[Larry] Hopeful For Today

ตอนที่ 2 : Larry : จุดแตกร้าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 มี.ค. 59

               “...เมื่อไหร่ถึงจะกลับนะเสียงทุ้มหวานเอ่ยขึ้นมาเสียงแผ่วขณะเหลือบมองนาฬิกาไม้ที่ถูกประดับไว้บนผนังสีขาวสะอาด หลังจากที่แยกกับคนตัวสูงภายในใจมันก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก สิ่งที่จำได้มีเพียงภาพของเข็มนาฬิกาที่เดินวนรอบแล้วรอบเล่าเท่านั้นและคงไม่จำเป็นต้องสรรหาเหตุผลเพื่ออธิบายว่าเหตุใดจึงจ้องมองแต่ภาพนี้


               เพียงเพราะเฝ้ารอ...


               นายไม่ได้ลืมวันนี้จริงๆ ใช่ไหมคิ้วสองข้างที่เริ่มขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ดวงตาสีฟ้าซีดจ้องมองโซฟาด้านข้างของตนเองอย่างเศร้าสร้อย มือเรียวที่กอบกุมมือถือเครื่องหนึ่งกุมรัดเข้าหากันแน่นด้วยความลังเล เพราะว่าใจหนึ่งก็อยากโทรไปหาให้คนตัวสูงรีบกลับมาเสียที แต่อีกใจก็กลัวจะต้องรับฟังคำกล่าวว่าแสนบาดใจ


            จะโทรไปดีไหม...


            จะโดนด่าหาว่าทำตัวน่ารำคาญอีกไหมนะ?


               ไม่ว่าใครต่างก็มีความลังเลในใจ ลังเลว่าควรเลือกทางไหน...ตัวเลือกไหนคือตัวเลือกที่ถูกต้อง ต้องเดินไปทางไหนถึงจะเจอผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกัน คำถามมากมายล่องลอยอยู่เต็มหัวไปหมดแต่ถึงจะลังเลแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างก็รู้คำตอบที่ตนต้องการตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


               ตรู๊ด...ตรู๊ด...


               ราวกับการกระทำทั้งหมดก้าวไปก่อนที่สติสัมปชัญญะจะตามทัน กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป นิ้วมือเรียวก็จัดการโทรหาอีกคนที่เฝ้ารอมาตลอดทั้งวันอย่างลืมตัว


               --...ฮัลโหล--ยังไม่ทันจะกดตัดสายร่างบางก็ได้ยินเสียงตอบรับจากคนปลายทางเสียแล้ว คนตัวเล็กที่นั่งบนโซฟาหนังราคาแพงสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนที่จะตัดสินใจพูดสิ่งที่ต้องการถามออกไป


               ฉันลูอิสเองนะ นายอยู่ไหนเหรอลูอิสถามขึ้นด้วยความสงสัยแม้ว่าจะได้ยินเสียงดนตรีดังลั่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงของร่างสูงเลยแม้แต่น้อยก็ตาม


               --ผับ...--แฮร์รี่ที่ได้ยินตอบกลับไปสั้นๆ และเงียบหายไปเต้นกับหญิงสาวที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่างกายต่อด้วยความสนุก


               นี่มันก็ดึกแล้วนะแฮช นายจะกลับมาเมื่อไหร่กันน้ำเสียงที่ถูกกดต่ำลงจนมองดูแล้วเหมือนพ่อที่กำลังตามลูกที่เอาแต่เถลไถลให้กลับบ้านช่างดูตลกเหลือเกินจนคนพูดเองแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเสียเดี๋ยวนั้น และเหมือนโชคจะเข้าข้างเพราะอีกไม่นานเขาคงอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเสียเดี๋ยวนั้นจริงๆ


               --อึ่ก...แล้วมันเรื่องอะไรของนาย ลูอิส?--” คำถามที่ถูกยอกย้อนกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงที่คุมสติไม่อยู่เนื่องจากฤทธิ์ของเหล้า ทำให้คนตัวเล็กที่ปลายสายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะไม่รู้ว่าจะพูดตอบกลับไปอย่างไรดี


               เพราะฉันเป็นผู้จัดการของนายและตอนนี้นายก็เมามากแล้วนะ ถ้าเกิดไปทำเรื่องเสียหายจนเป็นข่าวอีกจะทำยังไงล่ะลูอิสพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด


               “--เหอะ น่ารำคาญว่ะ อึ่ก...ถ้าฉันจะกลับนายก็เห็นฉันที่บ้านเอง  ไม่ต้องจุ้นจ้านให้มาก แค่นี้นะ--เสียงทุ้มพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำใส่อีกคนอย่างไม่ไยดีก่อนจะตัดสายไป มือเรียวยกโทรศัพท์ออกจากหูตัวเองก่อนจะจ้องมองมันนิ่งๆ


               ปึ่ก!!


