Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 9 : Adam x Eric ตอนที่ 8 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

               ระหว่างนั่งทานอาหารด้วยกัน ร่างสูงก็แอบมองคนที่นั่งด้วยเป็นพักๆ ดวงตาจับจ้องใบหน้าขาวเนียนที่กำลังเคี้ยวอาหารหนุบหนับอย่างสบายใจ

               เขาเองก็พอจะรู้ตัวว่าความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้นเรียกว่าอะไร ทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สายตาคู่นี้ที่เคยจ้องมองเพียงหญิงสาวกลับหันมามองคนข้างกายนี้ได้ ทั้งใบหน้าครั้งแรกที่พบเจอ ทั้งความสดใสยามพูดคุยด้วย ทั้งหยาดน้ำตาที่ไหลรินหรือแม้กระทั่งความมืดมนในหัวใจ...

               หน้าผมมีอะไรติดเหรอครับเอริคถามขึ้นแล้วยกมือเรียวขึ้นมาลูบทั่วใบหน้าตัวเองด้วยความสงสัย หลังจากรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาที่ตนตลอดเวลา

               แค่มองไม่ได้เหรออดัมพูดเสียงนุ่ม เขาไม่ใช่คนประเภทชอบการรอคอยและยิ่งเมื่อรู้หัวใจตัวเองด้วยแล้ว เขาก็เลือกที่จะไม่รีรอเพราะเมื่อเขาอยากได้อะไรเขาก็ต้องเอามันมาเป็นของตัวเองได้!!

               เอ่อ..ได้ครับเอริคพูดเสียงตะกุกตะกักก่อนจะลงมือหั่นชิ้นเนื้อตรงหน้าตัวเองต่อ โดยส่วนตัวร่างโปร่งก็รู้สึกขัดเขินนิดหน่อยเพราะปกติร่างสูงไม่ค่อยพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นใส่เขาสักเท่าไหร่

               มา ข้าช่วย เมื่อพูดจบอดัมก็ขยับเก้าอี้ของตนเข้าไปหาอีกฝ่ายซึ่งมันก็ใกล้พอที่จะเอื้อมมือไปหั่นเนื้อบนจานของคนตัวเล็กได้ ฝ่ามือหนาหยิบมีดส้อมของตัวเองและกรีดผ่านลงบนชิ้นเนื้อชุ่มช่ำอย่างชำนาญ

               อ...เอ่อเอริคอ้ำอึ้งไปนิดเมื่อสังเกตเห็นว่ามีดส้อมที่ร่างสูงใช้นั้นไม่ใช่ของตัวเอง

               “อ้าว โทษทีข้าเผลอไปหน่อยอดัมพูดแสร้งทำเป็นไม่ได้ตั้งใจ

               ไม่เป็นไรครับ...เอริคพูดเสียงแผ่วแต่ก็ยอมจิ้มชิ้นเนื้อที่อีกฝ่ายหั่นให้เข้าปากไปก่อนจะเคี้ยวและกลืนลงคอโดยไม่รังเกียจ ร่างสูงที่แอบลอบมองยิ้มออกมาอย่างพอใจ

               “จะทานของหวานต่อมั้ยคนตัวสูงเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินสวยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กใกล้จะทานอาหารในจานหมดแล้ว

               “…” เมื่อได้ยินใบหน้าเรียวก็แสดงสีหน้าลังเลออกมาอย่างเด่นชัด ซึ่งอดัมก็พอเดาได้ว่าเอริคเผลอนึกย้อนตอนพายบลูเบอรรี่แน่นอน

               งั้นเอาขึ้นโต๊ะมาก่อนแล้วกัน ถ้าเจ้าไม่อยากกินก็ไม่เป็นไร เจ้าชายอสูรพูดก่อนจะหันไปทางพวกลูมิแอร์เป็นเชิงให้สัญญาณ ทันทีที่เห็นเจ้านายเหนือหัวหันมองมาค็อกเวิร์ธก็เดินไปที่ห้องครัวตามคำสั่งทันที

               แล้วอีกชิ้นนึงทำไมไม่กินร่างแกร่งถามขึ้นเสียงนิ่งเมื่อเห็นว่าเนื้อที่เขาหั่นให้นั้นยังวางแผ่อยู่บนจากอีกชิ้นหนึ่ง และดูท่าว่าคนตัวเล็กจะไม่แตะต้องมันแน่นอน

