Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 17 : Adam x Eric ตอนที่ 15 (จบ) รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ก.พ. 59

               ดวงตาคมจ้องมองรูปสลักด้วยความคิดที่สับสน... ทั้งที่ทุกอย่างน่าจะดีกว่านี้แต่แล้วทำไมอีกฝ่ายยังต้องเสียน้ำตาเพราะเขาอีก

               ทำไมกลับไม่รู้สึกสบายใจอย่างที่คิด...

               ทำไมภายในอกกลับรู้สึกปวดร้าวเหลือเกิน...

               สวยดีนะคะ...เนอะคุณเบลล์คุณนายพ็อตต์ที่ยืนดูมาสักพักแล้วเดินเข้ามามองรูปสลักและพูดออกมายิ้มๆ

               “ค่ะ... ก็เอริคเขาทำทั้งคืนเลยนี่คะ ไม่รู้ว่าโดนบาดเพิ่มไปอีกสักกี่แผลกันเบลล์พูดขึ้นมาเสียงสั่นด้วยความเสียใจ... นี่ก็คงเป็นความผิดเธออีกแล้วใช่ไหมที่ทำให้คนสองคนทะเลาะกันอีกครั้ง

               ทำให้ทั้งความรักของตัวเอง...ทั้งของคนอื่นต้องพังทลาย...

               เป็นผลงานที่สุดยอดเลยนะค็อกเวิร์ธ สงสัยที่คุณเอริคออกไปนอกปราสาทก็คงเพราะหาไม้มาทำของชิ้นนี้แหละมั้งลูมิแอร์พูดขึ้นมาอย่างนึกได้โดยระหว่างที่ตนพูดก็แอบมองเจ้านายตัวดีของตัวเองไปด้วย

               อืม... มันก็คุ้มนะ กว่าจะรู้จะทำอะไรเป็นของขวัญก็เล่นเดินถามคนอื่นเสียให้วุ่นเลยร่างอ้วนกลมพูดขึ้นมาทั้งที่น้ำตายังเอ่อคลอไม่หยุด เขาบอกได้เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกเห็นใจเอริคมากแค่ไหนทั้งที่พยายามเพื่อเพียงจะได้เห็นรอยยิ้มของผู้เป็นที่รัก...แต่สิ่งสุดท้ายที่ได้กลับมากลับเป็นความเจ็บปวด...

               เดี๋ยวข้ามา..อดัมพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินออกไปซึ่งเบลล์ก็ทำท่าจะเดินไปหาเพื่อคุยกับอดัมแต่ก็ถูกคุณนายพ็อตต์ขวางเอาไว้ก่อน

               คุณเบลล์คะ ตอนนี้ป้าว่าให้สองคนเขาได้คุยกันเองเถอะ...พวกเราไม่ควรเข้าไปยุ่งคุณนายพ็อตต์ขึ้นมาทำให้เบลล์หยุดเท้าก่อนจะยอมทำตามที่คุณนายพ็อตต์บอก เพราะมันก็อาจจะยิ่งที่เธอเข้าไปยุ่งมากเท่าไหร่ก็จะมีแต่ทำให้เรื่องนี้ยุ่งยากมากขึ้นเท่านั้น

               เมื่อร่างสูงเข้ามาในห้องก็พบร่างโปร่งกำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ จากชุดแสนหรูหราที่เคยสวมใส่ถูกเปลี่ยนเป็นชุดเก่าโทรมที่มีร่องรอยขาดวิ่นเต็มไปหมด

               ทำไมไม่ใส่ชุดอื่นอดัมที่ยืนมองอดไม่ได้ที่จะถามออกไป เอริคที่กำลังสวมเสื้อชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะจัดแจงสวมใส่ให้เรียบร้อย

               คนเราเมื่อมาด้วยสภาพไหนก็ควรกลับไปด้วยสภาพนั้น...ผมมาที่นี่ด้วยสภาพไหนผมก็ควรกลับไปด้วยสภาพนั้นเอริคพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นสะอื้น

               ไม่เป็นไร ชุดพวกนั้นเจ้าเอาไปด้วยก็ได้อดัมพูดต่อโดยพยายามไม่สนใจเสียงสะอื้นของอีกฝ่าย

