[Larry] Hopeful For Today

ตอนที่ 12 : Larry : หมดหนทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 พ.ค. 59

บทที่ 8

หมดหนทาง

 

               ตุบ...


               ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นราวกับทุกสิ่งนั้นมืดบอดลงอีกครั้ง ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่สิ้นหวังแต่เขายังหลงทาง... ทุกสิ่งมันกลับยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่ใช่เพียงหัวใจของเขาที่เจ็บแต่ทั้งแฮร์รี่และพ่อแม่บุญธรรมก็ต้องอยู่ในสถานการณ์อันย่ำแย่เช่นกัน


               ฉันควรทำยังไงดี... ทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ท่ามกลางความสับสนและรู้สึกผิด ภายในหัวของลูอิสก็ยังคงคิดหาทางออกของปัญหานี้ไปด้วย


               มันต้องมีสักทางสิ...ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะไร้ซึ่งทางออก


            มันต้องมีทางออกอย่างแน่นอน


               ชีวิตของเขาผ่านปัญหามามากมายแต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาคิดจะยอมแพ้ ครั้งนี้ก็เช่นกันเขาต้องหาหนทางให้ได้ อย่างน้อยก็ขอเพียงพ่อแม่และแฮร์รี่ปลอดภัย ชีวิตโสโครกที่เคยเกือบจะแหลกสลายเป็นเถ้าถ่านถูกคนเหล่านี้ชุบขึ้นมาใหม่จนเขามีทุกอย่างเช่นวันนี้ แม้จะตอบแทนเท่าไหร่ก็คงไม่สาสม...ฉะนั้นจะทำให้ทุกคนต้องลำบากหรือเจ็บปวดเพราะเขาไม่ได้


               วิธี...หนทางริมฝีปากบางพูดพึมพำกับตัวเองอยู่ในห้องแสนมืดมิดท่ามกลางแสงเทียนอันริบหรี่


               เวลาเดินผ่านไปเสียเนิ่นนานกว่าที่ร่างโปร่งจะรู้ตัวนาฬิกาในบ้านของหญิงสาวก็ตีบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี แน่นอนเวลาทั้งหมดไม่เคยผ่านไปอย่างสูญเปล่าเพราะอย่างน้อยเขาก็เริ่มมองเห็นหนทางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดจะทำนั้นเป็นทางออกของการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่


               แม้ว่าสิ่งสุดท้ายที่อาจจะหลงเหลือ


            จะเป็นความเจ็บปวด


               เขาก็ต้องทำ...

 

               ตืด...ตืด


               หลังจากที่ออกมาจากบ้านหญิงสาว ลำขาเรียวก็ก้าวไปยังรถของตัวเองพร้อมกับโทรศัพท์หาใครบางคนไปด้วย เกมส์กระดานนี้เขายังไม่แพ้ในเมื่อชนะในเกมส์ไม่ได้ก็ต้องล้มมันทิ้ง!!


               “--ฮัลโหล ลูอิสใช่ไหมจ๊ะ--หลังจากมีคนรับโทรศัพท์ก็มีเสียงหญิงสาววัยกลางคนพูดตอบกลับมาตามสายด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนเหมือนอย่างเคย


               สวัสดีครับ คุณสบายดีมั้ยครับใบหน้าเนียนลอบยิ้มบางเมื่อได้ยินเสียงคนปลายสาย


               --เอ๊ะ!! เรานี่ยังไง เรียกว่าแม่สิ...แม่น่ะ--แม่บุญธรรมของลูอิสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงอนๆ เมื่อลูกชายคนนี้ไม่ยอมเรียกเธอว่าแม่อย่างเต็มปากสักที


               ตามจริงแล้วลูอิสต้องกลับไปอยู่กับพ่อแม่ในสลัมหลังจากเรียนจบ แต่ทุกอย่างช่างน่าเสียดายเมื่อลูอิสจบมหาวิทยาลัยแล้วและเดินทางกลับไปยังสลัมอีกครั้งก็พบว่าพ่อแม่ของเขาได้ทิ้งเขาย้ายหนีไปที่อื่นแล้วโดยไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย ซึ่งลูอิสเสียใจมากหลังจากที่ทราบเรื่องว่าตนถูกทิ้ง พ่อแม่ของแฮร์รี่จึงรับลูอิสเป็นลูกบุญธรรมอย่างเป็นทางการโดยให้ลูอิสคอยดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกเขาอยู่ห่างๆ โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องราวของสองคนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง


