[Larry] Hopeful For Today

ตอนที่ 16 : Larry : เมเปิ้ลในวันนั้น (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 มิ.ย. 59

บทที่ 11


ใบเมเปิ้ลในวันนั้น

 

               แฮร์รี่!! ลูอิสล่ะเสียงของหญิงสาวสูงวัยถามขึ้นขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาลูกชายอีกคนที่มาถึงโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว


               กว่ารถโรงพยาบาลจะมาหัวใจของลูอิสก็หยุดเต้นไปเสียแล้ว แต่โชคยังดีที่สามารถช่วยชีวิตกลับมาได้ทัน แม้ว่าตอนที่เดินทางมาถึงโรงพยาบาลเมื่อครู่ชีพจรจะต่ำมากจนไม่น่าจะรอดก็ตาม


               ส่วนเดน่าก็รีบไปรับพ่อแม่ของแฮร์รี่ที่ถูกขังอยู่ภายในห้องอย่างรวดเร็ว ทั้งสองได้ถูกลูอิสจับมัดเอาไว้แต่ไม่ได้ลงมือทำร้ายอะไรมีเพียงการถือมีดขู่เท่านั้นซึ่งหลังจากที่พ่อแม่แฮร์รี่ทราบเรื่องทั้งหมดก็ตกใจมากแล้วรีบเดินทางมาโรงพยาบาลทันที


               ...ร่างสูงก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรแม้แต่มองหน้าพ่อแม่ตัวเอง ราวกับว่าหัวใจของเขาได้แหลกสลายไปแล้ว สัมผัสร่างกายของคนตัวเล็กที่ค่อยๆ เย็นชืดภายใต้อ้อมกอดนี้เขายังคงจดจำได้ทุกรายละเอียด


               อะไรกัน...ทั้งหมดมันเรื่องบ้าอะไรกันน้ำตาของผู้เป็นแม่หลั่งออกมาด้วยความเสียใจ ถึงจะไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะรักลูอิสน้อยกว่าแฮร์รี่เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มสูงวัยผู้เป็นสามีเข้ามาโอบกอดภรรยาตนเองด้วยความโศกเศร้าไม่แพ้กัน


               แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาจะพอทำได้ตอนนี้ก็คงมีแค่...


            ภาวนา...

 

               เวลาทุกวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน ร่างสูงเอาแต่เดินวนเวียนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินไม่ห่าง ถึงแม้จะมีหวังเพียงน้อยนิดเขาก็อยากจะลองคาดหวังดูเหมือนกัน


               เคร้ง...


               เสียงสิ่งของบางสิ่งที่หลุดออกมาจากกระเป๋ากางเกงทำให้ร่างสูงก้มลงไปเก็บขึ้นมา สิ่งนั้นคือถุงเครื่องประดับ...เป็นของที่เขาซื้อมาจากร้านค้าซึ่งเป็นเส้นเดียวกับที่ลูอิสจ้องในร้านตั้งนานสองนาน ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องซื้อมาก็ได้แต่เพราะความรู้สึกลึกๆ คืออยากมอบให้กับร่างบางด้วยตัวของเขาเอง เขาจึงตัดสินใจใช้เงินตัวเองซื้อแต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ให้


               และอาจจะไม่มีโอกาสแล้ว


               ตอนที่อยู่ในร้านนั้นเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดลูอิสถึงสนใจมันมากมายนัก เพราะลายก็ไม่ได้สวยหรือมีเอกลักษณ์อะไร


               ก็แค่เมเปิ้ล...เสียงทุ้มแหบพูดพึมพำขึ้นมา


               “!!!” เพียงชั่วแวบหนึ่งที่เหมือนมีภาพบางอย่างแล่นผ่านไปภายในหัว ภาพความทรงจำที่นานแสนนานจนเขาเองก็แทบจะจดจำมันไม่ได้แล้ว


               .


               .


               .


               ในวันนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงของหลายปีต่อมาหลังจากที่ลูอิสได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านซึ่งเป็นช่วงเวลาระหว่างก่อนเกิดเรื่องเคลตันและหลังจากทะเลาะกันด้วยความขี้อิจฉาของตัวเขา


               ถึงจะรู้ว่าตัวเองผิดแต่ด้วยความที่กลัวจะเสียหน้าทำให้เขามักจะปฏิเสธการไปเที่ยวเล่นกับคนตัวเล็กเสมอรวมถึงการเข้าใกล้ด้วย แต่ถึงกระนั้นลูอิสก็มักจะมาวนเวียนอยู่ข้างๆ เขาไม่เคยห่าง


               แฮร์รี่ ออกไปเล่นข้างนอกกันเด็กชายตัวน้อยในเสื้อคอกลมสีแขนยาวสีขาวบริสุทธิ์เอ่ยเรียกคนที่นั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างสนิทสนม


               ข้างนอกหนาวจะตาย ฉันไม่ออกไปไหนหรอกนะเด็กหนุ่มหัวฟูหยิกพูดออกมาทั้งที่ไม่ได้ละสายตาออกจากจอคอมเลยแม้แต่น้อย คนตัวเล็กที่เห็นจึงทำแก้มพองลมแล้วตีเข้าที่แขนของคนอายุน้อยกว่าไม่แรงนัก


               โอ้ย!! นายทำบ้าอะไรน่ะแฮร์รี่พูดขึ้นอย่างเหวี่ยงๆ เมื่อการชนเมื่อครู่ทำให้เขาเล่นเกมส์แพ้ นัยน์ตาสีเขียวสดหันมามองตัวต้นเหตุด้วยความรู้สึกโกรธเคือง


               ทำไมชอบทำตัวมีปัญหานักห้ะ อยากไปก็ไปเองสิน้ำเสียงตะคอกกรนด่าออกมาพร้อมกับขับไล่ไสส่งตัวน่ารำคาญให้ไปไกลๆ แต่ก่อนที่จะได้ด่าอะไรไปมากกว่านั้นเด็กหนุ่มผมหยิกก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติไปของร่างบาง


               ไปเล่นด้วยกัน.. ไม่มีนายมันไม่สนุกเลย มันเหงามากเลยนะร่างเล็กสั่นไปหมด ฝ่ามือคู่น้อยกำชายเสื้อของคนที่นั่งอยู่สูงกว่าไว้แน่น มันไม่สนุกเลยกับการที่ต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่เพียงลำพังทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยต้องรู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนี้


               อยากอยู่กับแฮซ...เสียงหวานพูดออกมาด้วยความรู้สึกเหงาอย่างเปี่ยมล้น หยาดน้ำใสที่เอ่อคลอร่วงเผาะสู่พื้นไม้ของบ้านจนเกิดเป็นดวงๆ นัยน์ตาสีเขียวกระตุกวูบยามที่ต้องมองคนตัวเล็กสะอื้นไห้ออกมา


               อึก...มือหนากำลังจะเอื้อมไปลูบหัวปลอบชะงักไว้เล็กน้อย ก่อนจะแสร้งเบนหน้าไปทางอื่นอย่างเสียไม่ได้ เด็กหนุ่มผมหยิกคว้าข้อมือเล็กของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะพาลากไปถึงหน้าบ้าน


               ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ...เสียงทุ้มแหบจนเป็นเอกลักษณ์พูดขึ้นเบาๆ โดยไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อคลุมมาสวมให้ตัวเองแล้วคนข้างกายที่เริ่มคลายสะอื้น


               ทั้งสองเดินออกมาที่บริเวณหน้าบ้านแล้วมานั่งชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วยกัน มือทั้งสองที่จับกันเอาไว้แน่นสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอันแผ่ซ่านจนแทบไม่อยากจะปล่อยมือออกจากกัน