               เสียงโทรศัพท์คู่ใจที่ถูกขว้างใส่กำแพงอย่างไม่ไยดีกระแทกเข้ากับผนังห้องและร่วงหล่นลงสู่พื้นด้วยสภาพยับเยินบ่งบอกถึงความแรงที่เขวี้ยงมันออกมาได้เป็นอย่างดี ร่างโปร่งเล็กลุกขึ้นยืนก่อนจะกระทืบเท้าใส่ลงบนพื้นรัวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์โกรธที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวัน


               ใช่แล้ว...เขาไม่ใช่คนใจเย็นหรือเป็นคนที่ไม่เคยโกรธอะไรใคร ยิ่งถ้าพูดถึงความเอาแต่ใจแล้วเขาอาจมีมากกว่าคนหัวหยิกนั่นเสียอีกแต่ทุกครั้งเขาก็พยายามกดมันลึกลงไปในใจ...เพียงเพราะไม่อยากแสดงมันออกมาให้อีกคนรู้สึกแย่เหมือนที่เขากำลังรู้สึก!!


               “ฉันก็รำคาญตัวเองเหมือนกันคำพูดพร่ำบ่นเล็ดรอดออกมาตามไรฟัน มือเรียวสวยบีบเข้าหากันแน่นเพื่อระงับความไม่พอใจเอาไว้


               รำคาญทั้งร่างกาย หัวใจ หรือแม้กระทั่ง...ความคิด


               ทำไมเขาต้องมาหัวเสียเพราะคนแบบนั้นด้วย...


            ทำไมจึงต้องเอาแต่เฝ้ามองนาฬิกา รอคนที่ไม่เคยคิดจะกลับมาราวกับคนเสียสติ


            ทำไมถึงต้องรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อรู้ว่าอีกคนอยู่กับคนอื่น...


            ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับวันนี้นักหนา...ทั้งที่มันก็ควรเป็นแค่เพียงวันธรรมดาเพียงวันหนึ่ง...


               แต่ทุกคำถามย่อมมีคำตอบในตัวของมันเองเสมอ...


               คำตอบเหล่านั้นง่ายมากมันไม่มีอะไรที่สำคัญเลย...นอกจากความรู้สึกห่วงกับอยากให้อีกคนรีบกลับมา แต่ช่างน่าเศร้าที่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านี้ไม่อาจจะส่งไปถึงได้อีกต่อไป... บางทีอาจจะตั้งแต่ตอนนั้นที่เสียงของเขาเริ่มส่งไปไม่ถึง

               .

               .

               ลูอิส!!’ น้ำเสียงใสเจื้อยแจ้วของเด็กหนุ่มผมหยิกร้องเรียกเด็กอีกคนที่มีอายุมากกว่าตนอย่างสนิทสนม


               อ้าว แฮร์รี่เจ้าของชื่อที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่กับพื้นเงยขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะเรียกชื่ออีกคนพร้อมกับฉายรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเนียนใส


               ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ ทุกคนกำลังรอนายอยู่นะ


               ทุกคนกำลังรอผม...


               ฉันควรไปจริงๆ งั้นเหรอ แล้วพ่อกับแม่ฉันล่ะ ลูอิสก้มหน้าต่ำลงพลางจ้องมองพื้นดินแสนสกปรกอย่างลังเล


               หลังจากที่พบกับแฮร์รี่ในวันนั้น เด็กหนุ่มเจ้าของทรงผมหยิกก็พาเขาไปหลบความหนาวที่บ้านตัวเองอย่างไม่รังเกียจและพ่อแม่ของอีกฝ่ายก็ดูใจดีมากๆ ถึงขนาดยื่นข้อเสนอจะออกเงินค่าทุนการศึกษาให้เขาก่อน...แต่ถ้าหากเขารับเงินก้อนนี้เขาก็จำต้องไปอยู่ในการอุปการะของพ่อแม่แฮร์รี่จนกว่าจะเรียนจบและใช้เงินคืนทั้งหมด