               ...อิ่มร่างโปร่งตอบกลับมาสั้นๆ อดัมมองก่อนยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดอะไรน่าสนุกได้

               “!!!” ใบหน้าเรียวสวยแสดงสีหน้าตกใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อจู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมาจับที่ส้อมของเขาก่อนจะจิ้มชิ้นเนื้อนั้นเข้าปากไป

               ทำไมทำหน้าอย่างนั้นหล่ะ เจ้าไม่รังเกียจข้า ข้าเองก็ไม่รังเกียจเจ้าเหมือนกันเจ้าชายจอมเจ้าเล่ห์พูดหยอดกลับไปหวังจะแกล้งแหย่อีกฝ่ายซึ่งมันก็ได้ผลดีมาก

               ร่างโปร่งที่ได้ยินก้มหน้างุดด้วยความเขินอายอย่างไม่มีเหตุผล ไม่ใช่ว่าอดัมดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายยังสับสนกับความรู้สึกนี้ แต่จะทำยังไงได้เพราะยิ่งแกล้งคนตัวเล็ก เขาก็ยิ่งเห็นความน่าหลงใหลของคนตรงหน้ามากขึ้นจนเผลอรุกหนักเกินไปทุกที

               แอ๊ด...

               ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะตามด้วยรถเข็นที่ถูกเข็นเข้ามาโดยมีพายชิ้นโตขอบแป้งสีเหลืองทองท่าทางกรุบกรอบที่ประดับด้วยผลบลูเบอรี่สีฟ้าช่ำวาวประดับเต็มทั่วหน้าพร้อมกับครีมสดสีขาวฟูฟ่องที่แทรกซึมออกมาระหว่างผลบลูเบอรี่ ทำเอาท้องที่อิ่มไปแล้วของร่างโปร่งกลับมาร้องประท้วงใหม่

               นี่ถือว่าเป็นคำขอโทษจากข้าอดัมพูดขึ้นก่อนจะยิ้มอ่อนๆ

               ตามจริงพายชิ้นนี้พึ่งถูกเตรียมเมื่อครู่นี้เองในตอนที่ร่างสูงหันไปสั่ง ค็อกเวิร์ธให้นำอาหารขึ้นโต๊ะ ส่วนเอริคที่นั่งห่างออกมาไม่ทันได้ยินเพราะเสียงส่งมาไม่ถึงปลายโต๊ะนั่นเอง

               ความคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าชายจอมเอาแต่ใจได้ยินมาจากคุณนายพ็อตต์ว่าเธอเห็นเอริคหยิบพายชิ้นที่เขาปาใส่มานั่งกินที่ห้องอาหารเพียงลำพัง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำเอาเขารู้สึกแย่ไปเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าร่างโปร่งจะเก็บพายขึ้นมาทาน

               ทันทีที่พายถูกตัดแบ่งเป็นขนาดพอดีจานเสิร์ฟลงตรงหน้าคนตัวเล็ก เอริคก็จิ้มขึ้นมาชิมรสชาติทันที

               อร่อย...อร่อยกว่าตอนนั้นมากเลย

            ขอบคุณครับ..อร่อยมากเลยเอริคพูดออกมาตามที่ใจคิดก่อนจะตักคำต่อไปเข้าปากไปเรื่อยๆ อย่างเอร็ดอร่อย

               ทั้งที่เป็นพายเหมือนกันแต่ชิ้นนี้กลับอร่อยกว่าชิ้นแรกเป็นไหนๆ ถ้าหากถามว่าชิ้นนี้เลิศรสถึงขนาดเทียบไม่ติดเลยก็คงไม่ใช่เพราะรสชาติก็ไม่ได้ต่างกันมากถึงขนาดนั้น แต่สิ่งที่ทำให้อร่อยมากกว่าคงเป็นการได้มานั่งทางกับคนตัวสูงเสียมากกว่า

               ถ้าเจ้าชอบข้าก็ดีใจร่างสูงพูดพลางเอื้อมมือแกร่งไปลูบหัวคนตัวเล็กกว่าที่กำลังเคี้ยวพายแก้มตุ่ยด้วยความเอ็นดู

               เหมือนจะคล้ายแต่ช่างแตกต่าง...

