Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 15 : Adam x Eric ตอนที่ 13 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ก.ย. 58

               เมื่อมาถึงห้องร่างโปร่งก็รีบเปลี่ยนชุดเตรียมตัวออกไปนอกปราสาทเป็นหนที่สอง เอริคเดินออกตามหาคนรักไปทั่วปราสาทเพื่อจะบอกว่าตัวเองจะออกไปข้างนอกปราสาทแต่แล้วเหมือนความคิดทุกอย่างหยุดชะงักเมื่อนึกได้ว่าเบลล์สั่งห้ามเข้าใกล้อดัมจนกว่าจะถึงงานวันมะรืนนี้ เอริคจึงทำได้แต่ย่องออกไปนอกปราสาทเพียงลำพังโดยที่ไม่รู้เลยว่าเจ้าชายเอาแต่ใจกำลังแอบมองเขาอยู่ตอนเขาแง้มประตูออกไป

               นี่เจ้าเคยใส่ใจความรู้สึกข้าบ้างไหม...อดัมที่ยืนมองมาจากชั้นบนเหลือบมองบานประตูที่คนรักเปิดออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด...ทั้งที่ก็รู้ว่าเขาไม่ชอบให้ร่างโปร่งออกไปไหนเพียงลำพังแต่ก็ยังทำ... ไม่เข้าใจหัวใจที่เป็นห่วงของเขาบ้างเลยเหรอ

               ค็อกเวิร์ธ!!” เสียงทรงอำนาจตะโกนก้องไปทั่วปราสาทเพื่อเรียกข้ารับใช้คนสนิทของตน ไม่นานนักร่างอ้วนอันแสนคุ้นเคยก็วิ่งเข้ามาอย่างไวปานจะกลิ้งเป็นลูกบอลเข้ามาหา

               ขอรับ นายท่านค็อกเวิร์ธก้มหัวอย่างนอบน้อมพร้อมรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย

               เจ้าออกไปตามเอริคแล้วคอยดูแลอยู่ห่างๆ ถ้าเอริคมีแผลแม้แต่นิดเดียวหมายถึงชีวิต...สายตาแหลมคมที่ปะปนด้วยอารมณ์คุกรุ่นส่งผ่านออกมาจนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแสนกดดันจนผู้รับฟังต้องเสียวสันหลังวาบ

               ตลอดมาไม่เคยมีคำว่าเมินเฉยในหัวใจ...ไม่ว่าเวลาไหนเขาก็เป็นห่วงคนตัวเล็กเสมอแต่เพียงความรักที่แสดงออกมาเป็นในแบบของเขาเท่านั้น

               ขอรับ!!” เมื่อรับคำแล้วเจ้าอ้วนกลมก็รีบวิ่งตามหลังเอริคไปในทันทีเพราะเกรงจะคลาดสายตากัน

               เมื่อสะกดรอยตามมาไม่นาน ค็อกเวิร์ธก็พบคนรักของเจ้านายเดินวนไปวนมาในบริเวณป่าไม่หยุด ทำให้ค็อกเวิร์ธทำได้เพียงแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่และจับตามองเท่านั้น จนเวลาล่วงเลยไปจนจะตกเย็นแต่เอริคก็ยังคงเดินวนอยู่ในป่าเช่นเดิม

               อืม...อันนี้ก็น่าจะพอได้ร่างโปร่งพูดพึมพำก่อนจะมองขอนไม้ขนาดพอมือไปมาอย่างพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจเดินกลับปราสาทซึ่งค็อกเวิร์ธที่ยืนเฝ้าจนขาแข็งเมื่อได้ยินก็รีบสะกดรอยตามต่อเพื่อให้แน่ใจว่าดวงใจของเจ้านายเดินทางถึงที่หมายโดยปลอดภัยแล้ว

               นี่นายไปอู้ไหนมาเนี่ย คนอื่นเขาตามหากันให้วุ่น!!” เมื่อก้าวเข้ามาในปราสาทหลังเอริคกลับมาแล้ว เสียงทุ้มเข้มของเพื่อนตัวผอมก็ดังขึ้นมาในโสตประสาททันทีทำเอา ค็อกเวิร์ธแทบอยากจะตบปากเสียๆ นั่นให้ฟันหักเสียทั้งปาก