               แต่การที่นายไปอยู่กับฉันก็ไม่ได้หมายถึงนายทิ้งพวกเขาไป นายกลับมาเยี่ยมที่นี่ได้เสมอแค่นายต้องไปอาศัยอยู่อีกที่เป็นการชั่วคราวเท่านั้น เพื่ออนาคตของนายไง เมื่อนายเรียนจบมีงานทำ นายก็ค่อยกลับมารับพวกเขาก็ได้แฮร์รี่พูดโน้มน้าวคนตรงหน้าอย่างเต็มที่และแน่นอนเขาจะไม่มีทางให้อีกคนปฏิเสธข้อเสนอของพ่อแม่เขาเป็นแน่ ตั้งแต่ที่จำความได้เขาก็ต้องอยู่คนเดียวมาตลอดเพราะพ่อแม่ก็มักทำงานยุ่งตลอดเวลา พี่น้องก็ไม่มีดังนั้นครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้เพื่อนสักคนมาคลายเหงา


               แต่นายโอเคเหรอที่ฉันจะไปเป็นภาระครอบครัวนายลูอิสที่ยังคงลังเลพูดออกมาเสียงแผ่วด้วยความไม่มั่นใจ ถึงจะบอกแค่ให้ยืมเงินแต่ก็ถือว่าเขาไปเป็นตัวภาระอยู่ดี


               แน่ใจสิ!! ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นภาระเลย ฉันอยากให้นายมาอยู่ด้วยกันจริงๆ นะ มาด้วยกันเถอะคนตัวเล็กกว่าเอื้อมมือมาจับข้อมือบางของคนที่นั่งกอดเข่าตัวเองนิ่งที่พื้นก่อนจะออกแรงดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา


               อยากให้มาอยู่ด้วยกัน...


               เร็วเข้า... ไปบอกพ่อกับแม่ แล้วจะได้ออกไปเล่นด้วยกัน!!’


               ตอนนั้นตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดภายในใจถึงรู้สึกอุ่นวาบอย่างประหลาด เพียงแค่คำเชิญชวน...เพียงแค่รอยยิ้มกว้างที่อีกฝ่ายมอบให้ กลับทำให้ทุกสิ่งในตัวเขาเหมือนกับต้องมนต์สะกด ขาสองข้างค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาก่อนจะก้าวตามคนตัวเล็กที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งนำไป ดวงตากลมโตสีฟ้าสวยจับจ้องแผ่นหลังเล็กพร้อมกับเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา


               บางทีผมอาจจะได้พบแสงสว่างของผมแล้วก็ได้...


               ตลอดเวลาตั้งแต่จำความได้สิ่งที่เข้าใจเป็นอย่างแรกคือโลกนี้ไม่ใช่ที่สำหรับเขา โลกใบนี้ยินดีต้อนรับทุกคนแต่ยกเว้นเขา... ตัวเขานั้นคือบุคคลผู้ถูกทอดทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงที่จะคิดอะไรหรือแม้แต่หวังสิ่งใด แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาจะขอคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหม


               อยากจะลองคิดว่าเขาเป็นที่ต้องการของใครสักคนเหมือนกัน..


            คิดว่าต่อไปนี้คงจะได้พบความสุขเหมือนกับเด็กคนอื่นบ้าง..


            คิดว่าคงได้เจอแต่เรื่องน่าสนุกไม่เว้นวัน นับจากนี้..


            คิดว่าจะได้มีเพื่อนเหมือนกับเด็กคนอื่นบ้างแล้ว..


               และทุกอย่างคงจะเป็นไปตามที่เด็กน้อยไร้เดียงสาคนหนึ่งคิด หากเพียงแค่ว่าโลกใบนี้เป็นโลกแห่งความฝัน เป็นโลกที่เหมือนดั่งความคิดของเขา...เพราะสุดท้ายแล้วความเป็นจริงที่ว่าโลกใบนี้มันไม่เคยมีอะไรแน่นอนก็ไม่เคยเปลี่ยน


               ใช่...ไม่เคยเลย

               .

               .

