Fic Prince of The Walt Disney (Adam x Eric) - My Love รักแท้ฉันอยู่ไหน

ตอนที่ 1 : Adam x Eric ตอนที่ 1 รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 ก.ค. 58

               เฮ้...เจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” เสียงทุ้มดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทที่ใกล้จะเลือนหายไปทุกที แม้จะพยายามจ้องมองแล้วแต่ก็พบเพียงภาพเลือนลางของชายหนุ่มปริศนาที่มีเลือนผมสีน้ำตาลอ่อนลางๆเท่านั้น ก่อนที่ภาพนั้นจะดับวูบไป

               ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไปทางใดก็มีเพียงสีดำมืดมีเพียงความว่างเปล่า สองขาวิ่งก้าวจนสุดแรงเพื่อหาทางออกจนได้พบภาพของหญิงสาวอันแสนคุ้นเคย หญิงสาวผู้งดงามยิ่งกว่าอัญมณีล้ำค่าใดในโลก ผิวขาวเนียนสวยราวไข่มุกยามต้องแสง เรือนผมสีแดงงามยิ่งกว่าทัมทิมเลอค่าใด...รอยยิ้มที่ติดตราตรึงทั้งหัวใจดวงนี้

               เอริค...ริมฝีปากบางของหญิงสาวเอื้อนเอ่ยบุคคลผู้เป็นที่รัก เงาสะท้อนภาพชายหนุ่มผมสีดำขลิบฉายลงในนัยน์ตาแสนเศร้า...เหตุใดเธอถึงต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้น

               เอริค...ฉันคงไม่สามารถอยู่กับคุณได้อีกแล้ว ฉันกับลูก...ขอโทษด้วยหญิงสาวพูดก่อนจะจูงมือลูกสาวข้างกายและเดินจากไป สองขาของชายหนุ่มรีบก้าวตาไปอย่างรวดเร็วแต่แม้จะพยายามวิ่งตามเพียงไร นานเพียงไหน สุดแรงเท่าใด...ก็ดูเหมือนพวกเธอยิ่งห่างไกลออกไปทุกที

               อย่าทิ้งฉันไป แอเรียล!!” เสียงชายหนุ่มตะโกนออกไปอย่างสุดเสียงที่มีอย่างไม่สนใจว่าเส้นเสียงจะขาดไปก็ตาม คำอ้อนวอนเหมือนส่งไปถึงพระผู้เป็นเจ้า...หญิงสาวที่กำลังจะเดินลับหายไปจากสายตาหยุดนิ่งลง

               ไม่ได้...พวกเราอยู่ด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว..หญิงสาวหันมามองคนรักก่อนจะเอ่ยคำลา...คำร่ำลาที่แสนเจ็บปวด สิ้นเสียงพวกนางก็กระโดดดำดิ่งลงสู่มหาสมุทร สองขาที่เคยเห็นแปรเปลี่ยนเป็นครีบแสนสวยสะท้อนกับสีน้ำทะเลและร่างของหญิงผู้เปรียบเสมือนดวงใจทั้งสองหายลับไป...

               ภาพทั้งหมดวูบดับไป เหตุการณ์สุดท้ายที่ตราตรึงดั่งเช่นตราบาปประทับลงในจิตใต้สำนึก ทั้งคนรักทั้งลูกทิ้งเขาไปหมด...ยอมทิ้งเขาไว้เพียงลำพังเพื่อไปอยู่ในสถานที่ของนาง...ไปสู่ท้องทะเลของพวกนาง

               “เจ้า...ได้ยินข้าหรือไม่เสียงทุ้มที่เคยได้ยินเหมือนเทปกรอซ้ำดังขึ้นอีกครั้งในโสตประสาท

               อึก..อือ..เปลือกตาแสนหนักอึ้งพยายามลืมตาทีละน้อยเพื่อปรับรับแสงที่ส่องเข้ามา เมื่อดวงตาที่พร่ามัวมองเห็นทุกสิ่งชัดเจนขึ้นใบหน้าเนียนก็เริ่มหันไปมารอบห้องอย่างสำรวจและก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงนุ่มในห้องแสนหรูหราเช่นเดียวกับของทุกอย่างที่ล้วนแต่เลอค่า ไม่เว้นแต่การแต่งกายของผู้ที่นั่งอยู่ข้างเตียงของเขา