               ครับ คุณแม่ลูอิสพูดขึ้นเสียงแผ่ว


               --เราเครียดอะไรหรือเล่าจ๊ะ ถ้ามีปัญหาอะไรบอกแม่ได้นะหรือจะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างก็ได้ พ่อน่ะบ่นหาเราเกือบทุกวันเลย--” หญิงสาวพูดกลับมาพร้อมกับเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังรอดออกมาด้วย ซึ่งก็คงไม่พ้นผู้เป็นพ่อที่แอบนั่งดักฟังการสนทนาระหว่างแม่ลูกคู่นี้เป็นแน่ ลูอิสที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยของคนทั้งสองก็อดยิ้มออกมาไม่ได้


               --เออ...จะว่าไปทำไมลูกไม่กลับมาพร้อมน้องล่ะ เนี่ยแฮซพึ่งมาถึงบ้านวันนี้แล้วก็ไม่ยอมบอกอะไรหนีเข้าห้องไปเฉยเลย ไม่ได้มีปัญหากันใช่ไหม?--” ผู้เป็นแม่ถามออกมาด้วยความสงสัยถึงความผิดปกตินี้ ลูอิสที่ได้ยินจึงนิ่งลงไปนิด...เขาก็คิดอยู่ว่าเหตุใดบ้านถึงได้เงียบขนาดนี้ ที่แท้ร่างสูงแอบเดินทางกลับไปหาพ่อแม่โดยไม่บอกเขานี่เอง


               คงโกรธฉันมากสินะ


               ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมต้องทำงานที่ค้างไว้เลยว่าจะตามไปทีหลังน่ะครับ คิดว่าพรุ่งนี้น่าจะเดินทางถึงตอนบ่ายๆ ได้ครับร่างโปร่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใสเพื่อพยายามปกปิดความกังวลทั้งหมดที่มี


               --จริงเหรอ!! งั้นพรุ่งนี้แม่จะเตรียมอาหารเย็นสุดฝีมือเลย ยังไงก็รีบกลับบ้านนะจ๊ะ แม่ไม่กวนแล้ว ฝันดีนะ--


               ครับ... ฝันดีครับแม่หลังจากที่วางสายไป ร่างโปร่งก็รีบขับรถกลับไปยังบ้านเพื่อเตรียมข้าวของสำหรับการเดินทางไปหาพ่อแม่บุญธรรมพรุ่งนี้


               บางทีวิธีป้องกันที่ดีที่สุดอาจเป็นการลองพูดคุยและหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยกัน แต่มันก็หมายถึงเขาต้องพูดบอกความจริงทั้งหมดด้วยเช่นกัน สิ่งที่เขากลัวที่สุดไม่ใช่การสารภาพความจริงแต่เป็นผลลัพธ์หลังจากที่เขาพูดมันออกไปต่างหาก


               ถ้าหากเขาบอกมันออกไป


            คนพวกนั้นจะยอมรับได้ไหม...


            จะให้อภัยเขาหรือเปล่า

 

               วันต่อมา


               ลูอิสออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่เช้าโดยไม่ลืมแวะเข้าไปจัดการปัญหาเรื่องงานที่ศิลปินในความดูแลของตนเองเบี้ยวนัดกะทันหัน หลังจากโดยฝ่ายต้นสังกัดเรียกมาคุยจนใช้เวลาไปเกือบร่วมสองชั่วโมงซึ่งยังไม่รวมเวลาช็อปปิ้งหาซื้อของฝากในห้างสรรพสินค้าอีก แต่โชคยังดีที่วันนี้หมดช่วงวันหยุดยาวไปแล้วรถจึงไม่ติดเท่าไหร่ทำให้ร่างโปร่งเดินทางมาถึงก่อนเวลาที่กำหนดไว้ไปมาก