               อู้ที่ไหนห้ะ!! แกรู้มั้ยว่าฉันไปทำธุระให้นายท่าน เนี่ย...ขาแทบจะไม่มีความรู้สึกอยู่แล้วร่างอ้วนกลมโอดครวญก่อนจะหันเท้าตัวเองให้เพื่อนรักดู ร่างผอมสูงมองขาอวบเนื้อแน่นตอนนี้มีก้อนเนื้อบวมปูดขึ้นมาตรงน่องจนเห็นได้ชัดด้วยสายตานิ่งๆ

               ธุระอะไรของแกลูมิแอร์ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย

               จะมีอะไรล่ะ ก็สั่งให้ฉันไปตามเฝ้าคุณเอริคน่ะสิ คุณเอริคก็ไม่รู้หาอะไรอยู่เห็นเดินไปเดินมาหยิบกิ่งไม้อันนั้นอันนี้มาดูไม่หยุดร่างอ้วนพุงพลุ้ยพูดออกมาพลางนวดขาตัวเองไปด้วย ลูมิแอร์ที่ฟังก็ขมวดคิ้วสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อก่อนทั้งสองจะพากันเดินไปทำหน้าที่ของตนต่อเพราะตอนนี้ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว

               ณ ห้องอาหาร

               เอริคที่กลับมาแล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและลงมาที่ห้องอาหารอย่างรวดเร็ว เมื่อเปิดเข้ามาก็พบคนรักนั่งอยู่ที่ประจำพร้อมกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ไม่ได้นั่งตรงที่ของเอริคแต่อย่างใด เบลล์หันมาขยิบตาเป็นการส่งสัญญาณว่าอย่าลืมแผน

               ห้ามสนใจอดัม...

               แผนที่เขาคุยกับเบลล์เท่าที่จำได้มีเพียงเท่านี้จริงๆ...แต่แผนนี้ก็นับว่าไม่เลวเพราะจะได้แน่ใจว่าอีกฝ่ายขาดเขาไม่ได้หรือเป็นมีเพียงแค่เขาคนเดียว... เพราะบางครั้งร่างสูงก็ทำเหมือนไม่สนใจตัวเขาเลยแม้แต่น้อย...จนเขาก็เริ่มกลัวว่าเขาเป็นเพียงแค่ที่ระบายหรือเปล่า

               ขาเรียวก้าวเข้ามานั่งที่ประจำอย่างช้าๆ โดยพยายามไม่สบสายตาคมเข้มคู่นั้น อดัมมองเอริคที่กำลังทำท่าไม่สนใจตัวเองนิ่งๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

               “…” ความเงียบเข้าปกคลุม เอริคนั่งหั่นชิ้นเนื้อปลาตรงหน้าตัวเองเงียบๆ...แต่ถึงจะบอกให้เมินแต่เขาก็ยังชอบแอบเหลือบมองคนรักจนติดเป็นนิสัยอยู่ดี

               มีอะไรรึเปล่าเอริค?” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อเห็นคนรักแสดงท่าทีแปลกๆ เหลือบมองเขาตลอดเวลา

               “ป..เปล่าครับเอริคตอบก่อนจะก้มหน้าจิ้มชิ้นปลาที่หั่นไปมาจนเละเข้าปาก

               มันหกเลอะหมดแล้ว เดี๋ยวข้าหั่นให้อดัมพูดบ่นก่อนจะลากจานคนรักเข้ามาใกล้ตัวและหั่นให้เอง เอริคหันไปมองอย่างเงอะงะแต่แล้วก็หันไปเห็นสายตาของหญิงสาวที่ส่งสัญญาณมา

               ม..ไม่ต้องครับ ผมทำเองได้เอริครีบเข้าไปดึงจานออกมาทำให้อดัมขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย

               กินของคุณไปเถอะครับเอริคพูดโดยคุมเสียงตัวเองให้ราบเรียบมากที่สุดเท่าที่ทำได้ก่อนจะรีบกินอาหารตรงหน้าให้หมดแล้วลุกออกมาจากห้องอาหารทันที เพราะหากอยู่นานกว่านี้เขาต้องเผลอหลุดคุยกับร่างสูงออกมาแน่นอน อดัมมองตามหลังบางของคนรักตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ

               เมื่อออกมาจากห้องอาหารเอริคก็รีบขึ้นไปบนห้องนอนทันที มือเรียวล้วงเข้าไปใต้เตียงก่อนจะหยิบท่อนไม้ที่เอามาจากในป่าพร้อมกับมีดพกขนาดเล็กออกมา...สิ่งเดียวที่เขามั่นใจว่าทำได้ก็มีแค่การทำรูปสลักเพราะในตอนที่อยู่บนเรือนั้นยามว่างก็มีเพียงแค่การสลักไม้เท่านั้นเป็นการฆ่าเวลา...ซึ่งเขาก็หวังว่าอดัมคงจะชอบเจ้าของชิ้นนี้...