               ที่นี่...ที่ไหน แล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วคุณเป็นใครกัน...ร่างโปร่งถามออกไปโดยที่มือเรียวยกขึ้นมากุมขมับที่หัวไว้แน่นและบีบคลึงไปพร้อมกันเนื่องจากยังคงรู้สึกเวียนหัวอยู่

               “ข้าขอตอบทีละคำถามละกัน ที่นี่คือปราสาทของข้าเอง...เจ้าชายผู้เป็นนายเหนือหัวของที่แห่งนี้...นามว่าอดัม เมื่อเช้าตอนข้าไปเดินเล่นในสวนก็พบเจ้านอนสลบอยู่ ข้าจึงพาเจ้ามาพักที่นี่อดัมตอบอีกฝ่ายตามลำดับคำถามอย่างแม่นยำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

               ...เอริคที่ยังเหมือนยังไม่ฟื้นดีนั่งนิ่งอย่างงุนงงเพราะไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นพูดออกมารวดเดียวจนหมด

               เจ้ายังรู้สึกแย่ตรงไหนอีกรึเปล่าอดัมตัดสินใจเอ่ยปากถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผิวขาวซีดผู้นี้นั่งเงียบไปนานมากพอสมควรแล้ว

               ..ป..เปล่า ดีขึ้นเยอะแล้วครับเอริคสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะตอนนี้เขากำลังไล่เรียงเรื่องทั้งหมดที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วในหัวสมองของเขาอยู่

               อืม งั้นข้าขอถามเจ้าบ้าง เจ้าชื่ออะไรแล้วทำไมอยู่ๆ ถึงได้มานอนล้มพับในสวนของข้าได้ร่างสูงถามกลับไปบ้างทำให้ร่างโปร่งที่เรียบเรียงเรื่องราวเสร็จเรียบร้อยแล้วแสดงสีหน้าหม่นออกมาอย่างลืมตัว

               ผมชื่อเอริค ส่วนเรื่องมาอยู่สวนคุณได้นั้น...เอริคพูดเสียงแผ่วในตอนท้ายซึ่งอดัมก็หยุดรอฟังอีกฝ่ายพูดแต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรต่อจึงถอนหายใจออกมานิดๆ อย่างเหนื่อยใจเพราะเขาไม่ได้คาดคั้นให้ตอบเสียหน่อยแล้วเหตุใดอีกฝ่ายจึงต้องทำหน้าทรมานเสียขนาดนั้น

               ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้บังคับให้เจ้าตอบแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดเสีย ข้าให้คนเตรียมชุดใหม่ไว้ให้แล้ว ถ้าเสร็จแล้วก็ลงไปทานอาหารเย็นด้วยกันก็ได้ ถ้าเจ้าไม่รังเกียจร่างสูงพูดออกมาเสียงเรียบก่อนจะเดินออกไปเมื่อได้ทำหน้าที่เจ้าของบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว

               เจ้าชายอสูรผู้ที่ได้ชื่อว่าเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจนั้นไม่เคยสนว่าคนรอบข้างจะเป็นอย่างไร จะลำบากแค่ไหนเพราะเขารักเพียงแค่ตัวเอง...แต่มันไม่ใช่ ไม่ใช่ตั้งแต่ที่หญิงสาวคนนั้นเข้ามาเจ้าชายอสูรก็เริ่มคิดถึงผู้อื่นมากขึ้น รู้จักรักคนอื่น...แต่ช่างน่าเสียดายที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงอดีตแล้วเพราะหัวใจหนุ่มรูปงามดวงนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นหัวใจแสนอัปลักษณ์ดวงเดิมเมื่อหญิงสาวจากไป...