            ร่างโปร่งบางครั้งก็ดูเหมือนเบลล์ทั้งความใจดี ทั้งความอ่อนโยนหรือแม้กระทั่งความใจเย็น แต่แม้จะเหมือนก็ยังแตกต่าง..หากนิยามของเบลล์เรียกว่าสง่างาม เธอก็คงเปรียบเสมือนกุหลาบป่าที่ไม่ว่าใครก็ต่างหลงใหลในความงามนั้น

               แต่เอริคแม้ภายนอกจะดูคล้ายกันแต่ภายในกลับช่างเปราะบางเหลือเกิน หากเธอผู้นั้นคือกุหลาบป่าเอริคก็คงเปรียบเสมือนกุหลาบในสวน กุหลาบที่เขาไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ให้เติบโตในป่าเพียงลำพังได้เพราะเขากลัว...กลัวหากกุหลาบดอกนี้ต้องเหี่ยวเฉาไปเพราะความโดดเดี่ยวที่เก็บซ่อนลึกลงไป

               อิ่มแล้วครับ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้มากนะครับเอริคตอบยิ้มๆ

               อืม ไม่เป็นไร

               งั้นผมขอตัวเอริคพูดก่อนทำท่าจะเดินแยกออกไปแต่ถูกร่างสูงคว้าข้อมือคู่สวยไว้เสียก่อน

               เดี๋ยวข้าไปส่ง

               ...เอ่อ ผมไปเองได้ครับ ผมพอจำทางได้แล้วเอริคตอบเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายเกรงเขาจะหลงทางจึงเสนอตัวขึ้นมา

               ข้าจะไปส่งเจ้าชายจอมเอาแต่ใจพูดอย่างดึงดันเสียงเข้มใส่ ทำให้คนตัวเล็กชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

               ระหว่างทางที่เดินไปด้วยกันต่างคนก็ต่างเงียบไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อจนในที่สุดก็เดินมาถึงหน้าห้องของร่างโปร่ง เมื่อมาถึงแล้วทั้งสองก็ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องอย่างนั้นสักพัก สายตาคมเหล่มองคนตัวเล็กที่เอาต่ยืนก้มหน้าไม่ยอมมองหน้าเขาตั้งแต่ออกมาจากห้องอาหาร

               งั้นผมขอตัวก่อนนะครับเอริคพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบก่อนจะเดินเข้าไปในห้องตัวเองและทำท่าจะปิดประตู

               เดี๋ยว! เอ่อ..คือถ้าเมื่อครู่ข้าพูดจาทำให้เจ้าโกรธก็ต้องขอโทษด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจ...ฝันดีนะอดัมพูดอย่างขัดเขินใบหน้าคมคายที่มักเอาแต่แสร้งตีหน้านิ่งบัดนี้กลับมีรอยริ้มแดงแต่งแต้มขึ้น แม้จะอายแต่ก็ตัดสินใจพูดออกไปเพราะความรู้สึกในตอนนี้ที่มีเหนือกว่าศักดิ์ศรีคือไม่อยากทำให้อีกฝ่ายโกรธ

               ร่างสูงใหญ่หันหลังเดินจากไปทันทีเนื่องจากทนความเขินอายที่ก่อตัวขึ้นไม่ไหว มันนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เป็นฝ่ายพูดคำว่าขอโทษ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เป็นห่วงความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้

               ไม่โกรธหรอก...และไม่มีทางโกรธคุณลงด้วย ฝันดีนะเช่นกันครับร่างโปร่งพูดออกมาเสียงแผ่วไล่ตามหลังแกร่งไป แม้จะเบาเพียงไหนแต่ร่างสูงที่จับใจความได้ก็ชะงักเท้าตัวเองลงในทันที

               เดี๋ยวอดัมเดินย้อนกลับมาจับประตูไว้ก่อนที่จะถูกปิดลง

               ครับ?” คิ้วสีปีกกาขมวดเข้าหากันนิ่งเมื่อถูกอีกฝ่ายขวางประตูไว้

               ความผิดของเจ้าเองนะ...อดัมพูดออกมาแสยะยิ้มมุมปาก ความผิดของคนตรงหน้าเองที่ทำให้เสือที่กำลังจะเก็บเขี้ยวเล็บพักผ่อนยามค่ำคืนต้องกลับมากางเล็บอีกครั้ง ความผิดของคนตัวเล็กเองที่ทำท่าทางน่ารักเช่นนี้ใส่เขา

