Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 16 : Adam x Eric ตอนที่ 14 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ก.ย. 58

               ทั้งกำลังมุ่งมั่นทำเพื่ออีกฝ่ายเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของเขาคนนั้น... โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้หัวใจดวงนั้นกำลังทรมานเพียงใด ภายในใจปวดร้าวแทบแหลกสลายเพียงเพราะคิดไปว่าอีกฝ่ายไม่อยากอยู่กับตนอีกแล้ว คิดไปว่าไม่สามารถรับตัวตนของเขาได้...

               ...ข้าไม่สามารถทำให้เจ้ามีความสุขได้ใช่มั้ย เอริคร่างแกร่งพิงหลังลงกับเก้าอี้สีแดงใหญ่ ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองภายนอกอย่างเลื่อนลอย แม้จะอยู่ท่ามกลางหนังสือมากมายแต่ภายในใจกลับยังไม่สงบ รู้สึกสับสนกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย

               ทั้งที่อยากให้เจ้ามีแต่รอยยิ้ม...แต่ข้าก็ทำมันพังหมดริมฝีปากหนาเอื้อนเอ่ยออกมาโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางนึกถึงใบหน้าคนรักตัวเองไปด้วย ทั้งที่ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียน้ำตาแต่เขาก็กลับทำร้ายอีกฝ่ายอยู่เรื่อย...

               บางทีทุกอย่างจะดีกว่านี้หรือเปล่าถ้าเอริคไม่อยู่ที่นี่ จะดีกว่าไหมถ้าอนาคตของเอริคไม่ต้องมีเขา...

               เบลล์... ข้ากลัวเหลือเกิน กลัวว่าข้าจะต้องเสียเอริคไปเหมือนที่เคยเสียเจ้า...

               ความกลัวเข้ามากัดกินในหัวใจ ภาพในอดีต...ความรู้สึกในอดีตที่ไม่อาจลืมเลือน ความเจ็บปวดเมื่อถูกคนที่ตนรักทิ้งเอาไว้เป็นเพียงเบื้องหลัง ไม่อยากจะเห็นภาพนั้นฉายวนซ้ำอีกครั้ง มันอาจจะดีขึ้นไหมถ้าหากเป็นเขาที่ถอยออกมา

               จะดีไหม...ถ้าเราสองคนแยกออกจากกัน

               .

               .

               ...อืม แค่นี้ก็พอแล้วมั้งร่างโปร่งยืนมองผลงานตัวเองอย่างพิจารณา เขานั่งแก้มันมาสักพักใหญ่ๆ แล้วและตอนนี้เขาว่ามันดูสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา ดูใส่ใจกว่าผลงานชิ้นไหนๆ...

               เหลือแค่ห่อให้ดูสวยสินะ งั้นเดี๋ยวค่อยห่อแล้วกันเอริคพูดยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีเมื่องานตัวเองเสร็จเรียบร้อย ร่างโปร่งเดินลงมาอย่างสดใสเพื่อไปทานอาหารกลางวันแต่ขณะที่ลงบันไดมาก็ต้องชะงักเมื่อเจอกับคนรักกำลังเดินขึ้นมาพอดี

               อ..อ้าว อดัมทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วเหรอครับเอริคถามขึ้นและได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าให้อีกฝ่ายเข้าไปในห้องนอนเลยเพราะเขายังไม่ได้เก็บกวาดในห้องและซ่อนของขวัญเลยแม้แต่น้อย

               ไม่ล่ะ ข้าไม่อยากกินอดัมพูดเสียงเรียบเฉย ก่อนทำท่าจะเดินขึ้นบันไดต่อ ทำให้เอริคต้องรีบเข้ามาขวางไว้ก่อน

               เอ่อ แต่นี่มันเที่ยงแล้วนะ ผมว่าเราไปทานอาหารเที่ยงด้วยกันก่อนเถอะเอริคพูดชวน อดัมเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวเป็นคำตอบ ทำให้เอริคหน้าเสียไปทันที

               แล้วคุณจะไปไหนเอริคถามขึ้นเผื่อว่าอีกฝ่ายอาจจะอยากเดินเล่นเฉยๆ ไม่ได้เข้าห้องไปอย่างที่เขากำลังวิตกกังวล

               จะเข้าไปหยิบของ

               “งั้นจะเอาอะไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปหยิบให้ก็ได้นะเอริคพูดขึ้นทำให้อดัมขมวดคิ้วทันทีกับท่าทางแปลกประหลาดของคนรัก

               เอริค ข้าแค่จะไปหยิบของของข้าก็เท่านั้น ข้าไปหยิบเองได้ร่างสูงพูดเสียงเข้ม แม้จะพอจับน้ำเสียงได้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจอยู่แต่เอริคก็เลือกที่จะพยายามรั้งไว้

               เดี๋ยวผมไปหยิบให้ก็ได้ครับเอริคพูดรั้งไว้ทำให้ร่างสูงเริ่มที่จะหัวเสียเพราะความไม่เข้าใจสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังทำ ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งกังวล ทั้งเสียใจ...