               เอริค...เสียงทุ้มพร้อมกับประตูที่เปิดเข้ามาอย่างช้าๆ ทำให้เอริครีบยัดทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนไว้ใต้เตียงทันทีก่อนจะรีบลุกขึ้นมา

               ครับ?” ร่างโปร่งขานรับกลับไป

               เจ้ายังโกรธเรื่องเมื่อเช้าเหรอร่างสูงเดินเข้ามาถามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

               ...เอริคชะงักลงไปนิดก่อนจะรู้สึกได้ถึงอาการปวดที่หลัง ตลอดทั้งวันเขาลืมความเจ็บปวดนี้ไปเสียสนิทคงจะเป็นเพราะเรื่องของขวัญให้คนตรงหน้าเขาถึงลืมมันไป...

               ผมโกรธอะไรคุณไม่ได้หรอกอดัม ก็ผมมันงี่เง่าเองนี่เอริคพูดก่อนจะยิ้มส่งแหยๆ ให้...ความรู้สึกเสียดแน่นที่หัวใจแล่นเข้ามา...ทุกครั้งที่เอื้อนเอ่ยคำบาดเสียงแทงใจเหล่านั้นราวกับได้ยินน้ำเสียงทุ้มแข็งกระด้างของคนรักตวาดซ้อนทับในโสตประสาท

               คือเอริค เรื่องตอนนั้น..

               “อดัม...ผมว่าผมยังไม่อยากคุยเรื่องนี้เอริคพูดแทรกขึ้นมาถึงแม้อยากจะฟังคำแก้ตัวของอีกฝ่ายแต่เรื่องแผนของเบลล์ก็สำคัญ...สำคัญต่อหัวใจเขาเหมือนกัน

               ...ร่างสูงชะงักลงไปก่อนจะมองหน้าคนรักตัวเองนิ่งๆ

               คืนนี้ผมอยากนอนคนเดียวเอริคพูดเสียงเรียบโดยแสร้งตีสีหน้าเย็นชาใส่อีกฝ่าย...

               ไม่อยากทำ...

               เสียงจิตใต้สำนึกสะท้อนก้องในใจ เขาอยากนอนในอ้อมกอดแสนอบอุ่นนั่นมากกว่า...อยากจะอยู่กับคนรัก ไม่อยากอยู่ห่างจากร่างแกร่งเลย...ไม่อยากห่างแม้เพียงเสี้ยวนาที

               งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะอดัมพูดออกมา น้ำเสียงที่ทรงอำนาจกลับดูอ่อนแอกว่าที่เคยจนเอริคจับได้ถึงความเจ็บปวดจากน้ำเสียงและสายตาคู่นั้น

               ประตูปิดลงอย่างช้าๆ... เอริคจ้องมองประตูที่ปิดสนิท ตกลงที่เขาทำตามแผนเขาคิดถูกแล้วใช่มั้ย... มันคงไม่ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแย่ลงกว่าเดิมใช่มั้ย คำถามมากมายวนเวียนซ้ำราวกับเทปที่กรอซ้ำไปมาไม่จบแต่เจ้าตัวก็ต้องสลัดมันออกจากหัวเพื่อลงมือทำของขวัญชิ้นสำคัญ

               ยามค่ำคืนแม้ความง่วงจะครอบงำเท่าไหร่ ร่างโปร่งก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไปไม่หยุดเศษไม้มากมายเกลื่อนเต็มทั่วพื้น มือเรียวสวยเปรอะเปื้อนฝุ่นขี้เลื้อยและมีแผลเล็กน้อยตามมือจากการโดนมีดบาดและถูกเสี้ยนตำจนแทบไม่เหลือเค้าคู่มือเนียนเหมือนแต่ก่อนร่างกายอ่อนล้าไปหมดทั้งอาการง่วงงุนและปวดหลังที่มาเป็นระยะแต่ถึงกระนั้น...หัวใจก็ยังสั่งให้ทำต่อ

               “…ดึกมากแล้วสิ...ต้องรีบเก็บกวาดร่างโปร่งกึ่งหลับกึ่งตื่นพูดพึมพำออกมาก่อนจะใช้มือเรียวโกยเศษไม้สะเปะสะปะมารวมเป็นกองเดียวและหยิบใส่ถุงเพื่อซ่อนใต้เตียง แม้จะโดนเศษไม้ทิ่มตำแต่ร่างโปร่งก็ไม่ได้ร้องโอดครวญยังคงเก็บกวาดจนเสร็จและเผลอหลับไปเพราะทนความง่วงไม่ไหว

.