               “…เฮ้อเอริคที่นั่งอยู่บนเตียงกว้างถอนหายใจออกมาพร้อมมองเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอยเมื่อจดจำเรื่องราวนั้นได้หมด...เรื่องราวที่มิได้เป็นเพียงแค่ความฝัน

               หลังจากนั่งนิ่งมาครู่ใหญ่เอริคก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดที่ถูกเตรียมไว้บนปลายเตียงอย่างเรียบร้อย ถึงแม้ตอนนี้เขาจะเศร้ามากเพียงใดแต่เขาก็ไม่อยากจมกับความรู้สึกเหล่านี้ชั่วชีวิต บางทีการที่หลงมาที่นี่อาจจะช่วยให้บาดแผลนี้บรรเทาลงบ้าง...ขอเพียงสักนิดก็ยังดี

               หลังจากเอริคแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ร่างโปร่งก็เดินลงมาที่ห้องอาหารแต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าเขากำลังจะไปที่ไหนแต่มันอยู่ตรงที่ว่าเขาควรจะไปทางไหนดีเสียมากกว่า ถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่ายกว่านี้คือเขาหลงทาง...

               เอ...ถ้าห้องอาหารน่าจะอยู่ใกล้ครัวนะ แต่มันต้องไปทางซ้ายหรือขวาล่ะเนี่ยเอริคที่ลงมาที่ชั้นหนึ่งได้แล้วมองทางซ้ายทางขวาสลับกันไปมา แม้ตนจะทราบดีแล้วว่าที่นี่คือปราสาทแต่ก็ไม่นึกว่าจะซับซ้อนขนาดนี้ อีกทั้งเขายังพึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกอีกด้วย

               “เอ่อ...คุณคะระหว่างที่หาทางไปห้องอาหารอยู่ เอริคก็เหมือนได้ยินเสียงใครบางคนเรียกเขาจากด้านหลังเมื่อหันไปมองก็พบหญิงสาวสูงอายุคนหนึ่ง เมื่อดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นแม่บ้านของที่นี่

               ครับ?” เอริคหันไปขานรับอย่างงงๆ เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่หญิงคนนั้นเรียกหมายถึงเขาใช่หรือไม่

               ป้าหาคุณตั้งนาน ป้าได้รับคำสั่งจากนายท่านให้นำทางคุณไปห้องอาหารน่ะค่ะหญิงสูงวัยพูดและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เอริค ร่างโปร่งจึงยิ้มตอบกลับไปด้วยความดีใจที่อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีคนที่ดูเป็นมิตรบ้าง

               งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ คุณ...เอริคพูดทิ้งช่วงตรงส่วนท้ายไปนิดเพราะยังไม่รู้ว่าหญิงตรงหน้าชื่ออะไรกันแน่ ครั้นจะเรียกว่าคนรับใช้ก็ดูจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป

               ยินดีค่ะ ป้าชื่อพ็อตต์เป็นแม่บ้านที่ทำงานกับนายท่านมานานค่ะ แต่ป้าว่าเราไปกันเถอะค่ะเพราะตอนนี้ก็เลยเวลาอาหารมาห้านาทีแล้วเมื่อพูดจบคุณนายพ็อตต์ก็เดินนำไปในทันทีทำให้เอริคต้องเร่งก้าวเท้าตามไปด้วย

               ไม่นานนักหลังจากผ่านการเดินเลี้ยวไปมาตามทางเดินหลายรอบนับไม่ถ้วน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องอาหารจนได้

               ช้ามาก!! ได้ดูเวลากันบ้างมั้ยว่านี่มันกี่โมงกันแล้ว ห้ะ!!” เมื่อเปิดประตูเข้ามายังไม่ทันได้ทักทายอะไร พวกเขาก็ถูกชายอ้วนกลมไว้หนวดเป็นทรงสวยโพล่งต่อว่าขึ้นมาทันที คุณนายพ็อตต์ที่เดินตามเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าเบื่อหน่ายเพื่อนร่วมงานตรงหน้าแต่เธอก็ไม่ได้ตอบโต้กลับไปแต่อย่างใด

               ไม่เอาน่าค็อกเวิร์ธ ชายคนนี้พึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกเองนะชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงที่ยืนใกล้กับชายอ้วนที่มองมาทางเอริคตาขวางพูดออกมาพลางโอบไหล่เพื่อนตนเองไปด้วย