               เจ้ารู้ไหมว่าการกินด้วยมีดส้อมเดียวกันมันหมายถึงอะไร น้ำเสียงเอ่ยขึ้นเสียงนิ่งแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ร่างโปร่งส่ายหัวไปมาเพราะไม่เข้าใจความหมายที่อีกคนต้องการสื่อ

                “เจ้ารู้จักจูบทางอ้อมมั้ย…” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับแววตาที่จับจ้องคนตรงหน้าอย่างหยาดเยิ้มราวกับจะกลืนกินคนตรงไหนให้หมดเสียทั้งตัว         ฝ่ามือหนายกขึ้นมาลูบแก้มใสของคนที่กำลังยืนเอ๋ออยู่ นิ้วหยาบกระด้างเลื่อนไล่ลงมาเกลี่ยริมฝีปากอมชมพูไปมาอย่างแผ่วเบา

               “!!” ทันทีที่ตีความประโยคของคนตัวสูงได้ใบหน้าเนียนก็ขึ้นสีทันที มือเรียวเอื้อมมาจับมือร่างสูงออกอย่างรวดเร็วและปิดประตูอัดหน้าเจ้าของบ้านอย่างไม่เกรงใจ

               ฮ่าๆๆอดัมหัวเราะออกมาดังลั่นก่อนจะเดินจากไปด้วยความพอใจในผลงานตนเอง เสียงหัวเราะขำที่ดังขึ้นทำให้คนที่อยู่หลังประตูอยากจะออกไปปิดปากนั่นเหลือเกิน...แต่ก็ทำได้เพียงหลบอยู่ในห้องไปก่อนเพราะยังไม่พร้อมที่จะต้องเผชิญหน้าอีกฝ่ายตอนนี้

               ในทีแรกร่างสูงคิดว่าคืนนี้จะยังไม่รุกอีกฝ่ายไปมากกว่านี้แต่ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันเมื่อร่างโปร่งดันพูดบางสิ่งออกมา...บางสิ่งที่ทำให้เชือกเส้นหนึ่งที่เรียกว่าการรอคอยขาดลงอย่างสมบูรณ์

               ไม่โกรธหรอก...และไม่มีทางโกรธคุณลงด้วย

               “หึ...คำนั้นเป็นคำอนุญาตแล้วรึเปล่านะอดัมพูดพึมพำกับตัวเองยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำและนอนหลับสนิท

               ไม่มีทางโกรธ...ถ้าหากมองอย่างผิวเผินก็คงหมายถึงไม่ได้รู้สึกอะไรแต่สำหรับเขามันลึกซึ้งกว่านั้น มันหมายความว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรอีกฝ่ายก็ไม่มีทางโกรธ...ไม่ว่าเขาจะรุกหนักแค่ไหนก็ตามสินะ

               ทั้งที่อีกคนหลับใหลสู่นิทราแล้วแต่อีกฝั่งกลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น เรื่องราวเมื่อครู่ทั้งคำพูดและการกระทำของคนตัวสูงยังวนเวียนอยู่ในหัวเปรียบเสมือนยาแก้ง่วงชั้นเลิศที่สามารถทำให้เขาอดหลับอดนอนได้ทั้งคืน

               รู้จักจูบทางอ้อมมั้ย?

               คำพูดที่วนเวียนภายในหัวราวกับเทปที่ถูกกรอซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักจบ มือคู่สวยยกขึ้นมาลูบริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอตัว ทั้งสัมผัสนั้นทั้งความอบอุ่นยามที่ซุกกับอกแกร่งยิ่งทำให้จังหวะภายในอกเร่งเร้าขึ้นจนเกรงว่าภายในอกจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

               ...อย่าคิดมากสิเอริคคำพูดพึมพำบอกตัวเองย้ำๆ แม้ตอนนี้จะไม่เข้าใจว่าหัวใจที่เคยมีแต่ความโศกเศร้าเป็นอะไรไป แต่ถึงจะไม่เข้าใจตัวเองก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าตอนนี้ร่างสูงคิดอะไรอยู่

               เมื่อคิดฟุ้งซ่านจนพอใจแล้ว ร่างโปร่งจึงเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินล้มลงไปบนเตียงนุ่ม เปลือกตาขาวเนียนปิดสนิทแน่นพยายามข่มตัวให้เข้าสู่นิทรา

               รุ่งเช้าวันถัดมา...

               เอริคตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือเพราะเมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนก็นานพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังฝืนลุกขึ้นมาจากเพื่อจะไปให้ทันเวลาทานอาหารเช้า

               อรุณสวัสดิ์ครับลูมิแอร์เอริคกล่าวทักทายขึ้นเมื่อพบร่างผอมสูงแสนคุ้นเคยเดินผ่านไป

               เช่นกันขอรับคุณเอริคลูมิแอร์ที่เดินแบกหนังสือจำนวนมากเอี้ยวตัวกลับมาทักทายกลับทันทีเมื่อจำเสียงได้ว่าเป็นเสียงของเอริค เมื่อใช้ประสาทสัมผัสที่ตาไม่ได้ก็ต้องมาใช้ประสาทสัมผัสทางหูแทนเพราะตอนนี้หนังสือที่เขาแบกอยู่มันตั้งสูงเสียจนไม่สามารถมองเห็นทางได้ต้องอาศัยความคุ้นชินในการเดินล้วนๆ

               เอ่อ เดี๋ยวผมช่วยเอริคที่เห็นอีกฝ่ายกำลังแบกหนังสือกองใหญ่อยู่ก็รีบถลาเข้าไปช่วยทันที

               ไม่เป็นไรครับแค่นี้เอง ท่านเอริครีบไปที่ห้องอาหารก่อนเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวโกรธกับนายท่านอีกนะขอรับลูมิแอร์พูดเตือนด้วยความเป็นห่วงทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มจะเข้ามาช่วยตน

               แต่...เอริคอ้ำอึ้งไปตามจริงเขาอยากอยู่ช่วยลูมิแอร์มากกว่า...แต่เขาก็ไม่อยากโกรธกับอดัมอีกเป็นหนที่สองเช่นกัน

               คุณไม่ต้องคิดมากหรอก ปกติกระผมแบกเยอะกว่านี้ด้วยซ้ำลูมิแอร์พูดออกมายิ้มๆ ร่างผอมสูงเองก็ดีใจที่เอริคเป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากให้คนสองคนต้องทะเลาะกันอีกโดยที่มีต้นเหตุเป็นเขา

               เอริคยืนอย่างชั่งใจมองหลังบางของร่างผอมแห้งด้วยความรู้สึกผิดในใจ เขาไม่ค่อยชอบความรู้สึกที่ทอดทิ้งคนที่กำลังลำบากอย่างนี้สักเท่าไหร่และนี่จึงเป็นสาเหตุที่เขามักอยากช่วยคนอื่นอยู่เสมอ

               ข้ารอเจ้าอยู่นะเสียงใครสักคนดังขึ้นข้างหูทำให้เอริคหันขวับไปมองอย่างรวดเร็วจนริมฝีปากของร่างโปร่งเกือบจะสัมผัสโดนกับริมฝีปากของร่างสูง

               อ..เอ่อเอริคถอยตัวห่างออกมา ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงเหมือนผลเชอรี่ยิ่งยามที่เหลือบไปมองริมฝีปากของคนตัวสูงภาพเรื่องเมื่อวานที่คุยกันก็กลับย้อนเข้ามาให้หัวอีกครั้ง

               จูบทางอ้อม...

               สายตาคมกริบของอสูรจ้องมองคนตัวเล็กที่ยืนก้มหน้านิ่งสลับกับข้ารับใช้ที่เดินแบกหนังสืออยู่ลิบๆ สลับไปมาอย่างครุ่นคิด ที่จริง้ขาแอบมาดักรอเอริคตั้งแต่เช้าแล้วและยังได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่อีกด้วย

               ทั้งที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนหัวใจดวงนี้คงไม่รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้กลับอุ่นหวาบอย่างบอกไม่ถูก...รู้สึกดีใจที่เห็นอีกฝ่ายที่มักเอาแต่คิดถึงคนอื่นอ้ำอึ้งเพราะคิดถึงความรู้สึกของเขา

               ลูมิแอร์!!” เสียงทุ้มทรงอำนาจตะโกนเรียกข้ารับใช้ตนไว้ ลูมิแอร์ที่ได้ยินเสียงนั้นก็หยุดชะงักนิ่งก่อนจะหันไปเห็นคนตัวสูงเดินเข้ามาหาตน

               เอาหนังสือมาคำพูดสั้นๆ ได้ใจความถึงสิ่งที่เจ้าชายอสูรต้องการดังขึ้นพร้อมกับมือที่ยื่นออกมารอรับหนังสือ ลูมิแอร์ทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยื่นให้