               อยากเล่นอะไรล่ะคนที่ตัวสูงกว่านิดหน่อยถามขึ้นพร้อมทำท่าจะปล่อยมือแต่ก็ถูกมือคู่เล็กรั้งเอาไว้ก่อน เด็กน้อยผู้เหย่อหยิ่งจึงเบือนหน้าหนีแต่ก็ไม่ได้ดึงมือตัวเองออกแต่อย่างใด


               อนาคต...อยากลองเล่นสมมติดูร่างผอมบางพูดออกมาเสียงงึมงำด้วยความไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายอยากจะเล่นด้วยไหม มือบางเล็กบีบมืออีกฝ่ายเบาๆ อย่างเผลอตัว


               อืม...ก็น่าสนใจ แต่ฉันไม่รู้เนี่ยสิว่าอนาคตฉันจะเป็นแบบไหน ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีดีอะไรในชีวิตของเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษต่างไปจากคนอื่น แค่เพียงใช้ชีวิตอย่างทุกวันเพื่อการเล่นสนุกก็เท่านั้น เขาไม่เคยลองคิดอย่างจริงจังดูเหมือนกันว่าตัวเขาอยากจะทำอะไร


               ทำไมนายไม่ลองเป็นนักร้องหรือศิลปินดูล่ะลูอิสพูดเสนอขึ้นเสียงใส


               หา? ฉันเนี่ยนะแฮร์รี่พูดขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับยกนิ้วชี้ไปบนหน้าตนเองเหมือนกับจะสื่อว่าคนแบบเขาเนี่ยนะจะเป็นศิลปินได้เหรอ ทำให้ลูอิสอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขำกับท่าทางแสนซื่อตรงของอีกฝ่าย


               อื้อ นายเหมาะจะตาย ฉันว่าเสียงแบบนายถ้าร้องเพลงออกมาต้องเพราะแน่ๆ เลย ลองดูสิคนอายุมากกว่าพูดคะยั้นคะยอน้องชายตัวเอง ดวงตาสีฟ้าใสที่ลุกวาวเปี่ยมไปด้วยความหวังทำให้แฮร์รี่ที่ตั้งใจจะปฏิเสธได้แต่กลืนคำเหล่านั้นลงคอไป


               แค่นิดเดียวนะใบหน้าเนียนใสพยักหน้าระรัวตอบกลับไปพร้อมกับยืนรออย่างใจจดใจจ่อ คนหัวฟูหยิกเม้มปากเข้าหากันอย่างเขินอายก่อนจะอ้าปากฮัมทำนองออกมาเสียงเบาๆ


               ท่วงทำนองอันไร้ซึ่งความหมายใดล่องลอยไปตามสายลมท่ามกลางใบไม้สีส้มเหลืองที่พัดปลิวไสว ถึงจะฮัมออกมาไม่เป็นเพลงและเสียงของเขานั้นก็ไม่ได้ไพเราะหรือน่าดึงดูดใจอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่คนตรงหน้ากลับยิ้มอย่างมีความสุข... อาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนนั่นหรือเปล่าที่ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว


               เสียงนายเพราะมากเลยนะแฮร์รี่ ทั้งรอยยิ้มทั้งเสียงของนายทำให้ฉันมีความสุข ไม่แน่นะนายอาจจะเหมาะกับการเป็นศิลปินก็ได้หลังจากที่คนหัวหยิกฮัมเพลงจบ ร่างบางก็แทรกขึ้นมาพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ทำให้คนที่ถูกชมอดไม่ได้ที่จะเขินอายเสียจนหน้าแดง


               นายเลิกยอฉันได้แล้วน่า แล้วอนาคตนายล่ะหลังจากที่ถูกอีกฝ่ายชมไม่หยุดปากร่างสูงจึงเบี่ยงประเด็นกลับไปหาตัวต้นคิดบ้าง ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก็แสดงว่าคนตัวเล็กก็คงจะมีสิ่งที่อยากทำเหมือนกันนั่นแหละ


               แต่เหมือนสิ่งที่หนุ่มน้อยผมหยิกยุ่งคาดการณ์ไว้นั้นจะผิด ร่างบางก้มหน้าลงพร้อมกับยืนนิ่งราวกับกำลังค้นหาคำตอบ...