               อย่ามาแตะต้องของของฉัน!!’ เด็กหนุ่มอายุราวๆ สิบห้าปีร้องตะโกนกร้าวก่อนจะผลักเด็กอีกคนที่ตัวเท่าๆ กันอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มคะมำลงไป


               ฉันแค่จะใช้คอมหาข้อมูลทำรายงานนะแฮซคิ้วสีน้ำตาลอ่อนขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความเจ็บจากการถูกผลักกระแทกตัวลงไปที่พื้นพร้อมกับพูดอธิบายให้อีกคนเข้าใจว่าเขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลย


               นายจะใช้ก็ไปหาซื้อเองสิ!! นี่มันของของฉัน นายไม่มีสิทธิ์!!’ น้ำเสียงที่กระแทกและดุดันยังคงประกาศกร้าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองร่างบางที่ล้มลงไปด้วยสายตาวิบวับเหมือนกับว่ากำลังจะมีบางอย่างระเบิดออกมา


               เดี๋ยวๆ พวกลูกทะเลาะอะไรกัน เสียงดังไปถึงข้างบนเชียวหญิงสาววัยกลางคนเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านก่อนจะตื่นตกใจที่เห็นลูกบุญธรรมอีกคนล้มกลิ้งลงไปกับพื้น เมื่อได้สติหญิงสาวก็รีบวิ่งลงมาดูเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว


               แฮร์รี่ ทำไมลูกไปผลักพี่เขาแบบนั้นหญิงสาวเข้าไปพยุงคนที่ล้มลงไปก่อนจะทำการสำรวจทั่วตัวของลูอิสและเมื่อพบว่าไม่มีบาดแผลฟกช้ำที่ไหนจึงหันมาถามเจ้าตัวการอีกคนด้วยน้ำเสียงเข้ม


               ใคร? ที่ผมจำได้คือผมเป็นลูกคนเดียวนะ หึ..แต่ถ้าแม่อยากให้ผมนับคนนอกเป็นพี่น้องด้วยก็ตามใจนะแต่ก็คงได้แค่ชื่อ...ริมฝีปากหนาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ ดวงเนตรสีเขียววาววับจ้องมองอีกคนที่กำลังถูกแม่ตนกอดปลอบด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย


               นี่แฮร์รี่!! ทำไมลูกถึงพูดแบบนั้นออกมา รีบขอโทษพี่เขาเลยนะ


               ไม่!! แม่นั่นแหละ เดี๋ยวนี้อะไรก็เอาแต่ว่าผม!! ตั้งแต่มีไอ้หมอนี่เข้ามา...ทั้งพ่อกับแม่ก็เริ่มเปลี่ยนไป ทำไมไม่สนใจผมบ้าง!!’ คำพูดมากมายถูกพรั่งพรูออกมาอย่างเหลืออด ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นจนแทบเป็นเส้นตรงพร้อมกับฟันที่ขบเข้าหากันเพื่อระบายอารมณ์จนเกิดเป็นเสียงดังอยู่ไม่ขาด มือสองข้างกุมเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปหมด


              หัวใจของเด็กที่ได้รับความรักมาตลอดกำลังถูกกัดกินด้วยคำว่าริษยา... ทั้งที่คนที่เคยได้รับความสนใจมาตลอดมีเพียงเขาแต่หลังจากที่ได้เพื่อนใหม่มาอยู่ด้วย ความรักที่ได้รับกลับถูกแบ่งครึ่งออก...ไม่สิ สำหรับความคิดของเขาอาจจะถูกตัดไปมากกว่านั้นด้วยซ้ำ


               หรือต้องให้ผมไปเป็นเด็กข้างถนน พวกคุณถึงจะสนใจผม!! ถึงจะเวทนาผมบ้าง!!’


               เพี๊ยะ!!