               กิ๊งก่อง


               ทันทีที่เดินทางมาถึงบ้านหลังเก่าอันแสนคิดถึง ปลายนิ้วเรียวก็กดลงบนกริ่งเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเขามาถึงแล้ว ไม่นานเกินรอประตูสีขาวสะอาดก็เปิดออกตามด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นที่ไม่ได้เห็นมาเสียนาน


               ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูอิสน้ำเสียงหวานชวนให้รู้สึกอบอุ่นดังขึ้นตามด้วยอ้อมกอดของหญิงสาวที่บัดนี้สูงเพียงแค่หัวไหล่ของร่างโปร่งเท่านั้น ดวงตาสีฟ้าซีดชะงักไปนิดเมื่อถูกหญิงสาววัยกลางคนสวมกอดเข้าเต็มรักให้ มือเรียวที่ตั้งใจว่าจะยกขึ้นมากอดตอบอย่างทุกทีกลับสั่นระริกไม่กล้าโอบกอดกลับไป


               มันมาอีกแล้ว...ความรู้สึกกลัว


               เหนื่อยมากมั้ยลูก แม่เตรียมน้ำผลไม้คั้นสดๆ ไว้ให้แล้วนะ


               “ไปกอดอะไรกันนอกบ้านน่ะ อากาศหนาวจะตายเดี๋ยวก็เป็นหวัดทั้งคู่หรอกชายสูงวัยเดินเข้ามาพร้อมกับดันสองแม่ลูกให้กลับเข้าไปในบ้าน หลังจากที่ยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่ยอมเข้าบ้านกันไปเสียที


               คุณหวงล่ะสิ เนี่ยลูอิสรู้มั้ยพอพ่อรู้ว่าลูกจะกลับก็รีบลางาน แล้วยังปลุกแม่ตั้งแต่เช้าให้ไปซื้ออาหารสดมาเตรียมทำอาหารเย็นวันนี้ให้ลูกเชียวนะเมื่อได้ทีหญิงสาวก็พูดแขวะสามีตนเองทันที ผู้เป็นพ่อจึงได้แต่แสร้งจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบและนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเดิมที่อ่านซ้ำไปซ้ำมามาตั้งแต่เช้าอีกครั้ง


               “ผมก็แค่ทำตามหน้าที่ใบหน้าเหี่ยวย่นขึ้นริ้วสีแดงอย่างเขินอายพร้อมกับยกหนังสือพิมพ์เพื่อปิดบังสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างปิดไม่มิด


               พ่อนี่เก่งเนอะ อ่านหนังสือพิมพ์กลับหัวก็รู้เรื่องผู้เป็นแม่ไม่วายแขวะไปอีกรอบก่อนจะเดินหนีหายเข้าในครัวทันทีโดยไม่คิดแม้แต่จะเว้นช่องว่างให้ผู้เป็นสามีตอกกลับ มือหนาเหี่ยวย่นของชายสูงวัยหมุนเปลี่ยนตำแหน่งของหนังสือพิมพ์ช้าๆ ก่อนจะกระแอมไอออกมาเล็กน้อยอย่างขัดเขิน


               บ้านนี้มักมีแต่ความสุขอยู่เสมอซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกสุขตามไปด้วย ความเป็นห่วงที่มีให้เสมอมาแม้ว่าจะรู้ดีว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกในไส้... เมื่อครอบครัวนี้ดีกับเขาเสียมากมายแล้วจะให้เขาปล่อยไปได้อย่างไร จะให้คนพวกนี้มารับผลกรรมที่เขาเป็นคนก่อได้ยังไง


            ผมกำลังทำร้ายพวกคุณแต่แล้วทำไม...