               ฉันก็ไม่รู้...เสียงหวานพูดขึ้นเสียงอ่อยๆ เขาไม่เคยคิดอยากจะทำอะไรมาก่อนหรืออยากได้อะไร แค่การที่ได้มาเรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ แบบนี้มันก็มหัศจรรย์มากพอแล้วสำหรับเขา


               ห้ะ? นายมาถามฉันทั้งที่ตัวนายเองก็ยังไม่รู้เนี่ยนะแฮร์รี่เลิกคิ้วถามอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ


               ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะอยู่ที่ไหน.. แต่แค่ได้อยู่กับนายตรงนี้ฉันก็มีความสุขแล้วคำพูดธรรมดาที่อาจจะไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษแต่มันก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของใครบางคนอุ่นวาบขึ้นมาได้


               นายนี่น่าสงสารจังเนอะคำพูดเสียดแทงที่ถูกกล่าวออกมาโดยไม่แยแสว่าคนฟังว่าจะรู้สึกเจ็บปวดหรือเปล่าหลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มจอมขี้อิจฉาเหมือนกับทุกครั้ง


               แต่ว่านะ...ถ้าฉันได้เป็นศิลปินระดับโลกขึ้นมาจริงๆ ฉันจะยอมให้นายมาเป็นผู้จัดการก็ได้นะ คนอย่างฉันมันใจกว้างอยู่แล้วนี่นาคำสัญญาที่หลุดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจผูกมัดให้ร่างบางเลือกที่จะยืนอยู่ข้างกายร่างสูงเสมอมา


               แม้ว่าสุดท้ายแล้ว...


               คำสัญญานี้จะถูกลบเลือนไป...


               .


               .


               .


               เหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีตที่ถูกฝังลึกภายในหัวใจแสนเย็นชาของตนเอง นี่อาจจะเป็นคำตอบที่เขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมตนเองถึงต้องมาทำอาชีพนี้...อาชีพที่เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดจนแทบจะไม่เคยมีเวลาเป็นของตัวเองซึ่งคนที่รักการเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ อย่างเขาบวกกับธุรกิจของพ่อแม่ เขาไม่จำเป็นต้องทำอาชีพนี้เลยก็ได้แต่สุดท้ายเขาก็ยังเลือกที่จะทำ


               ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง


            ไม่ใช่เพราะความฝัน


            แต่บางที...ภายในเศษเสี้ยวความทรงจำนั้น


            เขาแค่อยากจะสร้างจุดยืนให้ลูอิส


            แค่อยากจะเป็นที่พึ่งให้กับผู้ชายคนนี้


               อย่าไปจากฉันเลยฝ่ามือหนากำสร้อยเส้นเล็กไว้แน่นโดยไม่สนใจว่ามันจะทำให้รู้สึกเจ็บสักแค่ไหน กว่าจะรู้ตัวทุกอย่างก็สายเกินไปเพราะตอนนี้แม้แต่จะได้บอกความรู้สึกนี้ออกไปก็ยังไม่มีโอกาส


               ‘ทำไมนายถึงต้องเศร้าขนาดนั้นแฮร์รี่เสียงทุ้มหวานอันแสนคิดถึงแว่วเข้ามาในโสตประสาททำให้คนที่นั่งก้มหน้าเงยขึ้นมาโดยพลัน ภาพของชายหนุ่มที่ตนคิดถึงปรากฏอยู่เบื้องหน้าแต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย


               ลูอิส...ร่างสูงเอ่ยนามของชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างคิดถึง