               เสียงฝ่ามือเรียวของผู้เป็นแม่ที่กระทบเข้ากับใบหน้าเนียนของเด็กหนุ่มทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เจ้าของผมสีน้ำตาลหยิกหันมามองผู้เป็นแม่ตัวเองด้วยดวงตาที่เริ่มมีหยาดน้ำใสมาเอ่อคลอ


               แม่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!! ผมเกลียดผมเกลียดบ้านนี้ที่สุด!!’ ทันทีที่พูดจบขาสองข้างก็รีบวิ่งกลับขึ้นห้องตัวเองไปด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ความรู้สึกเกลียดชังในตัวผู้ขออาศัยยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ ความรู้สึกแง่ลบมากมายถูกฝังรากลึกในหัวใจ


               ...ลูอิสจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจ ดวงตาจับจ้องแผ่นหลังของคนที่วิ่งขึ้นห้องไปกับหญิงสาวที่ตัวเองเรียกว่าแม่บุญธรรมสลับกันไปมา


               ไอ้ลูกโง่...แกเป็นลูกแม่นะ...ฮึก...แม่จะรักแกน้อยลงได้ยังไงเสียงของผู้เป็นแม่ที่พูดออกมาสั่นเครือด้วยแรงสะอื้นจนน่ากลัว


               เพราะผมเหรอ...


            ผมทำให้พวกเขาต้องทะเลาะกัน...


               ...ลูอิสที่ยืนนิ่งมาสักพักตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปดูอาการของอีกคน มือเรียวเล็กผลักประตูห้องนอนของเขากับแฮร์รี่เข้าไปช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่มืดสนิทและมองเพ่งหาคนอีกคน


               ฮึก...อึก...ฮึ่กเสียงสะอื้นเป็นระยะทำให้การตามหาตัวอีกคนไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก ดวงตากลมโตสอดส่องทั่วห้องมืดสลัวก่อนจะไปสะดุดกับผมหยิกยุ่งที่มุมห้อง เท้าเรียวก้าวเข้าไปหาคนที่กำลังกอดเข่าตัวเองร้องไห้ตัวสั่นเทิ้ม


               แฮร์รี่...ริมฝีปากเรียวได้รูปเอื้อนเอ่ยชื่อของคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างแผ่วเบา


               อย่ามาเรียกชื่อฉัน!!’ คนที่กำลังกอดตัวเองร้องไห้เมื่อจำน้ำเสียงของคนที่เรียกตนได้ก็ตะคอกไล่ออกไปอย่างหัวเสีย ความรู้สึกที่โกรธเกลียดมีมากมายเพิ่มขึ้นทุกวินาที เพิ่มขึ้นจนไม่อยากจะเรียกชื่ออีกฝ่าย ไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย


               แฮร์รี่...อึ่ก...ร่างบางยังคงเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาโดยไม่สนใจเสียงตะคอกนั้น เสียแต่น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาเริ่มเปลี่ยนไปจากตอนแรกซึ่งแฮร์รี่ก็รับรู้ได้ถึงสิ่งนี้เช่นกัน


               ‘แฮร์รี่...อึก..ฉ...ฉัน ขอโทษนะ


               ‘ขอโทษ...


               ‘หุบปาก!! ฉันไม่อยากฟัง!! นายจะมาขอโทษเพื่ออะไร? เพราะกลัวจะอยู่ที่นี่ไม่ได้กลัวจะไม่มีที่ซุกหัวนอนงั้นเหรอ ถึงนายจะขอโทษฉันมากแค่ไหนฉันก็ยังเกลียด!! เกลียด...ไม่ว่าจะตอนนี้ ตอนไหนหรือตั้งแต่นี้เป็นต้นไปสิ่งที่ฉันจะมอบให้นายก็มีแค่ความเกลียดเท่านั้น!!’ ราวกับเส้นสติขาดผึงทันทีที่ได้ยินคำขอโทษนั้นอารมณ์ทั้งหมดก็พุ่งสูงขึ้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นมาก่อนจะผลักคนอายุมากกว่าอย่างแรงจนอีกฝ่ายลงไปล้มกลิ้งเป็นรอบที่สองของวัน


               ฉันเกลียดนายที่สุด!! อยากให้ฉันให้อภัยไหมล่ะ...ถ้าอยากได้การให้อภัยจากฉันก็ออกไป ออกไปจากบ้านนี้..ออกไปจากชีวิตฉัน!!’