               เอริค!! ข้าแค่จะเข้าไปในห้องของข้า ทำไมเจ้าต้องทำให้มันยุ่งยากด้วย!!” ร่างสูงที่ขึ้นเสียงด้วยความลืมตัว แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็ยามที่เห็นสีหน้าเหวอของคนรัก...สีหน้าที่ไม่ต้องการจะเห็น

            เอาอีกแล้ว...

            เผลอขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายอีกแล้ว...

               งั้น...เข้าไปหยิบเองก็ได้ครับเอริคพูดเสียงแผ่วเพราะรู้ตัวว่าทำตัวให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียอีกแล้ว ร่างบางหลับตาพริ้มเตรียมใจไว้สำหรับเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายเข้าไปเห็นของขวัญที่กำลังกองเละท่ามกลางเศษไม้เกลื่อนทั่วห้อง

               ช่างเป็นสภาพที่ไม่น่าเรียกว่าของขวัญได้เลย...

               “…ช่างมันเถอะอดัมพูดขึ้นก่อนจะเดินกลับลงไปซึ่งเอริคที่เห็นก็แอบลอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายลงไปแต่ทางที่คนรักตัวเองไป...มันไม่ใช่ห้องอาหารเนี่ยสิ

               อดัม ห้องอาหารไปทางนี้นะเอริคพูดทักขึ้นเมื่อเห็นอดัมทำท่าจะเดินไปอีกฝั่งของตัวปราสาท

               ข้ายังไม่อยากกินอะไรอดัมพูดจบก็เดินแยกไปทันที... เพื่อที่จะไปคิดทบทวนคนเดียวว่าตอนนี้...เขาควรจะจัดการกับเรื่องกวนใจนี้อย่างไร

               เอริคมองตามหลังคนรักไปอย่างงงๆ แต่ก็เลือกที่จะเดินไปทางห้องอาหารเพราะเขาตั้งใจว่าจะรีบทานให้เสร็จแล้วขึ้นไปบนห้องทำความสะอาดเพื่อห่อของขวัญและเอาไปซ่อนให้เรียบร้อย คืนนี้อดัมจะได้เข้าไปนอนกับเขาสักที... เพราะตอนนี้ใจนี้รู้สึกอยากกอดอีกฝ่าย...อยากได้รับไออุ่นที่แสนคิดถึงเหลือเกิน

               เอริค แล้วของขวัญเป็นอย่างไรบ้างคะเบลล์ถามขึ้นขณะนั่งทานอาหารด้วยกันเพราะตอนนี้อดัมไม่ได้อยู่ในห้องอาหารเธอจึงถามได้

               เสร็จแล้วครับเหลือแค่ห่อเองเอริคพูดขึ้นยิ้มแย้มก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

               เอ่อ...คุณเบลล์ครับเอริควางช้อนลงบนจานเบาๆ ก่อนจะเลือกที่จะเอ่ยปากเรียกหญิงสาวขึ้นมา

               “คะ?”

               “คือเรื่องแผนที่อยากให้ผมเมินอดัม..

               “คือ...คือผมไม่อยากทำมันแล้ว!!” การตัดสินใจอันแน่วแน่ดังก้องไปทั่วห้องอาหารแต่คนที่รู้เรื่องที่ทั้งสองคนนี้คุยก็มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

               คุณนายพ็อตต์ที่ยืนฟังอยู่ยิ้มกว้างออกมาพลางจ้องมองเจ้าชายต่างดินแดนด้วยความเอ็นดูในความน่ารักอย่างเสียไม่ได้

               ทำไมคะ?” เบลล์ถามขึ้นทั้งที่ก็รู้คำตอบอยู่เต็มอกแต่เธอก็ยังอยากได้ยินมันด้วยหูของตัวเองมากกว่า