               ขอบคุณแต่ผมไม่ต้องการเอริคเอ่ยเสียงสั่นก่อนจะทำท่าเดินผ่านอดัมออกไป

               แล้วจะไปไหนอดัมพูดเสียงโหวง...ทั้งที่ตัดสินใจจะปล่อยอีกฝ่ายไป แต่แล้วทำไมหัวใจถึงรู้สึกบีบรัดจนแทบหยุดเต้น...ทำไมมันถึงได้เจ็บขนาดนี้กัน

               คงจะเดินทางไปเรื่อยๆ

               ถ้ายังไม่รู้...ทำไมถึงไม่อยู่ที่นี่ต่ออีกสักวันสองวันล่ะคำรั้งที่หลุดออกไปทำให้   เอริคที่ได้ยินเม้มปากเข้าหากันเน้น มือที่เต็มไปด้วยแผลสองข้างกำเข้าหากันอย่างสั่นๆ

               แล้วจะให้ผมอยู่เพื่ออะไร!! คุณคิดว่าผมจะทนอยู่มองหน้าคุณได้เหรอไง!!” ร่างโปร่งตวาดขึ้นมาอย่างเหลืออดทำให้ร่างแกร่งผงะไปนิดกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของอีกฝ่าย

               คิดว่าผมไม่เคยรู้สึกอะไรเลยเหรอ!! ผมเจ็บ..มันเจ็บจนจุกไปหมด!! คุณรู้ไหมว่าผมไม่เคยเจ็บครั้งไหนเท่าครั้งนี้..ทุกสิ่งที่ทำเพื่อแลกรอยยิ้มของ..อึก..ของคุณแต่คุณรู้มั้ยผมได้อะไร ความเจ็บไงข้างในมันเจ็บร้าวไปหมด..ถ้าคุณไม่ต้องการผมแล้วก็เลิกพูดถ่วงเวลาสักที!!” คอเรียวตะเบ็งจนเจ็บราวกับเส้นเสียงจะขาดลงเสียตอนนั้น ดวงตาที่บวมแดงมีหยาดน้ำใสเอ่ออีกครั้ง

               คนที่ไม่ต้องการข้าแล้วมันคือเจ้าไม่ใช่เหรอ... คนที่ไม่เคยฟังข้าเลยมันเจ้าไม่ใช่เหรออดัมพูดออกไปเสียงเรียบ แววตาสีน้ำเงินเข้มสะท้อนความเจ็บปวดจากการที่ถูกอีกฝ่ายเมินเฉยออกมาอย่างชัดเจน

               และคนที่มันงี่เง่าก็คือผมริมฝีปากเรียวเอื้อนเอ่ยคำเดิมที่อีกฝ่ายเคยพูด     กลับไปเสียงสั่น

               คุณเคยคิดไหมอดัม ว่าไม่ได้มีเพียงคุณที่คิดว่าถูกละเลย...คุณรู้ไหมตอนที่คุณไล่ผมออกมาผมรู้สึกยังไง คุณรู้มั้ยว่าตอนที่คุณผลักประตูมาชนหลังผม ตอนที่คุณด่าผมว่างี่เง่า...ผมเจ็บแค่ไหน คุณรู้ไหมว่าผมต้องจมกับความคิดที่ว่าตัวเองเป็นเพียงตัวแทนของเบลล์มานานแค่ไหน...ร่างโปร่งก้มคุกเข่าลงกับพื้นราวกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด หยาดน้ำใสอาบลงแก้มเนียนราวกับสายน้ำ ดวงตาคู่สวยพร่ามัวไปหมดจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร

               แต่ผม..อึ่ก..ผมก็ไม่เคยคิดจะปล่อยมือ..เพราะผมยังคงเชื่อในคำพูดของคุณ..ผมเชื่อว่าคุณรักผม เชื่อว่าคุณจะยอมรับตัวผม..ไม่ว่าผมจะเอาแต่ใจเท่าไหร่ แต่แล้วสุดท้ายมันก็เป็นได้เพียงฝัน..ฮึก..ผมมันก็แค่คนโง่ที่คิดไปว่าคุณจะไม่มีวันปล่อยมือจากผมใบหน้าสวยก้มลงซบบนฝ่ามือเรียว ไหล่สองข้างสั่นระริกด้วยแรงสะอื้นจนน่ากลัว