               ทุกอย่างมันก็แค่ฝันร้าย เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้นร่างโปร่งใสของอดีตพี่ชายพูดพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเหมือนทุกที


               ไม่ลูอิส...ฉันอยากให้นายอยู่ตรงนี้น้ำเสียงทุ้มแหบเอ่ยออกมาอย่างสั่นๆ ทุกอย่างมันไม่ใช่ความฝันเราไม่สามารถตื่นแล้วหลุดพ้นไปจากมันได้เช่นเดียวกับความเศร้านี้...มันไม่มีทางเลยที่จะลบเลือนออกจากหัวใจได้


               ฉันไม่ควรจะอยู่กับนายแฮร์รี่ทั้งหน้าตาและน้ำเสียงไม่ว่าจะดูจากมุมไหนก็คือลูอิส ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือวิญญาณหรือคนกันแน่ หรือทุกสิ่งที่เขากำลังเจอะเจอเป็นเพียงแค่ภาพหลอนก็เท่านั้น


               เหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของฉันคือความสุขของนาย ถ้าหากนายไม่มีความสุขการมีอยู่ของฉันมันก็ไร้ความหมาย ถ้าหากการยืนอยู่ของฉันทำให้รอยยิ้มของนายจางหายไปก็เท่ากับว่าฉันสูญเสียความหวังเดียวของการคงอยู่...เมื่อไม่มีความหวัง วันนี้ของฉัน...ฉันก็ไม่ต้องการเสียงทุ้มหวานเอ่ยออกมาอย่างเศร้าสร้อย


               “แต่ฉันต้องการฉันต้องการวันนี้ที่มีนายอยู่เขาทนไม่ได้หากต้องอยู่เพียงลำพัง มันไม่จริงเลยว่าเขาจะมีความสุขได้หากปราศจากผู้ชายคนนี้ ทุกสิ่งมันก็แค่ความผิดพลาดและความเข้าใจผิด


               สิ่งที่นายทำไปอาจจะผิดแต่มันยังแก้ไขได้...แต่ชีวิตนายล่ะ มันไม่มีอะไรมาแทนที่นายได้ลูอิส ฉันกลับไปทำให้มันย้อนคืนมาไม่ได้หยาดน้ำใสที่แห้งเหือดไปกลับมาไหลอาบใบหน้าหยาบกร้านนี้อีกครั้ง ความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปมันเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใด


               ถ้าหากความสุขของฉันคือความหวังในการมีชีวิตอยู่ของนาย นายก็คือแรงผลักดันเดียวในชีวิตฉัน...ฉันเดินมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะนาย นายคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน


               ดังนั้นขอร้องอย่าจากฉันไป


            อย่าพรากความหวังเดียวของฉันไป


            ขอโอกาสอีกสักครั้งให้ฉันได้แก้ตัว


               ฉันรักนายมากนะ...ฉันรักนายมากเหลือเกินลำแขนแกร่งเอื้อมออกไปหมายจะดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดซับอย่างหวงแหนแต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับเป็นเพียงอากาศธาตุ


               ฉันก็รักนาย...รอยยิ้มกว้างคลี่ออกมาอย่างมีความสุขเช่นเดียวกับน้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบแก้มใสแต่คราวนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้า มันเป็นน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข...


               ร่างอันโปร่งใสของผู้อันเป็นที่รักค่อยๆ เลือนสลายหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นเดียวกับภาพทั้งหมดที่ค่อยๆ พร่ามัวจนมองไม่เห็นสิ่งใด ความว่างเปล่าสีดำได้เข้ามากล้ำกลายดูดกลืนทุกสิ่งจนภาพเบื้องหน้าดำวูบลงไป


หากสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความหวัง


ผมก็หวังว่าทุกสิ่งมันจะเป็นเพียงความฝัน


ถ้าหากเป็นไปได้อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าทุกสิ่ง...เป็นเพียงภาพลวงตา


ขอให้เรื่องโหดร้ายนี้ไม่เคยเกิดขึ้น...