               เอ่อ กระผมว่ามันคงไม่ดีร่างผอมสูงพูดออกมาเสียงแผ่ว

               บอกว่าเอามาพูดสั่งอย่างเดียวไม่พอดวงตาคมกริบจ้องคนตัวผอมราวกับจะขย้ำถ้ายังไม่ทำตามที่สั่ง รอยยิ้มแสยะออกเล็กน้อยเผยให้เห็นเขี้ยวคมที่เสียดสีไปมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจทำเอาข้ารับใช้ผอมแห้งแทบจะวิญญาณหลุดออกมาด้วยความกลัว

               เอาให้ก็ได้ขอรับ...งั้นผมขอตัวลูมิแอร์ยื่นหนังสือที่ตนหอบทั้งหมดให้อดัมก่อนจะเผ่นไปอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าถ้าอยู่ต่อวิญญาณคงได้หลุดออกไปจริงๆ แน่

               ทำไม คุณลูมิแอร์ดูรีบร้อนจังครับเอริคที่เดินเข้ามาหาถามขึ้นด้วยความสงสัย คงเป็นเพราะร่างโปร่งยืนห่างออกมาจึงไม่ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นรวมถึงภาพการขู่เข็ญลูกน้องของเจ้าชายจอมเอาแต่ใจ...และแน่นอนเจ้าชายตัวดีคงไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้เห็นภาพเหล่านั้นเป็นแน่

               ลูมิแอร์มีธุระต้องรีบไปทำน่ะ ข้าเลยอาสาช่วยทำแทนอดัมปรับสีหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะหันมาพูดกับเอริคเสียงนุ่มและยิ้มออกมาอย่างมั่นใจว่าตัวเขาจะต้องดูดีราวกับเทพบุตรในสายตาอีกฝ่ายแน่นอน

               เอ่อ...งั้นให้ผมช่วยนะเอริคอาสาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าร่างสูงต้องไปเก็บหนังสือ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มด้วยความดีใจเพราะนี่คือสิ่งที่เขาต้องการถ้าหากไม่มีเอริคไปด้วยเขาก็คงไม่เสียกำลังกับการทำเรื่องแบบนี้แน่นอน

               ได้แน่นอนร่างสูงจัดการแบ่งหนังสือออกเป็นสองกองที่เห็นด้วยตาก็รู้ว่าไม่เท่ากันเลยแม้แต่น้อยโดยกองของเอริคมีแค่ห้าเล่มจากทั้งหมดสิบห้าเล่ม หลังจากแบ่งเสร็จตอนแรกร่างโปร่งจะไม่ยอมจะให้ถือเท่าๆ กันแต่อดัมก็ยื่นคำขาดโดยบอกว่าถ้าไม่เอาห้าเล่มก็จะไม่ให้ร่างโปร่งช่วย สุดท้ายเอริคจึงต้องยอมในที่สุด

               คุณไหวแน่นะครับเอริคที่เดินด้วยมาสักพักถามขึ้น

               เอ๊ะ เจ้านี่ยังไงข้าบอกว่าไหวก็ไหวสิ!!” อดัมพูดใส่เสียงเข้มทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกเพราะตกใจกับระดับเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นกะทันหัน

               ขอโทษ...เอริคพูดตอบกลับเสียงอ่อยๆ และก้มหน้าแบกหนังสือเดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

               ขอโทษ...ที่ทำให้โกรธเอริคที่เดินตามหลังพูดพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วอย่างเบาๆ ซึ่งคนปกติไม่น่าจะมีใครได้ยินหรืออาจเป็นเพราะเจ้าชายเอาแต่ใจคนนี้หูไวเกินคนปกติ? จึงได้ยินเสียงพึมพำนั้นอย่างชัดเจน

               “เฮ้อ...ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ

               นี่เขาเผลอตะคอกใส่ร่างโปร่งอีกจนได้ทั้งที่อีกฝ่ายก็แค่เป็นห่วงเขาแท้ๆ ที่จริงเขาควรจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดีกว่านี้...ดวงตาคมเหลือบมองคนด้านหลังที่ใบหน้าขาวเนียนหม่นลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดก่อนจะนึกอะไรออก

               เอริค...ถ้าเจ้าอยากช่วยแบกเพิ่มก็ได้นะอดัมหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปพูดกับอีกฝ่าย