               ‘ฮึก...ขอโทษ...ฉ..ฉันขอโทษ ร่างเล็กที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นยังคงพร่ำพูดคำเดิมออกมาไม่หยุด ดวงตากลมโตสีฟ้าขุ่นจ้องคนที่มองตัวเองด้วยแววตาววโรจน์กลับไปโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำหน้าเช่นไรอยู่


               อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ ฉันเกลียดนาย...นายเอาความรักของพ่อแม่ไปจากฉัน นายแย่งพวกเขาไปจากฉัน..’ เจ้าของดวงตาสีเขียวสดพูดขึ้นก่อนจะเสียงแผ่วลงในตอนท้าย ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวหันหนีเพื่อหลบสายตาคู่นั้นของอีกฝ่าย ดวงตาสีฟ้าซีดที่จ้องมองมาอย่างสั่นไหวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน...หยาดน้ำใสไหลอาบแก้มสองข้างของคนที่เอ่ยคำว่าขอโทษจนชื้นไปหมด


               ฉันขอโทษ...ฮึ่ก ฉันไม่ได้ตั้งใจ...


               ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้


            ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายต้องร้องไห้


            ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายต้องทะเลาะกับคนสำคัญ


            ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวด...


               เพราะหากอีกฝ่ายไม่ยินดีกับการที่เขาอยู่ที่นี่ทุกอย่างจะมีความหมายอะไร...ถ้าหากทำให้คนสำคัญเพียงคนเดียวเกลียดการมีอยู่ของเขาทุกอย่างจะเหลืออะไร


               ไม่ชอบเลย...ไม่อยากเลย...อย่าไล่ฉันไปได้ไหม


               ขอร้อง..อย่าเกลียดฉันเลยแฮร์รี่...ฮึก..ฉันแค่อยากอยู่กับนายเท่านั้น..อึก..ฮือ


            ได้โปรดเถอะ...คนสำคัญเพียงคนเดียวของฉัน


               อยากผลักไสให้ฉันไปจากนายเลย...

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาแล้วค่ะ อาจช้าหน่อยต้องขออภัยนะคะ
เร็นพึ่งใช้วิธีจัดหน้าแบบไหนถ้าคิดว่ามันอ่านไม่สะดวกหรือเยอะไปบอกกันได้นะคะ
ถ้ามีตรงไหรควรแก้ไขก็แนะนำกันได้เหมือนกันจ้า
เนื้อเรื่องจะเป็นทาร์มไลน์คู่ขนานไปเรื่อยๆ นะ ไม่งงใช่ไหมเอ่ย
ปล.คุยเล่นในเพจหรือทักมาคุยได้นะ นักเขียนใจดีค่ะ5555
หวังว่าจะสนุกกับเรื่องนี้นะคะ
ติชมให้กำลังใจกันได้น้า เร็นอยากได้กำลังใจ555
ก็เจอกันตอนหน้าอาจไม่อัพถี่มากเพราะงานเยอะจัดเลย
ใครชอบเล่มนี้มาอุดหนุนกันได้นะคะ>w< 
เจอกันได้ที่งานWestern Avenue บูธB17น้าา
**Edit 13/3/59 รีไรท์แก้บางสำนวน แก้คำผิดก่อนที่จะนำไปรวมเล่ม**
**ติชมกันได้ตลอดนะคะ ช่วงนี้ขอรีไรท์ก่อนแล้วจะมาต่อให้ทันทีหลังรีไรท์จบค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #6 Carrot (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 16:27
    แฮร์รี่ใจร้าย เป็นคนชวนลูอีสมาอยู่เองแท้ๆแต่พอเวลามผ่านไปดันเปลี่ยนไปซะงั้น น่าสงสารลูอีสที่แสนดีจริง มาต่อไวๆนะคะ สู้ๆค่ะ
    #6
    0
  2. #5 Pmn00 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 03:59
    แฮร์รี่ใจร้ายมากกกกก สงสารลู T^T นี่ฉันเจอฟิคดราม่าอีกแล้วเหรอเนี่ยยย
    #5
    0
  3. #4 sornsuda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 21:11
    แฮซซซซซ ทำไมเป็นคนแบบนี้

    แรกๆก็ดี หลังๆนี่ผลักเหมือนพี่เค้าเป็นตุ๊กตาล้มลุก

    ยัยลูของป้า อดทนนะลูก TvT

    ป้าเป็นกำลังใจให้ทั้งลูทั้งไรท์เลยยย
    #4
    0
  4. #3 กล่องน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 20:56
    ฮือ อ่านไปแล้วจะร้อง ;A; นึกหน้าเว่นน้อยร้องแล้วมียักษ์โกรธแล้วสงสารเม่นน้อย
    #3
    0