               ผมไม่อยากเมินอดัมแล้ว ผมไม่อยากอยู่ห่างเขา...ผมทนไม่ไหวแล้วหากต้องแยกกับเขาแบบนี้เอริคพูดออกมาอย่างเก้ๆ กังๆ ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่สื่อสารออกมาจะมีใจความถูกต้องแค่ไหนแต่ที่มั่นใจคือสิ่งเหล่านี้กลั่นออกมาจากความรู้สึกที่อัดอั้นจากภายในอก...กลั่นออกมาจากความต้องการของเขา

               แต่คุณก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าที่จริงอดัมรักคุณมากแค่ไหนเบลล์ถามต่อ

               มันก็ใช่...แต่ผมว่ามันคงไม่จำเป็นแล้วเอริคพูดพลางก้มหน้ามองจานอาหารและนึกถึงหน้าคนรักตัวเอง

               ผมว่ามันไม่สำคัญแล้วว่าเขาจะรักผมแค่ไหน... แค่เขาห่วงผมผมก็พอใจแล้วเอริคพูดและยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงตอนที่ค็อกเวิร์ธเอายาที่อดัมฝากมาให้...หรือตอนที่คุณนายพ็อตต์เอาอาหารเช้าที่อดัมสั่งมาให้ ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้มาด้วยตัวเองแต่มันก็ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายห่วงเขาตลอดเวลา...เพียงแค่

               เขาก็แค่รักผมในแบบของเขา...เอริคพูดและอมยิ้มตลอดเวลาทำให้เบลล์อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ บางทีการที่เธอเริ่มคิดแผนครั้งนี้อาจจะผิดตั้งแต่แรกและการที่เธอกับอดัมต้องลาจากกันอาจจะไม่ใช่เพราะอดัม...

               บางทีอาจเป็นเพราะตัวเธอเองก็ได้ เธอต้องการให้อีกฝ่ายแสดงความรักออกมาว่ารักเธอทั้งที่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเธอตลอดเวลา... แต่เอริคไม่เหมือนเธอ เอริคยอมรับความรักในแบบของอดัมได้...

               งั้นก็ดีแล้วคะ... ดีแล้วที่คุณไม่ได้ทำผิดพลาดเหมือนอย่างฉัน..เบลล์พูดบอก เอริคทำหน้างงไปนิดเพราะไม่เข้าใจในความหมายของคำพูดนั้น เบลล์หันไปมองทางคุณนายพ็อตต์นิดๆ และส่งยิ้มให้เหมือนกับอยากจะบอกว่า...

            ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันตาสว่าง

            ขอบคุณที่ทำให้ฉันไม่ได้เผลอทำร้ายความรักของสองคนนี้...

            หลังจากทานอาหารเสร็จต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง ซึ่งตลอดทั้งวันเอริคก็ไปทำความสะอาดห้องและห่อของขวัญเพื่อรอคนรักกลับมา แต่ไม่ว่าจะตอนทานอาหารเย็นหรือแม้แต่ตอนนี้ที่เขากำลังรอในห้องนอนก็ยังไม่พบอีกฝ่ายเสียที...

               จนเขาต้องเผลอหลับไปเพราะทนความง่วงนั้นไม่ไหว...

               รุ่งเช้า

               ร่างโปร่งสะดุ้งขึ้นมาก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่นอนอีกฝั่งก็ยังคงเรียบสนิททำให้รู้ว่าคนที่รอไม่ได้กลับมา เอริคก็นึกแปลกใจเหมือนกันแต่นี่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาสงสัยเพราะเขาต้องรีบไปแต่งตัวไปงานเลี้ยงแล้ว

               เอริคที่พึ่งมาถึงห้องโถงที่จัดงานก็พบว่าทุกคนกำลังฉลองกินอาหารและมีบางส่วนเริ่มเต้นรำตั้งแต่ก่อนเปิดงานบ้างแล้ว เอริคเดินถือของขวัญของตัวเองไปมาเพื่อมองหาเจ้าของวันเกิด...แล้วสายตาเรียวก็ไปสะดุดเข้ากับชุดสูทสีน้ำเงินตัวเก่งของคนรักเข้าพอดี ร่างโปร่งรีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะเอาของขวัญไปให้

               อดัม!!” เอริควิ่งไปยิ้มๆ

               มีอะไรเหรอเอริคอดัมที่หันไปตามเสียงเมื่อเห็นร่างของคนรักวิ่งมาหาก็เลิกคิ้วถาม แต่ใบหน้าที่ควรจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มกลับเรียบเฉยไม่เหมือนอย่างที่เคย

               ผมเอาของขวัญมาให้น่ะ

               “เขาให้กันตอนช่วงดึกไม่ใช่เหรออดัมพูดเสียงนิ่งแต่เอริคก็ส่ายหัวไปมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

               ผมอยากเป๋นคนให้คนแรกน่ะเอริคพูดก่อนจะยกแขนเรียวส่งของขวัญที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีขาวและผูกด้วยโบว์สีทองสว่างให้...แต่ก็ถูกร่างสูงดันกลับมา

               ข้ายังไม่อยากรับตอนนี้ร่างสูงพูดขึ้นเสียงเรียบ

               รับไปก่อนก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ...