               “ผมมันก็เป็นแค่คนโง่ที่เอาแต่เพ้อฝันไปเพียงคนเดียว..คำพูดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดพรั่งพรูออกมาไม่หยุด...เหตุใดอีกฝ่ายจึงยอมปล่อยมือจากเขาอย่างง่ายดายเหลือเกิน เหตุใดจึงยอมแพ้ได้ง่ายดายเหลือเกิน

               เอริค...อดัมเอื้อนเอ่ยชื่อคนรักเสียงแผ่ว ดวงตาจับจ้องคนตัวเล็กกว่าด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่เคยรับรู้ว่าอีกฝ่ายรักเขามากมายเพียงไหน ทั้งที่ได้รับความรักมากมายขนาดนี้แต่กลับทรยศความรักนั้น ทั้งที่เขาเป็นคนแบบนี้แต่อีกฝ่ายก็ยังอยู่เคียงข้างแต่แล้วเขากลับพยายามที่จะผลักไสมันให้ออกไป

               ตัวผมก็แค่คนโง่ที่มองไม่เห็นความจริง..ว่า..ฮึก..เจ้าชายจะมารักกันเองได้ยังไง สุดท้ายแล้วรักแท้ของคุณก็คงไม่ใช่ผม รักแท้มันไม่เคยมี...ร่างโปร่งเอ่ยออกมาเสียงสั่นใบหน้าขาวเนียนเงยขึ้นมาก่อนจะเผยรอยยิ้มจางๆ หากต้องบอกลากันเป็นครั้งสุดท้ายแม้มันจะฝืนแค่ไหนก็อยากจะบอกลาด้วยรอยยิ้ม

               “เมื่อคุณอยากให้ผมไปผมก็จะ..

               “ไม่!!” ร่างสูงโพล่งขึ้นมาขัดคนรักก่อนจะสวมกอดไว้แน่น...พยายามไขว่คว้าเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายไป...ใจนั้นกลัวเหลือเกินว่าจะไม่เห็นร่างโปร่งเคียงข้างเขาอีกต่อไปเพียงเพราะความโง่เขลาของตน

               ข้าอยากให้เจ้าอยู่...อยู่ตลอดไป เอริค..ขอโทษ..ขอโทษ

               คนที่โง่มันคือข้าไม่ใช่เจ้า ทั้งที่เจ้าไม่ว่าจะเจออะไรก็ไม่เคยคิดจะจากข้าไป แต่ตัวข้ากลับ...กลับทิ้งเจ้าไปด้วยเหตุผลแสนเห็นแก่ตัว..ขอโทษ..ขอโทษ อย่าทิ้งข้าไปไหนเลย..เอริคพูดจบก็กระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเก่าเหมือนจะพันธนาการอีกฝ่ายไว้

               แต่..

               “ขอร้องไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น... เจ้าจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้...ต่อจากนี้ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้าเจ็บอีก จะไม่ไล่เจ้าไปไหนหรือแม้แต่จะปล่อยมือคู่นี้ เพราะตอนนี้เจ้าคือทุกสิ่งทุกอย่าง เอริค...ร่างสูงผละร่างโปร่งออกมาก่อนจะพูดให้คำมั่นสัญญา ดวงตาคมกริบจ้องเข้าไปในดวงตาของคนรักที่เอ่อไปด้วยน้ำตาอย่างมั่นใจในคำกล่าวที่เอ่ยออกไป

               “แล้วผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่ปล่อยมือผมไปอีกเหมือนครั้งนี้...เอริคถามเสียงเบาแต่ในน้ำเสียงก็ยังคงความสั่นอยู่เล็กน้อยแต่ไม่มากเท่าตอนแรก