               “??” เอริคมองด้วยความงุนงงแต่ก็ยอมเดินไปหาอดัม

               เอ้าทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาถึงตัวมือหนาก็ยกหนังสือทั้งหมดให้กับเอริคโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ร่างโปร่งที่แบกของหนักเซไปเล็กน้อยแต่ยังไม่ถึงขั้นล้มลงไป

               อ๊ะ!!” เอริคตกใจกว่าเดิมเมื่ออยู่ดีๆ ร่างของตัวเองถูกยกลอยขึ้นมาโดยคนตัวสูงที่โยนหนังสือใส่เขาเมื่อครู่ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในสภาพที่คนตัวเล็กกำลังแบกหนังสืออยู่เต็มมือโดยถูกคนตัวสูงอุ้มด้วยท่าเจ้าหญิงอีกที...แต่อันที่จริงน่าจะเรียกว่าท่าเจ้าชายเสียมากกว่า

               คุณทำอะไรของคุณน่ะเอริคพูดออกมาก่อนจะพยายามดิ้นให้หลุดจากท่าแสนน่าอายนี้

               ก็เจ้าถามว่าข้าไหวมั้ย ข้าก็เลยแสดงให้ดูไงอดัมพูดกลับไปอย่างยียวน          ลำขาแกร่งออกเท้าก้าวต่อไปทันทีโดยไม่รีรอให้คนตัวเล็กพูดว่าเขากลับ

               เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก อย่าดิ้นสิคำพูดที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุทำให้ร่างโปร่งดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมเพราะถึงจะตกลงไปเจ็บก็คงดีกว่าอยู่ในสภาพนี้ที่ไม่รู้ว่าจะถูกใครเห็นเข้าเมื่อไหร่

               ถ้าเจ้าดิ้นอีก ข้าจะเปลี่ยนจากห้องสมุดเป็นห้องนอนแทนนะอดัมพูดด้วยแรงอารมณ์โดยลืมคัดกรองบทพูดเสียสนิท แต่ก็นับเป็นเรื่องดีเพราะดูเหมือนว่าคำพูดที่พูดไปเมื่อครู่จะได้ผลชะงัด

               “…” เอริคหยุดลงทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ ใบหน้าขาวเนียนอมชมพูก้มต่ำลงจนแทบจะซุกไปกับกองหนังสือที่วางทับร่างอยู่

               เอาล่ะ งั้นเราก็ไปด้วยกันทั้งสภาพนี้แหละอดัมพูดก่อนจะกระชับแขนแกร่งให้แน่นขึ้นอีกหน่อยเป็นผลให้ตอนนี้เอริคซุกแน่นไปกับอกแกร่ง ร่างโปร่งที่ถูกอุ้มก้มหน้าลงซ่อนความขัดเขินเอาไว้

               มาอีกแล้วความอบอุ่นนี้

               ร่างที่แนบชิดใกล้กันจนได้กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ของคนตัวสูง ทั้งที่เขินมากมายจนใบหน้าร้อนผ่าวไปหมดแต่ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แต่ทั้งที่มีความสุขมากมายขนาดนี้แต่ก็ยังทุกข์...

            ตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เขารู้สึกกับอดัมตอนนี้คืออะไร แต่หัวใจดวงนี้สามารถลืมแอเรียลได้เหรอ ถ้าหากทำแบบนั้นไปจะเป็นการหักหลังเธอหรือเปล่า

            แล้วอดัมล่ะ อดัมลืมคนรักเก่าแล้วจึงมาหลงรักเขางั้นเหรอ..หรือเพียงแค่ต้องการแก้เหงาเท่านั้น ตอนนี้เขาควรไปทางไหนดีทุกอย่างตอนนี้ช่างดูสุขและทุกข์เหลือเกิน...

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จูบทางอ้อมม 555

ตอนนี้จะเร่งมือรีไรท์ให้จบแล้วเพราะเดี๋ยวต้องแต่งตอนพิเศษอีก

ใครสนใจไปจองกันได้นะคะ จะถึงกำหนดแล้วน้าา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #15 Squaria (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 20:35
    =///A///= #จิกหมอน ฟฟฟฟฟฟ//เขินแทน
    #15
    1
    • #15-1 ShuRen-Pierrot(จากตอนที่ 9)
      3 มิถุนายน 2558 / 01:26
      จะมีให้เขินอีกพักนึงค่ะ(?) 5555
      #15-1