            ทำไมพวกคุณยังดีกับผมมากมายขนาดนี้


            ผมนี่มันเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่องเลย


               ลูอิส...ลูกร้องไห้ทำไมชายสูงวัยพูดขึ้นด้วยความตื่นตกใจเมื่อลูกรักที่ยืนอยู่ จู่ๆ ก็มีหยาดน้ำใสไหลอาบแก้ม


               ..ผ...ผม ผมขอโทษ..ฮึก..ผมขอโทษจริงๆมือบางยกขึ้นปัดป่ายหยดน้ำใสที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย แต่ถึงจะพยายามเช็ดออกไปแค่ไหนมันก็ไม่หยุดไหลเสียที


               “ฮือ...ผมไม่ได้ตั้งใจ ผ..ผมเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหายไปด้วยแรงสะอื้น ความรู้สึกผิดมากมายถาโถมเข้ามาอย่างตอกย้ำ


               “แม่!! มาดูลูกหน่อย!!” บิดาผู้ไม่รู้จะปลอบลูกชายสุดรักยังไงได้แต่ร้องตะโกนเรียกภรรยาตัวเอง หญิงสาวที่กำลังจัดเตรียมเนื้อสัตว์เพื่อทำอาหารเย็นรีบวิ่งออกมาแล้วเข้าไปดูลูกชายตัวเองทันที


               ลูอิส...ลูกเป็นอะไรไปยิ่งได้รับความอ่อนโยนเหล่านี้มากแค่ไหนภายในใจก็ยิ่งปวดร้าว มือเรียวกอดซบอกอันแสนอบอุ่นด้วยแรงสะอื้น ไม่มีอกไหนอุ่นเท่าอกของผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว...ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนแม่ของเขา แต่มองดูตัวเขาเองสิ...เขาทำอะไรเพื่อครอบครัวนี้บ้าง ไม่มีเลย...มีเพียงแต่นำพาโชคร้ายมาให้เท่านั้น


               ผมขอโทษ...เพราะผม..ฮึ่ก ผมทำให้พวกคุณต้องลำบากน้ำเสียงอันสั่นเครือเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก ไหล่บางที่สั่นไหวไปตามแรงสะอื้นทำให้ผู้เป็นแม่ต้องกอดลูบหลังไปมาด้วยความเป็นห่วง


               หลังจากที่ลูกชายสุดที่รักพอคลายสะอื้นได้บ้าง สองสามีภรรยาก็พาร่างโปร่งมานั่งพักในห้องนั่งเล่นด้วยความเป็นห่วง

               นั่งตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวแม่ไปเอาเครื่องดื่มมาให้ยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นจากโซฟา มือเรียวก็คว้าแขนบางของหญิงสาวเอาไว้เสียก่อน ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น


               แฮร์รี่อยู่ไหมครับลูอิสถามขึ้นเสียงสั่นแต่ก็ไม่มีเสียงสะอื้นแล้ว


               พึ่งออกไปเมื่อเช้าน่ะ พอแม่บอกว่าลูกจะกลับมาเจ้าตัวแสบก็รีบออกไปไหนก็ไม่รู้ เห็นบอกแค่ว่าอีกสองสามวันถึงจะกลับแค่นั้นจ้ะ เมื่อได้รับคำตอบคนตัวเล็กก็สลดลงไปนิด


               นายจะไม่ให้อภัยฉันจริงๆ ใช่ไหม


               ถ้าอย่างนั้นก็คงมีแต่ฉัน...สินะ


            เหลือแค่ฉันคนเดียวแล้ว


               ผมมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อยครับ คงจะถึงเวลาที่เขาควรบอกความจริงได้แล้ว ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจก็ตามว่าสิ่งที่เขาทำมันจะพอช่วยเปลี่ยนอะไรได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็คงจะดีกว่ากับการไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง


               เขาต้องบอกในสิ่งที่เดน่าคิดจะทำ


               เอ่อ...งั้นรอแม่เดี๋ยวได้ไหมจ๊ะ เดี๋ยวแม่ขอไปเก็บของที่วางทิ้งไว้ในครัวก่อนหญิงสาวพูดขึ้นอย่างนึกได้ ลูอิสที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าน้อยๆ เมื่อเห็นว่าคงใช้เวลาไม่นาน


               นั่นอะไรเหรอครับร่างโปร่งพูดถามขึ้นขณะนั่งรอเมื่อสังเกตเห็นถุงพลาสติกสีชมพูสวยวางไว้ตรงชั้นวางของบริเวณใกล้กับประตู ชายสูงวัยเงยหน้ามองตามทิศทางที่ลูกชายตัวเองชี้พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ ให้เห็นชัดขึ้น