               “…” อดัมนิ่งเงียบไปเมื่อถูกอีกฝ่ายถาม

               ข้าไม่มีอะไรมายืนยันได้...แต่ตอนนี้ข้าคิดแค่เพียงว่าหัวใจดวงนี้รักเจ้าเกินกว่าจะยอมปล่อยเจ้าไปไหนแล้วอดัมพูดออกมาโดยเน้นย้ำคำว่ารักอย่างหนักแน่น

               แล้วถ้าผมหมดรักคุณแล้วล่ะ...เอริคถามกลับไปทำให้อดัมชะงักไป

               ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป.. ถ้าเจ้าหมดรัก ข้าก็จะเป็นฝ่ายเติมเต็มมันเองริมฝีปากหนาได้รูปจูบซับคราบน้ำตาที่แก้มใสอย่างหวงแหน

               คงไม่มีวันทำได้ร่างโปร่งพูดและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แต่อดัมกลับหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

               เพราะวันที่ผมจะหมดรักคุณคือ..วันที่ผมหมดลมหายใจเอริคพูดขึ้นและยิ้มขำ

               งั้นข้าก็จะไปเติมเต็มให้เจ้าที่โลกหน้า...เอริคร่างสูงดึงร่างคนรักเข้ามาหาตัวก่อนจะกอดอีกครั้งซึ่งเอริคก็ยอมให้อีกฝ่ายกอดแต่โดยดี...ไม่ว่าจะเมื่อไหร่อ้อมกอดนี้ก็อบอุ่นอยู่เสมอยามที่โอบล้อมเขาเอาไว้...

               “เพราะเจ้าอยู่ที่ไหนที่นั่นก็จะเป็นสถานที่ที่ข้าอยากอยู่...

               “ผมก็เหมือนกัน

               ดูเหมือนวันเกิดปีนี้ของอดัมจะพิเศษยิ่งกว่าปีใดและทุกวันจากนี้ก็คงจะพิเศษตลอดไปเพราะตอนนี้เขามีคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง...คนที่อยู่ข้างเขาเสมอไม่ว่าเขาจะทำร้ายจิตใจไปมากเสียเท่าไหร่ ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะต้องเจออะไร...อีกฝ่ายก็ยังคงรักเขาเสมอและเขาได้รับความรักจากคนคนนี้มามากเกินพอแล้ว คราวนี้เขาจะเป็ยฝ่ายถนอมความรักนี้บ้าง

               เอริค... ตอนนี้ข้าก็ยังสงสัยนะว่ารักแท้ของข้าอยู่ที่ไหน..อดัมพูดขึ้นมาทำให้   เอริคเงยขึ้นมามองเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

               แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็จะไม่ตามหามันอีกแล้ว...ใครจะเป็นรักแท้นั้นไม่สำคัญแต่ที่สำคัญที่สุด คือใครคนไหนที่ทำให้เรารักเขาได้ทั้งหัวใจ ใครคนไหนที่ยอมรับตัวตนของเราได้...ถึงแม้โชคชะตาอาจไม่ได้กำหนดให้เป็นรักแท้ ข้าก็ไม่สน...เพราะหัวใจดวงนี้ลิขิตให้เจ้านั้นคือรักแท้ของข้าแล้ว...

               รักแท้...ไม่ได้ไม่มีจริง

               รักแท้...ไม่ได้หมายถึงใครคนหนึ่งที่เกิดมาโดยฟ้าลิขิตให้คู่กัน

               รักแท้...ไม่ได้หมายถึงความสุขชั่วนิรันดร์

               แต่รักแท้หมายถึงใครสักคนที่พร้อมจะกุมมือและเดินเคียงข้างกันให้ถึงสุดของปลายทาง...แม้ต้องเจอทางที่ลำบากแค่ไหนลำบากเพียงใดก็จะไม่มีวันปล่อยมือออกจากกันตลอดไป...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ก็ขอจบไว้ตรงนี้นะคะ

อันนี้เป็นงานแรกที่ลงมาทำการรีไรท์ซึ่งมันก็อาจจะยังไม่ดีที่สุดแต่เร็นก็พยายามให้ดีที่สุด

ขอบคุณที่ตามกันมาจนถึงจุดนี้นะคะ รักนักอ่านทุกคนน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น