เสียงทุ้มพึมพำบ่นกับตัวเองพร้อมกับหาข้ออ้างมากมายที่จะนำมาอธิบายกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเมื่อครู่ ทั้งที่ควรจะดีใจที่แฮร์รี่จะได้หมั้นกับคนที่เขารักแท้ๆ แต่เขากลับโพล่งออกไปทั้งแบบนั้น เขาควรจะมีความสุขที่เห็นคนสำคัญของตัวเองมีความสุข


               ควรจะแสดงความยินดีด้วยไม่ใช่เหรอ...


            แต่ทำไมสิ่งที่มีกลับมีแต่ความเจ็บปวด...


            ทำไมสิ่งที่เหลืออยู่ถึงมีเพียงความโดดเดี่ยว...


 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ต้องขอโทษด้วยที่หายไปเลย ซึ่งบางคนคงรู้เรื่องจากในเพจแล้ว

ตามนั้นเลยค่ะคือตอนนี้ไม่แน่ใจว่าจะมาอัพได้เมื่อไหร่

แค่เขียนวันละหน้ายังค่อนข้างยาก...แต่จะพยายามมาเขียน

เพราะเร็นเองไม่ได้อยากเลิกแต่งสักเท่าไหร่555

หวังว่าทุกคนคงชอบนะคะ คิดว่าคงไม่มีเรื่องเล่าภูมิหลังแล้ว...มั้ง

ต่อไปก็จะเป็นเนื้อหาหลักแล้วค่ะ

เจอกันใหม่รอบหน้า บายบีปิเอโร่ค่า


**Edit 13/3/59 รีไรท์แก้บางสำนวน แก้คำผิดก่อนที่จะนำไปรวมเล่ม**
**ติชมกันได้ตลอดนะคะ ช่วงนี้ขอรีไรท์ก่อนแล้วจะมาต่อให้ทันทีหลังรีไรท์จบค่า**
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #9 `ttg_LUKPAT¨̮ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 11:22
    เค้าตกลงอะไรกันนน
    #9
    0
  2. #8 1913516329 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 09:49
    โถ่ น่าสงสารลูอีสจังเลย มาต่ออีกนะคะ สู้ๆค่ะ
    #8
    0
  3. #7 Real_Gus_Wanat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 20:40
    เราชอบน่ะ ถึงลจะน่าสงสารมากไปหน่อยก็เถอะ 5555) รออยู่น๊าาา จุ๊บๆ รักไรท์เตอร์
    #7
    0