               อ่อ...ของขวัญสำหรับวันหมั้นระหว่างแฮร์รี่กับเดน่าน่ะ พ่อกับแม่พึ่งไปซื้อมาเมื่อสองวันก่อนเอง อยากดูไหมล่ะยังไม่ทันจะได้รับคำตอบ ชายวัยกลางคนก็เดินมาพร้อมกับถุง ก่อนจะยื่นให้และหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ ลูอิส


               ภายในถุงมีกล่องเครื่องประดับที่ทำจากผ้ากำมะหยี่สีดำสุดหรูวางอยู่ เมื่อเปิดออกก็พบแหวนคู่สองวงสีเงินเงางามประกบต่อกันโดยมีอักษรสลักอย่างสวยงาม


               ‘Hope and Love’


               ความหวังและความรัก


               พ่อกับแม่คิดว่าเดน่าเป็นคนยังไงเหรอครับมือเรียวปิดกล่องเครื่องประดับลงอย่างทะนุถนอมโดยไม่ลืมที่จะเก็บใส่ถุงคืนให้อย่างดี


               ถามแม่ด้วยใช่ไหมจ๊ะเสียงหญิงสาวที่พึ่งเดินเข้ามาถามทวนขึ้นเสียงใส ลูอิสเงยหน้าและยิ้มบางพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ ให้


               อืม...ก็เป็นคนที่นิสัยน่ารักมากเลยจ้ะ หน้าตาก็ออกจะสะสวยแถมชอบซื้อของมาฝากแม่บ่อยๆ ด้วย เธอต้องเป็นภรรยาที่เหมาะสมกับแฮร์รี่มากแน่ๆ แม่ดีใจนะที่จะได้เธอมาเป็นสมาชิกในครอบครัวน้ำเสียงใสเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขเฉกเช่นเดียวกับรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นให้เห็น


               แล้วพ่อล่ะครับเมื่อได้รับคำตอบจากผู้เป็นแม่แล้ว ลูอิสจึงหันไปถามพ่อบุญธรรมของตนบ้าง


               ก็ตามแม่เขานั่นแหละ เธอก็น่ารักดี...มารยาทก็ดี เหมาะกับฐานะลูกสะใภ้บ้านเราดีนะคุณพ่อพูดพลางกระแอมไอเบาๆ อีกครั้งเพื่อแก้เขิน นัยน์ตาสีฟ้าซีดจ้องมองรอยยิ้มของคนทั้งสองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังกับว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ด้วยแววตาเศร้าๆ


               แล้วถ้าแฮซไม่ได้ชอบเธอ...แต่ชอบผู้ชาย


               “เป็นไปไม่ได้หรอกจ้ายังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดจบหญิงสาวผู้เป็นแม่ก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อนพร้อมกับเสียงหัวเราะระรัวราวกับเป็นเรื่องตลก


               ถ้าเป็นแบบนั้นพ่อกับแม่แกคงช็อกน่าดูเลย ฮ่าๆๆชายวัยกลางคนพูดเสริมภรรยาตัวเองและหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นบ้าน


               จี๊ด...


               เหมือนกับหัวใจจะหยุดเต้น ความเจ็บที่แล่นไปทั่วอก... เสียงหัวเราะของคนทั้งสองดังระงมไปทั่วห้องรับแขกแต่หูของลูอิสกลับไม่ได้ยินอะไรเลย เปลือกตาสีขาวเนียนหลับลงเบาๆ เพื่อยับยั้งสิ่งที่กำลังเอ่อคลอบริเวณดวงตา


               เขาคงคิดผิดแล้วล่ะ เขาไม่ได้กลัวผลจากการสารภาพเรื่องเลวๆ ที่เขาเคยทำเอาไว้จนทุกอย่างบานปลายหรือแม้แต่เรื่องที่อาจจะไม่ได้รับการให้อภัยจากคนในบ้านหลังนี้...แต่เขากลัวการถูกปฏิเสธต่างหาก กลัวว่าถ้าหากพูดทุกอย่างออกไปรวมถึงเรื่องความรู้สึกที่มีให้กับน้องชายต่างสายเลือดแล้ว เขาจะถูกปฏิเสธด้วยความเป็นจริงที่ว่า


               เขาไม่สามารถรักแฮร์รี่ได้...