.

.

               ทำไมเอริคยังไม่มาอีกร่างสูงบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิดออกมาหลังจากนั่งรอรับประทานอาหารด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอีกคนเลยแม้แต่น้อย

               คงเพราะไม่อยากทานพร้อมใครบางคนมั้งคะหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วยพูดออกมาโดยตั้งใจเน้นย้ำตรงท้ายประโยคเป็นพิเศษ ทำให้อดัมหันมามองนิดๆ

               แล้วนี่นอนไม่พอเหรอคะเบลล์พูดขึ้นอย่างล้อๆ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนอดัมโดนไล่ออกมาจากห้องของตัวเอง

               เรื่องของข้า!!” อดัมที่ได้ยินพูดเสียงเข้มใส่อย่างหงุดหงิดเพราะเรื่องของคนรักเมื่อคืนทำให้เขานอนไม่หลับจนต้องมานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดคนเดียวยันสว่าง

               เอ่อ...นายท่านคะ ฉันขึ้นไปเรียกคุณเอริคแล้วแต่เคาะอย่างไรคุณเอริคก็ไม่เปิดประตูออกมาเลยคุณนายพ็อตต์ที่เดินเข้ามาในห้องโถงเข้ามาบอกอดัมหลังจากเธอถูกสั่งให้ไปตามเอริค

               งั้นก็ทานเลย ไม่ต้องรอ!!” อดัมพูดประชดขึ้นมาก่อนจะลงมือทานอาหารทันทีมือแกร่งตักซุปเข้าปากอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะโกรธอะไรเขาหนักหนาทั้งที่เขาก็พยายามง้อแล้วทั้งให้คนเอายาไปให้ ทั้งจะไปอธิบายด้วยกันดีๆ แต่เจ้าเด็กดื้อก็ไม่ยอมฟังเขาเสียที

               ...คุณนายพ็อตต์เอาอาหารเช้าไปให้เอริคบนห้องด้วยเจ้าชายเจ้าอารมณ์พูดสั่งออกมาเสียงเข้มซึ่งเรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้เป็นอย่างดี เพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่าเจ้านายของตนแม้จะปากร้ายอารมณ์ร้ายแค่ไหนก็ยังคงห่วงเอริคตลอดเวลา...

               อือ...ร่างโปร่งที่นอนขดอยู่ที่พื้นครางออกมาเสียงแผ่วเมื่อรู้สึกหนาวและอาการที่หลังที่เริ่มปวดหนักมากกว่าเมื่อคืน ด้วยเหตุที่ว่านอกจากจะไม่ได้พักผ่อนแล้วเขายังไม่ได้ทายาที่อดัมให้เลยแม้แต่น้อย

               เช้าแล้วเหรอ..เอริคลุกขึ้นมาขยี้ตาอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาและสร่างง่วงในทันทีที่รู้ว่านี่เลยเวลาอาหารมานานมากแล้ว ร่างโปร่งรีบลุกขึ้นมาและรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อออกจะไปทานอาหารแต่ดูเหมือนจะไม่ต้องรีบแล้ว...เพราะระหว่างที่เอริคเปิดประตูเพื่อออกไปห้องอาหารก็เจอกับเบลล์และคุณนายพ็อตต์เสียก่อน

               ตื่นแล้วเหรอคะเอริคเบลล์พูดก่อนจะส่งยิ้มให้

               ค..ครับ ตอนนี้อดัม..