ขอให้ความเจ็บปวดแสนบิดเบี้ยวนี้มลายหายไป...


แต่พวกคุณรู้อะไรไหม...ทุกอย่างมันไม่ใช่ความฝัน


ต่อให้ผมคาดหวังมากแค่ไหนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน...


ความหวังพวกนั้นไม่มีวันเป็นจริง...


เพราะความหวังทั้งหมด...มันได้จากไปพร้อมกับใครอีกคนแล้ว

 

               สายใยที่เคยเกี่ยวพันกันไว้ขาดสะบั้นลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ ต่อให้ภาวนาต่อความหวังนั้นมากมายสักเท่าไหร่ก็ไม่อาจส่งให้ถึงใครอีกคนได้อีกต่อไป ทำได้เพียงแต่หลับตาลงเบาๆ และเฝ้าวาดภาพลวงตาที่ไม่มีวันเป็นจริง...


               ทั้งภาพเขาทั้งสองอิงแนบชิดบนโซฟากว้างและพร่ำบอกว่าพวกเขานั้นรักกันมากแค่ไหน


               ทั้งภาพเขาทั้งสองที่กุมมือกันเอาไว้อย่างแนบแน่น


               ทั้งความรู้สึกเปียกชื้นยามที่ริมฝีปากทั้งสองประกบเข้าหากัน


               สุดท้ายมันก็อาจจะเป็นได้เพียงความฝัน...


         ไม่มีสิ่งใดเลยที่หลงเหลือไว้นอกเสียจากความเจ็บปวด

 

เมื่อความหวังได้สูญสลายไป วันนี้ของพวกเราก็คงไม่มีอีกต่อไป


+++++++++++++++++++++++++++++++จบ++++++++++++++++++++++++++++++++++


จบจริงๆ แล้วต้องขอโทษที่ช้านะคะ

เพราะช่วงนี้เลิกงานดึกทุกวันเลยลงไม่ไหวจริงๆ

หลังจากจบอันนี้คงมีคิวแต่งต่อแต่อาจจะเริ่มเป็นเรื่องใหม่เลย

ส่วนคู่กับพล็อตขออุบไว้ก่อน แต่แนวต่อไปไม่เน้นดราม่านะคะ555 พักผ่อนกันหน่อย

ที่จริงยังไม่จบสมบูรณ์เพราะอันนี้เติมจากหนังสือมาหน่อยเพื่อไม่ให้ห้วนไป

ตอนจบจริงๆ อยู่ในเล่มซึ่งคนละแบบกันเลยพูดง่ายๆ ว่าเป็นตอนต่อจากตอนนี้นี่เองงง ใครสนใจยังสั่งซื้อได้นะคะ

ตอนที่เพิ่มในเล่มมี 2 ตอนค่ะ


ในความจริงแล้วจะแต่งให้ทุกอย่างไม่เป็นจริงหรือเป็นแค่ความฝันก็ได้

แต่ในความเป็นจริงเราไมสามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้...ถูกมั้ยคะ

เรื่องนี้แค่อยากแต่งให้เตือนใจสำหรับการทำอะไรบางอย่างลงไป

เพราะเมื่อได้ทำลงไปแล้วเราก็ต้องยอมรับผลของมันไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน

เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสสำหรับการแก้ตัว ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีไปเสียหมดและโชคดีได้รับโอกาสไปตลอด


ก็นะ....รักทุกคนมากเลยค่ะ รู้สึกแต่งแล้วมีกำลังใจมาตลอด ขอบคุณจริงๆ นะคะ หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่อีกครั้ง

บายบีปิเอโร่จ้าาาา


**ติดตามข่าวสารการอัพเรื่องใหม่ๆ ได้ทางเพจนะคะเพราะเร็นจะทำการปิดเรื่องนี้เลย**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น