               แต่ข้ายังไม่อยากพูดอะไรตอนที่รับของขวัญจากเจ้าตอนนี้ร่างสูงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเย็น ดวงตาคมเข้มสองข้างที่เคยสดใสกลับหมองหม่นจนทำให้อีกฝ่ายเริ่มรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป

               พูดเลยก็ได้ครับ ผมว่าคุณต้องชอบมันแน่เอริคพยายามไม่สนใจความผิดปกตินั้นก่อนจะคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายรับมันไป อดัมที่เห็นก็ถอนหายใจแผ่วๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถึงสิ่งที่อยากบอกกับร่างโปร่งซึ่งเอริคก็ฟังอย่างตั้งใจ

               เอริค...ขอบคุณสำหรับของขวัญมากแต่หลังจากพรุ่งนี้ข้าอยากให้เจ้าไปจากที่นี่เสียเนื้อความที่สะท้อนก้องไปทั่วทำให้คนที่ตั้งใจฟังชะงักนิ่งไปเช่นเดียวกับคนรับใช้ที่อยู่ในงาน บรรยากาศทั้งหมดเงียบลงโดยมิได้นัดหมาย คนตัวเล็กที่ได้ยินรู้สึกตัวชาไปหมด...มือเรียวสวยยกขึ้นมาอย่างสั่นๆ เพื่อจับแก้มตัวเองก่อนจะตบลงบนเนื้อเนียนเบาๆ เพื่อปลุกให้ตัวเองตื่นจากฝัน

               ฝันที่กำลังอยู่ในความจริง...

            อดัม คุณล้อเล่นแรงไปหน่อยนะครับเอริคยิ้มแหยๆ ก่อนจะพูดติดตลกบอกอีกฝ่ายไป แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่จ้องกลับมาก็รับรู้...ว่าร่างสูงนั้นเอาจริง

               อดัม..คุณโกรธอะไรผมเหรอหรือว่าเรื่องที่ผมไล่คุณออกมา เรื่องนั้นผมอธิบายได้นะเอริคพูดขึ้นมาเสียงสั่นก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหมายจะจับแขนอีกฝ่ายแต่สิ่งที่ทำก็เหมือนไขว่คว้าหาอากาศเมื่อร่างสูงหลบไม่ยอมให้เขาจับ...

               ไม่ยอมให้เขาแตะต้องแล้ว

               อดัม!! ถ้าเรื่องนั้นฉันอธิบายได้นะ คือมันเป็นความผิดฉัน..เบลล์ที่ยืนอยู่แถวนั้นรีบเข้ามาช่วยพูดทันที

               เอริค... ข้าคิดมาดีแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่เพราะถึงจะอยู่ที่นี่ต่อไป ข้าก็ไม่สามารถทำให้เจ้ามีความสุขได้อดัมไม่สนใจเสียงของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกลับจ้องมองแววตาของคนรักที่กำลังสั่นไหวพร้อมกับพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทบทวนมาตลอดทั้งวันออกมา

               เราสองคนมีแต่จะทะเลาะกัน ข้าทำให้เจ้ามีความสุขไม่ได้และเจ้าก็ทำให้ข้ารู้สึกว่าเจ้าไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของข้าเลยแม้แต่น้อย หากทั้งคู่ต้องรู้สึกเจ็บปวดจากการกระทำของกันและกัน หากอยู่ด้วยกันแล้วมีเพียงความทุกข์...ก็สู้แยกจากกันไปไม่ดีกว่าหรืออดัมพูดขึ้นด้วยสายตาที่เจ็บปวดซึ่งเบลล์ก็กำลังจะพูดทำความเข้าใจให้แต่เอริคที่ยืนนิ่งก็ยกมือขึ้นมาห้ามไว้เสียก่อน