               แต่เท่านี้ทุกอย่างก็ชัดเจนพอแล้ว คำพูดทั้งหมดเมื่อครู่มันมากพอที่จะทำให้เขาเข้าใจดีว่าทุกอย่างไม่มีวันเป็นดั่งที่เขาหวัง เขาควรจะทิ้งทุกอย่างไปได้แล้ว... ควรจบความคาดหวังลมๆ แล้งๆ เหล่านี้เสียที


               ดูท่าว่า...เขาคงต้องเปลี่ยนแผน


               พ่อครับ...แม่ครับน้ำเสียงทุ้มเย็นที่ดังออกมาอย่างแผ่วเบาเรียกให้สองสามีภรรยาที่กำลังหัวเราะขบขันหันมาสนใจลูกชายตัวเองอีกครั้ง ร่างโปร่งเล็กลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องก่อนจะปิดมันลงอย่างแผ่วเบา


               มีอะไรหรือจ๊ะ?” หญิงสาวผู้เป็นแม่พูดถามขึ้นอย่างสงสัย


               ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง...แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกอย่างมือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปหยิบบางสิ่งจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังออกมา มือเรียวข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์สีดำสนิทออกมาก่อนจะกดไปมาด้วยมืออันสั่นระริก


               ลูกจะทำอะไรเหรอน่ะ จะถ่ายรูปพ่อกับแม่เป็นที่ระลึกเหรอฝ่ายผู้เป็นพ่อพูดขึ้นอย่างติดตลกแม้จะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย บรรยากาศที่รู้สึกได้ถึงอันตรายและภัยคุกคามจากลูกบุญธรรมตน หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็เริ่มเงียบลงเมื่อเห็นของในมืออีกข้างของลูอิส


               ลูอิส!! นั่นลูกคิดจะทำอะไร!!” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นจากชายวัยกลางคนที่เริ่มแตกตื่นกับของบางสิ่งบนมือเรียวบางของลูกชายสุดรัก ของที่คนปกติไม่น่าจะพกติดตัว


               ผ...ผมขอโทษ แต่ผมต้องทำ...ผมไม่มีทางเลือก ได้โปรด..ยกโทษให้ผมด้วยมือเรียวเล็กหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาด้วยมืออันสั่นเทาอย่างไม่มีสาเหตุ ภายในดวงตาสะท้อนภาพผู้มีพระคุณทั้งสองที่กอดกันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวก่อนที่ร่างโปร่งจะยิ้มออกมา


               ไม่ต้องห่วงครับ... เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไป


               มันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น...


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยังมีใครตามเรื่องนี้อยู่มั้ย...หวังว่าจะมีนะคะ

ใกล้ช่วงท้ายเรื่องแล้ว

ลูอิสเรื่องนี้ไม่ใสไม่อ่อนแอนะฮะ555

ตอนแต่งยังคิดเลยว่ามันจะแอบจิตไปมั้ย แต่ก็ชอบแนวพวกนี้นิดหน่อย

ใครยังอยากได้ยังสั่งซื้อได้นะคะ ตอนนี้เปลี่ยนเป็น 200 บาทถ้วนโดยรวมค่าส่งแล้วนะคะ

ใครที่ชอบก็เม้นติชมได้เสมอนะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #12 Bm Smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 14:50
    ลูจะตายหรอ ไม่ได้นะ ฮือๆๆ //อินจัด
    มาต่อนะไรท์ เค้ารออยู่
    #12
    1
    • #12-1 ShuRen-Pierrot(จากตอนที่ 12)
      23 พฤษภาคม 2559 / 23:15
      จะลงให้ตั้งแต่วันอาทิตย์แล้ว เร็นดันสลบนอนอืด5555//เขิน
      #12-1