               เงียบซะลูมิแอร์ เวลานัดก็คือเวลานัด!! เพราะนายเป็นอย่างนี้ไงทุกคนที่นี่ถึงได้ทำตัวแย่ตามนายแบบนี้ค็อกเวิร์ธพูดเสียงดังใส่ลูมิแอร์แล้วสะบัดมือเพื่อนที่ถือวิสาสะมาวางบนไหล่ตนออกไปอย่างแรง

               ครับๆ พ่อคุณคนเก่งลูมิแอร์พูดอย่างยียวนประชดกลับไปบ้าง ซึ่งคนตัวอ้วนเมื่อเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนตนก็ทำท่าจะว่ากลับไปแต่ก็ต้องรีบเงียบปากลงทันทีเมื่อเห็นมือหนาของนายเหนือหัวที่ยกชูขึ้นเป็นสัญญาณให้เงียบ

               ให้เกียรติข้ากันหน่อย ส่วนเจ้าจะยืนอีกนานมั้ยหรือไม่อยากกินแล้วอดัมจ้องหน้าเอริคเขม็ง ร่างโปร่งเมื่อได้ยินก็ส่ายหัวไปมาและรีบเดินมานั่งอย่างรวดเร็วตรงที่นั่งข้างๆอดัม

               “…” ท่ามกลางความเงียบอดัมจ้องเอริคไม่วางตา ร่างโปร่งที่รับรู้ได้ขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งอดัมและคนอื่นต้องจ้องเขาไม่วางตาด้วยสายตาแปลกๆ

               เอ่อ...คุณนายพ็อตต์ทำท่าเหมือนอยากเข้ามากระซิบบอกบางอย่างกับเขา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว...

               ใครให้เจ้ามานั่งตรงนี้...อดัมเอ่ยถามออกมาเสียงเย็นเยียบพร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจของคนรับใช้ที่ยืนอยู่รอบๆ แม้แต่น้อย

               “…?” เอริคที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ก็นั่งมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

               ไม่ได้ยินรึไง!! ใครให้เจ้ามานั่งตรงนี้!!” น้ำเสียงที่เคยเย็นเยียบถูกใส่น้ำหนักมากขึ้นจนกลายเป็นการตะคอกดังก้องไปทั่วห้องอาหาร

               อ...เอ่อ ก็ที่มันว่าง ผมก็เลยนึกว่าเอริคพูดแก้ตัวออกมาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงไม่เข้าใจว่าการมานั่งตรงเก้าอี้ตัวนี้มันผิดถึงขนาดต้องตะคอกใส่กันด้วยหรืออย่างไร

               หุบปาก!! ที่ของเจ้ามันอยู่ตรงนั้น!! เจ้าไม่มีสิทธิ์มานั่งตรงนี้!!” ร่างสูงตะคอกออกมาต่อโดยไม่สนใจในคำแก้ตัวของเอริคแม้แต่น้อย พลางชี้ไปที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่สุดปลายโต๊ะยาวหรูอีกฟากตรงข้ามกับที่นั่งของอสูรหนุ่มที่กำลังเดือดดาล

               ขอโทษด้วย ผมไม่รู้จริงๆเอริคพูดแล้วก้มตัวขอโทษเป็นพิธี ถึงเขาจะหัวเสียอยู่บ้างที่ถูกอีกฝ่ายตะคอกใส่โดยที่เขาไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ขออาศัยคงต้องเก็บอารมณ์ไว้ก่อน หลังจากเอริคเดินมาถึงเก้าอี้ตัวหม่และนั่งลงไปเรียบร้อยอาหารก็ถูกจัดวางขึ้นโต๊ะทันที

               ไม่นานทุกสิ่งก็กลับมาเป็นปกติราวกับพายุที่ก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรโดยไม่ทันตั้งตัวและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว เอริคเองก็นั่งกินอาหารตรงหน้าเงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดหรือเหลือบมองอดัมแต่อย่างใดเพราะตอนนี้เขาอยากรีบกินให้เสร็จๆจะได้ออกไปให้พ้นจากบรรยากาศแสนอึดอัดนี้เสียที