               อดัม...คุณอยากให้ผมไปจริงๆ เหรอเสียงที่สั่นเครือพูดออกมาอย่างยากลำบากก่อนจะหลับตาพริ้มเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอและรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายให้แน่ใจ

               ใช่

               คำตอบที่เหมือนมีดกรีดลงมากลางหัวใจ...ความรู้สึกเจ็บลึกจนน้ำตาที่เอ่อคลอกลั้นไว้ไม่อาบลงบนแก้มใส ทั้งที่เคยคิดว่าครั้งนั้นเจ็บปวดมากที่สุดแล้วครั้งนี้กลับยิ่งเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าครั้งไหน ทั้งตอนร้องไห้ในห้องเก็บของ...ทั้งตอนโดนหมาป่าทำร้ายหรือแม้กระทั่ง...ตอนที่แอเรียลและเมโลดี้จากไป

               ไม่มีครั้งไหนที่บาดลึกเท่าครั้งนี้เลย...

               ได้ ถ้าหากคุณต้องการ แต่..คุณช่วยเปิดของขวัญชิ้นสุดท้ายนั้นก่อนได้มั้ย”     เอริคพยายามข่มเสียงที่สั่นเครือของตัวเองก่อนจะพูดออกไปอย่างยากเย็น อดัมที่ได้ยินจึงยอมทำตามคนรักแต่โดยดีเพราะอย่างน้อยก็เป็นคำขอ...ครั้งสุดท้าย

               เมื่อแกะเปิดออกมาก็พบตุ๊กตาสลักจากไม้ขนาดเล็ก... รูปสลักของชายหนุ่มสองคนจับมือกันแน่นจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นถึงแม้จะไม่ได้สลักใบหน้าแต่ก็รับรู้ได้ถึงความสุขที่ล้นปรี่ เอริคจ้องมองคนรักที่ถือของขวัญของตนไว้และยิ้มออกมาทั้งที่น้ำตาเอ่อลงมา

               อย่างน้อยคุณก็ได้รับมันไปแล้ว...

            ความรู้สึกของผม...

               ผมหวังว่าคุณจะชอบ...ริมฝีปากที่สั่นตลอดเวลาพูดออกมาก่อนจะยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ

               ขอโทษที่ทำตัวแย่ๆ จนคุณต้องเจ็บปวด..ฮึก...ขอ...อึก...ขอโทษร่างโปร่งพูดออกมาทั้งที่ยังสะอื้นหนัก มือเรียวที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลยกขึ้นมาปาดน้ำตาไปมาราวกับอยากจะลบเลือนใบหน้าแสนเศร้านี้ออกไป ทุกคนในห้องโถงต่างจ้องมองมาที่เอริคด้วยความสงสารจับใจ

               “อาจจะ..อึ่ก..ไม่สวยเท่าไหร่แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดว่าทำได้ดี..ทำได้..ฮึ่ก..ทำได้ดีที่สุดที่จะมอบให้คุณได้เสียงที่ไม่ว่าจะพยายามข่มเท่าไหร่ก็ยิ่งสั่นไม่ยอมฟังเจ้าของเสียที จนมือเรียวต้องเอื้อมขึ้นมาบีบคอไว้เหมือนกับจะพยายามควบคุมความสั่นไว้ให้ได้

               ...ขอบคุณมากนะครับสำหรับช่วงเวลาที่แสนสุขสำหรับคนอย่างผม อย่างน้อย..ผมก็เคยคิดว่าที่นี่..คือที่ของผมเอริคพูดก่อนจะโค้งลงขอบคุณถึงแม้จะพยายามกลั้นแล้วแต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลลงมาไม่ยอมหยุด หยาดน้ำใสไหลรินลงมาหยดลงบนพื้นหินอ่อนเป็นดวงๆ หลังบางที่กำลังโค้งห่อเหี่ยวและสั่นเทิ้มจนน่ากลัว

               เมื่อโค้งค้างไว้สักพักร่างโปร่งก็เงยหน้าขึ้นและหันหลังเดินจากไป เอริคตั้งใจจะเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนชุดและไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อยากจะไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ไปให้พ้นจากที่นี่...หนีจากความเป็นจริงไปอีกครั้ง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อัพให้แบบรัวๆ อย่างคนโต้รุ่ง ฮาาา

ตอนหน้าก็จะพยายามรีบมาลงนะคะ

ขอกำลังใจโหน่ยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #23 break1999 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 21:13
    อีอดัมนังปัญญาอ่อน!!!
    #23
    0