               “เดินหงุดหงิดเข้าไปในห้องสมุดแล้วน่ะค่ะ แล้วก็สั่งห้ามให้คนรบกวนด้วยเบลล์พูดบอกออกมาทำให้ใบหน้าสวยหมองลงทันตา

               คุณเอริคอย่าพึ่งคิดมากนะคะ นายท่านเขาก็ชอบเป็นแบบนี้แหละค่ะแต่นายท่านก็ยังห่วงคุณนะคะ เขาถึงสั่งป้าให้เอาอาหารเช้ามาให้คุณนายพ็อตต์พูดแทนเจ้านายตัวเองยิ้มๆ ทำให้เอริคมองจานอาหารด้วยสีหน้าที่สดชื่นกว่าเดิมนิดหน่อย

               แล้วคุณเอริคเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลยหญิงสาวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเมื่อสังเกตเห็นความอ่อนล้าของร่างโปร่ง

               นิดหน่อยน่ะครับ เมื่อคืนผมมัวแต่ทำของขวัญให้อดัมเพลินไปหน่อยเอริคยิ้มแหยๆ ออกมา

               เอริคจะให้ของขวัญอดัมเหรอคะเบลล์ถามขึ้นอย่างแปลกใจเพราะเธอไม่ทราบมาก่อนว่าเอริคกำลังทำของขวัญให้กับร่างสูง

               ใช่ค่ะคุณเบลล์ เมื่อวานคุณเอริคยังมาปรึกษาป้าอยู่เลยคุณนายพ็อตต์ตอบแทนเอริคให้

               งั้นป้าขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ตอนนี้เวลาเหลือไม่มากแล้วคุณนายพ็อตต์พูดขึ้นเมื่อนึกได้ว่าตัวเองต้องไปช่วยเตรียมงานต่อ ซึ่งเอริคกับเบลล์ก็พยักหน้ากลับไปเป็นอันรับรู้

               แล้วก็...อย่าเล่นอะไรแรงไปนะคะเพราะบางทีความรู้สึกที่เสียไปมันเรียกกลับมาไม่ได้...คุณนายพ็อตต์พูดทิ้งท้ายคำเตือนเอาไว้ก่อนจะเดินจากไป

               ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเอริคกับเบลล์คิดจะทำอะไรกันอยู่เพราะเธอเห็นพิรุธของคนทั้งสองมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และยิ่งได้ยินเอริคพูดจาเฉยชากับไล่เจ้านายของเธอออกมาจากห้องนอนก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจในสิ่งที่เธอคิด

               ...ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีหลังจากสิ้นสุดประโยคเมื่อครู่ ประหนึ่งลูกระเบิดที่ถูกทิ้งไว้ให้ขบคิด

               แล้วคุณเอริคทำอะไรให้อดัมเหรอคะเบลล์พูดขึ้นมาแทรกท่ามกลางความเงียบทำให้เอริคเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวอย่างงงๆ

               เอ่อ...รูปสลักครับเอริคพูดตอบก่อนจะเดินไปหยิบจานซุปเข้าห้อง ซึ่งในจังหวะนั้นเบลล์ก็เห็นความผิดปกติบางอย่างที่มือเอริค

               เดี๋ยว... ทำไมมือคุณถึงได้ดูแย่ขนาดนั้นคะเบลล์ไม่ว่าเปล่ายังคว้ามือคู่นั้นของเอริคขึ้นมาก่อนจะมองด้วยความตกใจ

               ก็มีพลาดบ้างนิดหน่อยแหละครับเรื่องปกติเอริคพูดออกมาก่อนจะดึงมือตัวเองกลับมา

               ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลยนี่คะเบลล์พูดออกมาอย่างไม่เข้าใจ

               ผมอยากทำน่ะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับเอริคพูดตัดบทกับหญิงสาวก่อนจะกลับเข้าห้องไปเพื่อทำของขวัญต่อให้เสร็จ

               ทำไมต้องทำขนาดนี้...

               เหตุผลนั้นไม่มีอะไรมาก...เหตุผลที่แสนธรรมดาของคนที่มีความรักทั่วไป

               เพียงเพราะรัก...

               แค่เพียงคำนี้เพียงคำเดียวช่างเป็นคำที่แสนวิเศษ สามารถทำให้ทุกคนยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับรอยยิ้มของคนที่ตัวเองรัก ถึงแม้จะถามว่าทำไมต้องทำขนาดนี้สักกี่ครั้งคำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียงแค่

 

               รัก...

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาต่อให้แล้วน้าา ยังมีคนตามอยู่มั้ยเอ่ย ฮาา

คาดว่ารีไรท์เสร็จก่อนสิ้นเดือนหน้าแน่ๆ ค่ะ

ขอเม้นให้กำลังใจหน่อยย ฮุ้มมม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น