               “รับน้ำชาหลังอาหารมั้ยคะคุณนายพ็อตต์ที่เห็นว่าร่างโปร่งทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาพร้อมกาน้ำชาและถามขึ้น

               ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากเอริคตอบกลับอย่างสุภาพและยิ้มกลับไปตามมารยาทที่ถูกฝึกมาอย่างดี

               งั้นผมขอตัวก่อนนะครับหลังจากเช็ดปากเรียบร้อย เอริคก็พูดขึ้นเพื่อบอกร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเป็นมารยาทเพราะเห็นว่าตัวเองจะขอลุกจากโต๊ะก่อน

               เชิญอดัมตอบออกมาสั้นๆ พร้อมกับทานอาหารในจานที่ยังค้างคาต่อ

               เมื่อได้รับอนุญาตแล้วเอริคจึงค่อยๆ เดินออกมา แต่ก่อนที่ขาเรียวจะเดินพ้นประตูไป เขาก็หันกลับไปมองที่นั่งข้างอดัมที่มีอาหารจัดเสิร์ฟอย่างดีแต่ไม่มีใครนั่งอยู่เลยด้วยความสงสัยสักพัก

               สุดท้ายเอริคก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรแล้วเดินออกมาเลยเพราะเกรงว่าถ้าถามออกไปจะถูกร่างสูงตะคอกใส่อีกและคราวนี้เขาคงจะไม่เหลือแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอนในคืนนี้เป็นแน่

               เฮ้อ..ทำไมแค่กินข้าวต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะเอริคพึมพำด้วยความเหนื่อยอ่อนทั้งที่พึ่งกินข้าวมาแท้ๆ กลับรู้สึกเหมือนไปออกรบเสียมากกว่า

               เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดีร่างโปร่งจึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นห้องไป แม้ว่าความจริงเขาอยากจะออกเดินทางต่อตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่น่าเสียดายเพราะเวลานี้ฟ้าก็เริ่มมืดเสียแล้วและถ้าออกไปตอนนี้เขาก็ไม่รู้จะไปนอนไหนอยู่ดี

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนแรกเอาให้พอรู้ฤทธิ์อดัมก่อน บอกเลยว่าคุณอสูรจะกลับไปเอาแต่ใจเหมือนตอนยังไม่เจอเบลล์นะเออ แต่เดี๋ยวค่อยเฉลยว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้555 ที่ให้เอริคเงียบๆไม่เถียงเพราะเราคิดว่าเอริคจะออกแนวใจเย็นนะเพราะตอนนี้ให้สาดไฟใส่กันก็ยังไม่ได้ ยังเป็นแค่ผู้ขออาศัย >w< เอริคน่าร๊ากกกกก บายบีปิเอโร่จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 02:25
    รอเวลาอีริคเมะ=.,=
    #14
    0
  2. #3 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 00:31
    ที่สำคัญของที่รักนางสินะค่ะ สงสารเอริค ไม่รู้อะไรก็โดนตวาดซะแล้ว โถ่ววว
    #3
    0
  3. #2 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 22:06
    โถววว เอริคจ๋าชีช้ำจากแม่เงือกน้อยมานี่เอง แอเรียลกับลูกคงเป็นสาววายสินะ อยากให้สามีได้ดี

    ชีวิตดี๊ดีมีสามีเป็นเจ้าชายอสูร #ผิด
    #2
    0
  4. #1 NamsaiChan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 00:37
    อ๊ากกกกกกกก! เอริคพ่อลูกอ่อน >< มาเป็นเคะให้เจ้าชายอสูร

    #เริ่มมโนไปไกล

    ปล.ตามมาจาก far cry เน้ออออ
    #1
    1
    • #1-1 shuren-kung(จากตอนที่ 1)
      21 เมษายน 2558 / 23:29
      ในที่สุดเร็นก็หาเธอเจอ.....//ขอบคุณมากนะคะ ตอนในเฟสนี่เร็นดีใจสุดๆ ฮาาา
      #1-1